Avatar
Noonim
cf6f094668344b08b596f1d23eb5ed741cf280f30047c690ecfb6b0901a7e753
Bitcoiner🧡🐇

ไม่ป่วยๆ พี่พงแข็งแรง😁😁

โอเคค่ะ พ่อน้องออมสินชื่อแอนท์ จำได้ละๆ😁😁

Replying to Avatar Panai Lawasut

#east101 ทำให้ฉันหดหู่

ผมเดาไว้แต่แรกว่า jakk ตั้งใจจะเขียนรีวิวงานมีทอัพเป็นคนสุดท้าย ซึ่งผมเองก็คิดจะรีบเขียนก่อนอยู่แล้ว แต่เอาเข้าจริงๆมันไม่สามารถเรียบเรียงความรู้สึกและเรื่องราวทั้งหมดในหัวได้ มันมากมายจริงๆ

แล้วตา jakk ดันใช้ข้ออ้างว่ากลัวลืม!..เขียนออกมาก่อนอีก ฉันรู้นะว่านายตั้งใจจะให้เกียรติฉันได้เขียนเป็นคนสุดท้าย ไม่อยากจะมาแย่งซีนสินะ

ไม่โกงละกัน คอมเมนท์ตอบไปแบบที่นายชอบทำนั้นแหละ 55555

มันคงจะไม่ใช่การรีวิวงาน หรือเล่าบรรยากาศงาน ผมคิดว่าคำพูดของผู้จัดมันไม่มีน้ำหนักในเรื่องนี้ (ไม่อยากเรียกผมกับแชมป์ว่าเป็นผู้จัดเลย แต่ข้ออนุญาตละกัน มันเข้าใจง่ายดี)

แต่ผมอยากเล่าความรู้สึก ความคิด และภาพในหัวผมทีเกิดขึ้นหลังจากได้มีส่วนร่วมกับเรื่องนี้มากกว่า

หลังจากงาน #korat101 จุดกระแสมีทอัพของคอมมูด้วยคนแค่ 4 คน มันอิมแพคมาก โคตรอิมแพคจนขนาดที่ผมคะนองไปเร้าประธานซุป ให้จัดมีทอัพภาคตะวันออก แล้วพ่อเจ้าพระคุณรุนช่องซุปก็คงคะนองพอกัน ตอบตกลง!! แล้วแทบจะนัดเจอกันภายในอาทิตย์นั้นเลย

สารภาพตามตรง ในหัวผมมันกำลังคิดว่า ฉิบหายละ!! จริงๆตอนที่ทักประธานซุปไป เราแค่อยากหาคนคุยด้วยแค่นั้นเอง จากความอยากที่จะได้เป็นผู้ร่วมงาน เราต้องกลายเป็นผู้จัดงานรึนี่

มันเดาได้อยู่แล้ว ถ้าภาคตะวันออกจุดที่เหมาะสมก็น่าจะเป็นชลบุรี และถ้าเป็นชลบุรีมันเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้วที่คนชลบุรีต้องช่วยดำเนินการเรื่องต่างๆ

ผมอยากออกตัวนิด ผมนับถือผู้ที่เก่งเรื่องการจัดอีเว้นท์มาโดยตลอด เพราะเป็นเรื่องที่ผมไม่ถนัดเลยแม้แต่นิดเดียว ผมไม่ชอบเจอคน ผมไม่ชอบต้องประสานงานกับคนเยอะแยะ หลักๆคือวิธีคิดของเราไม่ค่อยตรงกับคนอื่น คุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง แล้วผมเป็นประเภทอึดอัดมากถ้าต้องอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่เป็นไปตามแผน ซึ่งงานอีเว้นท์ทุกๆงานมีเรื่องพวกนี้ตลอดเวลา

แต่ความอยากเจอทุกๆคนในคอมมู มันมากเสียจนผมสามารถมองข้ามความเอาแต่ใจของผมในเรื่องนี้ไปได้แบบสบายๆ

และผมก็รู้แน่ๆว่าผมมีบิทคอยเนอร์น้องรักที่มันบ้า และก็รักคอมมูพอๆกับผมอยู่คนนึง ที่มันพร้อมร่วมหัวจมท้ายไปกับผมแน่นอน

แชมป์ตอบตกลงผมทันทีโดยไม่ลังเล ชนิดที่ว่าผมเห็นภาพแววตาเป็นประกายของมันทั้งๆที่คุยกันผ่านโทรศัพท์

เราปรึกษากันทุกเรื่อง มันมีหลายอย่างที่ต้องชั่งใจ มันมีบางจุดที่ถ้าเราเลือกแบบนี้ มันจะต้อง trade off กับแบบนั้น แล้วเราไม่มีทางรู้หรอกว่าแบบไหนมันดีกว่า มันมีประโยคนึงที่แชมป์มันพูดแล้วเหมือนปลดล็อกความกังวลที่อยู่ในใจผมทั้งหมดออกมา

“พี่…ถ้าพี่จะเอาอะไรผมเอาด้วยหมดเลยนะพี่ พี่ตัดสินใจได้เลย”

มันเป็นบทสนทนาที่..อยู่ดีๆมันก็โทรมา พูดแค่นี้ แล้วก็วางสายไป มันเหมือนอ่านใจผมได้

เราประชุมกันกับทีม RS อยู่หลายครั้ง ผมพบว่ามันทำให้ผมสบายใจขึ้นทุกครั้ง เรารู้ได้เลยว่า เราคิดไปเองว่าเราต้องเป็นตัวตั้งตัวตี แต่ไม่เลย ทีมงานทุกคนช่วยกันออกความเห็น ทุกๆไอเดียในงานที่เกิดขึ้นล้วนเป็น consensus ของที่ประชุม ช่วยกันคิดแม้กระทั่งเราจะปั่นกระแสใน #Siamstr ยังไงดีให้มันกลายเป็นที่ถูกพูดถึง ปั่นกันไปยันรายการ bitcoin talks ของอ.ต๊ำเลยทีเดียว มันแปลว่าเรารับผิดชอบร่วมกันอยู่ มันทำให้ผมรู้สึกสบายใจ ถึงกับต้องเข้กกบาลตัวเองที่มัวแต่กังวลอะไรหนักหนา

แต่สิ่งที่ทำให้ผมเห็นมากกว่านั้นคือ structure ในการเป็นผู้ provides แหล่งความรู้ ที่วางไปถึงระดับ local ของทีม RS โดยที่ jakk เป็นคนเล่าเรื่องนี้ให้ผมฟังตั้งแต่การประชุมครั้งแรกๆของเรา

เหนือชั้นมาก ถูกที่ถูกเวลา jakk รู้ว่าควรจะคุยเรื่องนี้กับใครตอนไหน เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของทีม tricker..ตัวนี้ทริกผมเต็มๆ แม้ว่าไม่ต้องเล่าเรื่องนี้เยอะ ผมรู้ได้ทันทีว่าเป้าหมายจริงๆของมีทอัพครั้งนี้คืออะไร

