Avatar
Xsara8
17ad50a532f2a8fcf48d6c49d7b1fedec59c13f80170ea753a38b91281f6af22
Make it happen, build it come true.
Replying to Avatar SOUP

มากกว่าคำว่านับถือ...คือศรัทธาและการลงมือทำ

หลายคนเข้าใจว่าการเป็นชาวพุทธ คือการนับถือหรือเชื่อตามคำสอนโดยไม่ต้องพิสูจน์ แต่จริงๆ แล้วการเป็นพุทธะนั้นลึกซึ้งกว่านั้นมาก เป็นการศึกษาและปฏิบัติตามหลักคำสอนด้วยตนเอง การปฏิบัติตามหลักคำสอนนี่แหละ คือแก่นแท้ของการเป็นพุทธศาสนิกชน ไม่ใช่แค่การบอกว่านับถือพุทธศาสนาเฉยๆ

เพราะการ "นับถือ" อาจหมายถึงเพียงการเชื่อในทฤษฎีหรือเรื่องราวในอดีต แต่พุทธศาสนาเป็นเรื่องของการดับทุกข์ในชีวิตปัจจุบัน เป็นเรื่องของธรรมชาติมนุษย์ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

ดังนั้นการปฏิเสธศาสนาพุทธจึงไม่ใช่เรื่องผิด ใครจะปฏิเสธก็ได้ไม่มีใครบังคับ แต่ควรปฏิเสธด้วยเหตุผลที่ได้ลองศึกษาและปฏิบัติมาแล้ว มันเหมือนกับเรามีเครื่องมืออยู่แต่ไม่เชื่อว่าเครื่องมือนั้นใช้ได้ ทั้งๆ ที่ยังไม่เคยแกะออกมาจากกล่อง ไม่เคยลองหยิบจับ ไม่เคยลองใช้งาน การปฏิเสธพุทธศาสนาทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ศึกษาหรือปฏิบัติอย่างจริงจัง ก็เหมือนกับการตัดสินหนังสือจากหน้าปก

นั่นจึงนำมาสู่เรื่องของ "ศรัทธา" ในพุทธศาสนา ซึ่งไม่ใช่การเชื่อโดยไม่ไตร่ตรอง แต่เป็นการเปิดใจรับฟัง ใคร่ครวญ แล้วเกิดความรู้สึกว่าคำสอนเหล่านี้น่าจะมีประโยชน์ น่าจะลองปฏิบัติเพื่อพิสูจน์ด้วยตนเอง โดยเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองที่จะพิสูจน์คำสอนเหล่านั้นได้ เพราะพุทธศาสนาเน้นการลงมือปฏิบัติ เป็นเรื่องของความเพียรและการพิสูจน์ด้วยตัวเอง ไม่ใช่แค่การเชื่อแบบงมงาย การตัดสินใจว่าจะนับถือหรือไม่นับถือพุทธศาสนา ควรใช้เหตุผลและประสบการณ์ของเราเอง

Seefah restaurant ?

Their Douchi gravy sauce noodle with Fish (ราดหน้าปลาเต้าซี่) is great !

เรื่องค่าชดเชย : ถ้าไม่ได้มีการฟ้องร้องเรียกร้องให้การท่าจ่ายค่าชดเชย แต่เค้าให้ด้วยตัวเอง ไม่ได้รับการยกเว้นภาษีครับ

การขายให้การท่า : ไม่ใช่การถูกเวนคืนอสังหา ฉะนั้นกรอกในช่องรายได้ 40 (8) ตามปกติ

.

ทั้งสองกรณีนี้ ยื่น 40 (8) ตามปกติเลยครับผม

ค่อยๆอ่านนะพี่ตุ๊ก ไม่ต้องรีบ....

อรุณสวัสดิ์ครับ พี่อรุณ

ฤกษ์แบบนี้ หมายความว่าอะไรเหรอครับ น่าจะเป็นเรื่องดีแน่เลย

Replying to Avatar Panai Lawasut

ผมว่า Jakk ใช้คำได้ถูกต้องที่สุด “งาน #TBC2024 เหมือนได้กลับบ้าน”

ผมเป็นคนชอบอยู่คนเดียว ผมรู้สึกว่าสกิลการเข้าสังคมของผมไม่ค่อยได้ มันปั้นหน้าไม่ถูก ไม่รู้จะคุยอะไร คิดเยอะไปว่าถ้าชวนคุยเรื่องนู่นเรื่องนี้มันจะละลาบละล้วงมั้ย จะมีกลุ่มเพื่อนอยู่ไม่กี่คนที่ผมรู้สึกสบายใจด้วย ที่จะคุยกันยาวๆ

