Avatar
TonAnaii
fb9814d6a43a9cd400345d53098a47df0b2f2bf632f765862300afd4eece041d
#อ่านะ

HNY 2024 🎉

ขอในปีนี้ เป็นปีที่ดีนะคับ.

ระหว่าง DCA Bitcoin (Lightning) รอช่วง Fee ถูกๆ ค่อยโอนเข้า HW wallet กับ รอซื้อช่วง Fee ถูกๆ เข้า HW wallet เลยทีเดียว (ก็ไม่รู้ตอนไหน ฮ่าๆ รอนานจนลืม DCA ก็มี) อย่างไหนดีคับ.

*ผมมีพวก usd อยู่บนเชนส์อื่นๆ รอไว้แลกใน fixedfloat อยู่แล้วคับ

*ผมกะ DCA เดือนละ 1000.- แต่เห็น Fee แล้วกดไม่ลงเลยคับ

*ถ้าจะเก็บเป็น Bitcoin (Lightning) รอ...แนะนำกระเป๋าไหนดีคับ

ขอบคุณครับ ^^

#siamstr #dca

Replying to Avatar Jingjo

Past Lives คือหนึ่งในหนังพลังอวยยศแห่งปี 2023 ที่นักวิจารณ์ทั้งไทยและเทศต่างชูมือโดยพร้อมเพรียงกันว่ามันคือสุดยอดหนัง low-key classic แห่งยุค ผมอดทนรอจนกระแสซาแล้วค่อยหยิบจับมาดู ผลคือไม่ค่อยอินเท่าไหร่จนรู้สึกผิดไปเลยเหมือนกัน

https://youtu.be/glxCvLDtd7g?si=Qh_WpD3f9ZfjPqTc

หนังมีความ "ส่วนตัว" สูงมาก เส้นเรื่องนี่แทบจะถอดออกมาจากประสบการณ์จริงของ เซลีน ซอง ผู้กำกับหญิงเกาหลีที่หอบผ้าหอบผ่อนหนีบ้านเกิดไปเติบโต ณ ดินแดนอเมริกาเหนือ ข้อดีของมันคือการถ่ายทำที่โคตรละเมียด งานภาพสวยทุกกระเบียดนิ้ว และทีมนักแสดงที่เรียกได้ว่าเล่นน้อยแต่ได้มากตลอดทั้งเรื่อง แต่ละซีนที่มีความกระอักกระอ่วนในบทสนทนา พวกเขาใช้วิธีสื่อสารกันด้วยสายตาได้อย่างลึกซึ้งซับซ้อน

แต่มนุษย์ red-pilled แล้วอย่างเรา ไม่อินกับคาแรกเตอร์นางเอกในเรื่องนี้แต่อย่างใด

เนื่องจากการกระทำของเธอล้วนแล้วแต่ตั้งอยู่บนความเห็นแก่ตัวและประโยชน์ส่วนตน (ก็ธรรมดามนุษย์ขี้เหม็นอะเนอะ) เธอทำให้ผู้ชายสองคนที่อยู่ไกลโพ้นคนละซีกโลกต้องเกิดความสงสัยในคุณค่าของตัวเอง ทั้งการหายไปแบบไม่คิดจะติดต่อกลับมาหากันนานเป็นสิบปี การประกาศตัดการติดต่อกับเพื่อนชายในแดนกิมจิ ทั้งที่เขาขวนขวายพยายามแทบตายกว่าจะหาตัวเธอพบ ด้วยเหตุผลว่าการคุยกับเขานั้นทำให้เธอเสียสมาธิในการไล่ล่าความฝัน (คุ้น ๆ ไหมกับเทรนด์ boss babe climbing corporate ladder ที่ 4th Wave Feminism นำมาติดตั้งในสมองผู้หญิงยุคใหม่) ไหนจะการตกหลุมรักแบบ "บรรยากาศพาไป" และได้แต่งงานกับเพื่อนนักเขียนชายเพื่อโอกาสได้สิทธิพลเมืองอเมริกัน (เรียนรู้พฤติกรรมนี้เพิ่มเติมได้ในหัวข้อเกี่ยวกับ How hypergamy works.) และหนังไม่เคยแสดงภาพอะไรให้เห็นเลยว่าเส้นทางอาชีพที่เธอเลือกเหนือสิ่งอื่นใดในชีวิต (รวมถึงการเลือกไม่มีลูกด้วย) มันสลักสำคัญอะไรกันหนักหนา

