Avatar
jPetch
cb86d9089733697d69f8dc47c311dbcc8bbd1447105f85ff6520a245d81e2f94
สวัสดีครับ 2021

ทีมย้อนหลังถูกใจสิ่งนี้ 😍 ขอบคุณค้าบ

แชร์ ประสบการณ์ส่วนตัวครับ

"คุณพ่อของผม เป็นมะเร็งตับ และเบาหวาน จากเครื่องดื่มชูกำลัง"

"อาจ ไม่ใช่สาเหตุของโรค ทั้งหมด จะโยน ความผิดให้เครื่องดื่มชูกำลังอย่างเดียว ก็คงเป็นการชี้นำ และ โยนความผิดทั้งหมด ให้เครื่องดื่มชูกำลัง เพียงแต่

เครื่องดื่มนี้ อาจเป็นสาเหตุหลัก ของ การเกิดโรค และพฤติกรรมของ ผู้ป่วย ที่เอื้อต่อการเกิดโรค "

คุณพ่อของผม ย้อนกลับไป ประมาณ 15-20 ปีที่แล้ว

ท่านอยู่ ในวัฎจักร ของ ชนชั้น แรงงาน

มีกิจการ เป็นของตัวเอง เป็นเฒ่าแก่

แต่สิ่งที่ท่านชอบ และ ทำมาตลอด คือ การบริโภค เครื่องดื่มชูกำลัง ที่โฆษณา ใน สื่อกระแสหลัก อย่างทีวี

ที่โฆษณา อย่าง โจงแจ้ง

จนเครื่องดื่มชนิดนี้เป็นที่นิยม ไปทั่วบ้านทั่วเมือง

ผม เห็นท่านบริโภค มาตลอด ตั้งแต่ ผม 10 ขวบ

ตอนนี้ ผม 30 ท่าน ก็ล้มป่วยด้วย โรค เบาหวาน ชนิดที่ 2 และ มะเร็ง ตับ " มีก้อนมะเร็ง ประมาณ3 เซนติเมตร"

ตอน ผม อายุ 15 เริ่ม มีความรู้ ด้าน การ บริโภคน้ำตาล เกินความจำเป็น ของร่างกาย เราก็เตือน ท่านมาตลอด ตั้ง แต่ อายุ 15 ว่า อย่ากินเยอะ

ท่านก็บอก ว่า ไม่เป็นไร เค้าเขียนที่ฉลาก ว่า

"ห้ามดื่ม เกิน วันละ 2 ขวด "

ด้วยความที่ร่ำเรียน มา แค่ป.4 ประกอบกับ ความไม่รู้ และหลงเชื่อ กับ คำโฆษณา ท่าน ก็ บริโภค ด้วยจำนวน เท่าเดิม มาเป็นระยะเวลาเนิ่นนาน

ประกอบ กับ การบริโภค คาร์โบไฮเดรต ขัดสี มาตลอด ตามหลักโภชนาการ ของคนไทย สมัยก่อน ที่มีความเชื่อ ว่า

" กินข้าวเยอะๆ ได้มีแรง " ตรงนี้ เอาจริงๆ มันเป็นความเชื่อไปแล้ว ไม่ใช่ความรู้ และ ความเชื่อตรงนี้ยัง ตกถอด สู่ รุ่นลูกหลานอยู่

และ การกิน อาหาร 3 เวลา ตาม อะไรไม่รู้ 🥴

ปัจจุบัน ตอนนี้ คุณพ่อ ของ ผม ก็ ได้ ยาเป็นกระสอบ เพราะค่าน้ำตาลในเลือด สูงตลอดเวลา

ที่บ้านผม ก็มี แรงงาน ที่ กิน เครื่องดื่มชูกำลัง วันล่ะ "4ขวด " ฟังไม่ผิด 4 ขวด

จากการสอบถาม ได้ใจความว่า ถ้าไม่กิน จะไม่มีแรง เลย

" ผมคิดในใจ ปลายทาง เบาหวาน ความดัน หลอดเลือดแน่ๆ " แต่ นั่นแหละ กรรมใคร กรรมมัน

ทั้งหมด ไม่ใช่ว่าเครื่องดื่มชูกำลังคือสาเหตุทั้งหมด เพียงแต่

อำนาจ ของสื่อกระแสหลัก(ในยุคไปนึ่ง )

มี อำนาจมากแค่ไหน?

