Avatar
SutjaD
fa805c815139ab6aef1cc612ea96a87d634b136bb44af346e14a9024344bed3c
คนเก่าแต่แอคใหม่

ด้วยกฏของแรงดึงดูด ยังไงเราก็จะดึงดูดคนที่เข้าใจเหมือนกัน ดังนั้น ไม่มีประโยชน์ที่จะโยนยาส้มแบบtoxicใส่คนที่เขาไม่ได้อยู่ในคลื่นแรงดึงดูดเดียวกับเรา #siamstr

คนที่ถือยาส้มไว้ในปาก ยังไม่กลืนและลิ้มรส มันมีเหตุผลอยู่ เพราะความ "รู้" มันไม่เท่า "รู้ซึ้ง" #siamstr

เขาอาจจะเป็นเทรดเดอร์ คนถือshitcoin นักลงทุน or else อะไรก็แล้วแต่ ที่รู้จักแค่ bitcoin ผ่าน ๆ

เขารู้แค่ว่า ราคามันเด้งทุกปี ๆ

แต่ก็ยังไม่เข้ามาถือยาว ๆ

อาจจะถือแปปเดียวแล้วแบบ "เอ้ย เหยด แม่งกลับมาพ้นดอยแล้วโว้ยยยย" แล้วขายทิ้งเอามาแลกเงินที่เสื่อมค่า เพื่อไปสนอง materialism ของตัวเอง

นั่นเป็นเพราะเขายัง "ให้เวลา" ยังไม่มากพอ

และ "เวลาแม่งช้า" และแน่นอนยิ่งกว่าคือ "ความจริงแม่งช้า"

ตัวผมเองก็เลิกนิสัยข้างต้นไปนานแล้ว หลังจาก "รู้" มันทำหน้าที่เป็น stored of value เป็นอย่างดี

แต่รู้มันก็แค่รู้....

ปีที่แล้ว ผมใช้ชีวิตเหลวๆเป๋วๆ ( hightime preference มาก ) แต่ยังมี stacksat ลง trezor

อยู่ -- แต่ก็เกิดเหตุการณ์ที่ความ hightime-preference ทำให้ผมต้องแงะ trezor ออกมาซื้อของบางอย่าง* แต่ก็เหลือ sat ไว้จำนวนหนึ่ง*

จากนั้นชีวิตผมก็เหลวกว่าเดิม กว่าจะเข้าทรงได้ก็ปลายปี 2024 -- วินัยการเงินผมเริ่มกลับมา

ผมนึกไงไม่รู้ลองกลับไปเช็ค trezor ละพบว่า

เห้ย

sat ที่มีอยู่ พอเทียบกับเฟียต

มันมี "น้อยกว่าก่อนที่จะถอนไปตอนนั้น" อยู่ไม่มาก

วินาทีนั่นคือรู้ซึ้ง เราไม่รู้หรอกว่า อนาคตเราจะอยู่อย่างลำบากมากน้อยแค่ไหนในเงินที่เฟ้อเรื่อยๆ

แต่เราได้เห็นทางรอด โดยการการเช็ค trezor ในวันนั้น มันทำให้เรารู้ซึ้งถึง stored of value จริงๆ ผ่านมือเราเอง ที่ stacksat เอง

และให้เวลา พิสูจน์

เราได้สัมผัสทางรอดได้ด้วยตัวเราเอง

ต่อให้จะอ่าน rightshift ทุกบทความ ดูจารย์ตั๊มครบ1000คลิป แน่นอน มันทำให้เรามีความรู้

แต่การ stacksat (ลงมือทำ) และให้เวลาพาพิสูจน์ทำให้เรารู้ซึ้งจริง ๆ

ผมซึ้งมากจนกระทั่งว่า ความตั้งใจในการอยากรีบทำงาน รีบหาเงิน มันกลับมา

bitcoin ทำให้ชีวิตคนกลับมามีความหมายอีกครั้ง

ทำให้มีชีวิตชีวาอีกครั้ง

ไม่สำคัญว่า sat ที่ผมเหลือ เมื่อเทียบกับเฟียตมันจะเป็นเท่าไร

xxx sat ในปีที่แล้ว ≠ xxx usd ในปีที่แล้ว

xxx sat ในปีที่แล้ว ≠ xxx usd ในปีนี้

xxx sat = xxx sat

1 btc = 1 btc

#เวลามีค่าศึกษาบิทคอยน์

#siamstr เปิด zap แล้วนะครับ ไม่แน่ใจว่าเปิดเสร็จสมบูรณ์แล้วไหม ถ้าใครอยาก zap ย้อนหลัง ลองดูนะคับ ขอบคุณคับ🥹🙇🏻🙇🏻🙇🏻

บางวันเดินในมธ.แล้วเห็นคนใส่เสื้อไรท์ชิฟ ก็สะดุ้งอยู่ #siamstr

นรกคือการไม่รู้จัก btc หรือเปล่านะ #siamstr

#siamstr เวลาอยู่กับคนรอบข้างที่โคตรใช้ชีวิตแบบจะ hightime-preference จะรู้สึก งง ๆ ผสมเหนื่อย

ชัดสุดคือช่วงสอบ บางเลคเชอร์บางความรู้คือมันต้องผ่านการปูพื้นฐาน "ในหลายๆเรื่อง" และ " ใช้เวลา" เพื่อมาอินทริเกรตมาเป็นความรู้เพื่อประยุกต์ใช้สอบ

จะให้มาติวแปป ๆ ก่อนสอบ ใครจะช่วยเอ็งได้...

