ผมไม่ติดใจอะไรในเนื้อหาบทความนะ ☺️

… แต่มันคงจะดีกว่านี้หากว่าเจ้าของบทความได้มีการกล่าวถึงบทความ “แนวนี้” ที่เคยมีคนเขียนไว้แล้ว ,, (ไม่ได้พูดถึงประเด็นลิขสิทธิ์อะไรหรอก แต่มันควรเป็นมารยาทหรือป่าวนะ ?) 🫣

และอาจจะกล่าวว่า.. บทความนี้เป็นการเสนอแนะอีกทางเลือกนึงในการใช้ Electrum สร้าง Cold wallet ด้วย Flashdrive (เผื่อมีคนสนใจ จะได้มีหลาย ๆ ทางเลือก) ✅

ข้อพิจารณาของผมสำหรับ “บทความนี้” ก็คือ

- สร้าง seedphrase ด้วย Electrum มันไม่เป็น BIP39 Standard นั่นหมายถึงมันอาจจะไม่สามารถที่จะ Recovery ด้วย HW หลาย ๆ รุ่นได้ ทำให้ยุ่งยากในการประยุกต์ใช้งาน Seedphrase ,, เผื่อใครอยากนำ Seedphrase ที่สร้างไปใช้กับ Hardware wallet มันก็จะเจอปัญหา

- ไม่ได้มีการสร้างส่วนของ Drive ที่เข้ารหัส และรู้สึกว่าผู้เขียนยังมีความประมาทเรื่องการกู้ข้อมูลหรืออาจจะโดน Hack ข้อมูลจาก Flashdrive อยู่ (มันทำได้นะ ถึงแม้ว่าจะทำได้ยาก)

- สิ่งที่ควรเน้นย้ำเลยก็คือ แฟลชไดวฟ์ที่ถูกมาทำแบบนี้แล้ว ไม่ควรนำไป Format แล้วใช้งานต่อในชีวิตประจำวัน การทำลายก็ควรจะทุบทิ้งให้ละเอียด ,, เราไม่ควรปล่อยให้มีช่องว่างแห่งความไม่ปลอดภัย ไม่จะเพียง 0.001% ก็ตาม

สุดท้าย … ผมก็ขอพูดอีกครั้งว่าไม่ได้ติดใจอะไรในบทความนี้ แต่รู้สึกเหมือนโดนขโมยไอเดียโดยไม่ได้มีการกล่าวถึงบทความดั้งเดิม 55555 🧡

#siamstr nostr:note19zed7u9ke26emdaq42pqlw0sgnfuzu9tflrhu7cpl2mmfp5q79xqkmvzw6

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

นั้นสิ linux มีตั้งเยอะทำไมใช้ tails os ที่ไม่ค่อยดัง ???

น่าสนใจแหะ อิอิ 🫣

ใน Mr.Robot จับโยนใส่ไมโครเวฟ, จริง ๆ แล้วมันทำแบบนั้นได้รึเปล่านะครับ 🤔

ต้องลองครับ

แต่ผมว่าไม่ได้นะ คลื่นไมโครเวฟไม่น่าทำปฏิกิริยากับ Silicon 🫠

แต่เอ๊ะ … ต้องขอหามาลอง Verify ก่อนครับ 555

เสียว ๆ มันจะระเบิดจัง 🫠

ผมก็เสียวครับ 555

ตามที่เข้าใจ ไมโครเวฟสามารถทําให้เกิดกระแสไฟฟ้าในโลหะ

ทำให้โลหะร้อนและ ไหม้แผงวงจรได้ครับ

งี้ต้องลองครับ

แฟลชไดวฟ์เก่ามีแล้ว … ขาดแต่ไมโครเวฟ 🫠

ตอนเห็นหนแรกก็คิดถึงบทความเอ็มเลย หื้มมมมมม

บทความที่พี่ บก.จิงโจ้พรู๊ฟเองทุกตัวอักษรครับ 55555

ดีนะที่ไม่ใช้ Sparrow Wallet เหมือนกัน ☺️

สวัสดีครับ

ขอพื้นที่ สำหรับการชี้แจงดังนี้ครับผม อาจจะยาวหน่อยนะครับ แต่เพื่อรายละเอียดที่ครบถ้วนครับ