บอกเลย ว่ามากพอ ที่จะทำให้ คนหนึ่งคน ที่ไม่มีความรู้มากพอ

มีความเชื่อ และกิน จนเป็น โรคร้าย จากการบริโภค สื่อ และ คำโฆษณา จน ละเลย ข้อเท็จจริง และส่งผลให้เกิดโรคร้ายต่อตนเอง ไม่ว่า จะเป็น สาเหตุทางตรง หรือ ทางอ้อมก็ตาม

ในยุคๆ นึ่ง สื่อชนิดนี้ มีความสำคัญจริงๆ

และเป็นสื่อที่ให้ข้อเท็จจริงที่บิดเบี้ยว + การได้รับเงินโฆษณา อาจจะจาก บริษัทห้างร้านที่ ได้รับผลประโยชน์จากการขายสินค้า

และข้อมูลทางการแพทย์ ที่ การจะออกมาพูด ผ่าน สื่อ แบบสมัยนี้ทำได้ยาก

ส่วนเรื่อง มะเร็ง คุณพ่อผม ได้ เข้ารับ การรักษา ในส่วนของ TACE ในขั้นต่อไป

ผมเองในฐานะ ลูก ก็คงทำได้แค่ ให้ความรู้ และช่วยเหลือ เท่าที่ทำได้

#siamstr

#nostr

หวานเจี๊ยบ อร่อยเลยละ แต่เหมือนว่าก็ยังฮิตกินกันอยู่

Replying to Avatar Xsara8

## เศรษฐกิจไทยตกต่ำ เพราะพวกเรายังไม่เห็นแก่ตัวมากพอ.. ##

ประโยคดังกล่าว เป็นการสรุปเรื่องราวทั้งหมดที่ผมได้พบเจอบนแพลตฟอร์ม Mian stream ทั้งท่อแดง ท่อฟ้า เอาไว้ทั้งหมด ทำไมล่ะ มันเกิดอะไรขึ้น?

"ประเทศไทยเศรษฐกิจตกต่ำ" "ประเทศล้าหลัง" "คนอื่นเค้าไปถึงไหนกันแล้ว" นี่คือคำบ่นกร่นด่าของชาวไทยมรตลอดหลายปีถึงการดูถูกเหยียดหยามประเทศตัวเองซึ่งใช่ครับ มันเป็นความจริงในหลายๆแง่มุม รวมทั้งสาเหตุของปัญหาที่ชาวบิตคอยน์เนอร์ทราบกันดี นั่นคือการแทรกแซงของรัฐ และระบบทุนนิยมอุปถัมภ์ซึ่งเหล่านายทุนเข้าหาอำนาจรัฐเพื่อประโยชน์ของตน แต่สำหรับใครหลายคนตามแพลตฟอร์มสื่อกระแสหลักนั้น พวกเขาไม่ได้เข้าใจแบบนั้น

"ถ้าการเมืองดี..." "รัฐต้องช่วย..." รัฐต้องดูแล..." รัฐต้องสนับสนุน" "รัฐต้อง..." "รัฐต้อง..." "รัฐ...รัฐ" ทำไมการแก้ปัญหาสุดท้าย กลายเป็นทุกคนงอมืองอเท้าอ้าปากบอกให้ "รัฐ" เข้ามาแก้ไขในทุกปัญหาที่เกิดขึ้นได้ล่ะ? ทำไมความอยู่รอดของเขาเหล่านั้น ครอบครัว ธุรกิจ บริษัทของพวกเขาหลายล้านคน ถึงขึ้นอยู่กับปากและปากกาของคนไม่กี่พันคนนั้นหล่ะ โลกนี้มันผิดเพี้ยนมากแค่ไหน ถึงทำให้คนๆหนึ่ง สามารถไว้ใจผู้อื่นได้มากกว่าตนเองกัน

## Fiat = บัญชา อาญาสิทธิ์ ##

เมื่อเรามองย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นของมันจะพบว่า นี่เป็นระยะเวลากว่า 110 ปีมาแล้ว ที่มนุษย์เราเริ่มการทดลองครั้งยิ่งใหญ่ระดับมนุษยชาติ โดยการทดลองประดิษฐ์ "นโยบายการเงิน" โดยมนุษย์ขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อสหรัฐอเมริกาประกาศตั้งองค์กร "Fed" ซึ่งเป็นธนาคารกลางสหรัฐซึ่งทำหน้าที่เป็น "แหล่งทุนกู้ยืมแหล่งสุดท้าย(Lender of last resort)" ให้กับบรรดาธนาคารพานิชย์ในสหรัฐฯ

