Avatar
pattopatta
176bc0a921dbef3cf9680dfaf0edfe6d5ddfd57118e6eeaf8616446c15ce1c04
Tech Explorer, Manager of The CardZ Co., Ltd.

จาก Note ที่แล้วที่ว่ากันด้วยเรื่องการใช้ปากกาในการจดสิ่งต่าง ๆ เลยอยากมาแชร์เรื่องการใช้ปากกาของตัวเองในการจดบันทึก โดยเริ่มต้นจากรูปแบบของการบันทึกบัญชีสำหรับการจ่ายบัตรเครดิต ซึ่งโดยปรกติตัวเองจะมีกฎการใช้บัตรเครดิตคือ รูดเท่าไหร่ ต้องมีเงินสดไปวางไว้เต็มจำนวน เพื่อกันการผิดพลาดหรือการชำระเงินในบัตรเครดิตไม่ครบ เพราะตัวเองจะจ่ายเงินเต็มในแต่ละงวดโดยตลอด จึงเอาเงินไปวางไว้ในบัญชีเงินฝากดอกเบี้ยสูงก่อนถึงเวลาที่จะชำระเพื่อให้ได้ดอกเบี้ย ก่อนที่เงินจะออกไปจากมือเราจริง ๆ

บันทึกจะเริ่มต้นจากวันที่จด รหัสบัญชีเป็นตัวย่อที่ตัวเองจะใช้จำแนกประเภทเอง คล้ายกับตัวย่อในตลาดหุ้น และจำนวนเงินในบัญชีที่มีอยู่ โดยใช้สีม่วง ซึ่งเป็นบัญชีที่ตัวเองใช้

จากนั้นจะไล่มาตามที่เห็นในภาพ

[สีแดง] สำหรับจดบันทึกเงินที่เป็นหนี้ภายนอกที่จะต้องจ่ายคนอื่นที่อยู่ในรอบการจ่ายปกติ เช่น หนี้บัตรเครดิตในงวดถัดไป เป็นต้น

[สีส้ม] และบางครั้ง ก็มีคนฝากซื้อของหรือให้ออกเงินไปก่อน แล้วจะชำระคืนในเวลาที่แน่นอน เช่น คนในครอบครัว ก็จะจดบันทึกพร้อมจำนวนเงินทางด้านซ้าย เหมือนเป็น note เพิ่มเติมเสมอ

[สีกรมท่า] ในบัญชีนี้ ก็จะมีเงินที่เรากันไว้จากการรับเงินเดือน เพื่อสำหรับค่าใช้จ่ายที่น่าจะเกิดขึ้นแน่นอน และเรารับรู้ล่วงหน้า เราก็จะกันเงินเอาไว้เพื่อจ่าย เช่น ค่าสาธารณูปโภค (ค่าน้ำ, ค่าไฟ, ค่าโทรศัพท์, ค่าอินเตอร์เนต), ค่าประกันรายเดือน, หรือการกันเงินเพื่อซื้อสินค้าอื่น ๆ ที่ต้องการในอนาคต เป็นต้น

[สีเขียว] เป็นเงินที่ไม่ได้เป็นเงินสำหรับการใช้จ่าย เช่น เงินที่เตรียมโอนไว้กับบัญชีที่ผูกกับ Debit Card ซึ่งเป็นบัญชีเสมือนบัญชีเงินสดที่อยู่ในกระเป๋าสตางค์ เป็นต้น

[สีน้ำเงิน] เป็นบรรทัดปิดท้าย เพื่อแสดงสถานะเงินแต่ละเดือนที่สามารถใช้ได้ปัจจุบัน หลังจากจัดสรรทุกอย่างเรียบร้อย โดยรวมเงินจากเงินสดในกระเป๋า + เงินสดจากบัญชี Debit Card + เงินรอโอนเข้า Debit Card ไว้ด้วยกัน

โดยปรกติแล้ว ถ้ามี Transaction ย่อย ๆ ในแต่ละวัน ตัวเองก็จะบันทึกอย่างละเอียดใน Application ใช้จ่ายเงิน (ใช้ MoneyLover อยู่) และนอกจากนี้ก้จะมีสีพิเศษที่เอาไว้ใช้บันทึกและเพิ่มความหมายทางด้านการเงินดังนี้

[สีดำ] ใช้บันทึกตัวเลขที่ค่อนข้าง Static เช่น การจดสถานะเงินคงเหลือของบัญชีต่าง ๆ ในแต่ละเดือน เป็นต้น เพราะว่าส่วนนี้จะจดอีกรูปแบบ เดือนละครั้งแบบแยกสมุดมาเลย

[สีฟ้า] ใช้สำหรับการเขียนการวางแผนการจัดสรรเงิน หรือการโอนเงินเพื่อการออมเข้าไปที่บัญชีทรัพย์สิน หรือการซื้อทรัพย์สินต่าง ๆ เช่น บัญชีเงินฝาก / หุ้น / บิทคอยน์ เป็นต้น

