Avatar
Bow RightShift
c97510ec8028347f4672b08dc578bf38ef1d936691494f82268ded924a90506c

อ่ะเจอแล้ววว

งงนะเนี่ย

nostr:npub1mdum60rgwnd5f95ch0hssslzwsl2k57wqu9djj6e5wna5uljkcjqvycl2t

เจอพี่แน๊คแล้ว

แต่ไม่เจอพี่เปรี้ยวฮ้ะ

เรามีแรร์กว่าพวงกุญแจอี๊กกกก

แต่เย็บยาก เกรงใจน้องนิ่ม

nostr:npub1vm0kq43djwdd4psjgdjgn9z6fm836c35dv7eg7x74z3n3ueq83jqhkxp8e

ช่วยด้วย

เราหาเพื่อนที่เล่นใน Damus ไม่เจอ

แก๊งเพื่อนพี่ป้ำหายไป

Replying to Avatar Win Vee

น้อนมาถึงแล้ว น่ารักมากๆ ขอบคุณมากเลยครับ nostr:npub1eahsj3ngx39s3dvk78frad0dwsw09q8nqprudy8vld4sjqd8uafsu362ah ใครอยากได้ต้องมาดูไลฟ์ สภาบ่อยๆนะ เผื่อเขาแจกอีก #siamstr

อยากด้ายยยย

Replying to Avatar chontit

พี่จิงโจ้อยู่ขอนแก่น .. พี่ตั้มอยู่บุรีรัมย์

“มากินเบียร์โคราชมั้ยครับพี่ ตรงกลางพอดี .. มีร้านคราฟเบียร์ด้วยนะครับ 😊”

บทหนึ่งในบทสนทนาที่ผมเป็นคนคอมเมนท์เสนอให้กับพี่จิงโจ้แบบขำ ๆ หลังจากพี่จิงโจ้พิมพ์ว่า “หิวเบียร์” เมื่อประมาณเกือบสี่เดือนก่อน

อันที่จริงผมก็ไม่ได้เสนอขำ ๆ หรอกนะ แต่เป็นเพราะว่าผมอยู่โคราชและก็ไม่ค่อยสะดวกเดินทางไปไหนมาไหนเท่าไหร่ หากต้องเดินทางก็จะต้องเฮไปกันทั้งครอบครัว … แต่ถ้าโคราชเราพอแว๊บไปแว๊บมาได้ … ก็เลยเสนอเป็นเมืองย่าโมนั่นแหละ 🤣

.

แน่นอนว่าเรื่องนี้พี่แจ๊คกู๊ดเดย์ของเราเค้าเอาจริง แต่ก็ยังไม่มีกำหนดรายละเอียดอะไรชัดเจน จนผมคิดว่าคงจะเป็นไปได้ยากแล้ว เพราะทุกคนมีภารกิจกันตลอด

กระทั่งวันนึงพี่แจ๊คกู๊ดเดย์ก็แซตมาบอกว่า “พี่อยากจัดเวิร์คช็อป+มินิมีตติ้ง โคราช“

เท่านั้นแหละ … ผมก็พร้อมเสนอไอเดียง่าย ๆ ของผมให้พี่ตั้มได้เลยในเวลาแค่วันเดียว โดยใช้ความคิดส่วนตัวล้วน ๆ ว่าร้านนี้น่าจะเหมาะ … ร้านนั้นดูดี 5555 😖🫠

.

แต่ด้วยระยะเวลาตัดสินใจเพียงไม่กี่วันหลังจากได้ข้อสรุป .. ทำให้เพื่อน ๆ หลายคนอาจจะพลาดโอกาสได้ และก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ ดังนั้นคนที่ได้มาด้วยนอกจาก 3 แกนนำหลักก็คือ “คุณวิน” ครับ

ขอหยุดตรงนี้ซักครู่ … ที่จริงแล้วจะมีคุณไผ่มาด้วยอีกหนึ่งท่าน แต่เนื่องด้วยเหตุจำเป็นมาก ๆ ที่คุณแม่ของน้องล้มป่วยกระทันหัน เลยทำให้น้องไผ่ไม่ได้มาจอยกับพวกเรา … พี่ ๆ ทุกคนขอให้คุณแม่น้องไผ่หายป่วยเร็ว ๆ ครับ ❤️

.

โดยปกติแล้วผมเคยจัดร้านรับคณะอะไรแบบนี้มาก่อน ก็จะมีการวางแผนจำนวนคน นัดร้าน สั่งอาหารเผื่อ นู้นนี่นั่น … แต่ในวันที่ประชุมแผนกันพี่ตั้มบอกว่า “ไม่ต้องเตรียมอะไรเลย แค่รู้ร้านที่้เราจะไป รู้ช่วงเวลาที่ไป แค่นั้นพอ! ที่เหลือปล่อยให้เป็นธรรมชาติ“

รู้มั้ยว่าสิ่งนี้มันทำให้ผมที่เป็นเจ้าบ้านรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก เหลือแค่ลุ้นว่าร้านทุกร้านเค้าเปิดบริการเป็นพอ 55555

.

