ยิ่งเปรี้ยวผมว่ายิ่งดี, ผมเจอตามร้านในห้างไม่หมักแบบเชื้อยังไม่ขึ้นเอาขายมาแบบหวาน ๆ มาเลย ก็เจอแบบเค็มจัด ๆ
🫢 อุตส่าห์เขียนอ้อม ๆ แล้วมีคนมาเฉลยความจริงเฉยเลย 555
มันจะมีบางคนที่เอาผู้หญิงไปนั่งอยู่บนบานประตูห้องอาหารที่หลุดออกมาจากตัวเรือ แล้วตัวเองก็ลอยอยู่ในน้ำทะเลเย็นจัด ๆ กำลังจะจมน้ำตาย แล้วก็พูดออกมาเบา ๆ ว่า...
“โรส... มึงน่าจะลงเรือชูชีพไปตั้งแต่แรกนะ กูจะได้ไม่ต้องมาลอยอยู่ในน้ำทะเลเย็น ๆ เสียสละให้มึงมานั่งอยู่บนไม้กระดานแทนกูแบบนี้”
คนบางคนเตือนแล้วแม่งไม่ยอมฟัง เอาตัวเองไม่รอดไม่พอยังจะลากคนอื่นไปซวยด้วย
เขาไม่ได้มองว่าเฟียตเลวร้ายอะครับ และเขามองว่าพวกเราบ้าที่คิดว่าจะต้องออกจากระบบเฟียต อ่านไปก็จะทะเลาะกันเปล่า ๆ 555
ขอบคุณคุณแอดเลอนะครับ :) 💜
โอ้ว ขอบคุณนะครับ ช่วงนี้ผมกลับมาใช้ plebstr (ios) แทน สลับกับ Nostrudel หน้าหลักค่อนข้าง clean เลยครับ ไม่เจอ post แปลก ๆ ที่ไม่ได้กด follow เอาไว้เลย
ขอบคุณนะครับ :) 💜
แฉครับแฉ แบบนี้ต้องแฉ 🔥🤣🔥
### ใครถามนะว่าทำไมต้องบิตคอยน์ทำไมไม่เป็นคริปโต?
พวกเขามักจะบอกว่าโปรเจคเหรียญคริปโตของพวกเขา มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อที่จะเป็นสกุลเงินดิจิตอลที่จะถูกนำมาใช้ภายในระบบนิเวศทางการเงินของพวกเขา เขามักจะใส่ฟังก์ชันนั่นนี่เพื่อให้มันเป็นมากกว่าการเป็นแค่เงิน “สมาร์ตคอนแทรค“ ฟังก์ชันที่ใช้ในการโปรแกรมคำสั่งกำหนดเงื่อนไขต่าง ๆ ในลงไปในการทำธุรกรรม เช่น สัญญาต่าง ๆ ที่สามารถดำเนินการโดยที่ไม่ต้องผ่านตัวกลาง
มันฟังดูดีเลยทีเดียวที่เราสามารถตัดตัวกลางตัดคนกลางอย่างมนุษย์ที่มีความไบแอสที่มีแนวโน้มที่จะโน้มเอียงไปตามผลประโยชน์ที่จะได้รับเมื่อต้องเป็นตัวกลางในการตัดสินอะไรบางอย่าง
มันทำให้เราลืมไปว่าเบื้องหลังการโปรแกรมมิ่งตัวของสมาร์ตคอนแทรค ก็มาจากกลุ่มคนที่เป็นเจ้าของโปรเจคที่พัฒนามันขึ้นมา พวกเขาอาจจะนำเอา white paper หรือ road map ของโปรเจคของพวกเขามาเปิดเผยเพื่อความน่าเชื่อถือว่าพวกเขาไม่ได้ใส่กลไกลอะไรที่แอบแฝงเอาไว้ แต่คุณไม่มีทางรู้หรอก เมื่อคุณเริ่มไว้ใจพวกเขาไปแล้วเมื่อเวลาผ่านไป เมื่อคุณมีผลประโยชน์จากผลของกำไรจากการมีส่วนร่วมกับตัวโปรเจคไปแล้วคุณก็จะละเลยการระวังตัวของคุณไป
และใช่ เมื่อโปรเจคมันเติบโตและมีมูลค่าเกินกว่าความเป็นจริง มันเป็นเรื่องที่ทำใจได้ง่ายมาก ๆ ที่ผู้ที่เป็นเจ้าของโปรเจคคริปโตเหล่านั้นจะล้มเลิกการทำโปรเจคนั้นด้วยการ rug pull และหอบเอาเงินของผู้ที่ลงทุนหนีหายไป