ตัวละครชายอย่าง "อาร์เธอร์" ชายอเมริกันผู้เป็นสามี ที่โดยปกติแล้วในหนังเรื่องอื่นคงเป็นผู้ร้ายต่างชาติพันธุ์ที่ขวางกั้นพรหมลิขิตครั้งนี้ (เจ้าตัวพูดเองในเรื่องด้วย) เขาเองก็โดนสั่นคลอนความเชื่อมั่นในตัวเองและในตัวภรรยาอย่างหนัก แต่ยังควบคุมอารมณ์ตนเองได้ดีจนประคับประคองให้สถานการณ์ผ่านพ้นไปได้โดยบัวไม่ช้ำน้ำไม่ขุ่น ทั้งที่หากเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นในชีวิตจริงของใครหลายคน มันคงไม่จบสวยด้วยการหาทางลงให้ฝ่ายหญิงพ้นจากผลการกระทำของตัวเองง่าย ๆ แบบนี้

ทั้งที่หากจะว่ากันตามตรง ด้วยวัย 30 กว่าค่อนไปทางปลาย ๆ ของนางเอกในเรื่อง เธอไม่ได้มีและไม่ควรมี SMV สูงมากพอที่จะคุมเกมและปั่นหัวผู้ชายได้อีกต่อไป แต่การกระทำหลาย ๆ อย่างของเธอกลับถูกมองข้ามและให้อภัยจากตัวละครชายทั้งเรื่องได้อย่างชวนน่าหงุดหงิดสำหรับผม โดยเฉพาะฉากน้ำตาแตกตอนจบที่หลายคนอ้างว่าเป็นเพราะเธอได้ปลดปล่อยจากการบอกลาตัวตนเก่า ความรัก ความหลัง ความทรงจำ และบ้านเกิดเมืองนอนโดยสมบูรณ์แล้ว ซึ่งก็แล้วแต่จะตีความสัญญะหนังกันไปนั่นแหละครับ

อย่างไรก็ตาม แม้น้ำเสียงผมจะดูไม่นิยม Past Lives เท่าไรนัก แต่นี่คือหนังที่เรียบง่ายและทรงพลังในตัวมันจริง ๆ ไม่แปลกที่หลายคนจะชื่นชอบและมองข้ามตำหนิความไม่สมจริงของไดนามิกระหว่างตัวละครในเรื่อง แต่ถ้าคุณอยากหาหนังละมุน ๆ ชวนย้อนนึกถึงอดีต "ถ้าหากวันนั้นฉัน..." ของคุณเอง หนังเรื่องนี้ตอบโจทย์ได้ทุกตารางนิ้วบนจอ ขอให้เอนจอยครับ

คะแนนความชอบ : 6.5/10

#Siamstr #SiamstrOG #movie #movies #film #filmstr

Replying to Avatar A Ant Mod

#Reflecting2023

สำหรับผมปี 2023 มีอยู่ 3 เรื่องที่มุมมองของผมเปลี่ยนไปอย่างมากหลังจากได้ติดตามอ่านบทความต่างๆในเว็บ RS และพี่ๆเพื่อนๆใน nostr

1. การเก็บออมในบิทคอยอย่างจริงจัง

2. เรื่องการมีลูก

3. เรื่องสุขภาพ

- เรื่องการเก็บออมในบิทคอยอย่างจริงจัง

ปี 2023 หลังจากที่ได้ฟัง CDC ตอน 140 บวกกับอ่านบาทความของคุณ DIDIER ในเว็บ RS แล้ว ปีนี้ผมตั้งใจจะเก็บออมเงินที่เหลือจากการใช้มาเก็บไว้ในบิทคอยทั้งหมด (ผมมีเงินสำรองที่เป็นเงิน fiat ประมาณ 6 เดือนแล้วนะครับ) แต่ก่อนจะเริ่มทำผมก็ได้เล่าแนวทางให้แฟนฟังว่าผมจะเก็บเงินในบิทคอยนะ แต่เมียทักว่าตอนนั้นซื้อไปเยอะแล้วไม่ใช่หรอ (ผมซื้อไปช่วง 60k เยอะอยู่ครับ 555) เมียผมบอกอีกว่าให้เก็บเงินปกติเถอะอย่างน้อยมูลค่ามันก็ไม่ลดลง จังหวะนั้นตอนมองหน้าเมียก็ไขว้เขวเหมือนกันว่าเราจะทำตามแผนดีมั้ย แต่สุดท้ายเราก็ตัดสินใจได้ว่าจะลองทำตามแผนดูเพราะเราก็ฟังและอ่านมาเยอะพอสมควรทำให้มีความเข้าใจระดับนึง จนเมื่อไม่กี่วันก่อนเหมือนเมียเห็นข่าวบิทคอยราคาขึ้นตามฟีดใน FB เลยหันมาถามผมว่าตอนนี้ยังซื้ออยู่มั้ย ผมบอกว่าซื้อทุกเดือน แต่รอบนี้เมียไม่ว่าอะไรทำให้ผมเบาใจไปได้บางว่าอย่างน้อยคนรอบตัวก็เริ่มยอมรับมันมากขึ้น คงต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ต่อไป (ความจริงแม่งช้าอย่างที่พี่ชิตบอกนั่นแหละครับ 555)

