ผมเกิดคำถามหนึ่งในหัวอยากถามความคิดเห็นของเพื่อนๆครับ

.

สำหรับคนที่เก็บพลังงานของเขาไว้ในที่ดิน อสังหาฯ หรือแหล่งอื่นๆ ที่เป็นเราคิดว่าไม่ใช่เป็นแหล่งเก็บพลังงานที่ดี ควรเอาไปใช้ประโยชน์อย่างที่มันควรจะเป็นมากกว่า

.

คำถามคือ: อะไรที่จะเป็นแรงจูงใจให้เขายอมปล่อยพลังงานจากสิ่งเหล่านั้นมาเก็บในบิทคอยน์แทนในอนาคต..

เมื่อบางทีเขาอาจรู้สึกว่าที่ๆเขาเก็บพลังงานไว้อยู่นี้ก็เก็บได้ดีอยู่แล้ว พอถึงอนาคตข้างหน้า อาจจะเปลี่ยนมาเป็นบิทคอยน์ได้จำนวนน้อยลงอีก(ราคาเทียบเงินสูงขึ้น)

#Siamstr #Bitcoin

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

ก็ต้องขายที่ ขายบ้านไม่ออกจนเข็ดอะครับ เลยต้องมาเลือกสิ่งที่มีสภาพคล่องมากกว่า

พอเกิดความไม่แน่นอน.. ขายไม่ออก ก็ลดราคาเรื่อยๆ 🤔

เป็นปกติครับ

อย่างผม ได้ที่ดินมาจากมรดกถึงจะเข้าใจเรื่องสภาพคล่อง และพอเข้าใจบิตคอยว่าอนาคตจะมีพลังงานเหลือเก็บจากคนทั้งโลกเข้าหามัน ผมก็ไม่ขายที่ดินนั้นเพื่อเข้าบิตคอย มันมีปัจจัยอื่นๆที่ต้องตัดสินใจด้วย เช่น ความกตัณญูต่อผู้ที่ไว้ใจส่งต่อพลังงานนี้มาให้เรา มันก็คือพลังงานที่รุ่นก่อนๆสะสมไว้ จนตกทอดมาถึงผม และผมจะต่อให้ลูกผมครับ

มีที่ดินที่ซื้อด้วยพลังงานของตัวเองด้วยบางส่วน ถึงจะไม่มาก แต่ผมยังรักษามันไว้ ส่งต่อให้ลูกเช่นกัน

โดนภาษีเข้าเยอะๆ เดี๋ยวก้สมองงอกเองอ่าครับ

ถ้ามีที่ดินแล้วไม่ทำให้เกิดประโยชน์กว่าอัตราถาษีที่เก็บ แล้วจะเข้าใจครับ และอีกเรื่องคือการแปลงเป็นสภาพคล่องของเงินสด(พลังงาน)

ผมชอบที่พี่นิคเคยบอกว่า “เป็นคนไม่ใช่ต้นไม้ เวลาที่หมามันมาเยี่ยวใส่ เราจะต้องเลือกว่าจะเตะหมา หรือ เดินหนีหมา ถ้าเราไม่อยากที่จะต้องเตะหมา เราจะต้องเลือกที่จะเดินหนี”

ที่ดินมันทำให้เรากลายเป็นต้นไม้ที่หนีไปไหนไม่ได้ โดยเฉพาะที่ดินที่อยู่ในขอบเขตของประเทศที่ปกครองโดยรัฐที่ช่อฉล

เราอาจจะยินดีและภาคภูมิใจที่เรามีที่ดินเก็บสะสมอยู่มากมายในสภาวะที่ประเทศ หรือรัฐยังคงความเป็นปกติอยู่

จนกระทั้งรัฐเริ่มทำตัวเป็นมาเฟีย เริ่มขึ้นภาษี เริ่มออกกฎหมายที่ไม่สมเหตุสมผล เริ่มเวนคืนที่ดินตามอำเภอใจ เริ่มที่จะผลิตเงินอัดฉีดเข้ามาในระบบอย่างบ้าคลั่งทำลายระบบเศรษฐกิจของประเทศ

ในเวลานั้นหลาย ๆ คนคงมีความต้องการ อยากที่จะเตะหมาตัวนี้ จนกระทั้งรู้ตัวว่าไม่มีทางที่จะสู้หมาตัวนี้ได้ อยากจะหนีก็หนีไปไหนไม่ได้ต้องปล่อยให้หมามันเยี่ยวใส่ เพราะไม่อยากสูญเสียสิ่งที่เก็บสะสมมาทั้งชีวิต

