Avatar
BossMan
d0864ad0528ff7e0becdd502d19e9ddc18ccadc790318fd60f9988e3ca373f75
BossMan (เจ้ามนุษย์!)

ของผมมีสติกับ การเมืองมากขึ้น มองเห็นอนาคตมากขึ้นทำอะไรช้าลงไม่รีบรวยเร็ว (ความเป็นวัยรุ่นตอนจบใหม่ๆ อยากรวยเร็ว) คำสอนให้ออมเงินของแม่ผมในตอนเด็กจากที่มองว่าแม่ไร้สาระมีคุณค่ามากขึ้นถ้าเราเลือกออมให้ถูกที่เช่น อย่าเก็บเงินในธนาคาร รักครอบครัวมากขึ้น ส่วนเรื่อง วินัยกับศาสนา อันนี้ผมยังคงต้องศึกษาอีกต่อไปเพราะอ่อนเรื่องนี้จริงๆ แต่ก็ได้แนวทางจากศาสตร์การลงทุนของคุณพ่อ อ. มาเยอะพอสมควร และ ยังมีเรื่องการพัฒนาตัวเองที่ยังต้องเพิ่มทักษะตัวเองไปเรื่อยๆ อย่างเช่น ภาษา อันนี้ผมขาดวินัยเอง สรุป ตั้งแต่รู้จัก Bitcoin มันทำให้ผมมองเห็นอนาคตมากขึ้น อยากพัฒนาตัวเองมากขึ้น รักครอบครัวมากขึ้น ขอบคุณ คุณลุงพ่ออ. กับ อ. มากครับ ตั้งแต่ครั้งแรกที่ผมได้ฟังก็รู้สึกได้ว่า ของจริง เทียบกับ อ. คนอื่นๆที่เคยได้ฟังมาผมเลย Follow อ. มาจนถึงทุกวันนี้แหละครับ ❤️🫰

Replying to Avatar Gracialo679

The Global Banking Conspiracy: A Historical Novel

คือมันเป็น Novel อย่างจิงจังนะพวก

ในปี ค.ศ. 1776 ชายกลุ่มหนึ่งได้รวมตัวกันเพื่อก่อตั้งองค์กรลับที่ชื่อว่า "The Illuminati"

พวกเขามีเป้าหมายที่จะควบคุมโลกด้วยอำนาจทางการเงิน องค์กรนี้เริ่มต้นจากการเป็นกลุ่มปัญญาชนที่ต่อต้านลัทธิเผด็จการ

แต่เมื่อเวลาผ่านไป พวกเขาก็กลายเป็นกลุ่มผู้มีอำนาจที่มุ่งแสวงหาผลประโยชน์ของตนเอง

The Illuminati ได้ก่อตั้งธนาคารหลายแห่งทั่วโลก ซึ่งพวกเขาใช้เพื่อควบคุมเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ

พวกเขายังใช้สื่อและองค์กรต่างๆ เพื่อเผยแพร่แนวคิดและอุดมการณ์ของตน เมื่อเวลาผ่านไป พวกเขาค่อยๆ เพิ่มอำนาจและอิทธิพลของตนมากขึ้นเรื่อยๆ

อิลลูมินาติเติบโตอย่างรวดเร็วในยุคแรกๆ แต่ถูกกวาดล้างโดยรัฐบาลบาวาเรียในปี ค.ศ. 1785

ในศตวรรษที่ 20 The Illuminati ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในเหตุการณ์สำคัญๆ ของโลกหลายเหตุการณ์

เช่น การปฏิวัติรัสเซีย สงครามโลกครั้งที่สอง และสงครามเย็น พวกเขาใช้อำนาจของตนเพื่อส่งเสริมผลประโยชน์ของตนเองและทำลายศัตรูของพวกเขา

ในปัจจุบัน The Illuminati ยังคงเป็นองค์กรลับที่ทรงพลัง พวกเขาควบคุมเศรษฐกิจโลก สื่อ และรัฐบาลต่างๆ พวกเขาใช้อำนาจของตนเพื่อควบคุมและครอบงำโลก

ในปี ค.ศ. 1776 ชายกลุ่มหนึ่งได้รวมตัวกันเพื่อก่อตั้งองค์กรลับที่ชื่อว่า "The Illuminati" พวกเขามีเป้าหมายที่จะควบคุมโลกด้วยอำนาจทางการเงิน

ผู้นำของกลุ่มนี้คือ Adam Weishaupt นักปรัชญาชาวเยอรมัน Weishaupt เชื่อว่าลัทธิเผด็จการเป็นภัยคุกคามต่อเสรีภาพ เขาต้องการสร้างโลกที่ปกครองโดยปัญญาชนที่ฉลาดและตระหนัก

The Illuminati เริ่มจากการเป็นเพียงกลุ่มเล็กๆ แต่พวกเขาเติบโตอย่างรวดเร็ว พวกเขาดึงดูดสมาชิกจากทุกสาขาอาชีพ รวมถึงนักวิทยาศาสตร์ นักกฎหมาย นักการเมือง และนักธุรกิจ

องค์กรนี้ก่อตั้งธนาคารหลายแห่งทั่วโลก ซึ่งพวกเขาใช้เพื่อควบคุมเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ พวกเขายังใช้สื่อและองค์กรต่างๆ เพื่อเผยแพร่แนวคิดและอุดมการณ์ของตน

ในศตวรรษที่ 19 The Illuminati ได้ขยายอำนาจและอิทธิพลของตนมากขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาใช้เงินทุนและทรัพยากรของตนเพื่อสร้างเครือข่ายทั่วโลก

พวกเขาได้ก่อตั้งธนาคารและองค์กรต่างๆ ในประเทศต่างๆ พวกเขายังใช้สื่อและองค์กรต่างๆ เพื่อเผยแพร่แนวคิดและอุดมการณ์ของตน

The Illuminati มีบทบาทสำคัญในเหตุการณ์สำคัญๆ ของโลกหลายเหตุการณ์ เช่น การปฏิวัติรัสเซีย สงครามโลกครั้งที่สอง และสงครามเย็น

