Avatar
Witsarut Pechsri
f5863be8441ba5a39ceb72c0d4e16a25e3cf1b4e4e0dab6b2efbb7be7f8436f5
คนธรรมดาคนนึง ที่รู้จัก Nostr จาก อ.ตั้ม พิริยะ อ.แกรีวิวบ่อยจัด จนต้องมาลองใช้งานเอง
Replying to Avatar SunEaterr

ทำไมนักวาดหนีไป Bluesky ไม่ใช่ Nostr?

#siamstr #opinion

ช่วงที่ผ่านมาผมเห็นนักวาดหนีไป Blue sky เยอะมากแทนที่จะเป็น Nostr เลยไปถามพวกเขาว่าทำไมถึงย้ายไป Bluesky กัน

สิ่งที่น่าตกใจคือพวกเขาไม่รู้จัก nostr เลย!!

เพื่อนๆ ผมส่วนใหญ่ไม่รู้จัก Nostr เลย ไม่รู้ว่าคืออะไร ทำอะไรได้บ้าง หรือแม้กระทั่งมองว่า Bitcoin เป็นอุปกรณ์เก็งกำไร (เคยแนะนำให้ใช้เพื่อขายงานต่างชาติ)

จริงๆ ผมเองก็ไม่ได้ตกใจอะไรมาก เพราะพวกเขาลำพังแค่การวาดก็ยุ่งยากพอแล้ว อย่างไรก็ตามมันสะท้อนให้เห็นว่า Nostr ยังไม่ได้เข้าถึงง่ายขนาดนั้น และคิดว่าเราควรใช้อันนี้เป็นกรณีศึกษา และหาวิธีโปรโมทที่ดีกว่านี้ (เดาว่ารอให้ Blue ขายข้อมูลต่อ 555)

End of the day แน่นอนว่าแพลตฟอร์มนี้ดีกว่าที่อื่นในหลายๆ ด้าน แต่เราก็ต้องเข้าใจมุมผู้ใช้ด้วยว่าทำไมเขาถึงไม่เลือกเรา

เรามาก่อนกาลได้ แต่ผมมองว่าถ้าชวนให้เข้ามาได้อย่างน้อยก็ยังดีคับ

พูดคุยกันได้ครับ

การใช้ Private Key ,Public Key

มันดูซับซ้อนกว่าปกติในสายตาคนทั่วไปที่ไม่เก่งเรื่องเทคฯ

ขนาดอีเมลยังจำกันไม่ค่อยได้

ให้เรียนรู้ Private Key น่าจะไม่ไหว

มันคือความกลัว ซึ่งมันคือเรื่องปกติของคนเรา

ถ้าเจออะไรที่มันไม่เหมือนสิ่งที่เคยทำ

อย่างที่หลายท่านคอมเม้นไว้

มันคือ Scammer

มันหลอนไปเรื่อย

จ่ายให้มัน = มันได้ตังฟรี

มันจะขออีกเรื่อยๆ 555

ผมก็ไม่ทราบแน่ชัด

อาจจะเป็นเพราะ

การมีเสรีภาพมันสบายกว่า

ใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ ไม่มีข้อผูกมัด

มันสบายใจกว่าการมีอำนาจ

โลกมันเปลี่ยนไปตามกาลเวลา

ยุคนี้คือยุค WOKE

มันก็จะเป็นเรื่องปกติของยุคนี้อะนะ

Replying to Avatar Jingjo

"ราคาเฉลี่ยของบ้านในสหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ. 1915 อยู่ที่ 3,500 ดอลลาร์ ส่วนในปี ค.ศ. 2021 ราคาอยู่ที่ 269,039 ดอลลาร์ หมายความว่าราคาบ้านมีอัตราการเจริญเติบโตแบบทบต้นอยู่ที่ 4.18% ต่อปีมานานกว่า 107 ปี แต่ถ้าระบบมาตรฐานเฟียตมีการกำหนดอุปทานเงินให้คงที่มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1914 และราคาสินค้าต่าง ๆ กลับลดลงในอัตรา 2% ต่อปีแทน ราคาบ้านในสหรัฐฯ โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 411 ดอลลาร์ในปัจจุบัน และยิ่งหากเงินดอลลาร์มีปริมาณอุปทานน้อยกว่านี้อีก ระดับราคาสินค้าต่าง ๆ ก็จะต่ำกว่าที่มันเป็นอยู่ในปัจจุบันเป็นอย่างมาก แม้จะแน่นอนว่าระดับรายได้ก็จะต้องต่ำลงมากด้วยเช่นกัน

แต่การที่ราคาสินค้าลดลงเรื่อย ๆ นั้นหมายความว่าเราจะเข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเวลาผ่านไป และหมายความว่าเงินที่เก็บออมไว้จะสามารถซื้อสินค้าได้มากขึ้นในทุก ๆ ปี เช่น เงิน 411 ดอลลาร์ในปี ค.ศ. 1915 อาจเพียงพอให้คุณปู่ของคุณสามารถซื้อได้เพียง 12% ของบ้านหลังหนึ่ง แต่หากคุณปู่เก็บออมไว้และส่งต่อมาให้คุณ คุณจะสามารถซื้อบ้านทั้งหลังได้ในวันนี้ หรือเศษเงินของทวดของคุณก็จะเพียงพอที่จะเลี้ยงคุณได้ทั้งชีวิตนี้

โลกที่ราคาสินค้าลดลงจะสร้างแรงจูงใจอันแรงกล้าในการเก็บออมเพื่ออนาคต เราทำได้แต่จินตนาการว่าคุณภาพชีวิตในวันนี้จะดีขึ้นได้มากขนาดไหน หากมนุษยชาติไม่ได้ประสบกับปัญหาเงินเฟ้อที่เกิดมาจากเงินเฟียต"

- The Fiat Standard บท 12 : บทวิเคราะห์ความคุ้มค่าของระบบเฟียต -

คนแม่งบ่นทุกปีทุกวันว่าของแม่งแพง เศรษฐกิจแม่งเหี้ย แต่เสือกไม่เคยถามว่า "สาเหตุแม่งเพราะอะไรวะ?" คงเป็นเพราะคนใช้เงินเฟียตอากาศ "ทาส" กันมากว่าร้อยปีจนสมองเสื่อม มองไม่ได้ไกลเกินปลายจมูก ได้แต่ก้มหน้าทำงานหนักเป็นหนูติดจั่นไล่ตามฝันจอมปลอมสไตล์ American Dream

ก่อนจะรู้ตัวอีกทีก็แก่เฒ่าหมดแรงและป่วยตายไป โดยไม่แทบไม่ได้สร้างคุณค่าอะไรทิ้งไว้ให้กับโลกใบนี้เลย