ซึ่งบิตคอยน์จะเป็นทางออกในเรื่องแบบนี้ เราไปที่ไหนก็ได้ในโลก กับทรัพย์สินที่อยู่ในอากาศธาตุที่จับต้องไม่ได้ มีสภาพคล่องที่สูงสามารถเปลี่ยนเป็นสิ่งอื่น ๆ ได้เมื่อเราต้องการ เราตั้งตัวและเริ่มชีวิตใหม่ที่ไหนก็ได้ ไม่ใช่กับที่ดิน

อย่างน้อย เราก็สามารถเลือกที่จะไปอยู่ในประเทศที่รัฐมีความเป็นมิตรกับเราได้ เราเป็นผู้ที่ได้เลือกรัฐ ไม่ใช่รัฐที่เลือกให้เราต้องทนอยู่

ซึ่งกว่าคนที่มีที่ดินเก็บสะสมจะเปลี่ยนมาเลือกบิตคอยน์ก็จะต้องให้เขาได้เห็น ได้เจอ ได้สัมผัสกับประสบการณ์เลวร้ายที่รัฐได้ทำกับเขาซะก่อน ไม่อย่างนั้นเขาก็ไม่มีวันเปลี่ยนและคิดว่าสิ่งที่เขาเลือกแล้วเป็นสิ่งที่ดีที่สุด แต่นั่นก็ไม่ได้ผิด เราแค่มองกันต่างมุมเท่านั้น

ผมที่ต้องการจะอยู่ที่ไหนก็ได้ในโลก โดยที่ผมสามารถนำทรัพย์สินของผมเดินทางติดตัวไปได้ในทุก ๆ ที่ที่ต้องการ

และเขาที่ต้องการจะมีที่อยู่เป็นหลักเป็นแหล่ง ลงหลักปักฐานในที่ใดที่หนึ่ง แล้วอยู่กับทรัพย์สินของเขาที่สามารถจับต้องได้

เราต่างมีเหตุผลที่เป็นของตัวเอง มันเป็นเพียง scenario บนปัจจัยของเดิมพันที่แตกต่างกัน :)

ขอบคุณสำหรับประเด็นนะครับ หวังว่าจะสนุกกับคำตอบ ❤️

#Siamstr #SiamstrOG

ขอบคุณครับสำหรับคำตอบ.. คำถามที่อยู่ในหัวผมได้คลี่คลายแล้ว 😊🤯🌱🙏

ของดีอีกแล้ว

ขอบคุณครับ ❤️

ยินดีเลยครับ ❤️

ผมเพิ่มเติมจากพี่ฮิปให้อีกนิดครับ

>>ผมเชื่อว่าในอนาคตเค้าจะแบ่งพลังงานบางส่วนมาเก็บไว้ในทั้ง 2 อย่าง แต่สัดส่วนก็ตามความพอใจของแต่ละคนเลยครับ เหมือนในอดีตและปัจจุบันที่หลายๆคนเก็บทั้งที่ดินและทองคำครับ

เห็นด้วยครับผม :)

”จะเลือกทำไม ก็มีมันซะทั้งหมดเลยสิ“

แต่จะทำแบบนั้นได้เราต้องมีเงินที่ดีซะก่อน การเก็บออมบนเงินที่ดีเมื่อข้ามกาลเวลายิ่งให้คุณค่ากับผู้ที่เก็บออม จนเราสามารถที่จะนำเอาเงินออมของเรา (บิตคอยน์) ไปเปลี่ยนเป็นสิ่งที่เราต้องการ บ้าน ที่ดิน รถยนต์ เครื่องบิน ทองคำ เครื่องประดับ อะไรก็ได้ที่เราพอใจที่จะมีมันในอนาคต

แต่เราทำแบบนั้นไม่ได้ ในโลกของเงินเสื่อมค่า เงินออมที่ถูกด้อยค่า ทำให้เรายิ่งเก็บออมยิ่งจนลง สิ่งที่เราเก็บออมเพื่อที่จะซื้อมันเมื่อเวลาผ่านไป ยิ่งมีมูลค่าที่ไกลเกินเอื้อมหนีห่างจากเราไปเรื่อย ๆ

ดังนั้นในเวลานี้ พวกเราจึงเลือกบิตคอยน์ เพราะพวกเราต่างมองเห็นว่าในอนาตค เมื่อเราต้องการที่จะมีอะไรก็แล้วแต่ บ้าน ที่ดิน รถยนต์ เครื่องบิน ทองคำ เครื่องประดับ ยิ่งเวลาผ่านไปเราจะพบว่าเราจะจ่ายมันเป็นบิตคอยน์ ด้วยจำนวนของบิตคอยน์ที่น้อยลง

ดังนั้น Bitcoin First... ครับ :) ❤️

#Siamstr

เมื่อวานที่อาจารย์พูดเรื่องหนี้ในหน่วยของเงิน fiat ขึ้นมา ทำให้ผมต้องกลับมานั่งคิดอีกทีเลยว่าจะนำเงินไปโปะบ้านหรือนำไปเก็บออมในบิทคอยเพิ่มดี

