การสื่อสารที่ทรงพลัง ไม่ใช่แค่การส่งสารให้ถึง แต่ต้องส่งไปถึงใจด้วย นั่นคือการทำให้ผู้รับสารรู้สึกถูกให้เกียรติ

เคยรู้สึกไหมว่าบางครั้งเราคุยกับใครก็เหมือนคุยกันคนละภาษา พูดยังไงก็ไม่เข้าใจ?

ไม่ใช่เพราะเนื้อหาซับซ้อน แต่เพราะวิธีการสื่อสารที่ขาดความเคารพซึ่งกันและกัน การสื่อสารที่ทรงพลัง ไม่ใช่แค่การส่งสารไปให้ถึง แต่ต้องส่งให้ถึงใจด้วย

นั่นคือการทำให้ผู้รับสารรู้สึกถูกให้เกียรติ ซึ่งเป็นเหมือนสะพานเชื่อมความเข้าใจ

ต่อให้ข้อมูลแน่น วิเคราะห์เจาะลึกมากแค่ไหน ถ้าขาดสะพานนี้ไปทุกอย่างก็พังทลายได้

ในสถานการณ์ที่เรากำลังนำเสนอไอเดียเจ๋งๆ แต่กลับถูกสวนกลับด้วยคำพูดที่ดูถูก..

"เรื่องแค่นี้คิดไม่ได้เหรอ"

ความรู้สึกของเราจะเป็นอย่างไร? คงไม่มีอารมณ์อยากฟังต่อแน่นอน..

นี่แหละคือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อการสื่อสารขาดความเคารพ ผู้อ่าน/ผู้ฟังจะปิดกั้นตัวเอง ไม่เปิดรับข้อมูลใดๆ ต่อให้คุณพูดถูก พูดได้ดีแค่ไหนก็ตาม

แล้วเราจะสร้างสะพานแห่งความเคารพนี้ได้อย่างไรล่ะ?

มันมี 3 หลักการง่ายๆ แต่ทรงพลัง ที่ถ้าหากเราค่อยๆ ฝึกจนทำได้ มันจะค่อยๆ เปลี่ยนการสื่อสารของเราไปตลอดกาล..

หนึ่ง วางดาบ ยื่นมือ

แทนที่จะใช้คำพูดเชือดเฉือน "ทำไมยังทำไม่ได้" ลองเปลี่ยนเป็นการยื่นมือช่วยเหลือด้วยความเห็นอกเห็นใจ "ผมเข้าใจว่าคุณอาจจะยังไม่คุ้นเคย ลองดูวิธีนี้ไหมครับ"

หรือแชร์ประสบการณ์ส่วนตัว "ผมก็เคยพลาดแบบนี้มาก่อน ตอนนั้นผมแก้โดย..."

การให้เกียรติ ไม่ได้หมายความว่าต้องเห็นด้วยไปเสียทุกเรื่อง แต่คือการเคารพในความแตกต่าง และพร้อมที่จะเรียนรู้ร่วมกัน

อย่าพยายามเอาชนะหรืออวดรู้ หากเจตนาของคุณคือการแบ่งปัน จงแบ่งปันด้วยความจริงใจ ไม่ใช่เพื่อยกตนข่มใคร

สอง มองให้เห็นความต่าง

โลกนี้ไม่มีใครเหมือนกัน อย่าเหมารวม อย่าตีขลุม "ผู้หญิงทุกคนชอบช้อปปิ้ง" "คนแก่ทุกคนหัวโบราณ" คำพูดเหล่านี้เป็นเหมือนกำแพงที่กั้นขวางการสื่อสาร

เปิดใจมองให้เห็นความแตกต่างของแต่ละบุคคล ใช้คำว่า "บางคน" หรือ "อาจจะ" เพื่อเปิดพื้นที่ให้กับความหลากหลาย

"คำพูดที่ปราศจากความเคารพ ต่อให้ถูกต้องแค่ไหน ก็เหมือนดาบสองคม ที่สร้างบาดแผลให้กับความรู้สึก"

สาม ฟังก่อนตัดสิน

ก่อนจะวิจารณ์ใคร ลองมองจากมุมของเขา ทำความเข้าใจบริบท และถามตัวเองว่าเรามีข้อมูลครบถ้วนแล้วหรือยัง

การตัดสินอย่างรวดเร็ว โดยปราศจากข้อมูลที่เพียงพอ เป็นการไม่ให้เกียรติอย่างร้ายแรง

