Avatar
Boat
ece68855d5a5f6e587bf8815c6d5924a9fdf10ca048bf46ed116ff570a8dc772
₿itcoiner, Pull up lover #siamstr #asksiam #fuckimf
Replying to Avatar Somnuke

คนปกติที่ไหนเขาวัดความมั่งคั่งร่ำรวยจากแค่รายจ่ายกัน?? แล้วทำไมประเทศถึงต้องวัดแบบนั้น?

รายได้แค่ครึ่งเดียวของรายจ่าย ถือว่ารวยมั้ย?

.

"เฮียนี่รวยจังเลยนะครับ ใช้จ่ายเดือน 2-3 แสน"

"อ๋อ รายได้กุแค่แสนเดียว ที่เหลือกู้มาอ่ะ พอดีเอาที่ดินที่พ่อแม่หามาอย่างยากลำบากไปค้ำ แล้วแบงก์ก็ดันให้กู้เฉย โชคดีจังเล้ย อิอิ ของมันต้องมี"

.

จริงๆ รายจ่ายก็พอเอามาวัดความร่ำรวยได้แหละ เดี๋ยวนี้หลายคนก็ฮิตกัน ฉากหน้าต้องต้องหรูหราไว้ก่อน แม้เบื้องหลังรายได้จะติดลบก็ช่างมัน

.

แต่คิดดีๆ มันคือความร่ำรวยแบบเปลือกๆ ไม่ใช่เหรอ ร่ำรวยจากการดึงเงินในอนาคตมาใช้จนแทบจะไม่เหลืออนาคตอยู่แล้ว มองไม่ออกเลยรึไงอะไรจะเกิดขึ้นหลังจากนี้

.

เรามองเห็นเขาแค่ความหรูหราภายนอก ก็ย่อมมองว่าเขารวย แต่ถ้าเราเห็นเบื้องหลังว่าหมอนี่หนี้ล้นพ้นตัว ที่หรูทุกวันนี้เพราะเอาเงินในอนาคตมาใช้ทั้งนั้น

.

เราจะมองว่าเขารวยอีกมั้ย...คงไม่

ก็เล่นใช้จ่ายเกินปัญญาในการสร้างรายได้ หนี้พอกขึ้นทุกวัน มันต้องจบที่การล้มละลาย

.

แล้วทำไมการวัดความร่ำรวยของ "ประเทศ" ถึงทำแบบนั้น????

.

หลายคนอาจมึนงงสับสนกับการคำนวณตัวเลขและตัวเลขศัพท์แสงเวิ่นเว้อทางเศรษฐกิจที่ดูซับซ้อนชิบหาย อ่านไปขมวดคิ้วไป อะไรของมันวะ การเงินมันควรเป็นอะไรที่เข้าถึงยากขนาดนั้นเลยรึ

.

แต่โลกเราวัดความเจริญรุ่งเรืองของประเทศกันแบบนั้นจริงๆ "ยิ่งค่าใช้จ่ายเยอะยิ่งถือว่าดี" รายได้น้อยกว่ารายจ่ายเสมอ หนี้มันไม่เคยลด มีแต่เพิ่มมากขึ้นๆ

.

ทุกประเทศในโลก จะวัดความมั่งคั่งร่ำรวยจาก "การใช้จ่าย" ตามหลักที่เรียกว่า GDP (ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ จะวัดต่อหัวก็เติม per capita เข้าไป)

.

หลักการของมันไม่มีอะไรเลย คือ วัดมูลค่าประเทศจากค่าใช้จ่าย 4 ส่วน รายได้ 1 ส่วน โดยทุกประเทศล้วน "ติดลบ" รายจ่ายจะมากกว่ารายได้เสมอ

.

จริงเหรอ? มาไล่ดูรายละเอียดกัน

.

