Avatar
LSP
f2182783124b73d134034d8702728d23e56e3714de90aec105add15ec27367dc
Replying to Avatar Jakk Goodday

### คนข้างกายที่มอบพลังบวกให้กับเรา

ถ้าบอกว่าภรรยาของผมไม่เข้าใจบิตคอยน์เลยแม้แต่นิดเดียว และไม่เคยอยากจะรู้จักมันเลยด้วยซ้ำ พวกเราจะเชื่อกันไหม?

"เมื่อไหร่ราคาจะขึ้นอะตั้ม..?"

นั่นเป็นคำถามจากเมียที่ผมมักได้ยินอยู่บ่อยๆ

..เมื่อผมเริ่มตั้งท่าจะอธิบายเกี่ยวกับบิตคอยน์ หากเธอไม่หลับใส่ เธอก็คงรีบพูดตัดบทอย่างเสียมิได้ เพื่อป้องกันไม่ให้ผมลากไปยาวๆ

ดังนั้น.. ตลอดเกือบ 2 ปีมานี้ เมียผมไม่เคยเข้าใจหรอกครับว่า.. ผมทำอะไรนักหนากับ Right Shift หรือทุ่มเทสิ่งต่างๆ ให้กับบิตคอยน์ไปทำไม..

ขอบคุณ ROV ที่ช่วยดึงความสนใจของเธอไม่ให้เข้ามารุ่มร่ามกับสิ่งที่ผมทำจนมากเกินไป..

เรายังคงให้เกียรติกันดี.. เธอปล่อยให้ผมได้ทำในสิ่งที่ใจอยากทำ ในขณะที่ผมก็ไม่รู้สึกอะไรเวลาที่เธอหัวร้อนบุ่นอุบกับ ROV ก็นั่นความสุขของคุณ..

ชาว Right Shift มักถามผมว่า..

"เมียพี่เคยรู้บ้างไหมว่าพี่ทำอะไรบ้าง?"

สมนึกก็เคยทักผมเช่นเดียวกัน..

"เมียพี่ต้องภูมิใจในตัวพี่มากแน่ๆ เลย"

ผมแค่ตอบสั้นๆ ว่า..

"เขาไม่เคยรู้หรอก..

พี่เองก็ไม่เคยเล่าให้เขาฟังเหมือนกัน.."

ผมไม่รู้ว่าตัวเองเป็นคนแบบไหน.. แม้ผมจะชอบเล่าเรื่อง แต่ก็มักไม่ชอบอวยตัวเองหรืออวดอ้างสรรพคุณของตัวเองให้ใครฟัง แม้กระทั่งกับเมียตัวเองหรือคนอื่นๆ รอบกาย

ไม่เว้นกระทั่งกับทีม Right Shift ที่ผมมักจะเลือกแสดงบางอย่างให้เห็น เมื่อผมคิดว่าผมจำเป็นต้องทำให้ดูในบางครั้งเท่านั้น เพื่อให้พวกเขาต่อยอดจากมันได้

นอกเหนือจากนั้น.. ผมก็ทำตัวเหมือนคนธรรมดาทั่วๆ ไป เฮฮาไร้สาระไปวันๆ ผมอยากให้ทุกคนเชื่อว่า ผมไม่ได้มีอะไรพิเศษไปกว่าใคร

ผมไม่ชอบให้แสงจับจ้องมาที่ตัวเองตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมแค่นึกรำคาญเวลาที่มีใครมารุ่มร่ามวุ่นวายกับผมมากๆ

---

จนกระทั่งถึงวันจัดงาน Bitcoin Thailand Conference 2023 ครั้งที่ผ่านมา

ผมคิดว่าผมอยากจะใช้โอกาสและเวทีแห่งนี้ในการอธิบายตัวเองให้เมียได้รู้ ผมจึงพาเมียมาด้วย และไม่ได้ให้ข้อมูลอะไรกับเธอมากนัก..

ผมอยากให้เขาได้มาเห็นกับตาตัวเอง ผมมีภาพอนาคตในหัวอยู่แล้ว ผมเชื่อว่ามันจะมีพลังพอที่จะอธิบายกับเมียผมได้ว่า.. ผมใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการพยายามสร้างอะไรขึ้นมา.. สิบปากว่าคงไม่เท่าตาเห็น

ทุกคนคงมีเหตุการณ์วันงานอยู่ในมโนภาพกันหมดแล้ว เมียผมก็ได้เห็นในสิ่งเดียวกัน..