ในปัจจุบัน The Illuminati ยังคงเป็นองค์กรลับที่ทรงพลัง พวกเขาควบคุมเศรษฐกิจโลก สื่อ และรัฐบาลต่างๆ

พวกเขาใช้อำนาจของตนเพื่อควบคุมและครอบงำโลก พวกเขากำหนดทิศทางของเหตุการณ์สำคัญๆ ของโลกและกำหนดอนาคตของมนุษยชาติ

-.The Global Banking Conspiracy เป็นทฤษฎีสมคบคิดที่แพร่หลาย บางคนเชื่อว่ามันเป็นเรื่องจริง ในขณะที่บางคนเชื่อว่าเป็นเพียงเรื่องเล่า

ไม่ว่าทฤษฎีนี้จะถูกต้องหรือไม่ก็ตาม มันก็สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลเกี่ยวกับอำนาจของธนาคารและองค์กรต่างๆ

ผู้คนจำนวนมากเชื่อว่าธนาคารและองค์กรต่างๆ มีอำนาจมากเกินไป พวกเขาเชื่อว่าองค์กรเหล่านี้ใช้อำนาจของตนเพื่อผลประโยชน์ของตนเองและทำลายผลประโยชน์ของผู้อื่น

ทฤษฎีสมคบคิดนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าเราควรตระหนักถึงอำนาจขององค์กรต่างๆ และตรวจสอบว่าพวกเขาใช้อำนาจของตนอย่างรับผิดชอบหรือไม่

นอกเหนือจากธนาคารพาณิชย์แล้ว ยังมีองค์กรระหว่างประเทศอื่นๆ ที่มีบทบาทสำคัญในระบบการเงินโลก เช่น World Bank, IMF และ Fed

World Bank เป็นองค์กรระหว่างประเทศที่ให้เงินกู้แก่ประเทศกำลังพัฒนา IMF เป็นองค์กรระหว่างประเทศที่ช่วยดูแลระบบการเงินระหว่างประเทศ และ Fed เป็นธนาคารกลางของสหรัฐอเมริกา

องค์กรเหล่านี้ล้วนมีบทบาทสำคัญในระบบการเงินโลก และสามารถมีอำนาจอย่างมาก

World Bank เป็นองค์กรระหว่างประเทศที่ให้เงินกู้แก่ประเทศกำลังพัฒนา เงินกู้เหล่านี้มักมีเงื่อนไขที่เข้มงวด

ซึ่งอาจทำให้ประเทศกำลังพัฒนาต้องปฏิบัติตามนโยบายทางเศรษฐกิจที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศที่พัฒนาแล้ว

ตัวอย่างเช่น เงินกู้ของ World Bank อาจกำหนดให้ประเทศกำลังพัฒนาลดภาษีสำหรับบริษัทต่างชาติ

หรือเปิดตลาดของตนให้กับสินค้าและบริการจากต่างประเทศ เงื่อนไขเหล่านี้อาจทำให้ประเทศกำลังพัฒนาสูญเสียการควบคุมเศรษฐกิจของตน และอาจนำไปสู่ความไม่เท่าเทียมกันมากขึ้น

นอกจากนี้ World Bank ยังถูกกล่าวหาว่าใช้เงินกู้ของตนเพื่อสนับสนุนรัฐบาลเผด็จการในหลายประเทศ

IMF เป็นองค์กรระหว่างประเทศที่ช่วยดูแลระบบการเงินระหว่างประเทศ IMF มีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายการเงินของโลก

และสามารถมีอิทธิพลต่ออัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน และนโยบายเศรษฐกิจอื่นๆ

IMF มักถูกกล่าวหาว่าใช้มาตรการของตนเพื่อกดดันประเทศต่างๆ ให้ปฏิบัติตามนโยบายทางเศรษฐกิจที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศที่พัฒนาแล้ว

ตัวอย่างเช่น IMF อาจบังคับให้ประเทศต่างๆ ปรับลดงบประมาณของตนหรือลดค่าเงิน

มาตรการเหล่านี้อาจนำไปสู่ภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจและความไม่สงบในประเทศกำลังพัฒนา

Fed เป็นธนาคารกลางของสหรัฐอเมริกา Fed มีบทบาทสำคัญในการควบคุมเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา

Fed กำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการกู้ยืมสำหรับธุรกิจและผู้บริโภค

Fed ยังซื้อและขายพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อราคาตราสารหนี้และอัตราแลกเปลี่ยน

นโยบายการเงินของ Fed สามารถมีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจโลก เนื่องจากสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศเศรษฐกิจใหญ่อันดับหนึ่งของโลก

โปรดเค้าใจว่านี่เป็นเพียงทฤษฎีสมคบคิด

#siamstr

https://m.primal.net/HLOI.webp

เขาว่ามาแบบนี้

Replying to Avatar Somnuke

Fiat social media

Lord, knows they all

Just wanna have total control.

.

เดี๋ยวหมื่นเดี๋ยวพันเดี๋ยวร้อย

Reach น้อย เราก็นึกว่าเรากาก คอนเทนต์เราไม่ดี

.

ที่ไหนได้เราโดนควบคุมเบ็ดเสร็จ

ผู้คุมกำหนดได้ อยากให้เห็นหรือไม่เห็นอะไร

และทุกคนก็เล่นไปตามเกมนั้น

.

เราไม่สามารถรู้ได้จริงๆ เลยว่า ผู้คนต้องการอะไร และเราต้องนำเสนออะไรเพื่อเอาใจพวกเขา

.

ทุกคนกลับต้องนำเสนอ สิ่งที่ผู้คุมชอบ ถึงจะอยู่รอด ลูกค้าคือผู้คุม ไม่ใช่ผู้บริโภค

.

สุกท้ายคอนเทนต์ก็จะไหลไปในทางฉาบฉวย สั้นๆ ควายๆ ไร้สาระแก่นสาร

.

อย่างโพสต์พื้นหลังสีๆ โง่ๆ กับตัวอักษร click bait 2-3 บรรทัดส้นตรีน แล้วต่อด้วย อ่านต่อในคอมเมนต์...