จะเหนื่อยและเสียเวลาพัฒนาโปรเจคต่อไปให้โง่อยู่ทำไม ในเมื่อเชิดเงินแล้วชิ่งหนีไปมันสบายกว่ากันเยอะเลย
มันต่างอะไรจาก exit plan ในวงการธุรกิจทั่ว ๆ ไป การตั้งธุรกิจขึ้นมาด้วยเงินทุนจำนวนหนึ่ง ปั้นบริษัท ทำการตลาด ชักจูงให้คนมาลงทุนในบริษัท นำเข้าตลาดหลักทรัพย์ ออกหุ้นกู้ เมื่อบริษัทมีมูลค่าที่เพิ่มมากขึ้นจากการที่มีเงินของนักลงทุนคนอื่น ๆ ถมใส่เข้ามา มากพอที่เจ้าของกิจการได้เล็งเอาไว้ตั้งแต่แรก พวกเขาก็ขายบริษัทนั้นให้กับคนอื่นเพื่อที่จะ exit ออกไป
กลับไปที่จุดประสงค์แรก “การเป็นเงินในระบบนิเวศของโปรเจค” จากสิ่งที่จะถูกใช้เพื่อเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยน เป็นสกุลเงินหนึ่งสำหรับโลกเสมือน เมื่อโปรเจคมันถูกพัฒนาจนสามารถมีโปรดักต่าง ๆ ในโลกจำลองนั้น เช่น สินค้ารูปภาพดิจิตอล NFT ต่าง ๆ ที่จะต้องใช้เหรียญดิจิตอลของโปรเจคนั้น ๆ ในการทำธุรกรรมซื้อ-ขาย แลกเปลี่ยน
ในที่แรกมันก็ตั้งใจว่าจะเป็นสกุลเงินสกุลหนึ่งของโลกดิจิตอล แต่ในตอนนี้มันไม่ต่างจากสินค้าชนิดหนึ่งที่เอาไว้ทำกำไรเป็นสกุลเงินอื่น ๆ เป็นเงินดอลลาร์ หรือเงินบาทไทย แล้วไหนล่ะ? ที่ว่าจะเป็นสกุลเงินภายในระบบนิเวศ
พวกเขารู้ว่าซัพพลายของดอลลาร์นั้นมีอยู่อย่างไม่จำกัด ดังนั้นพวกเขาจึงกำหนดซัพพลายเหรียญของพวกเขาให้มีจำนวน ๆ หนึ่งในช่วงแรกเริ่ม และเมื่อมีนักลงทุนเข้ามาจับจองเหรียญของพวกเขา เมื่อมันเริ่มมีมูลค่าที่เพิ่มขึ้น พวกเขารู้ว่าสินค้าถ้ามีปริมาณที่ลดลงอย่างฉับพลัน มันจะเกิดการขาดแคลนจากความต้องการที่สูงขึ้นซึ่งจะส่งผลให้สินค้ามีราคาที่เพิ่มสูงขึ้น
ดังนั้นพวกเขาจึงใช้วิธีการลดซัพพลายของเหรียญอย่างฉับพลัน ด้วยระบบที่เรียกว่าการ burn supply หรือการเผาเหรียญออกไปจำนวนหนึ่ง เพื่อให้เหรียญที่เป็นของเจ้าของโปรเจคมีมูลค่าที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบเป็นหน่วยของดอลลาร์ ส่วนนักลงทุนคนอื่น ๆ เมื่อเห็นว่าการเผาเหรียญนั้นช่วยให้เหรียญที่พวกเขาถืออยู่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ต่างก็ออกมาสนับสนุนเจ้าของโปรเจค และพร้อมจะปกป้องพวกเขาจากผู้ที่เห็นต่าง
ทั้ง ๆ ที่สิ่งนี้มันคือการเปลี่ยนแปลงนโยบายทางการเงินของตัวโปรเจคเหรียญไปจากสิ่งที่ถูกกำหนดมาตั้งแต่แรก
คุณเชื่อถือนักพัฒนา หรือเจ้าของโปรเจคที่สามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างนโยบายของโปรเจคเหรียญได้ตามใจชอบอย่างนั้นเหรอ?
