Avatar
BossMan
d0864ad0528ff7e0becdd502d19e9ddc18ccadc790318fd60f9988e3ca373f75
BossMan (เจ้ามนุษย์!)
Replying to Avatar Tungkukk🇹🇭

Christianity คือศูนย์กลางของเหล่าทาสทั้งหลาย อย่างที่ Nietzsche กล่าว

นั่นคือหลักการในยุคสมัยหลังปฏิวัติอุตสาหกรรม มุมมองของ Nietzsche นั้นใกล้เคียงกับ Dostoevsky มากๆ ในเรื่องนี้ แม้ว่า Dostoevsky จะเป็น Orthodox ก็ตาม

ผมมองว่ากรณีของ มาร์กซ์ มันคือ ศีลธรรมในการมองโลกแบบยิว ซึ่งไปสู่สังคมยูโทเปีย และ วิวัฒนการของมนุษย์แบบดาร์ลวิน มันขัดหลักกันตรงที่ว่า มนุษย์ยังก้าวพ้นขีดจำกัดของตัวเองไม่ได้ซึ่งอยู่ในรูปแบบของ(being) humanism

ดังนั้นความขัดแย้ง(conflict) ของการโจมตีปรัชญาของ Nietzsche จึงมีอิทธิพล สำหรับพวก Right wing หรือ Nazis(ที่ชอบยกมากล่าวอ้างแบบลอยๆ) แม้ว่าจะไปทางเดียวกันในการก้าวพ้น Humanism

งานเขียนของ Victor Flankle ในยุคหลัง Post World War II คืองานเขียนเล่มหนึ่งที่ทรงพลัง Man’s Searching for meaning ทั้งหมดของเผด็จการคือความเปลือยเปล่า และ พวกเค้าไม่สามารถดำรงอยู่ได้ตราบใดที่มนุษย์ที่ดำรงตามเส้นทางพร้อมที่จะอยู่ต่อไปได้

แม้แต่ Victor ยังชื่นชอบ ความหมายนั้น “คนที่มีเหตุผลที่จะมีชีวิตอยู่ย่อมทนได้กับทุกสิ่ง”

นี่มันคือเรื่องที่เหนือกว่า ความเป็นมนุษย์ เพื่อสะท้อนเรื่องราวการตายของพระเจ้า

ดังนั้นการอ่าน Nietzsche คือการโต้แย้ง Karl Marx ในด้านศีลธรรมแบบปัจเจกโดยชัดเจน

เพิ่มเติม Revolution กับ Evolution มีความหมายต่างกัน ตรงที่ Revolution คือสิ่งที่มนุษย์พยายามโต้ตอบกับผู้มีอิทธิพล การสู้กันระหว่าง นายและทาส

แต่ Evolution มันคือ วิวัฒนาการผ่านเทคโนโลยี ต่างๆ ที่มนุษย์สามารถคิดค้นมันไปได้

Bitcoin สำหรับผมคือ Evolution และ มนุษย์จะหันมามีศรัทธาต่อความเชื่อ และ ค้นพบสิ่งที่เรียกว่า “จิตวิญญาณที่แท้จริง”

#siamstr

เอาไปเลย 10 นิชเช่!

Replying to Avatar BossMan

มาร์กซ์ คาร์ล เคยกล่าวไว้ "ศาสนา" คือยาฝิ่น

คนทุกคนไม่ควรมีทรัพย์สินเป็นของตนเอง ทุกคนควรทำงานแค่วันละ 6ชั่วโมงเท่าๆกันทุนนิยมคือสิ่งที่ชั่วร้าย หากใช้เพียงหลักเมตตามนุษย์ ไปตัดสินมนุษย์ผู้อื่น โดยใช้ความทุกข์ของตัวเองเป็นที่ตั้ง และตัดสินว่าความทุกข์ของมนุษย์ทุกคนนั้นก็คงทุกข์เหมือนๆกันกับของตน สิ่งนี้คือความเมตตาที่ขาดปัญญา ซึ่งขัดกับหลักคำสอนทางพุทธศาสนาแบบดั้งเดิม คือการกระทำใดๆควรใช้สติปัญญาพิจารณ เช่นการถือศีลห้า(๕) วัว ควายก็ถือได้ สิ่งที่ทำให้มนุษย์ทุกคนแตกต่างจากสัตว์เหล่านั้นคือ การมีความคิดในแบบของตนหรือการใช้สติปัญญาตามแบบของตนที่แต่ละคนพึ่งมี