ใช่ครับ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มนุษย์ทดลองสร้าง "เงินเฟียต" ขึ้นมา ตั้งแต่เงินกระดาษของจีน เหรียญลีร่า เหรียญกิลเดอร์ ตั๋วแลกทอง พดด้วง และอีกมากมายทั่วโลก แต่การทดลองนี้มันจะพิเศษกว่าครั้งไหนๆ ด้วยการมาของ "เคนส์" และแนวคิดแบบ "เคนส์เซี่ยน"

การมาถึงของเคนส์ได้สั่นสะเทือนแนวคิดทางเศรษฐกิจ ทฤษฎีของเขาคือ "ขงเบ้ง" ที่รัฐตามหา อาศัยวิกฤตปี 1929 ซึ่งซึ่งแท้จริงแล้วเกิดจากการ Leverage สร้างเงินในรูปแบบของหนี้ขึ้นมาจากอากาศในช่วง 1920 หรือที่เรียกว่า The Roaring 20s วิกฤต The Great Depression กลายเป็นผู้ร้าย และรัฐบาลในสมัยถัดมาอย่าง Franklin D. Roosevelt และนโยบายของเขา "New Deal" กลายเป็นอัศวินขี่ม้าขาวในสายตาคนอเมริกัน

หลังจากนั้น 10กว่าปี ในปี 1944 โลกก็ได้พบกับมาตรฐานทางการเงินใหม่ ซึ่งก็คือระบบ "Dollar Standard" เมื่อกว่า 44 ประเทศฝ่ายสัมพันธมิตร มารวมตัวเพื่อหารือกัน อีกทั้งในที่ประชุมแห่งนี้เองก็ได้ให้กำเนิดขุนพลพยัคฆ์อย่าง IMF และ IBRD ซึ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของธนาคารโลกในเวลาต่อมา

Dollar Standard กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของโลก ณ เวลานั้น แต่นั้นก็เพราะเขาให้สัญญาว่าจะสามารถแลกคืนดอลล่าร์เหล่านี้เป็น "ทองคำ" ได้ ถึงแม้ผู้คนภายในประเทศจะถูกริบ และห้ามครอบครองทองคำมาแล้วกว่า 10 ปีนับแต่การออก Executive Order 6102 ของประธานาธิบดี Franklin D. Roosevelt มาจนถึงช่วงข้อตกลง Bretton Wood ในปี 1944

ถึงอย่างนั้น Dollar เองก็ได้พัฒนาไปอีกขั้น ไปสู่จุดซึ่งไม่มีมนุษย์ผู้ใดเคยไปถึง นวัตกรรมใหม่แกะกล่องที่ยังไม่เคยมีใครได้ลิ้มลองคือการสกุลเงินซึ่ง "ไม่มีสิ่งใดแบ็คหลัง" หรือเป็น "อากาศธาตุ" เมื่อประธานาธิบดี Richard Nixon ประกาศ Nixon's Shock ยกเลิกการรับแลกดอลล่าร์เป็นทองคำ และปล่อยค่าเงินของแต่ละประเทศลอยตัว แลกเปลี่ยนกันอย่าง "เสรี" ภายใต้การควบคุมของธนาคารกลางแต่ละประเทศ

จนถึงตอนนี้นับเป็นเวลากว่า 50 ปีแล้ว ที่การทดลองขั้นสุดท้ายได้ถูกปล่อยสู่มนุษยชาติ และมันก็เป็นระยะเวลากว่า 50ปีเช่นกัน ที่เราได้ให้ความเชื่อใจทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น ค่าอาหาร ค่าน้ำมันรถ ค่าผ่อนบ้าน ค่าเรียนลูก ค่าต่างๆนานา รวมไปถึงมูลค่าของ"เงิน" ที่เราใช้เวลาของเราไปแลกมันมา ฝากใจไว้กับกลุ่มคนใด ใครคนหนึ่ง

## ปัจเจกชน ปลดแอก ##

หลังจากประชาชนประสบกับการเป็นทาสมากว่าครึ่งศตวรรษ ทางออกของเป็นนี้ย่อมไม่ใช่การขอร้องอ้อนวอนให้หัวหน้าทาสปฏิบัติกับเราอย่างไร หากแต่เป็นการลุกขึ้นยืนหยัดต่อกรกับมันด้วยตนเองต่างหาก