มันจะต่างอะไรกับการที่คุณก็อยู่ในโลกของเฟียตที่มันเลวร้ายอย่างในทุกวันนี้อยู่แล้ว เมื่อกลไกการควบคุมเงินมันอยู่ในมือของคนเพียงไม่กี่กลุ่มที่สามารถปรับเปลี่ยนอะไร ๆ ได้ตามใจชอบ คุณยังต้องการที่จะอยู่ในโลกจำลองที่กำลังเลียนแบบโลกของระบบเฟียตในชีวิตจริงอยู่อีกเหรอ?
พวกเขาสร้างโปรเจคเหรียญที่บอกว่ามันจะดีกว่าระบบการเงินในปัจจุบันด้วยเทคโนโลยี ๆ ใหม่ แต่สุดท้ายแล้วสิ่งที่พวกเขาต้องการมันคือผลของกำไรในรูปของเงินเฟียต พวกเขาจะต่างอะไรจากคนที่พวกเขากำลังกล่าวอ้างถึง
สุดท้ายแล้วพวกเขาก็เป็นแค่คนกลุ่มหนึ่ง ที่พยายามจะเอาชีวิตรอดและมีชีวิตอยู่อย่างมั่งคั่งในโลกของเฟียต
พวกเขาหนีจากความเจ็บปวดของการถูกผู้ที่ควบคุมกลไกของระบบเฟียตแย่งชิงเอาการเก็บออม เอาความมั่งคั่งไปจากชีวิตของพวกเขา โดยที่พวกเขาก็กำลังหนีมันด้วยการเอาเปรียบน้ำพักน้ำแรงของผู้อื่นที่ก็เจ็บปวดด้วยเหมือนกัน ไม่ได้กำลังเจ็บปวดน้อยไปกว่าพวกเขาเลย
พวกเขาก็แค่สร้างโปรเจคเหรียญโปรเจคหนึ่งขึ้นมาเพื่อที่จะหาทาง exit ออกไปจากระบบ ๆ นี้มันก็แค่นั้น พวกเขาไม่ได้จะมาเปลี่ยนแปลงอะไรโลกใบนี้หรอก
การจะเปลี่ยนแปลงอะไรที่มันยิ่งใหญ่ได้ มันจะไม่เกิดขึ้นกับกลุ่มคนเพียงกลุ่มหนึ่ง หรือโปรเจคเล็ก ๆ โปรเจคเพียงหนึ่ง แต่มันจะต้องมาจากการที่มนุษย์พร้อมใจกันที่จะเปลี่ยนแปลงมันทั้งระบบ
และนั่นแหละ
นั่นคือสิ่งที่บิตคอยน์กำลังทำ การให้ผู้คนได้มีส่วนร่วมในการช่วยเปลี่ยนแปลงระบบที่กำลังล้มเหลวระบบนี้ สร้างผลประโยชน์ที่มีร่วมกันคือการได้ exit ออกไปจากระบบ ๆ นี้ด้วยกันทั้งหมด ไม่ใช่แค่ใครคนใดคนหนึ่ง
พวกเขาอาจจะอยู่กับความฝันลม ๆ แร้ง ๆ ว่ากำลังจะยิ่งใหญ่ และกำลังจะเปลี่ยนแปลงโลกด้วยน้ำมือของพวกเขา ผ่านเทคโนโลยีที่พวกเขามี
พวกเราจะทำในสิ่งที่คนตัวเล็ก ๆ จะทำได้ สิ่งที่ไม่ได้ยิ่งใหญ่และไม่ได้วิเศษวิโสอะไร สิ่งที่พวกเราจะต้องทำก็แค่การประกาศการรับรู้ออกไปถึงการมีอยู่ของบิตคอยน์ให้ผู้คนอีกมากมายได้รับรู้ แล้วหลักจากนั้นโลกมันจะเป็นไปแบบไหน ก็แค่รอให้กาลเวลามันเฉลยผลลัพธ์ออกมา
Why bitcoin? Now u know, but u don't care because u love to sucking people in the fiat money system, Be Like The Big Brother.
