เมื่อวานเห็นคนตั้งคำถามเรื่องประเด็นนมขาดตลาด ก็มาฉุกคิดขึ้นได้ว่า

จริงๆแล้วมนุษย์ควรบริโภคนมของสัตว์ไหม?

หากมองที่โครงสร้างทางชีวภาพของมนุษย์ มนุษย์สามารถย่อยน้ำตาลแล็กโทสในนมได้ถึงแค่อายุ 2 ขวบ หลังจากนั้นความสามารถในการย่อยน้ำตาลนี้จะลดลง

ซึ่งอนุมานได้ว่าในทางธรรมชาติแล้ว มนุษย์ไม่ควรดื่มนมอีกแล้ว หลังจากอายุ 2 ขวบ (และแม่เองก็จะหยุดผลิตน้ำนมโดยธรรมชาติหลักจากคลอดบุตรแล้ว 1-2 ปีเช่นกัน)

ในปัจจุบัน มีคน 2 กลุ่มคือ

กลุ่มที่สามารถดื่มนมได้ปกติ กับ กลุ่มที่มีอาการผิดปกติหลังจากดื่มนม

พบมากในกลุ่มผู้คนแถบตอนเหนือและตอนกลางของทวีปยุโรป

กลุ่มที่มีอาการผิดปกติหลังจากดื่มนม เกิดจากร่างกายไม่สามารถผลิตเอนไซม์

แล็กเทสได้อย่างเพียงพอ ในการย่อยแล็กโทสในนม

ซึ่งกลุ่มนี้มักจะมีอาการ ท้องอืด ท้องเสีย ปวดท้อง

พบมากในกลุ่มผู้คนในทวีปแอฟริกา เอเชีย และอเมริกาใต้

แล้วมนุษย์เริ่มกินนมจากสัตว์ตอนไหน ดื่มทำไม?

ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่ค้นพบในปัจจุบัน ยังบอกไม่ได้ว่าจุดเริ่มต้นของการดื่มนมจากสัตว์อื่นของมนุษย์มันเริ่มขึ้นตั้งแต่ยุคสมัยไหน ไม่มีหลักฐานที่บ่งชี้แน่ชัด

เพียงแต่เราคาดการณ์ได้จากหลักฐานที่ค้นพบว่า มันน่าจะเริ่มขึ้นเมื่อหลายพันปีก่อน

จากการค้นพบไขมันนมในภาชนะโบราณ หรือ การค้นพบกลุ่มกระดูกฝูงสัตว์ให้นมเพศเมีย

แต่มันก็บอกไม่ได้ว่าทำไม มนุษย์ถึงเริ่มดื่มนมจากสัตว์ ทั้งๆที่ย่อยมันไม่ได้

อะไรเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ มีเหตุผลอย่างอื่นนอกจากเพื่อการเอาตัวรอดอีกหรือไม่?

ซึ่งในปัจจุบันก็ยังคงมีการถกเถียงกันว่า มนุษย์ควรดื่มนมจากสัตว์ไหม?

อยู่ตลอด และแน่นอนว่าทั้ง 2 แนวคิด ต่างมีจุดยืนที่เข้มข้นเป็นของตัวเอง

ฝั่งที่มีความเห็นว่า "มนุษย์ดื่มนมจากสัตว์ได้" เพราะการค้นพบการดื่มนม มันมาจากการวิวัฒนาการเอาตัวรอดของมนุษย์ และ ปัจจุบันมนุษย์บางกลุ่ม ก็ไม่ได้มีปัญหากับการย่อยแล็กโทสแล้ว (เกิดจากการวิวัฒนาการของยีนส์)

ในขณะที่อีกฝั่งก็มีความเห็นว่า "มนุษย์ไม่ควรดื่มนมจากสัตว์"

มนุษย์ควรหยุดกินนมตั้งแต่หย่านมแม่แล้ว เพราะร่างกายเรามันหยุดย่อยแล็กโทสไปแล้วตามธรรมชาติ

ส่วนความคิดเห็นของเราในฐานะคนที่มีภาวะย่อยแล็กโทสบกพร่อง

การดื่มนมจากสัตว์ควรเป็นแค่ทางเลือก ไม่ควรเป็นคำแนะนำสุขภาพ

(คำแนะนำแบบควรดื่มนมอย่างน้อย 1-2 แก้วต่อวัน)