- เรื่องการมีลูก

บอกตรงๆว่าเมื่อก่อนผมกับเมียไม่มีความคิดที่จะมีลูกเลยแม้ว่าพ่อกับแม่ผมจะพยายามโน้มน้าวมากแค่ไหนก็ตามเพราะผมไม่มั่นใจว่าผมจะเลี้ยงเค้าได้ดีเหมือนที่พ่อกับแม่เลี้ยงดูผมมา จนกระทั่งมีหลานวัย 3 ขวบ มาอยู่ที่บ้านด้วย 1 เดือน ถึงแม้ว่าจะเป็นเวลาไม่นานแต่การได้เลี้ยงดูเด็กคนหนึ่งทำให้จิตใจผมมันมีความสุขมากขึ้น และเมื่อผมลองถามเมียผมเค้าก็รู้สึกมีความสุขเหมือนกัน แม้หลานจะงอแงบ้างในบางครั้งก็ตาม 555 (จริงๆคลิปที่จารย์ตั้มคุยกับคุณเฟิร์นเรื่องการมีลูกก็ทำใหผมฉุกคิดได้หลายๆอย่างอีกเหมือนกัน โดยเฉพาะตอนที่พูดว่า "โลกเรามันแย่จริงๆหรือว่าสื่อต่างๆพยายามบอกเราว่าโลกมันดูแย่")

สรุปผมกับเมียเลยตกลงวางแผนกันว่าจะมีลูกในปี 2024 โดยเราจะไปตรวจร่างกายเพื่อเตรียมความพร้อมหลังหยุดยาวปีใหม่ หากใครมีคำแนะนำในด้านนี้ช่วยแนะนำผมด้วยนะครับ ผมกับเมียจะพยายามเลี้ยงให้ดีที่สุด ^_^

#น้องกิมมิคหลานรักของผม

- เรื่องสุขภาพ

ก่อนหน้านี้ทั้งชีวิต ผมเป็นคนที่ติด Pepsi มาตั้งแต่เด็ก แต่มันมาพีคในช่วงปี 2023 นี่แหละที่ผมกิน Pepsi 1.5 ลิตร หมดทุกวัน (ย้ำว่าทุกวัน) จากต้นปีที่หนัก 70 กก. ผ่านไปประมาณ 9 เดือนกลายเป็น 76.5 กก. ชุดทำงานที่เคยใส่อยู่ก็เริ่มจะคับจนแทบใส่ไม่ได้ เสื้อบางตัวก็ใส่ไม่ได้เพราะพุงใหญ่เหลือเกิน ฟันที่เคยแข็งแรงก็เริ่มผุพังไปหลายซี่ และถึงแม้ผมจะออกกำลังกายหนักแค่ไหนก็ยังคงไม่สามารถลดไขมันที่เอ่อล้นออกไปได้เลย(ตอนผมเล่นเวท ผมกิน Pepsi ไปด้วย เพราะคิดว่าเราออกกำลังกายแล้วคงไม่เป็นไรหรอก 555) จนมีอยู่วันหนึ่งผมก็เห็นพี่จิงโจ้แชร์คลิป Why we sick ? ของหมอป็อป แล้วบอกว่าควรดู

ในตอนแรกผมกดเข้าไป โอ้โห 3 ชม.เลย แต่ช่วงนั้นมันว่างพอดีเลยลองฟังดู ไปมาๆกลายเป็นผมได้เปิดโลกมากๆและได้รู้ว่าที่เราปฎิบัติมาแต่ก่อนมันผิด หลังจากนั้นผมก็ได้ปรับการกินไปเป็นแบบ low carb+ลดน้ำตาลให้มากที่สุด และเริ่มไล่ดูคลิปของหมอป็อปและหมอเอกที่เคยพูดในท่อแดง ทำให้มีความเข้าใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น รวมถึงการได้พบปะพูดคุยเรื่องการกินกับพี่ๆเพื่อนๆในงาน #east101 จนตอนนี้ผมกลับมาหนัก 70 กก. อีกครั้ง พุงก็ยุบร่ายกายก็แข็งแรงขึ้น ไม่ง่วงนอนช่วงกลางวันเหมือนแต่ก่อน

