Avatar
BossMan
d0864ad0528ff7e0becdd502d19e9ddc18ccadc790318fd60f9988e3ca373f75
BossMan (เจ้ามนุษย์!)
Replying to Avatar Somnuke

ผมทราบดีว่าโครงการ ponzi wallet นั้นมีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย คนที่เห็นแก่เวลาสูงก็จะเอาลูกเดียว อนาคตจะกระทบอย่างไรก็ช่าง เราในฐานะรัฐบาลของนักการเมืองจึงรับฟังทุกความเห็นและสนใจแค่ความเห็นที่ชื่นชอบเพื่อเฟ้นหาความชอบธรรมมาอ้างดูดี และเราจะไม่ปรับ เพราะจะปรับได้อย่างไรในเมื่อที่พูดไปยังไม่รู้จะทำจริงยังไง เราจึงเลือกข้อแนะนำที่เราชอบมาจับแพะชนแกะมั่วซั่วไปเรื่อยเพื่อให้ตรงใจพรรคพวกกันเอง ประชาชนอย่ามาทำรู้เยอะ

ผมอยากให้เราลองนึกภาพไปด้วยกันว่า ในวันที่ 1 ก.พ. นี้มีเงินที่เสกหรือกู้มาใส่ในระบบ 560,000.- ล้านบาท ถ้าท่านเป็นภาคอุตสาหกรรม ท่านจะกักตุนสินค้าและวัตถุดิบเพื่อรองรับเม็ดเงินสร้างง่ายไหม และไปกว้านซื้อวัตถุดิบจนราคาพุ่งสูงจนรายย่อยเอื้อมไม่ถึง เพื่อที่จะผลิตสินค้ามาเตรียมแย่งชิ้นเค้กกันอยู่ไม่กี่รายที่ต้นน้ำหรือไม่ และท่านไม่ต้องห่วงจะมีคนกลางสาระแนที่เป็นคนใหญ่คนโตและพรรคพวกกันช่วยเข้ามาแทรกเก็บค่าธรรมเนียมในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่อุปทานเพื่อผลักราคาให้สูงขึ้นไปอีก

จะมีการจ้างคนแบบฉาบฉวยระยะสั้น ค่าแรงต่ำที่แปปเดียวก็เลิกจ้างไหม แล้วเงินจะเข้ามาอยู่ในกระเป๋าของพี่น้องประชาชนเท่าไหร่ ซึ่งใช้ไม่ถึงเดือนก็หมด เงินที่ท่านได้ 10,000 เร็วๆ นี้ แลกกับเงินทั้งหมดที่ท่านมีอยู่และจะหาได้ในอนาคตจะด้อยค่าลงถาวร

เราตั้งใจให้เงินถูกเอาไปใช้ในพื้นที่ตามบัตรประชาชนของท่าน แม้ว่ารัศมีโดยรอบที่ใช้ได้จะมีแค่ทุ่งนาป่าเขา รวมถึงร้านชำยายศรีอยู่ร้านเดียวก็ตาม แต่ยายศรีก็รับเงินดิจิทัลไม่ได้ เพราะไม่ได้จด VAT และท่านจะลงทุนสร้างอาชีพโดยการสั่งรถเข็น หม้อไห กระทะในลาซาด้าไม่ได้นะ ระยะมันเกิน แต่เราเข้าใจหัวอกของท่าน เราจึงเตรียมการแก้ปัญหานี้ไว้แล้ว

เพื่อช่วยพัฒนาชุมชนที่ท่านอยู่ ไม่ใช่เมืองใหญ่เพียงอย่างเดียว หากถิ่นอาศัยท่านทุระกันดาร ท่านไม่ต้องห่วงเรื่องว่าจะไปใช้จ่ายที่ไหน ส.ส.ของเราและพรรคพวกที่เป็นนายทุนจะรีบไปตั้งร้านค้าเพื่อขายโก่งราคาโดยไว รวมถึงตั้งร้านรับแลกเงินดิจิทัลเป็นเงินสดราคาโปรโมชั่นลด 30-50% สำหรับเอาใจท่านที่ร้อนเงิน ด่วน! รีบแลกวันนี้ไม่งั้นจะกดราคาไปเรื่อยๆ

