ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ เรื่องในหัวมีมากมายเลยค่ะ แต่ไม่ค่อยได้มีพื้นที่ให้ได้ปลดปล่อย ดีจริงๆที่มีที่นี่ พื้นที่ที่ไว้ให้พูดคุยได้อิสระกับผู้คนที่สนใจในสิ่งที่คล้ายๆกัน
เมื่อนานมาแล้ว ท่ามกลางความมืดที่เย็นสนิท แรงโน้มถ่วงเริ่มดึงดูดกลุ่มแก๊สและละอองต่างๆมารวมกัน แรงมหาศาลที่ดึงดูดและกระทำกับกลุ่มมวลนั้นมหาศาล มวลต่างๆถูกดึงดูดให้บีบอัดเข้าหากัน จนกระทั่งกลายเป็นกลุ่มก้อนแก๊สร้อนเรืองแสง จนในที่สุดมันก็ร้อนมากพอที่จะสร้างพลังงานได้ด้วยตัวเอง ดาวฤกษ์หนึ่งเดียวที่ให้ความร้อนและแสงสว่าง ดวงอาทิตย์ของเรา
เมื่อมองเข้าไปใต้พลาสมาที่ร้อนระอุ ลึกลงไปข้างในที่แกนกลางของดวงอาทิตย์ส่วนที่ร้อนที่สุด อะตอมที่กำลังชนกันที่อัตราความเร็วสูงและถูกหลอมรวมกัน ได้ปลดปล่อยพลังงานที่บริสุทธิ์ กระบวนการนี้เรียกว่า นิวเคลียร์ฟิวชั่น
ในแกนกลางของดวงอาทิตย์ ขณะที่อะตอมกำลังพุ่งชนและหลอมรวมกัน โฟตอนได้ถูกปลดปล่อยออกมา และพยายามที่จะไหลออกมาสู่ภายนอก พลังงานเล็กๆที่ไร้มวลบางส่วนนั้นสามารถหลุดรอดผ่านชั้นต่างๆภายในของดวงอาทิตย์ พุ่งตรงออกมาจากแกนกลางของดวงอาทิตย์ด้วยความเร็วแสง มันแผ่รัศมีออกไปทุกทิศทาง บางส่วนได้เดินทางผ่านระยะทาง 150ล้านกิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 8นาทีกว่าๆ พุ่งตรงมายังโลกของเรา
ในทุกๆวินาที ใบไม้แต่ละใบจะดูดซับโฟตอนจำนวนมหาศาล กรานาได้รับแสงอุ่นๆจากดวงอาทิตย์ พื้นผิวที่ปกคลุมไปด้วยโปรตีนที่ทำหน้าที่คอยดักจับโฟตอนที่มาจากดวงอาทิตย์ ในนั้นอัดแน่นไปด้วยสารสีเขียวอย่างคลอโรฟิลล์ที่สามารถดูดซับแสงแดด
คลอโรฟิลล์ดักจับพลังงานที่ส่งมาจากดวงอาทิตย์ เมื่อน้ำรวมกับคาร์บอนไดออกไซด์และแสงแดด กระบวนการนี้ถูกเรียกว่า การสังเคราะห์แสง ได้เปลี่ยนรูปของพลังงานจากแสงอาทิตย์ ซึ่งผลผลิตที่ได้นั้น คือน้ำตาลและออกซิเจน กลายที่เป็นกักเก็บพลังงานใหม่ไว้ส่งต่อให้กับสิ่งมีชีวิตบนโลก
น้ำตาล เป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์สารประกอบอินทรีย์อื่นๆ ที่ทำให้พืชเจริญเติบโต เช่น แป้ง เซลลูโลส โปรตีนหรือไขมัน
ออกซิเจน เป็นธาตุที่สำคัญสำหรับสิ่งมีชีวิตที่ต้องใช้ในการหายใจและเผาผลาญพลังงาน
พลังงานนั้น ไม่ได้ทำถูกให้เพิ่มขึ้นหรือหายไป พลังงานเป็นสิ่งที่มีอยู่แล้วในจักรวาลของเรานี้ มันแค่หมุนเวียน เปลี่ยนรูปจากพลังงานรูปแบบหนึ่งไปสู่พลังงานอีกรูปแบบหนึ่ง
การโฆษณาชวนเชื่อว่า การอุปโภคบริโภคที่มากของมนุษย์นั้น เป็นเรื่องเลวร้าย ไม่ว่าการรณรงค์ให้ประหยัดน้ำมัน ลดการใช้พลังงาน ลดการบริโภคเนื้อสัตว์ เพราะยิ่งกินเนื้อสัตว์ยิ่งทำให้โลกร้อน !!
คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) แนะนำให้พลเมืองหันมาบริโภคพืชผัก เพื่อช่วยลดภาวะโลกร้อน ใช่ พวกเขากำลังบอกให้พวกเรา ฆ่าพืช เพื่อนำมาบริโภค พวกเขาบอกว่ามันจะช่วยลดโลกร้อน พวกเขายังอ้างอีกว่าการทำปศุสัตว์นั้น ทำให้คาร์บอนไดออกไซด์ในดินถูกปล่อยออกมาและเกิดก๊าซเรือนกระจก 555 (ขออภัยที่อดขำไม่ได้จริงๆ)
พืชซึ่งกำลังทำหน้าที่อันยิ่งใหญ่ พืชที่ทำหน้าที่ส่งต่อพลังงานไปยังเหล่าสรรพสัตว์ กำลังถูกคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งตัวพวกเขาเองนั้นก็ต้องใช้พลังงาน และอุปโภคบริโภคไม่ได้ต่างไปจากพวกเรา พวกเขากำลังบอกให้ผู้คนหันไปกินพืชกันมากขึ้นและลดการกินเนื้อ พืชที่เป็นแหล่งพลังงานของเหล่าสัตว์ พวกเขากำลังบอกให้พวกเรากินพืชแทนที่จะกินสัตว์
พวกเขายังแนะนำการบริโภคแบบมังสวิรัติที่ประกอบไปด้วย ผัก ผลไม้ ธัญพืช(เมล็ด) ถั่ว
กรดอะมิโนชนิดจำเป็น ที่ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถผลิตเองได้นั้น เราสามารถได้รับโดยตรงจากการบริโภคเนื้อสัตว์ ผู้ที่ทานแต่ผักมักจะขาดสารอาหารบางชนิด อีกทั้งอุตสาหกรรมการเกษตรมักอุดมไปด้วยยาฆ่าแมลงและสารเคมีต่างๆ นี่คือเหตุผลที่ มนุษย์ควรระมัดระวังในการบริโภค และต้องบริโภคทั้งพืชและสัตว์อย่างสมดุล
ถ้ามองในอีกแง่ ผู้เขียนมองว่า พวกเขาเองนั่นแหละที่กำลังทำให้โลกร้อน ถ้าพวกเขาจะกล่าวหาว่า คาร์บอนไดออกไซด์ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก
เพราะพวกเขากำลังบอกให้พวกเราทำลายพืช กินพืชให้มากขึ้น พวกเขากำลังบอกให้มนุษย์บริโภคพืชแทนเนื้อสัตว์ เขากำลังบอกให้เราแย่งอาหารจากบรรดาเหล่าสัตว์
เมล็ดพืชที่ปกติแล้วจะต้องทำหน้าที่ในการแพร่พันธุ์ จะแพร่พันธุ์ต่อได้อย่างไร ถ้ามนุษย์เก็บมากินไปซะหมด ต้นไม้จะเอาใบไม้ที่ไหนมาสังเคราะห์แสง หากมนุษย์กินพืชแทนเนื้อกันทุกคน
ความจริงแล้ว ผู้คนมีสิทธิ์อุปโภคบริโภคเท่าไรก็ได้ ตราบใดที่พวกเขาหาทรัพยากรนั้นมาด้วยตัวเอง