[สีแดงเข้ม] ที่ไม่ค่อยอยากหยิบมาจด เพราะเป็นการจดหนี้ระยะยาวที่ต้องชำระกับบุคคลภายนอก หรือเงินที่ขาดไปจากเงินในระบบข้างต้น และต้องหาเงินมาเติมเพื่อให้เงินลงตัว

[สีน้ำตาล] สำหรับการ Note กฎการออม หรือการตั้งนโยบายทางการเงินให้ตัวเอง แล้วจดบันทึกลงเป็นลายลักษณ์อักษรในสมุด

รูปแบบการใช้สีด้วยปากกาในชุดของ Pentel แบบเจลที่มีสีหลากหลายมากพอให้เลือกใช้นี้เป็นรูปแบบที่ตัวเองใช้และปรับมาเรื่อยประมาณ 6-7 ปี จนกระทั่งลงตัวแบบนี้ในปัจจุบัน เพราะรู้สึกว่าการใช้สีและได้จดบันทึกมันได้เป็นการวางแผน และสามารถแบ่งหมวดเพื่อให้จัดการบริหารทางการเงินได้อย่างสะดวก และไม่หลงว่าสถานะการเงินของเราจริง ๆ ตอนนี้เป็นอย่างไร และต้องเตรียมทำอย่างไรต่อ

สำหรับคนที่คิดอยากจดหรือเอามือเขียนอะไรสักอย่างลงไปในกระดาษหลังจากที่ไม่ได้เขียนมานาน หรือพิมพ์แต่คีย์บอร์ด ลงมือได้เลยครับ อย่างน้อยที่สุดมันได้ใช้สมองในการควบคุมมือและตั้งสมาธิในการจดบันทึกอะไรไปแน่ ๆ และเปิดดูย้อนหลังได้แบบสมุดเป็นเล่ม ๆ เลย

#SiamSTR

ได้ลองทำกับหุ่นอย่างละเอียดเลยครับ แล้วก็ใช้ AED เครื่องสาธิตด้วย สมัยก่อนยังไม่มีการสอน CPR ในโรงเรียน มาตอนนี้เลยได้เติมเต็มความรู้ใหม่ ๆ เลย

เห็นผ่านตาเรื่องการจดโดยใช้ปากกา เดี๋ยวพรุ่งนี้เขียนแชร์เรื่องการไล่ใช้สีปากกาสำหรับจดรายละเอียดค่าใช้จ่ายรายเดือนด้วยความติ่งปากกาเจล Pentel ดีกว่า เป็นกิจกรรมที่ใช้ปากกาไล่เขียนอย่างสม่ำเสมอจนถึงปัจจุบัน จนทำให้ตัวเองมีถุงปากกาหลากสีพกไปนู่นนี่เรื่อย ๆ ตลอด แถมไม่ชอบพกพวกปากกา 1 ด้ามมีหลายสีด้วยนะ

สิ่งหนึ่งที่ชอบ Pentel คือมีไส้ปากกาให้เปลี่ยนเวลาหมึกหมดนี่แหละ

#SiamSTR

Replying to Avatar Jakk Goodday

ผมไม่รู้สึกชิงชังอะไรที่เขาเป็นแบบนั้น เขาไม่ใช่คนแรกหรือคนเดียวที่คิดแบบนี้

ผมรู้จักหลายคนที่เข้าใจแบบนี้ จนกระทั่งได้รู้จักกับ Lightning Network และได้ลองใช้งานมันด้วยตัวเอง

ผมรู้จักอีกหลายคนที่ชอบถามหายูสเคสของ LN ว่ามันจะเอาไปใช้กับกรณีไหน จนกระทั่งเขาได้รู้จักกับ Nostr

คนเหล่านั้นกลายมาเป็นสมาชิกของคอมมูเราไปแล้วหลายคน บางคนสร้างคุณค่าขึ้นมาในคอมมูนิตี้แบบน่ายกย่อง

พ้อยท์ก็คือตรงนี้ ...ผมเองเคยด่า เคยถ่มถุยบิตคอยน์สาดเสเเสียด้วยซ้ำ ตอนที่ยังไม่เปิดใจหรือศึกษามันให้เข้าใจมากพอ แต่หลังจากนั้นลองดูซิว่า ผมกลายมาเป็นแบบไหน?