สมการ GDP ตามหลักเคนเซี่ยนที่ถูกใช้เป็นมาตรของทั้งโลก จะประกอบด้วย

C+I+G+(x-m)

C = Consumer *รายจ่าย*เพื่อบริโภคของประชาชน - ประชาชนบริโภคมาก มีกำลังซื้อมาก มีรายได้มาก

I = Investment *รายจ่าย*เพื่อการลุงทุนของเอกชน - เอกชนลงทุนมาก เศรษฐกิจก็เติบโต

G = Government spending *รายจ่าย*ของรัฐบาล

- รัฐไหนใช้จ่ายมากแสดงว่ารวยมาก

(x-m) = Export - Import *รายจ่าย*สุทธิจากต่างประเทศ- ส่งออกมากๆ เพื่อชดเชยการนำเข้า สุดท้ายติดลบเสมอ ติดลบมากดีมีตังค์ซื้อเยอะ

.

เกณฑ์การวัดความมั่งคั่งเป็นแบบนี้ ทีนี้เราลองมาดูกันครับว่า "ความจริง" มันเกิดอะไรขึ้น

.

1. C = การบริโภค - ประชาชนยิ่งเอาเงินออกมาใช้มากยิ่งดี รัฐและสถาบันการเงินจะคอยกระตุ้นประชาชนใช้เงินฟุ่มเฟือยเกินตัว ถ้าเป็นเพราะประชาชนหาเงินได้เยอะก็ดี แต่....

สมการมันไม่สนแหล่งที่มาของเงิน จะกู้ จะจำนำ จะเอาทรัพย์สินไปขายก็ได้ทั้งหมด หาเงินได้เท่าไรใช้ให้เกินกว่านั้นได้ยิ่งดี เพราะมันวัดแค่ "ยิ่งเยอะเท่าไรยิ่งเจริญ"แค่นั้น

ผลของมันคือค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ของผู้คนหมดไปกับสิ่งที่ฉาบฉวย ตอบสนองความฟินระยะสั้นและไม่ได้สร้างมูลค่าในอนาคต ไม่นานคุณค่ามันก็สูญสลายแล้วก็ต้องหาเงินเยอะๆ มาใช้ใหม่ วนลูป

.

2. I = การลงทุกภาคเอกชน - รัฐอัดฉีดเม็ดเงินสร้างง่ายให้เอกชนเอาไปใช้จ่ายทิ้งๆ ขว้างๆ ธุรกิจเอกชนลงทุนผิดพลาด เม็ดเงินที่ใช้จ่ายไปไร้ผลตอบแทน เหลือทิ้งไว้แค่หนี้ก้อนโตที่ต้องที่ต้องผ่อนจ่ายที่โยนขี้ไว้ให้นักลงทุนต้องรับมัน

ยังไม่นับกลไกที่ซับซ้อนกว่านั้นอย่างการสร้าง หนี้ซ้อนหนี้ โดยเอาสินทรัพย์ที่เป็นหนี้ เช่น เงินกู้ ตราสารหนี้ต่างๆ ไปวางค้ำประกันเพื่อขอเงินกู้เพิ่ม สร้างหนี้จนถึงจุดที่ไม่สามารถขำระคืนได้ และวันนึงมันจะค้องพัง หลายๆ บริษัทกำลังตกอยู่ภาวะนี้

.

3. G = การลงทุนภาครัฐ - ประชาชนต้องจ่ายค่าคุ้มครองให้กับระบบบริหารงานที่ไร้ประสิทธิภาพที่สุด ภาครัฐใช้จ่ายเลอะเทอะเสมอ (อย่างที่เป็นอยู่) สักแต่จะใช้ ผลลัพธ์ไม่เคยคุ้มค่า เงินไม่พอใช้ก็ไปกู้มาเพิ่ม โดยเอาประเทศและประชาชนค้ำประกัน

