Avatar
Xsara8
17ad50a532f2a8fcf48d6c49d7b1fedec59c13f80170ea753a38b91281f6af22
Make it happen, build it come true.

วันนี้ผมได้ย้อนฟัง Alt+tab SS2 ep.3 ที่สัมภาษณ์พี่ป้ำ nostr:nprofile1qqsfwl44pcxpjemklvn6jqnsa3z9nduq4sn7984s68fn2kupnnyn3uce8qjxs และพี่แชมป์ nostr:nprofile1qqsdwfln5z7vwels5kqj6cxexk9y6a7td4z8d5pj8f35k59jns8p3ks9ltpte ก็ได้นั่งทบทวนอะไรหลายๆ อย่างจากคลิปนี้ ไม่ว่าจะ บิตคอยน์ทำให้เรารู้สึกสีเขียว 💚, การเลี้ยงลูก, ความหมายของภาพวาดของพี่แชมป์(ที่วันนี้มีราคาที่ 4,700,000 sats), ทฤษฎีเกม ฯลฯ มีโอกาสจะนำมาถ่ายทอดต่อไป

แต่เรื่องที่ผมอยากจะนำมาเล่าในโน้ตนี้ คือเรื่องของ Proof of work ครับ

Proof of work หลักฐานการทำงาน เป็นการหยิบเอาหลักการทำงานของบิตคอยน์ในในการปิดบล็อคของ Miner โดยให้ทุกคนที่เข้าแข่งขัน สุ่มตัวเลข hash ให้ได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด คนที่ทำได้เป็นคนแรก ก็จะได้เขียนบล็อคใหม่และจะได้รับบิตคอยน์จากระบบเป็นการตอบแทน แล้วหลักการทางคอมพิวเตอร์นี้ กลายมาเป็นปรัชญาในการดำเนินธุรกิจและใช้ชีวิตได้อย่างไร?

Proof of work ก็ตามชื่อ หลักฐานการทำงาน ในการขุดบล็อคแต่ละบล็อคนั้นจะมีผู้ชนะย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 10 นาที ผลที่เราเห็นคือเค้าชนะ และเมื่อเทียบกับความยากในการสุ่มตัวเลข เราก็พอจะจินตนาการได้ว่า นักขุดรายนี้ต้องใช้พลังงานและทุนมากแค่ไหนในการขุดเพื่อขึ้นมาเป็นผู้ชนะ

หลักการนี้เมื่อใช้กับการดำเนินชีวิต มันก็หมายถึงผลงานที่เราสร้าง ชีวิตที่เราเป็นอยู่ทุกวันนี้ มันเกิดจากการลงทุนเวลาและทรัพยากรของเราในการก่อร่างสร้างตัวขึ้นมา นักเรียนจบใหม่ย่อมต้องใช้เวลา 20 กว่าปีในการเรียนจบ ป.ตรี, นักบอลระดับโลกคนนั้นนี้ ต้องมีวินัยและทักษะที่ฝึกฝนมาขนาดไกนถึงเอาชนะคู่แข่งได้, กว่าเศรษฐีคนนั้นจะรวยขึ้นมา ต้องสร้างเนื้อสร้างตัวมาเท่าไหร่ นั่นคือ Proof of work ที่เราสามารถรับรู้ได้ อย่างที่คำที่ว่า "มองตาก็รู้ใจ"

อ่าวถ้างั้น ทำไม้รายังเห็นคนจบใหม่ไม่มีงานทำล่ะ? ถ้างั้นคนแก่ก็ต้องรวยกันทั้งประเทศแล้วสิ เพราะเค้าทำงานมาก่อนเรา? แต่ในความเป็นจริงแล้ว เรายังมีอีก 2 ปัจจัยด้วยกันที่ทำให้หลักการนี้เป็นความจริงแท้นั่นก็คือ "Subjective Value" และ "Free Market"

หลักฐานการทำงานหนัก มันจะมีคุณค่าเมื่อคุณทำในสิ่งที่คนให้คุณค่า เมื่อพวกเค้าเห็นค่า ( "เราเรียนจากพี่ชิตมาแล้วว่า objective มันเป็นแค่ครึ่งเดียว อีกครึ่งคือสิ่งที่ผู้คนจะให้ค่ามัน - พี่แชมป์" )

และสิ่งใดจะมีคุณค่านั้น ตลาดจะเป็นผู้ตัดสินเอง

.

นี่หลักการ Proof of work เป็นเหตุผลว่าทำไมมันถึงเป็นหลักการที่จริงแท้และควรยึดถือ

ต่อมาเมื่อ Proof of work คือสิ่งที่สะสมได้แล้ว มันก็สามารถส่งต่อได้เช่นกัน...

.