.

ใจจริงเราไม่อยากทำเลย เราอยากทำให้มันดี ตรงไปตรงมา แต่พอกูทำแล้วไม่มีใครเห็นโว้ยยยยย..

เดี๊ยวก็ต้องมีสักวันที่ มาร์ค จะโรยรา นี่เป็นกฎที่เขาก็ก็ไม่อาจเลี่ยงได้

Replying to Avatar Jingjo

นอกจากร้านลาบแล้ว หมูกะทะกับชาบูนี่มันมีเสน่ห์แปลก ๆ บางอย่างที่เราอยากไปใช้บริการเป็นประจำ

เดือนที่ผ่านมาคือไปทุกวี้ก กินกับพ่อบ้าง กินคนเดียวบ้าง ไปชาบูเนื้อคือซัดเนื้อออสฯ ไป 32 ถาด กะสายตาคร่าว ๆ ก็เกิน 400-500 กรัมแน่ ๆ ไปหมูกะทะล่าสุดเขาขายแบบตักชั่งโล ผมกินหมูสามชั้นไปครึ่งโล จ่ายแค่ร้อยเดียว แถมได้ผักกะละมังเบ้อเริ่มกลับมาให้ไก่กินอีก (ชาบูแพ้หมูกะทะตรงนี้)

เอ้อ ผมไม่จิ้มน้ำจิ้มอะไรเลยนะ ยกเว้นมีน้ำจิ้มขมหรือซีฟู้ดแบบไม่ใส่น้ำตาล และไม่กินผัก (ทุกวันนี้กินผักน้อยมาก ถ้ากินคือพวกกระเทียมหรือต้นหอมไรงี้) กับไม่กินพวกหมูหมักเนื้อหมักทุกชนิด เพราะไม่รู้หมักกับอะไรมาจนไร้กลิ่นเนื้อสัตว์ไปเลย ไม่ชอบอย่างแรง

และแน่นอนไม่แตะข้าวเลย แม้บางร้านจะมีเมนูข้าวผัดไข่ที่ดูน่ากินมาก

รู้สึกว่าชาบูหมูกะทะเป็นร้านอาหารแนวที่จ่ายแล้วคุ้มกับอาหารที่ได้ แต่ตอนนี้ต้องกลั้นใจไว้ก่อน เกรงใจเนื้อแฮงการ์กับออยสเตอร์เบลด 6 โลในตู้เย็น

แล้วคุณล่ะครับ ชอบนอกจาก homecook แล้ว ชอบไปร้านอาหารประเภทไหนบ้าง

#siamstr

พอๆกันเลย กินหมูกะทะนี่หลังๆผมจิ้มน้ำจิ้มน้อยมาก 555 แต่กินหมูได้เยอะขึ้น

Replying to Avatar Notoshi⚡

จริงๆ เป็นแค่นิดเดียว

ผมกำลังๆง่วงๆอยู่ ต้องถึงขั้นลุกไปปิดแก๊สในครัว

Replying to Avatar Riina

#FuckIMF #Siamstr #bitcoin

- การแย่งชิงทรัพยากร -

โดยธรรมชาติแล้ว เพื่อมีชีวิตรอดบนโลกใบนี้ มนุษย์นั้นจะต้องออกล่า หาอาหาร ค้นหาสถานที่ที่เหมาะสมที่จะอยู่อาศัย และออกเดินทางเพื่อค้นหาสิ่งใหม่ๆ เพื่อที่จะไขข้อสงสัยบางสิ่งในชีวิตที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาเพราะนั่นคือ “ชีวิต” ชีวิตไม่ใช่แค่เพียง มีอยู่ กิน นอน และรอวันตาย

เพื่อความมีชีวิต เพื่อความอยู่รอด การรวมกลุ่มจึงเป็นสิ่งที่ดีกว่าการอยู่เพียงลำพัง

เมื่อโลกได้พัฒนามาถึงจุดหนึ่ง จุดด้อยต่อๆไป ก็จะเกิดการพัฒนาตามมา เป็นเรื่องธรรมดาที่จะเกิดความแตกต่างของกลุ่มมนุษย์ ด้วยสภาพแวดล้อม ด้วยความสามารถของกลุ่ม ด้วยความสามารถในการส่งต่อข้อมูลความรู้ และการค้นพบสิ่งใหม่ๆ ทำให้มนุษย์ยิ่งมีความห่าง ความแตกต่างกันออกไปอีก

แม้จะมีความแตกต่างกันในหลายๆด้าน แต่มีสิ่งหนึ่งที่มนุษย์นั้นมีแทบจะเท่าๆกันแน่นอน นั่นคือ “เวลา”

ดังนั้นถ้ามองในอีกแง่ การแย่งชิงทรัพยากร ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรในรูปแบบใดก็ตาม มันคือการ แย่งชิงเวลานั่นเอง ผู้ที่แย่งชิงทรัพยากรมาได้ ก็เหมือนการขโมยเวลาของผู้อื่นมา เพื่อนำมาใช้เป็นประโยชน์ให้กับตัวเอง เมื่อไม่ต้องเสียเวลาของตัวเองไปเพื่อความอยู่รอด ทำให้ผู้ชนะสามารถใช้เวลาที่มีอยู่จริงๆของตนเองไปเพื่อความรื่นรมย์ส่วนตัวได้อย่างสบาย แล้วใครจะไม่อยากได้เวลาเพิ่มล่ะ