ใครก็ตามที่ยังไม่ใช่บิตคอนเนอร์ในตอนนี้ ไม่ว่าเขาจะมองมันด้วยแง่มุมความคิดแบบไหน วันนึงเขาก็สามารถกลายเป็นบิตคอยเนอร์เบอร์ต้น ๆ ได้เฉกเช่นพวกเรา

สำหรับผม ผมต้องหาทางให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ให้ประสบการณ์การใช้งานแก่พวกเขา และเราก็กำลังช่วยกันทำแบบนั้นอยู่

#Siamstr #SiamstrOG

แปลกแฮะ โควทไม่ได้ แต่อยากจะบอกว่ายอมใช้ Bitcoin ครั้งแรกเพราะ Nostr เนี่ยแหละ ก่อนหน้านี้เก็บกับเทรดเท่านั้น

Replying to Avatar Joke_Proto

โพสนี้อาจจะยาวหน่อย แต่อยากให้ทุกคนอ่านให้จบครับ มันมีโอกาศเกิดขึ้นกับคนรอบข้างของคุณทุกเมื่อ รวมถึงตัวคุณด้วย #siamstr #วิทยุเถื่อน

6 ขั้นตอนการช่วยคนหมดสติให้ฟื้นคืนชีพ (CPR)

จะทำอย่างไรเมื่อเจอคนหมดสติ? จะโทรศัพท์เรียกเบอร์ไหนเพื่อขอความช่วยเหลือ? หากจำเป็นต้องช่วยทำ CPR จะทำได้ไหม? คำถามเหล่านี้คงผุดขึ้นมากมาย หากเจออุบัติเหตุหรือคนหมดสติอยู่ข้างหน้าคุณ จะดีกว่าไหมถ้าเรามีความรู้เรื่องการปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง ถูกวิธี ทำให้ช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยรอดชีวิต ลดการบาดเจ็บได้ ดังนั้นตั้งสติให้พร้อมแล้วมาเรียนรู้วิธีช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) และการใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ AED ไปพร้อมๆ กันได้เลย

1. ปลุก

เมื่อพบผู้ป่วยหมดสติ อย่าเพิ่งตกใจ ให้ประเมินความปลอดภัยของสถานที่เกิดเหตุก่อนเป็นอันดับแรก โดยตรวจดูบริเวณรอบๆ ก่อนเข้าไปช่วยเหลือ เช่น สายไฟฟ้าที่ช็อตอยู่จุดใด บริเวณนั้นใกล้แหล่งน้ำหรือไม่ มีรถสัญจรหรือเปล่า จะได้ไม่เกิดอันตรายซ้ำ หลังจากนั้นให้ปลุกเรียกผู้ป่วยด้วยการตบไหล่ทั้งสองข้างและเรียกเสียงดังๆ ว่า “คุณคะๆ” หรือ “คุณครับๆ” หากไม่รู้สึกตัวและไม่หายใจ ให้รีบทำตามขั้นตอนต่อไปโดยทันที

2. โทร

รีบโทรขอความช่วยเหลือที่สายด่วน 1669 โดยแจ้งอาการผู้ป่วย สถานที่เกิดเหตุ ชื่อและเบอร์โทรศัพท์ของผู้แจ้งเพื่อให้เจ้าเหน้าที่ติดต่อกลับหากที่หาที่เกิดเหตุไม่เจอ รวมถึงแจ้งรายละเอียดของผู้ป่วย เช่น อาการ สถานที่ที่พบ เส้นทางที่เดินทางมาได้สะดวก หากอยู่เพียงลำพัง อย่าทิ้งผู้ป่วยไปไหน ให้เปิดลำโพงโทรศัพท์ เพื่อสื่อสารและรับฟังคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่กู้ชีพ หากอยู่หลายคนให้ผู้อื่นเป็นคนโทร.แจ้ง หากแถวนั้นไม่มีเครื่อง AED ให้แจ้งเจ้าหน้าที่นำเครื่อง AED มาด้วย

ตัวอย่างการแจ้งเหตุทางโทรศัพท์ : พบผู้ป่วยหมดสติไม่หายใจ เป็นผู้ชายอายุประมาณ 50 ปี ที่ป้ายรถเมล์หน้าโรงเรียนเอบีซี ผมผู้พบเหตุ ชื่อนายต้น เบอร์ติดต่อ 081-XXX-XXXX และให้นำเครื่อง AED มาด้วย

3. ปั๊ม

การกดหน้าอกสามารถช่วยเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตของผู้ป่วยที่หัวใจหยุดเต้นขณะที่รอหน่วยปฏิบัติการกู้ชีพ โดยให้คุกเข่าบริเวณข้างลำตัวผู้ป่วยในระดับไหล่ จัดท่าผู้ป่วยนอนหงายเพื่อเปิดทางเดินหายใจโดยการ ดันหน้าผาก - ดึงคางขึ้น และตรวจสอบการหายใจโดยการเอียงหูฟังแนบที่จมูกผู้ป่วย จากนั้นให้เริ่มช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) ด้วยการกดหน้าอก โดยวางสันมือข้างที่ถนัดตรงครึ่งล่างกระดูกหน้าอก และวางมืออีกข้างทับประสานกันไว้ เริ่มการกดหน้าอกด้วยความลึกอย่างน้อย 5 เซนติเมตร ในอัตราเร็ว 100 - 120 ครั้งต่อนาที