การต่อสู้ ทำสงคราม หาใช่การรบราฆ่าฟัน อาศัยกำลังเข้าปะทะกันเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยทั้งกลุยทธ์ กลอุบาย หลักการบริหารคน บริหารทรัพยากร และทุน เมื่อโอกาส เวลา และสถานที่มาถึง สงครามนั้นเราจึงได้รับชัย

สำหรับปัจเจกชนอย่างเราๆ ท่านๆ เราไร้ซึ่งอาวุธยุทโธปกรณ์ กองทุนหนุนหลัง ภาษีประชาชน และ กฎหมายซึ่งบังคับกลับคืน แต่สิ่งที่เรามีคือ "เวลา" และ "เจตจำนงค์เสรี" ซึ่งทั้งสองนั้นคืออาวุธซึ่งจะทำให้เราได้รับชัยชนะ เมื่อเจตจำนงค์เสรี นำมาซึ่งความสนใจเฉพาะด้าน(Self-interest) พัฒนาความสามารถนั้น(Specialization) และนำความสามารถดังกล่าวมาแลกเปลี่ยนกันในตลาดเสรี(Free market) และคุณค่าที่คุณมอบให้กับผู้อื่นได้รับกลับมาเหลือเป็นกำไร เก็บไว้ในเงินที่ไม่เสื่อมค่า (Hard Money) เงินซึ่งเป็นมาตรวัดทางเศรษฐกิจที่เที่ยงตรง คงที่ ไม่เปลี่ยนแปลง ไม้บรรทัดทางเศรษฐกิจที่มีความยาวเท่าเดิมตลอดไป การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากชนชั้นรากหญ้าหาใช่การปฏิวัติยึดอำนาจพิฆาตนายทุนอย่างที่ Marx หลอกลวง แต่เป็นการหวนคืนสู่ธรรมชาติของมนุษย์ สู่ระเบียบตามธรรมชาติ สู่เศรษฐศาสตร์ สู่การสื่อสารทางคุณค่า อย่างที่มันควรจะเป็น

Fix the money, Fix the world

เมื่อเราเริ่มเก็บออมได้ เราก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว...

GM #siamstr

GM ครับ อาหารสมองเช้านี้ ^^

Replying to Avatar Xsara8

GM ครับ #siamstr #siamstrog

“คนจน อยู่อย่างรวย มันยิ่งจน

คนรวย อยู่อย่างจน มันยิ่งรวย”

เป็นคติสอนใจที่ได้รับจากคุณยายท่านหนึ่งซึ่งเป็นแฟนรายการวิทยุ ซึ่งเมื่อลองพิจารณาคตินี้ดูแล้ว

## 1.) เราพิจารณาความจน กับความรวยจากอะไรกันนะ ##

ไม่มีอาชีพไหน งานใด ที่เป็นตัวบ่งชี้ว่าเราจนรวย หากแต่วัดกันที่หลักการง่าย คือรายรับและรายจ่าย เมื่อรายรับของคุณมากกว่ารายจ่าย คุณกำลัง “รวยขึ้น” จากเหลือเงินไว้เก็บออมเป็นทุนในอนาคต เมื่อคุณมีรายรับเท่ากับรายจ่าย คุณกำลัง “เท่าทุน” แต่เมื่อคุณมีรายรับน้อยกว่ารายจ่ายเมื่อไหร่ คุณกำลังกัดกินทรัพย์สิน กัดกินเงินเก็บออมของตัวเอง เมื่อนั้นคุณกำลัง “จนลง” แล้วพวกเค้าเอาเงินจากไหนมาใช้จ่ายขนาดนี้?

คำตอบคือระบบหนี้แบบเฟียตๆนั่นเอง เริ่มจะการทำลายความคิดดั้งเดิมซึ่งการกู้หนี้ มันคือการขี่หลังเสือ คุณต้องได้รับความเสี่ยงมากกว่าปกติเพราะเงินนั้นไม่ใช่ของคุณ แลกมากับการโอกาสในการลงทุนเพื่อคว้าโอกาสทางธุรกิจ ซึ่งอาจเปลี่ยนชีวิตคุณไปตลอดกาล เป็น risk : reward ที่ต้องใช้การคิด วิเคราะห์ แยกแยะอย่างที่ถ้วนก่อนจะตัดสินใจ