ด้วยเหตุผลนี้ในหน้าประวัติศาสตร์เท่าที่เรารู้จัก จึงมีสงครามเกิดขึ้นมาโดยตลอด

การก่อสงครามแบบตรงๆนั้น ถึงแม้ผู้ที่แข็งแกร่งกว่าจะมีแนวโน้มว่าจะชนะแน่นอน แต่ก็ย่อมต้องแลกมาด้วยอะไรบางอย่างอยู่ดี ฝ่ายที่รู้อยู่แก่ใจว่าด้อยกว่า ก็อาจจะยอมจำนน หรือไม่… ก็อาจจะสู้อย่างสุดกำลังเพราะความจนตรอก ผู้ชนะแม้อาจจะชนะ แต่ก็อาจจะไม่เหลืออะไรให้ครอบครองหรือช่วงชิงได้อย่างคุ้มค่าพอกับที่ได้ก่อสงครามไป ซึ่งนั่นไม่เป็นไปตามจุดประสงค์ของผู้ชนะ เพราะเหตุผลที่ก่อสงครามนั้น ได้พังทลายลงไปพร้อมกับชัยชนะไปซะแล้ว ไม่เหลืออะไรให้แย่งมา… สงครามครั้งแล้วครั้งเล่าทำให้มนุษย์เรียนรู้และปรับเปลี่ยนวิธีการในการแย่งชิงทรัพยากรให้ต่างออกไปจากเดิม

และครั้งนี้ก็เช่นกัน จุดประสงค์ที่แท้จริงมันคือการช่วงชิงเวลา แต่วิธีการนั้นต่างออกไป…

การแย่งชิงเกิดขึ้นในรูปแบบที่ไม่ต้องก่อสงครามตรงๆ และผู้ที่ถูกขโมยนั้นไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังถูกขโมยอะไรไป

วิธีการแย่งชิงแบบใหม่นี้ มีระบบการเงินแบบเฟียตเป็นเครื่องมือ

- วิธีการแย่งชิง -

เมื่ออารยธรรมมนุษย์เริ่มพัฒนามากมายทั่วโลก ทรัพยากรถูกผลิตขึ้นมามากมายจนเหลือใช้ มนุษย์พัฒนาทักษะในหลายๆด้าน สามารถเก็บบันทึกองค์ความรู้ในศาสตร์ต่างๆ เพื่อให้มนุษย์รุ่นหลังสามารถเรียนรู้สิ่งที่มีผู้ค้นพบแล้วได้จากบันทึกต่างๆ มนุษย์เริ่มใช้เงินเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนทรัพยากร และในอดีตสิ่งที่ถูกยอมรับให้ทำหน้าที่เป็นเงินโดยเห็นพ้องต้องกันทั้งโลก นั้นคือ ทองคำ

ด้วยคุณสมบัติของความยากในการได้มาของทองคำ ความเสถียรของธาตุทางเคมีและกายภาพ ทำให้ทองคำนั้นไม่เสื่อมสลายไปตามกาลเวลา ทำให้ทองคำนั้นสามารถถูกส่งต่อผ่านกาลเวลาได้ ทองคำจึงเป็นเงินที่ยอดเยี่ยมมาโดยตลอด อย่างที่พวกเราต่างรู้กันดีว่า ทองคำมีค่าเพราะอะไร (ไม่ใช่มีค่าในตัวเองอย่างที่คนทั่วไปชอบพูดกัน)

แต่ทองคำเองก็ยังมีข้อเสียอยู่หลายประการ หนึ่งในนั้นคือ การขนย้าย เมื่อโลกเกิดการแลกเปลี่ยนทรัพยากรมากขึ้น การส่งทองคำไปมานั้นยุ่งยาก และมีค่าใช้จ่ายมากมาย ทั้งยังเสี่ยงต่อการถูกปล้น หรือการเกิดอุบัติเหตุไม่คาดคิดจากภัยธรรมชาติ

มนุษย์ที่เห็นช่องทางในการหาประโยชน์จากข้อเสียนี้ของทองคำ ระบบมาตรฐานทองคำได้ถูกยกเลิก และเป็นจุดกำเนิดของระบบเบรตตัน วูดส์ โดยการผูกค่าทองคำไว้กับ “ดอลลาร์สหรัฐ” พวกเขาสัญญาว่าคุณจะได้รับทองคำที่คุณฝากไว้คืนเสมอ เมื่อคุณยื่นตั๋วแลกทองคำนี้ ในยุคแรกที่ผู้คนได้ทดลองใช้ดอลลาร์ และพบว่าพวกเขาสามารถนำมันไปแลกทองคำคืนได้จริงๆ ดอลลาร์จึงเริ่มถูกใช้งานแทนทองคำ และยอมรับเป็นที่แพร่หลาย (ดั่งที่ชาวบิทคอยเนอร์ทราบกันดีอยู่แล้ว)

ช่วงเวลาหนึ่ง ผู้คนคิดว่า ดอลลาร์นั้นจะมีจำนวนเท่ากับทองคำที่มีอยู่จริงๆ

เมื่อทองคำส่วนมากถูกฝากไว้ในมือของมนุษย์กลุ่มหนึ่ง ความเชื่อใจก็เป็นสิ่งที่เหนือเกินกว่าที่มนุษย์จะจินตนาการได้ เมื่อมาตรฐานทองคำนั้นถูกยกเลิก และต่อมาระบบเบรตตัน วูดส์ ก็พังลง หลังจากเกิดเศรษฐกิจถดถอยเนื่องจากการพิมพ์ดอลลาร์อย่างมหาศาลเพื่อชดเชยการขาดดุลหลังจากการทำสงคราม จนเข้าสู่ยุคระบบการเงินเฟียต ในยุคของคนรุ่นหลัง มนุษย์รุ่นที่ไม่เคยสัมผัสกับการใช้ทองคำในการเป็นเงิน ไม่รู้ที่มาของการเป็นเงิน ไม่รู้ว่าเงินที่แท้จริงนั้นคืออะไร ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วทองคำนั้นมีค่าเพราะอะไร จะเห็นได้ว่าคนส่วนมากมักจะบอกว่า ทองคำนั้นมีค่าในตัวมันเอง ซึ่งนั่นไม่ใช่ความจริง