ข้อแนะนำ : หากมีโอกาสได้เรียนให้พยายามซ้อมทำบ่อยๆ เวลาทำจริงเราจะทำได้ด้วยความแรงและน้ำหนักที่ถูกต้อง

4. แปะ

ขณะที่ทำ CPR (กดหน้าอก) เมื่อเครื่อง AED มาถึง ให้ผู้ช่วยเหลืออีกคนหนึ่งเตรียมเครื่อง AED โดยการถอดเสื้อผู้ป่วยออก และติดแผ่นนำไฟฟ้าทั้ง 2 แผ่นบริเวณใต้กระดูกไหปลาร้าด้านขวาและชายโครงด้านซ้าย โดยให้ทำความสะอาดจุดที่แปะแผ่น เช่น หากผู้ป่วยตัวเปียกจะต้องเช็ดให้แห้งก่อนหรือหากมีขนเยอะก็ให้โกนขนออกก่อน

5. ช็อก

เปิดเครื่อง AED และปฏิบัติตามคำแนะนำจากเครื่อง จนเมื่อเครื่องสั่งให้ทำการช็อก ให้พูดเสียงดังๆ ว่า “ฉันถอย คุณถอย ทุกคนถอย” เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครสัมผัสกับผู้ป่วยก่อนกดปุ่มช็อกไฟฟ้า แต่หากเครื่องไม่สั่งช็อก ให้ทำการกดหน้าอกต่อไปจนกว่าทีมกู้ชีพจะมาถึง

คำเตือน : ก่อนกดปุ่มช็อกต้องมั่นใจว่าไม่มีใครสัมผัสตัวผู้ป่วยรวมถึงมีสื่อไฟฟ้าต่างๆ

6. ส่ง

ระหว่างที่รอรถพยาบาลมารับ หากผู้ป่วยยังไม่รู้สึกตัวให้ทำการปั๊มหัวใจและปฏิบัติตามคำแนะนำของเครื่อง AED ไปจนกว่าผู้ป่วยจะหายใจหรือรถพยาบาลจะมา หลังจากรถพยาบาลมาก็ส่งต่อผู้ป่วยให้กับทีมกู้ชีพเพื่อนำส่งโรงพยาบาล เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้ผู้ป่วยฉุกเฉินมีโอกาสรอดและปลอดภัย

เห็นไหมว่าการช่วยกระตุ้นหัวใจไม่ยากอย่างที่คิด หากเกิดเหตุฉุกเฉินแล้วทำได้ตามขั้นตอนทั้ง 6 ข้อนี้ โดยไม่ตื่นเต้นตกใจ เราจะสามารถช่วยผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เขามีโอกาสรอดชีวิตมากขึ้น

สัปดาห์ก่อนก็ไปอบรม CPR มา

วันนี้เตรียมตัวไปเปิดร้าน nostr:npub1extvh68ykcjwgllrmzs05qwzf5zyuqflyz9je6mp0qzqaqdxhcsqaz8k4r Shop ที่ MBK Center ชั้น 7 Zone C ชาว #SiamSTR แวะมาได้นะครับ

จากโน้ตเมื่อกี้ กำลังนึกภาพ Surreal แบบคนเดินขบวนตามต่างจังหวัดแบบนั้นเลย แต่ถือ Lightning อะไรงี้

เห็นแว๊บแรกนึกว่ารวมพลคนเอาบิทคอยน์ #SiamSTR

สส.ร้อยเอ็ดพาคนเดินขบวนในเมืองรณรงค์เชียร์โครงการ 10,000 บาทวันนี้

นึกถึงว่าถ้าสื่อสารด้วยสัญลักษณ์สีจะดีกว่าไหม เพราะก็เริ่มต้นที่บางซื่ออย่างเดียวถึงจองได้อยู่แล้ว

nostr:nevent1qqsrxde3rml9xjqtwqdz7xr2l0jd2t645ctzu03xyqxhlrlfyv79xggpp4mhxue69uhkummn9ekx7mqzyrpv2g0rm3cm6a72ft2jk2v658yl7vpkzakgx46nnwmsxqkm9mgx5qcyqqqqqqgzufs3v

# เวลามีค่าศึกษาบิทคอยน์

คำนี้ไม่ใช่วลีรักอะไรที่เกิดขึ้นมาลอย ๆ ผมชวนให้ทุกคนตั้งคำถามว่า.. เวลาของเราในแต่ละวันถูกใช้ไปกับอะไรกันแน่?

.

มีหลายคนที่ใช้มันไปกับการฝึกฝนทักษะ สร้างคุณค่าให้กับตนเองและผู้อื่นเพื่อเพิ่ม value หรือ เพิ่มประสบการณ์ในชีวิต

.

สิ่งที่เรากระทำลงไปมันไม่ได้สูญหายไปไหนเลย มันสร้างเป็นตัวตนของเราในอนาคตขึ้นมาให้เป็นในสิ่งที่เราได้บริโภคมันไป

.