อะไรควรใช้ไม่ใช้ อะไรไม่ควรก็ใช้จัง โยนทิ้งเม็ดเงินที่สูบมาจากประชาชนในแบบที่ประชาชนแทบไม่ได้รับประโยชน์กลับมา กว่าครึ่งใช้ไปกับค่าจ้างให้กับระบบการทำงานที่ล้มเหลว

อีกก้อนมโหฬารก็ทำสูญหายไประหว่างทาง จากช่องโหว่ที่เอื้อให้ทุจริตทุกหย่อมหญ้า เอาไปเพิ่มอัตราการจ้างงานปลอมๆ เพื่อกดตัวเลขการว่างให้ต่ำแบบปลอม ๆ ช่วยเหลือแบบปลอมๆ และพัฒนาแบบปลอมๆ กว่ามันจะถึงมือประชาชนก็เหลือแค่ 10-20%

ทำอะไรหวังผลระยะสั้นเพราะระยะยาวเดี๋ยวคนจะไม่เห็น เลือกตั้งครั้งหน้าคนไม่เลือกทำไง ปากโม้ไปเรื่อยว่าทำเพื่อประชาชน แต่จริงๆ ทำทุกอย่างเพื่อให้อีก 4 ปีคนจะยังเลือกเราและผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง ส่วนอนาคตประเทศระยะยาวจะเป็นยังไงก็ช่าง ประเทศจะฉิบหายยังไงก็ช่าง ไม่เห็นต้องรับผิดชอบอะไรนี่

.

4. x = การส่งออก - อยากรวยจนตัวสั่นพร้อมรับข้อเสนอโดยไม่สนหินสนแดด หลายๆ การกระทำพินิจมุมไหนก็มีแต่เสียกับเสีย โดนล่อลวงด้วยผลประโยชน์จากชาติยักษ์ใหญ่จนโงหัวไม่ขึ้น ปล่อยให้เขาเข้ามาปล้นเราง่ายๆ โดยที่ประชาชนเสียประโยชน์ เอ....แล้วใครได้?

พาประเทศชาติตกอยู่ภายใต้สัญญาทาสโดยไม่รู้ตัว ให้มุ่งเน้นการผลิตสินค้าที่มหาอำนาจต้องการในราคาแสนถูก ปล่อยให้เขาเข้ามาสูบทรัพยากรอันล้ำค่าของประเทศแบบหน้าตาเฉย ลดการผลิตเพื่อการบริโภคภายในประเทศเพื่อการส่งออกให้มากที่สุด แต่เกษตรกรและแรงงานจนเหมือนเดิม มีแต่ท่านและพวกพ้องนั่นแหละที่ร่ำรวยขึ่น คนทั้งชาติเสียหาย รัฐกลับประกาศอย่างภาคภูมิใจว่าเราประสบผลสำเร็จ เศรษฐกิจเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้

.

5. m = การนำเข้า - เมื่อถูกชักจูงให้สินค้าส่วนใหญ่ที่ผลิตในประเทศคือการผลิตเพื่อส่งออก สินค้าที่ผู้คนต้องกินต้องใช้ก็ขาดแคลน จำต้องซื้อสินค้าจากประเทศอื่นเข้ามาเพื่อให้เพียงพอต่อการบริโภค (โดยที่ประเทศร่ำรวยซื้อปัจจัยการผลิตจากเราถูก ๆ เอาไปผลิตและส่งกลับมาขายเราแพง ๆ นี่แหละ) และรัฐก็ประกาศอย่างมั่นหน้ามั่นโหนกว่าตัวเลขการนำเข้าพุ่งสูงขึ้นทำให้ GDP เติบโต สะท้อนว่าประชาชนอยู่ดีกินดี แฮปปี้ซู๊ด ๆ

.

ลูปนรกนี้ส่งผลให้เมื่อเวลาผ่านไปประเทศด้อยพัฒนาก็เข้าสู่สถานะไม่สามารถพึ่งพาตัวเองได้โดยสมบูรณ์ ไม่อนุญาตให้เกิดอุบัติเหตุหรือภาวะฉุกเฉินใด ๆ เพราะเมื่อชักหน้าไม่ถึงหลัง ประเทศขาดสภาพคล่อง ก็จะไม่มีเงินไปนำเข้าสินค้าและจ่ายต้นจ่ายดอกจากหนี้ที่ก่อไว้

.