ผู้คนในรุ่นหลังนั้น ต่างใช้กระดาษที่รัฐบาลของตนพิมพ์ออกมาเป็นเงิน นั่นเพราะรัฐบาลของพวกเขากำหนดให้มันเป็นเงิน มันทำหน้าที่คล้ายๆกับคูปองในโรงอาหารของโรงเรียน ใช้ซื้อของได้แค่ในโรงอาหารเท่านั้น กระดาษของรัฐบาลก็เช่นกัน มันคือคูปองไว้แลกทรัพยากรในประเทศ หากคุณเดินทางไปประเทศอื่น คุณก็ต้องแลกคูปองของประเทศนั้นๆ ไว้เพื่อใช้แลกทรัพยากรของประเทศนั้นๆ เช่นกัน

ในขณะที่คนบางกลุ่มนั้น กลับมีทรัพยากรในด้านต่างๆนำหน้าคนส่วนใหญ่ไปมาก ร่ำรวยทรัพยากร ก็เหมือนร่ำรวยเวลา ไม่ต้องเสียเวลาไปเพื่อความอยู่รอด ในขณะที่คนส่วนใหญ่ทำงานแทบเป็นแทบตายเพื่ออาหารที่ไร้คุณภาพไม่กี่มื้อ ไม่มีกระทั่งเวลาที่จะอยู่กับครอบครัวได้อย่างมีคุณภาพ บางคนไม่เหลือแม้กระทั่งทรัพยากรที่บรรพบุรุษได้เคยสะสมไว้ให้

พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร แม้กระทั่งสิ่งที่พวกเขาได้เคยเรียนรู้และถูกสอน การศึกษาที่ได้รับจากโรงเรียน ก็เป็นเพียงสิ่งที่ถูกเขียนไว้เพื่อให้เชื่อ

มีภาพลวงตาเกิดขึ้นมากมาย จนยากเกินกว่าจะแยกออกว่าอะไรคือความจริง พวกเขาไม่เคยรู้เลยว่า ทำไมพวกเขาถึงทำงานเท่าไหร่ก็ไม่พอที่จะใช้ชีวิตได้อย่างมีอิสระ และคนบางกลุ่มก็ยังคิดว่าที่เขาเป็นอยู่นั้นดีอยู่แล้ว นั่นเพราะพวกเขาไม่เคยสัมผัสกับอิสรภาพมาก่อน พวกเขาจึงไม่เคยรู้จักมัน

ผู้คนสนใจแค่ว่า วันนี้หรือเดือนนี้จะหาเงินได้เท่าไหร่ จะเพียงพอใช้จ่ายเป็นค่าอะไรได้บ้าง รู้เพียงแค่ว่าเงินกระดาษที่ได้มานั้นมีค่า มีค่าเพราะมันใช้แลกอาหารและสิ่งต่างๆได้ พวกเขาได้ใช้เวลาอันมีค่าไปกับระบบที่ทุกคนต่างก็ทำเหมือนๆกัน ผู้คนต่างทำตามๆกัน จนกระทั่งสิ่งเหล่านั้นกลายเป็นมาตรฐานใหม่ แม้คนบางส่วนก็อาจจะสงสัยแต่ไม่มีเวลามากพอมาตั้งคำถามและค้นหาคำตอบ พวกเขาไม่ผิดที่ไม่รู้ ปลาที่โตมาในตู้ไม่รู้ว่ามหาสมุทรนั้นกว้างแค่ไหน นกที่ไม่เคยออกจากกรงไม่รู้ว่าท้องฟ้านั้นคืออะไร นกจะรู้ได้อย่างไรว่าจริงๆแล้วตัวเองก็บินได้เช่นกัน

กลุ่มคนที่แย่งชิงเวลาของผู้คนไปได้ในช่วงแรกเริ่ม ทำให้ทรัพยากรและเวลาของพวกเขานั้น นำหน้าผู้คนส่วนใหญ่ไปมหาศาล พวกเขาสามารถใช้ชีวิตได้ดั่งเสือนอนกิน ไม่ต้องสร้างประโยชน์ใดๆเหมือนคนอื่นๆ ทรัพย์สินก็เพิ่มพูนขึ้นได้เรื่อยๆ เมื่ออยู่ในระบบเฟียต

กลุ่มคนร่ำรวยอำนาจและทรัพยากรเหล่านี้ กระจายอยู่ในทั่วทุกมุมโลก มีพวกเขาอยู่ในทุกประเทศ เราเรียกว่าพวกเขาว่า อีลีท(Elite)

คนบางกลุ่มอาจจะรู้สึกชิงชังกลุ่มอีลิทเหล่านี้ แต่ถ้ามองกันในแง่ความเป็นจริง มันก็คือการคัดสรรทางธรรมชาติอย่างหนึ่ง ผู้ที่แข็งแรงกว่า รู้มากกว่า รู้เร็วกว่า ย่อมเหนือกว่า

วิธีที่ง่ายที่สุดที่จะแย่งชิงทรัพยากร คือการแย่งชิงมาโดยที่เจ้าของทรัพยากรนั้น ไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกแย่งอยู่

แม้กระทั่งคนกลุ่มที่ดูเหมือนไม่มีทรัพย์สินอะไรเลย พวกเขาก็ยังมีทรัพยากรที่มีค่าอยู่ นั่นก็คือเวลา

พวกเขายังต้องดำรงชีวิต สิ่งที่พวกเขาทำได้ คือนำเวลาของพวกเขาไปแลกเงินกระดาษเพื่อยังชีพ

เงินกระดาษของรัฐบาลต่างๆ ถูก(ทำให้จำเป็นต้อง)ยอมรับและใช้กันอย่างแพร่หลาย กลายเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องใช้ดำรงชีวิต ผู้คนต้องใช้มันเพื่อนำไปแลกปัจจัยสี่ เงินกระดาษเหล่านั้นถูกผลิตและมีที่มาโดยกลุ่มอีลีท แน่นอนว่าพวกเขาสามารถควบคุมเงิน

เงินที่กลุ่มอีลีทสามารถเสกขึ้นได้จากอากาศผ่านระบบเฟียต ถูกนำมาใช้จ่ายให้กับผู้คน เพื่อให้ผู้คนทำงาน ในขณะที่เงินกระดาษนั้นถูกสร้างขึ้นมาโดยง่าย แต่เวลายังคงมีเท่าเดิม ทรัพยากรยังคงมีอยู่อย่างจำกัด การจะได้มาซึ่งทรัพยากรนั้น ต้องใช้ทั้งพลังงานและเวลา