#เวลามีค่าศึกษาบิตคอยน์

#siamstr

#siamstrOG

ทุกอย่างเกิดจากเมกา

กว่าดอลล่าร์จะล่มสลาย ก็คงอีกนาน

แต่ทางสกุลเงิน หยวน

เขาก็อยากจะขึ้นมาคุมวัฏจักรตรงนี้

เป็นรายต่อไปแทนดอลล่าร์

สรุป เราพยายามหนีดอลล่าร์

เพื่อไปเจอเงินหยวน

พี่ Nas Daily เขาของแรง

ไปสัมภาณ์คนรวยคนไหน

คนนั้นซวยหมด แตกทุกราย

อยากรอดจากพี่ Nas ต้องเป็นคนธรรมดา

เพราะที่ผ่านมา คนธรรมดาที่แกไปสัมภาษณ์

อยู่สุขสบายดีทุกคน 5555

Replying to Avatar Jingjo

## รัฐสวัสดิการไก่🐓

ไก่ในเล้าหลังบ้านเป็นเพศเมียทั้งหมด เนื่องจากเราเลี้ยงเพื่อเป็นปสุสัตว์ ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงสวยงามแก้เหงา แม้เราจะเลี้ยงปล่อยให้วิ่งเล่นคุ้ยเขี่ยรับแดดตามธรรมชาติของเขา แต่เราก็ล้อมรั้วจำกัดพื้นที่ และมอบ "เสรีภาพ" ให้ตามที่ central planner อย่างเราเห็นสมควร

พลเรือนไก่ทุกตัวแม้จะมีเจตจำนงเสรี (บางตัวบินหนีออกมาบ่อยมากจนต้องเสียเงินล้อมรั้วใหม่ให้สูงขึ้น) แต่ก็มีหน้าที่ชัดเจนในการสร้าง productivity เป็นไข่ให้เหมาะสมกับทรัพยากรที่เราลงทุนไป และเชื่อผมเถอะ เมื่อท้องหิวมาก เมื่อผมเปิดประตูให้ออกมาสู่อิสรภาพ ไก่เกือบทั้งหมดไม่เดินออก แต่เลือกจะเดินกลับสู่คอกกินอาหารอันแสนสะดวกสบายภายในรั้วของรัฐไก่แห่งนี้

ผลประกอบการและกำไรที่ได้จากการ "อำนวยความสะดวก" ให้พลเรือนไก่มีที่นอนที่ปลอดภัยจากสัตว์ร้าย มีที่วางไข่และที่เล่นที่เพียงพอ พร้อมมีน้้ำและอาหารเสิร์ฟถึงเล้าในลักษณะ "รัฐสวัสดิการ" ให้อย่างเท่าเทียมกันทุกตัว (เฉลี่ยกินวันละ 120 กรัม/ตัว) คือไก่ทุกตัวมีส่วนร่วมในการผลิตไข่รายวันได้อย่างเหมาะสมกับ time & energy ที่พวกมัน (และผม) ใช้ไปในแต่ละวัน

### ไก่ทุกตัวเท่าเทียม แต่ไก่บางตัวเท่าเทียมกว่า

เมื่อรัฐไก่ในระบอบสังคมนิยมดำเนินไปได้สักระยะ กลไกตลาดเสรี (เท่าที่อำนาจรัฐอนุญาต) ก็เกิดขึ้น มีไก่บางตัวแข็งแรงอ้วนท้วนสมบูรณ์หงอนแดงแปร๊ดยิ่งกว่าตราค้อนเคียว และมีบางตัวร่างกายไม่แข็งแรงเท่า จึงถูกไก่คุณนายเฉิดฉายทั้งหลายไล่จิกตีแย่งอาหาร จนสุดท้ายก็ยิ่งอ่อนแอและผอมโซลงไปเรื่อย ๆ ซึ่งพอกินไม่เพียงพอ ไก่โซย่อมไม่สร้างผลผลิตไข่รายวัน

ผมจงใจปล่อยให้มันโดนจิกตีอยู่เช่นนั้น ไม่มีการมอบ "รัฐสวัสดิการ" อาหารพิเศษและคอกกินพิเศษที่ปลอดภัยให้แก่มัน

### แต่ทว่า Big Brother is watcing you.

รัฐไก่ของผมมีวงจรปิดเพื่อสอดส่องดูแล "ความปลอดภัย" ให้พลเรือน และมีผู้นำของฟาร์มที่ทำหน้าที่กำหนดนโยบายรัฐ และทำหน้าที่เป็น lender of last resort ควรช่วยเหลือรัฐไก่ทุกครั้งที่มีปัญหา (ให้เงินซ่อมรั้ว ให้กู้ยืมค่าอาหารไก่ ฯลฯ)

ผู้นำสูงสุดยกหูโทรสั่งการผมว่าให้ทำการ bail out ไก่โซดังกล่าวมาดูแลพิเศษในสุ่มนอกเล้า โดยให้มอบ "รัฐสวัสดิการไก่" ให้กับไก่ปวกเปียกตัวดังกล่าวเป็นที่พักที่ปลอดภัยในสุ่มที่มีทั้งคอนและแกลบให้คุ้ยเขี่ย มีหลังคาพลาสติกบังแดดลม และมีการจัดหาอาหารและน้ำสะอาดให้เป็นพิเศษ

การบริหารจัดการทรัพยากรจึงถูกบิดเบือน ปกติผมใช้เวลาดูแลไก่และเก็บผลผลิตไม่เกิน 20-30 นาทีต่อวัน กลายเป็นต้องเพิ่มมาอีกราว ๆ 2-3 นาทีในการบริการไก่โซดังกล่าว (และเวลาอีก 15 นาทีมาเขียนโน้ตนี้ถึงมัน)

รัฐไก่ที่มีพลเรือนทำหน้าที่เต็มประสิทธิภาพของมันมายาวนานตามขอบเขตเสรีภาพที่เรามอบให้ บัดนี้กลับมีอำนาจรัฐเข้ามาแทรกแซงกลไกตลาดเสรีจนผิดเพี้ยน เพราะไก่โซดังกล่าวไม่อยู่ในสภาพที่จะสร้าง productivity ใด ๆ ให้กับรัฐได้ เป็นชนชั้นกาฝากที่กัดกินและเบียดเบียนทรัพยากรไปอย่างไร้ประโยชน์

ไม่ได้ต่างอะไรกับพวกสมองบ้องตื้นและขี้เกียจสันหลังยาว ที่เอาแต่เรียกร้องรัฐสวัสดิการ แทนที่จะคิดจัดการรับผิดชอบชีวิตตัวเองให้เป็น

จบบทเรียน #รัฐไก่ สั้น ๆ จากหน้าเล้าไก่

สวัสดีครับ

#siamstr

#siamstrOG

ชีวิตไก่ช่างน่าเศร้า

แต่ชีวิตคนอย่างเราก็ไม่ต่างจากไก่

ในบทความสักเท่าไร

บรรทัดสุดท้ายของบทความนั้น

พรรคสีส้ม ไม่ถูกใจแน่นอน

เขาโปรรัฐสวัสดิการอย่างมาก

นั่นสิครับ ผมเองก็ไม่รู้ว่าจะสร้างอะไร

ดูแต่บิทคอยไปก่อน 555

#siamstr

สวัสดีพี่ๆชาวทุ่งม่วง ผมเป็นมือใหม่หัดเล่น

นอกจากเรื่องบิทคอย และ แฮชแท็ก siamstr

มันมีอะไรอีกบ้าง

วันๆเห็นแต่โพสบิทคอย ผมหาอย่างอื่นไม่ค่อยเจอ

Replying to Avatar Riina

Bank run รูปแบบใหม่หรือเปล่าเนี้ย น้องชายของเรา อยู่ดีๆบัญชีก็ถูกอายัดเหมือนกัน ทำธุรกรรมไม่ได้ อ้างตรวจสอบเส้นทางการเงิน เงินมันเป็นของไหล เราจะรู้ได้ไงว่าเงินไหนรับได้รับไม่ได้ งี้รับเงินมา ซื้อข้าวหน้าซอย ไม่ต้องไปปิดร้านแม่ค้าเลยหรอ