ถ้าจะให้ผมพูดง่ายๆ

#east101 ที่คุณว่าใหญ่เกินกว่าที่มีทอัพทั้วไป

#korat101 ใหญ่กว่า!!.. และจะใหญ่ที่สุดตลอดไปในเชิงกลยุทธ์

อ้าว..นี่กุเป็นเครื่องมือของแจ๊คสินะ นี่กุเป็นเหยื่อที่เดินมาหยิบกินก้อนขนมปังที่ jakk วางไว้ใช่มั้ยจริงๆจะมองอย่างนั้นก็ได้ถ้าคุณเชื่อว่า jakk ทำเพื่อประโยชน์ส่วนตัว

“Unfait..เราต้อง unfiat ให้กับคนรุ่นต่อจากเรา” jakk พูดประโยคประมาณนี้บ่อยมาก ถ้าคุณไปงานมีทอัพแล้วนั่งฟังเค้าเล่า คุณจะได้ยินคำนี้บ่อยมาก และมันเป็นแนวความคิดเดียวกันกับผมตั้งแต่ผมฟังอ.ต้ำจนสมาทานปรัชญาของบิทคอยน์ใหม่ๆ

แต่ action ของเราต่างกันราวฟ้ากับเหว ผมทำได้แค่ป้ายยาส้มคนรอบตัว เอาปรัชญาบิทคอยมาใช้ในองค์กร และคอยเชียร์อ.ต้ำอยู่ห่างๆ โดยหวังว่า วันนึงความรู้ความเข้าใจที่อาจารย์เผยแพร่จะออกไปสู่วงกว้าง และยั่งยืนไปอย่างน้อยถึงรุ่นลูกของผม 2 คน

แต่ jakk ลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรมและมีกลยุทธ์ มองไกล เป้าหมายใหญ่ ชัดเจน และถ้าสำเร็จมันจะยั่งยืนพอๆกับอายุของบิทคอยน์เลย

และดูจากเส้นทางแล้วแม่งโคตรเหนื่อยเลย แต่ jakk ทำ.!!!

ยกตัวอย่างง่ายๆ คุณรู้กันไหมว่าในวันงาน jakk เค้าคิดไว้เกือบหมด ว่าในงานควรจะต้องมีใครบ้าง ต้องสร้างสถานการณ์ให้ใครคุยกับใคร และ jakk เองจะต้องเล่าเรื่องอะไรกับใครบ้างในงาน

เรื่องนี้ละเอียดยิบในทางปฏิบัติ และผิดแผนเอาง่ายๆ jakk ทำได้ทั้งๆที่มีแอลกอฮอล์ในตัวมากกว่าเลือด

ทันทีที่ผมเข้าใจเป้าหมายหลักอันนี้ของ RS ได้ผมรู้สึกตัวเล็กไปเลย พูดตรงๆสนับสนุนเรื่องเงินนิดหน่อยมันเป็นเรื่องง่าย แต่การเสียสละเอาตัวเข้าเเลกอย่างที่อ.ต้ำและ RS ทำมันไม่ใช่เรื่องที่คนทั่วไปจะตัดสินใจทำได้

และมันเป็นการสร้างคุณค่าที่แท้จริง..!!!

“เพราะฉะนั้นถ้า RS จะวางก้อนขนมปังไว้ตรงไหนก็รีบไปวางเลย ใครไม่เดินตามไปเก็บ ฉันจะไปเก็บมันเอง”

ฉันก็อยากเป็นคนนึงที่สร้างคุณค่าที่แท้จริงให้กับคอมมูเหมือนกัน

ทำแบบนี้บางคนอาจมองว่าเป็นการแทรกแซงตลาด พยามเร่งตลาด ไม่ปล่อยให้คอมมูมันโตไปแบบออแกนิก มันไม่ตรงกับแนวคิดที่เราสมาทาน

ผมอยากชวนมองอย่างนี้ ต่อให้โลกนี้ไม่มีอ.ต้ำ มันก็จะมีคนอื่นลุกขึ้นมาทำ ต่อให้ไม่มี jakk วันนึงมันก็คนแบบ jakk มาช่วยอาจารย์ ไม่ว่ายังไงวันนึงมันก็จะมีมือที่มองไม่เห็นมาเร้าให้สถานการณ์อย่างทุกวันนี้ เกิดขึ้นอยู่ดี

สิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้วในวันนี้มันออแกนิกมาก และพวกเราโชคดีมาก ที่ปัจจัยทุกอย่างนี้เกิดขึ้นแล้วในช่วงชีวิตของเรา เกิดบนภาษาเดียวกับเรา

ให้ผมเทียบโอกาสให้ดูเล่นๆ ถ้าคนอย่างอ.ต้ำ มี 1 ในล้าน และคนอย่าง jakk มี 1 ในล้าน โอกาสที่จะมีสถานการณ์แบบวันนี้ ก็ 1 ในล้านล้าน แล้ว ยังไม่นับรวมกับโอกาสที่จะมีคนโคตรคุณภาพทุกคนใน RS อีก ไม่รู้มันจะต้องโชคดีขนาดไหนถึงจะมีปัจจัยแบบนี้ในช่วงชีวิตเรา

วันนี้ผมมีความรู้สึกว่าผมได้มีส่วนร่วมในการสร้างคุณค่าที่แท้จริงขึ้นมาบ้างแล้ว

มันมีรางวัลตอบแทนที่หาค่าไม่ได้ ที่ผมได้รับในทันที หลายคนเป็นห่วงว่าผมจะเหนื่อย ไม่สนุกกับงาน ผมขอบคุณความห่วงใยนี้จากใจจริง แต่ผมจะเล่าความรู้สึกจริงๆของผมให้ฟัง

ตลอดเวลาตั้งแต่เริ่มชวนประทานซุปจัดงานจนถึงงานเริ่มจริง ผมมีความรู้สึกอิ่มเอมใจแบบบอกไม่ถูก มันรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้คุยกับ RS มันเหมือนว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของเค้า เราให้ความช่วยเหลือเค้าได้

มันรู้สึกดีทุกๆคอมเมนท์ ทุกๆ zap เวลามีคนรีแอ็คชั่นกับโน้ตชวนเข้าร่วมงานของเรา

มันรู้สึกดีมากเวลาเห็นว่ามีคนยกมืออยากมาร่วมงานกับเราจริงๆ

มันสนุกเหลือเกินที่ได้วางแผนงานและคิดภาพวันงานจะออกมาเป็นยังไงอยู่ตลอดเวลา

ความรู้สึกว่าเราค่อยๆได้สร้างคุณค่ามันมีมาเรื่อยๆตั้งแต่ยังไม่ถึงวันงานเลย

ถึงในวันงานจริงผมได้รับคำขอบคุณตลอดเวลาไม่ว่าจะเดินไปตรงไหน และทำอะไรอยู่ก็ตาม และสัมผัสได้เลยว่าเป็นคำขอบคุณที่มาจากใจ รู้มั้ยว่าผมน้ำตาจะไหลทุกครั้ง มันรู้สึกว่าตัวเรามีคุณค่ากว่าที่เราให้ตัวเองเสียอีก

ลองคิดดูว่าในสังคมปกติ ผมเป็นแค่พ่อค้าขายขนมคนนึง และผมก็ได้รับการปฏิบัติแบบพ่อค้าคนนึงนั้นแหละมาโดยตลอด

แม้แต่อ.ต๊ำเอง ที่เดินมานั่งร่วมวงกับผม ทั้งๆที่วงที่ผมคุยด้วยส่วนใหญ่จะเป็นสิงห์รมควัน และก็รู้กันดีว่าอ.แกแพ้เกสรดอกไม้ และแกเองก็ขี้เขินไม่ต่างจากผม ใครจะว่ายังไงไม่รู้ แต่ผมเหมือนได้เจอไอดอล ชีวิตนี้ฉันตายได้แล้ว (ขออนุญาตคิดไปว่านี่ไม่ใช่แผนการของ jakk ละกัน)

ความประทับใจทั้งหมดผมบรรยายไม่ออกเลย

ถ้าวันนี้ลูกชายผมถามกับผมอีกครั้งว่า “best day ever ของพ่อเป็นวันไหน?”