จากที่ได้อ่าน comment นี้ ทำให้เห็นจุดที่ point ถึงปัญหาว่า "แฟลชไดวฟ์ที่ถูกมาทำแบบนี้แล้ว ไม่ควรนำไป Format แล้วใช้งานต่อในชีวิตประจำวัน " ทำให้ผมไล่คิดต่อว่า ถูกต้อง นี่คือประเด็นที่น่าจะเป็นปัญหาได้จริง ดังนั้น เบื้องต้น ผมเอาบทความนี้ลงก่อนโดยทันที เพราะนี่มีความเป็นไปได้สูงมาก ที่มีความเสี่ยงจริง เพื่อไม่ให้เนื้อหากระจายออกไปมากกว่าปัจจุบัน

ขยายความเพิ่มเติม เผื่อใครที่ไม่เข้าใจ... ในประเด็นข้างบน

จริงอยู่ที่ทุกครั้งที่ reboot OS แล้ว จะเหมือนได้ OS ใหม่ทั้งหมด แต่ว่าเราไม่มีทางรู้ได้ว่า พื้นที่ที่ electrum ได้เขียน wallet ไฟล์ลงไปนั้นคือตรงไหน และถ้า Tails OS ไม่มี mechanism ในการลบข้อมูลทั้งหมดตรงนั้น ด้วยการ write ข้อมูลทับก่อนปิดระบบไป แปลว่ามีสิทธ์ที่จะถูกนำไป scan disk เพื่อ recover wallet กลับมาได้จริงๆ อันนี้คือข้อบกพร่องในจุดนี้ ในประเด็นที่กล่าวถึง (อันนี้ขอรับเป็นการบ้านในการตรวจสอบให้แน่ชัดในลำดับถัดไป)

ส่วนเรื่องของ BIP 39 กับ Electrum standard ส่วนตัวผมมองเป็นกลางอยู่ ไม่โอนเอียงทาง BIP 39 แต่ว่าที่อธิบายมานั้นเป็นความจริง ก็คือ BIP 39 Compatible กับ wallet แทบจะทุกอันที่มีในปัจจุบันเลยก็ว่าได้ ซึ่งแตกต่างจาก Electrum standard ที่ต้องใช้แต่กลับ electrum เท่านั้น ในประเด็นนี้ไม่มีความสงสัยครับ แต่ว่าที่ในบทความยังเลือกที่จะใช้ Electrum standard เพราะ Electrum เค้ามีเหตุผล ดังที่อธิบายในนี้ครับ https://electrum.readthedocs.io/en/latest/seedphrase.html ในส่วน "In order to eliminate the dependency on a fixed wordlist, the master private key and the version number are both obtained by hashes of the UTF8 normalized seed phrase." ผมก็อาจจะคิดว่าเค้าน่าจะรักษามาตรฐานไปได้ (มี Bias ตามเหตุผลที่เค้าอธิบาย) และถ้าเราไม่ได้จะใช้งาน wallet อื่นแทน electrum ก็คิดว่าเราควรจะยึดตาม electrum standard เพื่อให้มั่นใจว่าจะ compatible กันไปได้ในอนาคตอีกด้วย อันนี้คือมุมมองของผมในเรื่องนี้ครับ ในเนื้อหาจึงเลือก Electrum standard

และอีกสิ่งนึง ที่ไม่ได้ comment ถึงที่นี่ แต่มีการ comment ใน facebook และตรงกับที่ผมยังแอบติดใจอยู่ ตั้งแต่ตอนที่เขียนบทความ นั่นก็คือกระบวนการ Generate seed words ของ Electrum ใน Tails OS ว่า "เราก็กำลังเชื่อใจใน Electrum UI อยู่เหมือนกันนะ"

โดยตอนที่เขียนบทความ ผมยังคิดอยู่ว่าเราจะเลือก BIP39 และใช้ 24 คำดีมั้ยนะ แต่อีกสิ่งนึงที่ผมตัดสินใจไม่เลือก BIP 39 มาใช้ในบทความเนื่องจาก ผมคิดว่าการที่เราเอา BIP39 มาใช้ จะเป็นการเพิ่มความยุ่งยากในการทำความเข้าใจมากขึ้นอีกมากพอสมควร เพราะเนื้อหาโดยรวมนั้น จริงๆแล้ว ถือว่าเป็นเนื้อหาที่เข้าใจได้ยากโดยทั้งหมดอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ที่ไม่มีประสบการณ์