มีรายการเข้ามาขอสัมภาษณ์เรื่องร้านเยอะอยู่นะ ผมก็จะให้น้องชายกับแฟนเป็นคนออกหน้า ส่วนหนึ่งก็อยาก keep low profile แต่จริงๆ คือสกิลในที่สาธารณะของผมมันไม่ได้จริงๆ

พักหลังเป็นหนักมาก ยิ่งผมสามารถถอยตัวออกมาจากหน้าร้านได้ 100% ผมยิ่งไม่พยายามผูกมิตรกับใครเพิ่ม

ซัพพลายเออร์ของร้านผมส่วนใหญ่ไม่รู้จักผม ทั้งๆ ที่ชื่อบนสลิปโอนเป็นชื่อผมทั้งหมด เคยมีเจ้านึงเอากระเช้าปีใหม่มาให้ เจอผมโดยบังเอิญ แต่ก็พยายามถามหาแฟนผม เพราะไม่รู้จักผม 5555 (ผมให้แฟนดูเรื่องจัดซื้อ เอาไว้เป็นบัฟเฟอร์อีกที)

ผมไม่ได้ซีเรียส ผมว่ามัน success ซะอีก ผมไม่ต้องการให้การตัดสินใจเลือกใช้ซัพพลายเออร์เจ้าไหนขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ ส่วนหนึ่งก็เป็นกลยุทธ์ในการบริหาร แต่อีกส่วนใหญ่คือผมไม่อยากจะต้องมาคุยกับใครต่อใคร

จะเรียกว่าเป็นแค่พ่อค้าขายขนมแต่เสือกทำตัวเข้าถึงยากก็ไม่ผิดนัก 55555

ยิ่งพอเป็นบิทคอยเนอร์แล้วด้วยนั้น… (ผมว่าทุกคนเข้าใจ)

ผมไม่รู้จะใช้คำพูดยังไงไม่ให้ดูเย่อหยิ่งโอหัง แต่การที่ผมคุยกับใครคือผมให้เกียรติมาก และก็เชื่อเถอะว่าจากที่ผมเล่ามา มันทำให้ผมเข้าใจทุกคนที่มาในงานเป็นอย่างดี โดยเฉพาะคนที่มาคนเดียวว่ามันต้องใช้ความกล้าหาญแค่ไหน

มันถึงทำให้ผมประทับใจมากเวลาที่หลายๆ ท่านที่เข้ามาคุยกับผม ผมก็ถือว่าท่านให้เกียรติผมมาก บางทีอาจต้องรวบรวมความกล้า บางทีอาจต้องใช้ความไว้วางใจ

และผมก็ต้องขอโทษไว้ตรงนี้เลย สกิลการเข้าสังคมของผมมันไม่ได้จริงๆ หลายๆ ทีบรรยากาศการสนทนากันมันอาจดูอึดอัด ไม่มีอะไรจะคุย แต่ผมนับถือและประทับใจทุกท่านจริงๆ

และเชื่อว่าคงไม่มีใครถือสาใคร คงไม่มีใครรู้สึกว่าบางคนทำตัวเข้าไม่ถึง

เพราะบรรยากาศโดยรวมมัน “เหมือนได้กลับบ้านจริงๆ”

ไม่รู้ RS ทำได้ยังไง แต่ผมรู้สึกอยากจะคุยกับใครก็ได้ หรือใครอยากจะมาคุยกับเราก็ได้ ทั้งหมดทั้งมวลมันมีแต่ความให้เกียรติกัน ไว้วางใจ และให้กำลังใจกัน

อย่างเช่น Hipnok มาเปิดตัว พี่จตุพลเปิดหน้า แชมป์เอารูปที่ไม่คิดจะขายมาขาย หรือแม้แต่ผมเองที่รู้สึกอยากคุยกับคนนู้นคนนี้ขึ้นมา (แม้จะทำได้ไม่ดีก็เถอะ) ไม่รู้ต้องนับว่าเป็นการให้เกียรติและไว้วางใจคอมมูขนาดไหน

หรืออีกมุมคือ มันต้องเป็นคอมมูแบบไหนที่ทำให้คนทั้งคอมมูให้เกียรติและไว้วางใจซึ่งกันและกันได้ขนาดนี้

ต้องทำยังไงให้ทุกคนรู้สึกว่าได้กลับบ้าน ซึ่งจริงๆ ข้างนอกนั้นเราก็ไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรบั่นทอนเราซะขนาดนั้นนะ

