เรื่องเล่าจาก Twitter (X)

เป็นเรื่องราวที่มีการแชร์ใน X ต้นทางทวีตไว้เมื่อ 3 วันก่อน เนื้อหาโดยรวมคือ

คุณแม่ของเจ้าของทวิตทานยาลดความดันและยาลดไขมันที่ได้รับจากคุณหมอต่อเนื่องมานานหลายปี แล้ววันหนึ่งคุณแม่ได้รับการสื่อสาร ไม่แน่ใจว่าจากกลุ่มline หรือ short content ใน social platfrom ว่า

" การทานยาลดไขมัน ยาลดความดัน ต่อเนื่องเป็นเวลานาน เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง"

ทำให้คุณแม่ของเจ้าของทวิต งดทานยาโดยที่ไม่บอกใคร จนเมื่อวันที่เจ้าของทวิตได้ทวิตนั้น คุณแม่มีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก จึงได้นำส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน พบว่า

" ความดันขึ้นสูงถึง 250 และ หมอวินิจฉัยว่า เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด เพราะขาดยามานาน "

ปัจจุบันยังอยู่ในห้อง ICU

จากเหตุการณ์ดังกล่าว เพื่อนๆชาว #siamstr มีความเห็นอย่างไรบ้าง และ มองเห็นอะไรในเหตุการณ์นี้

ปล. เหตุการณ์นี้มาจากเรื่องจริง ที่หยิบยกมาเพียงเพื่อให้เพื่อนๆได้ลองตั้งสติ วิเคราะห์ ในหลายๆเรื่อง ตามกระบวนการ Don't trust, Verify

ขอให้คุณแม่ของเจ้าของทวิต ปลอดภัยและฟื้นตัวอย่างรวดเร็วครับ

วิเคราะห์ดีเอาไป 100 sat อิอิ

note from #wherostr

#fastingfatdentist

#หมอบ่นfiat

#healthstr

#health

#IFF

#nutrition

#fiat

#siamstr

#siamstrOG

#bitcoin

#siamesebitcoiners

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

ลองคาดเดาดู

ยาลดความดันมีผลต่อการขยายหลอดเลือด กินมานานต้องค่อยๆลด ลดทันทีทำให้ หลอดเลือดหัวใจไม่ขยายเนื่องจากต้องพึ่งยา ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ แน่นหน้าอก

ยาลดไขมัน ลดการสลายไตรกลีเซอไรด์ มีผลต่อระดับฮอร์โมนรึบ่าว

ความดันเป็นสิ่งที่ร่างกายสร้างขึ้น แปลว่าร่างกายกำลังต้องการความดัน

ซึ่งนั่นก็แปลว่ามีความผิดปกติอะไรซักอย่างจริงๆแหละ

การทานยาลดความดันยิ่งกลับกลายเป็นทำตรงกันข้ามกับสิ่งที่ร่างกายกำลังต้องการ

แต่การหยุดยาลดความดันไปเฉยๆไม่ได้ไปแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ

เคสนี้น่าจะถึงจุดที่ แม้ว่าร่างกายจะเร่งความดันขึ้นมาก็ไม่สามารถส่งเลือดกลับไปที่หัวใจได้เพียงพอ

ในความเห็นผม ควรทำให้ร่างกายกลับไปสู่สมดุลย์ก่อนควบคู่กับค่อยๆลดยาความดันลง

ก็ fasting ง่ายๆนั่นแหละครับ

ทีมรออ่านเม้น

รอด้วย^^

ผมว่าเหตุการณ์นี้ทำไปเพราะขาดความรู้ ไม่ได้ทำไปเพราะความเข้าใจเลย เชื่อสื่อไปว่ากินยาพวกนี้แล้วเป็นมะเร็งเลยกลัวมะเร็งแทน แต่ความจริงมันอาจจะแค่ไปสะสมที่ตับและไตเท่านั้น คนไข้ก็ไปเลิกกินยาทั้งที่ไม่ได้ปรับโภชนาการเลยทำให้อาการกำเริบขึ้นมาได้ แต่ในทางกลับกันถ้าจะเลิกทานยาเพราะกลัวผลข้างเคียงของยา ควรหาความรู้เกี่ยวกับกระบวนการทำงานของร่างกายและสารอาหารก่อน และควรอยู่ในความดูแลของหมอที่มีความรู้แบบใหม่ด้วยครับ ถึงจะปฏิบัติได้อย่างปลอดภัยครับพี่หมอ 🥰🥰⚡⚡💪💪