สมัยก่อนจะถอนเงินต้องไปธนาคาร ถอนมาเป็นเงินสด พอคนถอนพร้อมกันถึงเห็นปัญหา

สมัยนี้คนถอนเงิน ใช้วิธีโอนออกจากธนาคาร ย้ายเงินไปที่อื่นแทนการถอนเป็นเงินสด แล้วถ้าคนย้ายเงินออกพร้อมๆกัน การอายัดบัญชี 72ชม. นี่ก็เหมือนเป็นการถ่วงเวลา ไม่ให้คนย้ายเงินเหมือนกันนะ เอาจริงไม่ว่าจะเหตุผลไหน คือน่าหัวเสียทั้งนั้นอ่ะ เงินก็เงินเราแท้ๆ

รู้สึกว่าแบงค์ไม่ปลอดภัยมานานละ แต่มันชัดเจนวันนี้เลย ของเรามีเงินติดบัญชีแค่หลักสิบบาทมานานและ จะใช้ค่อยโอนจากที่อื่นมาใช้จ่าย ทุกอย่างที่อยู่ในธนาคารรู้สึกโคตรไม่ปลอดภัยเลย เงินในธนาคารนี่เหมือนไม่ใช่เงินของเราจริงๆ รัฐหรือธนาคารมีอำนาจมากกว่าเจ้าของเงินด้วยซ้ำ เงินที่เป็นบิทคอยน์นี่แหละ เงินของเราจริงๆ

#siamstr

https://nostrcheck.me/media/public/nostrcheck.me_9768881012452194251699087713.webp

ไอเขียว ทำไมนายเป็นคนแบบนี้

นายบล็อคเงินลูกค้าตัวเองทำไม

ผมก็เป็นลูกค้าของค่ายเขียวซะด้วย

Replying to Avatar Khing_T21

บัณฑิตหนุ่มถือบิตคอยน์ แต่ใจของเขาร้อนรน

ยามราคาลงเขากังวล พร่ำถามตัวเองว่าควรขายดีหรือไม่

ยามราคาขึ้นเขาก็กระวนกระวาย พร่ำถามตัวเองว่าตรงนี้ถึงเป้าหมายแล้วหรือยัง

เจ้าหนุ่มไม่เข้าใจ ใยเงินที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างที่เขาร่ำลือ จึงถือแล้วแผดเผาหัวใจ ดั่งถ่านไฟประลัยกัลป์

บัณฑิตหนุ่มจึงไปพบนักปราชญ์ สอบถามปัญหาที่ค้างคาใจ

นักปราชญ์ได้สดับตลอดเรื่องราวแล้วก็ยกนิ้วขึ้น ชี้ไปที่เบื้องเท้าของเจ้าหนุ่มตรงหน้า

นักปราชญ์เอ่ยว่า บัณฑิตเอ๋ย เมื่อเจ้าซื้อรองเท้า เจ้าอยากได้อะไร

บัณฑิตตอบว่า ข้าซื้อรองเท้า เพราะอยากได้รองเท้า เอาไว้สวมใส่

ปราชญ์เฒ่าได้ฟังคำตอบก็พอใจ ยกปลายนิ้วสูงขึ้น ถามต่อว่า บัณฑิตเอ๋ย เมื่อเจ้าซื้อเสื้อ เจ้าอยากได้อะไร

บัณฑิตตอบว่า ข้าซื้อเสื้อ เพราะอยากได้เสื้อ เอาไว้ห่มคลุมกาย

อาจารย์ปราชญ์เร่งถามต่อ เช่นนั้นเจ้าบัณฑิตเอ๋ย เมื่อเจ้าซื้อบิตคอยน์ เจ้าอยากได้อะไร

ครั้งนี้บัณฑิตหนุ่มได้ฟังคำถาม กลับอึ้งเงียบไป

ผู้ปราชญ์เห็นดังนั้นจึงอธิบายพลัน เจ้าซื้อบิตคอยน์โดยมิได้อยากได้บิตคอยน์ แท้จริงแล้วเจ้าอยากได้ทรัพย์ศฤงคาร อยากได้คฤหาสน์เพนเฮาส์ อยากขี่แลมโบ อยากกินโอมากาเสะ

ยามบิตคอยน์ราคาลงเจ้าก็ร้อนรน เพราะใจเจ้าเอาแต่นึกถึงสิ่งที่สูญเสียไป โอ้ นั่นบุฟเฟ่ต์มื้อหนี่งเชียว โอ้ นั่นทริปเที่ยวญี่ปุ่นเชียว

ยามราคาบิตคอยน์ขึ้นเจ้าก็ร้อนรน เพราะเจ้าคิดว่ากำไรที่ได้มา เทียบเคียงเป็นของที่เจ้าอยากได้ จากนั้นก็กลัวว่าจะสูญเสียมันไป จ้องแต่จะหาจังหวะขายให้ทันการ

ใจเจ้าไม่เคยเห็นบิตคอยน์เป็นบิตคอยน์เลย อย่างนี้จะเรียกถือบิตคอยน์ได้อย่างไร

ในมือเจ้าถือฮาร์ดแวร์ วอลเล็ต แต่ในใจเจ้าถือแต่เฟียตเต็มไปหมด สิ่งที่แผดเผาใจเจ้าไม่ใช่บิตคอยน์ แต่คือเฟียต

หากเจ้าไม่เรียนรู้ที่จะวางเฟียตลง เจ้าจะไม่มีวันถือบิตคอยน์ได้เลย

บัณฑิตได้ฟังคำตอบแล้วก็เข้าใจขึ้นมาบ้าง สำนึกรู้ว่าเส้นทางบิตคอยเนอร์ของเขายังอีกยาวไกล

ก่อนจะจากลา เขาแอบเห็นนักปราชญ์ตรงหน้าแอบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูกราฟราคา จึงถามว่า ท่านอาจารย์เองก็วงเฟียตได้แล้ว ใยจึงยังต้องใส่ใจมูลค่าในหน่วยเงินเฟียตเล่า

ปราชญ์ได้ฟังดังนั้นก็ส่งเสียงหึเบาๆ แล้วหันมา

ก็โบนัสปลายปีข้า มันออกเป็นเฟียตนี่หว่า...

มึงอย่ารีบขึ้นนะเว้ย...

#Siamstr

ผมที่กำลังซาบซึ้งในปรัชญา

อ่านถึงตอนจบ คนละเรื่องเลย

โคตรจี้ 55555

ผมเองมาเล่นได้สักพักแล้ว

ยังไม่กล้าโพสอะไรให้คนเห็นเลย

กลัวมีปัญหากับชาวทุ่งม่วง

ถ้ามันลบโพสไม่ได้ ก็ไม่ต้องโพสให้คนเห็น

เน้นคอมเม้นอย่างเดียวพอ 5555

Replying to Avatar Panai Lawasut

Enter The Matrix

ก่อนจะออก ฉันเข้ามายังไงก่อน..?