หากท่านเห็นตรงกันกับผม และชอบโครงการนี้อยู่ ท่านอย่ายอมให้คนรู้มากและพูดความจริงอย่างมีเหตุผลสุดๆ มายับยั้งโครงการนี้ และขอให้ส่งเสียงบอกกับพวกเราบ้างว่า ท่านจะมีความสุขได้สักกี่น้ำ และดีใจที่รัฐบาลนี้ทำให้ท่านโดนปล้นเงินในกระเป๋าไม่รู้ตัว (ซึ่งจริงๆ ก็ทุกรัฐบาลนั่นแหละ)

เราเองก็อยากได้กำลังใจจากทุกคน เพราะพวกเราลงทุนไปมากและความนิยมเราพังทลายย่อยยับจากการฉวยผลประโยชน์ระยะสั้น และนี่คือโอกาสอัรดีที่เราจะกอบกู้ศรัธทาคืนโดยไม่ใช้เงินตัวเอง แม้ว่ามันจะสร้างผลกระทบระยะยาวใดๆ ก็ตาม อีก 4 ปีพวกเราก็ไปแล้วนี่ ดังนั้นเราจึงตั้งใจมาทำงานให้พี่น้องประชาชนจริงๆ ครับ และนี่แค่น้ำจิ้ม เตรียมตัวเตรียมใจร่ำรวยไว้ให้ดีนะครับประชาชนที่รัก"

- สมนึก ทวีหนี้สิน นายกรัฐมนตรีแห่งการซักผ้าไทย

ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องจริงของ...

#Siamstr #ThailandZapathon #Thainostrich

Goodday เรียบร้อย

Replying to Avatar Somnuke

ทำไมการปลูกพืชในปัจจุบันต้องใช้ "ปุ๋ย"

ทั้งที่ยุคโคตรเหง้าศักราชบรรพบุรุษสมนึกไม่เห็นจะต้องใส่ ปล่อยตามธรรมชาติเดี๋ยวช้างม้าวัวควายจระเข้งูสิง

ก็มากินต้นไม้ใบหญ้าแล้วขี้ทิ้งไว้แถวนั้นเอง

.

พืชผักต่างๆ รวมถึงต้นกระท่อมดึกดำบรรพ์ของตระกูล ก็เติบโตได้ดีจนต้องยกมือไหว้บอกต้นไม้ว่าโตช้าๆ หน่อยหนุ่มเอ้ยเด็ดกินไม่ทันแล้ว

.

ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไร มีแต่ความอุดมสมบูรณ์พืชพรรณเจริญงอกงามจนกลายเป็นป่าใหญ่เขียวขจีอยู่ยาวนานนับล้านๆ ปี

.

จนเมื่อวันที่มนุษย์ขี้เหม็นเริ่มทำลายมัน ปัจจุบันผืนดินทางการเกษตรไม่สามารถปลูกอะไรให้งอกเงยได้

.

ถ้าไม่ใช้ "ปุ๋ยเคมี" ที่กำเนิดขึ้นแค่ราว ๆ 100 ปีก่อน เสี้ยวเวลานึงของอารยธรรมมนุษย์เท่านั้นเอง

.

มันเกิดเหี้ยอะไรขึ้นครับ

#Siamstr #ThailandZapathon #Thainostrich

ขิงโดนซะแล้ว

สงครามไม่เคยดีไม่ว่าจะมาจากฝ่ายไหนก็ตามทุกอย่างมีผลตามมาเสมอ

nostr:naddr1qq25wcfjw9c8ger4d339jknzvee4s568w4p9xq3q87fs6hc9k2ase93v54h9qzx3zz5rrhwc89gstjdextprzlxcee9sxpqqqp65wsm7kn3