#Siamstr
#SiamstrOG
GM Nostr, #Siamstr
“ท่านทั้งหลายจงระวังพวกผู้เผยพระวจนะเทียมเท็จ ที่มาหาท่านนุ่งห่มเหมือนแกะ แต่ภายในนั้นร้ายกาจเหมือนหมาป่า”
มัทธิว 7:15 THSV11
ถ้าหาว่าบิตคอยน์นั้นคือพระผู้ไถ่ คือพระเมสสิยาห์ที่เสด็จมาเพื่อไถ่พวกเราจากบาปของระบบเฟียต เหรียญคริปโตตัวอื่น ๆ ก็ไม่ต่างจากพวกผู้เผยพระวจนะเทียมเท็จ
เดี๋ยวบ่าย ๆ จะเอา long-form “ใครถามนะว่าทำไมต้องบิตคอยน์ทำไมไม่เป็นคริปโต?” มาแชร์ให้อ่านกันแบบแสงเลเซอร์ออกตาฉ่ำ ๆ
เจอกัน
กินกับเกลืออะไรก็อร่อย 😋
มันเป็นเหตุผลว่าทำไม bitcoiner เวลาเดินห้างฯ ซุปเปอร์มาร์เก็ตถึงได้เป็นพวกที่เรื่องมากน่ารำคาญในสายตาของคนอื่น ๆ และทำไมพวกเราถึงมักจะพูดว่า “แม่ง..ไม่มีอะไรที่แxกได้สักอย่างเลย (นอกจากน้ำเปล่า)”
ขนาดคนอ่านฉลากยังไม่ค่อยจะรอด, คนไม่อ่านจะเหลือเรอะ... #Siamstr
จากคำถามใน Siamese Bitcoiners เรื่อง “หญ้าหวานดีจริงไหมครับ“
สมมติเหตุการณ์จำลอง ณ ซุปเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่ง
Normie : หาอะไรใส่ทำของหวานแทนน้ำตาลหน่อยดีกว่า (อยากรักสุขภาพ)
Normie : ...
Stevia
Extract Sweetener
สารให้ความหวาน
“ผสมสารสกัดจากหญ้าหวาน”
260 mL
ราคา : 80 บาท
Normie : ถูกมาก, ไม่แพงเลยได้หญ้าหวานที่ดีต่อสุขภาพด้วย เอาอันนี้แหละ...
-
ฉลากหลังขวด
ส่วนประกอบสำคัญ :
[Maltitol Syrup (มอลทิทอลไซรัป) 99.5%] และ [สารสกัดจากหญ้าหวาน (Stevia Extract (Steviol glycoside)) 0.5%]
คนที่เอาฉลากไปเสิร์ช : Maltitol Syrup (มอลทิทอลไซรัป) ทำจากแป้งมันสำปะหลังราคาถูก ๆ ส่วน Stevia แท้ ๆ กิโลกรัมละหลายร้อยบาทไม่มีใครเอามาทำใส่ขวดขายกันแบบนี้หรอก
Steviol glycoside มีผลข้างเคียงในการทำให้คลื่นใส้, ลดความดันโลหิต, และลดระดับของฮอร์โมน
-
อยากกินหวาน กินน้ำตาลธรรมชาติเถอะ
Normie : หมายถึงน้ำตาลธรรมชาติ พวกน้ำผึ้งขวดที่ขายในห้างฯ น่ะเหรอ?