ความรู้สึกเหมือนตอนที่ผมทำงานอยู่ในกรุงเทพ แล้วมันสุดทางละ ไม่ไหวละ จนพ่อชวนกลับมาบ้าน วินาทีที่ถึงบ้านมันรู้สึกสบายใจ มันรู้สึกปลอดภัย ทั้งๆ ที่ที่บ้านก็ไม่ได้จะมีเงินดูแลผมกับแฟนและลูกสาวอีกคนเพิ่มได้นะ แต่ว่ามันรู้สึกว่าเราอยู่ในที่ของเราแล้ว ทั้งๆ ที่ตัวบ้านตอนนั้นก็ไม่ใช่ของเราไปแล้วด้วยซ้ำ

ยิ่งได้มีคนคุยกับเรา มันก็มีทั้งเรื่องปัญหาและเรื่องที่สนุกปนๆ กันไป แบบครอบครัวปกติเค้าคุยกันนั่นแหละ แต่สำคัญคือมีคนรับฟังและเข้าใจความรู้สึกเรา หรืออย่างน้อยก็พยายามเข้าใจ

ไอ้ความสบายใจนี่ไม่ใช่รู้สึกไปเองนะ มันเป็นการทำงานของร่างกายในระดับฮอร์โมนเลย

ออกซิโทซิน เป็นฮอร์โมนที่มักเรียกกันว่า “ฮอร์โมนแห่งความรัก” เพราะมันจะหลั่งออกมาจากสมองเมื่อเรามีปฏิสัมพันธ์หรือใกล้ชิดกับคนที่เรารัก การกอด การจับมือ หรือแม้แต่การใช้เวลาอยู่ด้วยกัน มันมีบทบาทสำคัญในด้านอารมณ์ ทำให้เรารู้สึกปลอดภัย ไว้วางใจ และมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับคนรอบข้าง

คนที่อยู่ในครอบครัวที่อบอุ่น อยู่ในบ้านที่เป็นบ้านจริงๆ จะมีแนวโน้มที่ออกซิโทซินจะหลั่งออกมาอยู่เนืองๆ ความรู้สึกนี้จะเรียกเป็นภาษาพูดคงจะเป็น อบอุ่น สบายใจ ปลอดภัย ไม่โดดเดี่ยว

ที่สำคัญมันยับยั้งคอร์ติซอล ฮอร์โมนแห่งความเครียด เมื่อระดับความเครียดลดลง ส่งผลให้สมองปลอดโปร่ง คิดอะไรได้ชัดเจนขึ้น

ปัญหาในชีวิตผมเริ่มคลี่คลายจริงๆ หลังจากผมกลับมาอยู่ที่บ้านนี่เอง ไม่ใช่สถานที่ แต่เป็นคนรอบข้างต่างหากที่เป็นปัจจัย

และไอ้ฮอร์โมนตัวเดียวกันนี้ ความรู้สึกเดียวกันนี้ เกิดขึ้นกับผมตลอดเวลาที่อยู่ในงาน และผมมั่นใจว่าเกิดขึ้นกับทุกคนเช่นกัน

“ความรู้สึกได้กลับบ้าน”

ไม่ใช่ความยิ่งใหญ่ของงานหรือความอลังการของเวที แต่เป็นคนในคอมมูต่างหากที่เป็นบ้าน

ถ้าแบบนั้นรูปแบบงานจะเป็นยังไงก็ไม่สำคัญแล้ว ที่ไหนมีคอมมู ที่นั่นก็พาเรากลับบ้านได้ทั้งนั้น

ตอนนี้ฉันคิดถึงพ่อเฉยเลยว่ะ

#GN

#siamstr

บ้านไม่ใช่สถานที่ แต่เป็นผู้คน... ผู้คนที่อยู่ด้วยแล้วรู้สึกสบายใจ รู้สึกปลอดภัย

ความรู้สึก "สีเขียว" นี้มอบพลังให้ราวกับว่าเราจะสามารถฝ่าฟันได้ทุกอุปสรรคบนโลกใบนี้

พลังแห่งมิตรภาพมันมีค่าจริงๆครับพี่ป้ำ

GM ครับ #siamstr

.

ขูดไม่พอ ถอนก็ได้ จัดฟันให้ก็ดี (แต่ไม่น่าจะจัดด้วยมือ 555)

Replying to Ex nihilo

ขอเขียนเพิ่มเติมซะหน่อยละกัน

อันนี้ผมคิดเล่นๆ ว่าเป็นอีก 1 ตัวอย่างสะท้อนว่ายิ่งภาครัฐใช้ กม. แทรกแซงยิ่งเละนะครับ มันจะทำลายวัฒนธรรมการให้ทิปเอาได้เลยในระยะยาว

เดิม milton friedman เคยบอกว่าการให้ทิปเป็นวิธีการหาทางออกของตลาดรูปแบบหนึ่ง ในการให้รางวัลคนที่ทำดีและลงโทษคนที่บริการห่วย เป็นการหาทางออกอย่างชาญฉลาดโดยไม่ต้องพึ่งกลไกรัฐ

