Avatar
Suk13
c74c04053376577cf8cd4ff81d712345b967552b05e5f048f56bc570429e6824

เค้าก็ศึกษามาดีเหมือนกันนะไม่มั่ว

Replying to Avatar AM I

แชร์เรื่อง ความรักตัวเอง

เพราะทุกคนมีตัวเองเป็นที่รัก

#siamstr

#ทีมตรู่

Self-love เป็นสภาวะของการชื่นชมตัวเองเมื่อเติบโตจากการกระทําที่สนับสนุนไม่ว่าจะเป็นทางร่างกาย จิตใจ และความรู้สึกของเรา รวมไปถึงการให้ความสำคัญกับความสุขในสิ่งที่ต้องการอยากจะทำ

.

หากเราไม่รักตัวเองก็จะทำให้เราเป็นคนที่ขาดความมั่นใจในตัวเอง มีความบกพร่องทางความคิด อารมณ์แปรปรวน สุขภาพจิตใจย่ำแย่จนส่งผลกระทบให้ร่างกายดูเสื่อมโทรม

.

ดร. Deborah Khoshaba, Psy.D. ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาความยืดหยุ่น สุขภาพ และความสัมพันธ์ ได้ให้แนวทางวิธีฝึกปฏิบัติปลูกฝังการรักตัวเอง ไว้ดังนี้

.

1.ทำความรู้จักกับตัวเองชอบอะไร ไม่ชอบอะไร อะไรที่มีความถนัดและทำได้ดี เพื่อหาจุดเด่นจุดด้อยของตนเอง

.

2.ชื่นชมทุกอย่างที่อยู่รอบข้าง การที่เรามีทัศนคติในทิศทางบวก แม้ต้องเผชิญกับสถานการณ์เชิงลบ ไม่ใช่การโลกสวย แต่เป็นการฝึกฝนให้เรารู้จักโอบกอดความรู้สึกดีไม่กล่าวโทษใคร

.

3.เรียนรู้วิธีการดูแลตัวเอง รู้จักการเมตตาต่อร่างกายกินอาหารที่มีประโยชน์ และพักผ่อนให้เพียงพอ ทั้งการแต่งตัว รวมถึงวิธีจัดการกับอารมณ์ภายในซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ

.

4.รู้จักอ่อนโยนให้อภัยตัวเองให้เป็น ต้องยอมรับว่าไม่มีใครสมบูรณ์แบบ คนเราทุกคนล้วนมีข้อผิดพลาดกันทั้งนั้น

.

5.รู้จักเคารพตนเองมากพอ โดยการปฏิเสธเสียบ้าง เมื่อไม่ได้ต้องการฝืนความรู้สึกที่แท้จริง เพื่อเป็นการปกป้องสิทธิ์ของตัวเราเอง

.

นอกจากนี้การรักตัวเองไม่ได้หมายถึงการดูแลสุขภาพเพียงเท่านั้น เหล่าบรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพต่างก็ออกมายอมรับว่า ก่อนที่คนเราจะมีสุขภาพกายและจิตใจที่ดีได้ ต้องเริ่มจากการยอมรับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น และมีความคิดทัศนคติเชิงบวก เพราะการคิดลบ คือการฆ่าตัวเองให้ตายทั้งเป็น

.

การรักตัวเองคือบันไดขั้นพื้นฐานของความสุข ดังนั้น คนที่รักตัวเองเป็น และใช้ชีวิตมีความสุขกับตนเองได้ จะไม่มีวันบาดเจ็บจากอะไรทั้งสิ้น

.

Refer :

-https://www.bbrfoundation.org/blog/self-love-and-what-it-means#:~:text=Self%2Dlove%20is%20a%20state,well%2Dbeing%20to%20please%20others.