อันนี้ผมเห็นด้วยเริ่มจากสนับสนุนให้คนมาอ่าน Note ของพี่ตั้ม nostr:npub1mqcwu7muxz3kfvfyfdme47a579t8x0lm3jrjx5yxuf4sknnpe43q7rnz85 ก่อนเลยนี่แหละเครื่องพิสูจน์ว่าคุณรักการอ่านจริง. ยาวจัด🤣

ตำนาน 4สาวจีนสวยจนวัวตายควายล้ม

สวยจนอาณาจักรและยุทธภพชิบหายวายป่วง

https://youtu.be/oB7VhcNVfxU?si=LYK3MgGBSm5n6byg

ผมไม่นับ ภาค Seed destiney ครับกากมาก 🤣 อย่าหาทำ

เรื่องนี้ดีหมดทุกอย่างยกเว้นจบไวไปหน่อยแค่นั้นเองแหละครับ ผมดูขนานกับภาค Seed ไปด้วย(รีรัน) เนื้อเรื่องจริงๆขยายได้อีกเยอะครับ แต่อย่างว่ายุคนี้การทำอนิเมะตอนยาวๆ อาจไม่ใช่แนวทางอีกต่อไปเงินมันก็เสื่อมเรื่อยๆ

ผมก็ดมกาว แล้วกาวไปเรื่อยแหละพี่อย่าถือสาหาความจริงเลย 555 เป็นการเขียนแบบใส่อารมณ์ล้วนๆ

ขอยกสงครามการละครให้ไบเดน คุณบอกว่ากลุ่มก่อการร้ายถูกสร้างขึ้นเพื่อทำสงครามกับชาวยิวโดยเฉพาะ แต่ที่ผมเห็นคนประเทศอื่นถูกฆ่าและโดนลูกหลงไปด้วยซึ่งไม่ใช่ชาวยิว ผมว่าไม่ใช่ล่ะ มีความเป็นไปได้สองอย่างคือถ้าไม่พยายามปลุกระดมโดยใช้เชื้อชาติและปมที่บาดหมาดกันเป็นข้ออ้าง ก็หาเรื่องทำสงครามใหญ่โดยพยายามสร้างผู้ร้ายแล้วตัวเองเป็นฝ่ายดี ตามสบายลุงเลยไอ้ปีศาจจิ้งจอกเฒ่า

จริง สั่งร้านนำเข้าเอาเกรดแบบธรรมดาๆ 300-600 แถวบ้านเราล่อไปโล 500-600 เนื้อแบบเลี้ยงเอง ไม่ต่ำกว่านี้ เกรดนี่ไม่ต้องพูดถึง

สงคราม New Normal

เมื่อการทำสงครามอาจกลายเป็นเรื่องปกติ

เด็กที่โตมาในยุคนี้อาจมองว่าการทำสงครามคือเรื่องธรรมดาที่เลี่ยงไม่ได้ ดังเช่นข่าวอาชญากรรมความรุนแรงในประเทศเราอย่าว่าแต่เด็กเลียนแบบคนนูนคนนี้เลย แม้แต่การใช้ความรุนแรงในระดับโลกก็ไม่ได้น้อยไปกว่ากัน มันชี้ให้เห็นถึงว่าโลกเรากำลังเข้าสู่ยุคอะไร? ขอให้ทุกคนมีสติในการใช้ชีวิต Stacksat ขอให้พลังชี้นำของ Bitcoin สถิตอยู่กับทุกคน

https://youtu.be/kOPErhVVJYg?si=3xHRqk1NvpRl5mJQ

*

Clip By Julian Assange 08 10 2011

#Siamstr

Replying to Avatar Jakk Goodday

### การทดลอง 9 วันอันล้ำค่า : 2

## สังคมฟิสิคัล

ผมเคยตั้งคำถามกับตัวเองว่า.. มันเป็นเราเองใช่ไหมที่คิดว่าเราต้องเข้าสังคม หรือเป็นอย่างอื่นที่ทำให้เราคิดแบบนั้น?