การพยายามสร้างความเชื่อลวงโลกว่า โลกของเรานี้กำลังร้อนขึ้นๆ พวกเขาพยายามโน้มน้าวว่า การลดใช้พลังงาน การลดการบริโภคเนื้อสัตว์นั้น เป็นการกระทำความดี เพราะกำลังช่วยลดโลกร้อนอยู่ สิ่งนี้เป็นเพียงแค่การหลอกให้ผู้คนเชื่อว่า สิ่งๆนั้นไม่มีคุณค่า สิ่งๆนั้นเป็นสิ่งเลวร้าย สิ่งๆนั้นเป็นการไม่รับผิดชอบต่อส่วนรวม เพราะมันเป็นการง่ายที่สุดที่ผู้คนจะไม่ออกมาต่อต้าน และไม่ถามว่าทำไม ผู้คนเข้าใจว่าพวกเขากำลังทำในสิ่งที่ถูกต้อง พวกเขาคิดว่าพวกเขากำลังปกป้องโลกใบนี้ ซึ่งมันไม่จริง
ทุกวันนี้ผู้คน ผลิตสิ่งต่างๆที่ได้มาจากทรัพยากรมากกว่าที่พวกเขาได้ใช้ไป ผู้คนหลายล้านคนบนโลกกำลังทำงานหนัก แต่กลับได้บริโภคสิ่งต่างๆเพียงน้อยนิดและบางสิ่งไม่ใช่สิ่งที่เหมาะสมที่มนุษย์จะบริโภค ในขณะที่คนบางกลุ่มกลับสามารถบริโภคสิ่งต่างๆได้อย่างล้นเหลือ
ความจริงแล้ว พวกเขาแค่ต้องการให้เราทิ้งสิ่งที่มีค่าไปด้วยตัวเอง เลิกอุปโภคบริโภคโดยสมัครใจ เพื่อที่พวกเขาจะนำทรัพยากรเหล่านั้นไปใช้ได้โดยง่าย แบบไร้การขัดขืน ไร้ข้อกังขา พวกเขาต้องการลดส่วนแบ่ง เพื่อที่ตัวเองจะได้ใช้มากขึ้นต่างหาก พวกเขาแย่งชิงมันอย่างไร ผู้อ่านก็คงจะทราบกันดีในวิธีการแย่งชิงทรัพยากร
พลังงานนั้นมีอยู่แล้วและจะไม่หายไป โลกได้รับพลังงานมาจากดวงอาทิตย์ อะตอมที่ถูกหลอมรวมกันและกลายเป็นหนึ่งได้ปลดปล่อยโฟตอน โฟตอนถูกส่งมาจากดวงอาทิตย์โดยกระบวนการนิวเคลียร์ฟิวชั่น ต้นไม้ดูดซับพลังงานนั้นไว้และส่งต่อไปยังสิ่งมีชีวิต
สิ่งมีชีวิตไม่ว่าจะ มนุษย์ พืชหรือสัตว์ เพียงแค่นำสิ่งที่มีอยู่แล้วนั้นมาใช้ มนุษย์เราก็เป็นแค่เพียงสิ่งหนึ่งในกระบวนการการเปลี่ยนรูปพลังงานเท่านั้น ผู้คนไม่ได้กำลังทำเรื่องเลวร้ายหรือเรื่องที่ดี สิ่งนี้มันเป็นเพียงธรรมชาติ ผู้ที่พยายามบิดเบือนความจริงเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองต่างหาก ที่เลวร้ายอย่างแท้จริง แต่มันก็คงเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติอีกเช่นกัน
#Climatescam #Siamstr #bitcoin
โอโห ตกใจมากเลยค่ะ เพราะมันตรงทุกบรรทัดเลยค่ะ 😱😱
มาเล่นไม่ทัน แต่มีเราคนนึงนะคะที่เกิดวันเสาร์ 😄
การบริโภคน้ำตาลที่กระตุ้นอินซูลิน และส่งผลให้ร่างกายสะสมไขมัน ไม่ใช่ไม่มีประโยชน์ ร่างกายมนุษย์สะสมไขมันไว้ใช้เป็นพลังงานในยามขาดแคลน เพื่อที่จะมีชีวิตรอด
เราเห็นด้วยกับการเดินทางสายกลางค่ะ ชีวิตก็เหมือนการเดินทาง เราทุกคนจุดหมายปลายทางก็คือจุดเดียวกัน เรื่องราวระหว่างทางต่างหากที่สำคัญจริงๆ