ร้านกาแฟ The Libreria Co-reading space and cafe ☕️

เป็นร้านกาแฟของรุ่นพี่ผมเอง เค้าเป็นที่มีความรู้รอบตัวเยอะมาก ชอบอ่านหนังสือ มีแนวความคิดที่เป็นเหตุเป็นผลและมีความ make sense ในทุก ๆ เรื่อง อีกอย่างคือเค้าสนใจในเรื่องของเศรษฐศาสตร์ … ผมไม่อยากให้แกเสียโอกาสเลยเอาโอกาสไปให้แกถึงที่! 😂😂

และก็หวังว่าคนอย่างแกจะเกิดความ “เอ๊ะ!” แล้วตกลงมาในหลุมกระต่ายเหมือนพวกเราแน่นอน 😘

ปล.ผมโคตรอิจฉาแกเลยที่ได้เริ่มต้นการศึกษาบิตคอยน์ด้วยการพูดคุยกับพี่จิงโจ้ และมีพี่ตั้มคอยเปิดประเด็นประกอบเป็นช่วง ๆ และก็ขอบอกว่าหลาย ๆ ประเด็นที่ได้ฟังพี่จิงโจ้พูดในวันนั้นมันคือสภายาส้มแบบแรร์เลยทีเดียว 😊

.

เวลา 3-4 ชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับว่าเราพึ่งกล่าวสวัสดีกันเมื่อกี้เอง … เราก็ไปต่อกันที่ร้านก๋วยเตี๋ยวคาเฟ่ตามแผน …. ร้านนี้ไม่มีอะไรมาก เราทั้ง 5-6 คนก็ได้พูดคุยกันต่อในประเด็นต่าง ๆ เรื่อย ๆ ผมได้อาศัยจังหวะนี้แหละ แอบเดินไปจ่ายเงินค่าอาหารให้ เพราะอยากจะเลี้ยงข้าวเป็นการตอบแทนที่ได้มีโอกาสมาพบเจอกัน 😂😏

ปล.บอกตามตรงว่าผมเลือกที่จะเลี้ยงร้านก๋วยเตี๋ยวเพราะมันถูกกว่าเลี้ยงเบียร์ครับ 5555 😂🤣 และทุกคนรู้ ๆ อยู่ว่าพวกเรานั้นแทบจะเปลี่ยนเงินเฟียตเป็น satoshi ทุกบาททุกสตางค์ … แต่ค่าอาหารมื้อนั้นมันคุ้มค่ายิ่งกว่าการ stack sat! 🧡

.

และก็มาถึงร้านไฮไลท์ของงาน “HOP Beer House” ผมมาถึงงานคนสุดท้ายเพราะต้องอาบน้ำให้น้องอุ้มก่อน … อ้อ ผมลืมบอกไปว่า น้องอุ้มติดตามผมไปทุกร้านเลย อันที่จริงร้านช่วงเย็นก็จะไปด้วยแหละ แต่วันทั้งวันเธอยังไม่นอน ผมก็เลยต้องให้อยู่บ้านกับคุณแม่ดีกว่า 🥹

ณ ร้านนี้ผมก็คาดหวังไม่ได้ว่าพี่ตั้มกับพี่จิงโจ้ รวมถึงคุณวิน จะแฮปปี้หรือป่าวนะ ยิ่งร้านมีจุดเด่นเรื่องเบียร์ แต่คุณวิน ”ไม่ทานเบียร์!!!“ อีกอย่างคือบังเอิญมาก ๆ ที่เราได้เจอ ”น้องเตย“ เด็กเสริฟสาวน้อยน่ารักที่มาต้อนรับพร้อมให้คำแนะนำดีมาก ขยันทำงานแบบสุด ๆ … เดินเติมแก้วโต๊ะเราไม่หยุด (หรือน้องอาจจะได้ฟังบทสนทนาของพวกเราแล้วอยากมาร่วมแจมก็เป็นได้) ประกอบกับคู่หูคุณลุงคุณป้ามาบรรเลงเพลงประกอบบรรยากาศที่เพราะมากกกก … มากจนกระทั่งพี่แจ๊คกู้ดเดย์ออกปากชม 👍👍👍

วินาทีนั้นผมบรรลุวัตถุประสงค์ของงานแล้วครับขอบอก … ผมเห็นทุกคนยิ้ม ทุกคนหัวเราะ ทุกคนพร้อมใจกันปรบมือให้กับคุณป้านักร้อง และแน่นอนว่า ”พวกเราพูดคุยกันไม่หยุด .. เมื่อมีคนเริ่มเงียบจะมีคนเปิดประเด็นขึ้นมาใหม่เสมอ และเมื่อมีคนพูด ทุกคนที่เหลือจะตั้งใจ … ไม่มีการหยิบมือถือมาดูไลน์เหมือนหลาย ๆ งานเลี้ยงที่ผมเคยสัมผัส“

มันคือ “ช่วงเวลาที่มีคุณค่าอย่างแท้จริง” ❤️

.