ผมจำได้ว่าเมื่อราวๆ ช่วงปี 2550 ผมยังใช้มือถืออย่าง Nokia 5610 (จำรุ่นไม่ได้ชัดเจนนัก แต่เป็น Express music สีแดงนี่แหละ) ควบคู่ไปกับ Hutch อยู่เลย (ในขณะที่หลายคนเริ่มมี iPhone กันแล้ว)

ผมทำงานเป็น Sale executive ที่ต้องดูแลพื้นที่ทั้งประเทศ มันทำให้ผมต้องเดินทางอยู่ตลอดเวลา ไปแทบทุกจังหวัดที่สำคัญๆ (นั่นเป็นเหตุผลที่ผมเบื่อการเดินทาง/ท่องเที่ยวไปแล้ว) จึงไม่ค่อยมีเวลามานั่งเล่นคอมมากนัก...

สังคมที่พอจะบอกได้ว่าออนไลน์ในยุคนั้น คือ Voice call (โทรหาเพื่อน, โทรคุยสาว)

ส่วนที่เหลือคือสังคมฟิสิคัลล้วนๆ เพื่อนร่วมงาน, เพื่อนๆ IRL, ลูกค้า ฯลฯ

ในช่วงเวลานั้น เราคิดถึงการพบปะพูดคุยกับเพื่อนๆ การได้เจอกันอย่างตัวเป็นๆ ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบกันสรรพเพเหระ เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอะไรคือโลกออนไลน์?

การพบเจอกันแต่ละครั้งนั้นมันคุณค่าสูงมากเหลือเกิน

ความสนุกเพียงไม่กี่อย่างทางดิจิทัลคือการฟังเพลงด้วยมือถือ ฟัง CD แท้ๆ บนรถขณะเดินทาง กลับบ้าน (ที่พัก) เปิดคอมดูหนังแผ่นแม่สาย (ทีงี้ไม่แท้) โทรคุยกับคนรู้จัก ออกไปพบเพื่อนสังสรรค์กัน เช่าสนามเตะบอล ฯลฯ

เราไม่มีเวลามากพอจะแชท MSN (ผมไม่เสพติดขนาดนั้น) BB ผมก็ไม่ใช้ มีเล่นเกมแผ่นจาก Zeer รังสิตบ้างบางครั้ง (เมื่อก่อนต้องนัดเพื่อนไปเล่น DotA 1 ในร้านคอมมากกว่า)

โลกเริ่มรู้จักกับ Hi5, My Space ที่มอบประสบการณ์ใหม่ๆ ให้บ้างแล้ว ผมก็อยู่ในกลุ่ม Early adopt แต่มันไม่ได้เพลิดเพลินอะไร เพราะเราก็เน้นเล่นกับเพื่อนแค่ไม่กี่คน เราไม่ชินกับการต้องหาเวลามาทำความรู้จักกับคนอื่นๆ มากนัก

ในตอนนั้น.. ไม่มีใครจินตนาการได้เลยว่า "สังคมออนไลน์" กำลังจะกลายเป็น Mass Adoption ระดับ Global ในอีก 10 กว่าปีต่อมา..

อินเตอร์เน็ตความเร็ว 1 Mbps กลายเป็นของแรร์เกรดพรีเมียม ที่กว่าจะโหลดหนังสักเรื่อง (ด้วย BitTorrent) จนเสร็จได้ มันคือเรื่องมหัศจรรย์มากๆ ในยุคนั้น

ถ้ายังมีอะไรที่ผมจำได้ไม่หมดในช่วงเวลานั้น ก็คงต้องวานเพื่อนๆ ช่วยรื้อฟื้นให้ผมด้วยก็แล้วกันนะครับ :)

ข้อดีของยุคสมัยที่อินเตอร์เน็ตออนไลน์กำลังเริ่มตั้งไข่ ที่ผมเห็นได้ชัดเลยก็คือ..