เพราะสำหรับบางคน การดื่มนมตามคำแนะนำสุขภาพ ส่งผลเสียมากกว่าผลดี

อีกทั้งสารอาหารที่มีในนมจากสัตว์ สามารถหาทดแทนได้จากแหล่งอื่น เช่น

แคลเซียม สามารถหาได้ในปลาตัวเล็ก ผักใบเขียว

วิตามิน D มีให้คุณฟรีๆในแสงแดด

หรือถ้าหากอยากให้กระดูกแข็งแรง การเคลื่อนไหวร่างกาย การออกกำลังกายช่วยเพิ่มมวลกระดูก ลดภาวะกระดูกพรุนได้

https://m.primal.net/HHkE.webp

#ThaiNostrich #Siamstr

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

Edit :

กลุ่มที่สามารถดื่มนมได้ปกติ

พบมากในกลุ่มผู้คนแถบตอนเหนือและตอนกลางของทวีปยุโรป

ผมเป็นคนที่ดื่มนมวัว แล้วถ่ายท้องดีมาก เป็นยาถ่ายดี ๆ นี่เอง ช่วงไหนไม่ถ่าย นมจืด 1 ขวด หมดท้องเลย 😅

Translation?

น่าสนใจ แต่ประเด็นต่อไปคือเราจะมั่นใจได้ยังไงว่าน้ำนมดิบปลอดภัยจากเชื้อโรค มันมีวิธีตรวจสอบคัดกรองไหมนะคะ

กินครับ

ง่ายๆน่าจะต้องไปดู process ที่ฟาร์มเลยป่ะครับถ้าอยากชัวร์ก็เข้าแลปไปเลย แต่ลองหาดื่มดูสักครั้งเถอะครับถ้าดื่มแล้วมีผลในด้านลบก็ไม่ต้องดื่มครับร่างกายคนเราไม่เหมือนกัน

Absolutely fuc**** agree!

เราก็ยังมีความเห็นอยู่ว่า

เราควรกิน น้ำนมดิบของสัตว์ จริงดิ?

ในเมื่อร่างกายเราย่อยไม่ได้ เรากินมันเป็นทางเลือกได้แหละ แต่เราควรดื่มตามคำแนะนำสุขภาพจริงๆหรอ

สารอาหารที่ได้มันคุ้มค่าถึงขนาดนั้นเลยใช่ไหม

เป็นเรื่องที่ถ้าถกกันด้วยข้อมูลสนุกจริง ฝั่งวิชาการยังตรกันสนุกเลย

*****คำแนะนำสุขภาพ*****

*****ฝั่งวิชาการ*****

ใครเป็นคนวิจัย,ใครเป็นคนแนะนำ,เพื่ออะไร,คนทำได้อะไร

ความคิดเห็นส่วนตัว verify ด้วยตนเองครับ

ถ้ามันไม่คุ้มกับเวลาที่จะต้องเสียก็ปล่อยๆมันไปครับ(จะวิเคราะห์จากงานวิจัยหลายๆที่หรือทดลองเองก็สุดจะแล้วแต่ครับ ผิดกับตัวเองดีกว่าหลงเชื่อคนอื่นแล้วผิดครับ) มันไม่ได้มีผลกระทบต่อชีวิตเรามากไม่ดื่มนมก็หาสารอาหารจากอย่างอื่นได้ครับ

(บางสิ่งบางอย่างก็ปล่อยวางบ้างก็ได้ครับ)

ร่างกายเราไม่สามารถสร้างเอนไซม์ย่อยlactose ได้อยู่แล้วครับ เพราะสิ่งที่จะผลิตคือprobiotic ในลำไส้ครับ ดังนั้นการจำแนกจึงมีแค่ มีเชื้อหรือไม่มีเชื้อเท่านั้นครับ ลองดูข้อมูลจากliveนี้ดูครับ

IFF Talk EP.110 : นมดิบต่อสุขภาพ miracle of Raw milk

https://youtu.be/eJdVVTDs1Ok