-https://positivepsychology.com/self-compassion-self-love

-https://upjourney.com/why-is-self-love-important

Replying to Avatar ped66

Now (ปัจจุบัน ตอนนี้ เดี๋ยวนี้)

คนเราส่วนมากจะคิดว่า "ซักวันหนึ่ง"

เช่น

"ซักวันหนึ่ง" เราจะไปขอเค้าแต่งงาน

"ซักวันหนึ่ง" เราคงดีกัน

"ซักวันหนึ่ง" เราจะมีธุรกิจอะไรขึ้นมา

"ซักวันหนึ่ง" ชั้นจะ บลา บลา บลา...

และสุดท้ายมันก็เป็นแค่ คำว่า "ซักวันหนึ่ง"

และตอนคุณตายไปใน "ซักวันหนึ่ง"

มันจะทำร้ายคุณมากเมื่อคุณรุ้ว่าจริงๆ มันไม่มี "ซักวันหนึ่ง"

เพราะโลกความเป็นจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้น

มันมีแค่ " Now ตอนนี้ เดี๋ยวนี้"

"ตอนนี้แหล่ะ" ที่ชั้น จะ ขอบคุณ

"ตอนนี้แหล่ะ" ที่ชั้น จะบอกรัก

"ตอนนี้แหล่ะ" ที่ชั้นจะขอโทษ

"ตอนนี้แหล่ะ" ที่ชั้นรับผิดชอบ

"ตอนนี้แหล่ะ" ที่เราทำธุรกิจใหม่ๆ

"ตอนนี้แหล่ะ" ที่ชั้นจะสร้างความแตกต่าง..

มันเรียบง่ายที่สุด และมันแค่ "ทำ" สิ่งที่ยังไม่ได้ทำ "ตอนนี้ เดี๋ยวนี้"

แล้วคุณจะรุ้สึกถึงความรัก ในปัจจุบัน

ความรัก ในมนุุษย์

ความรัก การให้อภัยตัวเอง และทุกๆคน

ผมรัก ขอบคุณ ทุกๆคนนะ

"ตอนนี้" พวกคุณรัก และขอบคุณ ใครบ้างหรือยัง

หรือ "Now" ของคุณตอนนี้เป็นอย่างไร ^_^

Credit Natee ILP11

Replying to Avatar TATUN

#Bitcoiner หมายถึงกลุ่มคนแบบใด

"Bitcoiner" หมายถึงคนหรือกลุ่มคนที่มีความสนใจ รู้จัก ลงทุน หรือแม้กระทั่งการใช้งานเทคโนโลยีด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ Bitcoin อย่างจริงจัง Bitcoiner มักมีแนวคิดสนับสนุนอิสรภาพ และพวกเขามองภาพของการใช้งานสกุลเงินดิจิทัลนี้เป็นหลัก (Bitcoin Standard)​ Bitcoiner เป็นกลุ่มคนที่มีส่วนสำคัญในการพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้งาน นักพัฒนา นักขุด ผู้เผยแพร่ความรู้ความเข้าใจ แม้จะส่วนเล็กส่วนน้อย แต่ทุกคนมีส่วนช่วยให้ Bitcoin สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้

#Shitcoiner หมายถึงกลุ่มคนแบบใด

"Shitcoiner" หมายถึงคนหรือกลุ่มคนที่มีแนวคิดในการลงทุน หรือใช้สกุลเงินดิจิทัลที่ไม่มีพื้นฐานความแข็งแกร่งมากพอ ไม่มากพอที่จะต้านทานการโจมตีบางอย่างได้ คุณค่าเลยขึ้นอยู่กับการเก็งกำไรเป็นหลัก มากกว่าการพัฒนาอย่างยั่งยืน คำว่า "Shitcoin" ถูกใช้เพื่อบรรยายสกุลเงินดิจิทัลที่ถูกพิจารณาว่าไม่มีคุณค่า หรืออาจเป็นเพียงคำโกหกของเหล่านักธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีในการหาผลประโยชน์ Shitcoiner อาจลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลจำพวกนี้หรือสนับสนุนมันอย่างเต็มใจ พวกเขาต้องแบกรับความเสี่ยงไว้มากมาย เนื่องจากการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลจำพวก Shitcoin มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกโจมตีได้ง่าย รวมถึงความผันผวนของราคาที่ขึ้นสูงลงลึกด้วยเช่นกัน