เราเป็นพวกปากหนักกันทั้งคู่ เราไม่มีบทสนทนาอะไรพิเศษเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น ผมไม่เคลมผลงานอะไรทั้งนั้น ผมไม่ได้พูดอะไร.. แต่ผมเห็นรอยยิ้มบางๆ บนความตื่นตาตื่นในใจลึกๆ ของเธอ..

เท่านั้นผมก็พอใจแล้ว..

มีใครไม่รู้สึกกับสิ่งที่ได้เห็นบ้างล่ะ คงจะมีแค่ผมคนเดียวกระมัง เพราะสมาธิผมมันไปอยู่ที่เรื่องอื่นนั่นเอง..

หลังงานจบ.. พวกเรารู้สึกเหนื่อยล้ากันมาก เราหาร้านข้าวแถวๆ นั้นเพื่อร่วมวงสนทนากันเล็กๆ น้อยๆ ก่อนจากลากัน แน่นอนว่าเมียของผมก็ต้องอยู่ในวงสนทนาเดียวกันนั้นด้วย

บทสนทนาปนความปราบปลื้มที่ทีมงานแต่ละคนเริ่มระบายกันออกมานััน ผมเชื่อได้เลยว่ามันต้องลอยกระแทกหูเมียผมทั้งหมด..

พวกเราแลกเปลี่ยนความรู้สึกและประสบการณ์ซึ่งกันและกัน และทั้งหมดนั่นคือเรื่องเล่าใหม่ๆ ที่เมียผมพึ่งได้ประจักษ์กับตาตัวเอง

เธอได้เห็นรอยยิ้ม.. ได้ยินเสียงหัวเราะเคล้าน้ำตาของบรรดาบิตคอยเนอร์ตัวกลั่นที่นั่งร่วมวงกับเธอ ซ้ายที ขวาที จนแทบตามไม่ทัน

พี่เป็ดมองหน้าผมเป็นระยะๆ เหมือนต้องการจะส่งซิกบางอย่าง.. ผมรู้ว่าพี่เป็ดกำลังจะบอกอะไรกับผม นั่นเป็นสายตาที่กำลังขออนุญาตเพื่อทำบางอย่าง

พี่เป็ดคืออีกคนที่ต้องการจะให้เมียผมรู้และเข้าใจในสิ่งที่ผมทุ่มเท พูดง่ายๆ ว่าอยากจะสนทนาอวยผมให้เมียผมฟังนั่นเอง..

---

ในเวลาเดียวกันนั้น..

ผมเห็นผู้หญิงอีกคนในวงสนทนาได้ลุกขึ้นและพาลูกๆ ของเธอเดินออกไปจากร้าน เด็กๆ คงเริ่มรู้สึกอึดอัดกับบทสนทนาเข้าใจยากของผู้ใหญ่ เธอพาเด็กๆ ออกไปเปลี่ยนบรรยากาศยังบริเวณด้านนอกนั่น

เธอไม่ได้เชื้อเชิญอะไรผม แต่ผมก็ตัดสินใจลุกขึ้นเดินตามเธอไป..

ผมไปยืนมองดูเด็กๆ เล่นเครื่องปีนป่ายใกล้ๆ กับเธอคนนั้น.. จริงๆ แล้วผมก็ไม่รู้หรอกว่าจะคุยอะไรกับเธอ..

"เป็นยังไงบ้าง?"

คำถามสั้นๆ ที่ไม่มีบริบทนำใดๆ แต่ผมพอจะเข้าใจได้ว่าเธอกำลังหมายถึงอะไร เธอน่าจะหมายถึงเมียผมนั่นเอง

"ก็ดีครับ.. ปล่อยให้คนอื่นๆ พูดแทนตัวผมก็แล้วกัน.."