พี่ป้ำเรียกสิ่งนี้ว่า "สายป่าน Proof of work"

มันคือเหตุผลที่ทำไมตระกูลใหญ่ถึงสามารถร่ำรวยขึ้นมาได้ เพราะ Pow ของเค้าสามารถส่งต่อได้ พ่อแม่ส่งต่อกิจการให้ลูก หรือถ้ามีลูกหลายคน สิ่งที่ส่งต่ออาจจะ

เป็น องค์ความรู้, connection, หรือเงินทุนบางส่วนก็นับเป็น Pow เหมือนกัน

สายป่าน PoW ที่ถูกต่อสายให้ยาวขึ้นเรื่อยๆ ในฐานะคนรุ่นใหม่ก็เหมือนเรามีจุดเริ่มต้นที่ดีกว่าคนอื่นๆ หมายถึงเราจะสามารถแข่งขันและขยาย PoW ได้ดีกว่าคนที่ไม่มีต้นทุน Pow

.

อย่างไรก็ตาม การมี Pow หรือต้นทุนชีวิตที่ดีกว่า ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ต้องทำงานหนัก

เพราะเมื่อไรก็ตามที่คุณหยุดแข่งขัน ตลาดเสรีจะนำพาคนที่ทำงานหนักกว่าคุณ มี Pow มากกว่าคุณมาแข่งและเขียคุณออกจากตลาด ฉะนั้นคุณต้องสร้าง Pow เรื่อยๆ ถ้าต้องการจะแข่งขันในตลาด และการสร้างนั้นคือการสร้างคุณค่าให้กับผู้คนนั่นเอง

เราจะเห็นว่าด้วยระบบนี้ มันคือการนำพาให้ทุกคนแข่งกันทำเรื่องดีๆ ที่อำนวยความสะดวก ที่สร้างคุณค่า แข่งกันเป็นปู้ให้ และในสังคมที่มีแต่ผู้ให้ โลเราจะน่าอยู่ขึ้นแน่นอน

และในการที่เราจะสามารถสร้าง Pow และแข่งขันภายใต้สังคมแห่งการเป็นผู้ให้ เราต้องมีความ Secure ก่อน

.

Then, how to?

ในการสร้าง Pow สามารถแบ่งออกได้เป็นหลายขั้นด้วยกัน และในหลายครั้งเราอาจต้องสร้าง Pow กับเรื่อง 2 เรื่องหรือมากกว่านั้นไปพร้อมๆ กันเพื่อที่จะออกมาเป็นสินค้าและบริการอีกสิ่งหนึ่งซึ่งจะสร้างคุณค่าให้กับตลาด

โดยหลักการก็ง่ายๆ "ทำทันที ทำอย่างบ้าคลั่ง" ก้มหน้าฝัน จดจ่ออยู่กับเป้าหมายและลงมือทำ

.

แล้วมีปัจจัยที่ควรคิด หรือเป็นคำแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มสร้าง Pow มั้ย?

พี่ป้ำให้ข้อคิดเรื่องนึง นั่นก็คือเรื่อง "entropy" หรือ "ความไม่แน่นอน"

ในการสร้าง Pow มันคือการเดินทาง จำต้องมีอีกหลากหลาย Pow ที่เข้ามารวมกัน สิ่งที่เราทำได้คือ การโฟกัสไปทีละขั้นและลดปัจจัยความไม่แน่นอนนี้ให้ต่ำที่สุด ให้เรามีความมั่นคงพอที่จะย้ายทรัพยากรของเรา ไปลงทุนกับ Pow ถัดไปได้

เช่นกับเงินที่เราใช้ในปัจจุบัน เมื่อ Base layer มีความแน่นอนสูง เราไม่สามารถขยับขยายไปต่อได้ เหมือนกับเราไม่สามารถสร้างบ้านบนโคลน แต่เงินที่ entropy ต่อแบบบิตคอยน์ เก็บเปรียบเหมือนหินดินดาน ที่เราสามารถสร้างบ้าน หรือแม้แต่ปราสาทบนรากฐานที่แข็งแกร่งนั้น ก็ย่อมได้

.

สร้าง, สะสม และ ส่งต่อ Proof of work บนพื้นฐานที่มั่นคงแข็งแรง

ขอสรุปไว้แต่เพียงเท่านี้ ขอให้ฝันดี ราตรีสวัสดิ์ครับ + อรุณสวัสดิ์สำหรับท่านที่มาอ่านโน้ตนี้ในตอนเช้าดเวยนะครับ GN&GM #siamstr

Final Fantsy XXI : Fiat Currency

เป็นหมอฟันอยู่ดีๆ ที่แท้เป็นตำรวจนี่เอง

Perfectionist คลั่งความสมบูรณ์แบบ หรือก็แค่คนปอดแหก?