ผมตอบว่าวันนี้ได้ทันทีแบบไม่ลังเลเลย

สิ่งที่วัดความสุขมหาศาลของผมได้ก็คงหลังจาก

ผมได้กอดอ.ต๊ำเพื่อล่ำลากัน (มีเสียง อ.โบว์ บอก”ขนลุก”อยู่ห่างๆ)

วินาทีที่ผมเห็นอ.ต๊ำ อ.โบว์ ขมิ้น ขิงขิง ค่อยๆเดินจากไป มันเริ่มมีความรู้สึก”หดหู่”โชยขึ้นมาเบาๆ

ความรู้สึกนี้มันค่อยๆเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่มีใครคนนึงเดินมาล่ำลากัน มันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆยันบทสนทนาสุดท้ายของ 3 คนสุดท้าย ผม แชมป์ และ jakk ที่ลากันไปนอนตอนตี 4 ครึ่ง

ผมตื่นมาอีกวันตอน 7 โมงครึ่ง ด้วยความรู้สึกหมองๆที่ยังตกค้างจากเมื่อวาน พร้อมกับความคิดที่ว่า วันนี้แล้วสินะที่ต้องจากลากัน

แม้ว่าอีกวันจะมีความวุ่นวายอีกนิดหน่อยที่ผมต้องจัดการ แต่ความยุ่งนี้ก็ไม่ได้ช่วยให้ความหดหู่พ้นไปจากความรู้สึกผมแม้แต่วินาทีเดียว

ช่วงเวลาสุดท้ายเราอยู่กันที่ร้านผมเอง ที่ที่ผมพยามตักตวงความสุขจากเวลาที่น้อยลงเรื่อยๆ กลับกลายเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ความหดหู่ในใจผมมากขึ้นเรื่อยๆ

ท้ายที่สุดตอนผมล่ำลากับเพื่อนรัก 2 คนและแชมป์ หลังจากไปทานข้าวกัน ความหมองหม่น มืดมัว หดหู่ มันพรั่งพรูประเดประดังกันมาจากไหนไม่รู้ ผมขับรถกลับบ้านคนเดียวพร้อมกับน้ำตา

มันเป็นอย่างนี้ได้ยังไง มันควรจะเป็นช่วงเวลาที่เราจะรู้สึกสบายใจ และได้พักผ่อนจากงานที่เหน็ดเหนื่อยไม่ใช่รึ

ความคิดมันพาผมไปเรื่อย เราจะมีโอกาสได้รับเกียรติขนาดนี้อีกรึ

“jakk นั่งรถทัวร์มาจากบุรีรัมย์”

“ จิงโจ้ขึ้นเครื่องมาจากขอนแก่น”

“อ.ต๊ำและครอบครัว มาใช้เวลาอยู่กับเราทั้งที่วันนั้นเป็นวันพิเศษของแก”

“พี่เดชาเลื่อนงานสำคัญกับลูกชาย”

“หลามที่มีสอบในวันพรุ่งนี้”

“ต้าและทีมที่โคตรคิวทอง”

“น้องรักผมที่ลงเครื่องมาจากจีนก็รับดิ่งมางานทันตอน3ทุ่ม”

ไม่ว่าผมนึงไปถึงใครทุกคนมี trade off ที่ยอมแลกกับการมาเจอกัน เหมือนที่เอ็มและทุกๆคนเล่ามาทั้งนั้น

“นี่เราจะมีโอกาสพบกับสิ่งนี้อีกสักครั้งในชีวิตมั้ย”

ความรู้สึกผมเหมือนเพิ่งโดนบอกเลิก เหมือนจริงๆ มันหดหู่ มันดิ่ง มันพาผมน้ำตาไหลจนถึงบ้านเลย

นี่เราคงได้รับความสุขมหาศาลจนเมื่อมันจบลงกลายเป็นจะรับมันไม่ได้สินะ

ผมเข้าใจดีว่าอะไรเป็นอะไร แต่อารมณ์ที่เกิดขึ้นมันก็เป็นไปตามเหตุปัจจัยเช่นนั้นแหละ เราทำได้แค่เฝ้ามองดูมัน

ทุกความรู้สึกค่อยๆดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป และถูกเยียวยา เมื่อผมได้ค่อยๆมาไล่อ่านโน้ตรีวิวของทุกคนอีกครั้ง

จนถึงโน้ตนี้ของ jakk ก็ทำผมน้ำตาซึมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ผมใจฟู อิ่มเอม และมันจะอยู่ในความทรงจำผมตลอดไป

อันที่จริงความรู้สึกที่ได้จากงาน #east101 นี้ ไม่ว่าจะออกมาเป็นยังไงก็แล้วแต่ คงไม่ใช่ตัวชี้วัดความสำเร็จของงาน

แต่คงเป็นผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ต่างหากล่ะ ที่จะเป็นตัวบอกว่า jakk วางขนมปังไว้ถูกที่มั้ย และผมเก็บมากินหรือว่าโยนมันทิ้งไป

“ผมรู้สึกเป็นเกียรติมาก จากใจจริง ขอบคุณทุกๆรีวิว ทุกๆคำขอบคุณ ทุกๆความห่วงใย มันมีความหมายกับผมมาก”

ผมทำงานของผมเสร็จแล้ว….

RS ยังมีงานต้องทำอีกเยอะ

ถ้าวันที่ลูกผมโตขึ้นมาแล้วยังต้องมาถามผมว่า บิทคอยน์คืออะไร ผมถือว่าเป็นความผิดของ RS แล้วนะ

#Siamstr #siamstrog

ปล.แม่งยาวจัด โดน muted แน่นอน

ปล2.สำหรับคนที่อยากรีโพส ผมขอบคุณมาก แต่ฝากทิ้งเวลานิดนึง ไม่งั้นถ้ามาติดๆ คนที่อ่านแล้วหรือไม่อยากอ่าน ต้องไถกันมือถลอกแน่นอน

ปล.3 แชมป์แม่งเสนอที่จัด #east201 มาแล้วนะ 555555 nostr:note1jgf9t8slvv46d5rf3g4kwtg7dxtukccvkeldxmqwkjz494xaunuqh0lkp7