ทุกวันนี้กลายเป็นอะไรไปแล้วก็ไม่รู้สินะ

ส่วนนึงผมมองว่าอาจเป็นเพราะประชาชนถูกทำให้ชีวิตอยู่ยากขึ้นจนต้องเห็นแก่ตัวเพื่อเอาตัวรอด (จากเดิมไม่ได้ทิปอาจจะแค่เสียโอกาส แต่ตอนนี้ถ้าไม่ได้ทิปอยู่ไม่ได้แล้ว นายจ้างเองก็อาศัยช่องโหว่ตรงนี้ตัดต้นทุนตัวเองซึ่งถูกบังคับมาจากค่าแรงขั้นต่ำ และแน่นอนว่าผู้ที่ทำชีวิตคนให้ยากขึ้นคือรัฐ ด้วยระบบเงิน fiat)

ในขณะเดียวกัน การศึกษาจากภาครัฐก็ไปบังคับปลูกฝังแนวคิดเรื่องสิทธิต่างๆ ให้คน entitled คิดว่าตัวเองสมควรได้รับสิ่งต่างๆ นานาเพียงแค่เกิดมาเป็นคน ไม่ได้ถูกปลูกฝังให้เน้นเรื่องความรับผิดชอบและยอมรับผลจากการกระทำของตัวเอง คนมันเลยยิ่งคิดกันแต่ว่าฉันทำงานเทอต้องให้ทิปฉัน

เมื่อนายจ้างลำบากจาก กม. ค่าแรงขั้นต่ำจนต้องผลักภาระมาให้ผู้บริโภคช่วยจ่ายทิปให้พนักงาน เมื่อพนักงานรายได้ไม่พอจนต้องลำเลิกเอาเงินจากทุกคนในทุกทางเพื่อเอาตัวรอดแม้จะบริการห่วยแค่ไหน เมื่อผู้บริโภคเจอบรรยากาศแบบนี้และถูกบีบบังคับกลายๆ ให้ต้องจ่ายทิป คิดว่าเค้าจะชื่นชมกับสิ่งที่ได้รับ และมองวัฒนธรรมการจ่ายทิปเป็นเรื่องที่ดีเหรอ จะพาลให้เค้าอยากโจมตีวัฒนธรรมการให้ทิปมากกว่า ทั้งที่จุดเริ่มต้นมันควรจะเป็นเรื่องที่ดีแบบที่ friedman บอก

ไม่อยากอคติ แต่มันก็อดคิดไม่ได้ ว่าบางทีการล่มสลายของวัฒนธรรม มันก็มาจากเรื่องเล็กๆ และฝีมือของภาครัฐที่กระทำการโดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่ และสร้าง unintended consequences ที่อยู่นอกเหนือโมเดลทางเศรษฐศาสตร์ของเหล่า central planner ขึ้นมาอีกแล้ว

#siamstr nostr:note1dyuhg8qrhdtge08s569g7ge8dt8ara3xflauw4pxncnsdwx3ygtqyzpjk6

น้ำผึ้งหยดเดียวจริงๆครับ ผลจากการแทรกแซงตลาด ไม่มีทางจินตนาการได้เลยว่าผลจะออกมาเป็นแบบนี้

Replying to Avatar nior.jira

สวัสดีครับ ผมมีไอเดียอยากทำ project on bitcoin

​.

​Idea: คือ ผมอยากสร้าง platform digital product ที่สามารถซื้อขายกันได้ผ่านการ ทำธุรกรรมบน btc หรือ Zap กัน

​.

​Vision ของผม: ผมอยากให้พื้นที่ให้ทุกคน สามารถมาปล่อยของ หรือ proof of work ของตัวเอง ในด้านที่ตนเองถนัด หรือ สนใจ

​เช่น

​- ผมสนใจเรื่องการลงทุน หรือการเก็บออม ผมมี template เป็น google sheet ที่สามารให้ทุกคนไปใช้ต่อได้

​- หรือ บางท่านเป็น creator สนใจอยากขายงาน artwork หรือ sticker ของตนเอง

​.

​ผมอยากจะ proof concept ผมเป็นอย่างไร หรือท่านไหนที่ผ่านเข้ามาได้อ่าน ถ้าไม่เป็นการเสียเวลาจนเกินไป สามารถ comment ได้เพิ่มเติม หรือ ถ้าสนใจช่วยกดถูกใจให้หน่อยนะครับ

#siamstr

Shopee, Lazada with lightning แค่นึกว่าจะซื้อของแบบนี้ได้ก็ฟินแล้วครับ