อย่างไรก็ดี ในประเด็นนี้ ผมถือว่าเป็นการบ้าน ที่ผมต้องเอาไปคิดต่อว่า จะหาจุดที่กลมกล่อม ระหว่างความปลอดภัย กับ ความไม่ยุ่งยากเกินไปในความเข้าใจ ในเรื่องนี้ ได้อย่างไร เพื่อให้คนอ่านไม่เกิดความสับสน จนเลิกอ่านไปก่อน

และเรื่องที่สำคัญที่สุด ที่ผม serious ที่สุด ก็คือส่วนที่ผมไม่ได้ ref ต้นฉบับมาจาก rightshift หรือ ไม่ได้ให้เครดิต rightshift ที่กำลังเป็นหัวข้อที่ทำให้ไม่สบายใจนั้น

ขออธิบายโดยสัจจริงว่า idea ของบทความนี้ จุดเริ่มต้นจริงๆ มาจากการดูใน youtube หลายๆ clip จากของต่างประเทศครับ ไม่ได้อ่านมาจาก rightshift เลย อันนี้ผมเสียใจมาก ที่่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดกันตรงนี้เกิดขึ้น และ ก็ต้องขออภัยเอาไว้ ณ ตรงนี้ด้วยครับ ที่ทำให้ไม่สบายใจในเรื่องนี้

โดยสัจจริงผมจำได้ว่า ในตอนที่ research ในตอนที่เขียน มีส่วนนึงที่ได้อ่านมาจาก https://rightshift.to/2023/chontit/8738/ แต่ว่าอ่านแบบ skim เลย เพราะเห็นว่าใช้การ encrypt drive ซึ่งแนวทางที่ผมเขียนนั้น ไม่ได้ใช้การ encrypt drive เพราะมองอีกมุมหนึ่งว่าหาก USB ถูกขโมยไป และ reverse engineer ออกมา (แม้ว่ามีการเข้ารหัสแล้วก็ตาม) ก็จะกลับเป็นความเสี่ยงแทน จึงไม่ได้อ่านละเอียดทั้งหมด และปิดเนื้อหานั้นไป จบแค่นี้เลย

คือได้รับรู้ว่า มี rightshift เขียนบทความแล้วนะ แต่ผมเลือกที่จะไม่อ่านโดยละเอียด เหตุผลหลัก ก็คือ ถ้าเราอ่านละเอียด เป็นไปได้สูงว่าตอนที่เราเขียนเนื้อหา จะมีกลิ่นอายของต้นฉบับติดมาด้วย อันนี้คือสิ่งที่ผมเป็นกังวลตามปกติทุกครั้งในการเขียนเนื้อหา

ผมเป็นคนนึงที่เป็น content writer มานาน (ไม่ได้ทำเป็นอาชีพนะ) พยายามให้ความรู้ที่ถูกต้อง พยายามวางตัวเป็นกลาง ดังนั้นผมค่อนข้าง serious มากในการที่จะไม่ลอกเนื้อหาของใครมาเขียน เพราะผมเองเข้าใจเป็นอย่างดี ว่าคนที่เขียนเนื้อหาทุกคน ล้วนได้ทุ่มเท ความตั้งใจ เวลา(ซึ่งเป็นของหายาก ราคาแพง และมีจำกัด) เพื่อมาสร้างสรรค์บทความ ดังนั้นการ copy content มา ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่น่าให้อภัยเป็นอย่างยิ่ง

แต่ผมก็ยอมรับ ว่าผมไม่ได้เก่งมากๆ จนกระทั่งนึก content ขึ้นมาแล้วก็เขียนได้ทุกครั้ง หลายครั้ง มี idea ตั้งต้นมาจากแหล่งอื่น แต่ว่าในเนื้อหา ผมจะเขียนขึ้นมาใหม่ทั้งหมด ตามความเข้าใจ และ ตั้งใจให้เป็นอีกหนึ่ง original content

แต่สำหรับเนื้อหานี้ ด้วยความสัจจริง ไม่ได้ copy หรือพยายามจะเลียนแบบเนื้อหาแต่อย่างใด ข้อพิสูจน์ที่ชัดแจ้ง ก็คือจุดที่ผมได้มองข้ามเรื่อง temporary wallet file ตามที่ได้ comment มานั่นเองครับ เพราะถ้าได้อ่านมาแล้ว ผมน่าจะมองเรื่องนี้ได้ชัดเจนอย่างที่ได้กำลัง comment ตอบอยู่ในตอนนี้ครับผม