> ถ้าสิ่งที่เรากระทำไปนั้นเป็นสิ่งที่ดี เราก็จะเป็นคนที่ดีขึ้น ฉันใด.. ถ้าสิ่งที่เรากระทำไปนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ดี เราก็จะเป็นคนที่ไม่ดีมากขึ้น ฉันนั้น..

**ทำกรรมอันใดไว้ ย่อมได้รับผลของกรรมนั้น**

.

## แล้วทำไมเราถึงต้องศึกษาบิทคอยน์?

เพราะเมื่อเรานั้นยังคงต้องใช้ชีวิตไปในโลกนี้อยู่ เรายังคงต้องแลกเปลี่ยนมูลค่า **(Value)** ซึ่งกันและกันอยู่ ยังไงหน่ะหรอ?...

.

จริง ๆ แล้วคนเรานั้นสิ่งที่มูลค่ามากที่สุดในตัวของเราคือ **เวลา** เพราะถ้าเราหมดเวลาลง ชีวิตเราก็จบสิ้น.

> สิ่งที่มีจำกัดจำนวนจำกัด และไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้เลย คือเวลาของชีวิต

.

**เงินที่ดี** สามารถเป็นตัวแทนของ **เวลาของชีวิต** ได้ เพราะคุณสมบัติของสองสิ่งนี้ที่มีส่วนคล้ายคลึงกันมากที่สุด

- เวลาชีวิต ไม่สามารถเพิ่ม supply ได้เลย

- เงินที่ดี ไม่สามารถเพิ่ม supply ได้ง่าย

แต่จะบางอย่างในโลกนี้ก็ไม่สามารถเพิ่ม supply ได้ง่ายใช่ไหมหล่ะ

## อะไรอีกคือคุณสมบัติของเงินที่ดี?

1. เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน (Medium of exchange) คือ คนทุกคนต้องยอมรับในการที่สิ่งๆนั้นเป็นสื่อกลาง เวลาพ่อค้าขายของให้กับลูกค้าก็ต้องยอมรับเงินที่ลูกค้านำมาให้ (ดังที่เขียนไว้ด้านหน้าธนบัตรทุกใบว่า ธนบัตรเป็นเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย)

ทั้งนี้ หากย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์การค้าขายในสมัยโบราณ จะพบว่าเป็นระบบการค้าแบบแลกเปลี่ยนสินค้ากัน (Barter System) คือ ใครปลูกข้าวแล้วจะกินผักก็เอาข้าวไปแลกผักตามจำนวนที่ตกลงกัน หรือใครจะซื้อควาย ก็เอาผลผลิตมาแลกตามที่ตกลงกันเช่นเดียวกัน

ซึ่งระบบการค้าแบบนี้มีปัญหาคือ จำเป็นที่ผู้ซื้อก็ต้องหาผู้ที่ต้องการขายที่ต้องการผลิตผลของผู้ซื้อเจอ ขณะที่ผู้ขายเองก็ต้องหาผู้ซื้อที่มีผลิตผลที่ผู้ขายต้องการเจอเช่นเดียวกัน ทำให้การค้าไม่มีมากและไม่สะดวกเท่าที่ควร

นอกจากนั้นแล้ว แม้หากชาวนาต้องการกินขาหมู หรือมีข้าวจำนวนที่พอแลกกับขาหมู ขณะที่คนเลี้ยงหมูต้องการข้าวแต่อยากขายหมูไปทั้งตัว เพราะตัดขาไปข้างเดียว มันก็ตายอยู่ดี เงินจึงต้องทำหน้าที่ประการที่ 2 ต่อมา

2. สามารถเป็นหน่วยวัดได้ (Unit of account) หรือสามารถแยกย่อยได้ ดังที่ได้กล่าวมาในข้อหนึ่ง ในกรณีที่ผู้ซื้อหรือผู้ขายต้องการขายเป็นหน่วยย่อย ก็สามารถใช้เงินมาแทนได้ โดยผู้เลี้ยงหมูก็จะขายหมูให้พ่อค้าคนกลาง แล้วพ่อค้าคนกลางก็จะไปแยกขายหาคนซื้อเอาเอง (บวกกำไรเป็นคนค้าหาคนซื้อและรับความเสี่ยงที่หมูจะเน่าไป)

อย่างไรก็ดี แม้การค้าเกิดขึ้นแล้ว แต่การค้าขายนั้นไม่ได้ทำให้วันพรุ่งนี้ดีขึ้น เพราะมีกินไปวันๆท่านั้น ข้าวที่ปลูกไว้ก็เก็บได้ไม่นานก็เน่า หมูที่ซื้อมาก็เน่าอีกถ้ากินไม่หมด เงินจึงต้องทำหน้าที่ถัดมาคือ

