ถ้าหากสมมุตินะ… หรือผมกำลังสังสัยเพราะมันมีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นเหมือนกันทั่วโลกนับจากจบสงครามโลกครั้งที่สอง

ถ้าใครพอจำได้ดีว่านโยบายหรือหลักเศรษฐกิจที่มาจากเคนส์ รวมถึงการที่มีการแก้ไขจากเศรษฐศาสตร์กระแสหลักอย่างสำนักการเงิน เมื่อไปผนวกกับระบอบประชาธิปไตยมันเกิดสิ่งนี้ทั่วโลกแบบที่คุณมองเห็นสัจจธรรมด้วยภาพตามนี้เลยว่า ประเทศที่เป็นลิ่วล้อจักวรรดิอเมริกาส่วนใหญ่จะถูกกดทับภายใต้ระบอบการเงินสมัยใหม่หรือผู้แพ้

ผมยกตัวอย่างญี่ปุ่น ที่มีการกระจายอำนาจตั้งแต่แรกเริ่มผ่านระบอบโชกุน รวมถึงพวกยากูซ่าหรือไซบัสซึ ประเทศนี้มีการพัฒนาหรือฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจเพราะเอกลักษณ์ แต่ก็โอบล้อมไปด้วยปัญหาด้านสุญญากาศการทำให้เกิดปัญหาเศรษฐกิจ สิ่งที่ผมพบก็คือประเทศที่ยอมเป็นเมืองขึ้นอย่างแท้จริง อย่างญี่ปุ่น เกาหลี หรือ อิตาลี่กลับพบหายะเช่นนั้น

แต่กลับกันประเทศโลกที่สามอย่าง โซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมีปัจจัยทางทหารเข้ามารวมหรือเกี่ยวข้องเป็นระบอบที่ไม่เคยสมบูรณ์ หรือ วาทะกรรมฝ่ายซ้ายก็มักจะพูดว่า ประชาธิปไตยที่ไม่สมบูรณ์ ในขณะที่ผมให้นิยามตัวเองว่าเป็น พวกนักสังเกต ก็จะพบว่า ก็ประเทศเราฐานรากมันไม่ใช่ประชาธิปไตย แต่มันคือระบบชนชั้น มันไม่ได้ถูกสร้างอย่างอเมริกามันจะไปทำอย่างนั้นได้ยังไง ? แต่ก็ช่างเถอะมันไม่สำคัญ มันสำคัญตรงที่ประเทศโลกที่สามเวลาจะกู้เงิน มันกู้จากประเทศโลกที่หนึ่งหรือมหาอำนาจของแต่ละทิศ แต่สิ่งที่น่าสนใจในมุมมของของรัฐศาสตร์คือ ทหาร และ ใช่ พอทหารขึ้นมาเป็นหรือแต่งตั้งใครสักคนขึ้นมาเป็น สุดท้ายเค้าจะแพ้ฝ่ายซ้าย

และเช่นเดียวกันกลับ กรณีของเวเนซุเอล่า อาเจนติน่า หรือ ชิลี และปัญหาที่ตามมาคือ ทุกคนอยากได้ความเจริญ โดยมองว่า “สิ่งที่รัฐชาติอื่นมีคือความเจริญ ดังนั้นถ้าเรามีเท่ากับเค้าคือความเจริญ” (1)

#Siamstr

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

(2) และสิ่งที่ผู้มีอำนาจจะทำถัดมาคือการกู้พันธบัตร และ เรียกเก็บภาษีเพื่อมาใช้ในการบริโภคโดยส่วนรวม มันคงปฏิเสธไม่ได้ว่าลัทธิบริโภคนิยม มันคือ ความสบายอกสบายใจของเพื่อนมนุษย์

เรามีปัจจัยพื้นฐาน ที่ไม่ได้มาจากปัจเจกแต่มาจากรัฐถา ที่เสกเงินขึ้นมาจากการกู้ยืมเพื่อเพิ่มบาลานซ์ชีต จนบวม และ รัฐที่สร้างได้โดยใช้ ค่าใช้จ่ายน้อยที่สุดคือรัฐที่ดี ซึ่งมันเหมือนตัวของรัฐแบ่งหน้าที่กันเจริญเติบโต

และคุณสังเกตดูดีๆ ประเทศโลกที่สาม จากทหารแล้วต้องมาเป็นพวกฝ่ายซ้ายอยู่เสมอ

ผมยกตัวอย่าง ซัลวาดอร์ อเยนเด ที่ขึ้นมาเป็น ประธานาธิบดี ชิลี ก่อนจะถูกทหารสังหาร เพื่อเพิ่มศักยภาพในการครองอำนาจ 16 ปี ของออกุสโต้ ปิโนเชต์ ก่อนที่เค้าจะแพ้ให้กับฝั่งซ้ายกว่าอีกรอบ หรือ ประธานนาธิบดีคนปัจจุบัน ของชิลี