เอาหล่ะ … ผมน่าจะกล่าวถึงภาพรวมไปพอสมควรแล้ว ต่อมาผมอยากจะขอพูดถึงแต่ละท่านบ้างสักเล็กน้อย 😘

.

พี่ตั้ม หรือ พี่แจ๊คกู๊ดเดย์ของเรา nostr:npub1mqcwu7muxz3kfvfyfdme47a579t8x0lm3jrjx5yxuf4sknnpe43q7rnz85 … ทุกคนรู้อยู่แล้วว่า “พี่ตั้มคือบุคคลที่มีทัศนคติแนวความคิดดีมาก” ใครที่เคยอ่านบทความของแกนั่นเป็นเพียงทัศนคติบางส่วนที่แกอยากจะเผยแพร่เท่านั้นเอง … ทุก ๆ คำพูดที่ออกจากปากแกมานั้นเรียกได้ว่าผ่านกระบวนการคิด วิเคราะห์ ตกผลึกเรียบร้อยแล้ว และทุกประโยคมันมีคุณค่าเสมอ 🧡 สิ่งที่ผมได้จากการพูดคุยกับพี่ตั้มครั้งนี้มันเปิดโลกและรู้ตัวว่าเราควรทำอะไรเพื่อให้สังคมมันดีขึ้น 😊

เมื่อพูดถึงพี่ตั้มในอีเวนท์นี้ … ต้องขออนุญาตกล่าวถึงประเด็นที่แกได้ป้ายยา “น้องเตย” สาวเด็กเสิร์ฟร้าน Hop Beer House ด้วยตัวเอง … และเราจะมีโอกาสได้รู้จักน้องเตยใน Norstr แน่นอน เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม แต่รายละเอียดเดี๋ยวรอพี่ตั้มเขียนเองดีกว่า 5555 😂

.

พี่จิงโจ้ หรือ บก.Rightshift ของพวกเรา nostr:npub15l5mxmljftnnqur8gf2nkjj2yuemqy2kuly7yc29lx7x598svx5s447rgk บุคคลที่พวกเราเห็นภาพลักษณ์ในสภายาส้มแล้วเป็นคนดูจริงจัง เคร่งขึม ตื่นเช้าทุกวันจนเป็นหัวหน้าแก๊งตู่ … ในความเป็นจริงก็เรียกได้ว่าเป็นแบบนั้นแหละ 5555 🤣

แต่พี่จิงโจ้มีความเป็นกันเองมาก ๆ เลย สามารถพูดคุยทุกเรื่องทุกประเด็นโดยไม่ต้องวางมาดหรือพูดให้ดูหล่อ ที่สำคัญพี่จิงโจ้ยอมเล่าประเด็นส่วนตัวที่ค่อนข้าง Sensitive ให้กับผมและวินฟังโดยไม่ลังเล และทุกครั้งที่ผมหรือวินเล่าเรื่องอะไรบางอย่าง … พี่จิงโจ้ตั้งใจฟังมากกกก และพวกเราก็แลกเปลี่ยนแนวความคิดกันโดยไม่รู้สึกว่า “เรากำลังคุยกับหนึ่งในทีมงาน Rightshift เลยนะ“ แต่มันคือความรู้สึก ”เพื่อนคุยกับเพื่อน“ 🧡

.

คุณวิน nostr:npub1ckqr980578cdlc63yx24lanrvcql0q85rpxaugr07vlm2rgtvl9shwce2q ซึ่งผมก็พึ่งได้รู้จักตัวจริงก็วันนี้แหละ ก่อนหน้านี้เราคุยกับในดิสคอร์ดประเด็นเกี่ยวกับการรันโหนด หรืออะไรที่เป็นเทคนิคอล .. ไม่น่าเชื่อว่าเราอายุเท่ากันเลย แต่ตัวไม่เท่ากัน 55555 😂

คุณวินผู้ชายร่างสูงใหญ่ มีความน่าเชื่อถือ สุภาพมาก มีทัศนคติและแนวความคิดที่ดีไม่ต่างจากพี่ตั้มหรือพี่จิงโจ้ และผมพึ่งรู้ว่าคุณวินติดตามชมคลิป Live ใน RS ทุกคลิปเลย 5555 (ผมทำไม่ได้เพราะต้องใช้เวลาดูแลครอบครัวเป็นหลัก) และก็สามารถแนะนำ Feedback ให้กับพี่จิงโจ้ได้เต็มที่

หลังจากนี้ผมกับคุณวินน่าจะมีโอกาสได้เจอกันบ่อย ๆ เพราะปากช่องก็ไม่ไกลจากเมืองโคราชนะ 5555

.