3. เก็บรักษามูลค่าได้ (Store of value) เนื่องจากเงินไม่เสื่อมสภาพ ไม่เน่าเสีย เหมือนสินค้าปกติทั่วไป ไม่มีตกรุ่นไม่มีเก่าเหมือน ipod iphone ราคาหรือมูลค่าของมันก็ยังคงเดิม วันรุ่งขึ้นหรือวันถัดๆไปก็ยังสามารถเอาไปซื้อหมูมากิน ซื้อข้าวมากินได้เหมือนเดิม (กรณีนี้ขอยังไม่พูดถึงเรื่องเงินเฟ้อนะครับ เดี๋ยวจะงงกว่าเดิม)

จากเหตุผลข้างต้น สิ่งที่ใช้แทนเงินได้ต้องมีคุณสมบัติ คร่าวๆ คือ

- เป็นสิ่งที่เป็นสื่อกลางได้ คนทั่วไปยอมรับ เช่น จะเอาเหรียญแมนยูไม่ได้ เดี๋ยวแฟนลิเวอร์พูลไม่ยอมรับ อะไรทำนองนี้

- วัดได้เป็นมูลค่าได้ หรือแยกเป็นหน่วยย่อยได้ เช่น ทอง หรือเงิน สามารถแบ่งเป็นน้ำหนักได้ แต่เอาทองคำเปลวมา แบบนี้วัดยากก็หน่อย อ่อ แล้วราคาก็ไม่ควรผันผวนมาก

- หาได้ยาก หรือทำขึ้นมาเองไม่ได้ (หรือพูกง่ายๆว่าก๊อปได้ยาก) ไม่งั้นแล้วคงเดินเก็บเอาเปลือกหอยตามชายหาดมาเป็นเงินได้

- คงมูลค่าได้ (รวมถึงเสื่อมสภาพได้ยาก) ไม่ใช่เอาแก้วมาทำเป็นเงิน แล้วพอสะดุดล้มก็แตกหมด

ทั้งนี้ เพื่อทำหน้าที่ของเงินให้ครบถ้วนสมบูรณ์

ในความเป็นจริง มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ถูกนำมาใช้เป็นเงิน ไม่ว่าจะเป็นทอง เงิน ทองแดง ข้าว เกลือ หิน เปลือกปอย บุหรี่ หรืออื่นๆ แต่หลายๆสิ่งหลายๆอย่างก็ได้วิวัฒนาการมาเป็นเงินในรูปแบบปัจจุบัน และกำลังวิวัฒนาการต่อไปในอนาคต โดยอาจอยู่ในรูปของเครดิตต่อไป แต่มิติที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจนั้น ได้เปลี่ยนแปลงไปรวดเร็วกว่าในอดีต ไม่ว่าการค้าที่เป็นแบบ globalization การเชื่อมโยงทางข้อมูลข่าวสารต่างๆ ก็อาจทำให้เงินวิวัฒนาการต่อไปได้อีกครับ

ท้ายสุด... ที่เล่ามาทั้งหมดแค่อยากบอกว่าถ้าอยากเก็บเวลาของชีวิตเราให้ดีเลือกเก็บมันไว้ในเงินที่ดีซึ่งไม่มีอะไรดีไปกว่า #Bitcoin แล้วในปัจจุบันนี้ที่เงิน Fiat เสื่อมมูลค่าลงไปทุกวัน

#ขอให้เป็นวันที่ดี 🌱☺️ #Siamstr #เวลามีค่าศึกษาบิทคอยน์

ลืมบอกอีกอย่าง ยิ่งใช้ Coin ยิ่งลดสองต่อไปอีก บางทีกดไปกดมาลดไปถึง 50% จากราคาขายเลย

มีหลายร้านเลยครับที่ทำ Live แล้วเลือกหนังสือที่เราชอบทิ้งไว้ในตะกร้าได้ แล้วค่อยใช้คูปองหลังจากที่เราหยิบมาตอนไลฟ์ ลิสท์เท่าที่เห็นว่าทำมีตามนี้เลย

- ร้านนายอินทร์

- investing.in.th

- ร้านหนังสือ Attorney285

- นิยายออนไลน์ Booktogo

เป็นต้น และไม่รู้ว่าร้านหนังสืออื่น ๆ ที่มาเปิดใน Shopee ทำไลฟ์กับเค้าด้วยหรือเปล่า

ช่วงนี้พบว่า Shopee Live ทำให้เราได้หนังสือเล่มในราคาที่ถูกลงอีกเยอะเลย #SiamSTR

ดูคลิป Right Shift Bali แล้วได้แรงบันดาลใจเวลาไปเมืองนอกตอนเห็นช่วงที่ออกวิ่งตอนเช้า อย่างน้อยช่วงเช้าขอไปใช้ยิมโรงแรมหน่อยเถอะ เอาให้คุ้มค่าห้องโรงแรม #SiamSTR