มันเกิดเหตุการณ์ Reaction ของแต่ละฝ่ายกันทั่วโลก

ประเทศเราเคยมีพรรคคอมมิวนิส ก่อนจะโดนทหารรวบ พอทหารปกครอง พวกนักคิดฝ่ายซ้ายก็ขึ้นมา แล้วประชานิยมของทักษิณก็ชนะทั้งสองฝั่ง ก่อนจะโดนทหารริบอำนาจ แล้วก็เกิดปฏิกิริยาจากพวกฝั่งซ้ายอีกรอบ พร้อมทั้งนโยบาย ที่พวกนักการเมืองชอบใช้คือ “ความเจริญ” ซึ่งเป็นความเจริญในการทำ Government Spending แทบทั้งสิ้น

พอมองประวัติศาสตร์ทางเศรษฐกิจเราก็จะพบว่าเรามีเหตุการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นเรื่อยๆ และทุกครั้งที่มีการต่อสู้ภายใน ผู้เสียภาษีก็ยังเป็นประชาชน

และทุกครั้งที่มีการชุมนุมมันก็เกิด chaos ซึ่งรัฐต้องใช้ cost เพื่อนำมาทำรุบำรุงสิ่งที่ตัวเองพึงสร้าง

ในขณะที่พวก Anarchirst-Capitalism ผมเริ่มทำงานผมก็พบว่าใช่มันเกิดปรากฏการณ์ Reactionary เกิกขึ้นทุกสารทิศ

เหตุการณ์ศรีลังกาในอาทิตย์มันสะท้อนให้ผมเห็นภาพนี้ เฉกเช่นเดียวว่าในอนาคตผมจะได้เห็นฝ่ายซ้ายในเขมรขึ้นมาลุกฮืออีกครั้ง หรือ การทำการเมืองภายใต้ระบอบประชาธิปไตย แบบ ศูนย์กลางอำนาจ

(3) เมื่องาน TBC2024 ผมได้ยินพี่ปกป้องพูดเรื่องการ Decentralized ของพรรคการเมืองสีส้ม ใช่ครับเค้าพูดเหมือนน้อง nostr:npub1dkd59r7zg45wthcce56cayltcqqp4km8dg9zzffgwpz48htaf0gqsa47gq ไม่มีผิดคือ คำพูดของนักการเมืองคือสิ่งที่เชื่อไม่ได้ เพราะ Policy มันสะท้อนถึงปัญหาตรงที่ว่า ไม่ว่าชุมชนใดก็ตามต้องยึดแกนหลักของพรรค หรือ ศีลธรรมของพรรคเป็นหลัก

เมื่อเรามองลึกเข้าไปจะพบว่า เนื้อแท้คือรัฐสวัสดิการภายในชุมชน โดยบังคับให้เป็นนศีลธรรมระดับหมู่ จากเพื่อนบ้าน ของคุณเอง

โดยที่ผู้เลี่ยงภาษีจะถูกลงโทษโดยเสียงโหวตระดับ Mass Majority เพื่อใช้ศีลธรรมนั้น ทำลายตัวมันเอง

และนอกจากประเทศไทย ผมอยากให้คุณโฟกัสไปทั้งโลกคุณก็จะพบว่า หลักศีลธรรมนั้นถูกกำหนดไว้แล้วผ่านข้อกฏหมาย หรือ สัญญาส่วนรวม เพื่อ “มาตรฐานสากลของโลก”

ไม่ว่าจะเป็นพรรคขวาจัดหรือซ้ายจัด(ตามการพลาดหัวของนักหนังสือพิมพ์) มันก็แทบไม่ต่างกันในการสร้างหนี้เสียเพิ่มขึ้น เพื่อความดีงามและความเจริญ

เราถูกทุกคนเหมือนถูกปลูกฝังกันในโรงเรียนว่าโลกที่เจริญแล้วเค้ามีอะไร ไม่ใช่การหาความหมายของสิ่งที่ตัวเรามีอยูา

ทั้งหมดนี่จึงเป็นเหตุและผลของผมในมุมมองที่มองโลกที่สามที่เรากำลังเป็นอยู่กำลังจะนำไปสู่การขึ้นมาของพรรคซ้ายๆสีส้มอีกครั้ง เพื่อมาแก้ปัญหาหนี้ที่รัฐบาลประชานิยมทำไว้ โดยไม่ได้คิดถึงประเทศ แต่คิดถึงตัวเอง

สุดท้ายนี้เหมือคุณอ่าน #fuckimf คุณจะเห็นภาพที่เหมือนการวนลูป เพื่อชนกันแล้วแตกอีกหลายรอบ เพียงเพราะหลักเศรษฐศาสตร์ที่ว่าของที่มีค่าคือสิ่งที่หา(สร้าง)ได้ยาก