จริง ๆ ผมก็ไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องการเงินนะครับ ยังเอาตัวเองไม่รอดเหมือนกัน แต่ผมมีมุมมองที่ว่าถ้าเรามี “หนี้” บนการมี “กระแสเงินสดสภาพคล่องที่ดี” เมื่อเวลาผ่านไปเราจะยิ่งจ่ายคืนหนี้ได้ถูกลงเรื่อย ๆ บนโลกที่เงินถูกผลิตเพิ่ม เพราะว่าเราสามารถสร้างเงินจากการทำงานของเราได้มากกว่าปริมาณของหนี้ที่เราก่อ

ถ้าจะพูดให้เห็นภาพคือ ถ้าสมัยที่พ่อของผมยังอยู่ เขาทำงานมีเงินเดือน 8,000 บาทต่อเดือน ในขณะที่บ้านทาวน์เฮาส์หลังละ 450,000 บาท ต้องผ่อนค่าบ้านเดือนละ 3,000 คิดเป็น 38% ของรายได้ต่อเดือน ในเวลานั้นมันเป็นเงินค่าผ่อนบ้านที่เยอะมาก ๆ แต่ถ้าเขาเลือกที่จะไม่โปะบ้าน แล้วรอให้ผมมาผ่อนค่าบ้านให้ต่อ ในวันที่ผมทำงานมีเงินเดือน 25,000 บาท ที่ค่าผ่อนบ้านจะคิดเป็น 12% ของรายได้ของผม มันทำให้เห็นว่า “หนี้” เมื่อเวลาผ่านไปเราจะจ่ายมันได้ถูกลงเรื่อย ๆ ส่วนดอกเบี้ยถือเป็นค่าใช้จ่ายที่เราจะต้องจ่ายในการยืมเงินในอนาคตมาใช้

แต่ใด ๆ ก็แล้วแต่ ผมมองว่ามันจะอยู่บนพื้นฐานของความเสี่ยง ในกรณีที่เราขาดสภาพคล่องจากปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ การตกงาน อุบัติเหตุ การเจ็บป่วยเฉียบพลัน การต้องใช้เงินฉุกเฉิน ก็ควรจะต้องบริหารหนี้และสร้างกระแสเงินสดสภาพคล่องให้ดี ๆ และไม่ประมาท และถึงจะได้รับข้อมูลจากหลาย ๆ แหล่ง เรายังคงต้องตัดสินใจบนสมมติฐานของตัวเราเอง เพราะว่าเราจะรู้จักตัวของเราเองดีที่สุด

ถ้าโปะบ้านแล้วทำให้ไม่ต้องคิดมาก อยู่ในสภาพที่ลอยตัวจากหนี้ที่อยากจะทำอะไรก็จะได้ทำ จะได้เอาเงินที่จะหามาได้หลังจากนั้นไปทำในสิ่งที่ต้องการแบบที่ไม่มีชะงักติดหลังค่อยฉุดรั้งเอาไว้

จะเลือกเป็นบิตคอยน์ก่อน แต่เดิมพันก็สูงเช่นกันเพราะว่าเราเองก็การันตีมันไม่ได้ว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น ทิศทางของมันจริง ๆ แล้วจะไปในทางไหน

หรือว่าจะหาวิธีที่จะสร้างกระแสเงินสดสภาพคล่องเพิ่ม จากการทำงานเสริม การอัพสกิล แล้วเราก็เลือกมันทั้งคู่

เป็นกำลังใจให้นะครับ :) ❤️

ขอบคุณครับ เห็นด้วยเลยครับเรื่องสภาพคล่องยังไงก็ต้องทำให้ชัวไว้ก่อน แต่เรื่องนี้ยังไงก็ต้องปรึกษากันในครอบครัวก่อนแหละครับ เพราะมีชื่ออยู่ในโฉนดด้วยกันกับเมีย จะเอาความคิดเราคนเดียวก็ไม่ได้🫡

อธิบายได้เยี่ยมเลยครับ ปัจจุบันอาจจะยากอยู่ที่เราจะพกพาทรัพย์สินแล้วย้ายไปอยู่ประเทศอื่น อนาคตผมว่าจะเริ่มมีประเทศที่เปิดรับมากขึ้นง่ายขึ้น

มันจะเป็นช่วงเวลาที่คนจะไหลไปยังประเทศที่เป็นมิตรกับเขามากขึ้น

ผมว่า เขาคงไม่ขายอสังหาริมทรัพย์มาซื้อ bitcoin จนกว่า

"จะเข้าใจว่า bitcoin เป็น unit ในการเก็บมูลค่าที่ดีกว่าและมีสภาพคล่องที่สูงกว่า"