จาก Live สด สภายาม่วง เมื่อคืน

พี่ชิต บอกว่า "พี่ไม่เคยพูดเรื่องนี้ที่ไหนเลย"

ผมจำได้ว่าพี่ชิต เคยพูดเรื่องนี้กับผม ตอนอยู่หน้าบาร์ เรื่องการทำธุรกิจ กับ Bitcoin

ต้องยอมรับว่า การทำธุรกิจในปัจจุบัน พวกเราจะต้องทำธุรกิจ ในโลก ของ Fiat

พวกเราต้องสร้าง Productivity สินค้า หรือ บริการ เพื่อสูบเงินจากโลกของ Fiat มาถมฝั่ง BTC มันจะเป็นตัวเร่งเพื่อให้ระบบ BTC ชนะได้เร็วขึ้น

ถ้าเรายังรอให้พวกเจ้าสัว หรือ Bill Gates มาซื้อ BTC แม่งมันไม่มาง่ายๆ หรอก เพราะ ถ้ามันมาหุ้นของมันจะตกมันไม่ยอมลดมูลค้าทรัพย์สินมันหรอก

#siamstr

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

ทำลายล้างงงงง

มันคือ สงคราม ไม่ Every thing or Not thing ไม่มีตรงกลาง Final bet

พวกเรา bet กันอย่างแรงกล้า

ลุยยยยยยย

ไม่นอนในลังกระดาษใต้สะพานลอย ก้อยู่ในปราสาทไปเลยย

FINAL BET

ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ธธธธธธธธธธธธธธธธธธธ

มันน่าคิดเหมือนกันครับ การที่เจ้าสัว รายใหญ่ บิลเลี่ยนแนร์ ทั้งหลายยังไม่โถมเขามาในบิตคอยน์ในพรวดเดียว อาจจะเป็นเพราะว่าทันทีที่ทำแบบนั้น ทรัพย์สิน อสังหา สินค้าต่าง ๆ จะถูก settle ราคาในหน่วยของบิตคอยน์ทันที (แน่นอนละ เหล่าอินฟลูยังยอมรับ ชาวบ้านตาสีตาสาคงไม่อยู่เฉย ๆ ) และรวมถึงทรัพย์สินต่าง ๆ ของเหล่าบิลเลี่ยนแนร์ที่จะถูกตั้งกันให้หน่วยของบิตคอยน์ด้วยเช่นกัน

พวกเขาคงไม่ยอมแน่ ๆ ที่ทรัพย์สินของพวกเขาจะถูกประเมินราคาใหม่ โดยเฉพาะในเวลาที่พวกมีหน่วยของบิตคอยน์เก็บสะสมเอาไว้ น้อยกว่าพวกที่เคย adoption บิตคอยน์ตั้งแต่ตอนที่มันยังไม่มีราคาเลยด้วยซ้ำ

ลองนึกภาพดูแล้วก็ตลกดี ถ้าหากจะมีคนบ้าคนหนึ่งที่เคยขุดบิตคอยน์มาตั้งแต่บล็อกแรก ๆ แล้วเก็บไว้ไม่เคยขาย แล้วในวันที่บิตคอยน์มัน mass adoption ไปแล้ว คนบ้าคนนี้มันสามารถซื้อทรัพย์สินทั้งหมดของเหล่าบิลเลี่ยนแนร์พวกนี้ได้ ด้วยบิตคอยน์จากยุคแรก ๆ ของพวกเขา

นี้มันคือการฟลิบจากยากจกให้เป็นเศรษฐี แล้วเปลี่ยนจากเศรษฐีให้กลายเป็นยาจกได้เลยนะครับ 555

และ Ref. จากที่พี่ชิตพูดเรื่องไขมันส่วนเกินเมื่อคืน บางที่ไอ้พวกบิลเลี่ยนแนร์ ที่มันถูกประเมินว่ามีทรัพย์สินมูลค่าเท่านั้นเท่านี้ ที่มันถูก pair อยู่กับ $ ที่ดูจะ Over Capacity เมื่อดูจาก P/E Ratio จากหุ้นของกิจการที่พวกเขาเป็นเจ้าของแล้ว

จริง ๆ ถ้ารีดไขมันออก พวกมันอาจจะไม่ได้ร่ำรวยกันขนาดนั้น เมื่อเอาทรัพย์สินมาประเมินด้วยการ pair ในหน่วยของ BTC ก็ได้นะ 555

ระดับเจ้าสัวอย่างนายบิลเกต ผมว่าเขาแอบเอาความมั่งคั่ง 1% ของเขามาเก็บเป็น btc เพื่อ hedge ความเสี่ยงที่โลกจะเปลี่ยนเป็น bitcoin standard เอาไว้นานแล้วแถวๆก้นของกราฟแต่ละ cycle ไว้แล้ว ซึ่งความมั่งคั่ง 1% ของเขาในโลกเฟียต มันเยอะพอที่จะเปลี่ยนเป็น btc มากพอที่จะใช้ชีวิตสมถะชิวๆได้เรื่อยๆอยู่แล้ว แต่คิดว่าถ้าถึงเวลานั้นอย่างน้อยเขาก็อาจจะจนลงจนถึงจุดที่จะไม่มีทุนไร้ขีดจำกัดมาวิจัยไวรัสใหม่ๆ เชื้อโรคใหม่ๆหรือสก่อสงครามใหม่ๆเพื่อระรานชีวิตของพวกเราแล้วเหมือนกัน นับเป็นเรื่องดีต่อมนุษยชาติ และแน่นอนเขาเลยต้องต่อต้าน 55555555

เห็นด้วยครับ ในมุมมองของการประกันความเสี่ยงที่อะไรก็อาจจะเกิดขึ้นได้

และผมชอบมากเลยคำว่า “มีทุนไร้ขีดจำกัด” จริง ๆ บางทีพวกเราก็เอาพลังงานเหลือใช้ไปเก็บไว้กับ asset. ที่มี capacity จำกัด ๆ อย่างหุ้น จนค่า p/e มันระเบิดไปใกล้ จนทำให้รัฐเจ้าของตัวจริงของทรัพย์สินพวกนั้น ต้องหาทางผ่องถ่ายส่วนที่เกินใน capacity ไปใช้ละลายเล่นในการทำสงคราม (เพราะว่าถ้าไม่ผ่องถ่ายออกไปบ้าง เดี๋ยว asset. ที่จริง ๆ แล้วมันมี capacity ที่ต่ำกว่าความเป็นจริง มันจะระเบิดตูม แล้วเศรษฐกิจอาจจะล้มกันเป็นโดมิโน่ก็ได้)

narrative เรื่องโรคระบาดก็เช่นกัน

คุยกันข้างนอกเรื่องพวกนี้นี่ โดนคนหาว่าเพ้อเจ้อได้เลยนะครับ 555

ทำสงครามคือการล้มกระดาน การชักดาป อย่างหนึ่ง อีกอย่างหนึ่งคือแอบพิมเงินเนียนๆเป็นข้ออ้างในการใช้ทำสงคราม

ผมเอาเรื่องพวกนี้แชร์ใน IG สตอรี่จนทุกวันนี้คนกดดูสตอรี่ผมเหลือไม่ถึง 10 คน แต่ไม่เป็นไร ผมไม่ได้ต้องการตามหานีโอ ผมแค่แจกยาฟรีเอามันส์เฉยๆ 555555555555

ฮา

ถ้า bitcoin คือความเสี่ยงของเหล่าเจ้าสัว

แล้วพวกเขาจะไม่พิจารณาถึงการกระจายความเสี่ยงบ้างเลยเหรอ 🤔