ขอบคุณมากๆเลยนะคะ เป็นงานที่ยอดเยี่ยมจริงๆ 🥰🥰

Replying to Avatar A Ant Mod

#east101 คือครั้งแรกของผมกับการได้พูดคุยกับบิตคอยเนอร์ตัวเป็นๆ ขอร่วมแชร์ประสบการณ์ผ่าน note นี้ เพื่อเก็บเป็นความทรงจำอันล้ำค่าของผมด้วยครับ

วันที่ 2 ธันวาคม ผมออกเดินทางจากฉะเชิงเทราพร้อมกับเมียและหมาตัวน้อย เพื่อเข้าพักที่โรงแรมแถวพัทยาเหนือ หบังจากเช็คอินและนั่งเล่นกับเมียซักพักก็ขอตัวออกมาเพื่อไปที่ dojo แต่ก่อนจะเดินออกไปจากห้องพัก

เมียถามว่า "จะกลับกี่โมง"

ผมตอบกลับ "คิดว่าประมาณ 4 ทุ่ม" (เนื่องจากไม่เคยเจอหรือรู้จักใครเลย คิดว่าน่าจะกลับไว)

จากนั้นผมก็รีบขับรถมาที่ dojo ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที

หลังจากจอดรถเสร็จ ผมเดินเข้าไปที่ dojo แบบงงๆพลางคิดในใจว่า"กุจะพูดไรดีวะ" ไปถึงผมก็สวัสดีทักทายพี่ๆและทีมงานRS รวมถึงจารย์ตั้ม ผ่านไปไม่ถึง2วิ พี่ตั้มก็เข้ามาทักทายผมทันทีพร้อมกับบอกให้ผมเข้ารอในห้องแอร์ก่อน (บอกตรงๆว่าถ้าพี่ตั้มไม่เข้ามาทัก ผมก็อาจจะยืนงงในดง rightshift อีกซักพักเลยละครับ🤣)

หลังจากเดินเข้าไปในห้อง ด้วยความที่ยังเขินๆอยู่ตอนแรกจะตรงไปกินเบียร์แต่ลืมไปว่าต้องขับรถกลับเองด้วยเลยเลี้ยวไปหยิบคุกกี้ตรงข้างๆตู้เกมส์กินแก้เขินไปก่อน ซักพักก็มีพี่เต้กับน้องอิสเข้ามาเล่นเกมส์ข้างๆผมเลย ผมเลยถือโอกาสแจมด้วยไปหนึ่งเกมส์ พร้อมกับแนะนำตัวเองกับพี่เต้และน้องอิส (ในเกมส์โดนพี่เต้ตบยับเลย 555)

หลังจากเล่นเกมส์เสร็จผมเห็นมีตั้งวงคุยกันที่โต๊ะกลางผมเลยไปนั่งแจมด้วย ทุกคนคุยอย่างเป็นกันเองมากผมเลยลองถามดูว่ามีใครมาคนเดียวบ้าง กลายเป็นว่าทั้งวงนั้นมาคนเดียวแทบทั้งหมด ทำให้ผมผ่อนคลายไปเยอะเลยว่าอย่างน้อยเราก็ไม่ได้บ้าที่มางาน meet up คนเดียว🤣

(ขอบคุณพี่นิว พี่นิ่ม ณภัทร พี่พฤก พี่บิว พัตเตอร์ พี่สมนึก พี่แสน น้องทอย และพี่ท็อป ที่ร่วมสนทนากันครับ)

ซักพักผมโดนประธานซุปที่เห็นว่าผมมาจากฉะเชิงเทราลากไปหาพี่เอิ้นผู้ที่นั่งยิ้มอยู่ตรงถังน้ำแข็งด้านนอก ทำให้ได้รู้ว่าพี่เอิ้นทำงานอยู่ในนิคมเวลโกลที่เดียวกับผมเลย (โลกมันช่างกลมจริงๆ🤣) พี่เอิ้นยังบอกว่าแกทำเทมเป้กินเองเพื่อเพิ่มโปรตีนให้ร่างกายโคตรเท่เลย

จากนั้นผมเดินเข้ามาเจอชายหนุ่มท่านหนึ่งคอยยืนมองดูว่ามีอะไรขาดเหลือภายในห้องรึป่าว ผมก็เข้าไปทักทายทำให้รู้ว่าคือพี่ปั๊บน้องพี่ปั้ม พูดคุยกันซักพักพี่ปั้มก็เดินผ่านมาพูดว่าให้ป้ายยาพี่ปั๊บด้วย และพี่ปั๊บก็ดูสนใจที่จะลองเล่น nostr ผมเลยให้พี่ปั๊บโหลด damus แล้วให้น้องมิวนิคช่วยสอนการสมัครและใช้งาน(ขอบคุณน้องมิวนิคมา ณ ที่นี้ด้วยพี่ใช้ damus ไม่เป็นจริงๆ😅) และได้พูดคุยกับพี่ปั๊บในเรื่องร้าน toffee cake และร่วมแชร์ประสบการณ์ที่ผ่านมาในชีวิต จนมีการถ่ายรูปหมู่ ผมจึงชวนพี่ปั๊บเข้าไปถ่ายรูปก่อน

หลังจากถ่ายรูปเสร็จผมก็นั่งคุยกับคนนู้นคนนี้ไปทั่ว คุยเรื่องบอลกับพัตเตอร์บ้าง คุยกับน้องมินบ้าง

จนสุดท้ายมาจบที่คุยกับพี่เต้ พี่เต้เล่าถึงช่วงที่แกผ่านช่วง HV รอบที่แล้วมา ทำให้ซึ่งแกเป็นสายขุดมาก่อน ทำให้ผมได้เห็นมุมมองของรุ่นใหญ่ ไว้เอามาเป็นแนวทางให้กับตัวเองได้ด้วย ในระหว่างนั้นพี่เดชาที่ live สภายาม่วงจบ ก็มานั่งกินยำอยู่ข้างผม หลังจากนั้นไม่นานพี่เต้ก็ขอตัวพาลูกไปนอนแล้วแกก็วาร์ปหายไป ทิ้งผมไว้นั่งอยู่กับพี่เดชา 2 คน🥲

ผมนั่งอยู่ข้างพี่เดชาซักพักพยายามนึกว่าจะคุยอะไรกับแกดีวะ จะชวนคุยเรื่อง LN สมองผมก็ความรู้น้อยเหลือเกิน จนสุดท้ายนึกไม่ออก เลยลองชวนคุยเรื่องที่ผมรู้ละกัน

คำถามแรกที่ผมคุยเลยกลายเป็นคำถามว่า "พี่เชียร์ลิเวอร์พูลป่ะครับ🤣🤣" กลายเป็นว่าผมชวนพี่เดชาคุยเรื่องบอลยาวๆเลย ซึ่งจากที่คุยกันทำให้ผมรู้ว่า นอกจากความรู้ด้านการแพทย์ การลงทุน และบิตคอยแล้ว ความรู้ด้านฟุตบอลที่แกมีก็ไม่ได้น้อยไปกว่ากันเลย ขนาดผมเชียร์ Spur ที่ฐานแฟนบอลในไทยโคตรน้อย แกยังเดาถูกว่าผมชอบ Spur เพราะนักเตะคนไหน (David Ginola คือนักเตะคนโปรดของผม) ผ่านไปซักพักพี่ตั้ม จารย์อาร์มและจารย์นิก ก็มาชวนพี่เดชาคุยเรื่อง nostr ผมก็นั่งฟังอยู่ด้วยจนพี่เดชาแกกลับบ้าน