ก็คงต้องขออภัยที่ทำให้ท่านผู้เขียน original content และ อีกหลายๆท่านที่ได้อ่าน original content ของทาง rightshift ไม่สบายใจ ไว้ ณ ตรงนี้ด้วยจริงๆครับ

ก็เป็นอีกหนึ่งบทเรียน ที่ทำให้ผมได้เรียนรู้ ว่าโลกนี้ยังมีอีกหลายเรื่องที่เราต้องเรียนรู้ และหาคำตอบกันต่อไป และผมก็ได้เรียนรู้เพิ่มเติมจากการเขียนบทความครั้งนี้ด้วยเช่นกัน

การเรียนรู้นึงที่สำคัญของผม ก็มาจาก rightshift ด้วยเช่นกัน เมื่อสองเดือนก่อน ผมได้เริ่มอ่าน content rightshift มาเรื่อยๆ โดยมีความตั้งใจจะอ่านให้ครบทุกบทความเลย โดยเริ่มย้อนจากบทความที่เก่าที่สุด https://rightshift.to/2022/jakkrapan/707/ เมื่ออ่านจบ ก็กด next ไปเรื่อยๆ ไปยังบทความถัดไป โดยปัจจุบันถึงเพียง https://rightshift.to/2022/perthpawat/3809/ เท่านั้น ดังนั้น เนื้อหาที่คล้ายกับบทความที่ผมเขียน จึงยังไม่ได้อ่านครับ

ขอบคุณที่ได้ comment และ original content ด้วยนะครับ ยังไงผมต้องได้อ่านเต็มๆแน่นอน เพื่อให้คุ้มค่ากับเวลาที่ได้เสียสละเขียนมาอย่างตั้งใจ ระหว่างนี้ ก็ขอไปทำการบ้านเพิ่มเติมก่อนครับ

ขอบคุณครับ

ขอบคุณที่สละเวลาเขียนอธิบายครับ

ผมเข้าใจถึงความปรารถนาดีที่เราอยากจะพัฒนาสังคมบิตคอยน์ในประเทศไทยให้ดียิ่งขึ้นร่วมกันครับ

.

ผมไม่รู้หรอกว่าคุณอยากจะเขียนบทความต่าง ๆ จำนวนมากมายขึ้นมาแล้วเผยแพร่เองทำไมกัน ,, แต่ทำไมเราถึงไม่มาร่วมด้วยช่วยกัน ปิดช่องว่าง หรือเพิ่มเติมข้อมูลให้มันละเอียดครบถ้วนด้วยกันที่แหล่งความรู้เดียวครับ

พี่ ๆ ทีมงาน Rightshift นำทีมโดยอาจารย์ต๊ำ และพี่ตั้มก็มีความตั้งใจจะให้ http://rightshift.to เป็นแหล่งเผยแพร่บิตคอยน์ให้ครบถ้วนในที่เดียวอยู่แล้ว

.

ผมเสียดายความรู้ความสามารถของคุณบีมาก ๆ ถ้าจะมาเพิ่มแหล่งค้นหาข้อมูลบิตคอยน์ และอาจเป็นการเพิ่มข้อมูลที่ (อาจจะ) ไม่ถูกต้องทั้งหมดให้กับบรรดามือใหม่

แทนที่มือใหม่ที่จะเข้ามาในโลกบิตคอยน์จะเจอแหล่งความรู้เดียวที่ “ถูกคัดกรองจากผู้เชี่ยวชาญหรือช่วยกันตรวจสอบร่วมกัน” แล้วว่ามีความถูกต้องที่สุด เพื่อที่จะไม่ต้องเสียเวลาเดินไปผิดทาง แต่กลายเป็นว่าสิ่งที่คุณบีกำลังทำอยู่มันอาจจะทำให้สถานการณ์มันแย่ลงก็ได้นะครับ (ความเห็นส่วนตัวของผม)

.

ผมไม่ค่อยเห็นด้วยกับประเด็นที่ว่า .. เราควรเสนอทางเลือกที่ “ง่ายสำหรับมือใหม่” มากกว่าการเสนอทางเลือกที่ “ปลอดภัยสำหรับมือใหม่”

ผมเห็นว่าเราควรเสนอทางเลือกที่ทำให้เกิด “ความเหมะสมและปลอดภัยที่สุด” เท่าที่เป็นไปได้จะดีกว่าครับ

.