เรายังเสพสุขกับโลกฟิสิคัล กับชีวิตจริง In real life ได้อย่างเต็มที่ เรามีเวลาว่าง แบบว่าว่างจริงๆ จนไม่รู้จะทำอะไรเลย นั่นทำให้เรามีกระบวนการเรียนรู้เกิดขึ้นอย่างมาก ไม่ว่าจะจากประสบการณ์จริง หนังสือ หรืออื่นๆ

เราไม่รู้สึกว่าเราต้องการสังคมขนาดใหญ่แต่อย่างใด

### ประเทศออนไลน์

จนกระทั่งการมาถึงของ Facebook ตามด้วยความรุ่งเรืองของ Apple, Google (ซึ่งในตอนแรกผมมี FB ไว้เล่น Restaurant city กับแฟนเท่านั้น.. ฮา)

ความสุขของการใช้งาน Facebook ในยุคแรก คือการทำให้เราเชื่อมต่อเข้ากับเพื่อนที่ห่างเหินกันไปนานในชีวิตจริงได้ เราเริ่มว้าว กับการไม่ต้องเดินทางไปหากันบ่อยๆ การไม่ต้องยกหูโทรคุยกัน ไม่ต้องหยอดเหรียญ (เลิกไปนานแล้วมั้ง) ไม่ต้องคอยส่ง SMS, จดหมาย, อีเมลล์ ฯลฯ

เพราะเราคุยกันผ่านทาง Facebook ได้เลย

ผมคิดว่าปัญหาชู้สาวที่กลายเป็นเรื่องปกติในยุคนี้ก็เริ่มมีช่องทางแอบแซ่บที่สะดวกโยธิน เริ่มมาตั้งแต่ตอนนั้น..

ผมเคยเป็นหนึ่งในคนที่ "เห่อ" เล่น FB ระดับที่นั่งจ้องรอคนมาตอบคอมเม้น ดูว่าใครจะกดไลค์ให้เราบ้าง ก็เคยมาหมดแล้ว แต่มันมีคุณค่า ก็มันคือคนที่เราอยากเสวนาด้วยทั้งนั้น ไม่มีคนอื่น

ใช่! ...ไม่มีคนอื่น

ผมคือคนกลุ่มแรกๆ ที่มีพฤติกรรมเสพช่องทางออนไลน์ผ่านอุปกรณ์พกพามากกว่าใครๆ ในที่ทำงาน (ที่ปัจจุบัน) มากซะจน "โดนเขม่น" ว่าเป็นพวก "สังคมก้มหน้า" ไม่สนใจสิ่งรอบตัว ไม่สนใจใคร.. มันเป็นแบบนั้นจริงๆ

สังคมรอบตัวที่เรายี้ให้มันอยู่แล้ว เมื่อมีสังคมออนไลน์ที่เราอยากให้มี มันผสมโรงออกมาทำให้ผมกลายเป็นแบบนั้น

ในบริบทของผมเอง ผมกลายเป็นพวกที่ "มาก่อนกาล" ผมศรัทธาในพลังของเทคโนโลยีเหล่านี้ และจินตนาการถึงอนาคตของมันได้ (ซึ่งมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ) ในตอนที่ใครๆ ยังเสียค่าโทรเป็นรายนาทีกันอยู่เลย..

วันนี้พวกเราไปพูดเรื่อง Bitcoin หรือ Nostr กับคนอื่นแล้วได้รับปฏิกิริยากันยังไง ผมก็เป็นแบบนั้นเมื่อสิบกว่าปีก่อน

ผมเป็นคนบ้าเพ้อเจ้อที่เห่อของเล่นเก๊ๆ ไม่มีประโยชน์อะไรจริงๆ ที่จะจับต้องได้ (พวกเขาแค่ยังไม่เคยสัมผัสมัน)

ตัดภาพกลับมาในวันนี้.. คนที่ "เคยหาว่าผมบ้า" กลับกลายเป็นคนบ้าตามคำนิยามของพวกเขาเองมากกว่าผมไปแล้วเสียอีก ในขณะที่ผมใช้งานมือถือน้อยลงไป 50-60% เทียบกับอดีต

ตลกดีชะมัด

พวกเขาพึ่งเห่อทำในสิ่งที่ผมเคยทำมาก่อนตั้งสิบกว่าปีจนเบื่อสะอิดสะเอียนไปแล้ว..

