Avatar
Suphanaj
014a55f230d3c809b91b6c8001d2a54c7a6559e36e606ff70cda4ed30817f1c6

บก. พามาทางนี้ ผมก็ไปทางนี้แหละครับ 🧡5555

Replying to Avatar Jingjo

## Bitcoin, Not Shitcoin

สังคมเจริญ เมื่อเงินเลิกตอแหล

บิตคอยน์คือ universal truth คือความจริงระดับจักรวาลที่ใครก็หลีกเลี่ยงหรือบิดเบือนมันไม่ได้ เป็นเสมือนค่า G หรือแรงโน้มถ่วงที่บังคับให้ทุกคนและทุกสรรพสิ่งที่ต้องการมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด ไม่ว่าจะเป็นนก ปลา ต้นไม้ รวมถึงมนุษย์ทุกคน ล้วนอยู่ภายใต้กฎแรงโน้มถ่วงเดียวกัน บิตคอยน์เองก็ไม่มีวันเปลี่ยนเพื่อใครคนใดคนหนึ่งเช่นกัน

ปรากฏการณ์แบบนี้มันโคตร rare มาก หายากมาก ๆ ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นได้บ่อย ๆ ในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ การเกิดขึ้นของบิตคอยน์เป็นคือการ break through ครั้งสำคัญไม่ต่างจากการค้นพบไฟ บิตคอยน์คือ turning point คือ game changer คือ paradigm shift ครั้งใหญ่ เพราะเราไม่เคยมีเงินที่ไร้ตัวกลางและมีความกระจายศูนย์แบบนี้มาก่อน แม้ทองคำเองจะมีคุณสมบัติการเป็นเงินที่ดี แต่ข้อจำกัดของมันก็ทำให้สุดท้ายสุดถูกรวมศูนย์และถูกโกงได้ในที่สุด

นี่คือการเปลี่ยนครั้งสำคัญของโลกคล้าย ๆ กับการยอมรับและเข้าใจแล้วว่าโลกแม่งกลม ไม่ได้แบนอย่างที่ตาเรามองเห็น การเปลี่ยนแปลงครั้งนั้นนำโลกเราเข้าสู่ยุคเรเนซองส์ที่สวยงาม พี่ชิตคิดว่าบิตคอยน์ก็กำลังนำพาพวกเราไปสู่โลกยุคเรเนซองส์ 2.0 เพราะหลาย ๆ ทฤษฎีและหลาย ๆ องค์ความรู้ที่เราเคยเชื่อว่ามันจริง การเกิดขึ้นของบิตคอยน์ได้ทำให้สิ่งเหล่านั้นไม่จริงอีกต่อไป อย่างเช่นแนวคิดเศรษฐศาสตร์เคนเซียนที่บอกเราว่า เศรษฐกิจของประเทศจะโตได้ต้องมีเงินเฟ้อและการบริโภคทำให้สังคมเจริญรุ่งเรืองมากกว่าการเก็บออม บิตคอยน์ทำให้เราเห็นว่าเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้มันคือเรื่องตอแหล!

++++++++++

บางส่วนบางตอนจากหนังสือ "เงินเฟ้อคือคดีอาญา" บทที่ 9

วันนี้ได้ผู้ช่วย บ.ก. กิตติมศักดิ์ nostr:npub1hwaqxl6lh5mf5r5gly5jpjh0xfucc4ltrl7pclxqzdrfxv7a2ekqsmns92 มาช่วยตรวจสอบตรวจทานเนื้อหาด้วย เนื้อหาเลยไหล ๆ มาเหลือแค่ประมาณ 30% ก็จบดราฟต์ 6 (ใช่อ่านไม่ผิดครับ แก้กันมา 6 รอบแล้ว!) ก่อนจะพร้อมส่งให้พี่ชิตแอพพรูฟและส่งเข้า สนพ. ต่อไป

ส่วนใครใจร้อนอดทนรออ่านไม่ไหวแล้ว

วันที่ 30 ตุลาคมนี้ เวลาสองทุ่ม เรามีไลฟ์สัมภาษณ์สดพี่ชิตโดยสองหนุ่มอิสรซุปแห่งไรท์ชิฟท์

เตรียมเก๊กฮวยมีฟองกันให้พร้อม!!!

nevent1qvzqqqqqqypzpkpsaeahcv9rvjcjgjmhntamfu2kwvllhry8ydggdcntpd8xrntzqqszv5c9gcarvshz450zggztpumdy8d9zfwxmh3a0reg720j3dulmxsw5nndm