แล้วถ้ามือใหม่เค้าอ่านแล้วไม่สามารถทำตามได้ ,, ก็แค่กลับไปซื้อ Hardware wallet มาใช้งาน

แค่นั้นเอง

#siamstr

1. ก่อนอื่น ขอบคุณนะครับที่เชิญชวนเข้าร่วมเผยแพร่ใน rightshift และผมก็เห็นชัดเจน ว่าปัจจุบัน rightshift นั้นมีผู้เชี่ยวชาญอยู่มากมาย และมีเนื้อหาเกี่ยวกับ Bitcoin มากที่สุดในไทยแล้ว อันนี้เป็นข้อเท็จจริง ที่สิ้นสงสัยแน่นอน

2. เมื่อคืนก่อน ผมกลับไปทบทวนทั้งคืน ว่าสิ่งที่ผมทำนั้นถูกหรือผิดอย่างไร มีสิ่งที่กวนใจผม คือคำถามที่ว่า

- เราให้ความรู้อย่างบริสุทธิ์ใจ เน้นที่การให้ มากกว่าส่วนเล็กๆ ที่ต้องใช้ reach เพื่อแลก แต่กลับโดนมองว่าลอก content เพียงเพราะมีคนเขียนมาก่อนในเรื่องเดียวกัน เพื่อเอามาหาผลประโยชน์ ทั้งที่เราไม่ได้ทำ เมื่อเกิดเรื่องแบบนี้นั้นขึ้น เราควรทำต่อไปหรือไม่ เพราะเราทำไปก็ไม่สบายใจ คนอื่นก็ไม่สบายใจ และผลตอบแทนเหล่านั้นไม่มีทางคุ้มค่าความรู้สึกใดๆที่เสียไป

- ถ้ามีบทความภาษาไทย ที่เกี่ยวกับ tails os ขึ้นมาอีกจะต้อง ref rightshift ตลอดไป เหมือนอย่างว่า rightshift เป็นเจ้าของเนื้อหาแต่เพียงผู้เดียวแล้ว หรืออย่างไร ทั้งที่ไม่ได้ลอก หรือได้ idea มาเลยก็ตาม

เป็นสิ่งที่กวนใจผมมาก เพราะจากที่เห็นใน comment ทั้งคุณและท่านอื่น ทำให้ผมคิดว่าเป็นอย่างนั้นอย่าง

3. ทำไมจึงไม่ควร ให้ความรู้ในเรื่องของ Bitcoin แบบ อิสระ จากหลากหลายผู้คน แต่กลับพยายามรวมศูนย์กลับมาที่ rightshift เท่านั้นล่ะ?

ผมมองว่าทุกคนมีอิสระที่จะพูด (และใช่ ควรรับผิดชอบอย่างเต็มที่ในสิ่งที่ตัวเองพูดด้วย) การให้ความรู้จากพื้นที่ที่หลากหลาย คนที่หลากหลาย และช่วยเหลือส่งเสริมกัน โต้แย้งกันได้ เปิดใจคุยกัน น่าจะดีกว่า

เป็นความจริง ความรู้บางเรื่องที่เผยแพร่ที่อื่น อาจจะไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้อง และเป็นความจริงว่าที่ rightshift มีผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบอย่างเข้มข้นก่อนเผยแพร่ ทุกเนื้อหา แต่ผมมองว่า หากเกิดความรู้ที่ไหนที่ไม่ถูกต้องแล้ว เราแค่ช่วยกันให้ความรู้ แบ่งปันกัน โดยทักกัน และอธิบายกันดีๆ แนะนำกัน ผมว่าแบบนี้น่าจะดีกว่ารึเปล่า ผมอาจจะโลกสวยไปหน่อย

มากกว่าจะดึงกลับมาควบคุม และผมมองว่าแบบนั้นจะดูสร้างสรรค์และน่าอยู่ กว่ามากเลย

เพราะถ้ารวมศูนย์กลับมา rightshift ก็คือ centralized company (ตามที่ผมเข้าใจ ก็จดเป็นบริษัทนะ) ที่ผมมองว่าเริ่มทำตัวเป็นเจ้าของพื้นที่ Bitcoin ในภาษาไทย แต่เพียงผู้เดียว ถ้าคุณไม่คิด แต่คนนอกอย่างผม คิดนะ เหมือนกับที่คุณมองได้ว่า ผมเขียน content โดยอิง idea จาก rightshift มา เพื่อหาแสง หรือหาผลประโยชน์ แฝง ทั้งที่ความเป็นจริง ไม่ได้เป็นอย่างที่คิด ฉันใดฉันนั้น