ผมคิดว่าคำชื่นชมที่มีคุณค่าจริงๆ นั้น มันไม่ควรมาจากตัวเราเอง เมื่อไหร่ก็ตามที่เรามีคุณค่าเพียงพอ คนอื่นๆ คงจะพูดถึงตัวเราในทางที่ดี ผมเชื่อว่าเธอเข้าใจตัวตนและวิธีคิดของผมเป็นอย่างดี

ผู้หญิงคนนี้ (ซึ่งไม่ใช่เมียผม) บางครั้งเธอก็ทำให้ผมรู้สึกว่า.. เธอนั้นเข้าใจวิธีคิดและยุทธศาสตร์ของผมมากกว่าตัวผมเองเสียอีก

ผมเคยให้ฉายากับเธอว่า "อึ้งย้ง" เพราะทุกๆ ครั้งเธอมักจะทำให้ผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆ เธอฉลาดหลักแหลม ซึ่งมันซุกซ่อนอยู่อย่างแนบเนียนภายใต้สีหน้าฉันยิ้มแย้มขี่เล่นนั้น.. และตาโตๆ ของเธอ

บางครั้งเธอทำตัวเองเข้ากับแผนที่ผมรู้อยู่คนเดียวได้ในทันที ราวกับว่าเธอสามารถอ่านความคิดของผมได้ ผมรู้สึกประหลาดใจแต่ไม่ได้กลัวเธอแต่อย่างใด

กลับกัน.. ผมรู้สึกว่า.. เออ.. มันต้องอย่างงี้สิ ฉันจะได้ไม่ต้องอธิบายอะไรให้มากความ.. มันคือความรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก

"เราอยากให้ทุกคนได้พูดคุยเฮฮากัน

โดยไม่ต้องรู้สึกเกรงใจที่มีเรานั่งอยู่ตรงนั้น

เราอยากให้พวกเขาผ่อนคลายกันบ้าง.."

ผมบอกกับเธอไปตรงๆ แบบนั้น..

"ตั๊มเค้าอยากจะกล่าวขอบคุณบางอย่างกับน้องๆ แต่รายนั้นเค้าคงไม่กล้าเริ่มเอง...

คุณตั้มจาาา..."

"โอเค.. ไว้เดินเข้าไปแล้วผมจะเริ่มให้เอง.."

คนประหลาดสองคนที่คุยกันไม่มากความ แต่เสือกเข้าใจกันได้อย่างดิบดี.. ผมรู้ว่าเธอกำลังจะบอกอะไร และเธอก็มักจะรู้ว่าผมกำลังคิดจะทำอะไรเช่นกัน..

เธอไม่ชอบให้ผมเรียกเธอว่า "อาจารย์"

แต่จะทำยังไงได้ ในเมื่อเราชินปากไปแล้ว.. "โบว์" เองก็เริ่มต้นมาคล้ายๆ กับเมียผม ไม่ได้อยากเข้าใจอะไรในสิ่งที่สามีทำมากนักหรอก เพราะภารกิจตัวเองก็หนักหนามากพออยู่แล้ว แต่ถึงกระนั้นก็ไม่เคยคิดจะเข้ามาขัดขวาง หรือทำให้เรารู้สึกลำบากใจ..

> #### คนที่รักเราจริงๆ จะต้องการอะไรไปจากเรา มากกว่าการที่ได้เห็นเรามีความสุขกันอีกล่ะ?

เมื่อผมยุ่ง หรือติดธุระอื่น เธอจะเข้าทดแทนการขาดหายไปของผมในทีมได้เสมอ แม้ภารกิจของเราจะรัดตัวแทบไม่ต่างกัน

เธอไม่เคยต่อว่าหรือตำหนิผมเลย ผมไม่รู้ว่าเราไปรู้จักกันก่อนมาจากที่ไหน แต่ก็เหมือนเข้าใจกันดีเฉยเลย มันคงเป็นเพราะ เราต่างเคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกัน

ผมเป็นใครมาจากไหนกันเหรอ? ทำไมผมจึงได้รับเกียรติจากสามีภรรยาคู่นี้มากขนาดนี้..

ถ้าคุณลองมาเป็นผม คุณจะเข้าใจได้ในทันทีว่าทำไมผมจึงควรเอาจริงเอาจังจนแบบลืมตาย แม้ทั้งคู่จะไม่เคยเรียกร้องอะไรจากผมเลยก็ตาม..