#siamstr

ทำไมผมอ่านเป็นเสียงพี่ชิต “สังคมเจรืญ เมื่อเงินเลิกตอแหล “

😅😅😅

การออม แม่ทุกสถาบัน

🙏🙏 🧡🧡

#Siamstr

#MakeSavingGreatAgain

เอ้ก อี้ เอ้ก เอ้ก….🍳

#siamstr

แลกเปลี่ยนกันโดย มิได้นัดหมาย 😅

ถอดรองเท้าย่ำหญ้า ก็ฟิลดีนะครับ 😄

#siamstr

Replying to Avatar Jakk Goodday

## คอมเม้นท์เป็นกรณีศึกษา

Base on มุมมองของพี่ ความเห็นส่วนบุคคล และบนโจทย์ของการสื่อสารให้กระชับตรงประเด็นเป็นหลัก

จุดแข็งที่พี่เห็น คือ ความจริงใจและความกระตือรือร้นที่แสดงออกมาผ่านภาษาที่ใช้ รวมถึงการใช้คำถามเชิงวาทศิลป์ กระตุ้นให้คนอ่านคิดตาม และการยกตัวอย่างปัญหาที่เกิดขึ้นจริง ทำให้บทความมีความน่าสนใจ

สำหรับพี่มันอาจยังมีจุดที่ควรปรับปรุง เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการสื่อสารตรงประเด็นประมาณนี้...

Hit the Point?

มีส่วนที่เยิ่นเย้อและออกนอกประเด็นอยู่บ้าง เช่น การพูดถึงความไร้สาระของคนที่โดนหลอก ซึ่งแม้จะเกี่ยวข้องกับหัวข้อหลัก แต่ก็เป็นการอ้อมเกินไป ทำให้ผู้อ่านอาจเสียเวลา และไม่เข้าใจประเด็นหลักที่ผู้เขียนต้องการสื่อ แนะนำว่าควรตัดส่วนที่ไม่จำเป็นออก (ในโอกาศถัดไป) และเริ่มต้นด้วยการเปรียบเทียบระหว่างทองคำและ Bitcoin ทันที

เช่น..

เคยสงสัยไหมครับว่า.. ทองคำที่เราซื้อมานั้นแท้จริงแค่ไหน? การตรวจสอบทองคำนั้นซับซ้อนมากนะครับและต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญพอสมควร แต่บิตคอยน์ต่างออกไป...

Only Signals, No Noises?

มีเนื้อหาบางส่วนที่ไม่จำเป็นและอาจทำให้ผู้อ่านสับสน เช่น ประเภทของกระเป๋าบิตคอยน์ (Cold Wallet, Hardware Wallet) หรือศัพท์เทคนิคอย่าง UTXO ซึ่งผู้อ่านทั่วไปอาจยังไม่เข้าใจและดูไม่เกี่ยวกับหัวข้อหลักเท่าไหร่

อาจจะปรับได้โดย.. ลองตัดรายละเอียดที่ไม่จำเป็นออกและมุ่งเน้นที่ประเด็นหลักแทน คือ บิตคอยน์ตรวจสอบได้ง่ายและปลอดภัยกว่าทอง

เช่น.. เพียงแค่ใช้โปรแกรม Wallet ก็สามารถตรวจสอบยอดบิตคอยน์ของเราได้ทันที มั่นใจได้ว่าบิตคอยน์นั้นเป็นของเราจริงและไม่มีใครสามารถโกงเราได้..

Structure

อาจจะยังขาดการจัดโครงสร้างที่ดี ทำให้ผู้อ่านอาจรู้สึกว่าเนื้อหากระจัดกระจายและไม่น่าติดตามได้

อาจจะแบ่งเนื้อหาออกเป็นส่วนๆ เช่น..

- ทองคำ ความยุ่งยากในการตรวจสอบ ความเสี่ยงที่จะถูกหลอก

- บิตคอยน์ ความง่ายในการตรวจสอบ ความปลอดภัยและการเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง

Respectful and Non-Judgmental Communication (พ้อยท์นี้เกี่ยวข้องกับจิตวิทยาในการสื่อสาร ค่อนข้างลึก ค่อยๆ ฝึกและสังเกตผลเอาเองเรื่อยๆ)

มีบางคำที่ใช้ภาษาไม่สอดคล้องกับมู้ดแอนด์โทนรวมๆ ของเนื้อหา เช่น โคตร, แม่ง และบางวรรคเราเผลอตัดสิน, เหมารวมผู้อ่านที่ยังไม่รู้จักบิตคอยน์ เช่น พวกท่าน, ไร้สาระ