ความดันลดได้จากการกิน การ Fasting และออกกำลังกายครับ สำหรับความคิดผม “ห้ามหยุดยาเองเป็นอันขาด” ครับ ทำอะไรต้องแจ้งแพทย์ เค้าจะได้ปรับตัวกับเราถูก ถึงหมอจะไม่เห็นด้วยเค้าก็ห้ามเราไม่ได้ครับ ต้องบอกว่าอยากลองทำ เดี๋ยวเค้าเห็นผลจริง ๆ เค้าก็เอาด้วยเองครับ

ยาลดความดันผมมองต่างจากกลุ่มลดไขมัน … ยาลดความดันแก้ผลลัพท์ปลายทางสุด … ยาลดไขมัน จริงๆอาจจะไม่ได้แก้อะไรเลย … สิ่งที่สำคัญที่สุดต้องแก้ตั้งต้นเหตุ อาหารนั่นเอง

ถ้าจะให้เจาะจริงๆก็คงต้องดูความดัน ช่วงทานยาด้วยว่าเป็นยังไงครับ สาเหตุการเสียชีวิตตามข่าวอาจจะใช่ แต่สาเหตุของสาเหตุใช่การหยุดยาจริงหรือเปล่า บอกได้ยากครับ

ขอเดาว่าเกิดอาการ yoyo effect จากการหยุดยากระทันหัน

และ nutrition flow ไม่ทันการเปลี่ยนแปลงร่างกายเลยน็อค ครับ

ร่างกายต้องใช้ความดันเพื่อขับเลือดไปเลี้ยงหัวใจ แสดงว่าน่าจะมีตรงไหนที่ตีบ เลือดไหลไม่ flow มันเลยส่งแรงดันทะลุ ทะลวง

แล้วภาวะหัวใจขาดเลือดเกิดจาก มีลิ่มเลือดอุดตัน อยู่ในหลอดเลือดหัวใจที่ตีบแคบ

การหยุดยาความดันแล้วความดันขึ้นสูงมันก็เป็นเหตุและผลที่ควรเกิดขึ้น เพราะ หลอดเลือดหัวใจมันตีบอยู่มันต้องการเลือด

แต่สงสัยว่าที่หมอวินิจฉัยว่า

เพราะหยุดยาความดัน เลยทำให้หัวใจขาดเลือด มันเอ๊ะ! อ่ะ

แล้วก็สงสัยว่าถ้าไม่หยุดยาลดความดันมันจะไม่เกิดภาวะนี้หรอ ได้จริงดิ หรือ คนไข้ได้ยาขยายหลอดเลือดไปด้วย แล้วหยุดยานั้นเอง แต่การไปโทษยาลดความดันมันได้หรอ

ถ้าทั้งหมดที่เราเขียน

เราเข้าใจหลักการทำงานผิดทั้งหมด

วานหมอไขข้อสงสัยเพิ่มเติมทีนะคะ

ผมวิเคราะห์แบบบ้านๆ ผมว่าการกิน/ใช้ชิวิตของคุณแม่ เค้าไม่ healthy โดย default ด้วยละมั้งคับ

ผมเดานะ คือ ยาลดความดันทำอะไรซักอย่างกับกล้ามเนื้อหัวใจทำให้ ความดันลดลง แต่ด้วยความที่หลอดเลือดตีบร่างกายต้องการให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ในร่างกายได้จึงต้องเพิ่มความดันยิ่งขึ้นไปอีกเพื่อสู้กับยาลดความดัน