เพจหมอบางคนพูดเรื่องไอเอฟเกือบตาย สุดท้ายไปโฆษณาให้คลินิกดูดแฟท เห้อ #siamstr

#siamstr nostr:note19hk5kxr86c4k5g8dgwpnsws7zkjwa7kghlaagljthhhn93d26pxqj8wcsp

คุณตั๋ง nostr:npub1e8e3qv6y60aktjafqe97dltk96rfjwuevnyul0kwemwcg8mz6u0qal9tp3 ซื้อ 12 กฎให้ผมอ่านฟรี ๆ พอผมอ่านภึงกฎที่ 2 ทำให้ผมต้องรีบเขียนโพสต์ลง Nostr

ผมไม่รู้ว่าพูดถูกแค่ไหน ผมพูดตามความเข้าใจ และอาจเรียบเรียงได้ไม่ดี เพราะตื่นเต้น

กฎข้อ 2 เปิดมากับคำถามที่ชวนคิด

เคยสงสัยมั้ยว่า ทำไมเวลาสัตว์เลี้ยงเราป่วย เราจึงคอยดูแลมันดีจัง หรือลองมองย้อนเวลาที่เราป่วย พ่อแม่จึงคอยดูแลเราอย่างดี

มันไม่ใช่แค่ความเป็นห่วงใยหรือกลัวภาวะแทรกซ้อนจากการป่วยที่อาจทำให้ถึงตาย แต่เรื่องนี้ได้ถูกอธิบายไว้อย่างลับ ๆ ในไบเบิล บทว่าด้วยปฐมกาล

ในตอนแรกพระเจ้าได้สร้างอดัมและเอวาขึ้นมาในสภาพที่เปลือยเปล่า จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ที่เราได้รู้กันคือ พระเจ้าได้สั่งห้ามกินแอปเปิ้ลในสวนเอเดน

-- และเอวา ก็ได้โดนซาตานในร่างงูหลอกล่อให้ทานผลแอปเปิ้ลผลนั้น ---

ที่เอวาทำ ไม่ใช่แค่ผิดกฎที่พระเจ้าได้ตั้งขึ้น แต่เพราะแอปเปิ้ลนั้นเอง เป็นแอปเปิ้ลแถมสกิลพิเศษ สกิลที่ว่าคือได้ทำให้มนุษย์ได้เห็น ---ความดีความชั่ว--- เกิดขึ้นในสายตามนุษย์เป็นครั้งแรก เพราะสิ่งแรกหลังจากที่ทานแอปเปิ้ลไป อดัมและเอวาได้หยิบผ้าเตี่ยวขึ้นมาปิดบังร่างกายที่มิดชิดของตัวเอง ---การละอายต่อร่างกายตัวเองที่เปลือยเปล่า คือการยืนยันว่ามนุษย์ได้รับรู้ความดีความชั่ว ( เพราะการเปลือยคือสิ่งชั่วที่น่าละอาย )

แต่ต้องเน้นย้ำว่า มนุษย์ได้รับรู้ความดีความชั่ว *****ในตัวเอง****อย่างชัดเจน**** มากกว่ารับรู้ความดีชั่วจองคนอื่น ****--- แต่ก็จะมีจุดร่วมอยู่บ้าง หนังสือยกตัวอย่างดังนี้ สังเกตได้จากการทำโทษในสังคมเพื่อนเน้นให้เกิดความรู้สึกละอาย หรือแม้แต่โทษประหาร ที่อุตส่าสรรสร้างเครื่องนั่งเก้าอี้ไฟฟ้าเพื่อความทรมานอย่างสาสม --- เวลาสัตว์อื่นในโลกนี้ต้องแข่งขันกัน อย่างมากคือการสู้กันจนถึงตาย ไม่มีเวลามานั่งคิดอย่างโรคจิตว่าจะต้องทรมานอย่างไรให้หนักหนาที่สุด --- มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตเดียวที่ทำแบบนี้ สาเหตุอย่างที่ย้ำๆ ไว้ คือมนุษย์ได้รับสกิล***การรับรู้ความดีชั่ว*** จากแอปเปิ้ลลูกนั้น

