ได้เวลาลูกเราบ้าง
เวลาสำหรับลูกชาวบ้านพักไปก่อน
555555555
Open House
ช่องทางการสื่อสารที่สำคัญเพื่อให้น้องๆได้เห็นภาพการเรียนการสอน ภาพผลงานตัวอย่าง ได้เจอกับอาจารย์ที่สอน ได้รู้ว่าเรียนอะไรบ้าง เพิ่มเติมมี workshop ให้ด้วย
ปีนี้พวกเราออกแบบ workshop ให้ง่ายขึ้น ให้ลองได้เห็นภาพคร่าวๆ ว่าการออกแบบในงานอสังหาฯ มันต้องมีเซนส์เรื่องอะไรบ้าง เช่น แยกสไตล์บ้าน แยกเกรดบ้านจากราคา เดาๆ ลูกค้า รสนิยม ความต้องการ แล้วลองจับคู่ บ้าน กับ เจ้าของบ้าน สนุกๆ
โบว์สอนหลักสูตรนี้ สถาปัตยกรรมเพื่อการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
หลักสูตรที่โดนมองว่าเรียนแล้วออกแบบแต่อาคารที่น่าตาน่าเบื่อๆ (นึกภาพบ้านจัดสรร)
พยายามทำความเข้าใจอยู่นาน ว่าทำไมมุมมองมันเป็นแบบนั้น มันคงเป็นการทำให้รู้สึกว่าเด็กที่จบออกจากสาขานี้ ออกแบบไม่เก่ง ไม่สวย ไม่ใช่สถาปนิกชื่อดัง ไม่สร้างชื่อเสียง
ประมาณ 60-70% ของเด็กที่จบไป ไปอยู่ในตำแหน่งงานที่เรียกว่า Product Development/Business Devlopment และแน่นอนพวกเค้าเป็นคนบรีฟงานให้เด็กที่จบจากอีกสาขานึง
เค้าไม่จำเป็นต้องออกแบบ แต่เค้าต้องเข้าใจการออกแบบ
เค้าไม่ต้องเก่งโครงสร้าง แต่เค้าต้องเข้าใจว่าแต่ละโครงสร้างต่างกันอย่างไร
เค้าไม่ต้องออกแบบงานระบบอาคาร แต่เค้าต้องรู้จักงานระบบอาคาร
เค้าไม่ต้องเก่งงาน interior แต่เค้าต้องรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร
เค้าไม่ต้องถอด BOQ อาคาร แต่เค้าต้องคิดความเป็นไปได้ทั้งโครงการ
เค้าไม่ต้องเก่งบัญชี แต่เค้าต้องรู้ที่มารายได้ และรายจ่าย และคิดกำไรโครงการได้
เค้าไม่ต้องเก่งงานช่าง แต่เค้าต้องบริหารช่างได้
และอีกเยอะเลย
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ พวกเค้าเรียนไม่ต่างกันกับเด็กสถาปัตย์ ทั้งหน่วยกิต และรายวิชาทางวิชาชีพ แต่เค้าต้องเรียนอย่างอื่นเพิ่มเข้าไป การเงิน การตลาด การบริหารโครงการ บริหารงานก่อสร้าง การประมาณราคา การบริหารอาคาร การบริหารผู้เช่า เพื่อให้มั่นใจว่าเค้าสามารถประกอบอาชีพที่หลากหลาย และปรับตัวตามสภาพตลาดงานได้
ผลลัพธ์คือ หลักสูตรเรียนหนักเกินไป เพราะความที่พวกเราต้องเผื่อไว้ก่อน
เผื่อเด็กไปสอบไปประกอบวิชาชีพ เผื่อเด็กได้ทำงานตำแหน่งประมาณนี้ๆ
ทำให้เด็กหลักสูตรนี้ รู้เยอะ ทำได้หลายอย่าง แต่ดูไม่โดดเด่นเอาซ้ะเลย
แต่เชื่อมั้ยว่า บ.อสังหาดังๆ กลับบอกเราว่าเด็กอาจารย์ดีนะ อยู่ในจุดที่ธุรกิจอสังหาต้องการ
และจากที่เราตามเด็กพูดคุยกับเด็กไปเรื่อยๆ หลักสูตรก็ค่อยๆปรับลดลงให้มันเหลือเท่าที่ตลาดต้องการ
เราพยายามลดความเผื่อ และนั่นใช้เวลา 10ปี
10ปีเลยนะ กว่าเราจะมั่นใจว่า แค่นี้พอ เพราะอะไรนะเหรอ
เพราะเรากลัวพวกเค้าไม่มีงานทำ
กลัวพวกเค้าหาตัวตนไม่เจอ
กลัวพวกเค้าหาจุดเด่นของตัวเองไม่เจอ