การหยุดยาลดความดันโดยทันทีจึงส่งผลให้ความดันสูงขึ้นฉับพลัน

ส่วนการที่กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดนี่ใช่เพราะการหยุดยาแน่หรือ ไม่ใช่เพราะว่ากินยาความดันมานานเหรอ เพราะว่าหากพิจารณาผลกระทบของยามันควรจะเป็นอย่างหลังมากกว่า

คุณพฤษก ยังไม่มีกระเป๋าหรือครับ อดzap ให้เลย

มีแล้วครับ หมอ zap ให้ผมมาแล้วตั้ง 300 sat😱

อ้าว สงสัยระบบรวน 5555

ถ้าให้ผมมองในด้าน อย่าเชื่อใจแต่ให้ตรวจสอบ

-ในส่วนของการทานยาและการงดการทานยา เพื่อนๆคนอื่นๆคงตอบไปหมดแล้ว

-ในส่วนของการที่ไปดูข้อมูลในโซลเชียลต่างๆ ผมมองว่าข้อมูลในส่วนนี้เข้าถึงได้ง่ายคนทั่วไปส่วนใหญ่ใช้กัน และถ้าเราดูข้อมูลแนวๆนั้นมาก เราจะยิ่งเจอข้อมูลแนวประมาณนั้นทุกๆวันๆจนไม่รู้ตัว และหลงเชื่อไปเองโดยอัตโนมัติ อารมณ์เหมือนโดนเป่าหูทุกวัน แต่เป็นข้อมูลที่ได้เสพนั้นคัดกรองมาด้วยไหมไม่รู้

-ในส่วนของคนทำข้อมูลลงโซเชียลก็ไม่ได้รับผมอะไรแค่ทำอะไรก็ได้ให้คนเข้ามาดูช่องเยอะๆ เพราะฉะนั้นการจะเชื่ออะไรใครในคอนเทนต์อะไรก็แล้วแต่ ใช้สติก่อนเสมอ (I have สติ)

ทั้งนี้ทั้งนั้นผมก็ขอให้เขาปลอดภัยด้วยนะครับ

ผมอาจจะไม่สันทัดด้านการใช้ภาษาที่จะสื่อ

เหมือนเคยเห็นโน๊ตนึ่งของคุณหมอ ที่บอกว่าเราอยู่ในยุคที่มีข้อมูลมากมาย แต่ขาดการคัดกรอง อะไรสักอย่าง

เดาว่า เป็นเพราะกินยาลดความดันมานานจนร่างกายชินกับการถูกควบคุมความดันด้วยยา พอหยุดยากระทันหัน อาจทำให้ระบบนี้ของร่างการต้องปรับตัวใหม่

หรือการกินยาลดความดัน อาจหมายถึงคุณกำลังจองจำตัวเองไปแล้วหรือเปล่า

ประเด็นที่ 1 เส้นเลือดอุดตัน

ผมคิดว่ายาอาจจะไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องเส้นเลือดอุดตันจนทำให้หัวใจขาดเลือด เนื่องจากการที่เส้นเลือดอุดตันมันเกิดจากการที่เส้นเลือดมีการอักเสพอย่างต่อเนื่องซ้ำๆอยู่แล้ว จนร่างกายไม่สามารถรักษาตัวเองได้ทัน เพราะโดยปกติถ้าเส้นเลือดมีการอุดตันอย่างช้าๆ ร่างกายจะมีการสร้างเส้นเลือดขึ้นมาใหม่เพื่อแทนเส้นเลือดเก่าได้อยู่แล้ว

ประเด็นที่ 2 เรื่องความดัน

การที่ความดันสูงขึ้นเนื่องจากการหยุดยา เพราะร่างกายมีการอักเสบอยู่แล้ว ร่างกายจึงมีความต้องการเลือดเพื่อไปซ่อมแซมส่วนที่เสียหาย แต่เรากดความดันไว้ด้วยการกินยา เมื่อหยุดยาความดันสูงขึ้นจึงเป็นเรื่องปกติ