#Nonecoiner หมายถึงกลุ่มคนแบบใด

"Nonecoiner" หมายถึงคนหรือกลุ่มคนที่ไม่มีส่วนร่วมในการพัฒนา ไม่มีความรู้เกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัล ไม่มีการลงทุนหรือใช้งาน ไม่มีความสนใจในเรื่องพวกนี้เลย

Happy Sunday แดดเปรี้ยง! 🌤️🥵

#Bitcoin #BTC #Lightning

#Nostr #Zap #Zapathon

#Siamstr #Thainostrich

#SiameseBitcoiners

Replying to ExchThai

ลำดับความสำคัญของทรัพย์สิน 3 อย่าง bitcoin ที่ดิน ทองคำ

ถ้าให้เลือกทรัพย์สินที่ใช้เก็บความมั่งคั่ง ผมเลือกที่จะใช้ทรัพย์สินทั้ง 3 อย่างนี้ โดยเรียงลำดับความสำคัญคือ

1.bitcoin , 2.ที่ดิน, 3.ทองคำ

ทำไมผมเลือก bitcoin มาเป็นอันดับหนึ่ง ทั้งที่ เมื่อพิจารณาด้านราคาแล้ว มันผันผวนเหลือเกิน ผมมีเหตุผลส่วนตัวครับ และอยากให้ท่านๆ ได้พิจารณาด้วยตัวท่านเอง โดยผมจะเริ่มอธิบายข้อคิดเห็นส่วนตัว จากลำดับที่สุดท้ายก่อนนะครับ

3. ทองคำ

ที่ชอบคือมันราคาไม่เคยตก และได้รับการยอมรับทั่วไป เปลี่ยนเป็นสิ่งอื่นเช่นเงินได้ง่าย แต่สิ่งที่ทำให้ผมไม่ชอบทองคำ เอาเสียเลย อาจด้วยเป็นผู้ชายที่ไม่ชอบเครื่องประดับ หรือการสะสมสิ่งเหล่านี้ เพราะผมคิดว่า มันคือภาระสำหรับตัวเองเสียเหลือเกิน ผมเคยซื้อแหวนทอง สร้อยทองมาใส่ มันก็ดูโก้ดีหรอกนะเวลามีคนหรือเพศตรงข้ามมองมาที่เรา แต่เวลาจะถอด จะวาง จะเก็บ มันดูยุ่งยากไปหมด ไม่รู้จะเก็บไว้อย่างไร กลัวหาย กลัวคนมาขโมย และยิ่งเวลาสวมใส่ นี่ยิ่งระแวง กลัวคนจะมาปล้น มาแทง มาชิงเอา มันจึงดูเป็นปัญหาของผมเอามากๆ ผมจึงไม่ชอบมันเอาเสียเลย

เคยได้ยินไหมครับคำไทยโบราณ “มีทองเท่าหนวดกุ้ง นอนสะดุ้งจนเรือนไหว” ซึ่งถึงแม้ในคำแปลจะบอกว่า หมายถึง มีสมบัติเพียงเล็กน้อยแต่กังวลจนนอนไม่หลับ แต่ผมคิดว่า เอาเฉพาะทองคำนี้แหละ มีจะมีเพียงเล็กน้อยเท่าหนวดกุ้งจริงๆ หรือแหวนทองแค่ครึ่งสลึง ก็ล้วนเป็นภาระเช่นอธิบายด้านบนทั้งสิ้น ขนาดทองปลอมก็ยังเคยมีคนโดนทำร้าย เพราะโจรนึกว่าของจริง จนมีเรื่องเล่าตลก ว่าโจรกระชากสร้อยกลับมาทำร้ายเจ้าทรัพย์เพราะสร้อยทองเป็นของปลอม ก็มี แต่ถ้ามีคนมาถามผมว่า เมื่อไม่ชอบถ้าให้ทองคำฟรีๆ จะเอาไหม ก็ต้องตอบว่า เอาสิครับ แต่ผมจะเปลี่ยนมันเป็นอย่างอื่นทันที เช่น เป็นเงิน แล้วไปซื้อ btc หรือที่ดิน จะดีกว่า