ประชาชนก็ทยอยตกอยู่ในสถานะอดอยากปากแห้งไม่มีจะแดก และขาดสิ่งอำนวยความสะดวกในชีวิต

แบบ " ฉับพลัน" สินค้าส่วนนึงที่ไหลเข้ามาในประเทศก็จะถูกแย่งกินแย่งใช้จนราคาพุ่งสูงไปไกล สถานะของสกุลเงินชาติก็อ่อนแอลงเรื่อยๆ

.

จะเห็นว่า GDP โตสูงมากไม่ได้หมายความว่าประเทศเจริญรุ่งเรืองมาก แต่มันหมายถึงการสร้างภาระค่าใช้จ่ายมาก ซึ่งต้องมานั่งดูว่า เศรษฐกิจเติบโตสอดคล้องกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นหรือไม่ หรือเป็นเพียงการใช้จ่ายเกินตัว สุรุ่ยสุร่าย ไร้ประโยชน์ เพื่อให้ตัวเลขดูดีได้แค่สั้นๆ และสร้างหายนะในระยะยาว

.

สมการเหล่านี้ ไม่มีการให้ความสำคัญกับ "รายได้" เลยแม้แต่นิด การวัดความร่ำรวยมั่งคั่งด้วยการดูว่าใช้จ่ายเงินไปเท่าไร สร้างประโยชน์มั้ยหรือใช้ฟุ่มเฟือยทิ้งขว้าง โดยที่รายได้ "ติดลบ" มโหฬาร และดูเหมือนจะติดลบมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด ถ้าประเทศเปรียบเป็นสถานะคนๆ นึง คิดว่ามันจะรอดมั้ยล่ะครับ?

.

รากฐานแห่งความเจริญรุ่งเรืองของ "ยุคทอง" ต่างๆ ในประวัติศาสตร์จองมนุษยชาติ มาจากการ "ออม" โว้ย ไม่ใช่ "หนี้"

ถ้าการสร้างหนี้ไม่รู้จบมันดี แล้วทำไมคุณภาพชีวิตของคนส่วนใหญ่ถึงเลวลงทุกวัน เอาเวลาทั้งวันไปทำงาน เพียงเพื่อจะมีชีวิตแบบเดือนชนเดือนไปจนตาย

สำหรับใครที่มีรายได้ที่ดี คุณภาพชีวิตที่ดี สร้างทรัพย์สมบัติได้ ในยุค Hard Mode นี้ โดยที่ไม่ได้พึ่งพาสิ่งที่พ่อแม่สร้างมา คุณเก่งมากๆ ครับ ถือเป็นคนกลุ่มน้อยสุดๆ ในสังคม แต่คนส่วนใหญ่กำลังดิ้นรนกันอย่างหนักจริงๆ ขยันแล้ว ประหยัดแล้ว แต่ยังไงมันก็ไม่พออยู่ดี

#Siamstr

ถ้าGDPใช้วัดความมั่งคั่งของชาติได้อย่างที่เขาว่า ประเทศซิมบับเวย์คงเป็นหนึ่งในชาติมหาอำนาจของโลก

GM สัดส่วนทองคำ (Golden ratio)

น่าแปลกใจแต่มันแฝงในธรรมชาติของหลายสิ่ง

#m=image%2Fjpeg&dim=599x392&blurhash=r2Sia8S%23Di_NR5SzIAM%7Bx%5D_Nx%5DRPRjM%7Bf%2BRQozof8wi_.8IUoyof%25gx%5Df*SzM%7BjF%25gxatRM%7BIUbHIAV%40x%5Dj%5DoejZxuV%40V%40M%7Bt6j%5BR*WBV%40t7j%5Bt7&x=eeae215708e278e3e9849216dfd6bf85495477b7e98d5f15c926b759acb447d8