Leo Tolstoy นักแต่งวรรณกรรมอันดับต้นของโลกเคยกล่าวเอาไว้ เวลาคนเรามีความสุขสุขของเรามักคล้ายกัน แต่เวลาคนเรามีความทุกข์ทุกข์ของเราแตกต่างกัน ดังคำกล่าวนี้แสดงให้เห็นถึงความทุกข์คือเสรีภาพ เป็นสิ่งที่เป็นปัจเจกบุคคล และนั่นคือการใช้สติปัญญาตามแบบที่มนุษย์ทุกคนมี ความทุกข์จึงย่อมแตกต่างกัน สิ่งที่มนุษย์ทุกคนได้รับจึงแตกต่างกัน ดังนั้นเมื่อพิจารณาคำกล่าวของ มาร์กซ์ คาร์ล ที่เคยกล่าวเอาไว้ว่า ศาสนาคือยาฝิ่น คนทุกคนไม่ควรมีทรัพย์สินเป็นของตนเอง ทรัพย์สินทุกอย่างควรเป็นของส่วนร่วม ทุนนิยมคือสิ่งที่ชั่วร้าย ทุกคนควรทำงานแค่วันละ 6ชั่วโมงเท่าๆกัน เป็นเพียงความเห็นอกเห็นใจที่ไร้สติปัญญาไม่ต่างจาก "วัวควาย"

มีแต่ความ Empathy แต่ไม่มีสมอง

สุขสันต์วันนารวม . 5 May 24 #Siamstr

เพิ่มเติม

ในสายตาของมาร์กซ์ ที่ตีความว่าศาสนาคือยาฝิ่นบริบทนี้ มาร์กซ์น่าจะหมายถึง ศาสนาคริสต์ ซึ่งตามประวัตินั้น ศาสนาคริสต์มีจุดกำเนิดมาจากทาสชาวฮีบรูที่ถูกคนอียิปเกณฑ์ไปใช้เป็นแรงงานทาส เหล่าทาสจึงสร้างศาสนาขึ้นมาปลอบตัวเองว่าสักวันจะมีบุตรแห่งพระเจ้าลงมาปลดปล่อยเราจากการเป็นทาสที่ถูกกดขี่ นั่นก็คือที่มาของ เมสไซอาห์,เมสสิยาห์ โมเสส จีซัส หรือ พระเยซูคริสต์(คนเดียวกันจะเรียกอะไรก็เรียก) ต่อมาภายหลังเกิดความขัดแย้งกันระหว่างพระเจ้าของเขากับกลุ่มทาส เหล่าทาสจึงเปลี่ยนใจไปสมคบคิดกับทหารโรมันให้มายึดอำนาจ และจับพระเจ้าของเขาไปตรึงกางเขน(บทนี้คล้ายๆการเมืองประเทศกะลาประเทศหนึ่งเลยเนอะ) ซึ่งภายหลังเราก็ทราบกันดีว่าคนที่เป็นหัวกลุ่มคนทรยศพระเจ้าของเขานามว่า ยูดาส และเมื่อเวลาผ่านไปมีคนเรียกพวกเขาเหล่านั้นในเชิงเสียดสีจึงเกิดเป็นคำเพี้ยนและเป็นที่มาที่เรารู้จักกันดีในนามว่า "ชาวยิว" ซึ่งการที่ผมต้องยกตัวอย่างการตีความของมาร์กซ์นั้นหากจะโต้แย้งสมควรใช้ ศาสนาที่มีหลักคิดแบบเป็นนายมาโต้แย้งจะสมเหตุผลกว่าศาสนาแบบทาส นั่นก็คือพุทธศาสนาแบบดั้งเดิม ซึ่งเราจะสังเกตได้จากพุทธประวัติของพระพุทธเจ้าได้ว่าในสมัยพุทธกาลก่อนที่พระพุทธเจ้าจะตรัสรู้และเผยแพร่คำสอนของศาสนาพุทธนั้น พระพุทธเจ้าเป็นคนมีการศึกษาหาความรู้มาเป็นอย่างดีก่อนจะตรัสรู้และเผยแพร่คำสอนได้ในต่อมาจึงมีคนยอมรับและมีลูกศิษย์ภายหลัง นักคิดนักปรัชญาชาวเยอรมันจึงนิยามและยกย่องว่าศาสนาพุทธแบบดั้งเดิมเป็นศาสนาของคนที่มีการศึกษาเป็นศาสนาแบบนาย ดังนั้นผมเห็นว่าการจะโต้แย้งมาร์กซ์ที่กล่าวว่าศาสนาคือยาฝิ่นผมเห็นควรว่าควรโต้แย้งโดยใช้หลักการคิดของพุทธศาสนาแบบดั้งเดิมคือการสอนลูกศิษย์ให้ใช้สติปัญญามากกว่าการยึดหลักตามคำภีร์ซึ่งเขียนขึ้นภายหลังพระพุทธเจ้านิพพาน (ให้สังเกตว่าทำไมผมจึงใช้คำว่าพุทธแบบดั้งเดิมเพราะถ้ามาถามว่าพุทธศาสนาแบบปัจจุบันในไทยเป็น ศาสนาแบบทาส หรือ แบบนาย ผมเชื่อว่าทุกคนคงตอบได้ไม่ยาก)