หลังจากส่งพี่เดชาเสร็จผมเห็นมีการตั้งวงกันอยู่ด้านนอก ผมเลยเข้าไปแจมด้วย มีเอ็มเข้ามาทักทายผมโดยคิดว่าผมเป็นมือขวาพี่เดชา🤣🤣 (ดีที่ไม่ถามเรื่อง LN กับผม เพราะผมไม่ค่อยรู้เรื่องด้วย) หัวข้อสนทนาในวงก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพ การแต่งงาน การมีลูก เรื่องเครื่องบินรบของไทยเทียบกับชาติเพื่อนบ้าน รวมถึงจุดประสงค์ของการที่พี่ตั้มก่อตั้งRS โดยคุยกันยาวไปจนถึงประมาณเกือบตี1 พัตเตอร์เดินกลับมาจากทะเลแล้วชวนทุกคนไปเดินชิลที่ทะเลกัน ผมกับเอ็มผู้ต้องขับรถกลับไปพัทยาเหนือเหมือนกันมองหน้ากันแล้วบอกว่า "ไม่เกินตี2 เราจะกลับ"

หลังจากที่ไปยืนชิลคุยกันอยู่ริมทะเล พัตเตอร์ผู้ที่น่าจะเมาได้ที่แล้วก็เดินลงไปแช่น้ำในทะเล(ที่มาของรูปที่จับกลุ่มคุยกันริมหาดใน note พี่ตั้มนั่นแหละ) ให้ผมและเพื่อนๆหลายๆคนต้องคอยมองว่ายังอยู่มั้ย🤣 คุยกันไปซักพัก มีสัญญาณเตือนภัยของผมดังขึ้น หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู "เมียโทรมาตามว่าเมื่อไหร่จะกลับ แล้วบอกจะกลับ4ทุ่ม" ผมนี่เลิ่กลั่กเลย ตอนนั้นใกล้ตี2แล้วด้วย เลยพยายามชวนทุกคนเดินกลับไปที่ dojo โดยก่อนกลับผมนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ถ่ายรูปงานนี้เลย เลยชวนทุกคนมาถ่ายรูปร่วมกันหน่อย จากนั้นทุกคนก็กล่าวลาพร้อมกับแยกย้ายกลับไปนอน ส่วนผมถึงที่โรงแรมประมาณตี3 โดนมีตื่นมาบ่นซักพักแล้วก็อาบน้ำนอน แต่บอกตรงๆว่านอนไม่หลับเลย เหมือนยังอยากคุยต่อ🤣🤣

สุดท้ายนี้ต้องขอบคุณพี่ปั้มและพี่แชมป์ที่ทำให้งานนี้เกิดขึ้นได้ รวมถึงทีมงาน RS และพี่ๆเพื่อนๆทุกคน ที่มอบความอบอุ่นและบรรเทิงให้กับงานนี้โดยเฉพาะ DJ Tar พี่บอลและน้องมิน

หวังว่าจะได้พบกันใหม่ในโอกาสหน้าครับ ผมโคจรมีความสุขที่ได้พบกับทุกคนเลย👍👍👍

ปล. งานนี้ผมกะจะมาถ่ายรูปกับจารย์ตั้มแต่กลายเป็นว่าความสนุกทำให้ผมลืมไปเลยว่าจารย์ตั้มมางานนี้ด้วย รู้ตัวอีกทีคือจารย์กลับบ้านไปแล้ว555

ดีใจที่ได้เจอค่ะ พ่อน้องออมสิน(จำชื่อเจ้าตัวไม่ได้ จำได้แต่ชื่อลูกเค้าฮ่าาๆ)😄😄

ความรู้สึกเป็นยังไงนะ ใจฟูไหมคะ☺️☺️

Replying to Avatar PIGROCK

East101

ออกตัวกล่าวขอโทษไว้ก่อนเลยนะครับ

ถ้าผมลืมชื่อใครหรือพิมพ์ชื่อใครผิด_/\_

แต่ถึงผมจะจำผิด แต่ก็ไม่ลืมรูปร่างหน้าตาของพวกคุณแน่นอนครับ ถ้าได้เจอกันอีก ^3^

ณ one day esthetic เวลา 09.00 น.

ผมมาถึงงานคนแรก รอได้ไม่นานนัก

พี่ป้ำก็มา ตามด้วยคุณวูดดี้

ส่วนRSวิทยาเขตระยอง(หมอนิว น้องนิ่ม ซุป)ก็ตามมาติดๆ พร้อมๆกับพี่จตุพล คุณพรึก และคุณโบกับแฟน

นี่น่าจะเป็นสมาชิกกลุ่มแรกที่ล้อมวงนั่งคุยกัน

คุณโบกับแฟนรู้จักกับพี่แจ็ก(ตั้ม)มาก่อน แต่ยังไม่ได้หลงหลุมกระต่าย ..

พวกเราเริ่มบทสนทนาด้วยการให้คุณโบเผาพี่แจ็กให้ฟังรัวๆ เพื่อเป็นการจูนกัน หลังจากนั้นไม่นานสถานการณ์ก็มาอยู่ในจุดที่ คุณโบกำลังโดนป้ายยาจากทุกคน ตอนไหนก็ไม่รู้5555

การถามตอบไปมาระหว่างคุณโบกับเหล่าbitcoiner เป็นไปอย่างไหลลื่น(อาจมีช่วงที่ขรุขระไปบ้างแต่ก็ไม่ถึงกับสะดุดจนเกิดเดทแอร์) ถึงแม้คุณโบจะดูไม่ค่อยเข้าใจแต่ก็สนใจที่จะถามต่อ และเปิดรับฟังเรื่องราวและคำตอบจากทุกๆคน

10.00 น. ผู้ปกครองเริ่มพานักเรียนมาเรียนศิลปะกัน

หลายคนมองมาที่พวกเราด้วยความสงสัยว่า พวกมันคุยอะไรกัน แล้วก็เดินผ่านไป..