ผมพยายามคิดเรื่อง exit the matrix ของ @tendou อยู่พักใหญ่แล้ว ก็ยังนึกไม่ออกว่าเรามีประสบการณ์อะไรที่มันชัดเจนจริงๆ

แต่กลายเป็นไปตกผลึกเรื่องอื่นๆอีกเยอะแยะเต็มไปหมด ขอบคุณ @tendou การชวนคนคิดมันได้อะไรมากกว้างกว่าเรื่องที่เราพยามหาคำตอบอยู่เสมอ

ก่อนนี้ที่บ้านผมขายขนมกันหน้าบ้าน เป็นร้านเล็กๆที่ยอดขายพอประมาณแต่ไม่เคยเสียภาษี

ทั้งภาษีบุคคล ภาษีร้านค้า ภาษีป้าย ไม่ต้องพูดถึงว่าจะจด vat

สิ่งที่ผมเจอคือ ผมไม่สามารถซื้อสินทรัพย์อะไรได้เลย กู้แบงค์ไม่ได้ ทำบัตรเครดิตไม่ได้ มันเหมือนเราไม่มีตัวตน

เพิ่งเข้าใจว่าทำไมเลขบัตรประชาชน เค้าถึงเรียกว่า เลขประจำตัวผู้เสียภาษี ถ้าคุณไม่เสียภาษี คุณจะไม่มีตัวตน

ผมได้แต่คิดว่า ช่างมันวะ ซื้อสดมันให้หมด บ้านก็เช่าเอาแบบนี้แหละ แล้วเงินก้อนที่เราเก็บได้ก็ไว้ให้ลูกซื้อบ้านของเค้าเอง แล้วเค้าเองก็มีหน้าเก็บเงินเพื่อเป็นค่าบ้านของรุ่นหลานต่อไป

เงินเรา-ลูกใช้,เงินลูก-หลานใช้,เงินหลาน……ใช้ถ้าลูปเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ก็ไม่จำเป็นต้องใช้เงินแบงค์ ขอแค่รุ่นแรกเสียสละ

(เรื่องนี้ใครก็คิดได้ แล้วคุณก็เริ่มเก็บเงิน เริ่มลงทุน เริ่มรู้จักเงินเฟ้อ…. แล้วก็พบความจริง บันเทิง!!! )

ตอนนั้นทุกคนยังซื้อขายของด้วยเงินสดเป็นหลัก ยังไม่มีการโอนเงินเยอะแยะแบบทุกวันนี้ ผมก็ยังคิดว่าเราอยู่แบบนี้ต่อไปก็ยังได้

เราขยายสาขาโดยที่ไม่ใช้เงินแบงค์แม้แต่บาทเดียว เราไม่เคยขอเครดิตซัพพลายเออร์ ซักพักสรรพากรเริ่มเพ่งเล็ง คุณพ่อผมเริ่มจ่ายภาษี เป็นแบบร้านค้า เหมาจ่าย ปีนึงหลักพัน และแน่นอนเราก็คาดหวังการเติบโตอยู่ตลอด

ถ้าคุณเป็นผู้ประกอบการ สุดท้ายไม่ว่ายังไง คุณจะมาชนกับกำแพงที่ระบบได้วางไว้ ถ้าคุณจะข้ามมัน คุณต้องเข้ามาในระบบ

-ลูกน้องเริ่มถามหาสวัสดีการ ประกันสังคม วันลาหยุด ลาป่วย เค้าควรได้หยุดโดยที่ร้านยังจ่ายเงินให้เค้า

-ลูกน้องเริ่มsufferเรื่องเดียวกับเรา ไม่มีตัวตน ทำบัตรเครดิตไม่ได้ จะซื้อรถเครื่องคันเล็กๆยังลำบากเลย ไม่ต้องพูดถึงมีบ้าน

-เงินโอนเยอะขึ้นทุกวัน (ประมาณ5ปีมานี้ สัดส่วนเงินโอนเพิ่มจาก5%เป็น70% และไม่มีทีท่าว่าจะหยุด)

-ที่สำคัญมันกวนใจ ทุกครั้งที่มีรถตู้จอดหน้าร้าน ถือเอกสารนู่นนี่ลงมา มันใจคอไม่ดี ร้านเราอยู่ใกล้สรรพากรชลบุรีด้วย

ผมเริ่มมองเห็นแล้วว่าอยู่แบบนี้ต่อไปไม่ยั่งยืนแน่นอน เราทำทุกอย่างให้มันถูกต้องดีกว่า(ถูกต้องตามระบบเค้าอะเนอะ) อะไรต้องจ่ายก็จ่ายไป แล้วจะได้ตัดเรื่องกวนใจออกไปอีกเรื่อง มีสมาธิโฟกัสกับงานที่มันสำคัญดีกว่า

ผมจดบริษัท จดvat แล้วความบันเทิงก็บังเกิด!!!

แบบที่ @jingjo พูดในสมายาส้ม ep15 เลย

นี่มันระบบปัญญาอ่อนอะไรวะเนี๊ย ..!!!

- คุณมีหน้าที่รวบรวมรายรับและรายจ่ายเพื่อนำมาคำนวณภาษี และหลักฐานทุกอย่างต้องถูกต้องตามฟอร์มที่สรรพากรยอมรับ อันไหนผิดหรือไม่มี สรรพากรไม่คิดให้ WTF!!!! ผมเพิ่งเข้าใจว่าใบเสร็จคือเงินก็ตอนนั้นแหละ แล้วกระบวนการนี้ก็มีค่าใช้จ่าย!!แล้วก็ไม่น้อยด้วย (เหมือนเราบริการสรรพากรเพื่อที่จะได้จ่ายเงินให้สรรพากร ปัญญาอ่อนมั้ยล่ะ)

- ทันทีที่สินค้าคุณมีvat คุณจะเสียอำนาจการแข่งขันในตลาดทันที

- จะมีซัพพลายเออร์จำนวนนึงเลยที่ไม่อยากทำธุรกิจกับคุณ เค้ายังไม่อยากเค้าระบบ บางเจ้าจำกัดยอดการสั่ง บางเจ้าขอไม่ออกใบเสร็จให้ส่วนใหญ่ขอบวกvatเพิ่ม เราก็ต้องเลือกเจ้ามีvat เพียงเพราะได้ใบกำกับภาษี

ก็เพิ่งเค้าใจคำว่า”มีภาษีกว่า”

- ถ้าคุณจะทำโปรดักส์ที่มีคุณภาพ คุณจำเป็นต้องใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ ทำให้คุณเลือกซัพพลายเออร์ได้ไม่มาก ไม่ว่าเค้าจะขายราคาเท่าไหร่ ไม่มีvat ไม่ให้ใบเสร็จ คุณก็จำเป็นต้องซื้อเค้า แล้วก็รับภาระทางภาษีไปแทน (สินค้าเกษตรไม่มีvatนะ แล้วผมก็ใช้เป็นวัตถุดิบหลักซะด้วย)

- เช่นเดียวกับผู้ให้เช่าที่ดินและอาคารทั้งหลายแหล่ ทำเลสำคัญมาก ถ้าต้องตรงนี้คือต้องตรงนี้ ไม่ว่าเค้าจะไม่ยอมให้เราส่งเป็นรายจ่าย ให้เราเสียภาษีโรงเรือนให้ หรือให้เราเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้ เราก็ต้องเช่า (80%ของตลาดให้เช่าเป็นแบบนี้ ไม่แปลกใจที่ธุรกิจใหญ่หนีเข้าห้างหมด ความเลื่อมล้ำจะไม่เกิดได้ไง)