อันนี้ความเห็นของผม คือสิ่งที่ Bitcoin คล้ายๆพุทธศาสนาแบบดั่งเดิมคือ ยุคแรกๆคนที่ถือ Bitcoin จะเป็นคนที่ค่อนข้างมีความรู้ อย่าง Hal Finney ,Adam Beck และท่านอื่นๆ แต่ยุคถัดมาด้วยความ Mass ของ Bitcoin คนที่จะมาใช้งานระดับความรู้จะค่อยๆลดลงเรื่อยๆ อย่างที่ อ. ต๊ำบอกใน Bitcoin Talk ตอนไหนสักตอนนี่แหละว่าในยุคถัดไปคนจะใช้ Bitcoin โดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่า Bitcoin มันทำงานยังไงเขารู้แค่ว่าต้องใช้มันเป็นเงิน เหมือนคนนั่งเครื่องบินก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเครื่องบินทำงานยังไง ซึ่งผมมองว่ามุมนี้ Bitcoin มีส่วนคล้ายคลึงกันตรงด้านวิวัฒนาการจากศาสนาพุทธในปัจจุบันครับ และผมก็เข้าใจนะว่าทำไมพี่เดชาถึงเป็นห่วงพวกเราตลอด(ด่าตลอดพวกนายมั่ว! เสียงพี่เดชาลอยมา) เพราะกลัวว่าในยุคถัดไปพวกเราจะหลงลืมสิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญของ Bitcoin

แต่ในยุคนี้เราโชคดีมี Right Shift ละไง ก็ขอให้พี่ๆส่งผ่านความรู้ต่อไปอีกยุคให้ได้ครับถ้าเราไม่โดนพวกทหารโรมันจับไปตรึงกางเขนกันหมดซะก่อนนะครับ 😜 ล้อเล่นครับ อิอิ "All Hail Bitcoin!"

มาร์กซ์ คาร์ล เคยกล่าวไว้ "ศาสนา" คือยาฝิ่น

คนทุกคนไม่ควรมีทรัพย์สินเป็นของตนเอง ทุกคนควรทำงานแค่วันละ 6ชั่วโมงเท่าๆกันทุนนิยมคือสิ่งที่ชั่วร้าย หากใช้เพียงหลักเมตตามนุษย์ ไปตัดสินมนุษย์ผู้อื่น โดยใช้ความทุกข์ของตัวเองเป็นที่ตั้ง และตัดสินว่าความทุกข์ของมนุษย์ทุกคนนั้นก็คงทุกข์เหมือนๆกันกับของตน สิ่งนี้คือความเมตตาที่ขาดปัญญา ซึ่งขัดกับหลักคำสอนทางพุทธศาสนาแบบดั้งเดิม คือการกระทำใดๆควรใช้สติปัญญาพิจารณ เช่นการถือศีลห้า(๕) วัว ควายก็ถือได้ สิ่งที่ทำให้มนุษย์ทุกคนแตกต่างจากสัตว์เหล่านั้นคือ การมีความคิดในแบบของตนหรือการใช้สติปัญญาตามแบบของตนที่แต่ละคนพึ่งมี