พึ่งมาย้อนดู nostr:npub1prya33fnqerq0fljwjtp77ehtu7jlsjt5ydhwveuwmqdsdm6k8esk42xcv ตอนล่าสุด เหมือน Recall ว่าทำไมเราเลือกถือ Bitcoin #SiamSTR

วันนี้มาอยู่ร้าน The CardZ Shop ที่ชั้น 7 MBK Center เหมือนเดิม #SiamSTR

“บัญชี 4 ประเภทและ Bitcoin ที่เราควรทำความเข้าใจและแยกแยะให้ออก”

❤️1. Store of wealth (บัญชีรักษาความมั่งคั่ง)

บัญชีประเภทนี้เราใช้เพื่อรักษาความมั่งคั่งของเราและเพื่อส่งต่อให้รุ่นลูกรุ่นหลานถัดไป เมื่อซื้อหรือสร้างทรัพย์สินประเภทนี้แล้ว จะถือไปเรื่อยๆไม่ขาย (เว้นเสียแต่จะจนตรอกจริงๆ) ทรัพย์สินที่ถือครองควรเป็นทรัพย์สินที่ไม่ด้อยค่าลงเรื่อยๆในอนาคต เช่น ที่ดิน ทองคำ ต้นไม้บางชนิด พืชพันธุ์ธัญญาหาร แหล่งอาหาร ฯลฯ

❤️2. Investment account (บัญชีการลงทุน)

บัญชีประเภทนี้บางคนใช้เพื่อสร้างฐานะความร่ำรวย แต่บางคน ใช้เพื่อสร้างอิสระภาพในการใช้ชีวิต โดยหลักการที่ว่า สร้างทรัพย์สินหรือเปลี่ยนเงินที่เราทำมาหาได้ให้กลายเป็นทรัพย์สินบางชนิด ที่สามารถทำงานผลิดอกผลแปรเปลี่ยนเป็นกระแสเงินสดให้เราได้

ซึ่งทรัพย์สินเหล่านี้มีมากมายหลายชนิด สุดแท้แต่ความชอบ ความถนัด ความรู้ความสามารถของแต่ละบุคคล ไม่ว่าจะเป็น....

- ทรัพย์สินทางการเกษตร ต้นไม้บางชนิด พืชพันธุ์บางชนิด ผลไม้บางชนิด ฝูงปศุสัตว์บางชนิด (ทั้งสัตว์บก-สัตว์น้ำ) *** ขอเน้นว่าเพียงบางชนิด และควรจะเพาะปลูกหรือเลี้ยงด้วยหลักการเกษตรกรรมธรรมชาติ

- สังหาริมทรัพย์บางชนิด

- อสังหาริมทรัพย์บางชนิด

- ลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญาในผลงานต่างๆ เช่นเพลง หนังสือ ช่องyoutube, facebook page, googel partner, web blog . ฯลฯ

- ธุรกิจบางประเภท *เน้นว่าเพียงบางประเภท เพราะธุรกิจบางประเภทนั้นให้ได้เพียงความร่ำรวย แต่ไม่อาจให้อิสรภาพในการใช้ชีวิตได้

- สิทธิ์ในความเป็นเจ้าของร่วมในบริษัทต่างๆ (ผู้ถือหุ้น)

* เน้นว่าจะต้องเป็นการลงทุนแบบ Value Investor (Vi) คือลงทุนในบริษัทที่ดี มีธรรมาภิบาล สร้างสรรประโยชน์ต่อสังคม กิจการมีความแข็งแกร่ง รายได้เติบโต กำไรเติบโต กำไรต่อหุ้นเติบโต และราคาเหมาะสมที่เราจะร่วมเป็นเจ้าของด้วย

เมื่อซื้อหุ้นแล้วก็ถือระยะยาวไปเรื่อยๆ 5 ปี 10 ปี 20 ปี 30 ปี หรือตลอดชีวิตเลยก็ได้ ด้วยหลักคิดที่ว่าเมื่อเราถือหุ้นเราก็เป็นเจ้าของร่วมในบริษัทนั้น จะขายก็ต่อเมื่อ พื้นฐานของกิจการหรือธุรกิจนั้นเปลี่ยนไป หรือเมื่อราคาของหุ้นนั้นแพงเกินมูลค่ามากจนเกินไป

*หลายคนยังสับสนว่าถือหุ้นไปเรื่อยๆราคาหุ้นก็ขึ้น ถ้าไม่ขายจะได้เงินได้อย่างไร บางบริษัทนั้นจ่ายปันผล ซึ่งปันผลนั้นหากบริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้น กำไรเพิ่มขึ้น กำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้น ปันผลก็จะเพิ่มขึ้นทุกปี (แม้ราคาหุ้นไม่ขึ้นเลยก็ตาม)

*เรื่องนี้ยาว ต้องศึกษาเรื่องการลงทุนแบบเน้นคุณค่าอีกที

❤️3. Speculating account (บัญชีการเกร็งกำไร)