Replying to Avatar Jakk Goodday

Gift 500 sats สำหรับทุกท่านที่ทำได้น่าประทับใจ #siamstr และ 1000 สำหรับคนที่ Cool ที่สุด

คุณชอบโน๊ตไหนของ nostr:npub1mqcwu7muxz3kfvfyfdme47a579t8x0lm3jrjx5yxuf4sknnpe43q7rnz85 มากที่สุด ทำไมจึงชอบ และคุณได้อะไรจากโน๊ตนั้น (บางส่วนมีในบุ๊คมาร์คของผม)

ชอบมากที่สุดก็คงเป็นโน้ตแนะนำมือใหม่ เป็นโน้ตที่รียูสใช้ได้หลายครั้งมากครับ และผมก็ได้อ่านตอนเข้ามาNostr ทำให้ผมและอีกหลายคนมีความรู้มีคู่มือพื้นฐานทางความคิดเหมือนได้จูนสมองใหม่ขณะอ่าน เพราะยังเมาค้างกับmain stream และโน้ตแนะนำเกี่ยวกับการเขียนบทความด้วย

GE อากาศแจ่มใสริมแม่น้ำ

#siamstr

#m=image%2Fjpeg&dim=1920x1446&blurhash=%23mGSu%7B9Ft7axa%7Dayj%5Bj%5Bay%3FwM%7Bj%3Fj%5Baya%7CfQfQa%7CRlofj%40ayj%5Bf6j%5BayfkRkjYoeayj%5BfQjta%7Ca%7BRPoffjj%5Bayj%5Bayj%5BayWBofa%7Cj%5BfQfQfQfQfjtRWBf6azfQjta%7CfQfQ&x=512f9935433a3fec2e39366dc958a1e78df42db72484ace27cad9b32afdf0fd7

#m=image%2Fjpeg&dim=1920x1446&blurhash=%23%2CFGzrRjoeWBa%7Bazazaza%7C.TWCj%3Fa%7CfPfQfPfQfQNIflj%5DkCj%5Bj%40j%40j%40jtM%7CjZj%5Bj%5BfQfQfQfQfQV%40oJaxayaya%7Caza%7CfQn%7Ej%5BayayfQfQf7fPfQozWWj%5Bfkj%5BjtjtjtfQ&x=bab6e9e2010953848bcacf00a501342d33539e9fab07bba3518412cd3eb7e66e

#m=image%2Fjpeg&dim=1920x1446&blurhash=%23RIh%7Ek01t8RjWUoMayWBoM_NNGt7RjxaRjj%5Bj%5BWBaKRixaa%7DbFoeazayj%5BMwxuoeM%7Cofaya%23j%40ay%25LRjoebHfRjZWVofayozWBofbHayoLWVj%3Fj%5BD%25t7azWBofWVazoLay&x=a275b1143bd3e25141ba13e460e741d291b0c4936751114088a17926a4c5db16

ผมGen Zกลางๆ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับ ผมโชคดีที่ยังเด็กพอที่มีเวลามากมายให้ศึกษาตอนนี้มุ่งมั้น ตั้งใจพัฒนา แต่ยังเก็บsatsไม่ค่อยจะได้เพราะอายุไม่ถึง😅 เลยเริ่มต้นในNostrจาก 0