Leo Tolstoy นักแต่งวรรณกรรมอันดับต้นของโลกเคยกล่าวเอาไว้ เวลาคนเรามีความสุขสุขของเรามักคล้ายกัน แต่เวลาคนเรามีความทุกข์ทุกข์ของเราแตกต่างกัน ดังคำกล่าวนี้แสดงให้เห็นถึงความทุกข์คือเสรีภาพ เป็นสิ่งที่เป็นปัจเจกบุคคล และนั่นคือการใช้สติปัญญาตามแบบที่มนุษย์ทุกคนมี ความทุกข์จึงย่อมแตกต่างกัน สิ่งที่มนุษย์ทุกคนได้รับจึงแตกต่างกัน ดังนั้นเมื่อพิจารณาคำกล่าวของ มาร์กซ์ คาร์ล ที่เคยกล่าวเอาไว้ว่า ศาสนาคือยาฝิ่น คนทุกคนไม่ควรมีทรัพย์สินเป็นของตนเอง ทรัพย์สินทุกอย่างควรเป็นของส่วนร่วม ทุนนิยมคือสิ่งที่ชั่วร้าย ทุกคนควรทำงานแค่วันละ 6ชั่วโมงเท่าๆกัน เป็นเพียงความเห็นอกเห็นใจที่ไร้สติปัญญาไม่ต่างจาก "วัวควาย"

มีแต่ความ Empathy แต่ไม่มีสมอง

สุขสันต์วันนารวม . 5 May 24 #Siamstr

ถ้าคุณคิดแบบ Nihilisim หรือเห็นด้วยกับการบอกว่าตัวการที่ทำให้โลกร้อนคือมนุษย์ นั่นหมายถึงคุณกำลังจะบอกว่ามนุษย์ควรสูญพันธุ์และตายไปให้หมดจากโลกนี้ คำถามที่ผมอยากจะถามคือคุณเป็นใครถึงมาตัดสินใจว่ามนุษย์คนอื่นไม่สมควรเกิดมามีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ สิ่งใดก็ตามที่เกิดขึ้นมาแล้วเพราะมันเกิดขึ้นมาแล้วไม่มีใครไปแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้วได้ความจริงคือต่อให้ไม่มีมนุษย์อยู่บนโลกก็ โลกก็มีอายุขัยของมันอยู่ดีมันก็คล้ายดาวดวงอื่นๆมันก็คล้ายๆสิ่งมีชีวิตแบบเราที่เกิดมาแล้วดับไปแล้วเกิดมาใหม่อีกครั้งไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่ามันอาจจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเหล่าไม่รู้จะกี่ครั้งต่อกี่ครั้งนับไม่ถ้วนแล้วก็ได้ดังนั้นอย่าไปตัดสินว่าเพียงเพราะฝุ่นเล็กๆที่เกาะอยู่บนโลกอย่างมนุษย์สมควรจะหายไป ไม่มีใครที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะไปตัดสินใครแบบนั้นเพราะทุกอย่างในจักรวาลถูกออกแบบมาให้เอาเปรียบซึ่งกันและกันนั่นคือความจริง มันไม่ใช่ความผิดอะไรของมนุษย์ที่จะพยายามค้นหาและดูดทรัพยากรจากโลก เพราะมันเป็นสิ่งที่เราทำได้เพราะล้วนกระทำเพื่อความอยู่รอด ก็เหมือนกับเสือที่ไล่กินกระต่าย มันทำแบบนั้นไม่ใช่เพราะว่ามันอยากทำแต่มันถูกสร้างมาให้ทำแบบนั้นเพื่อความอยู่รอดมนุษย์ก็เช่นกัน

ค่อนข้างสะดวกแบบว่า ไม่ต้องเปิด Nostr เข้ามาอ่าน กดอ่านผ่านลิ้งค์เอา 555 เพราะตัวหนังมันโหลดใน Browser ให้แล้ว แต่ Nostr มันจะโหลดทุกรอบที่เปิดเข้ามาถ้าใช้งานผ่านมือถือครับ