ผมว่าสิ่งหนึ่งที่สรรพากรเก่ง นอกจากการเรียกเก็บภาษีแล้ว คือการรวบรวมคนเข้าระบบ นอกจากคุณจะถูกบีบให้เค้าระบบแล้ว เค้าจะใช้คุณเป็นเครื่องมือในการบีบให้คนอื่นเข้าระบบด้วย

มีซัพพลายเออร์ผม2-3เจ้า ที่ยอมเข้าระบบ บางคนยอมจดบริษัทเลย เพื่อจะเป็นคู่ค้ากับเรา ยังไม่นับ เป๋าตัง พร้อมเพย์ โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ นับถือยุทธศาสตร์เลย

- ลูกน้องคุณเริ่มใช้สิทธิเต็มที่ มองว่าลาป่วย ลากิจ วันหยุดราชการ เป็นสิทธิที่ต้องใช้ให้เต็มที่เริ่มพยายามหาช่องโหว่ที่จะให้ได้รับสิทธิ์สูงสุดจริงๆ ผมไม่ได้มีปัญหานะ แค่จะชี้ให้เห็นว่าก่อนหน้านั้น ไม่เคยมีใครมีความคิดแบบนี้

- ยังไม่นับงานเอกสารที่มากมายมหาศาล ยิ่งเป็นบริษัทยิ่งมากกว่าบุคคลธรรมดาอีกหลายเท่า แต่ละเทศบาล แต่ละองค์กร เรียกเอกสารไม่เหมือนกัน บางทีทำเรื่องเดียวกันแต่ไปคนละโต๊ะ ขอเอกสารไม่เหมือนกันอีก ใบอนุญาตต่างๆที่บังคับให้มี ก็เปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่มีการเรียกเก็บค่าอำนวยความสะดวกได้อีก มันจะกินเวลาและกวนใจคุณมาก สุดท้ายคุณต้องหาคนมาทำเรื่องนี้แทน ก็เป็นค่าใช้จ่ายอีก

แต่ก็ตามระบบครับ ทุกวันนี้พนักงานผมเกือบทุกคน มีมอเตอร์ไซค์ บัตรเครดิต บางคนมีบ้านเลย

ไม่รู้ที่ผมทำมาทั้งหมดถูกต้องไหม แต่บอกได้เลยว่า ตามเกมส์เค้าหมด

- กระตุ้นให้คนเป็นพวกบริโภคนิยม

- บีบให้คนต้องใช้เงินแบงค์

- บีบให้คนต้องทำงานในองค์กรที่อยู่ในระบบ

- บีบให้ผู้ประกอบการที่อยากโตต่อ ต้องเข้าระบบ เพื่อadvantageด้านความมั่นคงของลูกน้อง และต้นทุนทางการเงินที่ถูกลง

- ให้ผู้ประกอบการบีบคู่ค้ากันเองให้เข้ามาในระบบ

ถ้าจะไม่อยู่ในระบบ ใช้เก็บเงินเอาก็ต้องสู้กับเงินเฟ้อ หรือจะเอาไปลงทุน ก็เท่ากับทำงานสองรอบ แถมต้องไปสร้างPOWด้านการลงทุนอีก จะต้องเจอบทเรียนราคาถูกแพงอีกเท่าไหร่ไม่รู้

มันเหมือนกับเราอยู่ในกระแสน้ำเชี่ยว ที่กำลังจะพาเรายังน้ำตกสูง เผอิญมีเรือลอยผ่านมา เราตัดสินใจขึ้นเรือแล้วพบว่า เรือแม่งเสือกมีรูรั่วอยู่ อย่างใหญ่ เราคงไม่มีทางเลือกมากนัก ต้องทั้งรีบพายหนีกระแสน้ำ แล้วอีกมือก็ต้องรีบวิดน้ำออก อย่างเก่งคือเรืออยู่กับที่แล้วก็ไม่จม จนกว่าเราจะหมดแรง

คือรู้แหละว่าถูกหลอกอยู่ แต่มันหนีไม่ได้

จนกระทั่งวันนึงมีผู้ชายใส่แว่นเสียงหน้าฟัง บอกเราว่ามันมีกล่องเครื่องมืออยู่ในเรือนะมันเรียกว่าบิทคอย เอาไปซ่อมเรือได้ แต่แม้คุณจะซ่อมเรือได้แล้วคุณยังต้องพยามพายต่อไปนะ

เราเองก็ไม่รู้หรอกว่าจะเร็วพอไปถึงฝั่งมั้ย ก็ได้แต่หวังว่า จะมีแรงพอที่จะพายไปเรื่อยๆจนความแรงน้ำมันจะหมดไปหรือไม่ก็จนกว่าน้ำจะแห้งไปเอง

ขอบคุณที่บนเรือมีyoutube 55555

#Matrix #EscapeTheMatrix #ExitTheMatrix

#ThaiNostrich #Siamstr

ความจริงอันน่าเศร้า ระบบภาษีมันเลวจริงๆ

แต่สุดท้ายแล้ว ชีวิตต้องดำเนินต่อไป

ผมก็ได้แต่ทำใจยอมรับมันอะคับ

Replying to Avatar Siamstr Update

🥩 ย้อนราคาอาหารวันนี้ กับ เมื่อ 6 ปีที่แล้ว

🔺ไข่ไก่ เบอร์0: เพิ่มขึ้น 1.95 บาท คิดเป็น 56.52%

ราคาย้อนหลัง 3.45 บาท

ราคาปัจจุบัน 5.40 บาท

.

🔺หมูสามชั้น: เพิ่มขึ้น 70 บาท คิดเป็น 59.57%

ราคาย้อนหลัง 117.5 บาท

ราคาปัจจุบัน 187.5 บาท

.

🔻เนื้อโคสันใน: ลดลง 10 บาท คิดเป็น -2.86%

ราคาย้อนหลัง 350 บาท

ราคาปัจจุบัน 340 บาท

.

➖เนื้อโคสามชั้น: ราคาคงที่

ราคาย้อนหลัง 225 บาท

ราคาปัจจุบัน 225 บาท

.

🔻ข้าวสารเจ้า 100% ข้าวหอม: ลดลง 25 บาท คิดเป็น -4.07%

ราคาย้อนหลัง 615 บาท

ราคาปัจจุบัน 590 บาท

.

🔻กุ้งขาว (40 ตัว/กก.): ลดลง 47.5 บาท คิดเป็น -17.27%

ราคาย้อนหลัง 275 บาท

ราคาปัจจุบัน 227.5 บาท

.

🔺หอยแครง: เพิ่มขึ้น 55 บาท คิดเป็น 36.67%

ราคาย้อนหลัง 150 บาท

ราคาปัจจุบัน 205 บาท

.