แต่ส่วนตัวเราก็พยายามหลีกเลี่ยงน้ำตาลนะคะ แต่ทำไม่ได้ทุกวันจริงๆ 😂
เมื่อวานตอนเย็นนนน ใครลงรูปสเต็กเนื้อ~
🍔❤️
#Siamstr
#theburgest
https://nostrcheck.me/media/public/nostrcheck.me_9080963203577400921695379488.webp
ทำร้ายกันสุดๆ
ช่ายๆๆ ใช่เลยค่ะ 555
ดังนั้นเพราะเหตุนี้ NFT มันจึงไม่ใช่สิ่งที่จะต้องกระจายศูนย์ค่ะ เพราะมันต้องการการยืนยันว่า ถูกสร้างโดยผู้ผลิตที่มีความเชื่อถือจริงๆ
NFT มาจาก Non-Fungible Token คือ สิ่งที่มีลักษณะเฉพาะตัว ไม่ซ้ำใคร
1 BTC ของทุกคนย่อมมีค่าเท่ากัน
แต่ NFT คือกรรมสิทธิ์ที่แสดงความเป็นเฉพาะตัว การตีมูลค่าจึงต่างกัน
คิดง่ายๆว่า BTC เปรียบเสมือเหรียญบาท 1บาทของคุณ กับของเรา มีค่าเท่ากัน
แต่ NFT เป็นการครอบครองกรรมสิทธิ์ ที่มีความเฉพาะ สมมติให้เป็นโฉนดที่ดิน
เรามองในแง่การจัดเก็บบันทึกบนเลเยอร์ที่ซ้อนอยู่บนระบบเงิน การนำมาใช้ประโยชน์ จะถูกทำโดยรัฐ หรือองค์กรที่มีความน่าเชื่อถือ ยกตัวอย่าง การเปลี่ยนรูปแบบการครอบครองกรรมสิทธิ์ เช่นโฉนดที่ดิน ที่เป็นกระดาษ ให้ไปเป็น NFT ซะ ซึ่งจะต้องได้รับการยืนยันการแปลงโดยรัฐ
ผู้คนไม่ต้องพกพาโฉนด ไม่ต้องเก็บไว้ที่บ้าน แต่ยืนยันได้โดยการมี NFT โฉนดที่อยู่บนระบบของรัฐ ซึ่ง ทำไมต้อง NFT นั่นเพราะ 1NFT ≠ 1NFT
ทุกวันนี้ผู้คนเข้าใจ NFT แต่ในมุมที่ค่อนข้างเป็น Scam แต่เรากำลังมองในมุมของการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ซึ่งสิ่งนี้ไม่จำเป็นต้องกระจายศูนย์ค่ะ มันจะ Centralize โดยรัฐ
เราก็มองแบบเดียวกันกับคุณเลยค่ะ เรายังต้องพึ่งพาอำนาจรัฐ คงไม่มีใครซื้อที่ดินโดยที่ผู้ขายไม่มีโฉนดยืนยัน ดังนั้น NFT จะไม่ใช่สิ่งที่เป็น Decentralize เรายังต้องการส่วนกลางที่คอยรับรองอยู่ แต่ผู้ที่จะนำไปใช้นั้นคือรัฐ ยังไงมนุษย์ก็ยังต้องผูกพันอยู่กับอำนาจรัฐอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตราบใดที่มีการรวมกลุ่ม กลุ่มก็จะต้องมีผู้นำ นั่นก็คือรัฐ เราก็คิดเช่นเดียวกันค่ะ
ในมุมของเรานะคะ เรามองว่า ไม่ใช่ทุกสิ่งที่จะสามารถกระจายศูนย์ได้ค่ะ เพราะยังไงมนุษย์ก็ยังต้องร่วมกลุ่ม มันจึงต้องมีตรงกลางที่จะอยู่ร่วมกัน ในโลกที่เป็นมาตรฐานบิทคอยน์ เราก็เชื่อว่า รัฐก็ยังคงมีอยู่ค่ะ ทุกวันนี้ทุกอย่างในชีวิตก็ยังต้องเชื่อมโยงกับรัฐอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่ดี