บัญชีนี้ก็อย่างๆที่เห็นๆในตลาดบางส่วน เกร็งกำไรได้ทุกสินทรัพย์ ไม่ว่าจะหุ้น คลิปโต ค่าเงิน ทองคำ สินค้าทางการเกษตร ฯลฯ คนที่เกร็งกำไรส่วนใหญ่มักใช้การดูกราฟ หรือที่เราเรียกกันว่า Technical Trader บางคนอาจใช้หลักการ Money management เพื่อบริหารความเสี่ยงร่วมด้วย

❤️4. Gambling account (บัญชีการพนัน) บัญชีนี้ผมว่าอาจจะเป็นคนส่วนใหญ่ในตลาดเลย ไม่ว่าจะเป็น ตลาดหุ้น ตลาดคริปโต ตลาดบอล ตลาดหวย ตลาดไฮโล ถั่วโป บาคาร่า รูเล็ต ป๊อกเด้ง ไปยันปั่นแปะ บางส่วนเล่นแบบหลับหูหลับตาเล่นเพราะผีพนันเข้าสิง แต่บางส่วนก็อาจมีหลักการบริหารความเสี่ยงร่วมด้วย

*สำหรับผมแล้ว มีเพียงบัญชีประเภทที่หนึ่งและประเภทที่สอง เป็นสาย saving และ investing ไม่ใช่นักเกร็งกำไรซื้อๆขายๆหรือสายพนันเดิมพันไปทั่ว

❤️แล้ว Bitcoin หละ อยู่ในบัญชีประเภทไหน มันก็อยู่ได้ทุกประเภทนั่นแหละ บางคนก็ใช้เป็นเพียงเครื่องมือในการเล่นพนัน บางคนก็ใช้เป็นเพียงเครื่องมือในการเก็งกำไร บางคนก็ใช้เป็นเพียงเครื่องมือในการลงทุน

❤️บางคนก็ใช้เป็นเครื่องมือในการรักษาความมั่งคั่ง

❤️แต่สำหรับหลายคน Bitcoin นั้นมันไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องมือที่ใช้ในการรักษาความมั่งคั่ง

* หลายคนใช้มันในฐานะเครื่องมือในการปลดแอกมนุษยชาติจากพวกพ่อค้าทุนนิยมสามานย์และเหล่าทรราชเผด็จการ

* ใช้มันเป็นเครื่องมือในการประท้วงอย่างสันติวิธี

* ใช้มันเป็นเครื่องมือในการประกาศชัยสู่อธิปไตยทางด้านการเงินของประชาชนอย่างแท้จริง

* และใช้มันเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนสังคมนี้ให้ก้าวเข้าสู่ยุคแห่งความศิวิไลซ์อันแท้จริง

❤️บัญชี 4 ประเภทและ Bitcoin ที่เราควรทำความเข้าใจและแยกแยะให้ออก แยกแยะไม่ออกเราอาจจะกลายเป็นเพียงแค่ผีผนัน

❤️และสิ่งสำคัญ จงศึกษา Bitcoin

❤️เมื่อใดที่ท่านเข้าใจว่า Bitcoin เกิดขึ้นมาด้วยวัตถุประสงค์ใด เมื่อใดที่ท่านเข้าใจว่าการเปลี่ยนเงิน Fiat ให้กลายเป็น Bitcoin ของท่านนั้นไม่ใช่การลงทุน เมื่อใดที่ท่านเข้าใจว่า 1 btc มีค่าเท่ากับ 1 btc

เมื่อนั้นแสดงว่าดวงตาของท่านคงได้ส่องประกายราวกับแสงเลเชอร์แล้ว

ขอให้โชคดี ในวันที่ btc ดีดแรงๆและผู้คนแห่แหนกันเข้ามาด้วยความโลภและหวังจะรวยเร็ว

ว่าแล้วก็สาดน้ำมะตูมลงคอ.....

#กวีนอนนา ผู้ไม่หิวแสงแต่ชอบ

แสดงกล้ามดาก

#siamstr

ดูนโยบายแจกเงินดิจิทัลของรัฐบาลวันนี้เรียบร้อย ถ้าได้มาก็เอามาใช้นะ แต่นึกถึงหลาย ๆ คนที่บอกเกี่ยวกับศักดิ์ของเงินว่ามันจะต่างกัน และอำนาจมันจะต่ำกว่าเงินสดขึ้นมาทันทีทันใด เมื่อมันมีกฎเกณฑ์ในการห้ามใช้ แต่คนก็อยากไปใช้ในวัตถุประสงค์ที่เค้าห้ามใช้กันนี่สิ อย่างชำระหนี้หรือการซื้อบริการ หลาย ๆ คนก็น่าจะอยากได้กัน หรือการห้ามการซื้อทรัพย์สินอย่างทองคำเพราะเหตุที่กลัวไม่มีพลังคูณของการหมุนเวียนเศรษฐกิจด้วย

#SiamSTR