Replying to Avatar Lord Voldemort

เห็นอิสรนิยมศึกษาบรีฟเรื่อง Bitcoin (แต่เขาเขียนยาว) ผมสนับสนุนข้อความคิดเขานะ โดยเฉพาะในเชิง Praxis ผมให้แนวความคิดดังต่อไปนี้โดยสรุปละกัน:

1. ผมไม่เชื่อว่า "อำนาจ" เป็นสิ่งที่เกิดมาจากล่างขึ้นบน เมื่อมองประวัติศาสตร์ของมนุษย์ "อำนาจ" เป็นสิ่งที่เกิดจากบนลงล่างเสมอ ยกตัวอย่างเช่น มหาบุรุษ vs มวลชน (Great man vs people's history)

.

2. ตลอดประวัติศาสตร์-การแยกเงินออกจากรัฐ ไม่สามารถทำได้โดยประชาชนไปสร้างคอมมูนอะไรกันเอง เพราะรัฐเดินเข้ามาคุณถึงแม้คุณจะปกป้องตัวเองมากน้อยแค่ไหน

.

3. รัฐเป็นองค์กรผูกขาดความรุนแรง > มีปืน, กองทัพ, ตำรวจ > ผูกขาดเงิน ดังนั้น การแยกเงินออกจากรัฐในแง่ทฤษฏีการเมืองมันอาจเป็นไปได้ด้วยการ "ลดอำนาจรัฐ" แต่ในทางปฏิบัติ "รัฐไม่เคยคิดจะลดอำนาจตัวเอง" ตามแนวคิดเสรีนิยมดั้งเดิม แต่ทางออกของกลุ่ม Austro-libertarianism คือคุณต้อง "ไร้รัฐ" (รายละเอียดเป็นไงไว้ว่ากัน)

.

ตัวอย่างเห็นได้ชัดคือ สกุลเงินดอลลาร์ มีคนพยายามย้อนกลับกฎ Gresham's law โดยเชื่อว่า "เงินที่มีค่าต่ำกว่าจะไหลเวียนแทนเงินที่มีค่าสูงกว่า" ด้วยการทดลองทางเศรษฐกิจในยุโรปตะวันออก (บริบทอาจขาดเหลือยังไงแย้งได้เลย) เพื่อสร้างกฎใหม่คือ Thiers' law มันเสนอว่า

.

"ประสบการณ์ของการใช้ดอลลาร์ในประเทศที่มีเศรษฐกิจและสกุลเงินอ่อนแอ (เช่น อิสราเอลในทศวรรษ 1980, ยุโรปตะวันออกและประเทศต่างๆ ในช่วงเวลาหลังการล่มสลายของกลุ่มสหภาพโซเวียต, หรือเอกวาดอร์ตลอดปลายศตวรรษที่ 20 และต้นศตวรรษที่ 21) อาจถือได้ว่าเป็นการทำงานของกฎเกรแชมในรูปแบบที่ตรงข้าม เพราะโดยทั่วไปแล้ว ดอลลาร์ไม่ได้เป็นเงินที่ชำระหนี้ตามกฎหมายในสถานการณ์เหล่านั้น และในบางกรณี การใช้มันยังถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย"

.

"อดัม เฟอร์กัสสัน (Adam Fergusson) และ คอสแตนติโน เบรสชาเนีย-ตูโรนี (Costantino Bresciani-Turroni) ในหนังสือ Le vicende del marco tedesco ที่ตีพิมพ์ในปี 1931 ได้ชี้ให้เห็นว่า ในช่วงเงินเฟ้อรุนแรงในสาธารณรัฐไวมาร์ปี 1923 เมื่อเงินสกุลทางการสูญเสียมูลค่าจนแทบไม่มีใครยอมรับ มนุษย์จึงหยุดใช้เงินดังกล่าวในการแลกเปลี่ยนสินค้า ซึ่งสร้างปัญหาร้ายแรง โดยเฉพาะเมื่อเกษตรกรเริ่มกักตุนอาหารไว้เอง ดังนั้น สกุลเงินใดก็ตามที่ได้รับการสนับสนุนด้วยมูลค่าบางประการจึงกลายเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้าแทน สถานการณ์ในลักษณะเดียวกันนี้เริ่มปรากฏให้เห็นในปี 2009 ระหว่างช่วงเงินเฟ้อรุนแรงในซิมบับเว"

.

"ตัวอย่างเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ในกรณีที่ไม่มีการบังคับใช้กฎหมายเงินตราที่มีผลบังคับอย่างมีประสิทธิภาพ กฎเกรแชมจะทำงานในทางกลับกัน หากประชาชนมีทางเลือกในการรับเงิน พวกเขาจะเลือกรับเงินที่เชื่อว่ามีมูลค่าสูงในระยะยาว และปฏิเสธเงินที่พวกเขาเชื่อว่ามีมูลค่าต่ำในระยะยาว แต่หากไม่มีทางเลือกและถูกบังคับให้รับเงินทุกประเภท ทั้งดีและไม่ดี พวกเขาจะมีแนวโน้มที่จะเก็บเงินที่มีมูลค่าสูงกว่าไว้กับตัวเอง และส่งต่อเงินที่มีมูลค่าต่ำกว่าให้ผู้อื่น"

.

#siamstr

#มีแต่ควายเท่านั้นที่เลือกพรรคประชาชน

nostr:npub1mqcwu7muxz3kfvfyfdme47a579t8x0lm3jrjx5yxuf4sknnpe43q7rnz85 เรียกมันมาดีเบตดิ 555

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

Bitcoin never pursued that kind of power in the first place.

It was conceived to uplift individuals, not gobern societies.

So I don't see why we should debate what was never meant to be contested.

anyone trying to rope Bitcoin into politics is just another politician, not a Bitcoiner.

I doubt real Bitcoiners bother with such agendas.

It's neither right nor wrong for me to be interested or not.

I'm just a Bitcoiner who cares only about my own financial sovereignty, nothing more.

https://v.nostr.build/qe8qeD9vmsf8jlWx.mp4

I think Bitcoiner idea oppose natural of animal such as Human.

It’s okay to take agenda but it’s not fine when we reject the existent-of humanity.

We try to reject “being of natural” and live like a post modern right wing.

That’s fun when we try to say “อำนาจแม่งเหี้ย“

I appreciate your perspective, but there’s a misunderstanding here.

Choosing Bitcoin is simply about retaining personal financial sovereignty, not about rejecting human nature or society.

It’s not a political crusade. it’s just an alternative for those who prefer direct control over their own wealth.

If that looks ‘postmodern right-wing’ to you, that’s your interpretation, yet I’m not here to impose any agenda on anyone.

I’m a Bitcoiner, not a politician.

I’m just curious why people can reject of being so why they can do a dangerous thing. That’s the reason why that financial is not about everything. So on