แต่ในปัจจุบันนี้ การกู้หนี้กลายเป็นเหมือนกิจวัตรประจำวัน หลายคนทำโดยไม่รู้สึกอะไร เหมือนเป็นสิ่งที่ต้องใช้ ความต้องการระยะสั้นที่สูงปรี๊ด ของมันต้องมี, โปรผ่อนดอกเบี้ยฟรี 10 เดือน, ดาวน์วันนี้ จองวันนี้ได้รับสิทธิพิเศษอีกมากมาย ไปกับสิทธิอะไรที่จำเป็นกับตัวคุณมั้ยก็ไม่ การแข่งขันกันออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินอีกมากมายทั้ง บัตรเครดิตสินเชื่อส่วนบุคคล บัตรกดเงินสด ซึ่งจุดหมายปลายทางของใครหลายคนคือ “สูญเสียแหล่งเก็บออมของตนไป” เงินและเวลาที่เก็บออมมาแสนนาน บ้างก็ส่งต่อมาจากรุ่นก่อน ถูกบังคับขาย ถูกอายัดไปเป็นของคนอื่น ชีวิตที่ไม่เหลืออะไร จะมีก็แต่เพียงอาการเสพติด และความหิวกระหายในการยอมรับจากสังคม โปรโมชั่นเลขเบิ้ล(1.1, 10.10) กลายเป็นหมุดหมายของชีวิตในแต่ละเดือน, ซีรี่ย์ออกใหม่กลายเป็นความสุขสุดท้ายก่อนหลับนอน, เช้าวันใหม่คือฝันร้ายที่ไม่อยากตื่น, วันจันทร์กลายเป็นวันอันขมขื่นของสัปดาห์, วันหยุดกลายเป็นสิ่งที่คอยเฝ้าหา, และสัปดาห์สุดท้ายของเดือนคือสิ่งหล่อเลี้ยงชีวิต ชีวิตที่มนุษย์มีความหวังแบบเดือนต่อเดือน บ้างก็ 15 วันครั้ง มันช่างน่าเศร้าที่เค้าเหล่านั้นไม่สามารถมองอะไรได้ไกลยิ่งกว่าระบบฟาร์มเฟียตที่กำลังสูบเอาพลังชีวิตของเค้าอยู่

แต่ Bitcoiner ไม่ใช่แบบนั้น เรากำลัง “รวยขึ้น” เพราะเราทำตัว “จน” จนเรามีเงินเหลือเก็บออม เราอดมื้อกินมื้อ บางคนกิน 2 บ้างก็กินแค่ 1 มื้อต่อวัน, จากที่เฝ้ารอวันหยุด หลายคนกลับอยากทำงาน ทำงาน ทำงาน เพื่อนำเงินที่ได้ไปเก็บออม, เราเห็นคุณค่าในเวลาของเรามากขึ้น, เรามีเป้าหมายที่ยาวไกลกว่า 15 วัน, 1 เดือน หรือ 1 ปี เราคาดหวังจะทำให้โลกนี้ดีขึ้นได้ด้วยการมีเงิน มีแหล่งเก็บมูลค่าที่ไม่เสื่อมค่า ทำลายระบบฟาร์มแล้วกลับคืนสู่ทุ่งหญ้า ทุ่งแห่งอิสรภาพซึ่งมนุษย์ผู้หนึ่งจะดำเนินชีวิตภายใต้กฎของธรรมชาติ กฎแห่งกรรมอีกครั้ง

Stay humble and Stack sats

อยู่อย่างจน แล้วจะยิ่งรวย

ขอให้มีความสุขกับการเก็บเงินที่ไม่เสื่อมค่าครับ :)

GM ครับ ได้รับพลังแล้วเช้านี้ ^^

Replying to Avatar U

ถ้าคุณพบเห็นสิ่งเหล่านี้บน Nostr

ของชาว #siamstr คุณมาถูกที่แล้ว

- ตากแดดตอนเช้า

- ย่างเนื้อ

- กินไข่เกิน 2 ฟอง

- กินน้ำมันหมู

- กินเบียร์

- เดินเท้าเปล่า

- หลัง 4 ทุ่มไม่ค่อยมีข้อความภาษาไทย (คนไปนอนกันแล้ว)

- ส่งข้อความทักทายกัน GM / GA / GN / GD

- ใครก็ไม่รู้มาพิมพ์ตอบโพสของคุณ ทั้งๆที่ไม่รู้จักกัน ไม่ได้ follow กัน

- โพสยาวๆ ตัวหนังสือเยอะๆ

- ไม่มีดราม่าให้เสพย์

- ไม่มีโฆษณา

- ไม่มีข่าวดารา

มันช่างแตกต่างกับแพลตฟอร์มอื่นๆซะเหลือเกิน คนที่นี่บ้าไหมเนี่ย กินแปลกๆ ใช้ชีวิตแปลกๆ

มันเพราะ...