ภารกิจต่อไปของผมคือ ป้ายยาเมียให้ปรับเรื่องการกินให้ได้ รวมถึงการพาพ่อผมออกจากโรคไต โรคเก๊า โรคความดัน ให้ได้

ต้องขอบคุณ พี่จิงโจ้ หมอเอกและหมอป็อป มากๆครับที่ทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนไปขนาดนี้

สุดท้ายนี้ผมไม่คิดเลยว่าแค่การศึกษาบิทคอย มันจะทำให้ผมได้เรียนรู้ในเรื่องต่างๆนอกจากเรื่องของการเงินด้วย ต้องขอบคุณทุกๆคนจริงๆที่มอบประสบการณ์อันล้ำค่านี้ให้กับผม ปีหน้าขอให้เป็นปีที่ดีของทุกคนครับ

#เวลามีค่าศึกษาบิทคอย

#siamstr

#Bitcoin ทำให้ผมรู้จักชื่นชมกับสิ่งเล็กๆน้อยๆในชีวิต

- ไม่จำเป็นต้องซื้อ 1 BTC ซื้อ 0.0000xxxx BTCก็ได้

- วันที่ราคาขึ้นรู้สึกดีจังที่ทรัพย์สินเราไม่ด้อยค่าลง

- วันที่ราคาลงรู้สึกดีจังที่ซื้อ sat ได้เยอะขึ้น

- ช่วงที่ราคาsideway รู้สึกดีจังที่ระยะเวลาซื้อสะสมมาถึงแล้ว

สินทรัพย์ที่ไม่เสื่อมค่าในระยะยาว+กับlow times preference ทำให้ผมไม่ตีโพยตีพายกับชีวิตระยะสั้น ตลาดหมีได้เปลี่ยนมุมมองของผม ทุกสิ่งอย่างเป็นวัฏจักรมีรุ่งโรจน์และร่วงหล่น มองทุกอย่างอย่างระยะยาวจะทำให้รู้ว่าสิ่งนั้นเป็น‘ของจริง’หรือไม่

1Halvingกับ1Cycleที่ผ่านมาสอนให้ผมอดทนอย่างมีวินัยรอวันที่ผลผลิตผลิดอกออกผล ในขณะที่อัลกอริทึมของโลกปัจจุบันบังคับให้เราเร็วแต่ผมเลือกที่จะเดินช้า ขอมั่งคั่งอย่างมั่นคงดีกว่า นี่ต่างหาก‘ความยั่งยืน‘ของจริง ไม่ใช่อย่างที่พวกfiat เขาอ้างกัน

วันศุกร์ในกรุงเทพอากาศเย็นดี happy weekendนะครับ #siamstr 🕊️

น่าสนใจ

nostr:naddr1qzxwpw9puzut9c9cjlst3vlqhxzwpwyzuzuc3c9cs8st3glqhzcwpwyhuzutpc9cjlst3d0qhxywpw9tuzu2mc9c58st3t0qhz37pwvguzu2mc9c5tst398qhxy7pw98uzu29c9c5lst3d8qhzvwpw94uzug0c9e3rst3vhqhz3wpwvxuzugrc9ck8st3x0qhxqwpwykuzu2mc9ckqsjzg0sn7xm8uyl5kdqygxtpprrnljgmxt6jrgp44zvfxk43ctkjm8x5wv7mlyfht2z79js9gpsgqqqw4rs54p9r2

พลังแห่ง‘การออม’นั้นมหาศาล

- การออมทำให้ผมรู้สึกมั่นคงปลอดภัย

- การออมทำให้ได้รับโอกาส

- การออมทำให้ชีวิตก้าวหน้า

- การออมทำให้กล้าเผชิญต่อความไม่แน่นอน

- การออมทำให้เกิดการเรียนรู้

- การออมทำให้เป็นตัวของตัวเองอย่างมั่นใจ

- การออมทำให้ทัศนคติเปลี่ยน

- การออมทำให้เห็นคุณค่าของสิ่งรอบข้างและของตนเอง

- การออมทำให้มองเห็นคนตัวเล็ก

- การออมทำให้คนตัวเล็กกลายเป็นคนตัวใหญ่

- การออมทำให้มีเกียรติ

- การออมทำให้มีเวลา

- การออมก่อให้เกิดการวิเคราะห์

- การออมทำให้มีและคงอยู่ในเป้าหมาย

- การออมให้มองเห็นความจริง

- การออมทำให้ได้ใช้ชีวิต

- การออมทำให้ได้รักและภูมิใจในตนเอง

”จัดการชีวิตตัวเองให้ดีก่อน แล้วค่อยเก็บใน #Bitcoin พี่แดกก่อนเก็บ แล้วพี่จะแดกอะไรกับ #Bitcoin “ คำพูดของพี่ชิตมันทัชใจจริงๆ