#reflecting2023

ในชีวิตมนุษย์เงินfiatผมได้รับบทบาทเป็นLine Managerในวัย29ปี ถือว่าเหนื่อยหนักหนาเอาการ จากที่ช่วงก่อนหน้านี้ผมอยู่ในบทบาทของOfficerผมได้เก็บออมในประสบการณ์ จนเป็นที่จับตามองและได้รับความไว้ใจในฝ่ายบริหารระดับสูง ดูเหมือนว่าชีวิตจะดีเลิศมากเลยแต่ส่วนตัวแล้วผมคิดว่าไม่ ผมต้องแบกรับภาระ+ความคาดหวังหลายอย่างในฐานะของHot Prospectขององค์กร จากแต่เดิมที่เป็นOfficerผมทำหน้าที่เสมือนคนแทงนกตกปลา ผมทำวันนี้สามารถเห็นผลทันที เปลี่ยนเป็นบทบาทคนปลูกป่าที่ต้องคอยสร้างระบบนิเวศให้ผู้คนสามารถมีปลามีนกกินได้ตลอดปีซึ่งแต่ละโครงการต้องใช้ Time Preference ที่ค่อนข้างต่ำ ก็ได้แต่สร้างความเชื่อมั่นแก่ทีมงานว่าเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าพวกเรามาได้ถูกทาง

ผมประสบความสำเร็จในเป้าหมายที่อยากถือ #Bitcoin ข้ามตลาดหมี ซึ่งทำได้สมหวังดั่งใจ mindsetในถือ btc ของผมตลอด4ปีที่ผ่านมาททำให้เสมือนผมมีประสบการณ์ในการลงทุนมานานกว่า 10 ปี ++ เลยทีเดียว

ปี2023ผมได้รับโอกาสในชีวิตค่อนข้างเยอะ เหมือนว่าYieldจากPoWของผมได้ตอบแทนความพยายามของผมแล้ว ผมได้รับโอกาสเดินทางข้ามทวีป ข้ามภูมิภาคกว่า 6 ประเทศในปีเดียว และจะมีโครงการให้ผจญภัยต่อในปี2024 ด้วยความเมตตาจากผู้ใหญ่ในองค์กร+ความเชื่อมั่นที่มีให้ เป็นปีที่DopamineกับCortisolพุ่งมาได้แบบจุใจจริงๆตลอดทั้งปี

ในส่วนของ #Bitcoin นอกจากผ่านตลาดหมีกับได้เก็บbtcมากขึ้นแล้ว ถือว่าผมไม่ได้สร้างคุณประโยชน์อะไรมากนัก

ในเมื่อโลกนี้มี #Nostr แล้ว ก็น่าจะเป็นพื้นที่ให้ผมได้รับมุมมองจากเพื่อนร่วมอุดมการณ์และได้ละเลงความคิด แชร์มุมมองอะไรได้บ้าง หากประสบการณ์และมีทัศนคติของผมสามารถสร้างประโยชน์เล็กๆน้อยๆให้แก่ทุกท่าน ผมก็ดีใจมากแล้ว ขอฝากเนื้อฝากตัวกับ bitcoiner ชาวไทยไปยาวๆเลยนะครับทุกท่าน #siamstr 🕊️

ผมจะยังคงเก็บออมในทรัพย์ ออมในประสบการณ์ ออมในความรู้ต่อไป ขอให้ทุกท่านได้ใช้ชีวิตอย่างที่หวังและมีความสุขแค่นั้นก็เพียงพอครับ ในเมื่อทุกท่านได้พบกับสินทรัพย์ที่เพิ่มพูนพลังแห่งการออมแล้ว😇

ขอบคุณสำหรับประสบการณ์ที่มีค่าครับ ผมยังอายุน้อยด้อยประสบการณ์ มีคนจิตใจดีในคอมมูคอยแบ่งปันเรื่องราวประสบการณ์ ผมก็ได้รับผลพลอยได้มากมาย

ผมยังไม่มีปืนถ้าหลักของผมเองต้องมั่นใจว่าเราจะไม่ใช้มันไปทำร้ายใครก่อนโดยไม่มีเหตุอันควร ใช้ปืนด้วยความรัก(รักครอบครัว รักชีวิต รักทรัพย์สิน)ไม่ใช่ความเกลียดชัง ต้องคิดตลอด ว่าปืนเอาไว้ปกป้องไม่ใช่ระราน