สิ่งนี้เป็นไปตามภาพที่ผมคิดไว้ ผมอยากให้คนที่ไม่รู้จัก bitcoin ได้เห็นว่า กลุ่มคนที่รวมตัวกันได้จากเรื่องของ bitcoin เค้าอยู่กันยังไง(ซึ่งผมก็ไม่เคยเห็นเหมือนกัน ก็ได้เห็นไปพร้อมๆกับพวกเค้าเลย555)

หลังจากนั้นพวกเราก็เริ่มมากันไม่หยุด การสวัสดี ถามชื่อ และพูดคุยกัน เริ่มเกิดขึ้นในทุกๆจุดของพื้นที่ มันเป็นภาพที่สวยงามมาก เหมือนกับเห็นดอกซากุระค่อยๆบานพร้อมกัน ผมไม่แน่ใจว่าเด็กๆและผู้ปกครองที่มาเรียนได้สังเกตเห็นภาพเหล่านี้ไหม แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว รอบๆตัวของพวกเค้าเลย

ไม่นานนักอาจารย์ตั๊มก็มาถึง ถึงแม้ผมจะคุยกับคนอื่นๆได้อย่างชิลๆ แต่เมื่อเจอกับอาจารย์ผมจะรู้สึกหวั่นไหวในการพูดคุยทุกที อาจเป็นเพราะผมคลุกคลีอยู่กับอาจารย์มาหลายปี อาบน้ำก็ได้ยินเสียงแก ขับรถไปทำงานก็เปิดฟัง ตอนกินข้าวก็ฟัง เสร็จงานกลับบ้านก็ฟัง ก่อนเข้านอนก็ฟัง อารมณ์มันเหมือนpoppy loveที่แอบชอบเค้าแต่ไม่กล้าบอก(เพลงพี่เสกต้องมาแล้ว โอ้ยกูพิมพ์อะไรนี่เขิลจังโว้ยยยยย55555)

กลุ่มพูดคุยมีการแยกตัว-รวมตัวกันสลับไปมาเป็นระยะ โดนที่มีสมาชิกหมุนเวียนเปลี่ยนถ่ายกันไปเรื่อยๆ ภาพเหล่านี้มันเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มาถึงจุดนี้ผมแยกไม่ออกแล้วว่า ใครเป็น bitcoiner หรือ ไม่ได้เป็น bitcoiner มันดูกลมกลืนชื่นมื่นเบิกบานไปหมด ทางนู้นดีดกีตาร์ร้องเพลงกัน ทางนี้สัมภาษณ์กัน ทางนั้นกำลังยืนพูดคุยกันใต้ต้นไม้ บางคนขึ้นไปดูงานศิลปะ บลาๆ

เมื่อถึงเวลา 13.30 น. พวกเราก็เคลื่อนตัวออกจาก one day esthetic เพื่อไปยัง dojo poolvilla

ผมมาถึงคนหลังๆ ภาพแรกที่ผมเห็นคือ พี่แจ็กยืนโบกไม้โบกมืออยู่เพื่อส่งสัญญาณให้กับเพื่อนๆที่มาทีหลังว่า ที่พักของพวกเราอยู่ตรงนี่

เมื่อผมเดินเข้าไปถึงที่พัก ทุกคนต่างมีกิจกรรมกันหมดแล้ว บางกลุ่มชอบแทงพลูก็ไปรวมกัน บางกลุ่มเล่นเกมตู้อาเขต บางกลุ่มเล่นน้ำกัน บางกลุ่มกำลังเตรียมย่างเนื้อ บางกลุ่มประกอบถังเบียร์คราฟอยู่ และอีกหลายๆกลุ่มนั่งพูดคุยกัน คือใครอยากทำอะไรก็ทำ การทำอะไรให้คนอื่นก่อนดูเป็นเรื่องปกติมากสำหรับคนกลุ่มนี้ ทุกอย่างดูมีคุณค่าไปหมด(ขอย้ำชัดๆว่า ผมไม่ได้จะอวยจนเกินจริง ผมเล่าตามความรู้สึกที่สัมผัสได้ล้วนๆ)

และผมก็ได้เจอกับภรรยาและน้องชายของพี่ป้ำ ใช่แล้ว แตงและพี่ปณต เป็นคนจัดสถานที่และอาหารไว้ ก่อนที่พวกเราจะมาถึง พวกเขาเป็นคนสร้างสภาพแวดล้อมที่อยู่ในสภาวะสบายให้กับพวกเรา ต้องขอขอบคุณอย่างสุดหัวใจด้วยครับ

ไม่นานนัก กลุ่มแม่บ้านของพวกเราเริ่มมีการรวมตัวเมาส์มอยกัน เด็กๆจาก2-3ครอบครัว ก็ลงมาเล่นน้ำด้วยกัน โดยมีน้องอิสและเทนโด้ลงไปเล่นน้ำเล่นบอลกับเด็กๆด้วย (ก่อนที่น้องอิสจะเป็นตะคริวในภายหลัง โดยมีซุปเป็นlifeguardคอยช่วยเหลือ5555)

เวลาผ่านไปไม่ถึงชั่วโมง จังหวะนี้ถ้าคุณเดินไปที่จุดไหนของงาน ก็จะมีคนชวนกินนู้นกินนี้ตลอด

มีผู้ชายหลายคนเริ่มกลึ่มๆ พวกเค้าเริ่มกอดกันเอง ซุปกับจิงโจ้เดินเข้ามาหาผม พวกเรากอดกันอย่างเฮฮาราวกับว่า โลกทั้งใบนี้ มันเป็นสีชมพู และถ้าคุณเข้าไปใกล้ๆกลุ่มที่กำลังคุยกันอยู่ พวกเค้าก็จะแหวกพื้นที่วงคุยออก ให้คุณเข้ามาจอยได้โดยอัตโนมัติ

อยู่ๆพี่เดชาก็ปรากฎตัวพร้อมกับอุปกรณ์การทดลองทางวิทยาศาสตร์ ผมรีบเข้าไปกล่าวสวัสดี ถามว่าพี่กินข้าวมารึยังครับ รีบหาอาหารใส่จานมาให้แก(ร่างกายผมเคลื่อนไหวไปก่อนที่สมองผมจะรู้ตัวเสียอีก) และไม่ใช่มีแค่ผม ทุกคนก็ทำเหมือนกัน ทั้งกับพี่เดชาและคนอื่นๆที่มาใหม่

ช่วงเย็นดีเจต้าร์และทีมงานก็มาสร้างเสียงเพลงและความครื้นเครงให้กับงาน สนุกมากๆเลย คนที่เมาได้ที่ เริ่มออกไปเซิ้งกัน มั่วยับไปหมด

ช่วงหัวค่ำ ทุกคนก็ยังไม่หยุดพูดคุยกัน บรรยากาศตอนนี้เหมือนผมอยู่ในเทศกาลยาหลากสี ยาส้ม ยาม่วง ยาแดง ยาเขียว ยาเหลือง ยาชมพู กระจัดกระจายเต็มไปหมด คือในแต่ละกลุ่ม ใช่ว่าเค้าจะเห็นพร้องต้องกันไปสะทุกเรื่อง ทุกคนต่างแสดงมุมมองและรับฟังความคิดที่ต่างกัน เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และความรู้สึกซึ่งกันและกัน

ต่อไปนี้ผมจะขอเล่าเจาะ เฉพาะส่วนของผมนะครับ

1.ผมได้ดูดวงไพ่ทาโร่ 3คำถาม5000sat กับแฟนของพี่นภัทร ต้องสารภาพเลยว่าผมไม่ได้ดูดวงมาเป็น10ปีแล้ว เพราะมองว่ามันงมงาย แต่ด้วยบรรยากาศของงานมันทำให้ผมลองเปิดใจออกนอกกรอบของตัวเองดู แล้วความคิดของผมก็เปลี่ยนไปเมื่อผมดูดวงจบ ผมได้กำลังใจมามากมายจากหมอ ความลังเลในเรื่องที่ผมเคยกลัวได้จางหายไป และถูกแทนที่ด้วยเปลวไฟอันลุกโชน การดูดวงนี่มันศิลปะชัดๆ ขอขอบคุณคุณหมอมากๆครับ^3^