ลองฝึกใช้ภาษาที่เป็นกลางและเพิ่มการให้เกียรติผู้อ่านทุกๆ คน

เช่น แทนที่เราจะใช้คำว่า โคตรไร้สาระ (ซึ่งมันดูแรงดี มันดูดุดัน แต่มันอาจ Toxic กับความรู้สึกของคนอ่าน ซึ่งจะไปเบี่ยงเบนวัตถุประสงค์หลักในการสื่อสารของเราหมด) เราอาจใช้.. น่าเสียดาย

และแทนที่จะใช้คำว่า พวกท่าน (ซึ่งหมายถึงคนอ่านทุกคน, คนที่ทำเช่นนั้นทุกคน ทั้งที่เค้าอาจไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำไม่ถูก, เข้าใจผิด) เราอาจใช้.. หลายคนหรือบางคน อาจจะ แทน

อาจใช้คำพูดที่เชิญชวนให้คนกลุ่มนั้นลองหันมาศึกษา มากกว่าการ Toxic เพื่อให้ตาสว่าง หรือรู้สึกในเชิงลบ (โดยที่เราเองอาจไม่รู้ตัว ไม่ได้ตั้งใจ) เช่น หากท่านสนใจ..

ถ้า Mood & Tone คือการบ่น ต่อว่า วิพากษ์วิจารณ์ ให้คนเหล่านั้นโดยตรง ภาษาในลักษณะนั้นไม่ผิด วัตถุประสงค์จะชัดเจนขึ้น

แต่ถ้าเราอยากให้เขาตระหนัก ฉุกคิด ไตร่ตรอง เปิดรับข้อมูลใหม่ เราควรเปิดใจเข้าด้วย ซึ่งก้ออาจต้องลดโทน Aggressive (กับคนที่เราไม่รู้จัก) ลงหน่อย มันจะได้ผลและมีประสิทธิภาพกว่า

เราไม่ได้เก่งหรือฉลาดไปกว่าใคร เราแค่อยากแบ่งปันและแนะนำสิ่งที่เรารู้ที่เราคิดว่ามันจะเป็นประโยชน์สำหรับเขา

Anyway เสียงของตลาด เสียงของคนอ่าน ไม่ได้ดังออกมาเสมอไป บางทีมันก็อาจดังอยู่ในใจ..

ถ้าเจตนาเราดี ซึ่งเจตนาของบทความนี้ดี ก็ควรแสดงออกถึงเจตนาที่ดีนั้นให้ชัดเจนครับ

🧡🧡

Replying to Avatar Jingjo

"ในระบบเศรษฐกิจแบบตลาดเสรีที่ไม่มีการบิดเบือนจากอำนาจรัฐ ทุกการกระทำจะมีผลที่ตามมาเสมอ ทุกอย่างเกี่ยวเนื่องผูกพันกันเป็นลูกโซ่ ไม่ว่าจะผลดีหรือผลร้าย ผู้กระทำจะต้องได้รับมันอย่างแน่นอน กลไกนี้มันเปรียบเสมือนระบบเวรกรรมที่ใครก็หนีไม่พ้น มันทำให้มนุษย์เรียนรู้ ปรับตัว ดิ้นรน คิดค้น วางแผน และลงมือทำเพื่อแสวงหาและไขว่คว้าผลลัพธ์ที่ตัวเองต้องการ

หากอยากร่ำรวยและประสบความสำเร็จก็ต้องขยันทำงาน ต้องมุ่งมั่นพยายามสะสม Proof of Work ที่สร้างคุณค่าให้ผู้อื่น เพื่อที่ผู้อื่นจะมอบคุณค่าของเขาตอบแทนกลับมา พี่ชิตก็เชื่อว่าคนที่จะร่ำรวยได้ก็คือคนที่สะสมคุณค่าที่คนในสังคมมอบกลับมาให้เขาได้มากพอ ไม่ว่าเราจะเป็นใคร จะเป็นหมอ ครู ช่างไม้ เกษตรกร พ่อค้า คนเก็บขยะ นักดนตรี หรือแต่คนต้มเบียร์แบบพี่ชิต พวกเราทุกคนล้วนสร้างคุณค่าให้สังคมเพื่อแลกเปลี่ยนกับผลตอบแทน และเมื่อสังคมมีคนหลากหลายคนมาช่วยกันสร้างคุณค่า อารยธรรมมนุษย์ก็เจริญรุ่งเรือง ใครที่ทำได้ดีกว่าคนอื่นก็ย่อมได้รับผลตอบแทนมากกว่า ใครที่ทำเหี้ย ๆ ก็จะอยู่ไม่รอดและล้มหายตายจากไป

ตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา มนุษยชาติยิ่งใหญ่ได้ก็เพราะแบบนี้ มันไม่จำเป็นต้องให้รัฐบาลหรือคนบางกลุ่มมาชี้นิ้วบงการไปทุกเรื่อง เพราะคนที่ไม่เคยลงมือทำอะไรจริงมันไม่มีวันรู้ดีกว่าคนที่ทำจนเชี่ยวชาญ คนที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่มี skin in the game มันไม่มีทางตัดสินใจได้ดีกว่าคนที่ลงมือทำจริง ทำเอง สำเร็จเอง พลาดเอง รวยเอง เจ๊งเอง และรับผิดชอบผลจากการกระทำด้วยตัวเอง"

> บางส่วนบางตอนจากหนังสือ "เงินเฟ้อคือคดีอาญา" ของพี่ชิต nostr:npub1d3p50qlhd5q45f43kpafc3w9y5rzn8td3jnjwzktl2kuxl799ghspyc79h

พวกเรากลับมากระทืบคันเร่งทำหนังสือเล่มนี้กันเต็มอัตราศึก

อยากให้ได้อ่านกันภายในปีนี้ (หรืออย่างเลวคือต้นปีหน้า)

เป็นกำลังใจพี่ชิต ผม ดีเจต้าร์ และสมนึกด้วยนะครับ

หมายเหตุ : แอบปล่อยทีเซอร์หน้าปกดราฟต์ 0

#siamstr

#siamstrOG

#bookstr

🧡🧡

Replying to Avatar Somnuke

วิวัฒนาการระบบการเงินกับการสร้างเนื้อสร้างตัว

- ยุคมาตรฐานทองคำ: คนใช้เวลา 2-5 ปี ซื้อบ้านทั้งหลัง

- ยุคเบรตตันวูดส์ (เมกาสำรองทองคำผู้เดียว ประเทศอื่นเอาดอลลาร์ไปค้ำ): ผ่อนบ้านใช้เวลา 5-10 ปี

- ช่วงเปลี่ยนผ่านเป็นมาตรฐานเฟียต (พ.ศ. 2514): เก็บเงินดาวน์ 2 ปี ผ่อน 10-15 ปี

- 10 ปีที่ผ่านมา: เก็บเงินดาวน์ 7-10 ปี และผ่อนอีก 30 ปี

- ณ วันนี้: ขยายเวลาผ่อนนาน 85 ปี คนกู้ผ่อนทั้งชีวิตไม่หมด ลูกหลานต้องมารับช่วงต่อ ถ้าไม่เอาก็ปล่อยยึดไป

เห็นมั้ยครับว่า การเป็นเจ้าของบ้านด้วยตัวเองซักหลังนึง มันยากขึ้นเป็นอัตราเร่ง นับตั้งแต่ฐานของเงินถูกเปลี่ยนจาก "ทองคำ" มาเป็น "ความสามารถในการสร้างหนี้" ที่ใช้อนาคตของประชาชนในการค้ำประกัน

เรากำลังวิวัฒนาการจากยุคที่ผู้คนสร้างทรัพย์สมบัติส่งต่อให้ลูกหลาน มาสู่ยุคที่ทรัพย์สินไม่มี มีแต่หนี้ที่ฝากไว้

แล้วอีก 20-30 ปีข้างหน้า การจะครอบครองบ้านซักหลังนึง ต้องใช้เวลาเท่าไรดีครับ ซัก 150-200 ปีไปเลยดีมั้ย?

สำหรับเด็กยุคใหม่ที่จะเติบโตขึ้นมาเป็นกำลังหลักของประเทศชาติ รวมถึงวิญญาณที่กำลังต่อคิวมาลืมตาดูโลก ถ้าคุณไม่หนีออกจากระบบเฮงซวยนี้

สิ่งที่รอคุณอยู่มันไม่ใช่แค่เรื่องบ้าน แต่ชีวิตคุณจะยากเย็นแสนสาหัสไปทุกๆ ด้าน Purchasing Power ของเงินเดือนคุณจะถูกทำลายไปเรื่อยๆ ลำพังแค่การจะหาเงินให้พอกินเดือนชนเดือน อาจจะเป็นเรื่องที่เกินเอื้อมในยุคของคุณก็เป็นได้

เรียกได้ว่า....ซวยข้ามศตวรรษ ซวยข้ามภพข้ามชาติ

https://youtu.be/RdS-19XwMgA?si=G-oRMzfmrGraQrAe

#Siamstr

จะเศร้าหรือจะฮา ดีครับ 😅