ผมเข้าใจวันนี้แหละว่า Yakihonne มีข้อดีของมันเมื่องาน Long From ของพี่ตั้ม 🤣

ยุคนนี้ปรัชญาก็ยังเป็นเรื่องสำคัญที่คนสมัยใหม่ไม่ค่อยสนใจจะเรียน

อย่างเช่นเรื่อง การตัดสินใจ Moral Dilemma

เรื่องแบบนี้ต้องใช้หลักคิดแบบ Existentialism

คำตอบนี้ไม่มีถูกผิดอยู่ที่ว่าคุณไปถามใคร

ยกตัวอย่างเช่น

สมมุติคุณเจอ ฮิตเลอร์กำลังจะจมน้ำ คุณจะช่วยไหม? คุณรู้ดีว่าถ้าช่วยฮิตเลอร์ให้รอดเขาก็ต้องกลับไปทำสงครามไปฆ่า แต่ถ้าคุณไม่ช่วยล่ะ? แน่นอนว่าคุณก็คงเป็นฆาตกรที่ฆ่าคนที่คิดว่าเขาชั่วกว่าคุณแต่คุณจะช่วยได้อีกหลายชีวิต ปัญหาในเหตุการณ์นี้คือถ้าถามผมว่าถ้าผมเป็นหมอผมจะช่วยไหม คำตอบคือช่วยครับเพราะต่อให้คนร้ายฟื้นเขาก็ต้องโทษประหารอยู่แล้ว ดังนั้นทางเลือกนี้ของหมอผมเข้าใจได้ ในโลกความเป็นจริงทุกคนมีหน้าที่แตกต่างกันตามการตีความจากหนังสือภควัทคีตา(ถ้าใครเคยอ่าน)จะรู้ว่าหน้าที่ของคนที่ต้องทำบาปเพื่อปกป้องประชาชนและแผ่นดิน ผมเข้าใจว่าคือหน้าที่ของทหารและตำรวจนะ แต่มีบางประเทศพวกเขาก็ทำหลายหน้าที่ก็มี เพราะประชาชนไม่ใช่ลูกค้าของเขาอันนี้ก็เข้าใจแต่ในบริบทนี้จะให้หมอไปทำบาปทั้งๆที่มีทางเลือกผมคิดว่าไม่เห็นด้วย

https://www.facebook.com/share/p/EBYPFxztSvgKNP2v/?mibextid=oFDknk

น่ะ อันนี้กลุ่มประวัติศาสตร์ผมก็ตอบคนอื่นดีๆนะ ตามข้อเท็จจริงเฮียวิทย์ก็เล่าผ่านรายการเองว่า สมัยนั้นวิทยาการของเยอรมันค่อนข้างล้ำหน้า แต่เหมือนมีคนไม่ถูกใจคำตอบผมเขาเลยมาถกด้วย ผมเลยยกตัวอย่างเรื่องผลลัพธ์ไปถกกับเขา ว่ามันต้องวัดกันที่สนามจริงไม่ใช่กาว 55 ก็เงียบๆไปละไม่มีอะไร

\บ่นเรื่อยเปื่อย จากการไปถกเถียงบน fb มา/

การจะมาบอกว่า อาวุธอีกอันล้ำกว่าอีกอันได้นั้นมันต้องพิสูจน์ด้วยการใช้งานในสนามจริง อย่างเช่นหัวรบตอปิโด อีกฝ่ายสร้างมาล้ำกว่าแต่พอใช้งานในสนามรบจริงหัวรบด้าน ยิงติดบ้างไม่ติดบ้างกับหัวรบอีกอันอาจไม่ได้สร้างมาล้ำแต่ยิงแล้วระเบิดทุกหัวหมายความว่า การใช้งานจริงๆเป็นตัววัดคุณภาพได้ดีกว่ามานั่งกาวว่าอีกอันดีกว่าอีกอันยังไง ยกตัวอย่างง่ายๆ มีนักฟุตบอลที่เป็นดาว1คนชอบคิดค้นท่าเตะแปลกประหลาดแต่พอลงสนามจริงท่าพิศดารใช้งานอะไรไม่ได้เลย ยิงก็ไม่ได้หลอกล่อศัตรูก็ไม่ได้ กับนักเตะอีกคนชื่อว่าโรนัลยิลโญ่ คนนี้ไม่เคยมีใครรู้ว่าเขามีเทคนิคพิเศษล้ำกว่าอีกฝ่ายยังไงบ้างแต่วัดกันและแสดงให้ดูในสนามจริงเลยว่าท่าพิศดารเอามาใช้แข่งจริงเขาใช้กันยังไง แค่นี้ผลลัพธ์มันก็บอกได้แล้วว่าใครล้ำกว่าใคร ไม่ต้องมานั่งเถียงในเสียเวลา ของจะดีจะล้ำแค่ไหนถ้าลงสนามจริงแล้วใช้งานไม่ได้ก็ไม่มีคุณภาพไม่มีประโยชน์ ก็เหมือนเวลาคุณอึ๊บสาวพอเจอสนามจริงแล้วล้มปากอ่าว มันจะวัดคุณภาพของหำคุณได้ยังไงยังไม่ทันรบก็แพ้แล้ว ถถถ....