ฝากผู้หญิงคนนี้ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของมิตรรักแฟนเพลงทุกๆ ท่านด้วยนะครับ..

เอ่อ.. เธอมีสามีแล้วนะครับ...

#siamstr

แหกโค้งกันไปเลย โดนสับขาหลอก 🤣🤣

Replying to Avatar Jingjo

"ทางเดียวที่เราจะสามารถทำความเข้าใจวัฒนธรรมการบริโภคเกินตัวที่แพร่กระจายไปทั่วโลกในปัจจุบันได้ คือการทำความเข้าใจความวิปลาสของระบบแรงจูงใจที่เงินเฟียตมีต่อการบริโภค เพราะเมื่อเงินสูญเสียมูลค่าของมันอย่างต่อเนื่อง มูลค่าของการชะลอการบริโภคและการเก็บออมก็จะกลายเป็นลบ ในขณะที่การหารูปแบบการลงทุนที่เหมาะสมนั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก เนื่องจากจำเป็นต้องอาศัยการบริหารจัดการดูแลอย่างใกล้ชิดและการลงทุนเองก็เต็มไปด้วยความเสี่ยง ดังนั้นทางออกที่ง่ายที่สุดที่กลายมาเป็นวัฒนธรรมของวิถีสังคมแบบเฟียต ๆ ในปัจจุบัน คือการใช้จ่ายรายได้ของคุณให้หมดสิ้น และหันมาใช้ชีวิตแบบหาเช้ากินค่ำไปวัน ๆ แทน"

หนังสือระบบมาตรฐานเฟียต : บทที่ 7 "วิถีชีวิตเฟียต"

-Saifedean Ammous

#Siamstr #FiatStandard #Book

ยิ่งอยากอ่าน the fiat เร็วๆซะแล้ววว

เลิกป้ายยาคนอื่นๆเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว

จนมาถึงคลิปที่อาจารย์ลงสอนเด็กๆ เลยตัดสินใจที่จะป้ายยาและสอนครอบครัวตัวเองดีกว่าเลยส่งคลิปให้น้องสาวตัวเองดูไป อย่างน้อยๆเด็กๆในคลิปก็ใกล้ๆวัยเดียวกัน ไว้ดูคลิปจบ พี่จะพยายามสอน

สอดแทรกไปเรื่อยๆละกันนะ 🙂

#siamstr

ท้องฟ้าสีครามสดใส มองเห็นเรือใบ ล่องอยู่ในทะเล ตึ๋งโป๊ะ มาเป็นเพลง ฮ่าฮ่า 😅

Replying to Avatar chontit

เมื่อวานพึ่งได้มีโอกาสนั่งฟัง #BitcoinTalk 166: Lower Your Time Preference (808282) แบบ Live ไปพร้อมกับเพื่อน ๆ ทุกคน ...

ถามว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น? ปกติไม่ได้ฟังแบบ Live หรอ?

ใช่ครับ..ปกติผมจะตามฟังย้อนหลังตลอด ไม่ว่าจะเป็น BitcoinTalk หรือสภายาส้มก็ตาม .. เพราะว่าช่วงเวลาหกโมงเย็นถึงสามทุ่มนั้นเป็นเวลาครอบครัว ต้องพาลูกทานข้าว พาลูกอาบน้ำ หรือแม้กระทั่งจะพาลูกเล่นขายของ 555 ,, แต่เมื่อวานมีโอกาสได้ฟังอาจารย์ตั๊มตั้งแต่ต้นจนจบเลย (จริง ๆ ป้อนข้าวน้องอุ้มไปด้วยนั่นแหละ แล้วก็บังคับน้องอุ้มก็นั่งฟังอาจารย์ตั๊มไปด้วย) ทำให้ผมต้องหาเวลามาเขียนโน๊ตสั้น ๆ อันนี้แปะเป็น Time stamp ไว้บ้าง 😉