กิจกรรมครั้งนี้เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จมาก ๆ สำหรับผมซึ่งเป็นผู้เตรียมสถานที่ … ทุกคนไม่ผิดหวัง ทุกคนมีความสุข … และที่สำคัญคือ ”ทุกคนยอมที่จะ Spending time ของตนเองที่มีค่ายิ่ง เพื่อสิ่งที่มีคุณค่ายิ่งกว่า“

ปล.ทีแรกผมตั้งใจว่าจะไม่ถ่ายภาพไว้เลย เพราะผมอยากเก็บสิ่งนี้ในรูปแบบของโน๊ตอันนี้แหละ … โน๊ตที่กลับมาอ่านเมื่อไหร่ก็จะรู้สึกถึงกิจกรรม “Bitcoiner 1st meeting at korat, 4 November 2023”

แต่สุดท้ายผมก็มีรูปถ่ายนะ แต่เป็นภาพพี่จิงโจ้กำลังต่อรองขอตุ๊กตาปิรันย่าคืนจากน้องเตย 55555 😘

#siamstr #korat101

👏👏👏👏👏

ขอบคุณคร้าบบบ

Replying to Avatar Jakk Goodday

เก็บตกมีตอัพ #korat101 #siamstr 🇹🇭

Habla | https://w3.do/3DDDsSk0

Yakihonne | https://w3.do/zh3PollZ

nostr:naddr1qqxnzd3e8ycnsdpnxy6rqvfhqgsdsv8w0d7rpgmykyjykau6lw60z4nn8laceper2zrwy6ctfesu6csrqsqqqa282p0u0f

เรารูดไปเจอว่านายตัดผมแล้ว

น้ำตาไหลเลย

ดีจัย❌

หันหอมอยู่✅

เข้าไปแล้ว ออกมาแล้ว อ่านยังไงให้จบ😌

Replying to Avatar Khing_T21

บัณฑิตหนุ่มถือบิตคอยน์ แต่ใจของเขาร้อนรน

ยามราคาลงเขากังวล พร่ำถามตัวเองว่าควรขายดีหรือไม่

ยามราคาขึ้นเขาก็กระวนกระวาย พร่ำถามตัวเองว่าตรงนี้ถึงเป้าหมายแล้วหรือยัง

เจ้าหนุ่มไม่เข้าใจ ใยเงินที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างที่เขาร่ำลือ จึงถือแล้วแผดเผาหัวใจ ดั่งถ่านไฟประลัยกัลป์

บัณฑิตหนุ่มจึงไปพบนักปราชญ์ สอบถามปัญหาที่ค้างคาใจ

นักปราชญ์ได้สดับตลอดเรื่องราวแล้วก็ยกนิ้วขึ้น ชี้ไปที่เบื้องเท้าของเจ้าหนุ่มตรงหน้า

นักปราชญ์เอ่ยว่า บัณฑิตเอ๋ย เมื่อเจ้าซื้อรองเท้า เจ้าอยากได้อะไร

บัณฑิตตอบว่า ข้าซื้อรองเท้า เพราะอยากได้รองเท้า เอาไว้สวมใส่

ปราชญ์เฒ่าได้ฟังคำตอบก็พอใจ ยกปลายนิ้วสูงขึ้น ถามต่อว่า บัณฑิตเอ๋ย เมื่อเจ้าซื้อเสื้อ เจ้าอยากได้อะไร

บัณฑิตตอบว่า ข้าซื้อเสื้อ เพราะอยากได้เสื้อ เอาไว้ห่มคลุมกาย

อาจารย์ปราชญ์เร่งถามต่อ เช่นนั้นเจ้าบัณฑิตเอ๋ย เมื่อเจ้าซื้อบิตคอยน์ เจ้าอยากได้อะไร

ครั้งนี้บัณฑิตหนุ่มได้ฟังคำถาม กลับอึ้งเงียบไป

ผู้ปราชญ์เห็นดังนั้นจึงอธิบายพลัน เจ้าซื้อบิตคอยน์โดยมิได้อยากได้บิตคอยน์ แท้จริงแล้วเจ้าอยากได้ทรัพย์ศฤงคาร อยากได้คฤหาสน์เพนเฮาส์ อยากขี่แลมโบ อยากกินโอมากาเสะ

ยามบิตคอยน์ราคาลงเจ้าก็ร้อนรน เพราะใจเจ้าเอาแต่นึกถึงสิ่งที่สูญเสียไป โอ้ นั่นบุฟเฟ่ต์มื้อหนี่งเชียว โอ้ นั่นทริปเที่ยวญี่ปุ่นเชียว