กลุ่มอีลีทพิมพ์เงิน ในขณะที่ผู้คนนั้นทำงาน เงินกระดาษที่มีมากมายในระบบมีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เงินที่ถูกพิมพ์เพิ่มขึ้น เมื่อเพิ่มแล้วเพิ่มเลยไม่ลดลง มันเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดที่จะกระตุ้นให้ผู้คนทำงาน ถ้าเงินหมดก็แค่พิมพ์ไปจ่าย ผู้คนก็จะลุกขึ้นมาทำงาน พวกเขาจำเป็นต้องทำงาน

- คณิตศาสตร์อย่างง่าย -

ในขณะที่ทรัพยากรและเวลานั้นมีจำกัด แต่จำนวนเงินกระดาษกลับเพิ่มขึ้นได้ตลอดเวลา นี่คือสิ่งที่ทำให้ทรัพยากรมีมูลค่าสูงขึ้นตลอดกาลเมื่อเทียบกับเงินกระดาษ (เงินเฟ้อ)

มูลค่าทรัพยากร = จำนวนเงิน/จำนวนทรัพยากร

ของ10ชิ้น มีเงินในระบบ10฿ , ของ1ชิ้น = 1฿

ของ10ชิ้น มีเงินในระบบ100฿ , ของ1ชิ้น = 10฿

- เมื่อจำนวนเงินในระบบเพิ่มขึ้น ⬆️

- มูลค่าของทรัพยากรจึงสูงขึ้น ⬆️

มูลค่าของเงิน = จำนวนทรัพยากร/จำนวนเงิน

ของ10ชิ้น มีเงินในระบบ10฿, เงิน1฿ = ของ1ชิ้น

ของ10ชิ้น มีเงินในระบบ100฿, เงิน1฿= ของ0.1ชิ้น

- เมื่อจำนวนเงินในระบบเพิ่มขึ้น ⬆️

- มูลค่าของเงินจึงลดลง ⬇️

จำนวนเงินกระดาษที่ถูกพิมพ์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆนั้น ทำให้ทรัพยากรที่มีจำกัด มีราคาที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับเงินกระดาษ (ของแพงขึ้น) ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมูลค่าของเงินกระดาษต่างหากที่มีค่าลดลง

นี่แหละ คือการปล้นทรัพยากร ผ่านระบบเฟียต เพราะความสามารถในการเพิ่มเงินในระบบได้เรื่อยๆ ทำให้ทรัพยากรต่างๆแพงขึ้นเมื่อเทียบกับเงิน ซึ่งจริงๆแล้วมันคือการหลอกใช้ผู้คนให้ทำงานเท่าเดิม แต่กลับได้รับค่าจ้างที่ลดลงเรื่อยๆโดยไม่รู้ตัว หรือทำงานหนักขึ้นแต่ได้รับค่าจ้างเท่าเดิม หรืออาจจะน้อยลงด้วยซ้ำ

มันไม่ได้สำคัญที่ตัวเลขบนเงินกระดาษ แต่มันคือมูลค่าของเงินในการนำไปแลกทรัพยากร มูลค่าที่ลดลงเรื่อยๆตลอดกาล ทำให้เงินจำนวนเท่าเดิมกลับสามารถแลกทรัพยากรได้น้อยลง ซึ่งสิ่งที่มีค่าจริงๆนั้นไม่ใช่เงินแต่มันคือทรัพยากร

นี่ไม่ใช่วิธีการที่แปลกใหม่ หรือพึ่งมีใครคิดค้นวิธีการปล้นอย่างแนบเนียนแบบนี้ขึ้นมา แต่มันคือเรื่องที่เกิดขึ้นมานานแล้วและกำลังเกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบัน

การปล้นอย่างแนบเนียนนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับคนไทย หรือคนกลุ่มใด แต่เกิดขึ้นกับผู้คนทั้งโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้คนที่ยังไม่เข้าใจว่า เงินคืออะไร

การแย่งชิงทรัพยากรอย่างแนบเนียน ไม่ใช่แค่การขโมยเอาทรัพย์สินต่างๆของผู้คน แต่ยังหมายถึงการขโมยทรัพยากรเวลา การที่ผู้คนต้องทำงานอย่างยาวนาน ผู้คนที่ได้สร้างประโยชน์และคุณค่าให้กับระบบ มีผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากการทำงานนั้น กลุ่มอีลีทได้รับส่วนต่างที่มีมูลค่าสูงกว่าผู้ที่สร้างประโยชน์เสียอีก พวกเขาได้รับประโยชน์ผ่านเงินเฟ้อ ในขณะที่ค่าจ้างที่ผู้คนได้รับนั้นกลับเป็นเงินกระดาษที่ถูกผลิตโดยเหล่าอีลีทผ่านระบบเฟียต เงินเหล่านั้นไม่สามารถรักษามูลค่าเอาไว้ได้ เมื่อเวลาผ่านไปเงินกระดาษเหล่านั้นจะแลกทรัพยากรได้น้อยลงหากผู้คนเลือกที่จะเก็บออมเงินไว้เป็นเงิน

สิ่งนี้คือข้อเท็จจริง เหล่าอีลีทอาจดูน่าชิงชังในความสบายที่เหนือคนทั่วไป แต่นั่นเป็นความจริงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ธรรมชาติได้คัดสรรผู้ที่จะอยู่รอด ผู้คนจะได้อยู่ในจุดที่เหมาะสมกับความสามารถของพวกเขา ลูกหลานของพวกเขาจะมีต้นทุนตามความสามารถของบรรพบุรุษที่ได้สร้างเอาไว้

ผู้เขียนเองก็ไม่ได้รู้สึกชิงชังเหล่าอีลีทกลุ่มไหน เพราะเข้าใจในระบบของธรรมชาติ แต่เมื่อรู้ความจริงเช่นนี้แล้ว และกำลังอยู่ในยุคที่กำลังเกิดการเปลี่ยนผ่านของระบบการเงินเช่นตอนนี้ ไม่มีอะไรที่จะสำคัญไปกว่าการเข้าใจว่า “เงินคืออะไร” อีกแล้ว

ความยุติธรรมไม่เคยมีอยู่จริง สิ่งใดใครรู้มากกว่าย่อมได้เปรียบ เรื่องเงินก็เช่นกัน

ส่วนใหญ่ HOT Wallet จะเอาใช้จ่ายกันครับไม่ค่อยมีใครเอาไว้เก็บ

Replying to Avatar Right Shift

เงินคืออะไร? มีใครตอบได้มั่ง?