แต่ก่อนเดินไปซื้อประจำเลยค่ะ เกือบๆ10ปีที่แล้ว จำได้ว่าอร่อยทุกอย่าง อย่างเฟร้นฟราย เห็นคนขายจะชั่งน้ำหนักก่อนลงทอดเลย (บ้านเราอยู่ตรงข้ามธนาคารกสิกรไทย ที่เคยเปิดร้านโดมิโน่พิซซ่า) เอาจริงๆ ตื่นเต้นมากที่เห็นร้านที่เคยซื้อกินประจำรับบิทคอยน์ด้วยในวันนี้ 555
ตอนนี้ไม่ได้อยู่กทม.แล้ว ไว้กลับกทม. จะไปอุดหนุนอีกนะค้า แต่รอบนี้จะลองจ่ายเป็น sat ค่ะ 5555 😂
เมื่อใดที่ระบบการเงินถูกพัฒนาแล้วจริงๆ กลายเป็น Bitcoin Standard คิดว่าเมื่อนั้น สิ่งที่เรียกว่า NFT จะถูกนำมาใช้อย่างแน่นอน
ส่วนตัวมอง NFT ในแง่ของการครอบครองกรรมสิทธิ์ การแสดงความเป็นเจ้าของในกรรมสิทธิ์ ยกตัวอย่างเช่น เอกสารการเป็นเจ้าของที่ดิน(โฉนด) การเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์
สิทธิ์ในการครอบครองสิ่งต่างๆเหล่านี้ หากถูกบันทึกลงในบล็อคเชน มีโหนดที่คอยยืนยันตรงกันว่า ผู้ใดผู้หนึ่งเป็นเจ้าของมันจริงๆ มันคงง่ายกว่าการบันทึกลงในกระดาษอย่างเช่น โฉนด อย่างแน่นอน
ในปัจจุบันทุกอย่างยังต้องเชื่อมโยงกับรัฐอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะระบบของเรายังเป็นแบบนั้น
คงไม่มีใครซื้อขายที่ดินโดยไม่ต้องการโฉนด หรือใช้เอกสารการครอบครองกรรมสิทธิ์ที่ผู้ขายทึกทักเอาเองว่าเป็นเจ้าของ ผู้คนยังคงต้องการได้รับการยืนยันจากรัฐในด้านกรรมสิทธิ์อยู่
แต่ในอนาคต การเก็บบันทึกในกระดาษ และการยืนยันการทำธุรกรรมที่ต้องผ่านคนกลางอย่างเข่นการนัดไปซื้อขายที่ดินที่สำนักงานที่ดินมันคงล้าหลังมาก
ทุกวันนี้เวลาเราต้องการขายบ้านสักหลัง หรือที่ดินสักผืน เราอาจจะต้องติดประกาศขายบ้านให้ผู้คนรู้ อาจจะประกาศขายบ้านในอินเทอร์เน็ต หรือฝากขายผ่านนายหน้า
หลังจากตกลงกับผู้ซื้อได้ ต้องนัดวันว่างให้ตรงกันแล้วก็พากันเดินทาง ไปที่สำนักงานที่ดิน แบกโฉนดกับเอกสารต่างๆ ไปให้เจ้าหน้าที่ รอตรวจสอบเพื่อยืนยันการทำธุรกรรม และเสียภาษี เมื่อจบกระบวนการ ผู้ขายได้รับเงิน ผู้ซื้อได้รับโฉนดที่ดินและความเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ รัฐบาลได้รับภาษี