ที่นี่เราเป็นตัวเองในแบบที่เราอยากเป็น

ที่นี่คุณไม่ต้องพยายามเป็นคนอื่น เป็นใครก็ไม่รู้คนที่สังคมบอกให้คุณต้องเป็น

เพื่อความนิยม เพื่อยอด like ยอด share

ที่นี่ตัวตนที่แท้จริงของเรา ล้วนมีคุณค่ากับใครบางคน

เราส่งต่อความรู้สู่กันและกัน

ด้วยแนวคิด ”ไม่ต้องเชื่อ แต่ลองทำดูเอง“

ยินดีต้อนรับสู่การกลับมา...

“กลับมาเป็นคุณ คนที่คุณเคยอยากเป็น”

นี่แหละสิ่งที่ตามหา กำลังปรับตัวตามครับ 555

Replying to Avatar Tungkukk🇹🇭

#siamstr nostr:npub1mqcwu7muxz3kfvfyfdme47a579t8x0lm3jrjx5yxuf4sknnpe43q7rnz85 วันนี้วันเกิดพี่ตั้ม

ผมอยากเชิญทุกคนมาอวยพรครับ ใช่ครับ อวยพรผมหน่อย ขอบคุณครับ

HBD พี่ตั้ม แฮปปี้ๆนะค้าบ 🎂

Replying to Avatar sara21⚡

📒 📌

มีหลายคนเริ่มเปิดเรื่องการเข้ามาในหลุมกระต่ายสีส้มได้อย่างไรกัน

---

ผมขอโน๊ตไว้เผื่อลูกผมเข้ามาเจอใบทุ่งม่วงบ้าง

😅หวังว่าอย่างนั้น

.

สั้นๆ #btc >> gamefi >> defi >> nft >> #btc

.

จากความโลภกลายเป็นหลงเทคโนโลยี LN, #Nostr

.

ยับเยินสุด เงินลูก เงินพ่อ เอามาลงหมด รอดมาได้ยังไงก็ไม่รู้ 👻

.

.

ทั้ง timeline จริงๆไปศึกษา #bitcointalk อย่างหนังเข้าใจในเหตุและผล(แบบเข้าใจโครงสร้าง) แต่ตายด้วยความโลภล้วนๆ

.

จนวันที่ Luna ระเบิด 💥เห็นความอลหม่านคนหนีกันจ้าละหวั่น ไต่ขึ้นยอดพีระมิดคืแ #btc

ตาสว่างครับ layerd money จากอดีต-ถึงอนาคต

..

หวังว่านี่คงเป็นที่สุดท้าย จะได้มีเวลาอยู่กับครอบครัว กับทักษะที่เราสนใจจริงๆซะที

#sara21 #siamstr

Luna ผมโชคดีไม่ได้เข้าไป แต่ช่วง Titan ของ Matic ระเบิดผมก็หนีตายเอาตัวรอดออกมา มีเจ็บบ้าง

Replying to Avatar chontit

เมื่อ 2-3 วันก่อนเห็นหลาย ๆ ท่านได้มาเล่าประสบการณ์เส้นทางการเข้ามาสู่โลกของ “บิตคอยน์” กัน .. ผมก็อยากจะขอแปะเป็นโน๊ตไว้บ้าง เผื่อในอนาคตกลับมาอ่านจะได้ยังรู้สึกว่าสิ่งนี้มันมีเรื่องราวนะ อิอิ 😁🧡🙏

ก่อนอื่น .. ถ้าคุณไม่ใช่ชาวเนิร์ด พวก Geek หรือคนที่มองโลกด้วยภาษา C แล้วล่ะก็…. คุณอาจจะเข้ามาด้วยผลกำไรอันล่อตาล่อใจจากคำว่า “ลงทุนในคริปโต” เหมือนผมแน่ ๆ 5555 😎

.