สิ่งที่ต้องทำคือ ศึกษาวิธีการและลดการอักเสบของร่างกายที่ถูกต้อง ปรับ life style พร้อมกับการหยุดยา

เคยเห็นคุณหมอโพสรูปที่มีข้อความประมาณว่า ยามีไว้กดอาการไม่ใช่รักษา

เหตุการณ์นี้ผมคิดว่า เมื่อไม่ได้ใช้ยานั่นคือสภาวะปกติของร่างกาย ร่างกายพังมานานแล้วโดยที่ไม่รู้ตัว

และการที่คุณแม่ของเจ้าของทวิตงดทานยาจากการที่อ่านข้อความข้อความนึง ผมคิดว่าเค้าน่าจะมีความไม่เชื่อมั่นในยาที่กินอยู่แล้วด้วย กินแล้วไม่ได้ผล หรือไม่มีทางเลือกอื่น

ยาลดไขมันเป็นยาแบบเดียวกับยาลดน้ำหนักรึเปล่า เคยทราบมาว่ายาลดน้ำหนักจะมียาให้อีกชุดที่เอาไว้กินก่อนจะหยุดยาด้วย ไม่ใช่ให้หยุดกินยาไปเฉยๆ ไม่รู้เกี่ยวกันมั้ยนะครับ

ความดันสูงขึ้น แต่กล้ามเนื้อหัวใจกลับขาดเลือด ฟังดูขัดกันแต่ผมไม่รู้ว่ามันปกติหรือไม่ปกติ ต้องถามแพทย์หรือคนที่รู้ด้านนี้

บทวิเคราะห์ส่วนตัวในเหตุการณ์นี้ ขอบคุณทุกคนที่ร่วมออกความคิดเห็นนะครับ

https://youtu.be/z4NGbRSKdqg

ืnote from #wherostr

#nortr

#fastingfatdentist

#หมอบ่นfiat

#healthstr

#health

#IFF

#nutrition

#fiat

#siamstr

#siamstrOG

#bitcoin

#siamesebitcoiners

nostr:nevent1qqs9cv7ha37zc2df3hf70j5rf463ffcccmkyehhw0xf8d46k68q3uvqpz3mhxue69uhhyetvv9ujuerpd46hxtnfdupzpv6tgsyzf4gha3x6dtr87vvhm0ylq0vz6u8aadl5kausnwk0h9n8qvzqqqqqqycgkaw4

แก้ไข link สงสัยจะโดนเพ็งเล็งจาก YT 5555555

บทวิเคราะห์ส่วนตัวในเหตุการณ์นี้ ขอบคุณทุกคนที่ร่วมออกความคิดเห็นนะครับ

https://rumble.com/v41ck8w--151223.html

#nortr

#fastingfatdentist

#หมอบ่นfiat

#healthstr

#health

#IFF

#nutrition

#fiat

#siamstr

#siamstrOG

#bitcoin

#siamesebitcoiners

เราไม่มีความรู้ทางด้านการแพทย์ เลยจะวิเคราะห์ตามภาษาชาวบ้าน

หนึ่งประเด็นที่ทำให้ผู้ป่วยตัดสินใจทำสิ่งที่หมอห้าม อาจเป็นเพราะผู้ป่วยไม่มีความเชื่อมั่นในการรักษา หรืออาจเข้าใจว่าไม่มีทางหายขาด เพียงแค่กินยาไปเรื่อยๆเป็นระยะเวลานาน เมื่อผู้ป่วยได้รับสารที่ว่ามาข้างต้น ซึ่งไม่รู้ว่าจริงไม่จริงแต่ด้วยความกลัว ความเชื่อผิดๆ ความไม่เชื่อมั่น ความอยากมีชีวิตรอด มันเกิดอะไรก็ได้จากการที่ไม่รู้