ข้อมูลราคาอาหารจากกระทรวงพาณิชย์

#Siamstrupdate #siamstr #ราคาอาหาร #อาหาร

แพงขึ้นเยอะเลยครับ

Replying to Avatar Riina

#FuckIMF #Siamstr #bitcoin

- การแย่งชิงทรัพยากร -

โดยธรรมชาติแล้ว เพื่อมีชีวิตรอดบนโลกใบนี้ มนุษย์นั้นจะต้องออกล่า หาอาหาร ค้นหาสถานที่ที่เหมาะสมที่จะอยู่อาศัย และออกเดินทางเพื่อค้นหาสิ่งใหม่ๆ เพื่อที่จะไขข้อสงสัยบางสิ่งในชีวิตที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาเพราะนั่นคือ “ชีวิต” ชีวิตไม่ใช่แค่เพียง มีอยู่ กิน นอน และรอวันตาย

เพื่อความมีชีวิต เพื่อความอยู่รอด การรวมกลุ่มจึงเป็นสิ่งที่ดีกว่าการอยู่เพียงลำพัง

เมื่อโลกได้พัฒนามาถึงจุดหนึ่ง จุดด้อยต่อๆไป ก็จะเกิดการพัฒนาตามมา เป็นเรื่องธรรมดาที่จะเกิดความแตกต่างของกลุ่มมนุษย์ ด้วยสภาพแวดล้อม ด้วยความสามารถของกลุ่ม ด้วยความสามารถในการส่งต่อข้อมูลความรู้ และการค้นพบสิ่งใหม่ๆ ทำให้มนุษย์ยิ่งมีความห่าง ความแตกต่างกันออกไปอีก

แม้จะมีความแตกต่างกันในหลายๆด้าน แต่มีสิ่งหนึ่งที่มนุษย์นั้นมีแทบจะเท่าๆกันแน่นอน นั่นคือ “เวลา”

ดังนั้นถ้ามองในอีกแง่ การแย่งชิงทรัพยากร ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรในรูปแบบใดก็ตาม มันคือการ แย่งชิงเวลานั่นเอง ผู้ที่แย่งชิงทรัพยากรมาได้ ก็เหมือนการขโมยเวลาของผู้อื่นมา เพื่อนำมาใช้เป็นประโยชน์ให้กับตัวเอง เมื่อไม่ต้องเสียเวลาของตัวเองไปเพื่อความอยู่รอด ทำให้ผู้ชนะสามารถใช้เวลาที่มีอยู่จริงๆของตนเองไปเพื่อความรื่นรมย์ส่วนตัวได้อย่างสบาย แล้วใครจะไม่อยากได้เวลาเพิ่มล่ะ

ด้วยเหตุผลนี้ในหน้าประวัติศาสตร์เท่าที่เรารู้จัก จึงมีสงครามเกิดขึ้นมาโดยตลอด

การก่อสงครามแบบตรงๆนั้น ถึงแม้ผู้ที่แข็งแกร่งกว่าจะมีแนวโน้มว่าจะชนะแน่นอน แต่ก็ย่อมต้องแลกมาด้วยอะไรบางอย่างอยู่ดี ฝ่ายที่รู้อยู่แก่ใจว่าด้อยกว่า ก็อาจจะยอมจำนน หรือไม่… ก็อาจจะสู้อย่างสุดกำลังเพราะความจนตรอก ผู้ชนะแม้อาจจะชนะ แต่ก็อาจจะไม่เหลืออะไรให้ครอบครองหรือช่วงชิงได้อย่างคุ้มค่าพอกับที่ได้ก่อสงครามไป ซึ่งนั่นไม่เป็นไปตามจุดประสงค์ของผู้ชนะ เพราะเหตุผลที่ก่อสงครามนั้น ได้พังทลายลงไปพร้อมกับชัยชนะไปซะแล้ว ไม่เหลืออะไรให้แย่งมา… สงครามครั้งแล้วครั้งเล่าทำให้มนุษย์เรียนรู้และปรับเปลี่ยนวิธีการในการแย่งชิงทรัพยากรให้ต่างออกไปจากเดิม

และครั้งนี้ก็เช่นกัน จุดประสงค์ที่แท้จริงมันคือการช่วงชิงเวลา แต่วิธีการนั้นต่างออกไป…

การแย่งชิงเกิดขึ้นในรูปแบบที่ไม่ต้องก่อสงครามตรงๆ และผู้ที่ถูกขโมยนั้นไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังถูกขโมยอะไรไป

วิธีการแย่งชิงแบบใหม่นี้ มีระบบการเงินแบบเฟียตเป็นเครื่องมือ

- วิธีการแย่งชิง -

เมื่ออารยธรรมมนุษย์เริ่มพัฒนามากมายทั่วโลก ทรัพยากรถูกผลิตขึ้นมามากมายจนเหลือใช้ มนุษย์พัฒนาทักษะในหลายๆด้าน สามารถเก็บบันทึกองค์ความรู้ในศาสตร์ต่างๆ เพื่อให้มนุษย์รุ่นหลังสามารถเรียนรู้สิ่งที่มีผู้ค้นพบแล้วได้จากบันทึกต่างๆ มนุษย์เริ่มใช้เงินเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนทรัพยากร และในอดีตสิ่งที่ถูกยอมรับให้ทำหน้าที่เป็นเงินโดยเห็นพ้องต้องกันทั้งโลก นั้นคือ ทองคำ

ด้วยคุณสมบัติของความยากในการได้มาของทองคำ ความเสถียรของธาตุทางเคมีและกายภาพ ทำให้ทองคำนั้นไม่เสื่อมสลายไปตามกาลเวลา ทำให้ทองคำนั้นสามารถถูกส่งต่อผ่านกาลเวลาได้ ทองคำจึงเป็นเงินที่ยอดเยี่ยมมาโดยตลอด อย่างที่พวกเราต่างรู้กันดีว่า ทองคำมีค่าเพราะอะไร (ไม่ใช่มีค่าในตัวเองอย่างที่คนทั่วไปชอบพูดกัน)

แต่ทองคำเองก็ยังมีข้อเสียอยู่หลายประการ หนึ่งในนั้นคือ การขนย้าย เมื่อโลกเกิดการแลกเปลี่ยนทรัพยากรมากขึ้น การส่งทองคำไปมานั้นยุ่งยาก และมีค่าใช้จ่ายมากมาย ทั้งยังเสี่ยงต่อการถูกปล้น หรือการเกิดอุบัติเหตุไม่คาดคิดจากภัยธรรมชาติ

มนุษย์ที่เห็นช่องทางในการหาประโยชน์จากข้อเสียนี้ของทองคำ ระบบมาตรฐานทองคำได้ถูกยกเลิก และเป็นจุดกำเนิดของระบบเบรตตัน วูดส์ โดยการผูกค่าทองคำไว้กับ “ดอลลาร์สหรัฐ” พวกเขาสัญญาว่าคุณจะได้รับทองคำที่คุณฝากไว้คืนเสมอ เมื่อคุณยื่นตั๋วแลกทองคำนี้ ในยุคแรกที่ผู้คนได้ทดลองใช้ดอลลาร์ และพบว่าพวกเขาสามารถนำมันไปแลกทองคำคืนได้จริงๆ ดอลลาร์จึงเริ่มถูกใช้งานแทนทองคำ และยอมรับเป็นที่แพร่หลาย (ดั่งที่ชาวบิทคอยเนอร์ทราบกันดีอยู่แล้ว)