นั่นสินะ.. ทำไมเราไม่เคยได้เรียนเรื่องนี้ในห้องเรียนมาก่อนเลย 🤔 🇹🇭 #Siamstr #Rightshift #WhatisMoney

https://v.nostr.build/wKZx.mp4

เราคิดว่า.. คุณไม่สามารถเข้าใจความสำคัญของเงินชนิดใหม่หรอกได้ง่ายๆ หรอก ถ้าวันนี้คุณยังไม่เข้าใจเรื่องเงินกระดาษในมือ..

เราไม่ได้มีทีมมายัดยาส้มอย่างเดียว เราอยากจะช่วยเอายาเขียวๆ ที่ติดตรงลูกกระเดือกของทุกคนออกให้ด้วย..

เราไม่คิดว่าเราจะอยากเปลี่ยนโลกให้ได้เลยในวันนี้..

แต่ในอนาคตล่ะ?

มันเจ็บช้ำทุกครั้ง เมื่อต้องมานั่งทบทวนแล้วเขกกระโหลกตัวเอง ว่าทำไมเราไม่ยอมทำความเข้าใจ "เรื่องเงิน" ให้เร็วกว่านี้ ทำไมไม่มีใครยอมสอนเราตั้งแต่เด็กๆ เลยนะ เค้าสอนเราทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องเงินสินะ..

ไม่เป็นไร.. เราช่วยกันทำให้อนาคตของลูกหลานเราดีกว่านี้ได้

ไม่ว่าพวกเค้าจะโตไปเลือกใช้เงินอะไร มันก็สุดแล้วแต่ความชอบของพวกเค้า เราคงไม่ไปยัดเยียดใส่เด็กๆ หรอกว่า หันมาใช้เงินส้มๆ กันดีกว่า แทนที่จะหยิบจับสีเขียว สีแดง สีม่วง ฯลฯ

เราอยากให้อนาคตของชาติพันธุ์เรา มีภูมิคุ้มกัน มีความเข้าใจมากพอใน "เรื่องเงิน" มากพอที่จะไม่ต้องพาตัวเองไปติดกับดักหนี้ เวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏเรื่องเงินๆ ทองๆ ไม่ต้องไปคอยวิ่งไล่ล่าความสำเร็จอย่างบ้าคลั่งจนไม่มีเวลาให้กับเรื่องอื่นนอกจากเรื่องเงิน พฤติกรรมที่กำลังบั่นทอนสภาพสังคมของเราอย่างวันนี้..

Right Shift อยากเป็นส่วนหนึ่งในการให้ความรู้และความเข้าใจกับเด็กๆ รุ่นใหม่ เราอยากทำให้พวกเค้าพร้อมกับเรื่องเงินเมื่อถึงเวลาที่พวกเขาต้องเผชิญกับพิษสงของมันจริงๆ

เมื่อพวกเขาเข้าใจมันดีพอ พวกเขาจะ "รอด" พวกเขาจะ "ใช้เงินเป็น" รู้จักหาและจัดการมันอย่างเหมาะสม สามารถเก็บออมด้วยวิธีที่ถูกต้อง ส่งต่อมันสู่รุ่นถัดๆ ไปได้ ไม่ต้องมาคอยนั่งด่านั่นนี่ อย่างพวกเราในตอนที่แก้ไขอะไรกันไม่ได้แล้ว

นี่คืออีกหนึ่งในความตั้งใจของพวกเรา ที่หวังจะได้มีโอกาสในการช่วยสร้างกำแพงคุ้มกันทางการเงินอย่างง่ายๆ ให้กับอนาคตของพวกเรา อย่างน้อยมันควรจะดีกว่ารุ่นเราที่ไม่เคยได้สัมผัสกับอะไรแบบนี้มาก่อนแน่นอน.. เราหวังไว้แบบนั้นนะ

บอกเราว่าลูกหลานของท่าน ลูกหลานของเราอยู่ที่ไหน บอกเราว่าท่านต้องการให้เราได้ทำในสิ่งที่ตั้งใจ เราจะไม่รีรอและมองหาทุกความเป็นไปได้ที่จะช่วยทำให้มันเกิดขึ้นในสักทาง nostr:npub1prya33fnqerq0fljwjtp77ehtu7jlsjt5ydhwveuwmqdsdm6k8esk42xcv หัวหอกของเราบ่ยั่น :)

เรามาร่วมสร้างความหวังเล็กๆ นี้ไปด้วยกันครับ

===========

คลิปเต็มจะลงให้รับชมกันในช่องทาง "ท่อแดง" ในเร็วๆ นี้.. อย่าลืมติดตาม ท่อแดง ของพวกเรากันนะครับ เราจะได้ชื่นชมอนาคตที่น่าจะดีกว่าของพวกเราไปด้วยกัน... 😊

ส่วนใหญ่ที่ต้องเอาคำนี้ไปใช้จากประสบการณ์ในการทำงานและเรียนหรือไปแข่งประกวดทักษะ เป็นเพราะว่าต้องสร้างผลงานให้ตัวเองมีหน้ามีตาในแวดวง นั้นๆและมันไม่มีคำไหนมีพลังมากไปกว่าคำตรัสคมๆจากคนที่มีแต่คนเคารพนับถือพูดออกมา พอลูกแกะตัวแรกเอาไปใช้และได้ประโยชน์ ลูกแกะตัวที่สองก็ทำตามจนกลายเป็นว่าเอาไปใช้กันจนเฟ้อ เข้าใจบางไม่เข้าใจบางขอให้มีคำนี้ไว้ก่อน จนคนรุ่นหลังๆได้ยินรู้สึกเอื้อม นี่ยังไม่รวมถึงพวกโฆษณาการเกษตรหรือโฆษณาบริษัทที่ได้สัมปทาน ใช้สื่อในการเอาคำนี้ไปโปรโมตอีก เรียกได้ว่าทุกอย่างเกินจะควบคุมแล้ว แต่ยุคนี้คนไม่ค่อยอินละ ใครหรือรัฐไกนจะใช้คำนี้ควรคิดดีๆ 55

มันเกิดขึ้นแล้ว !!!!