ทีพวกนอนขี้เกียจแต่มีรัฐสวัสดิการอุ้มชูที่มาจากภาษีอีกที

Replying to Avatar Kuli

จะว่าเข้าข้างผู้หญิงเพราะมีมดลูกเหมือนกันก็ได้ แต่พูดตรงๆนะ ไอ้แนวคิดว่าผู้ชายเสียเปรียบ เพราะ กว่าจะมีโอกาสมีลูกมีเมีย ต้องทำงานเป็นสิบๆปีให้รวยก่อน จะได้มีปัญญาสร้างครอบครัว

1. คุณเกิดผิดโยนี

2. คุณทำงานสิบปีให้รวยมีเมีย แล้วผู้หญิงไม่ต้องทำมาหากินรึไง คิดว่าไม่มีหำแล้วฉันอิ่มทิพย์?

3.คุณเสียวมากกับการมีเพศสัมพันธ์ แต่ตอนอุ้มท้อง คลอดDNA ง่อยๆของคุณ ใครเสียว? ใครแชร์ความเจ็บปวดทรมานนี้ได้? แหกตาดูสังคม ส่วนใหญ่ผู้ชายเลี้ยงเมียได้ตามคติ ที่ใครๆพูดเหรอ?

4.อัตราแม่เลี้ยงเดี่ยว ลูกเล็กเด็กแดงโดนข่มขืน ก็มาจากหว่างขาที่ใช้ประมวลแทนสมองทั้งนั้น กล้าดียังไงมาให้โทษว่าผู้หญิงมันโง่เอง สัพเพร่าเอง ไม่ทันคนเอง?

5.ผู้หญิงแค่มีโยนี สาวสวยก็หาได้แล้ว ผัวดีผัวรวย.. ประทานโทษคะ แย่งกันตบกันขึ้นโรงขึ้นศาลละตอนนี้ ผู้ชายที่ดีเลิศปานนั้นใครๆก็อยากได้ค่ะ แต่ดูสภาพคนพูดเนาะ ส่วนใหญ่ก็มีแต่คติแบบนี้ไง มันถึงเอาโยนีไปล่อไม่ได้ กระจอก

6.การพิสูจน์รักแท้มาจากการร่วมทุกข์สุข.. อันนี้ขอหยาบคายหน่อยนะ "ทุเรศ" มีหำก็พูดได้สิคะ คุณหาเงินจนหัวหงอกคุณก็มีน้ำเชื้อไว้ใช้จนตาย แต่ฉันล่ะ มีลูกตอน 60 ได้ไหม

7.ถ้าสติยังดี คิดตามนะ ความรัก เป็นอารมณ์ความรู้สึก ที่ไม่ใช่ความผูกพัน มันอยู่กันคนละส่วน ซึ่งไอ้ความรักแท้เนี่ย มันหายาก จริงอยู่ว่ามันมี แต่ชีวิตไม่ได้ฟินเหมือนบุพเพสันนิวาส ไม่เห็นเหรอ ฉลาดแค่ไหน รวยแค่ไหน หล่อแค่ไหน แพ้โยนี

มีชู้นอกใจ สารพัดอย่างตามกาลเวลา ตัวแปรของเรามีเป็นร้อย

คุณควรยอมรับความจริงว่า สักวันคนเรามันก็มีเฮงซวยได้ แล้วผู้หญิงที่เอาความสาว เอาเวลามาเสียกับคำพูดของผู้ชายล่ะ? บางคนที่ปล่อยท้องอีกล่ะ? ปัญหามาพร้อมความเฮงซวยอะ

8 สังคมมันเฮงซวยส่วนหนึ่งก็เพราะคนใจแคบ ไม่มีความเห็นอกเห็นใจคนอื่นแบบคุณนี่แหละ เอาแต่มองมุมตัวเอง มาดูความลำบากคนมีโยนีบ้าง ถ้าแสลงตาจะสนใจ ชีวิตของแม่คุณดีหรือยัง? พ่อคุณดูแลครอบครัวได้แค่ไหน