ช่วงเวลาหนึ่ง ผู้คนคิดว่า ดอลลาร์นั้นจะมีจำนวนเท่ากับทองคำที่มีอยู่จริงๆ

เมื่อทองคำส่วนมากถูกฝากไว้ในมือของมนุษย์กลุ่มหนึ่ง ความเชื่อใจก็เป็นสิ่งที่เหนือเกินกว่าที่มนุษย์จะจินตนาการได้ เมื่อมาตรฐานทองคำนั้นถูกยกเลิก และต่อมาระบบเบรตตัน วูดส์ ก็พังลง หลังจากเกิดเศรษฐกิจถดถอยเนื่องจากการพิมพ์ดอลลาร์อย่างมหาศาลเพื่อชดเชยการขาดดุลหลังจากการทำสงคราม จนเข้าสู่ยุคระบบการเงินเฟียต ในยุคของคนรุ่นหลัง มนุษย์รุ่นที่ไม่เคยสัมผัสกับการใช้ทองคำในการเป็นเงิน ไม่รู้ที่มาของการเป็นเงิน ไม่รู้ว่าเงินที่แท้จริงนั้นคืออะไร ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วทองคำนั้นมีค่าเพราะอะไร จะเห็นได้ว่าคนส่วนมากมักจะบอกว่า ทองคำนั้นมีค่าในตัวมันเอง ซึ่งนั่นไม่ใช่ความจริง

ผู้คนในรุ่นหลังนั้น ต่างใช้กระดาษที่รัฐบาลของตนพิมพ์ออกมาเป็นเงิน นั่นเพราะรัฐบาลของพวกเขากำหนดให้มันเป็นเงิน มันทำหน้าที่คล้ายๆกับคูปองในโรงอาหารของโรงเรียน ใช้ซื้อของได้แค่ในโรงอาหารเท่านั้น กระดาษของรัฐบาลก็เช่นกัน มันคือคูปองไว้แลกทรัพยากรในประเทศ หากคุณเดินทางไปประเทศอื่น คุณก็ต้องแลกคูปองของประเทศนั้นๆ ไว้เพื่อใช้แลกทรัพยากรของประเทศนั้นๆ เช่นกัน

ในขณะที่คนบางกลุ่มนั้น กลับมีทรัพยากรในด้านต่างๆนำหน้าคนส่วนใหญ่ไปมาก ร่ำรวยทรัพยากร ก็เหมือนร่ำรวยเวลา ไม่ต้องเสียเวลาไปเพื่อความอยู่รอด ในขณะที่คนส่วนใหญ่ทำงานแทบเป็นแทบตายเพื่ออาหารที่ไร้คุณภาพไม่กี่มื้อ ไม่มีกระทั่งเวลาที่จะอยู่กับครอบครัวได้อย่างมีคุณภาพ บางคนไม่เหลือแม้กระทั่งทรัพยากรที่บรรพบุรุษได้เคยสะสมไว้ให้

พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร แม้กระทั่งสิ่งที่พวกเขาได้เคยเรียนรู้และถูกสอน การศึกษาที่ได้รับจากโรงเรียน ก็เป็นเพียงสิ่งที่ถูกเขียนไว้เพื่อให้เชื่อ

มีภาพลวงตาเกิดขึ้นมากมาย จนยากเกินกว่าจะแยกออกว่าอะไรคือความจริง พวกเขาไม่เคยรู้เลยว่า ทำไมพวกเขาถึงทำงานเท่าไหร่ก็ไม่พอที่จะใช้ชีวิตได้อย่างมีอิสระ และคนบางกลุ่มก็ยังคิดว่าที่เขาเป็นอยู่นั้นดีอยู่แล้ว นั่นเพราะพวกเขาไม่เคยสัมผัสกับอิสรภาพมาก่อน พวกเขาจึงไม่เคยรู้จักมัน

ผู้คนสนใจแค่ว่า วันนี้หรือเดือนนี้จะหาเงินได้เท่าไหร่ จะเพียงพอใช้จ่ายเป็นค่าอะไรได้บ้าง รู้เพียงแค่ว่าเงินกระดาษที่ได้มานั้นมีค่า มีค่าเพราะมันใช้แลกอาหารและสิ่งต่างๆได้ พวกเขาได้ใช้เวลาอันมีค่าไปกับระบบที่ทุกคนต่างก็ทำเหมือนๆกัน ผู้คนต่างทำตามๆกัน จนกระทั่งสิ่งเหล่านั้นกลายเป็นมาตรฐานใหม่ แม้คนบางส่วนก็อาจจะสงสัยแต่ไม่มีเวลามากพอมาตั้งคำถามและค้นหาคำตอบ พวกเขาไม่ผิดที่ไม่รู้ ปลาที่โตมาในตู้ไม่รู้ว่ามหาสมุทรนั้นกว้างแค่ไหน นกที่ไม่เคยออกจากกรงไม่รู้ว่าท้องฟ้านั้นคืออะไร นกจะรู้ได้อย่างไรว่าจริงๆแล้วตัวเองก็บินได้เช่นกัน

กลุ่มคนที่แย่งชิงเวลาของผู้คนไปได้ในช่วงแรกเริ่ม ทำให้ทรัพยากรและเวลาของพวกเขานั้น นำหน้าผู้คนส่วนใหญ่ไปมหาศาล พวกเขาสามารถใช้ชีวิตได้ดั่งเสือนอนกิน ไม่ต้องสร้างประโยชน์ใดๆเหมือนคนอื่นๆ ทรัพย์สินก็เพิ่มพูนขึ้นได้เรื่อยๆ เมื่ออยู่ในระบบเฟียต

กลุ่มคนร่ำรวยอำนาจและทรัพยากรเหล่านี้ กระจายอยู่ในทั่วทุกมุมโลก มีพวกเขาอยู่ในทุกประเทศ เราเรียกว่าพวกเขาว่า อีลีท(Elite)

คนบางกลุ่มอาจจะรู้สึกชิงชังกลุ่มอีลิทเหล่านี้ แต่ถ้ามองกันในแง่ความเป็นจริง มันก็คือการคัดสรรทางธรรมชาติอย่างหนึ่ง ผู้ที่แข็งแรงกว่า รู้มากกว่า รู้เร็วกว่า ย่อมเหนือกว่า

วิธีที่ง่ายที่สุดที่จะแย่งชิงทรัพยากร คือการแย่งชิงมาโดยที่เจ้าของทรัพยากรนั้น ไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกแย่งอยู่

แม้กระทั่งคนกลุ่มที่ดูเหมือนไม่มีทรัพย์สินอะไรเลย พวกเขาก็ยังมีทรัพยากรที่มีค่าอยู่ นั่นก็คือเวลา

พวกเขายังต้องดำรงชีวิต สิ่งที่พวกเขาทำได้ คือนำเวลาของพวกเขาไปแลกเงินกระดาษเพื่อยังชีพ

เงินกระดาษของรัฐบาลต่างๆ ถูก(ทำให้จำเป็นต้อง)ยอมรับและใช้กันอย่างแพร่หลาย กลายเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องใช้ดำรงชีวิต ผู้คนต้องใช้มันเพื่อนำไปแลกปัจจัยสี่ เงินกระดาษเหล่านั้นถูกผลิตและมีที่มาโดยกลุ่มอีลีท แน่นอนว่าพวกเขาสามารถควบคุมเงิน

เงินที่กลุ่มอีลีทสามารถเสกขึ้นได้จากอากาศผ่านระบบเฟียต ถูกนำมาใช้จ่ายให้กับผู้คน เพื่อให้ผู้คนทำงาน ในขณะที่เงินกระดาษนั้นถูกสร้างขึ้นมาโดยง่าย แต่เวลายังคงมีเท่าเดิม ทรัพยากรยังคงมีอยู่อย่างจำกัด การจะได้มาซึ่งทรัพยากรนั้น ต้องใช้ทั้งพลังงานและเวลา