กลัวว่าความหวังของพ่อแม่เค้า ที่พวกเค้าแบกมา มันจะไม่ทำให้เค้าภูมิใจ
ยาวเกิน- ได้เวลารับลูก
ขมิ้นเพิ่งถามเรื่องนี้ไปเอง
บอกขมิ้นว่า
มบ: พอแม่โบว์เริ่มคุยกะตั๊มตั๊ม เราก็คุยกับเพื่อนน้อยลง
ขม: เอ๊า
มบ: เพื่อนแม่โบว์คุยกะตั๊มตั๊มไม่รู้เรื่อง แล้วพอเราเริ่มคุยกันคนละเรื่องเราก็ไม่ค่อยได้คุย เวลาเจอกันทีเราก็เฮฮากันไป ปล่อยมุขกันไป แซวความแก่ตัวเองไป ทำนองนี้
ขม: แล้วไม่สนิทกันแล้วเหรอ
มบ: สนิทนะ แต่ก็ไม่ได้คุยกันทุกเรื่อง ไม่ได้คุยกันทุกวัน ไม่ได้เห็นหน้าฟีดด้วยซ้ำ
ขม: (นั่งเล่นเกมส์ไปแล้ว)
พอมาคิดดีๆ เพื่อนสนิท ก็น่าจะเป็นคนที่ เจอกันปีละครั้ง เวลานั่งอยู่ด้วยกัน เราไม่รู้สึกถึงอันตราย ต่อให้ไม่ได้คุยอะไรกันก็ตาม
เชื่อมั้ย..ว่าข้าวโพด2กองนี้
การไช้งานคล้าย Bitcoinเลย😁😁
**อย่างข้าวโพดฝักนี้**
ก็เปรียบเสมือน Bitcoin ออนเชน
ซึ่งเมื่อจะเอาไปไช้งาน ต้องผ่านการเซ็นธุรกรรม
ผ่าน H.W.ถึงจะไช้งานได้
ข้าวโพดฝักก็เช่นกัน
กว่าจะไช้งานได้ต้องผ่านการ สี ไห้เป็นเม็ดก่อน
ถึงจะนำไปเป็นวัตถุดิบ..ไช้งานหรือขายได้ ..
ส่วนข้าวโพดเม็ดนี้
ก็เปรียบเสมือน Bitcoin ไล้นิ่ง
พร้อมไช้งานได้เลย รวดเร็วฉับไว
แสกนจ่ายได้เลย
ข้าวโพดเม็ดก็เช่นกัน..
พร้อมไช้งานเลย จะนำไปขายหรือว่า จะนำไปเป็น
วัตถุดิบ ไม่ต้องรอ พร้อมจัดส่ง 😅😅😅
ช่างคิดได้นะ..😁😁 เรียบเรียงได้แค่นี้จริงๆ
เอาเรื่องไกล้ตัว มาเปรียบเทียบ Bitcoin ซะเลย
GM..ครับ สายม่วงมุกคนทุกท่าน
ตื่นมาแล้วมีความ สุขกับสิ่งที่เราทำก็พอแล้ว
#Siamstr
#Nostr
https://video.nostr.build/8f12eead8f38c43ddc7d0ef84d0bd7f86d334b820e90190213e6469bfc0b5440.mp4
เดินทางปลอดภัยค่ะ
เดินทางปลอดภัยค่ะ
อร่อยมั้ยยยย เราพบว่า 4ไม้ อยู่ได้ชั่วโมงเดียว แต่ถ้ายกแผงนั่น น่าจะได้ทั้งวันอยู่นาาา 😁
เอาล่ะ
เราเดินทางมาถึงมื้อเย็นกันแล้ว
ข้าวหน้าเนื้อ
#foodstr
#siamstr

ตรงไหม้ๆมันจะมีหวานนิ้ดๆ อร๊อยยยย
จริงๆพ่อแม่รุ่นเราๆคิดแบบนี้99%
แต่แต่ละคนก็จะมีทางออกในครอบครัวตัวเอง บนบริบทของตัวเอง มันไม่มีคำตอบที่ถูกต้องวางรออยู่ตรงหน้า
เหมือนที่คุณมิ้นบอก ถ้าตัดสินใจแล้วมันต้องไปด้วยกัน - แค่ประเด็นนี้อย่างเดียวก็ยากมากแล้ว
ถ้าอาชีพเราคือเป็นแม่และครูให้กับลูก
ก่อนแปดขวบเน้นเล่น เน้นภาษา
8-10 เน้นลอง+เที่ยว
11-12 เน้นฝึกฝนวิธีการคิดแก้ปัญหา
13-15 พัฒนาเฉพาะด้าน
16-18 พัฒนาด้านที่ spark joy
มหาวิทยาลัย เอาที่ spark joy ไปทำให้เป็นอาชีพ
ถ้าเราไม่ตัดวงจรพลังงานวัยรุ่น ถ้าเราไม่ตัดพลังงานแห่งความอยากรู้และจินตนาการ เด็ก1คน เค้าจะเก่งได้หลายด้าน ไม่จำเป็นที่เราต้องค้นหาตัวตน แต่เค้าจะหยิบตัวตนของตัวเองมาสร้างคุณค่าได้เอง








nostr:note12uh5wn2ka5sdh45aa8kjpjudjknefcrq8h4ajcgysjdv9y46npdsex3xj5