เปลี่ยนจากการตัดสิน เป็นการตั้งคำถาม "ทำไมเขาถึงทำแบบนั้นนะ" และเปิดใจรับฟังคำตอบ

"การสื่อสารที่ให้เกียรติ คือการสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางความรู้สึก ให้ทุกคนกล้าคิด กล้าพูด กล้าแสดงออก"

ไม่เพียงแต่ทำให้ผู้อ่าน/ผู้ฟังรู้สึกดี แต่ยังสร้างความน่าเชื่อถือ เปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ และนำไปสู่การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในระยะยาว

มันคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด สำหรับการสื่อสารทุกประเภท

#Siamstr

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

การวัดผลการสื่อสารไม่ใช่แค่ดูยอดไลก์ ยอดแชร์หรือยอดวิว แต่ต้องมองลึกไปกว่านั้น

เพราะการสื่อสารมีหลายมิติ หลายวัตถุประสงค์ เหมือนการปลูกต้นไม้ที่บางต้นก็ออกดอกเร็ว บางต้นออกผลช้า บางต้นให้ร่มเงา บางต้นให้ความสวยงาม

เราต้องรู้ว่าเราปลูกต้นไม้อะไร เพื่อที่จะวัดผลได้อย่างถูกต้อง

หัวใจสำคัญของการสื่อสารคือ "ความเข้าใจ" ผู้รับสารเข้าใจในสิ่งที่เราต้องการสื่อหรือไม่ ซึ่งมันก็วัดได้จากหลายอย่าง

ตั้งแต่การตอบคำถาม การแสดงความคิดเห็น ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เช่น เขาทำตามที่เราแนะนำหรือไม่ เขาเปลี่ยนความคิดเห็นหรือไม่

บางครั้งเราสื่อสารเพื่อสร้างความสัมพันธ์ ไม่ใช่เพื่อขายของ

ดังนั้น ยอดขายอาจไม่ใช่ตัวชี้วัดที่สำคัญ แต่ความใกล้ชิด ความไว้วางใจ การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันต่างหากที่บอกว่าการสื่อสารของเราประสบความสำเร็จหรือไม่

ในโลกธุรกิจ การสื่อสารมักมีเป้าหมายที่จับต้องได้ เช่น ยอดขาย กำไร ส่วนแบ่งทางการตลาด แต่ก็อย่าลืมว่า

ตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงผลลัพธ์ เบื้องหลังตัวเลขคือ "ความรู้สึก" ของลูกค้า ความผูกพัน ความภักดี ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างได้ด้วยการสื่อสารที่ดี

อย่าลืม "ฟังเสียง" ของผู้รับสาร

Feedback คำติชม คำถาม ข้อเสนอแนะ ล้วนเป็นข้อมูลที่มีค่า ช่วยให้เราปรับปรุงการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

การสื่อสารเป็นกระบวนการต่อเนื่อง ต้องใช้เวลา ความอดทน และการเรียนรู้อย่างไม่หยุดยั้ง ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ "เข้าใจ" ทั้งในสิ่งที่เราต้องการสื่อ และในสิ่งที่ผู้รับสารต้องการรับรู้

เมื่อนั้น การสื่อสารของเราจะทรงพลังอย่างแท้จริง

ถ้าไม่มีการสื่อสาร การพยายามที่จะเข้าใจลูกค้า และการรับฟัง feedback อย่างต่อเนื่อง คงไม่พบเห็นการพัฒนาสินค้าและการบริการอย่างต่อเนื่องของที่ร้านหนูแน่นอนค่ะ

หลายๆ เรื่องเราก็ได้ข้อคิดดีดี วิธีการใช้งานสินค้าในหลายรูปแบบ หรือแม้แต่การรับฟังปัญหาของเขาแบบไม่ตัดสิน ก็ทำให้เรานำเข้าสินค้าที่มีประสิทธิภาพตรงตามใจเขามากขึ้นเรื่อยๆ

และในอีกนัยหนึ่ง เมื่อลูกค้าได้พูดคุยกับเรามากขึ้น เขาก็ยิ่งได้มีปฏิสัมพันธ์ ทั้งสื่อสารในสิ่งที่เขาอยากสื่อและแลกเปลี่ยนสารและตัวตนของเราออกไปเช่นกัน ซึ่งความคุ้นเคยกันเป็นบันไดไปสู่สิ่งดีดีสิ่งอื่นตามมา :)

แป้งโก้ นี่เก่งจริงๆ 😁

🙏

แต่อนาคตเลี้ยงไก่ เลี้ยงวัว… 🤣