เฮเกล บอกไว้ว่าหากยุคสมัยใหม่นี้ไม่ค่อยมีนักคิดเก่งๆดังๆไม่ต้องแปลกใจ เพราะมันคือสมัยของมนุษย์ชาติตกต่ำลงเพราะมนุษย์บริโภคมากขึ้นและคิดน้อยลงพอจุดนี้ถึงจุดวิกฤตก็จะเกิดสงครามและมนุษย์ชาติก็จะเปลี่ยนแปลงใหม่อีกครั้ง

น่าคิด.. หรือเราอาจหลีกเหลี่ยงไม่ได้จริงๆ

กำลังฝึกเลยครับพี่ตั้ม คงต้องจริงจังกับภาษาอังกฤษ อีกหน่อยเพราะมันเปิดความรู้ได้เยอะมาก ❤️

หลังจากเริ่มศึกษาเรื่องปรัชญาจาก อ. ท่านหนึ่ง ความรู้หนึ่งที่ได้มาคือวิธีการเขียนงานเขียนรูปแบบการเขียน หลักข้อสำคัญของการเขียนให้ดีที่สุดคือเขียนเมื่ออยากเขียนให้เหมือนตอนเราหิวข้าวแล้วอยากกินข้าวงานเขียนจะออกมาได้ดีและมีพลัง

Replying to Avatar Tendou

ถึงผมจะเพิ่งลงคอนเทนแซะระบบการศึกษา แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า 4 ปีในรั้วมหาวิทยาลัย มันเป็นช่วงเวลาที่วิเศษจริงๆ

.

ผมได้เจอคนมากหน้าหลายตา และเจอคนที่สนิทกันได้ในชั่วข้ามคืนราวกับรู้จักกันมาหลายปี

.

ก่อนจะพบความจริงในวันสุดท้ายนี้ ในความสัมพันธ์ของหลายคนที่ผมเรียกว่า “เพื่อน” กำลังมาถึงทางแยก

.

ด้วยชุดความเชื่อที่มี มันเลี่ยงไม่ได้เลยที่สุดท้ายแล้วพวกเราจะต้องปะทะกัน ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม

.

เมื่อวันนั้นมาถึงจริงๆ ก็ขอให้ตัวผมเองใช้เวลาที่มีอยู่สร้าง Cost of Attack ที่มากพอที่จะปกป้องตัวผมเองไม่ให้ตุยเองซะก่อน

.

ผมเชื่อว่าสิ่งที่ผมเชื่อมั่นอย่าง “บิตคอยน์” มันจะชนะในท้ายที่สุด แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ ผมก็ควรจะมีชีวิตอยู่เพื่ออธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ให้พวกคุณเข้าใจได้ “อีกครั้ง”

.

ในวันนี้คุณอยากจะเดินหนีผมไป นั่นมันสิทธิ์ของคุณ เราแค่เจอทางแยกที่ต่างคนต่างเลือกเส้นทาง เลือกความเชื่อของตัวเอง มันไม่ได้แปลว่าเราจะไม่มีวันกลับมาเจอกันอีกเลย

.

และถึงวันนั้น วันที่พวกคุณพอจะเข้าใจความรู้สึกของผมขึ้นมาบ้าง วันที่คุณเริ่มตั้งคำถามแบบเดียวกับที่ผมเคยถามคุณในวันนี้ ผมแค่อยากจะบอกว่า เราจะยังเป็นเพื่อนกันเสมอตราบเท่าที่คุณต้องการ

.

และอยากจะอีกฟังครั้ง ผมอยู่ตรงนี้ และพร้อมเล่าให้คุณฟัง

.

ขอบคุณที่เข้ามาในชีวิตของผมนะ

#tendourabbithole

#เทนโด้รูต่าย

#เทนโด้ไดอารี่

ใกล้จบแล้วสินะ

เตรียมซื้อ Sat ถูกๆได้เลยตามสถิติเดือนนี้ จะเป็นแท่งแห่งความรัก

#ปรสิตเดรัจฉาน

ฟังเพลงกันครับ

https://video.nostr.build/2f9ec95457b9214e554ef368f678d1bd02accd40578983bcd1ab4289a632b3d5.mp4

เนื้อ ไข่ และ เฟียตฟู้ด