ผมเริ่มต้นชีวิตจากการเก็บออม พอออมได้มากพอที่ให้ชีวิตรู้สึกปลอดภัย ทำให้กล้าแสดงความคิดเห็น หรือกล้ามีมุมมองที่ขัดแย้ง ตราบใดที่เห็นว่ามันคือ “สิ่งถูกต้อง“

จุดเริ่มต้นทั้งหมดมาจากmindsetแห่งการเก็บออม

“ออมในทรัพย์ ออมในประสบการณ์ ออมในความรู้”

แล้วผลผลิตแห่งProof-of-Workก็ตอบแทนกลับมาอย่างสมควร ส่งผลให้ชีวิตก้าวหน้า

#Bitcoin ทำให้พลังแห่งการออมไม่ถูกลดทอนคุณค่าไป ∞/21M

- #Bitcoin makes savings great again -

#siamstr 🕊️

Replying to Avatar Leave

มีคนรู้จักไกล้ตัวชอบมาถาม อ่าว “เล่น bitcoin ด้วยหรอ” เราก็จะยิ้มเจื่อนๆไป แล้วบอกเค้าว่า “อ๋อ เปล่าครับ ผมเก็บออมใน bitcoin สำหรับผม bitcoin มีไว้เก็บออมครับพี่ ไม่ได้มีไว้เล่นครับ” พี่เค้าก็จะทำหน้า งงๆ หน่อยแล้วถามเรากลับมาว่า

พี่ที่รู้จัก : แล้วทำไมไม่เก็บออมในเงินปกติ ? ไปเก็บออมในเงินดิจิตอลทำไม ? รัฐบาลที่ไหนเค้ายอมรับ ? ซื้ออะไรได้บ้าง ? จับต้องก็ไม่ได้ ? โจรเค้าใช้กันไม่ใช่หรอ ? คนดี ๆ ที่ไหนที่เค้าใช้ bitcoin ? ใครเป็นเจ้าของยังไม่รู้เลย

นี่เป็นคำครหาที่ในช่วง 2-3 ปีมานี้ ผมเจอบ่อยมากกับคนรอบตัว เราก็พยายามอธิบาย ว่า bitcoin น่ะ มันจำเป็นต้องไม่มีเจ้าของ ถูกแล้ว เพราะถ้ามันมีเจ้าของ แล้วมันจะต่างอะไรกับเงินรัฐบาล เงินดิจิตอลน่ะ รัฐก็สร้างได้ ไม่มีปัญหาหรอก ปัญหารากเหง้าที่แท้จริงของเงินของรัฐ คือการที่มันมีศูนย์กลาง มีเจ้าของ มีคนที่ควบคุมนโยบายของมันอย่างเบ็ดเสร็จ เค้าจะทำอะไรก็ได้กับเงินของเค้า จะเพิ่ม หรือ ลด ปริมาณของเงินก็ทำได้ดั่งใจ แล้วพี่ ที่บอกว่า ทำไมไม่ออมในเงินปกติ (เงินของรัฐ)

งั้นผมถามกลับ สมมุติ อุปทานเงินทั้งหมด เอาแค่เงินบาทพอ สมมุตินะ ว่ามันมีทั้งหมด 30 ล้านล้าน บาท ผมมีเงินเก็บอยู่ 1 ล้านบาท คำถามคือ ผมจะมั่นใจได้ยังไง ว่าผมจะเป็น 1 ใน 30 ล้านล้านต่อไป ในเมื่อนโยบายการเงินมันถูกเปลี่ยนแปลงได้เรื่อยๆ แล้วเปลี่ยนแปลงได้ไม่ยากด้วย ผมจะมั่นใจได้ยังไง ว่าอีก 10 ปีข้างหน้า “หน่วยวัดมูลค่า” ของผมมันจะไม่ถูกเปลี่ยนแปลง อุปทานของเงินมันจะมี 30 ล้านล้าน เท่าเดิมจริงๆ ? 10 ปีข้างหน้า หาก อุปทานของเงิน มันเพิ่มมาเป็น 60 ล้านล้านบาท แปลว่าสัดส่วนของเงิน 1 ล้านที่ผมถือมา มูลค่าของมันก็จะน้อยลงตามไปด้วย ถูกไหม? ใช่ เราเรียกสิ่งนี้ว่า “เงินเฟ้อ” มันเกิดขึ้นอยู่ และมันจะเกิดขึ้นต่อไป ไม่มีวันจบ พี่ลองถามตัวเองดูดิ ว่า ข้าวเมื่อ 20 ปีที่แล้ว จานเท่าไหร่ ?