ประเด็นโน๊ตของอาจารย์ที่ถามว่า "บิตคอยน์ มันเปลี่ยนคุณไปยังไงบ้าง?" ... บอกตามตรงว่าผมพึ่งได้เห็นโน๊ตนี้ เพราะตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ก่อน จนกระทั่งถึงสัปดาห์นี้ และอาจจะล่วงเลยไปสัปดาห์หน้าอีกสักเล็กน้อย เป็นช่วงเวลาที่งานประจำผมมีความยุ่งวุ่นวายมาก ในใจอยากจะทำโปรเจคอะไรหลายต่อหลายอย่าง อยากเขียนบทความที่ค้างคาต่อให้เสร็จ อยากช่วยพี่ตั้มทำโปรเจคสุดเจ๋ง แต่สุดท้ายก็ยังไม่ได้เริ่มต้นเลย แต่สัญญากับตัวเองไว้ว่าหลังจากเคลียร์งานประจำแสนวุ่นวายหมดเมื่อไหร่จะกลับมาเดินหน้าต่อแน่นอนฮะ ... 😄

เอาหล่ะ .. หลังจากที่ผมได้บ่นเป็นหมีกินผึ้งถึงภาระหน้าที่ตัวเองไปแล้วนั้น เรามาเข้าเรื่องกันดีกว่าเนาะ 5555

สำหรับตัวผมเองก็พอรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงได้หลายประเด็นอยู่นะ ไม่ว่าจะเป็น ...

- ความเข้าใจคำว่า "เงิน" แบบจริง ๆ เข้าใจว่าเงินคืออะไร หรืออะไรคือเงินที่สามารถรักษามูลค่าได้แท้จริง

- ความเข้าใจในเรื่องของความเป็นอยู่ ทำไมชีวิตเราถึงดูไม่ค่อยมีอนาคตเลย ทำงาน -> รับเงินเดือน -> ใช้เงิน -> เงินหมด -> ไปทำงาน .... วนไปวนมาไม่สิ้นสุด บางคนทำงานเก็บเงินแทบตาย สุดท้ายพอจะเอาเงินออกมาใช้ ... ทำไมเรามีเงินไว้ใช้ตอนเกษียณแค่นี้เองวะ หรือทำงานเก็บเงินให้ลูกเหนื่อยจนเลือดตาแทบกระเด็น แต่ลูกยังบ่นว่า "เก็บเงินให้แค่นี้จะเอาไปทำอะไรได้คะคุณพ่อออออ" 😟

- ที่สำคัญที่สุด "รู้สึกว่าไม่มีนักการเมืองหรือพรรคการเมืองคนไหนทำงานเพื่อประชาชนจริง ๆ หรอก" ทุกคนคือมนุษย์ ทุกคนมีความโลภ ทุกคนต้องหาประโยชน์ให้ตัวเอง ... ปฏิเสธไม่ได้เลยแหละว่าคำกล่าวนี้จะไม่เป็นความจริง ดังนั้น ชีวิตเราจะเป็นยังไงต่อไปในอนาคตมันขึ้นอยู่กับตัวเราเองล้วน ๆ ขึ้นอยู่กับการเปิดใจรับรู้ความเป็นจริงของโลกใบนี้ และขึ้นอยู่กับว่าเราเข้าใจบิตคอยน์ในระดับไหน 😉

ทุกวันนี้การมองโลกของผมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ก่อนหน้านี้ผมเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนควรจะต้องมีจิตใจดี มีจิตสำนึกที่ดี ต้องทำดีเพื่อส่วนรวม และคงไม่มีใครอยากจะทำสิ่งไม่ดีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันหรอก ... แต่ความเป็นจริงพบว่า "ผลประโยชน์" หรือ "อำนาจ" คือสิ่งที่ทำให้มนุษย์ชนชั้นปกครองกลายเป็นซาตาน (แม้ว่าใจจิตใจลึก ๆ เข้าอาจจะไม่อยากเป็นแบบนั้นก็ตาม) กลายเป็นคนที่แสวงหาประโยชน์ให้พรรคพวกตนเอง และสุดท้ายคนที่ได้รับผลกระทบก็คือพวกเราเหล่าคนชนชั้นกลาง ชนชั้นล่าง ที่หวังว่าพวกเขาเหล่านั้นจะนำความเจริญมาให้ประเทศและชุมชนของเรา กลายเป็นว่าเราไม่มีสิทธิ์ได้ลืมตาอ้าปาก ไม่มีสิทธิ์ได้ดำรงชีวิตแบบที่ควรจะเป็น และไม่มีสิทธิ์ได้ส่งต่อความมั่งคั่งให้ลูกหลาน (เพราะไม่มีโอกาสได้สะสมความมั่งคั่งตั้งแต่ต้น) 😢