2.ได้นั่งเมาส์กับกลุ่มRS รู้เลยว่าพวกเค้าทำงานกันหนักมากๆ ทั้งๆที่ผลตอบแทนนั้นมันโคตรจะน้อยนิดเลย การทำเพื่อคนอื่นก่อนของพวกเธอมันช่างน่ายกย่องมากๆเลย powที่พวกเธอกำลังสร้างอยู่มันสุดยอดไปเลยครับ ^3^

3.ได้รู้จัก Jakk goodday จริงๆ

ถ้าคุณเห็นเพียงแค่ที่พี่เค้าพูดมาก หรือพิมพ์อะไรเยอะเยะแล้วละก็ ผมขอบอกเลยว่านั้นมันแค่เปลือกของเค้า แก่นของพี่เค้า มันคือ สิ่งที่พี่เค้าลงมือทำต่างหาก มันเยอะเยะมากมายกว่าที่พี่เค้าเล่าให้ฟัง หลายเท่าตัวเลยทีเดียว(ยกตัวอย่างแบบเร็วๆ พี่เค้าสามารถจบการขายโปรเจ็คใหญ่ได้ด้วยแผ่นโป๊แผ่นเดียว5555)

4.สภายาแดงแบบสดๆ โคตรจะมัน โดยมี บก.จิงโจ้ เป็นผู้ดำเนินรายการ และอาจารย์อาร์มเป็นตัวชง มันเป็นศาสตร์ที่น่าสนใจมาก ผมลองชิมไปแค่เม็ดเดียว ในใจมันก็ลุ่มร้อนไปทั่วร่าง xoxo

ในวงมีอาจารย์ขิงนั่งอยู่ด้วย แกถูกแซวเป็นระยะๆ

ผมเห็นว่าน่ามาลองอัดรายการสภายาแดงร่วมกันดู แอบเชียร์ทีมนี้ครับ JAK(โจ้อาร์มขิง)^^

5.คุยกับนิกกี้เดฟ ที่ริมหาด ได้รู้เรื่องข้อมูลต่างๆของ wherostr จากปากเดฟเอง รู้สึกฟินมากๆ อยากให้พัฒนาไปเรื่อยๆ เป็นกำลังใจให้เสมอนะครับ ใครไม่ใช้ช่างหัวมัน เด๋วพี่ใช้ให้เอง ถ้าแกยังทำอยู่นะ555

6.ได้ฟังเรื่องปืนจากพี่เปรี้ยวอีกครั้ง แต่ก่อนผมคิดว่าการมีปืนมันน่ากลัวไม่กล้าฝึกใช้มัน แต่ตอนนี้ผมอยากลองไปฝึกยิงดูที่ gt shooting ที่พี่เค้าย้ำเสมอว่า พี่ไม่ใช่หุ้นส่วนนะ แต่ที่นี่มันดีจริง5555

7.น้องนิ่มแห่งRS เป็นคนที่นิสัยน่ารักและจิตใจอ่อนโยนมาก เสียดายที่ได้คุยกันน้อยไปหน่อย ฝากRSดูแลน้องนิ่มให้เหมือนไข่ในหินเลยนะครับ ผมคิดว่าการได้คุยกับน้องนิ่มจะทำให้พวกคุณอ่อนโยนขึ้น พอพวกคุณอ่อนโยนขึ้น ผู้คนก็จะหลงรักและเอ็นดูพวกคุณได้ง่ายขึ้นครับ^3^(ไม่ได้หมายถึงว่าปัจจุบันRSไม่ดีนะ เด๋วจะเข้าใจผิด^^)

8.ร่วมวงสภายาเขียว(อันนี้แอบตั้งชื่อเอง)กับพี่ป่าน ซุปและพัตเตอร์ โคตรสนุกเลย อย่างน้อยพวกเรามีอะไร2อย่างที่พวกเราชอบเหมือนกัน55555

9.ได้ฟังน้องอิสร้องเพลง ซื้อยาคูลย์ ดาบพิฆาตอสูร เสียงดีได้อารมณ์มาก ชอบสุดๆไปเลย ขอบคุณมากนะที่ร้องให้พี่ฟัง^3^

ขอตัดจบแบบละครไทยเลยละกัน

การมาเจอกันครั้งนี้ของพวกเรา..

ผมได้รู้จักนิสัยของแต่ละคนมากขึ้น ผมรู้ว่าแต่ละคนชอบอะไร ถนัดอะไรและทำอะไรได้ ถ้าวันนึงผมมีอะไรที่คนกลุ่มนี้ทำให้ผมได้ ผมก็จะขอลองใช้บริการกับเค้าก่อนเป็นคนแรก

ซึ่งตอนนี้ผมก็ได้เลือกของในดวงใจของผมไปหลายอย่างแล้ว เช่น

1.เนื้อทอด คือ เนื้อสายฟ้า ของ เทนโด้

2.ขนมหวาน คือ toffee cake ของพี่ป้ำ

3.หมอดูไพ่ทาโร่ คือ แฟนพี่นภัทร(ดันลืมชื่อหมอขอโทษด้วยครับ ตีปากตัวเอง3ที)

4.ช่างทำตุ๊กตา คือ น้องนิ่มRS

5.บริการln คือ lates พี่เดชา

6.saleman คือ jakk goodday

7.ดีเจและคราฟเบียร์ คือ กลุ่มของดีเจต้าร์

8.ปรึกษาเรื่องปืน คือ พี่เปรี้ยว

9.นักดนตรี คือ ซุป

10.เหล้าบ๊วย คือ พัตเตอร์

11.เล่น nostr ด้วย wherostr ของนิกกี้

12.ติวเตอร์ คือ เทนโด้

13.ปรึกษาเรสิก คือ หมอนิว

14.คัมภีร์ bitcoin ภาษาไทย คือ อาจารย์ตั๊ม

14.coding เด็ก คือ codekids ของพี่อ้อม

15.ปรึกษาสุขภาพ คือ หมอเอก

สุดท้ายนีเผมหวังว่า ในภาคหรือจังหวัดอื่นๆจะมีไฟในการจัด meeting กันนะครับ ผมอยากไปเที่ยว meeting ในแบบของพวกคุณบ้างครับ

มุ่งทะยานไปด้วยกัน ใช้ชีวิตให้พวกเด็กๆมันดู ว่าโลกใบนี้ไม่ได้มีเงินแค่แบบเดียว

ปล.1 ขอบคุณทุกท่านที่สละเวลามาใช้ร่วมกันนะ มันมีค่าสุดๆไปเลยครับ มีค่าจนขนาดที่ว่า มี bitcoin ก็หาซื้อไม่ได้ครับ

ปล2.งานมันเพลินจนผมไม่รู้ตัวเลยว่าผมไม่ได้ถ่ายรูปไว้เลยสักรูป ฝากทุกท่านลงรูปให้เยอะๆหน่อยนะครับ อยากเก็บภาพประทับใจไว้บ้างครับ^^

#siamstr

#east101

---

Wherostr | https://wherostr.social/g/w4rc8k8q2

Duck Duck Go Maps | https://w3.do/iwX4-L2A

Google Maps | https://w3.do/b1WNTR7n

พี่แชมป์โคตรน่ารักเลยค่ะ👍👍🥰🥰

สนุกเนอะ ฮ่าๆ คุณโบว์มาแล้ว เดี๋ยวพี่ปุ๊กน่าจะตามเข้ามาในNostrอีกคน🤭🤭😆😆

เจอกันครั้งแรกนิ่มทักก่อนเลย ใช่คุณ"กูจะบ้า"ใช่ไหมคะ (ลูกกับภรรยาที่เดินตามมาคงจะงง)ทำไมทักแบบนี้!!!🤣🙏

Replying to Avatar U

เพื่อนๆ #siamstr หลายคนแชร์ประสบการณ์งาน East101

งานที่เราพลาดเพื่อขอแลกกับเป้าหมายของตัวเอง

.