#siamstr

ตอนตั๋งมาคอมโบกับพี่ปกป้องคุยเรื่องการเมือง ผมนี่หัวบวมหนักเลย 555

note นี้ช่วยให้ผมย่อยข้อมูลได้เยอะเลย ขอบคุณครับ

คำว่าขวาจัดหรือซ้ายจัด มันไม่มีทางเกิดขึ้นได้ในระบบ เคนส์ครับ ซึ่งมันเป็นระบบการเมืองสมัยเก่า ตัวกลางมันคือธนาคารครับ

ผมยกตัวอย่าง Javier Milei ที่เป็น ปธน. ที่สำเร็จความใคร่ของชาวบิตคอยน์หลายๆคน เพราะเป็น Anarcho Capitalist สิ่งที่เค้าทำได้ก็เพียงแค่นโยบายประชานิยมหรือ Mass Majority เท่านั้น ครับ

ระบบสมัยใหม่ที่พึงเป็นไปได้สำหรับผมคือ Oligarchy แบบ รัสเซีย หรือ เอลซาวาดอร์ ซึ่งคุณจะพบว่ามันจะมีความเป็นเผด็จการอยู่ในคาบประชาธิปไตยแบบขวาๆ ลองมองภาพกว้างๆ รัฐชาติแบบนั้นจะเจริญได้ จริง แต่ก็ไม่เทียบเท่าจักวรรดิดั้งเดิม

ส่วนตัวพอได้ไปเห็นความเจริญที่เค้าว่ากันแล้วส่วนใหญ่มันคือความเจริญในอดีตที่กำลังล่มสลาย หรือบางที่มันก็เจริญแต่เปลือกแต่ข้างในกลวงโบ๋ สุดท้ายไม่ได้ต่างจากที่เราเป็นอยู่ซักเท่าไหร่

จริงครับ แบบธุรกิจหมี่เสวี่ย อย่างงี้ 555

กลับมาก่อน พอพูดถึงรัฐบาลแบบจีน เราจะเห็นพวกเค้าสร้างสิ่งที่ไม่มีคนต้องการจริงๆซึ่งไม่สอดคล้องกลับตลาด สุดท้าย จีนแม่งจะวนลูปสัตว์เศรษฐกิจ แต่รอวันเจอมหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่ถล่มอีกรอบ ผมกล้าพูดได้เลยว่า เพราะจักวรรดิญี่ปุ่นยอมจำนนจนเหลือแค่ประเทศญี่ปุ่น เลยทำให้จีนกลายเป็นมหาอำนาจได้

ตั๋งตื่นเช้ามาก

อันนั้นยังไม่นอน แต่ Note นี้คือพึ่งตื่นครับพี่

ตั๋งหล่อ ตื่นเช้า

GM 😊🌧🌱☕️

4ปี vs ชั่วชีวิต ไม่ได้หมายถึงแค่การคงอยู่ในอำนาจแต่หมายถึงการที่ต้องเจอความเสื่อมด้วย

และในช่วง 4 ปี วิธีเดียวที่ทำให้เค้าสามารถได้พลังที่เหนือกว่าผู้เล่นคนอื่นคืออำนาจในการพิมพ์เงิน

.

ถ้าจากที่พี่ตั๋งพูด ระบอบประชาธิปไตยที่คนส่วนใหญ่เป็นบริโภคนิยมคือเน้นการใช้จ่าย วิธีเดียวที่จะได้คะแนนเสียงก็คือการใช้จ่าย กระตุ้นการใช้จ่ายซึ่งเข้าทางเคนส์เลยฮะ

จริงอย่างที่น้องพูดครับ

เพราะ Voters ส่วนมากในระบบก็อยากที่จะได้เป็น Free riders เพื่อให้ได้ผลประโยชน์ในระยะสั้นๆ

โดยไม่สนใจว่าระยะยาวจะเป็นยังไง

หากสังเกตดูก็จะพบว่า “ทุกพรรคการเมือง มีแค่วาทะกรรมจะใช้เงินภาษีไปทำอะไร มากกว่า เราจะเก็บภาษีให้น้อยลงเพื่อเอกชนจะสร้างอะไร”

ล่าสุด วาทะกรรมของประธานาธิบดีฝ่ายซ้ายสายมาร์กซิสของศรีลังกาที่ชนะการเลือกตั้งในอาทิตย์ที่ผ่านมาบอกข้อแรกที่เค้าจะทำคือการทำ Bail out อีกครั้ง และ คุยกับ IMF โดยเค้าจะสร้างความเจริญ ซึ่งไอ้ความเจริญและคำว่าความก้าวหน้า นั้นในระบอบประชาธิปไตยมันคือกลลวง

GM ครับ เจอของดีแต่เช้า