#อนาคตที่เราเลือกเองได้ #บ่นเป็นบทความ
เลิกโอดครวญกับอดีตกันได้แล้วครับ เราเปลี่ยนอะไรมันไม่ได้หรอก แต่อนาคตเราเลือกได้ เลือกได้แน่นอน เริ่มจากสิ่งที่อยู่ในมือตอนนี้ก่อนเลย...
ถ้าผมบอกว่าใน 1 เดือนผมไม่มีวันหยุด ไม่มีวันไหนที่ไม่ทำงานเลยพวกเราจะเชื่อกันไหม?
เปล่านะ... ผมไม่ได้กำลังจะเริ่มบ่นเรื่องเวลาส่วนตัวอะไรทั้งนั้น.. ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะผมเองนี่แหละที่เลือกหาเหาให้ตัวเอง ถึงจะเหนื่อยแต่มันก็สนุกเป็นบ้าเลย
ผมรู้ว่าวันพรุ่งนี้ วันต่อๆ ไป ผมจะตื่นไปทำอะไร ทำไปทำไม ดังนั้นตลอดหลายปีที่ผ่านมา คำถามทำนองว่า เราเกิดมาทำไม? เรายังหายใจอยู่เพราะอะไร? เทือกนี้ ไม่เคยอยู่ในหัวผมเลย..
เมื่อเรามีฝัน เรามีเป้าหมาย เรามีความมุ่งมั่นมากพอที่จะทำมันให้สำเร็จ เราจะไม่มีสมาธิเหลือพอสำหรับเรื่องลบๆ หรือเรื่องบั่นทอนจิตใจอะไรทั้งนั้น
ผมพบว่ามันค่อนข้างเสียเวลากับการมานั่งหาคำตอบในสิ่งที่เมื่อเรารู้ไปแล้วก็ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไร ชีวิตเราไม่ได้เปลี่ยนไปแต่อย่างใด ผมเลือกเอาเวลาไปทำอย่างอื่น
ตัดกลับมาที่เรื่องในมือของเราตอนนี้...
ณ ขณะที่เวลานี้ผมกำลังพิมพ์ข้อความยิกๆๆ บนมือถือ พวกเราเองก็กำลังอ่านมันบนมือถือในช่วงเวลาให้หลัง.. บทความที่ผมเขียนตอนนี้ให้คุณได้อ่านมันในอนาคต (พูดให้งงทำไมนะ)
มันคือการเลือกเอา "เวลา" ของเรามาใช้ไปกับการ "ให้คุณค่า" ในอะไรสักอย่าง ในที่นี้ก็คือคุณให้คุณค่ากับสิ่งที่ผมได้เขียนขึ้นมา เมื่ออ่านจนจบคุณจะรับรู้ได้เองถึง "ความคุ้มค่า" ไม่ว่ามีนจะมีอยู่หรือแทบไม่มีก็ตาม
การต้องยอม "เสียโอกาสทำสิ่งอื่น" (ต้องเอาเวลามาอ่านบทความผมแทน) นั้น มันให้อะไรกับคุณบ้าง?
นี่คือคำถามที่ผมถามตัวเองบ่อยมากๆ ตลอด 4-5 ปีให้หลังมานี้ ผมใช้เวลาว่างส่วนใหญ่ไปกับการ ไถๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ฟิล์มกันรอยบนหน้าจอมือถือ ผมรับเอาข้อมูลข่าวสารที่ทั้งดีและไม่มีห่าอะไรเลยเข้ามาในสมองจำนวนมาก หลังจากนั้นต้องมาคอยนั่งฟลัดทิ้งพวก Data ขยะทั้งหลาย
เสียเวลาไปแล้วตั้งไม่รู้เท่าไหร่
ใน 1 เดือนมานี้ผมหมกตัวอยู่กับ #Nostr ของค่อนข้างมาก ผมลดการใช้งานทั้ง Facebook, Twitter, IG, TikTok ลงไปอย่างมหาศาล โอ้.. พระเจ้า รู้งี้ผมทำไปตั้งนานแล้ว
เรารู้สึกได้เลยว่านี่แหละ คือ โลกโซเชียลที่เราออกแบบมันเองได้
ฉันจะดูแต่สิ่งที่ฉันอยากเห็น ฉันจะเป็นในแบบที่ฉันปรารถนา ฉันจะเสียเวลาให้กับเฉพาะคนที่ฉันอยากติดตาม ฉันแทบไม่ไถฟีดหรือปัดจอทิ้งๆ อีกต่อไป เพราะทั้งหมดนั้นฉันเลือกเองที่จะเห็นมัน!