ตั้งแต่รู้จักบิตคอยน์ ตั้งแต่ได้เรียนรู้การเก็บรักษาบิตคอยน์ และตั้งแต่เข้าใจบิตคอยน์ ... การตื่นนอนตอนเช้าในแต่ละวันของผมนั้นมันรู้สึกว่าชีวิตยังมีความหวัง รู้สึกว่าเราทำงานหนักไปเพื่ออะไร และอยากจะส่งต่อถ่ายทอดความรู้สึกนี้ให้กับผู้คนรอบข้างที่ยังไม่ตื่นมาพบกับความจริง ... แต่ผมได้พบกับความจริงยิ่งกว่าบิตคอยน์ก็คือ "ผู้คนจะได้รู้จักบิตคอยน์ในเวลาที่เหมาะสมกับตัวเค้าเอง" 💓

สุดท้ายนี้ผมต้องขอขอบคุณบิตคอยน์ ขอบคุณ BitcoinTalk ทุกตอนของอาจารย์ตั๊ม และขอบคุณตัวผมเองที่ยอมเปิดใจเริ่มฟังคลิปของอาจารย์เมื่อ 2 ปีก่อน ... มิเช่นนั้นผมคงยังหลงระเริงไปกับการเป็นหนี้และใช้ชีวิตแบบเฟียต 😞

#siamstr

nostr:nevent1qqs2grcj7rn2s2774m7e7mrljwamr0d3ca0akrmh0uxnsala38qvjlqpz3mhxue69uhhyetvv9ujuerpd46hxtnfduq3vamnwvaz7tm8d3hkyctv9eex2mrp0yh8yetywv6k9g

ถูกใจเอาไป100sats 😋

อัดแน่นบางช่วงป่าวคับ 🫢

ผมก็เป็นคนนึงลบ fb ในมือถือ ก็รู้สึกดีนะครับ แต่พอเลิกงงาน กลับมาที่ห้องจะเล่นในไอแพด พอเลิกเล่น ไม่มีไรทำ มันจะอัตโนมัติเลยกดเข้า fb

Replying to Avatar Jakk Goodday

คุณเคยหมกมุ่นกับบางอย่างจนมันกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคุณไปเลยไหม?

คุณจะคิดถึงมันจนแทบใจจะขาด คืดถึงทุกลมหายใจ อยากจะร่วมหอลงโลงคิดเลยเถิดไปถึงการกินอยู่หลับนอนไปกับมัน

ผมเป็นแบบนั้น และต้องคอยเตือนสติตัวเองให้แยกการศึกษาบิตคอยน์ออกจากเรื่องอื่น ๆ ในแง่การลงทุน

ผมห่างเหินจากการเพิ่มเติมองค์ความรู้ให้ตัวเองมานานแสนนาน นับตั้งแต่เริ่มตัดสินใจเดินเข้ามาภายในคอมมูนิตี้ ในขณะที่หลายคนได้เสพ ผมกลับต้องอุทิศเวลาส่วนใหญ่ไปกับการพยายามสร้างบางสิ่งบางอย่างขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

ความรู้ผมแทบไม่กระดิก..

อนิจจาตัวผมเองก็ไม่เคยรู้ตัวว่ากำลังโหยหาสิ่งใดอยู่

จนกระทั่งบทบาทชีวิตเริ่มบีดคั้นให้ผมต้องอยู่ห่างจากกิจวัตรซึ่งเป็นงานอดิเรก ณ ขณะที่ต้องพากเพียรทำงาน ผมมีเวลาได้ครุ่นคิด คิดถึงสิ่งที่เราเคยมี บางสิ่งที่กำลังขาดหาย..