จุดเริ่มต้นของผมในโลกของบิตคอยน์ก็เช่นเดียวกัน .. ผมเริ่มต้นจากการหลงไปในคำพูดสวยหรูว่า "ลงทุนในเหรียญดิจิตอลเป็นอนาคตการเงินของโลก 👍" และได้เข้าสู่โลกของคริปโตเคอเรนซี่เต็มตัวเมื่อวันที่ 9 เมษายน ค.ศ.2021 เวลา 16:57:46 ซึ่งเป็นธุรกรรมแรกบน Bitkub และเหรียญที่ซื้อก็ คือ "USDT" ด้วยตอนนั้นยังไม่มีมีความเข้าใจแม้แต่น้อยว่าแต่ละเหรียญคืออะไร ทำหน้าที่อะไร .. ไม่รู้แม้กระทั่ง USDT มันก็คือ Peg กับเงินดอลล่าร์สหรัฐ ซึ่งไม่มีทางได้กำไรเป็น Order of Magnitude แน่ ๆ 55555 🥹

หลักจากนั้นไม่นานผมก็ไปหลงไหลในบรรดา "Shitcoins" ทั่ว ๆ ไป เพราะความรู้สึกที่ว่า "บิตคอยน์ราคาเป็นล้านบาท .. ถ้าเหรียญที่เราถือราคาแค่ไม่กี่ร้อยบาทตอนนี้มีราคาพุ่งไปเป็นล้านบาทบ้างละก็ .. สบายเลย" ผมก็เลยเก็บไว้ชะหลายเหรียญเลยแหละ กะว่าขึ้นสักเหรียญก็สบายละ 😏

ซึ่งเป็นความคิดที่แม่งโครตรปัญญาอ่อน คิดยังไงก็ไม่มีความฉลาดหลงเหลืออยู่เลย 5555 🤣

ระหว่างนั้นผมก็ไม่ได้ซื้อมาขายไปเป็นเดย์เทรดนะ มีเวลาว่างก็ไปตาม Youtuber บางช่อง ตามเพจในเฟชบุ๊ค และก็ไปศึกษา Defi เหมือนกับคนอื่นเค้า ... และก็ได้ไปทำฟงทำฟาร์มอะไรเล่น ๆ (ก็ไม่เล่นหรอกนะ ทำฟาร์มจริงจังเลยนี่แหละ)

Pancake, Definix, Six, Warden พวกนี้ คือ ฟาร์มหลักของผมเลย คู่เหรียญ Finix-WBNB มี %APR เป็น 100++ ยังไม่พอนะ .. บางส่วนแบ่งไปฝากไว้ใน Binance อีก เหรียญไหนกำไรดี ไปซื้อมาฝาก ๆ ๆ ๆ ... ถ้าเป็นแบบนี้ทำฟาร์มแค่ปีเดียวก็สบายละ แค่คิดก็เตรียมตัวลาออกจากงานประจำเลย (แต่เดชะบุญยังดีที่ไม่ลาออก 555)😊

อีกอย่าง .. เนื่องจากผมพอใช้ MS Excel เป็น ก็เลยทำตารางบัญชีซื้อขายด้วยมือเองทั้งหมด และก็จะเห็นว่าเหรียญไหนเราซื้อไปเท่าไหร่ กำไรเท่าไหร่ ขาดทุนเท่าไหร่ ทำเป็นกราฟ PNL สวยงาม ส่วนของ Defi ก็มีช่องบอกว่ากำไรวันละกี่บาทด้วย นั่งอัพเดทไฟล์ excel ตามราคาตลาดทุกวัน ทำแบบนี้ประมาณ 7-8 เดือน ... ก่อนที่จะรู้จักบิตคอยน์ 🙏🧡

.

ยอมรับว่าช่วงที่ราคาไปพีคสุด ๆ ตอนต้นเดือน พ.ย. ปลายปี 2021 ช่วงนั้นก็เริ่มเห็นคลิปอาจารย์ต๊ำโผล่มาบ้างละ พอลองฟังก็ฟังได้ไม่นานหรอก เพราะคลิปแกยาวเหลือเกิน 😁 และก็ได้ฟังคำเตือนของอาจารย์เองว่าตลาดจะเป็นยังไงต่อไป ... ด้วยความมั่นใจในศักยภาพของ Shitcoins ทั้งหลาย ผมก็เลยยังถือมันไว้แบบนั้นแหละ 55555 แต่ก็มีอะไรบางอย่างดลใจให้เริ่มฟังคลิป CDC Bitcoin Talk โดยเริ่มฟังที่ตอน #51 : Welcome welcome! (05/01/2021) และมันสนุกดีเว้ยยยย ... อีกอย่างผมเป็นคนที่สนใจเรื่องคอมพิวเตอร์อยู่แล้วเป็นพื้นฐาน จึงไล่ฟังมาเรื่อย ๆ เลย โดยเฉพาะตอนที่เกี่ยวกับ Technical ผมฟังประมาณตอนละไม่ต่ำกว่า 3 รอบ จนกว่าจะเข้าใจ

.