ผมกำลังบอกพวกเราว่า... เราเลือกอนาคตให้กับสิ่งที่จะปรากฏบนจอมือถือของเราได้.. เราเลือกอนาคตในแบบที่เราจะใช้เวลาไปกับโลกโซเชียลมีเดียได้
ช่างหัวอดีตมันสิ!! อนาคตคือสิ่งที่เราจะทำในแบบที่อยากทำ
โอ้... มันเกิดความย้อนแย้งขึ้นในจิตใจผมในท้ายที่สุด ผมอยากจะลบมันเหลือเกิน ไอ้โซเชียลเมนสตรีมหอกหักทั้งหลาย ผมไม่อยากเห็นมันบนจอของผมอีก ..แต่
ผมนึกขึ้นได้ว่าผมเป็นใคร ผมมายืนตรงนี้ด้วยภารกิจอะไร (ที่ก็ผมนี่แหละที่หาเรื่องเอง) บนนั้นยังมีคนอีกมากมายหลายล้านคนที่ติดอยู่ในวังวนของสังคมเฟียตๆ ผมยังอยากจะช่วยพวกเขา ผมจะเดินดุ่มๆ ไปลากใครมาคงไม่ได้ แต่ผมแนะนำหรือยังคงเสนอทางเลือกให้กับพวกเขาได้
โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่อายุน้อยกว่า 25 ปี ที่ผมไม่อยากทนเห็นพวกเขาต้องถูกสนตะพายลากซ้ายละม้ายขวาอีกต่อไปแล้ว..
ถอนหายใจเข้า-ออกยาวๆ เมื่อรู้ว่าเรายังคงทิ้งใครเอาไว้เบื้องหลังไม่ได้
อ่า... นี่มันไม่เคยใช่เรื่องของผมเลย
ผมเป็นใครถึงคิดว่าตัวเองคือคนที่ต้องมาทำภารกิจนี้? ผมเป็นใครถึงคิดเอาเองว่าทุกคนจะอยากได้รับความช่วยเหลือ?
ผมคิดไปเองหรือเปล่า?
ผมสำคัญตัวเองมากเกินไปหรือเปล่า?
ผมมองอย่างเหม่อลอยไปที่ผนังห้องทำงานเฟียตของตัวเอง.. ตาผมเริ่มเบลอกับการพยายามหาคำตอบต่างๆ นานา..
ผมเห็นลางๆ ว่าแมลงอะไรซักอย่างกำลังดิ้นรนสุดชีวิตภายใต้เครือข่ายมรณะของใยแมงมุม.. เจ้า 8 ขาเพชรฆาตกำลังเดินย่างสามขุมอย่างช้าๆ เข้ามาเพื่อหวังจะปลิดชีพของมัน
นี่เป็นกลไกธรรมชาติอันน่าสลดหดหู่
เราเลือกอนาคตได้ว่า.. เราจะนั่งดูมันจนถึงนาทีสุดท้าย หรือเสือกตัวเองเข้าไปเพื่อหยุดกับดักนี้...
มันก็ขึ้นกับว่า.. เราอยากเห็นอนาคตแบบไหนนั่นแหละครับ