Fiat Health เริ่มทำงาน

ข่าวใหญ่ในวงการสุขภาพสาย.......

เมื่อ 13 กันยายน 2023 เวลาประมาณ 17.00 เวลาประเทศไทย

yoube channel ของ Dr. Eric Berg ได้โพส video ใจความว่า ทาง YT แจ้งว่าข้อมูลของทาง channel ขัดต่อ Conventional Health Guildline จะทำการ ban channel

ซึ่ง หลายท่านอาจจะสงสัยว่าคือใคร

Dr. Eric Berg เป็นผู้เชี่ยญชาญทางด้านสุขภาพสาย Ketogenic ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก ช่วยคนป่วยจากโรค NCDs (และจาก Fiatต่างๆ) มามากมาย

นี้คือสิ่งที่ผมพยายามมากๆในช่วงหลังๆมานี้ เพราะผมเชื่อว่าข้อมูลที่ อาจารย์ป๊อบ หมอทิม หมอบิ๊ก และอีกหลายท่านในสายนี้ หรือตัวผมเองที่พยายามเผยแพร่ มันอาจจะขัดต่อ ความเชื่อทางสุขภาพกระแสหลัก (Fiat Health)

ซึ่งผลลัพธ์จาก Fiat เราหลายๆคนก็คงเห็นแล้ว ถ้าเราเปิดใจที่จะยอมรับ ไม่ว่าโรคนี้ไม่มีทางหาย ทานยาตลอดชีวิต , ทำตามคำแนะนำแต่ก็ไม่ได้ดีขึ้นซักเท่าไหร่ แต่กับผลลัพธ์จากกลุ่มสุขภาพแบบพวกผม เราก็คงได้เห็นกันแล้วว่าช่วยเหลือผู้คนไปขนาดไหน โรคที่ว่าไม่มีทางหาย ก็หายได้ แถมไม่ต้องทานยาด้วย

ซึ่งต้องมีคนไม่ถูกใจสิ่งนี้แน่นอน (เจ้าของระบบ Fiat) และวันนี้ได้เริ่มเด่นชัดขึ้น

ใครที่จะศึกษาข้อมูลสุขภาพสายนี้ รีบศึกษานะครับ เพราะไม่รู้ว่าใครจะเป็นรายต่อไป มันไม่จบที่ Dr. Eric Berg แน่นอน รวมถึง กลุ่มของพวกผมด้วย แล้วมันจะทำให้เราเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ยากขึ้นเรื่อยๆ

ฝากไว้ให้คิดนะครับ ไม่ใช่แค่ youtube นะครับ FB ,X( twitter) ก็เริ่มแล้วนะครับ จริงๆผมเคยโดนเตือนมาแล้วทุก Platform

ผมจึงมองว่า Nostr คือทางออกของเรื่องราวที่กำลังเกิดขึ้นนี้

WTF.......... Fiat !!!!!

โพสต้นทาง https://www.facebook.com/fastingfatdentist/videos/691108279169008

#fastingfatdentist #health #nutrition #fiat

#siamstr

#bitcoin

#Thainostrich

https://void.cat/d/5wGk14pCX4yhoqbi4f7SR8.webp

https://www.youtube.com/watch?v=ETonDtzkETw

#FuckFiat #Fiatไม่ใช่พ่อผม 🔥🔥

หรือนี่อาจเป็นฝันเปียกของ"รัดตบานโลก"

"...อะไรคือเป้าหมายที่แท้จริงของยูโทเปียของมองร์? โดยทั่วๆ ไปแล้วนั่นย่อมขึ้นอยู่กับว่าเรายึดเอา ราฟาเอล ฮิธโลเดย์ หรือตัว ทอมัส มอร์ ในยูโทเปียเป็นหลัก เพราะความคิดของตัวละครทั้งสองนั้นอยู่กันคนละด้าน ดังจะเห็นได้ว่า ราฟาเอลเห็นด้วยกับระบบการมีทรัพย์สินร่วมกันและไม่คิดว่าการปฏิรูประบบกษัตริย์อย่างค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปจะเป็นส่งที่ทำได้ ในขณะนี้ทอมัส มอร์ ในฐานะเป็นตัวละครไม่เห็นด้วยกับการให้มีทรัพย์สินร่วมกัน และคิดว่าการประนีประณอมตลอดจนการเปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆ ภายในขอบเขตของความเป็นจริง เป็นสิ่งซึ่งเป็นไปได้ ด้วยลักษณะแบ่งแยกเป็นสองฝักสองฝ่ายเช่นนี้เอง จึงไม่น่าประหลาดใจอะไรเลยที่ได้มีการตีความหมายของยูโทเปียออกไปในรูปต่างๆ กันอย่างมากมาย..."

ลิ้งค์ PDF :

http://www.openbase.in.th/files/tbpj087.pdf

อ่านฟรี

ใครที่ยังนึกไม่ออกว่าจะสร้างครอบครัวยังไงดี

ผมแนะนำให้ไปดู ซีรีส์ Peaky Blinder ครับ

แนวรักอบอุ่นใจค่อยๆสร้างธุรกิจขยายครอบครัว

จากคนทำธรุกิจเล็กๆในท้องถิ่นค่อยๆเติบโต จนเป็นครอบครัวใหญ่ธุรกิจหลากหลายสาขา