กลับมาที่คำถามของเรา ทำไมถึงดูแลคนอื่นดีกว่าตัวเอง เพราะมนุษย์ที่***รับรู้ความดีชั่ว**** ---เราจะรู้ความดีชั่วของใครได้ดีที่สุด ? ก็แน่นอนว่าเราจะรู้ความดีชั่วของ/ตัวเอง/ ******มันทำให้เรามองตัวเองต่ำไปโดยปริยาย***** --->ส่งผลให้เรามีความคิดที่ลงโทษตัวเองโดยไม่รู้ตัว ว่า **เราไม่ควรได้รับสิ่งดีๆ* --- ความคิดนี้เป็นดังกำแพงที่ตั้งขวางการกระทำของตัวเราไว้ ** จนทำให้เราไม่ขวนขวายที่จะดูแลชีวิตของตัวเองมากพอ !!!!!!!-----

นอกจากนี้ ยังมีผลจาก //ค่านิยมที่ต้องทำประโยชน์ส่วนรวม// และการเข้าใจผิดในคำสอนสุดดังในศาสนาคริสต์ ว่าด้วย "" Golden Rule " ประโยคที่ใครๆต่างก็รู้จัก ที่ว่า " จงรักเพื่อนบ้านของท่านเหมือนกับที่ท่านดูแลท่านเอง " ---- ประโยคที่โด่งดังนี้ ไม่ได้ผิดเลย แต่คนส่วนใหญ่มักจะ **รักแค่เพื่อนบ้านของท่าน** --- ***จนลืมที่จะดูแลตัวท่านเอง !!!** ( หนังสือบอกว่าแนวคิดนี้ค่อนข้างหยั่งรากลึกในยุโรป )

ดังนั้นวัตถุประสงค์ของ กฎ ข้อ 2 ในหนังสือเล่มนี้ คือการหักเหความรับรู้ในความดีความชั่วของคนเรา ที่ตอนนี้มันเอียงไปที่การมองต่ำตัวเองว่าชั่วเกินที่จะได้รับสิ่งดี ๆ ----> กลายมาเป็นการมองว่าเรามีความดีในตัวของเราเอง และเราก็สมควรได้รับสิ่งดี ๆ ---- โดยเริ่มจากการกระทำดีและเป็นประโยชน์ที่เราสามารถทำได้***กับตัวเราเองก่อน*** ---- เมื่อเราทำทำดีกับตัวเราเองได้มากพอแล้ว มันไม่ใช่แค่ว่าเราแค่ส่งต่อความดีให้กับคนอื่นในสังคม ***แต่มันยังเป็นการตอกย้ำความรู้สึกผิดบาปลึกๆที่ส่งทอดต่อกันมาตั้งแต่มนุษย์คู่แรกบนโลก ความรู้สึกผิดบาปที่เราได้มองกดตัวเราเองไว้ เราได้นำมันออกมา นำความเจ็บความชั่วที่เราละอายต่อบาป จากการที่เรามองกดตัวเองมาโดยตลอด แปรเปลี่ยนเป็นสิ่งที่จะทำให้เกิดประโยชน์มากขึ้น ทั้งตัวเรา และสังคม ---นั่นแหละการรับรู้ความชั่ว มีประโยชน์ตรงนี้ พระเจ้าสร้างมาเพื่อให้มนุษย์รับรู้ว่าจะนำความรู้สึกละอายที่เกิดขึ้น หันขาตัวเองไปทางไหน ? --

เมื่อนั้นเอง ความหมายในการดำรงอยู่ของคุณ ก็ได้เริ่มต้นขึ้น แค่เราเริ่มทำดีกับตัวเอง ;)

#siamstr ปรัชญา Kinsugi พูดถึงการมองเห็นความงาม ในความไม่เพอเฟคของชีวิต

ความล้มเหลวในชีวิตเรา ที่โดนสอนตลอดว่าให้รู้สึกแย่กับความเฟล

มันก็แค่ส่วนหนึ่งของชีวิต ไม่ดี ไม่แย่

ไม่รู้จะพูดยังไง เพ้อไปเรื่อย

แม่งก็อยู่ใต้ตีน fed เหมือนกัน

ผลจากพวกคณะ econ ใต้ตีน Keynesian school ที่เรียนไปเพื่อปั๊มๆตังออกมาให้เงินเฟ้อ

#siamstr ฝ่ายไหนโดนโหวตน้อยกว่า

แม่งก็โวยวายว่าเข้ายุคมืด

ละจะมีให้โหวตทำห่าอะไร ?

ก็บอกไปเลยว่า

Democrat = ดี Repub = เหี้ย

ไม่ต้องให้คนคิดวิเคราะห์เองละ ปั่นกระแสสแบบพวกแมสมีเดียแม่งน่ารำคาญสัสๆ เห็นกี่ปีๆแม่งก็จะอ้วก

ถ้าคนเราไม่ได้โตมากับสื่อหรือละคร ที่แสดงให้เห็นเกี่ยวกับ depression แล้วตัดสินใจ suicide

suicide rate จะลดลงมั้ย ?

#siamstr

#siamstr

ดูธี่หยดละก็นึกได้ ผีปอบก็ carnivore นี่หว่า5555555 แต่พูดให้ถูกน่าจะออกทรง cannibal มากกว่า สยอง