4. ฟังดูเหมือนผมเปิดศึกกับ rightshift นะ ที่พูดขนาดนี้ แต่ก็เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าผมก็มีสิทธิ์ ที่จะพูด และตั้งคำถามเหมือนกัน แต่ใจจริงไม่อยากเปิดศึกอะไรเลย เอาเวลาไปใช้ชีวิตกันเถอะ เราควรจะใช้ชีวิตที่ดีๆกันทุกๆคน

แต่ผมก็คิดไปแล้วแหล่ะ ว่าหลังจากนี้ ผมจะเขียนถึง Bitcoin เป็นภาษาไทยเพื่อเผยแพร่ในช่องทางของผม อีกเรื่องเดียวเท่านั้น คือ Understanding Bitcoin: Challenges and Misconceptions ทั้ง 3 episodes เพราะได้เคยสัญญากับตัวเองและหลายคนเอาไว้แล้ว รวมทั้งเขียนเสร็จหมดแล้ว และแน่นอน ผมก็ไม่คิดว่ามันจะถูกต้อง 100% เอาเป็นว่าเท่าที่องค์ความรู้ผมมีในปัจจุบัน

ครั้งนี้ผมก็ยินดีว่าจะเกิดการช่วยกันสร้างสรรค์ ต่อ และแก้ไขในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง อย่างสวยงาม เพราะผมก็จะได้เรียนรู้ต่อไปด้วยเช่นกัน แต่... ถึงจะไม่เป็นอย่างนั้น และไปเจอแขวนหรือแขวะแทน ผมก็คงต้องหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อแก้ไขให้ถูกต้องต่อไปอยู่ดี เพราะคงห้ามใครไม่ได้ ผมยอมรับเรื่องความแตกต่างตรงนั้น

ที่ตัดสินใจแบบนั้น เพราะเห็นว่าไม่คุ้มเลย ที่เราทำอยู่แบบนี้ แล้วก็เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ศุ้ไปใช้ชีวิตเราให้ดีๆ แบบที่เราอยากใช้ดีกว่า ทุกคนก็ควรจะเป็นอย่างนั้นด้วยเช่นกัน

ต่อจากนี้ก็ต้องฝาก และเป็นกำลังใจให้ rightshift ให้เดินหน้าเหมือนอย่างที่เป็นมาต่อไป และผมก็ยังติดตามต่อเหมือนเดิมแน่นอน

ขอฝากคนอื่น ที่จะเขียนถึง Bitcoin เป็นภาษาไทย ให้เอาเหตุการณ์ ครั้งนี้เป็นตัวอย่าง และคิดให้ดีๆก่อนที่จะลุกขึ้นมาเขียนเพื่อให้ความรู้ในเรื่อง Bitcoin เป็นภาษาไทย ว่า check rightshift ก่อนทุกครั้ง ถ้ามีเนื้อหาเหมือน หรือใกล้เคียงกัน อย่าเขียน เพื่อป้องกันสถานการณ์ แบบนี้อีก

5. การบ้านข้อแรก ผมตรวจสอบแล้วนะครับTails OS USB Live หรือ DVD Live ไม่มีการเขียนข้อมูลอะไรตลอด session ลงใน flash drive ทั้งสิ้น ทั้งหมด load จาก USB drive เข้าใน RAM และทำงานบน RAM ทั้งหมด (ไม่อย่างนั้น DVD version คงทำงานไม่ได้เพราะ read only, แต่เราคงไม่ต้องหา DVD version มาใช้กันใช่มั้ย? ) และหลังจากการ shutdown ก็มีกระบวนการ PELD เพื่อล้างข้อมูลเกือบทั้งหมด หรืออย่างน้อยสิ่งสำคัญทั้งหลายออกไปด้วย เพื่อป้องกัน cold boot attack ซึ่งมีมาตั้งแต่ design เลย อ้างอิง https://tails.net/contribute/design/