Normie : พี่ ๆ อเมริกันโน่น้ำผึ้งแก้วนึง...
-
คนที่อ่านฉลาก :
ส่วนประกอบ
น้ำผึ้งแท้ 100% จากผึ้งเลี้ยงด้วยเกสรดอกลำไย
https://nostrcheck.me/media/public/nostrcheck.me_9962211903534533311706774156.webp
มีอีกอย่างนึงนะครับ น่าสนใจมากด้วย 🍺
555

#m=image%2Fjpeg&dim=1500x1500&blurhash=UBFF%7BV-%40lAD%25ZxISRVspE2osxLIf-WWFoMi%5B&x=296443b367815fc93d3e1ea6048935faf6c991ff3924314b275bb2ff9186be2a
#m=image%2Fjpeg&dim=960x680&blurhash=r9IsEE0d0_Z%3D%3BSNYNKwOaeQND%259atRxYV%5BkDjuaeNO-.%23qtjOlRRs%3ASdWBy-%25e%24%7CnTN1I%3Aaes%3Aay.3RlIowzZ%3AM%7DWTxGt7%3D3RjIXkRofjvaxs%3Aoy&x=f39b6a57344755a5765e884a46e2a9e623f0596cb23bf2a3ade22a21d81ee444
#m=image%2Fjpeg&dim=1080x608&blurhash=iDJ%5B%3A%40o%3AS*D%24Dk%25fahIC%25fqYM%7BRRM%7BNFr_bER%25xuKZrhVrX7W-s%2CocWVs%3ByAXLs%3DoHj0kVWBn%24t7xvNER%2Bt8f4sFRjoca%24&x=0bf6f02e132f97e3ef1a4a057426cdccdf64f3fe1b958c374f5aa1fe6672cf62
#m=image%2Fjpeg&dim=1080x810&blurhash=%23CGwOmHw9%40Z%3ArJNdEwV%40a3QMR9IYxut2NKWTt5NGDZ.h%25MxtS%5Bba%23%3BxFNsSd%25_V%7CH%5BRQoMs%2Bi%7BRnxZnAIDMyr%5DkCklW-RT%25KrxSdo%5Dx%40NtSvSdWExtjJNZs%3At7IoVtnnoy&x=26a1b9738a1b2a4716ebceee1d9a81a0bab4a2b3cb1f32b9c168b1a38cd98ee5
#m=image%2Fjpeg&dim=1080x810&blurhash=%239G%5EW%3D8%2361TIrFz%7CbuTER%2BDHIVIto%7Cs%3Axbn-oxX84g%25w%23%3F%24%2Bt%25Tbnmw3baM%2C.h.6r%5DaxJ7R%2BrtxHXjx%40g2RRVaM%23Nbt6w%7DTCwhoNRmnlM%7DfRt5kCM%7BxIj%5BR*t6ofoeWTWC&x=9ccfaec834aac8ace11de813d58710685dd2ef8016b451a35e279d91af92a903
#m=image%2Fjpeg&dim=1080x1441&blurhash=_5SY%7EzM%7B%7EVoLE3of%3FaI8Rj9HRj_1kCIq4oV%40-mj%5BItof-o%3FFRjIXt7%25Jt6IW%7Eqj%5Bxsa%7DE2t6xZ%7EqM%7B9Gt7xtkCM%7Co%23RjxajsRjbHs.W%3Fayt6WBWBbHof%251V%40IVt7xtj%5BRk&x=7073f8f271c461f36e4ccebabdb7fa92aa3d8e7588b6c3ea0b8fda6d98f78ff8