ยามราคาบิตคอยน์ขึ้นเจ้าก็ร้อนรน เพราะเจ้าคิดว่ากำไรที่ได้มา เทียบเคียงเป็นของที่เจ้าอยากได้ จากนั้นก็กลัวว่าจะสูญเสียมันไป จ้องแต่จะหาจังหวะขายให้ทันการ

ใจเจ้าไม่เคยเห็นบิตคอยน์เป็นบิตคอยน์เลย อย่างนี้จะเรียกถือบิตคอยน์ได้อย่างไร

ในมือเจ้าถือฮาร์ดแวร์ วอลเล็ต แต่ในใจเจ้าถือแต่เฟียตเต็มไปหมด สิ่งที่แผดเผาใจเจ้าไม่ใช่บิตคอยน์ แต่คือเฟียต

หากเจ้าไม่เรียนรู้ที่จะวางเฟียตลง เจ้าจะไม่มีวันถือบิตคอยน์ได้เลย

บัณฑิตได้ฟังคำตอบแล้วก็เข้าใจขึ้นมาบ้าง สำนึกรู้ว่าเส้นทางบิตคอยเนอร์ของเขายังอีกยาวไกล

ก่อนจะจากลา เขาแอบเห็นนักปราชญ์ตรงหน้าแอบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูกราฟราคา จึงถามว่า ท่านอาจารย์เองก็วงเฟียตได้แล้ว ใยจึงยังต้องใส่ใจมูลค่าในหน่วยเงินเฟียตเล่า

ปราชญ์ได้ฟังดังนั้นก็ส่งเสียงหึเบาๆ แล้วหันมา

ก็โบนัสปลายปีข้า มันออกเป็นเฟียตนี่หว่า...

มึงอย่ารีบขึ้นนะเว้ย...

#Siamstr

จงอ่านในใจเป็นเสียงของ และความเร็วขิง จะได้อรรถรสเพิ่มขึ้น

Replying to Avatar Jakk Goodday

คุณ nostr:npub1ckqr980578cdlc63yx24lanrvcql0q85rpxaugr07vlm2rgtvl9shwce2q โชคดีมาก ได้ฟังยาแดงเวอร์ชั่นม็อดเองได้ 555 #Siamstr #korat101

ไม่เมาเน้าะ

Replying to Rattawit027

"ชีวิตฟรีแลนซ์มันไม่ง่าย มันเรียลโคตร"

ขอเขียนเรื่องนี้บันทึกไว้กับตัวเองหน่อย

น้าแน้ก/แอ๊ด ในวัยใกล้จะ 40

.

ตั้งแต่ตั้งใจว่าจะเอาดีในการเป็นฟรีแลนซ์ เริ่มทำบริษัท

จนได้จดบริษัท

.

ตั้งแต่วันสุดท้ายที่ เป็นพนักงานประจำ น่าจะช่วงประมาณ ปี 60

ในตำแหน่งงานคนคุมงาน ตอนนั้นไซท์จบ เราก็ตัดสินใจว่าไม่ทำต่อแล้ว

เลยหยุดออกมาเป็นฟรีแลนซ์ เต็มตัว ตอนแรกที่มาเริ่มทำฟรีแลนซ์

สองสามเดือนแรกที่ทำงาน จะเป็นการรับงานจิปาถะ ไม่มีแนวทางชัดเจน

เรียกได้ว่า มีอะไรให้ทำก็ทำหมด ตัดโมเดล เขียนแบบ เมชเชอร์ คอนเซาท์คุมงานก่อสร้าง

.

เดือนแรกหลังจากเริ่มเป็นฟรีแลนซ์ รู้สึกได้เลย ว่าใช่เลย

"นี่แหละทางของกู" แม่งโคตรเจ๋ง

ทุกอย่างแม่งขึ้นอยู่กับตัวมึง มึงทำงานน้อยมึงก็ได้เงินน้อย มึงทำงานมากมึงก็ได้เงินมาก มึงนั่งไถฟีตรูดเฟสบุ๊คไปเปื่อยๆ ยังไงมึงก็ไม่ได้เงินเพิ่ม ถ้ามึงแยกแยะไม่ได้ว่าลูกค้าคนไหนโอเค คนไหนให้เกียรติเรา คนไหนต้องการมาเอาเปรียบเรา มึงมองพลาดมึงก็เจ็บเอง แล้วจังหวะไม่มีจะแดก มึงจะอดจะทนยื้อไปจนถึงสิ้นเดือน ยังไงมึงก็ไม่มีเงินเข้ามา 5555

.