2. ที่ดิน

อันนี้ผมชอบนะ เพราะมันไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครมาแย่งไปจากผมได้อย่างแน่นอน และก็ไม่ต้องกลัวเรื่องราคา และบางครั้งเราอาจได้ราคาที่ดีหากแถบนั้นมีการพัฒนา แม้มันจะซื้อขายยากไปนิดนึง เมื่อเทียบกับทองคำ แต่ปัญหาของที่ดินสำหรับผม นั่นคือการดูแลรักษา และการใช้ประโยชน์ ผมเคยซื้อที่ดิน 1 ไร่ ใกล้ที่ทำงานที่ตัวเองที่ต้องไปทำงานอยู่แถวนั้นประมาณ 3 ปี ไว้เพื่อเก็งกำไร กับจะทำไว้เพื่อพักผ่อน ปรากฎว่า ผมต้องหาดินมาถม คอยไปตัดหญ้า ล้อมรั้ว ปลูกต้นไม้ หาปลามาปล่อยในสระ ที่พอเวลามันโตขึ้น ก็มีคนมาขโมยชอร์ตไปซะเกลี้ยงบ่อ สร้างที่พัก จะทำเป็นที่พักผ่อน กลายว่าต้องมาเหนื่อยกับมันซะมากกว่า หรือถ้าจ้างคนดูแล ก็เป็นค่าใช้จ่ายขึ้นมาอีก จนเมื่อผมจะย้ายงาน ผมก็ได้ขายที่ดิน 1 ไร่นั้นไป โดยราคาเมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายๆ ต่าง ผมแค่ได้ทุนคืน สรุปว่า มันเป็นปัญหาให้กับตัวผมเอง นี่ยังดีที่ผมยังไม่เคยเจอการเรียกคืนที่ดินจากภาครัฐ เช่น การเวนคืน

ตอนนี้ผมซื้อบ้านและที่ดินไว้บ้างบางส่วน ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลย บ้านที่ซื้อไว้ นานๆ ทีได้ไปดู บางครั้งก็ไม่รู้มีใครมาอยู่ จนต้องไล่กันไป และเมื่อเราไม่ได้ดูแล มันก็มาสร้างความเสียหายให้ ส่วนที่ดินก็ต้องปล่อยรก เพราะดูแลไม่ไหว ก็จะมีผู้คนแอบบุกรุกเข้ามาหาของกินบ้าง ผมว่าคนมีที่ดินเยอะๆ ก็น่าจะมีปัญหานี้นะครับ ดูแลไม่ไหว มีค่าใช้จ่ายสูง เป็นต้น

1. ที่นี้มาถึงพระเอกของเรา bitcoin

ผมรู้จักมันมานานพอสมควรล่ะ แต่ก็รู้จักแบบเอาอะไรมาหลอกกันอันแล้วเหมือนหลายๆ ท่านนั่นแหละ แต่เมื่อได้รู้จักและศึกษาจริงๆ จังๆ ก็คงเป็นช่วงปี 2020 ถึง ปัจจุบัน ทำให้ผมนั้นชื่นชอบมันอย่างมากเลยทีเดียว และไม่ใช่มีแต่ผมแน่ๆ เพราะถ้าผมมีมันไว้บ้างช่วงที่รู้จักแรกๆ ป่านนี้ผมเป็นเศรษฐีพันล้านไปแล้ว เรื่องรายละเอียดลึกๆ เราค่อยว่ากันอีกที และคงมีหลายๆ ท่านได้พูดถึงมันไปแล้วบ้าง มาดูว่าผมชอบอะไรในตัว bitcoin ถึงยกให้เป็นเบอร์หนึ่งในใจผม ข้อแรกเลย ไม่มีใครมาขโมยจากผมไปได้ และไม่มีใครรู้ด้วยว่าผมมีหรือไม่มี วิเศษไหมล่ะ ที่ดินหรือทองคำ บางทีถ้าโจรผู้ร้ายรู้ว่าของเรา ซึ่งเขารู้นะครับว่าของใครโดยเฉพาะที่ดิน บางทีคิดในแง่ร้ายอาจมีคนมีบังคับขู่เข็ญ ทำร้าย เพื่อให้เรามอบที่ดินหรือทองคำเหล่านั้นได้ และคุณสมบัติของ bitcoin ที่สำคัญสำหรับมนุษย์ขี้เกียจอย่างผม คือ ไม่ต้องคอยไปดูแลรักษาอะไรมันเลย ซึ่งเอาแค่คุณสมบัติสองข้อนี้ ผมก็พอใจนักหนาแล้ว