ดังนั้นสิ่งที่ผมคิด และบทความที่เขียนแบบนั้น ถูกต้องแล้วตามที่ผมคิดตั้งแต่แรก มีความปลอดภัยเพียงพอแล้ว และไม่ยากเกินความจำเป็นสำหรับผู้อ่าน

และตรวจสอบแล้วว่า solution ที่ผมได้เขียนนั้น ยังอยู่บนมาตรฐานที่ใช้งานได้จริง และยังยอมรับได้ในปัจจุบันอีกด้วย ผมยังไม่เจอว่า Electrum wallet มี security threat ในเรื่องใดโดยเฉพาะ seed words

6. เรื่องการทำเรื่องยากให้เข้าใจง่าย หรือ "ถ้าเข้าใจเรื่องยากที่ถูกต้องไม่ได้ก็ไม่ต้องทำเลย ไปซื้อสำเร็จเลยดีกว่า" ผมยังมองต่างนะ

เพราะผมต้องขอบคุณหลายคน หลายบทความ ใน internet ที่ได้แปลงเรื่องยากให้เข้าใจง่าย ทำให้คนอย่างผมจากที่ไม่รู้เรื่อง เริ่มเข้าใจ และเริ่มลงลึกลงไปเรื่อยๆ ไปต่อยอดได้ด้วยตัวเองเมื่อต้องการ (ไม่ใช่แค่เรื่อง Bitcoin แต่หมายถึงองค์ความรู้ในทุกๆเรื่อง)

เพราะผมไม่ใช่คนเก่ง ที่จะต้อง do it hard way เสมอ ยอมรับตรงๆเลย และหลายเรื่อง หลายครั้งที่เริ่มต้นแบบ hard way ผมจะท้อแ ละเลิกศึกษาไปเลย เพราะผมคิดว่าเรื่องนั้นมันเกินความสามารถของเราเกินไป ผมจึงพยายามเขียนให้คนแบบผมในอดีต มาอ่านแล้วเรียนรู้ เข้าใจ เพื่อต่อยอดได้ ผมยังเชื่อแบบนั้นอยู่ และนั่นคือความตั้งใจ รวมทั้งยังเป็นสิ่งที่ยึดถือด้วย ผมเชื่อว่าคนแบบผมยังมีอีกเยอะ ที่ไม่เข้าใจในเรื่องยากๆได้ตั้งแต่ตอนเริ่มต้น เพราะสุดท้ายคนที่เค้าไปต่อยอด และเก่งกว่าผม จนสำเร็จก็มีมากมาย ที่เค้ากลับมาขอบคุณที่ผมอธิบายเรื่องยากให้ดูง่ายในตอนที่เค้าเริ่มต้นในตอนนั้น

แต่ใช่ เราต้องไม่ชุ่ย ให้ความรู้แบบมั่วซั่ว แบบผิดทางหลงเข้าป่า แล้วบอกว่านี่คือสิ่งที่ถูกต้อง อันนี้ผมก็รับไม่ได้เหมือนกัน และไม่คิดว่าจะทำแบบนั้นด้วย

7. ผมกลับมา publish content อีกครั้ง เพราะตรวจสอบแล้วว่าไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างที่มีข้อพิจารณาแต่อย่างใด และในส่วนของ Seed phrase ผมได้เพิ่มเติมเพื่อแยกว่า ว่า Electrum standard นั้นมีข้อดีข้อเสียแตกต่างจาก BIP39 อย่างไรในเนื้อหา เพื่อป้องกันผู้ใช้สับสน

8. เพื่อให้สบายใจ ว่าได้ถูก ref บทความ ถึง rightshift แล้ว ผมได้เขียนเพิ่มเติม สำหรับใครต้องการ สร้าง seed words ของตัวเองแบบไม่อิงกับ Electrum standard แต่ใช้ BIP39 แทนบน Elecrtrum ให้อ่านจากทาง rightshift ได้โดยตรง เพราะผมก็ไม่เห็นประโยชน์ที่จะเขียนซ้ำในจุดนี้ขึ้นมา แต่ผมจะไม่ ref บทความเรื่องการสร้าง secure drive บน Tails OS เพราะไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องทำให้ยุ่งยาก และกลับเป็น interface ที่เพิ่มความเสี่ยงเพิ่มขึ้นได้ อันเนื่องมาจากถูก physical attack และนำไป reverse engineer เพื่อ crack encrypt drive ออก (แม้จะมีโอกาสน้อยก็ตาม)

ขอบคุณครับ