ก็เมื่อคุณเคยผ่านเรื่องแบบนี้มาก่อนแล้ว มันจึงไม่ยากที่จะทำความเข้าใจกับเส้นทางของการ Adoption ของบิตคอยน์ ที่อาจจะต่างไปเล็กน้อยตรงที่มันเกิดขึ้นมาพร้อมศัตรูรอบตัว แถมยังกระจายศูนย์อีกต่างหาก

ใช่... ก็เพราะบิตคอยน์มันไม่มีการตลาด

YouTube, Line, Facebook ฯลฯ แพลตฟอร์มเหล่านี้ได้กลายเป็น "แอปสูบวิญญาณ" ของใครต่อใครที่ทรงพลังมากๆ ไม่เว้นแม้แต่กับตัวผมเอง

รู้ไหมทำไมใครหลายคนเลือกจะชาร์จมือถือไว้ใกล้ตัวก่อนเข้านอน?

เพราะพวกเขาต้องการจะหยิบมันขึ้นมาเช็คความเคลื่อนไหวได้ทันทีที่ลืมตา ในขณะที่ยังนอนเลื้อยอยู่บนที่นอนยังไงล่ะ

เราก็รู้สึกว่ามัน "เป็นหน้าที่" ที่ต้องคอยปรากฏตัวหรือเคลื่อนไหวบนโลกออนไลน์อยู่ตลอดเวลา เราพยายามเปลี่ยน "ตัวตน" ของเราให้กลายเป็นมีมูลค่าเพิ่ม (แบบปลอมๆ) เราเริ่มรู้จักกับ Influencer, Online Marketing บลา บลา บลา

ธุรกิจน้อยใหญ่เริ่มคลืบคลานเข้าหาแพลตฟอร์มออนไลน์ในวันที่ไร้ทางเลือกอื่น ทุกคนล้วนอยากเป็น "Citicenz" ของ "ประเทศออนไลน์" ด้วยกันทั้งนั้น ทุกคนเริ่มสูญเสียสัมผัสฟิสิคัลในชีวิตจริงไปเรื่อยๆ ๆ ๆ

จนลืมกันไปหมดแล้วว่าคุณค่าของมันคืออะไร...

### Back to basic

ขอบคุณบิตคอยน์และ Nostr ที่เป็นเสมือน Time Machine พาผมย้อนเวลากลับไปยังอดีต วันวานที่ลึกๆ แล้วเราเองก็ยังถวิลหามันอยู่.. (ผมไม่อยากสาธยายเรื่องโลกออนไลน์มากไปกว่านี้อีกแล้ว)

สังคมบน Nostr มัน "พอดี" สำหรับผม มันคือ "ประเทศออนไลน์" ที่มีระบอบการปกครองแบบเสรี มีเงินสร้างยากเป็นเงิน Legal tender

ถ้าเราเคยจินตนาการกันไม่ออกว่าประเทศที่ใช้บิตคอยน์เป็นเงิน ประเทศที่ไม่มีรัฐบาลจะดำเนินไปอย่างไร?

ก็บน Nostr นี่แหละ คือ ประเทศเสรีในแบบที่ว่า คุณสามารถจดจำทุกพัฒนาการของมันแล้วเอาไปเขียนตำราใหม่ได้เลย

---

ประเด็นที่จะเขียนก็คือ.. ผมเริ่ม "ตื่นรู้" มาสักพักแล้ว..

โดยเฉพาะเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งผมเสียน้องชาย (ลูกพี่ลูกน้อง) ในวัยเบญจเพศไปอย่างกระทันหัน โดยที่ผมเองยังรู้จักตัวตนเขาน้อยยิ่งกว่าที่รู้จัก อ.ตั๊ม เสียอีก

ทั้งที่เขสเป็นน้องคลานตามเรามาแท้ๆ

ผมให้เวลากับคนรอบตัวน้อยไป.. และเคสนี้ผมไม่มีโอกาสได้แก้ตัวอะไรเลย.. ถึงมันไม่ใช่ความผิดของผมแต่ผมก็ยังรู้สึกผิดมากอยู่ดี ผมยังเก็บแชทสุดท้ายที่น้องพิมพ์หาผมเอาไว้เพื่อคอยเตือนสติตัวเอง.. แชทที่ผมพึ่งรับแอดไลน์น้องก่อนวันจะจากไปเพียงเดือนเดียว

เมื่อไหร่ที่ผมถลำลึกกับอะไรมากเกินไปจนลืมทุกอย่างรอบๆ ตัว มันจะคอยดึงผมไม่ให้ดำดิ่งไปมากกว่านั้นเอาไว้เสมอ

ด้วยเหตุนี้..

เมื่อการลาพักผ่อนต้องประสบกับอาการป่วยของลูกชายและแม่ยาย มันทำให้ผมดึงสติตัวเองว่าเราควรจะใช้เวลาอันมีค่านี้ไปกับเรื่องอะไร?

เราไม่ได้ถูกใครบังคับว่าต้องทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ คนแบบผมไม่เคยมีอะไรที่เป็น "กฏ" สำหรับตัวเอง ผมอธิบายความหมายคำว่า "อิสรชน" ไม่ได้ แต่ผมคิดว่าผมนี่แหละคือ "อิสรชน" ตัวจริงเสียงจริง

Facebook เราก็ลาขาดมาแล้วดื้อๆ เรามาลองลาขาดจากมือถือดูสัก 9 วันจะเป็นไรไป ลองย้อนอดีตไปเมื่อ 16 ปีก่อนกันดูสักตั้ง..

จริงๆ แล้วมันก็ไม่ถูกต้อง ที่เราเลือกเเาความปรารถนาของตัวเองอยู่เหนือความรับผิดชอบส่วนรวมที่ยังพอมีอยู่บ้าง ผมหมายถึงงานกับ RS ที่ผมควรจะทำบางอย่างให้จบสิ้นไปในตอนนี้ แต่ผมเลือกแล้ว... ผมเลือกจะพอกเอาไว้แบบนั้นก่อน

มันไม่ยากอะไรเลย กับการไม่ต้องบังคับตัวเองก็บอกลามือถือได้ตลอดทั้ง 9 วัน เมื่อเทียบกับช่วงเวลาที่ผ่านมาผมใช้งานมือถือลดลงไป -90% เลยทีเดียว

เชี่ย!! ไม่เห็นจะตายเลยนี่หว่า!?

โลกฟิสิคัลจริงๆ แล้วไม่ได้น่าเบื่อแบบที่เราคิด เมือเหรียญยังมีหัว-ก้อย ดังนั้น ทุกอย่างก็มี "ด้านอื่น" อยู่เสมอเช่นกัน

"มันบาปไหมพี่ ถ้าผมจะตัดสินใจเรียนจบช้าไปสัก 1 ปี"

น้องคนหนึ่งทักหลังไมค์มาถามผม..

ผมบอกไปว่า.. บาปเกิดขึ้นที่ใจเรา "บาป" ไม่ได้มีตัวตนอยู่จริงเว้นแต่เราจะสร้างมันขึ้นมาเอง

ดังนั้นมันจะบาปหรือไม่บาปก็ขึ้นกับว่าเรารู้สึกกับมันยังไง และมันจะบาปแน่ๆ ถ้าเราเลือกไม่เรียนต่อและเว้นวรรคไป 1 ปี แต่เรากลับไม่ได้ประโยชน์อะไรจาก 365 วันนั้นเลย

เลือกสิ่งใดก็ควรมีแผนรองรับ.. ผมไม่ได้ให้คำแนะนำใดที่เป็นประโยชน์ต่อคำถามของน้องมากนัก นอกจากแง่คิดประมาณนี้

ผมไม่รู้สึก "บาป" ที่เว้นวรรคตัวเองไปแค่ 2.5% ของ 1 ปี

แต่ผมกลับรู้สึก "ได้บุญ" และค้นพบความรู้ใหม่ๆ หลายอย่างในเวลาสั้นๆ นี้ ..มันคุ้มค่าต่ออนาคตที่เราจะก้าวเดินต่อไป มันพบคำตอบของย่อหน้าแรก ว่าแท้ที่จริงแล้ว..