ผมชอบคำพูดของนักเก็บบิทคอยล์ท่านนึง (พี่ชิต) กล่าวไว้เมื่อเร็วๆ นี้ว่า ทำงาน กินให้น้อย (ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่ต้องไปอวดร่ำอวดรวย) ทำตัวโง่ๆ เก็บเงินใน btc และรักษาไว้กับตัวเอง แค่นี้ก็พอแล้ว

ExchThai #siamstr #thailand

Replying to Avatar Baltas ∞/21M

#Dollar cost averaging (DCA) is a long-term investment strategy that helps to smooth out the effects of market volatility. By investing a fixed amount of money on a regular basis, you are essentially buying more Bitcoin when the price is low and less when the price is high. This can help to reduce your average purchase price and increase your chances of making a profit over the long term.

Of course, there is no guarantee that Bitcoin will always go up in price. However, if you believe in the long-term potential of Bitcoin, then #DCA is a strategy that can help you to minimize your risk and maximize your profits.

The people who are looking to get rich overnight are probably not going to be successful in any investment, including Bitcoin. Investing is a long-term game, and it takes time, patience, and discipline to be successful. If you are willing to put in the work, then DCA can be a great way to build wealth over time.

Here are some of the benefits of using DCA for Bitcoin investing:

* It can help you to average out your purchase price and reduce your risk.

* It can help you to stay disciplined and avoid making emotional investment decisions.

* It is a simple and easy strategy to follow.

* It can be used with any amount of money.

If you are considering investing in Bitcoin, then DCA is a strategy that you should definitely consider. It is a simple, effective way to build wealth over the long term.

Here are some tips for using DCA for #Bitcoin #investing:

* Set a budget and stick to it.

* Invest a fixed amount of money on a regular basis.

* Don't try to time the market.

* Be patient and don't panic sell.

DCA is a long-term investment strategy, so it is important to be patient and not expect to get rich overnight. If you are willing to put in the work, then DCA can be a great way to build wealth over time.

Replying to Avatar Xsara8

GM ทีมตรู่ ครับ

.

ผมไม่ได้ตื่นเช้า และไม่ได้ยังไม่นอน แค่ลุกมาเข้าห้องน้ำและกำลังจะนอนต่อ ก็เลยอยากจะโน้ตไว้สักเรื่องนึง ก่อนจะไปนอนต่อ

.

พ่อมักบอกกับผมเสมอว่า ความแตกต่างสำคัญระหว่างทนายความกับอาจารย์กฎหมายมหาลัย คืออาจารย์เป็นเพียงผู้รู้กฎหมาย ในขณะที่ทนายความ, ศาล, ตำรวจ, อัยการ เป็นผู้ใช้กฎหมาย และสิ่งที่ทำให้ทนายความเจ๋งกว่าผู้ใช้กฎหมายอื่นๆคือ เรารับได้ทุกงานและเราไปได้ทุกที่ทั่วประเทศ(และอาจรวมถึงต่างประเทศด้วย) ในขณะที่ข้าราชการเหล่านั้นจำเป็นต้องอยู่เป็นหลักแหล่ง มีเขตอำนาจชัดเจน มีเวลาเข้า-ออกงานกำหนด มีจำนวนคดีที่ต้องทำให้เสร็จเพื่อเลื่อนขั้น และมีความชำนาญเฉพาะด้าน(เช่น อัยการและตำรวจจะมีความเชี่ยวชาญในกฎหมายอาญา หรือศาลที่ทำคดีแพ่ง ก็จะมีความชำนาญเฉพาะคดีแพ่ง ไม่สามารถข้ามมาวินิจฉัยคดีอาญาได้ดีเท่า เป็นต้น)

.