เลยอยากมาแชร์เรื่องราวของเราในวันนี้บ้าง

เราตั้งใจจบมาราธอนที่สนามนี้ ปีนี้

นับตั้งแต่วันที่วิ่ง 21K แรก จบเมื่อปีที่แล้ว

.

สนาม ATM มันเป็นสนามที่พาตัวเองทะลุข้ามกำแพงเป็นครั้งแรก

ปีที่แล้ว เราลงวิ่ง 21K สนามนี้

แบบไม่รู้สี่รู้แปด มันเป็นการวิ่งครั้งที่ 2 ในรอบ 5 ปี ซึ่งอาทิตย์ก่อนหน้าเราลงวิ่ง 10K ลงไปแบบไม่เคยวิ่งมาก่อน ชนิดที่แค่ 1K ก็ไม่เคยวิ่งเลย

.

ทำไมเรากระโดดข้ามระยะแบบนั้น

เหตุผลคือเห็นระยะมันเยอะดี คุ้มค่า ก็เลยลง วิ่งไปก็ถามตัวเองไป มาทำอะไรตรงนี้ว่ะ 😂

.

หลังจากวิ่ง 21K จบ ณ จุดเลยเส้นชัยไปเล็กน้อย เราบอกกับตัวเองว่า

”ปีหน้าจะมาจบมาราธอนที่นี่ให้ได้“

เราแค่อยากพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง

ว่าเราจะข้ามกำแพงอีกอันไปได้อีกไหม

.

มันง่ายมากที่จะยอมแพ้ แล้วล้มเลิกความตั้งใจนั้นซะ!

.

เรามีเวลาซ้อมวิ่งสำหรับ 42K อีก 6 เดือน หลังจากจบ 21K ครั้งที่ 2 กับเพื่อน

เราออกกำลังกาย วางตารางออกกำลังกายจริงจัง และบ้าคลั่งอยู่ 2 เดือนครึ่ง

จนเกิดอาการ Overtraining และต้องหยุดเพื่อฮีลตัวเองไปอีกหลายเดือน

.

ก่อนวันงานเริ่มสัก 2 สัปดาห์ มีการประกาศว่าจะจัด East101 เราที่ซ้อมไม่ถึงแน่ๆก็ลังเลแล้วล่ะ ว่าหรือจะไปงานมีทอัพ แล้วเทงานวิ่งดี

แต่...ไม่! เราตั้งใจแล้ว

.

เมื่อคืนหลังจากออกไปรับบิบและทานเนื้อ

เรากลับบ้านและพบว่า เชี่ยเอ้ย! ปจด.มา

มันมาก่อนเวลา 7 วัน

(บังเอิญแท้ๆ เหมือนงาน east 101 เลย!)

.

ด้วยอุปสรรคทางร่างกายที่เกิดขึ้น มันบั่นทอนความตั้งใจ อยากให้เราล้มเลิกหลังร่างกายเริ่มชนกำแพงแล้ว

.

ที่จุด 31K นับเป็นจุดที่เราประทับใจที่สุด

มันเป็นจุดวัดใจจริงๆ ที่ให้เลือกว่า

จะเดินข้ามจุดเช็คพอยท์ที่อยู่ห่างไปแค่ 1 เมตร หรือหยุดตรงนี้ รับเสื้อ DNF (Do Not Finish)

แล้วนั่งพักซะ มันจบแล้ว

.

แต่ถ้าเลือกที่จะข้ามเส้นแล้วไปต่อ

อีก 11K ที่เหลือ ต้องสู้ แล้วไปเผชิญปัญหาเอาข้างหน้า ที่พร้อมจะคัดเราออกตลอดเวลา

และเสี่ยงไม่ได้อะไรกลับบ้านไปเลยทั้งเสื้อและเหรียญ

.

ในใจตอนนั้นมันเต็มไปด้วย ”ยูขี้แพ้“

ที่กระซิบบอกว่า หยุดซะ! พอเถอะ! ปีหน้าค่อยเอาใหม่, เท้าล้มในแล้วว่ะ พอไหม, มึงมี ปจด. นะ หยุดเถอะ

ทุกเหตุผลของคนขี้แพ้ รุมยิงเข้ามาในหัวของเรา

.

แต่ในที่สุด “ยูผู้ไม่ยอมแพ้” ก็ตัดสินใจพาขายกข้ามเส้นเช็คพอยท์สู้ต่อ พยายามพาตัวเองเข้าเส้นชัยให้ได้

เหตุผลที่เราเลือกไปต่อเพราะ เราเลือกแล้วว่าจะพลาดมีทติ้ง เราต้องทำเป้าหมายของเราให้จบ และ มีอีกคนที่เขายอมตื่นแต่เช้าเพื่อมาร่วมดีใจกับเราที่หลังชัย ซึ่งสนามก่อนๆเขาไม่เคยมา 🤣

ถ้าเราวิ่งจบมันคงเป็นความรู้สึกที่สมบูรณ์แบบมากกว่า ในใจของทั้งเขาและเรา

(ไม่อยากให้เขาคิดว่า ก่อนหน้านี่วิ่งจบตลอด พอเขามาวิ่งไม่จบเลย)

.

และนั้นทำให้ถ้าต้องเดินก็จะเดินให้ไวที่สุด มีแรงกลับมาก็ค่อยๆจ๊อกกิ้งไป recovery ตัวเองไปเรื่อยๆตลอดทาง ท่ามกลางแดดเปรี้ยงๆ ตอน 8-9 โมงเช้า

.

และอีกเรื่องคือด้วยความวิ่งช้า จุดบริการผลไม้ต่างๆ ไม่มีอะไรเหลือแล้วสักอย่าง เลยไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยตั้งแต่ 2 ทุ่มของเมื่อวาน

.

Run on fat มาตลอดทาง จน กม.ที่ 28

เกลือแร่แก้วแรกถูกเติมไปเพิ่มพลังงาน และ ตามมาด้วยฝรั่ง กม.ที่ 31 และ เกลือแร่อีกครึ่งแก้ว

ในจุดต่อมา

.

และใช่ ฉันทำได้!

มันจบสวยงามที่สุดแล้ว ตามเป้าหมายของมัน

จะไม่มี 2nd Marathon มาแก้มือ ในเร็วๆนี้ 🥹

#runstr #bitcoinrunners

เยี่ยมมากจริงคุณยู ยินดีและดีใจด้วยนะคะ เย้ๆ🥳🥳👍👍