9 สันดานคนจะเด่นชัดตอนมันมีอำนาจบาตรใหญ่ ก็แหกตาแหกตูดดูบ้าง ข่าวไร้สาระก็จริง แต่เรื่องเมียลำบากกับผัวพิสูจน์รักแท้ มีลูกแล้วสุดท้ายผัวเป็นเฒ่าแก่ หาเมียน้อยเพิ่ม นี่เหรอ ความโชคดีของการมีโยนี? และนี่เป็นสิ่งที่เราเห็นกันจนชินตา แต่ถามว่าสังคมแบบนี้น่ะเหรอดี? แบบนี้อะนะที่ต้องการ? สังคมแบบผู้หญิงคนนี้แก่ ไม่สวย หมดประโยชน์ มีลูกไม่ได้ก็้เปลี่ยน??

10 ผู้ชายยิ่งรวย มีอำนาจ ก็มีความพร้อมในการดูแลผู้หญิงหลายคน แต่ผู้หญิงส่วนใหญ่ดูชอบสวิงกิ้งหญิง 2 ชาย 1 ?? ไปศึกษาวิทยาศาสตร์ของการเป็นคนบ้างนะ สัญชาติญาณแต่ละคนเป็นยังไง

11 กรณีเดียวกัน ผู้ชายจนก็เอาแต่พูดอะเหรอ ว่าผู้หญิงแม้หน้าเงินว่ะ หนีไปกับผัวใหม่รวยๆว่ะ??? ได้เหรอ? ความผิดผญ อีกแล้ว?

12 ใช่จ่ะ ฉันเป็นเครื่องด่า ฉันไม่ได้ด่าคนในคอมมูหรอก ฉันด่าใครบางคนที่บังอาจเอาคติต่ำต้อยมาด้อยค่าตัวของฉัน ในขณะที่ทุกคนไม่ว่าใครก็ดิ้นรนเอาชีวิตรอด แต่หำบางแท่งก็ปากดีเหลือเกิน เก็บเผ่าพันธ์น้ำมันแห่ง DNA ไว้นะ อย่าไปทำใครท้องล่ะ คติแบบนี้อย่าหามีเลยครอบครัว โยกไปอยู่กับหนุ่มติ้กต่อกนักแก๊สไลท์ หาบริวานเพศเดียวกันไว้สำเร็จความใคร่ก็พอ สูงส่งที่สุด ลำบากที่สุด โลกใบนี้ใหญ่สำหรับท่านเพียงคนเดียวค่ะ พ่อคุณ.

ผู้ชายก็มีความลำบากแบบผู้ชาย ผู้หญิงก็มีความลำบากในแบบผู้หญิง เป็นปรกติที่ผู้ชายไขว่คว้าความแข็งแกร่งความเก่งหรือความมั่งคั่ง และผู้หญิงที่ไขว่คว้าผู้ชายแบบนี้อีกที มันคือธรรมชาติของมนุษย์ผู้ชายถึงอายุ40-50ถ้าสุขภาพดีไม่ดื่มเหล้าเยอะ ไม่ดูดบุหรี่เยอะ ไม่อ้วนเยอะ ก็คงจะมีน้ำเชื้ออยู่ แต่สำหรับผู้หญิงไม่ว่าจะดูแลสุขภาพแค่ไหนแต่อายุที่เหมาะกับการมีลูกจะอยู่ในช่วง20-30ปี ย้อนกลับไปในอดีตคงไม่มีมนุษย์หญิงคนไหนต้องการมนุษย์ชายที่อ่อนแอ ล่าสัตว์ก็ไม่ได้ ขืนไปมีลูกด้วยก็อดตายเปล่า ปัจจุบันก็ไม่ได้ต่างมาก