หลังจากได้เริ่มวางแผน วาดภาพฝันในหัวก็ถึงเวลาได้ลงมือทำ จินตนาการที่วาดฝันไว้อย่างดีถึงผลลัพธ์ความสำเร็จที่จะตามมา แต่ใยหนา…เราถึงไม่กล้าลงมือทำ

เอ๊ะ? ตรงนี้ไม่น่าดีนะ. แผนนี้น่าจะปรับอีกหน่อย. ข้อมูลยังมีไม่พอ. อ้าา ฉันยังไม่พร้อมเลย อย่าเพิ่งเริ่มดีกว่า ทั้งหมดนร้คือข้ออ้างที่จะพาเราออกจากการเผชิญหน้ากับความจริงด้วยคำว่า “ฉันชอบความสมบูรณ์แบบ”

แต่ทุกท่านสังเกตอะไรมั้ยครับ ว่าปัญหาทั้งหมดที่กล่าวมา ไม่มีข้อความไหนเลยที่พูดถึง “การแก้ไข” ทุกถ้อยคำล้วนแต่เป็นคำกล่าวและข้ออ้างเพื่อพาเราหลบหนีจากการลงมือทำ หนีจากความกลัวความล้มเหลวที่จะเกิดขึ้น

นี่ไม่ใช่ความสมบูรณแบบที่สร้างปัญหา หากแต่เป็นความกลัวต่างหาก มันคือความปอดแหกในใจเราลึกๆ ที่คอยทำให้เราไม่กล้าลงมือทำอะไร หาสารพัดข้อแก้ตัวต่างๆ ให้ผ่านพ้นไปวันแล้ววันเล่า

เวลาเป็นทรัพยากรที่จำกัดที่สุดของมนุษย์ “การลงทุนที่แย่ที่สุดคือการไม่ตัดสินใจอะไรเลย” ส่วนเวลานั้นจะมีค่าเท่าไหร่ อยู่ที่การตัดสินใจของเราในตอนนี้ล่ะครับ

GN #siamstr

ปล. สืบเนื่องมาจากโน้พี่แป้ง nostr:nprofile1qqsthwsr0a0m6d56p6y0j2fqethny7vv2l43llqu0nqpx35nx0w4vmqfyumkh ฮะ

อยากได้ยินเพียงเสียงของเธอ เรียกบอกรักเพ้อถึงฉันผู้เดียว

เทคเปิด โลกเปลี่ยน

ที่ผมเคยฟังคร่าวๆคือ

เป็นผลมาจากการเลี่ยงกฎหมายค่าแรงขั้นต่ำของฝั่งนายจ้างในเมกาครับ เช่น

กฎหมายบอกว่านายจ้างต้องให้ค่าแรง 100 เหรียญต่อชั่วโมง เอาเข้าจริงนายจ้างอาจจะจ่ายแค่ 50 เหรียญ แล้วให้ลูกจ้างไปรับจากทิปอีก 50++ เหรียญแทน ไม่ถือว่าผิดกฎหมายครับ

= ลดรายจ่ายไป 50 เหรียญต่อชั่วโมงต่อคน

.

แต่ถ้าได้ไม่ถึง นายจ้างมีหน้าที่เติมให้ครบตามสัญญา เช่น ลูกจ้างคนนี้ได้ ทิปแค่ 40 ไม่ถึง 50, ทางร้านก็มีหน้าที่เติมอีก 10 ให้ครบ 100 เหรียญครับ

.

ปล.1 มีกฎหมายค่าแรงอีกตัวในเมกาเรียกว่า “กฎหมายค่าแรงขั้นต่ำสำหรับแรงงานที่รับทิป” หมายถึง

จะเห็นว่าจริงเราสามารถจ่ายลดกว่านั้นอีกเท่าไหร่ก็ได้ใช่มั้ยครับ แค่ให้ค่าแรงเพียงพอกับค่าแรงขั้นต่ำ เราอาจจะไม่ควักเลย ถ้าร้านเราขายดีแล้วพนักงานได้ทิปถึง 100 เหรียญ++ คนฟรี งานฟรี กำไรเหนาะๆ , ตัวกฎหมายนี้เลยออกมากำหนดอีกทีว่าค่าแรงก่อนรวมทิปเนี่ย นายจ้างต้องจ่ายเท่าไหร่ ปิดช่องโหว่นี้ครับ

ปล.2 ทิปถือเป็นทรัพย์สินของลูกจ้าง นายจ้างไม่มีสิทธิ์ในเงินนั้น ได้ 100 ต้องให้ 100 (ในทางปฏิบัติเช่น รับเงินผ่านบัตรเครดิตก็อาจหักค่าใช้จ่ายเล็กน้อยได้)

ปล. 3 ในร้านอาหารบางร้านอาจมีนโยบายกระจายทิปกัน เช่น พนักงานเสิร์ฟรับมา แบ่งให้คนครัว หรือคนอื่นๆ แบบนี้สามารถทำได้ **หลักคือ ทิปต้องส่งให้ลูกจ้างทั้งหมด นายจ้างไม่มีสิทธิ์เก็บไว้เอง** ครับ

น้ำตาลค่อยน้อย แป้งค่อนร้อย 55555