15 ปี Bitcoin White Paper
โดย Satoshi Nakamoto
“การส่งต่อข้อมูลจากคนหนึ่งถึงอีกอีกคนโดยไม่ต้องผ่านตัวกลางหรือสถาบันในการตรวจสอบ พวกเราได้นำเสนอโซลูชั่นในการแก้ปัญหา Double Spending”…
อ่านต่อเอาเองที่ Bitcoin.org
ข้อมูลกว่า 8 หน้ากระดาษที่เล่าถึงวิธีการทำงาน และการแก้ปัญหาของตัวกลาง อย่างธนาคารกลาง(Federal Reserve) พูดง่ายๆคือการทำลายตัวปัญหาอย่างธนาคารกลางทิ้งไปซะ แล้วให้ผู้คนที่มีแสวงหาผลประโยชน์จัดการกันเอาเองผ่านความเชี่ยวชาญของพวกเค้า
ผมกำลังพูดถึงสิ่งที่โคตร Libertarians และ Effective ที่สุดในทศวรรษนี้
แม้ว่าชาว Libertarians ให้ความสำคัญกับมันน้อยที่สุด
แต่นี่คือรากเง่าจริงๆ ของหลักการ Subjective of Value Theory ที่กล่าวถึงสิ่งที่มนุษย์ยังไขว่คว้าคือการรักษาความมั่นคง เวลา การแก้ปัญหาอย่างถึงรากถึงโคลนที่สุด คือเรื่องของเงิน เพราะต่อให้คุณโต้เถียงในระบบการเมืองชนะ นั่นไม่ได้แปลว่าคุณจะแก้ไขปัญหาเรื่อง สันดานของมนุษย์ได้
“เงิน“ในที่นี้ที่ผมจะกล่าวไม่ได้อยู่ในมุมมองของ Objectivism แบบ Hegelian
แต่เงินที่ถูกสร้างขึ้นมาผ่านชุดคำสั่งของ Game theory ในรูปแบบซับซ้อน ทั้งการเลือกชุดข้อมูลในการสร้างเอฟเฟคต่างๆ หรือ ปลดปล่อยตัวเองจากระบบเดิมๆ ซึ่งทุกคนสามารถแสวงหาผลประโยชน์จากการสร้างประโยชน์ให้กับตลาด และ ระบบเศรษฐกิจทุนนิยม
สิ่งเหล่านี้คือ Permissionless ซึ่งกันและกันของธรรมชาติ และเราต่างเอาชีวิตรอดด้วยตัวของเราเอง
ชุดคำสั่งนี้ถูกแก้ไขและดัดแปลงจากชายปริศนาชื่อ Satoshi Nakamoto และ Hal finney ก่อนที่คนในสังคมนักปฏิวัติไซเฟอร์พังก์จะค่อยๆ หันมาสนใจ
โดยกฏเกณฑ์หรือลักษณะการทำงาน กฏฉันทามติ โดย คอมมูนิตี้รองรับกฏนั้น
ทุกๆครั้งที่มีการส่งข้อมูลธุรกรรมบัญชี จะมี ผู้ส่ง ผู้รับธุรกรรม และ ผู้ที่ได้ผลประโยชน์จากการที่สองคนนี้ทำธุรกรรม ซึ่งเป็นผู้ใดก็ตามที่สามารถรวบรวมกำลังไฟฟ้า ค้นหาสมการ ให้พบ และ เมื่อธุรกรรมนั้นสิ้นสุดจะได้รับผลตอบแทนเป็น Bitcoin จำนวนหนึ่ง และทุกๆการปิดธุรกรรม เมื่อครบ 210,000 ครั้ง จะลดจำนวน Bitcoin ลง ครึ่งหนึ่ง ของผลรางวัลตอบแทน รวมถึงค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมของผู้ส่ง
นี่คือกฏเกณฑ์คร่าวๆ ของ ฉันทามติที่มีขึ้นตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม 2009 จนถึงปัจจุบัน
สิ่งนี้เรียกว่า “Nakamoto Consensus” ตามผู้ให้กำเนิดอย่าง Satoshi Nakamoto
เราไม่ต้องพึ่งพาธนาคารกลาง นี่คือการที่ประชาชนหรือใครก็ตามสามารถที่จะรับชุดคำสั่งนี้ในการบันทึกธุรกรรมร่วมกัน หรือ สร้าง Network effect ร่วมกัน
แล้วสิ่งเหล่านี้มันต่างจาก Fiat System จากธนาคารกลางได้อย่างไร
นี่คืออิสรภาพตั้งแต่ข้อแรก คือ ผู้ที่เปิดโปรแกรมเพื่อรับธุรกรรมเหล่านั้นสามารถที่จะเปลี่ยนใจในการเปลี่ยนแผนเพื่อรันข้อมูลโปรแกรมที่พวกเค้าเชื่อในระบบนั้นๆ
”เหตุการณ์คร่าวๆที่เคยเกิดขึ้น เรียกว่า Blocksize War”
การฆ่าตรกรรม ระหว่าง Authoritarist และ Libertarianist
ข้อที่สองคือพันธสัญญาที่จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเหล่านี้ ซึ่งด้วยความเป็น Open-Source Protocal ทำให้การ Scale นั้นเกิดขึ้นได้ใน Level 2 และ จะมีประโยชน์สำหรับคุณค่าที่พวกเค้าสร้างให้ คอมมูนิตี้
Bitcoin นั้นเป็นอากาศธาตุที่ทุกคนจับต้องได้ เมื่อคุณมีความสามารถ(ทุนทรัพย์ด้านความสามารถในการเขียนโค้ด)
และเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การเก็บรักษา
นี่คือการกำจัดเหล่าคอมมิวนิสต์ หรือ องค์กรณ์คอมมิวนิสต์ อย่างรัฐบาลที่เข้ามามีบทบาท ในชีวิตพวกคุณ ทำเหมือนชีวิตพวกคุณเหมือนเด็กอมมือ ที่รอวันโตเพื่อเลียไข่พวกมัน จากระบบอันเน่าเฟะ
นี่คือสิ่งที่จะทำลายระบบทุนนิยมสามานย์จากองค์กรแห่งรัฐ และคำพูดโกหก เพื่อแสวงหาผลประโยชน์เทียม ที่คือทางที่คุณจะได้รู้จักชีวิตที่พอเพียง ความอดทนอดกลั้น และแสดงศักยภาพที่แท้จริงในตัวคุณ เพื่อโลกที่ดีกว่านี้
Happy Birthday 15th Anniversary Bitcoin White Paper
#siamstr