ตอนนั้นแม่งเหมือนคอร์สเร่งรัด เหมือนมึงโดนถีบลงกลางทะเล คือมึงต้องรอดให้ได้สถานเดียว ช่วงแรกๆ กับการเป็นฟรีแลนซ์คือการลองผิดลองถูก ทำงานมันทุกอย่างเท่าที่ทำได้ ค่าจ้างก็ต่อรองอะไรไม่ได้มาก และด้วยความที่เราเป็นคนง่ายๆสบายๆ เค้าจ้างเท่าไหร่ก็เอา งานจึงมีมาก เหนื่อยแต่ยังลุ่มๆดอนๆ แต่ก็ได้พี่น้องๆส่งงานมาให้ทำอยู่เรื่อย ใช่เลยเราเจอทั้งประสบการณ์ดีร้าย โดนชิ่ง ไม่จ่าย หรือพี่บางคนเราเสนอราคาไป เค้าบอกเลยมึงคิดราคามาน้อยไป พร้อมกับบวกเงินค่าจ้างมาให้เพิ่มเกือบ 2 เท่า

.

ช่วงแรกเราเป็นคนเกรงใจคน กลัวว่าจะคิดราคาเค้าแพงไป จึงเป็นข้อเสียในการชอบกดราคาตัวเองทั้งที่เค้ายังไม่ได้ต่อ ช่วงนั้นลุ่มๆดอนๆจริงๆ

ช่วงแรก ผมมาประเมิณตัวเอง อิมเมจที่ทุกคนนึกถึงผมมันจะประมาณว่า

.

"งานหนัก งานเร่ง งานใช้แรงงาน งานแบกหาม งานขอแรง งานฟรี งานค่าจ้างน้อย งานลุย" คนจะนึกถึงผมก่อนเลย อาทิเช่น ใครจะย้ายห้อง ย้ายหอ ผมนี่มือ 1 ไปทุกที่ จัดให้อย่างเนี๊ยบสบายใจ 5555 อันนี้ไม่ได้รู้สึกไม่ดีนะ เพราะเราก็ยินดีช่วยจริงๆ

.

ทีนี้พอเป็นฟรีแลนซ์ เรื่องแรกเลยที่ผมต้องเร่งเคี่ยวกรำคือ

"การมองคน ให้ขาด" ช่วงแรกต้องฝึกฝนเรื่องนี้อย่างมาก ว่าคนที่เข้ามาจ้างงานเราเค้าเป็นคนแบบไหน แฟร์มั้ย ให้คุณค่าของงานเรารึเปล่า

ต้องฝึกฝนอย่างมาก เพราะมันเจ็บมาเยอะจริงๆ

จริงๆทุกวันนี้ก็ยัง มองคนไม่ขาดมากนัก แต่ก็ดีกว่าแต่ก่อนมากโข เชื่อเถอะ

ตอนแรกต้องฝึก เวลาเข้าไปคุยกับเค้าครั้งแรกต้องมองให้ออกให้ได้ว่าคนนี้แฟร์มั้ย เพราะบางทีรับทำงานไปแล้ว เราต้องมาเสียสุขภาพจิตกับคนๆนี้ไปอีกเป็นปี หร์ออาจจะหลายปีก็ได้

เพราะถ้าครั้งนี้มองพลาด ต้องกลับมาประเมิณว่าพลาดเพราะอะไร ครั้งหน้าต้องไม่พลาดอีก แต่มันก็ยังพลาดในเรื่องใหม่ๆอยู่เสมอ

.

แล้วก็อีกอย่างที่สำคัญมาก คือต้องมีเครื่องมือ เครื่องมือที่ผมใช้แล้วเวิร์คมากคือ "การเก็บมัดจำ" 5555 อาจเป็นเรื่องพื้นฐานสำหรับคนอื่น แต่สำหรับผม มันยากจริงๆ คือว่า ใช้วิธีว่า ทำพอร์ตให้ดี ให้เห็นภาพว่าเราทำอะไรได้ จ้างเราเค้าจะได้อะไร แล้วต้องเก็บมัดจำ ถ้าไม่จ่ายมัดจำไม่เริ่มงานเด็ดขาด 555 แค่นี้ก็พอประเมิณได้ในความแฟร์ของเค้า ซึ่งจริงๆแล้วมันเป็นเรื่องพื้นฐานมาก แต่กว่าจะผมจะก้าวผ่านจุดนั้นมาได้ไม่ง่ายเลย

.

ทีนี้ปัญหาอีกเรื่องคือ การเป็นฟรีแลนซ์ ที่งานอะไรมึงก็รับหมด อิมเมจมันไม่ชัด งานเลยเข้าบ้างไม่เข้าบ้าง เช่นสมมุติ นึกหาคนเขียนแบบเคลียแบบให้ หน้าโมแม่งจะลอยขึ้นมาเลย

ทีนี้ผมก็มาคิดว่ากูทำอะไรได้ดีวะ เลยตัดสินใจสโคปงานตัวเองเหลือแค่ 2 อย่าง คืองานคอนเซาท์งานก่อสร้างแบบฟรีแลนซ์ กับงานเมชเชอร์

เราตัดงานอื่นออกหมดแล้วเหลือรับงานแค่ 2 อย่างงี้จริงๆ ทีนี้ดีขึ้นมาก

พออิมเมจชัดเวลามีงานพวกนี้ คนก็กริ๊งกร๊างมาหา

.