กลุ่มอีลีทพิมพ์เงิน ในขณะที่ผู้คนนั้นทำงาน เงินกระดาษที่มีมากมายในระบบมีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เงินที่ถูกพิมพ์เพิ่มขึ้น เมื่อเพิ่มแล้วเพิ่มเลยไม่ลดลง มันเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดที่จะกระตุ้นให้ผู้คนทำงาน ถ้าเงินหมดก็แค่พิมพ์ไปจ่าย ผู้คนก็จะลุกขึ้นมาทำงาน พวกเขาจำเป็นต้องทำงาน

- คณิตศาสตร์อย่างง่าย -

ในขณะที่ทรัพยากรและเวลานั้นมีจำกัด แต่จำนวนเงินกระดาษกลับเพิ่มขึ้นได้ตลอดเวลา นี่คือสิ่งที่ทำให้ทรัพยากรมีมูลค่าสูงขึ้นตลอดกาลเมื่อเทียบกับเงินกระดาษ (เงินเฟ้อ)

มูลค่าทรัพยากร = จำนวนเงิน/จำนวนทรัพยากร

ของ10ชิ้น มีเงินในระบบ10฿ , ของ1ชิ้น = 1฿

ของ10ชิ้น มีเงินในระบบ100฿ , ของ1ชิ้น = 10฿

- เมื่อจำนวนเงินในระบบเพิ่มขึ้น ⬆️

- มูลค่าของทรัพยากรจึงสูงขึ้น ⬆️

มูลค่าของเงิน = จำนวนทรัพยากร/จำนวนเงิน

ของ10ชิ้น มีเงินในระบบ10฿, เงิน1฿ = ของ1ชิ้น

ของ10ชิ้น มีเงินในระบบ100฿, เงิน1฿= ของ0.1ชิ้น

- เมื่อจำนวนเงินในระบบเพิ่มขึ้น ⬆️

- มูลค่าของเงินจึงลดลง ⬇️

จำนวนเงินกระดาษที่ถูกพิมพ์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆนั้น ทำให้ทรัพยากรที่มีจำกัด มีราคาที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับเงินกระดาษ (ของแพงขึ้น) ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมูลค่าของเงินกระดาษต่างหากที่มีค่าลดลง

นี่แหละ คือการปล้นทรัพยากร ผ่านระบบเฟียต เพราะความสามารถในการเพิ่มเงินในระบบได้เรื่อยๆ ทำให้ทรัพยากรต่างๆแพงขึ้นเมื่อเทียบกับเงิน ซึ่งจริงๆแล้วมันคือการหลอกใช้ผู้คนให้ทำงานเท่าเดิม แต่กลับได้รับค่าจ้างที่ลดลงเรื่อยๆโดยไม่รู้ตัว หรือทำงานหนักขึ้นแต่ได้รับค่าจ้างเท่าเดิม หรืออาจจะน้อยลงด้วยซ้ำ

มันไม่ได้สำคัญที่ตัวเลขบนเงินกระดาษ แต่มันคือมูลค่าของเงินในการนำไปแลกทรัพยากร มูลค่าที่ลดลงเรื่อยๆตลอดกาล ทำให้เงินจำนวนเท่าเดิมกลับสามารถแลกทรัพยากรได้น้อยลง ซึ่งสิ่งที่มีค่าจริงๆนั้นไม่ใช่เงินแต่มันคือทรัพยากร

นี่ไม่ใช่วิธีการที่แปลกใหม่ หรือพึ่งมีใครคิดค้นวิธีการปล้นอย่างแนบเนียนแบบนี้ขึ้นมา แต่มันคือเรื่องที่เกิดขึ้นมานานแล้วและกำลังเกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบัน

การปล้นอย่างแนบเนียนนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับคนไทย หรือคนกลุ่มใด แต่เกิดขึ้นกับผู้คนทั้งโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้คนที่ยังไม่เข้าใจว่า เงินคืออะไร

การแย่งชิงทรัพยากรอย่างแนบเนียน ไม่ใช่แค่การขโมยเอาทรัพย์สินต่างๆของผู้คน แต่ยังหมายถึงการขโมยทรัพยากรเวลา การที่ผู้คนต้องทำงานอย่างยาวนาน ผู้คนที่ได้สร้างประโยชน์และคุณค่าให้กับระบบ มีผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากการทำงานนั้น กลุ่มอีลีทได้รับส่วนต่างที่มีมูลค่าสูงกว่าผู้ที่สร้างประโยชน์เสียอีก พวกเขาได้รับประโยชน์ผ่านเงินเฟ้อ ในขณะที่ค่าจ้างที่ผู้คนได้รับนั้นกลับเป็นเงินกระดาษที่ถูกผลิตโดยเหล่าอีลีทผ่านระบบเฟียต เงินเหล่านั้นไม่สามารถรักษามูลค่าเอาไว้ได้ เมื่อเวลาผ่านไปเงินกระดาษเหล่านั้นจะแลกทรัพยากรได้น้อยลงหากผู้คนเลือกที่จะเก็บออมเงินไว้เป็นเงิน

สิ่งนี้คือข้อเท็จจริง เหล่าอีลีทอาจดูน่าชิงชังในความสบายที่เหนือคนทั่วไป แต่นั่นเป็นความจริงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ธรรมชาติได้คัดสรรผู้ที่จะอยู่รอด ผู้คนจะได้อยู่ในจุดที่เหมาะสมกับความสามารถของพวกเขา ลูกหลานของพวกเขาจะมีต้นทุนตามความสามารถของบรรพบุรุษที่ได้สร้างเอาไว้

ผู้เขียนเองก็ไม่ได้รู้สึกชิงชังเหล่าอีลีทกลุ่มไหน เพราะเข้าใจในระบบของธรรมชาติ แต่เมื่อรู้ความจริงเช่นนี้แล้ว และกำลังอยู่ในยุคที่กำลังเกิดการเปลี่ยนผ่านของระบบการเงินเช่นตอนนี้ ไม่มีอะไรที่จะสำคัญไปกว่าการเข้าใจว่า “เงินคืออะไร” อีกแล้ว

ในฐานะที่ผมเองเป็นเด็กใหม่ใน Nostr

ที่เพิ่งเปิดมาเจอบทความนี้

ขอบอกว่า เขียนได้ดีมากครับ

(ผมขอแนบความเห็นส่วนตัวเพิ่มนิดนึง)

ผมคิดว่า ต่อให้ไอ้กัน และ IMF

ต้นเหตของเรื่องราว

จะชิบหายล่มสลายไปตามที่ชาวเราคาดหวังไว้

แต่ระบบเฟียต

มันก็มีตัวตายตัวแทนเกิดขึ้นมาใหม่อยู่ดี

เช่น จีน

ซึ่งตอนนี้ กระแสเชียร์พี่จีนให้ขึ้นเป็นมหาอำนาจคนใหม่แทนไอ้กัน

ก็กำลังดังใช้ได้นะ ในหมู่ชาวไทย

ที่เขาเชียร์ เขาหวังว่า จีนจะไม่ทำตัว

สารเลวชาติชั่วแบบไอ้กัน

แต่ผมเองก็ไม่หวังกับจีนนะ เพราะมันก็แค่

เปลี่ยนจาก ดอล เป็น หยวน

ต่างจากเดิมนิดหน่อย

IMF ตายไป

จีนมันก็สร้างของคล้ายๆกันออกมาได้