มาดู bitcoin นะ bitcoin น่ะ มีอุปทานของเงินทั้งหมด 21 ล้าน ถามว่ามันเปลี่ยนแปลงได้ไหม คำตอบ คือ ได้ แต่การจะเปลี่ยนนโยบายอะไรสักอย่างใน bitcoin มันยากเอามากๆ คุณแก้ไขโค๊ด ถ้าคนทั้งระบบไม่เอาด้วย โค๊ดที่คุณแก้ก็เป็นแค่ bitcoin ในเวอร์ชั่นของคุณคนเดียว ระบบของ bitcoin มีการคานอำนาจกันระหว่างผู้ใช้งาน ผู้ปิดบล็อก และ คนรันซอฟแวร์ของ bitcoin หากการเปลี่ยนแปลงอะไร มันขัดผลประโยชน์ใครสักคนในนี้ เค้าก็จะไม่เอาด้วย พอเค้าไม่เอาด้วย การเปลี่ยนแปลงก็เปล่าประโยชน์ ที่คนสร้างต้องทำแบบนี้ เพื่อไม่ให้ใครในเครือข่ายของ bitcoin มีอำนาจมากเกินไปที่จะควบคุมระบบของ bitcoin ได้อย่างเบ็ดเสร็จยังไงล่ะ ทุกคนที่ปกป้อง ดูแล bitcoin network เค้าไม่ได้ทำเพราะเค้าเป็นคนดีย์ แต่เค้าทำ เพราะเค้าต้องการจะปกป้อง “ผลประโยชน์ของตัวเอง” เพราะ ทุกคนที่อยู่ในระบบของ bitcoin ต่างก็มีส่วนได้ส่วนเสียกันทั้งนั้น หากเค้ายอมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ส่งผลดีกับตัวเค้า เค้าก็จะเสียผลประโยชน์ ยกตัวอย่าง ถ้าผมอยากแก้ไขเพิ่มอุปทานของ bitcoin ให้มันมีมากกว่า 21 ล้าน แน่นอนว่าคนที่เค้าถืออยู่ เค้าเสียผลประโยชน์ เพราะนั่นแปลว่า bitcoin ที่เขาถืออยู่ สัดส่วนมันจะเล็กลง เพราะอุปทานเงินที่เพิ่มขึ้น มูลค่ามันก็ต้องลดลงด้วย พอทุกคนในระบบไม่เห็นด้วยที่ผมจะเพิ่มจำนวนอุปทาน bitcoin โค๊ดที่ผมไปแก้มาก็จะเป็นแค่ชุดคำสั่งโง่ ๆ ที่ไม่มีใครให้ค่า ให้ราคา หรือถ้ามันมีคนส่วนหนึ่งเห็นด้วย ให้ค่า อยากรันซอฟแวร์ bitcoin เวอร์ชั่นที่ผมสร้างขึ้นมา สิ่งที่เกิดขึ้นคือ มันก็จะแตกออกมาเป็นเครือข่ายใหม่ที่ไม่มีความเกี่ยวโยงอะไรกับเครือข่าย bitcoin ที่คนปกติเค้าใช้กัน (Hardfork) เพราะอย่างงี้ ผมถึงมั่นใจ ว่าถ้าผมเก็บออมในสิ่งนี้ “หน่วยวัดมูลค่า” ของผมยังไงก็จะไม่ถูกเปลี่ยนแปลง ผมมี 0.1 bitcoin ผมก็จะเป็น 0.1 จาก bitcoin ที่มีอยู่ทั้งหมด 21 ล้าน ต่อไป ไม่เปลี่ยนแปลง

พี่ที่รู้จัก : รัฐบาลที่ไหนเค้ายอมรับ ? เห็นก็มีแค่ประเทศเล็ก ๆ ก่อนหน้านี้น่ะ พี่เห็นคนดังๆ เชียร์กันใหญ่ ใครนะ Elon Musk น่ะ ถึงขนาดว่า ใช้ bitcoin ซื้อรถได้เลย บ้าไปใหญ่แล้ว ตอนนี้เป็นไงล่ะ เห็นออกข่าวว่าขาย bitcoin เกือบทั้งหมดแล้ว ไม่มีใครสนใจแล้ว หมดกระแสแล้ว เดี๋ยวคนก็ลืม ดูราคาสิ ลงไม่เป็นท่า