ในช่วงแรกที่คนยังไม่ค่อยรู้ว่าตอนนี้เราทำงานอะไร ตอนนั้นเรียกได้ว่าดีดดิ้นขั้นสุด ต้องทำหลายๆอย่างที่ฝืนตัวเอง พยายามออกไปงาน แนะนำตัวเอง ตามที่เค้าสมาคมกัน ตามที่ๆพี่ๆสถาปนิกเค้ารวมตัวกัน เออแต่แม่งได้ผลหว่ะ เข้าใจเลยคำว่า "อย่าอายทำกิน" เลยพอมีงานเข้าต่อเนื่อง

.

อีกอย่างที่ต้องปรับคือ อิมเมจ "อิมเมจ งานหนัก งานฟรี งานเหนื่อย" ต้องใช้เวลาอย่างมากที่จะปรับ อิมเมจพวกนี้ ใช้เวลาพิสูจน์เรื่อยๆ ค่อยๆกล้าเสนอราคา เทคนิกก็คือ สมมุติวันนี้เรารับงานประมาณนี้อยู่ 20,000 บาท ทำไปทำมาค่ารถค่าราค่าแรงสุดท้ายเหมือนไม่ได้กำไรอะไรเลย ทีนี้สำหรับคนที่เคยจ้างเรา 20,000 เราก็ยังคิดราคานั้นอยู่ แต่คนที่เข้ามาใหม่ เราจะลองเสนอที่ 22,000 ถ้ายังมีคนจ้างอยู่แสดงว่า มันขึ้นได้อีก ครั้งหน้า ก็ขยับเป็น 25,000 ขยับไปเรื่อยๆจนมันจะมี ตัวเลขที่ เสนอไปแล้วมึงไม่ได้งานเลย ก็ขยับปรับลงมา แสดงว่าเนื้องานในตลาด มันจ่ายสูงสุดได้ราคานี้แหละ

.

แล้วเราทำงานคู่ขนานมาตลอด ระหว่างงานคอนเซาท์ก่อสร้าง กับงานเมชเชอร์ เราพบว่า งาน 2 อย่างนี้เราทำได้ แต่แม่งคนละโลกตรงข้ามกันเลย

งานคอนเซาท์แม่งต้องบริหารจัดการ วุ่นวายเกี่ยวกับคนเยอะมาก แต่ละวันมึงรับโทรศัพท์กันให้วุ่น ประณีประนอม รอบคอบ ใช้เอกสารจัดการงาน

ความเสียหายทุกอย่างแม่งมีราคา แล้วก็มีคนที่ต้องจ่าย ขึ้นอยู่กับว่าสรุปกันได้มั้ยว่าใครจะจ่าย เลยวุ่นวายปวดหัวมาก ใครที่ยังสนุกและสามารถทำงานคอนเซาท์ หรือเป็นผู้รับเหมาที่ดี ที่มีประสิทธิภาพได้ ผมเลยนับถือเค้ามาก คือมันยากแบบยากจริง คนพวกนี้สมควรอย่างยิ่งที่จะได้เงินเยอะๆ แบบถ้าเจอดีๆซักคน มึงยกมือไหว้ท่วมหัวได้เลย ขอบคุณเค้ามากๆ คือคนทำดีๆมันหายากจริงๆ

.

ตัดสลับมาที่งานเมชเชอร์ เวลาผมเหยียบไปที่ไซท์ นั่นแหละสรรรค์ของผมเลย มีแค่ตัวผมกับบ้านร้างๆ ทำงานไม่ต้องไปยุ่งกับใคร เซ็งอย่างมากก็กลิ่นขี้แมว ขี้ค้างคาว แต่มันโอเคกว่าปวดหัวกับคนเยอะ งานนี้อาจจะต้องจิตแข็งหน่อย เพราะบางหลังมันหลอนจริงๆ เข้าไปทุกไซท์ ผมไหว้งามๆก่อนเลย บอกเจ้าของบ้านเค้าจ้างผมมานะ เอ็นดูผมด้วย แล้วทุกไซท์ก็ผ่านไปได้ด้วยดี และอีกอย่างของงานเมชเชอร์ที่ผมชอบมาก คือแม่งเป็นงานที่ไม่มีอารมณ์ความรู้สึก หรือเทสด้านความงามเกี่ยวข้อง 3.55 คือ 3.55 พี่จะเอายังไง หรือว่า วัดได้ 3.56 พี่จะให้ผมปัดมั้ย หรือเอาตัวเลขนั้นเลย คือพอมันเป็นตัวเลขแล้วมันเข้าใจง่าย ไม่มีอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง มีผิด มีถูกที่วัดได้ ชัดเจน นี่แหละสวรรค์ของผมเลย

.