มันคือการศึกษาค้นคว้าและทำความเข้าใจลงลึกในบางสิ่งบางอย่าง.. มันคือสิ่งที่ทำให้ผมมีความสุขและทำได้ดีมาตลอด

ผมถามตัวเองว่าเราต้องการมันจริงๆ หรือ? เรากำลังมีภารกิจยิ่งใหญ่ที่ต้องทำให้ลุล่วง เราจะผละจากมันไปได้อย่างไร? หรือจริง ๆ แล้วเราควรทำในสิ่งที่แยบยลกว่านั้นเพื่อให้ทั้งสองเรื่องยังดำเนินควบคู่กันต่อไปได้

ผมใช้เวลาคิดทบทวนราวหนึ่งสัปดาห์จนกระทั่งผมเจอเข้ากับคำตอบ

ผมไม่รู้จะเรียกสิ่งนี้ว่าเป็นความโชคดี หรือวาสนาส่วนตัว การที่ผมแทบไม่เคยให้ทุกอย่างหมุนรอบตัวเอง กำลังมอบรางวัลอันยิ่งใหญ่ให้กับตัวผม ผมได้ทีมที่พร้อมจะทำส่วนต่าง ๆ ได้ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าที่ผมทำ สมาชิกที่เก่งกาจกว่าผมในหลาย ๆ ด้าน

สิ่งที่เราฟูมฟักกำลังจะมอบเวลากลับคืนมาให้เรา ..เวลาชีวิตที่เราเคยถวิลหามาตลอด

ผมคงมีเวลาเพิ่มมาบ้าง เพื่อนำออกไปสำรวจโลกของบิตคอยน์เพิ่มเติม ..ผมเป็นคนที่ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ผมพบว่าตัวเองยังรู้น้อยเกินไปเกี่ยวกับ "เรื่องราว" ในโลกของบิตคอยน์ ความรู้ในเชิงวิชาการเราพอมีบ้างแล้ว จริงๆ ก็เริ่มจะเบื่อแล้วด้วย

ผมนึกสนุกไปว่าผมจะลองทำตัวเป็นนักสำรวจทางโบราณคดี ขุดค้นเรื่องราวต่างๆ ในประวัติศาสตร์ของบิตคอยน์ ผมพึ่งรู้ว่ารุ่งอรุณแห่งแนวความคิดที่เป็นจุดกำเนิดแห่งการหลอมรวมนวัตกรรมต่าง ๆ จนกลายมาเป็นบิตคอยน์ในวันนี้ มันเริ่มขึ้นที่ AT&T Labs นับแต่ปลายยุค 1960s

การเข้ารหัสด้วย Public Key มันเกี่ยวข้องกับชื่ออย่าง Whitfield Diffie และ Martin Hellman หรือกระทั่ง Enter Vinton Cerf และ Robert Kahn ซึ่งเป็นผู้ว่ารากฐานของเบสเลเยอร์ที่ไม่มีจุดตาย..

เราไม่เคยรู้เรื่องพวกนี้มาก่อน ยิ่งผมเจาะลึกลงไปในเว็บบอร์ด BitcoinTalk ย้อนไปยังช่วงเวลาที่ Satoshi Nakamoto ยังคงโลดแล่น มันช่างเต็มไปด้วยการแลกเปลี่ยนทางความคิดอันทรงพลัง ชื่อของ Hayek และ Rothbard ผุดขึ้นมาตามรายทาง

นี่คงเป็นสิ่งที่อยู่ในหัวผมมาตลอด เวลาที่ผมสนใจสิ่งใด ผมจะอยากดำดิ่งไปกับมัน ลึกลงไปสักด้าน และในวันหนึ่งทุกคนคงจะเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์ระดับตำนานอย่าง Silk road, Mt. Gox หรือกระทั่ง Blocksize War

ปล่อยตัวเองให้ล่องลอยไปในเรื่องราวอันน่าอัศจรรย์เหล่านี้ ผมบ่นพรึมพรำเพื่อนุญาตให้ตัวเองทำตามความฝัน ฝันนั้นกำลังจะกลายเป็นจริง เมื่อโลกแห่งเทคโนโลยีได้มอบโปรโตคอลอย่าง Nostr ให้กับเรา..

ผมไม่ต้องรอให้สำนักพิมพ์ไหนๆ มาจัดการร่วมเล่มให้กับผม ผมสามารถปล่อยมันที่นี่ได้เลยแบบทีละบท ทีละตอน หรือทีละหน้าก็ยังได้.. สิ่งเดียวที่ผมต้องทำคือ.. ลงมือ