เรานี่แหละที่โหยหาสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเราเอง..

---------

ผมนึกสนุกลองเปิดแอป FB ขึ้นมาดูอีกครั้ง...

"ผมไม่ได้เป็นคนทิ้งเขาครับ"

สิ่งแรกที่ FB ยัดเยียดมาให้ผม คือประโยคจากการให้สัมภาษณ์ของ "แน็ค แฟนฉัน" ที่พึ่งเลิกรากับ "เก๋ไก๋ไฉไลเด้อ" อะไรนั่นไปหมาดๆ

"ไอ่สัส!!?"

"กูต้องรู้เรื่องพวกมึงด้วยเหรอวะ?"

....

#Siamstr

Replying to Avatar Pong 🟠

วินัยที่สอง สำคัญมาก

หลายครั้งนะที่อยากเพิ่มอุปกรณ์ทำงาน

หลายครั้งที่อยากอัพเกรดของใช้

บางครั้งก็อยากกินของแพงๆอร่อยๆ

หรืออยากซื้อรถใหม่

แต่คำว่ายังไม่จำเป็น คำว่าเสื่อมค่า

มันก็ทีน้ำหนักขึ้นมา ทำให้ยังไม่จ่าย

ผมชอบคำพูดของคุณ CK ตอนที่คุยกับคุณดีล

วินัยแรกคือการออม น้อยคนที่ทำได้

วินัยสอง น้อยคนที่ออม ที่จะทำได้

วินัยแรกการออมเงินใครๆก็เข้าใจ

แต่วินัยสอง เมื่อคุณมีเงินจากกาคออม คุณจะใช้ยังไง ใช้ถูกไหม

มันยากมากเลยนะ พอคุณมีเงินเยอะระดับนึง

ไอของที่คุณอยากได้ คุณก็จะซื้อมัน

แต่ถ้คุณอดทนมันได้ ในระยะยาว คุณจะมีเงินทวีคูณเข้าไปอีก ถึงเวลานั้น ของที่คุณเคยอยากได้ มันจะถูกไปเลย

ในช่วง 2-3 เดือนนี้ ผมต่อสู้กับตัวเองหลายอย่างเลย ทั้งคอมที่แรงขึ้น notebook ใหม่

กล้องตัวที่ 3-4-5 ไฟเพิ่มอีกซักดวง รถใหม่

และอื่นอีกเพียบ แต่ต้องอดกลั้นมากๆ

ถึงแม่จะซื้อไอโฟนแล้วก็ได้ แต่กิเลสมันยังเหลืออีกเยอะ

ซึ่งตอนนี้ทางแก้ของผม ถ้าอยาก shopping ก็คือ ซื้อ bitcoin มันซะ ง่ายที่สุด และในระยาว มันคือดีที่สุด การซื้อ bitcoin ทำได้ง่าย

การเก็บรักษาทำได้ยาก และการถือให้ยาวนาน ทำได้ยากกว่า

ผมแบ่งขั้นตอนการถือ bitcoin เป็น สี่ ส่วน

ความเข้าใจ / วินัย / การเก็บรักษา

และสุดท้าย ความอดทน

มันยากมากที่จะทำสิ่งเหล่านี้ไปตลอด

คุณจะขาดอะไรไปไม่ได้เลย

ส่วนโภพสต่อไป ว่าด้วยเรื่อง

การใช้เงินกับสิ่งที่ จำเป็นไหม ด่วนรึเปล่า

มุมมองนี้ น่าสนใจมากๆ

#siamstr

อัน2 นี่ยากจริงครับ คล้ายๆเป็นแชมป์แต่การรักษาแชมป์ยากกว่า