อีกเรื่องพอมึงมาเป็นฟรีแลนซ์ หรือเริ่มทำบริษัทแล้วก็ตาม วันเสาร์อาทิตย์มึงจะหายไป จริงๆมันพูดง่ายเรื่อง work life balance แต่ในทางปฏิบัติแล้วความเป็นฟรีแลนซ์มันทำยาก เค้าโทรมาวัศุกร์ค่ำๆ อยากได้ใบเสนอราคา ถ้ามึงรอจนวันจันทร์ถึงจะเริ่มทำให้เค้า งานอาจจะหลุดไปแล้ว ตอนนี้ผมเลยใช้วิธี เอาทุกอย่างมาหยำกันหมด อยากเที่ยวอยากพัก พักเลย ไม่ต้องรอวันเสาร์อาทิตย์ มีเศษเวลา มึงเที่ยวมึงพัก แต่สิ่งที่มันต้องแลกมาคือ กูต้องแบกโน๊ตบุ๊คไปทุกที่อ่ะ แบบจนหลังแอ่น ดูคอนเสิร์ตไปก็เปิดโน๊ตบุ๊ค ทำงานไปด้วยฟังเพลงไปด้วย มันก็สนุกดี มันคือชีวิตในรูปแบบของมึงง่ะ แล้วมึงจะรู้ว่าอะไรจำเป็นต้องติดตัว หังปลั๊ก 3 ตา ที่ต้องแปลงไปเสียบปลั๊ก 2 ขาเพราะร้านทั่วไปแม่งไม่มี ปลั๊ก 3 รูให้เสียบ โทรศัพท์ที่อินเตอร์เน็ตค่อนข้างเสถียร แล้วโน่นนี่นั่นอีกมากมาย สกิลการหาร้านกาแฟที่จะพอมีปลั๊กให้มึงเสียบ มีที่ให้มึงนั่งทำงานได้

.

เรื่องนี้เลยมาแชร์ให้ฟัง เป็นฟรีแลนซ์ ชีวิตมันเรีบลจริงๆ

หวังว่าทุกท่านที่เดินทางนี้อยู่จะรอดไปด้วยกัน ขอให้ทุกท่านโชคดีครับ

*ภาพประกอบก็คือที่นั่งทำงานวันนี้ เพราะทุกๆที่คืออฟฟิตครับ

ขอให้โชคดี กับหนทางของตัวเองนะครับ

Replying to Avatar pangya

วันนี้อยากจะขอแชร์วิธีการเลี้ยงลูก

ผมเป็นพ่อเลี้ยงเดียวมา8ปีแล้วตอนนี้ลูกสาวผม11ขวบแล้วผมมักสงสัยการเลี้ยงลูกแบบคนทั่วไปอยู่เสมอทำไมต้องบังคับเด็กกินข้าวเช้าทั้งๆที่เด็กก้อไม่หิวแถมต้องเสียเวลานอนการบังคับลูกทำอะไรสักอย่างมันน่างุดงิดสุดๆพอ่อแม่บางคนพยายามอธิบายต้องทานจะได้มีแรงแข็งแรงบังคับกินจนเด็กเคยชินรึบังคับต้องทานให้หมดผมเห็นแล้วมันโคตรขัดแย้งกับความรู้สึกเลยก้อคนไม่หิวก้อคนอิ่มนี่เรากำลังยัดเยียดโรคให้ลูกอยู่รึเปล่าผมเลยขอแหวกแนวตั้งแต่ได้เลี้ยงคนเดียวมาเช้าไม่ทานใหม่กว่าจะ11โมงที่โรงเรียนให้ทานข้าวก้อมีหิวบ้างแต่บ่อยๆก้อชินประเด็นคือผมอยากให้ร่างกายนำของเก่ามาใช้บ้างระยะผ่านมาจนถึงทุกวันนี้ผมว่าผมคิดถูกผมไม่เสียเวลากับลูกตอนเช้าลูกมีเวลานอนมากขึ้นลูกไม่เคยป่วยเข้าโรงบาลอย่างเก่งก้อกินยาแก้ป่วย1-2วันก้อหาย

(ผมไม่มีพ่อแม่ช่วยเลี้ยงเลยบ้าได้เต็มที่😅)

ยังมีเรื่องมุมมองการใช้ยา

การพาลูกไปเดินป่าแบบบ้าๆ☺️

เยอะ https://nostrcheck.me/media/public/nostrcheck.me_3526721227494727241699061797.webp

#siamstr

เป็นกำลังใจให้คุณพ่อค่ะ 🧡🧡