เมื่อตลาดหมีมาเยือน จาก Portfolio ที่กำไรเกือบ 60% ตอนพีค ๆ ... เริ่มลงมาเท่าทุน .. และก็เริ่มเป็นขาดทุน 😰 จนเมื่อถึงประมาณเดือน พ.ค.ปี 2022 ผมก็ตัดสินใจ Cut Loss เหรียญขยะทั้งหลายเป็นบิตคอยน์ทั้งหมด และไม่ลืมที่จะทำตาราง PNL เพื่อดูว่าขาดทุนจากความโง่ของตัวเองไปเท่าไหร่ รวม ๆ แล้วก็ประมาณ 2 พันดอลล่าร์แหะ (สำหรับบางคนอาจจะดูไม่เยอะหรอก แต่เงินนี้มันคือประมาณ 70% ของเงินเก็บของครอบครัวเราแหละ .. น้ำตาซึม) 😭

แต่ยอมรับว่าช่วงนี้พลพลนะ (ยังยิ้มได้) อาจเป็นเพราะเราไหวตัวทัน โดยใช้เวลาช่วงต้นปี 2022 ศึกษาบิตคอยน์อย่างจริงจัง ... จนพอเข้าใจถึงพื้นฐาน ความแข็งแกร่ง และอนาคตของบิตคอยน์แล้ว และหลังจากนั้นก็เป็นช่วงตลาดหมีเต็มตัว เราก็ทำได้แค่ stack sat ไปเรื่อย ๆ หากมีเงินก้อน หรือเงินเดือนหลังหักหนี้บัตรเครดิตเรียบร้อยแล้ว ก็เอาไปซื้อบิตคอยน์เก็บ ๆ ๆ ๆ ไว้ก่อน และก็ใช้เงินดำรงชีวิตเท่าที่เหลือติดบัญชี

จากยอดดอยเดิมที่สูญเสียไปกับค่าบทเรียน Shitcoins อันทรงเกียจแสนแพงอยู่ที่ประมาณ 58,000 usd/btc ตอนนี้ลงมาเหลือ 44,000 usd/btc แล้วแหละ พร้อมกับความเข้าใจอันแท้จริงที่เกิดจากการลงลึกไปหลุมกระต่ายกับพวกเราชาว Bitcoiner 🧡😊

ถึงแม้ว่าราคา ณ ตอนนี้จะขึ้นมาชะเยอะเชียว แต่ผมกลับอยากเห็นราคา 15,000 - 20,000 อีกครั้ง เพราะได้ sat เยอะดี 555

.

สุดท้ายนี้ต้องขอบอกว่า .. ขอบคุณอาจารย์ต๊ำผู้ซึ่งนั่งพูดถึงบิตคอยน์เป็นปี ๆ โดยไม่เหนื่อย ขอบคุณประสบการณ์การขาดทุนที่ผ่านมา ขอบคุณตัวเองที่ไม่ยอมแพ้ และขอบคุณทุก ๆ อย่างที่ส่งผลให้ผมหันมาศึกษาและเข้าใจบิตคอยน์ อีกทั้งต้องขอบคุณ "ครอบครัว 👨‍👩‍👧" ที่ยอมรับในผลของการกระทำโดยที่ไม่กล่าวว่าร้ายหรือซ้ำเติมที่ผมเอาเงินครอบครัวไปทำติดลบ 70% ... และหวังว่าวันนึงภรรยาผมจะหลงเข้ามาในทุ่งม่วงและเธอก็น่าจะได้มาอ่านโน๊ตนี้ของผมเนาะ 👩‍❤️‍👨

สุดท้ายนี้ (อีกที) .. มีคำกล่าวที่ว่า "ทุกคนจะได้บิตคอยน์ในราคาที่เหมาะสม" เป็นคำพูดที่ไม่เกินจริงเลย 🧡

#siamstr

ขอบคุณประสบการณ์ดีๆค้าบ

ผมก็เข้ามาช่วง 2021 เหมือนกัน ตอนตลาดบูมๆ

ประสบการณ์ใกล้เคียงกันเลย

แต่ไปลง Defi นี่เจ็บสุดละ เล่นกับเหรียญคนไทยทั้งนั้น 555

หลังจากนั้นก็ Cut Loss เข้าบิตคอยน์หมดเลย

คิดย้อนกลับไปก็ตลกตัวเองเหมือนกัน