อ๋อ พี่ พอดีว่า bitcoin น่ะ มันไม่จำเป็นต้องมี Elon Musk มันไม่จำเป็นต้องมีรัฐบาลที่ไหนมายอมรับมันหรอกครับ ขอแค่มีคนเห็นค่ามัน อยากเก็บมัน อยากใช้งานมันก็พอ แค่นี้พอ การยอมรับมันน่ะ เดี๋ยวมันมาเองแหละ ปล่อยให้มันเป็นหน้าที่ของธรรมชาติ Generation Gap อะไรก็ว่าไป ส่วนเดี๋ยวคนก็ลืมน่ะ อ่อ พี่ ถ้าพี่ลองมองอะไรให้กว้างกว่านี้ พี่จะเห็นว่า Hashrate ของ bitcoin มันเติบโตขึ้นมาตลอด แบบก้าวกระโดด ตั้งแต่ตอนที่พี่บอกว่าคนเลิกสนใจมันอะ จนถึงตอนนี้ หนำซ้ำ จำนวนเงินที่ล็อคไว้ใน Lighthing Network ก็สูงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้ง Base Layer จนถึง Layer 2 มันมีการเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ในส่วนของราคามันมีผันผวนบ้าง ขึ้นบ้าง ลงบ้าง ตามช่วงเวลา แต่จุดสังเกตที่ผมฝากให้พี่ไปคิดคือ ทุกครั้งที่มันลง มันทำจุดต่ำสุดของมันที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ราคา15,000 เหรียญที่เป็นจุดต่ำสุด พี่รู้ไหม ว่าเมื่อ 5 ปีที่แล้ว มันเป็นราคาที่คนในตอนนั้นตกใจ ตื่นเต้นกันเป็นแถบ แต่กลับเป็นราคาที่คนในปี 2022 รวมถึงพี่เอง กลับบอกว่า อ่อ มันจบแล้วล่ะ เดี๋ยวคนก็ลืมมัน เจ๊งแล้ว bitcoin อวสาน bitcoin

โอเค งั้นผมถามพี่กลับบ้าง bitcoin มันอยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้ ก็เท่าไหร่แล้วอะ 15 ปี เห็นจะได้ โดยที่รอบตัวมัน มีแต่คนจ้องจะทำร้ายมันอยู่ตลอดเวลา จากทั้งสื่อกระแสหลัก ที่พยายามโหมกระแสดราม่าเกี่ยวกับมัน พยายามสร้างความรู้ ความเข้าใจผิด ๆ เกี่ยวกับมัน หนำซ้ำ มันยังถูกโจมตีจากคนใน community ของมันเอง (Blocksize war) แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ มันก็ยังอยู่รอดมาได้ คำถาม แล้วเงินรัฐบาลที่พี่บอกน่ะ เกิดวันนึง ถ้าองค์กรที่ชื่อว่า รัฐ เป็นอะไรขึ้นมา เงินของพี่ จะยังยืนยงอยู่ได้ไหม พี่มั่นใจได้แค่ไหน ว่า รัฐ จะบริหารนโยบายการเงินของพี่ได้อย่างดี มีประสิทธิภาพตลอดรอดฝั่ง ไม่ให้มีเหตุการณ์แบบที่เกิดขึ้นแบบที่เกิดกับ อาร์เจนติน่า เวเนซูเอล่า ซิมบับเว ลาว ตุรกี พี่ลองไปหาข่าวดูนะ ว่าคนประเทศพวกนี้ต้องทุกข์ ทรมาณมากแค่ไหน กับการบริหารนโยบายการเงินที่ล้มเหลว โดยองค์กรที่พวกเค้าเชื่อใจที่ชื่อว่า รัฐบาล แล้วพี่จะมั่นใจได้ยังไง ว่าสักวันหนึ่ง มันจะไม่เกิดขึ้นกับรัฐบาลของเรา ? หรือว่าพี่เลือกที่จะเชื่อทุกอย่างที่รัฐบาลพูดออกมา ? โดยไม่สงสัย หรือ ตั้งคำถามอะไรเลย ?

พี่ที่รู้จัก : แล้วทำไมถึงกล้าเก็บมันทั้ง ๆ ที่ เอาแค่รูปร่างให้จับต้อง มันยังไม่มีเลย ? มันเหมือนตัวเลขในอากาศอะ ?