ช่วง 2-3 เดือนหลังมานี้ ผมก็รู้สึกว่าตัวเองเริ่มมี Skin in the game มากขึ้น จากการที่เราเริ่มลงเรียนวิชากฎหมาย ควบคู่ไปกับการคลุกคลีอยู่กับงานทนายความ มันทำให้ผมได้เห็นทั้ง 2 ด้านของเหรียญ และทำให้ผมเข้าใจสิ่งที่พ่อพูดมากขึ้น

.

ต่อให้คุณรู้กฎหมายมากแค่ไหน แต่คุณไม่รู้วิธีใช้มันก็เปล่าประโยชน์, ต่อให้คุณรู้หลักปฏิบัติของกฎหมายทุกข้อ แต่คุณไม่รู้ข้อยกเว้น คุณก็ไม่สามารถทวงคืนความยุติธรรมให้ลูกความได้ สิ่งนี้คือทักษะในการปรับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเข้ากับข้อกฎหมายรวมถึงทักษะในการถ่ายทอดออกมาให้ตัวความเข้าใจและไว้วางใจให้ทนายความได้ปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งมันคือ Proof of work ของศาสตร์และศิลป์ที่ผสานเข้าด้วยกัน เป็นลักษณะเฉพาะตัวของแต่ละคน

.

จุดประสงค์ที่อยากจะเขียนโน้ตนี้ขึ้นมาก็เพื่อจะเปิดตัวกับชาว #siamstr ว่า ถ้าท่านมีปัญหาข้อกฎหมายต่างๆ สามารถเม้นไว้ใต้โพสต์นี้ หรือdm มาได้เลยนะครับ ยินดีช่วยเหลือเพื่อนๆในคอมมู อนึ่งก็เป็นการตอบสนองต่อ Self interest เพื่อให้ผมได้สะสม Proof of work และได้ช่วยเหลือเพื่อนๆ พี่ๆในคอมมู That’s win-win in the free market.

.

ขอจบไว้แต่เพียงเท่านี้ อรุณสวัสดิ์เช้าวันเสาร์ ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดีครับ

Replying to Avatar Somnuke

High time preference คือสิ่งที่อันตราย เราเห็นแก่ผลแระโยชน์ระยะสั้นมากเท่าไร อนาคตเราจะด้อยค่าลงมากเท่านั้น

หากเรามีเงิน 50,000 หรือเราไม่มีแต่เลือกไปกู้มาหรือรูดบัตรเครดิต และเอาไปซื้อไอโฟนในวันนี้ เราก็จะได้มันมาครอบครองในวันนี้ ถ้าเราเอาไปซื้อในวันโน้น เราก็จะได้ในวันโน้น กลับกันถ้าเราซื้อในวันนี้เราก็จะไม่ได้ในวันโน้น เราซื้อวันนี้เราก็จะได้ใช้วันนี้เลยไม่ต้องรอวันโน้น แต่ซื้อวันโน้นเราต้องรอในวันนี้ มันขึ้นอยู่กับว่าเราให้ค่ากับวันโน้นหรือวันนี้มากกว่านั่นเอง คงจะพอเห็นภาพนะครับ

.

จากทั้งหมดที่กล่าวมานั้นเราจึงสรุปได้ง่ายๆ สั้นๆ ว่า

.

.

.

"อะไรวะ"

.

ขอบคุณครับ

#Siamstr #ThailandZapathon #Thainostrich

เอาโควต้า8บรรทัดผมคืนม๊าา