วันหนึ่งคงมีรัฐใดสักแห่งที่มองเห็นสิ่งนี้ และเปลี่ยนรูปแบบการครอบครองกรรมสิทธิ์ต่างๆไปวางอยู่บนบล็อคเชน ผู้ขายก็แค่ตั้งขาย ผู้ซื้อก็เพียงแค่กดซื้อ บิทคอยน์ถูกโอนจากกระเป๋าของผู้ซื้อไปสู่กระเป๋าของผู้ขาย อำนาจในการครอบครองกรรมสิทธิ์ถูกส่งจากผู้ขายไปยังผู้ซื้อ รัฐจัดเก็บภาษีผ่านค่าธรรมเนียม ไม่ต้องเดินทาง ไม่ต้องการคนกลาง ไม่ต้องมีสำนักงาน มันคงจะง่ายมากทีเดียวในการแลกเปลี่ยนอำนาจการครอบครองกรรมสิทธิ์
พอมีระบบการเงินที่ดี อะไรๆในลำดับถัดไปก็คงจะพัฒนาตามมาอีกเยอะเลยทีเดียว แม้เราจะไม่ชอบระบบรัฐมากแค่ไหน ในตอนนี้เราก็ยังปฏิเสธมันไม่ได้อยู่ดี ผู้คนยังต้องการส่วนกลาง ต้องการผู้นำ ต้องการผู้ควบคุมกฎกติกาในการที่จะอยู่ร่วมกัน แต่รัฐที่ไม่สามารถผลิตเงินเองได้ ในโลกของบิทคอยน์ น่าจะเป็นรัฐที่ดีและมีคุณภาพมากกว่าในปัจจุบัน
รัฐใดก็ตามที่คิดจะต่อต้านเงินที่ดีอย่างบิทคอยน์เพียงเพราะกลัวจะถูกลดทอนอำนาจ เป็นเรื่องโง่เขลา รัฐใดก็ตามที่เข้าร่วมก่อนย่อมได้เปรียบมากกว่า
เป็นแค่การมองภาพการนำ NFT มาใช้ประโยชน์ในแง่ของการครอบครองกรรมสิทธิ์ (ซึ่งเราอาจจะคิดผิดก็ได้นะ) แต่นี่คือภาพนึงที่เรามองเห็นการนำไปใช้ประโยชน์ เมื่อถึงวันที่เรามีระบบการเงินที่ดี มันจะมีเลเยอร์อื่นๆที่ถูกพัฒนาอีกมากมายต่อมา บนระบบมาตรฐานของบิทคอยน์
คิดไปเรื่อยเปื่อย 😄
ใครที่มีมุมมองอื่นๆอีกมาแชร์กันได้นะคะ
แม้ทุกสิ่งเปลี่ยนผันตามกาลเวลา แต่ท้องนภายังเหมือนเดิม
เล่นด้วยคนค่ะ 😂
พึ่งรู้ว่าสิ่งที่สนุกที่สุดคือการส่งต่อความรู้ไปให้ลูก การได้สอนลูกถึงเรื่องราวต่างๆ การพาลูกเรียนรู้เรื่องราวต่างๆที่ผ่านไปในแต่ละวัน ลูกๆสนุกกับเรื่องเล่า สอนวิทยาศาสตร์ผ่านการอธิบายพร้อมเปิดสารคดีไปพร้อมกัน จับมือพาลูกมองเห็นสิ่งต่างๆบนท้องฟ้าในเวลากลางคืน ดูพระอาทิตย์ขึ้นและตก เฝ้ามองปรากฎการณ์ทางธรรมชาติไปพร้อมกัน พลังงานที่ส่งมาจากดวงอาทิตย์ก่อกำเนิดสิ่งมีชีวิตบนโลก ต้นไม้ สรรพสัตว์ การเชื่อมโยงสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัวด้วยทฤษฎีและการเฝ้าสังเกต มีทั้งนามธรรมและรูปธรรมผสมผสานกัน การเดินทางค้นหาคำตอบไปพร้อมกัน ยิ่งตอกย้ำว่าเวลานั้นมีค่าจริงๆ
#homeschool #bitcoin