ผมอยากให้พี่มองในมุมกลับกันนะ ความเป็นดิจิตอล มันจับต้องไม่ได้ นั่นแปลว่า การจะส่งมันไปหาใครที่ไหนบนโลก มันก็สามารถทำได้ง่ายมาก ๆ หนำซ้ำ การเก็บรักษามัน ก็ทำได้ง่ายมาก ขอแค่มีสิทธิในการพิสูจน์ว่านี่คือเงินของฉันก็พอ เค้าเรียกมันว่า Private Key ครับพี่ พี่ลองคิดดูนะว่า ถ้าพี่เก็บทองคำ พี่จะเก็บไว้ในบ้าน หรือ ไปเก็บรวมศูนย์ไว้ที่ธนาคารดี ใช่ พี่คงต้องไปเก็บไว้ที่ธนาคาร เพราะมันปลอดภัยกว่าถึงจะมีค่าใช้จ่ายเรื่องของการเช่าตู้เซฟ แต่มันก็ปลอดภัย เพราะพี่เชื่อใจธนาคาร หรือไม่ก็ฝากไว้กับร้านทอง เก็บที่บ้าน เราไม่รู้ว่าจะมีโจรขึ้นบ้านหรือเปล่า หรือวันดีคืนดี ไฟจะไหม้บ้านหรือเปล่า ในขณะที่ bitcoin พี่เป็นเจ้าของมันเองแบบ 100% พี่ไม่ต้องฝากให้ใครดูแล พี่แค่ต้องดูแล Private key อย่าให้มันสูญหาย หรือตกไปอยู่ในมือของคนอื่น แค่นี้เอง มันง่ายมาก ๆ การขนย้ายมันก็ง่ายมาก ๆ พี่ลองคิดดูในกรณีที่พื้นที่ ๆ พี่อยู่ มันมีสงคราม ความขัดแย้ง พี่คิดว่า พี่จะขนทอง หรือ ขนเงินสด ไปได้สักเท่าไหร่กัน ในขณะที่ bitcoin นะพี่ พี่แค่เอา Private Key ที่มันก็แค่กระดาษเล็ก ๆ แผ่นหนึ่ง หรือ พี่จะจดใส่สมุดก็ได้ แค่นี้ พี่ก็สามารถพา bitcoin ทั้งหมดที่พี่มี ไปที่ไหนก็ได้ เห็นไหม ว่าการที่มันเป็น Digital มันมีข้อดีเต็มไปหมด

พี่ที่รู้จัก : เดี๋ยวรัฐบาลก็แบน

จีนก็แบน bitcoin นะ ทั้งการขุด ทั้งการครอบครอง แล้วมันได้ผลไหม ? ถ้าเค้าอยากแบน ก็ลองดูครับ อยากทำไรก็ทำไปเลย bitcoin ไม่ได้สนอยู่แล้วครับ ไม่ว่าพี่จะชอบมันหรือไม่ มันก็จะคงอยู่ต่อไป ผลิตบล็อกใหม่ต่อไป

พี่ที่รู้จัก : มันก็แค่แชร์ลูกโซ่วงใหญ่เท่านั้นแหละ มันอยู่ได้ด้วยการหาเงินจากคนที่เข้ามาหลัง เพื่อมาเอาเงินมาจ่ายให้กับคนที่เข้ามาก่อน

ครับ 😉(ไม่น่าเสียน้ำลายเป็นปี๊บไปกับการพยายามซีซอให้...ฟังเลย)

Note via primal on PC

#siamstr

Replying to Avatar Khing_T21

"ความเสี่ยง คือความเป็นไปได้ที่ผลตอบแทนจะคลาดเคลื่อนไปจากความคาดหวัง"

ผมรับฟังประโยคนี้มาจากคุณหนุ่ม money coach จำไม่ได้แน่ชัดว่าจากคลิปไหน ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นรายการ The Money Case สักตอนหนึ่ง

ดังนั้นถ้าคุณกำลังสงสัยว่าบิตคอยน์มีความเสี่ยงสูงหรือไม่ ใช้เก็บออมได้จริงหรือเปล่า ลองพิจารณาตามนี้

ถ้าคุณซื้อบิตคอยน์มูลค่า 100 บาท และคุณไม่สามารถรู้ได้อย่างแน่ชัดว่าในวันหน้า เดือนหน้า ปีหน้า หรือสิบปีข้างหน้า บิตคอยน์ที่คุณถืออยู่จะมีมูลค่ากี่บาท การถือบิตคอยน์ก็นับว่ามีความเสี่ยง

แต่ถ้าคุณซื้อบิตคอยน์ 100 sats ซึ่งคุณสามารถมั่นใจได้ว่าอีกห้าปี สิบปี หรือร้อยปีข้างหน้า คุณจะยังคงมี 100 sats และมันจะยังคงเป็น 100 sats จาก 2,100,000,000,000,000 sats ในโลกนี้ตลอดไป การถือบิตคอยน์ก็นับว่าไม่มีความเสี่ยง

ดังนั้นเสี่ยงหรือไม่เสี่ยงไม่ได้ขึ้นกับตัวบิตคอยน์ แต่ขึ้นกับตัวคุณ ว่าถือบิตคอยน์ด้วย mindset แบบไหน และด้วย unit of account อะไร

#จงกลับใจจากเฟียต

#Siamstr