Avatar
It's over Anakin, I have the high ground.
1c45a67c9a875bb9a0f9e2b8d3de02e500e0f7709b0ec6d1795fe3fffcbd16f4
Full-time freelance translator

ตราบใดที่คุณยังตั้งเป้าหมายในการนั่งสมาธิเป็นเวลาบนนาฬิกา คุณยังไม่เข้าใจหัวใจของการทำสมาธิ เพราะหัวใจของการทำสมาธิคือการรู้สติ ไม่ใช่แค่การนั่งเฉยๆ

ที่พูดแบบนี้ไม่ได้หมายความว่าการตั้งเวลานั่งสมาธิเป็นสิ่งไม่ดี เพราะการเริ่มต้นย่อมดีกว่าไม่เริ่ม เพียงแต่หากคุณเข้าใจหัวใจของการรู้สติ คุณจะตระหนักว่าเวลาไม่ใช่สิ่งสำคัญ เพราะสิ่งสำคัญคือ ขณะที่คุณรู้สติย่อมดีกว่าเมื่อไม่รู้สติเสมอ เมื่อตระหนักเช่นนี้ เป้าหมายของคุณจึงไม่ใช่นั่งสมาธิได้นานแค่ไหนอีกต่อไป แต่เป็นคุณทำให้ภาวะไม่มีสติลดลงให้น้อยที่สุดได้แค่ไหน

#Siamstr

เอาล่ะ เรามาทบทวนบทเรียนปี 2023 กันเถอะ แต่ของเราน่าจะต้องเรียกว่าทบทวนบทเรียน 5 ปีที่ผ่านมามากกว่า เพราะปีก่อนๆ ก็ไม่เคยเขียนทบทวนอะไรจริงจัง ที่ต้องย้อนหลังไป 5 ปี เพราะมันมี Nexus Event เกิดขึ้น เหตุการณ์ที่เปลี่ยนชีวิตเราไปเลยตลอดกาล นั่นคือแฟนโดนรถชน พูดได้เต็มปากเลยว่า ก่อนหน้านั้นในชีวิตไม่เคยเจอวิกฤติมาก่อน ชีวิตปกติสุขดีมาก ปัญหาใหญ่สุดในชีวิตก่อนหน้าเรื่องนี้ก็แค่ชีวิตรักวัยรุ่น อกหักรักคุด ไม่มีใครเกือบตาย

นอกจากเปลี่ยนชีวิตเราแบบ mentally แล้ว ยังเปลี่ยนชีวิตเราแบบ physically ด้วย เพราะต้องไปดูแลแฟนช่วงที่นอนรพ. กับตอนพักฟื้น เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เราต้องคิดถึงคนอื่นแบบจริงๆ จังๆ ไม่ใช่แค่ว่าเราปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นยังไง ส่วนหนึ่งที่ทำให้ปี 2023 เป็นปีที่ดีสำหรับเรา คือ ปีนี้เป็นปีที่แฟนเรากลับมาใช้ชีวิตตามที่ตัวเองต้องการจริงๆ ได้แล้ว ช่วงก่อนหน้านี้ 2-3 ปีหลังรถชนแฟนยังต้องไปไหนมาไหนกับเราตลอดเพราะยังดูแลตัวเองไม่ได้ 100% และยังต้องให้ช่วยในบางเรื่อง ทำให้หลายอย่างเราต้องตัดสินใจแทนเขาเพราะในตอนนั้นต้องอ้างอิงตามความสะดวกและงานของเราว่าเราต้องไปไหน ทำอะไร ปีนี้เป็นปีแรกที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอดเวลา เมื่อก่อนก่อนรถชนเวลากลับบ้านเรากลับคนเดียวไง แฟนอยู่กทม. แต่ช่วงรถชนก็ต้องไปกลับด้วยกัน สำหรับเราการได้แยกกันอยู่จึงเป็นเรื่องน่ายินดีมากๆ ไม่ใช่ว่าเพราะไม่อยากอยู่ด้วยกันนะ แต่มันเป็นหลักฐานที่ชัดเจนที่สุดว่าแฟนเรากลับมาพึ่งพาตัวเองได้ 100% โดยไม่ต้องให้เราช่วยแล้ว ไม่ใช่ว่าเราขี้เกียจจะช่วยหรือเหนื่อยแล้วหรอกนะ แต่การช่วยของเราต่อให้เรามีความปรารถนาดีแค่ไหน พยายามเข้าใจเขาแค่ไหน สุดท้ายคนช่วยก็ต้องเอาความสะดวกของตัวเองเป็นที่ตั้งอยู่ดี เพราะไม่งั้นก็ช่วยลำบาก ซึ่งเมื่อเราเอาความสะดวกของตัวเองเป็นที่ตั้งก็เท่ากับเราได้พรากอำนาจการตัดสินใจบางอย่างไปจากเขาไม่ว่าเราจะพยายามแค่ไหนก็ตาม และแน่นอนว่าในโลกนี้ไม่มีอะไรน่ายินดีไปกว่าการได้อำนาจ สิทธิในการควบคุมชีวิตของตัวเองกลับมา

เรื่องต่อไปคือ Stoicism กับประสบการณ์ชีวิต คือจริงๆ เราสนใจสโตอิกมานานแล้วแหละ แต่ก่อนหน้านี้ ก่อน Nexus Event สโตอิกมันเหมือนคำแนะนำดีๆ ที่เราฟังแต่ไม่ทำตามอะ 555555 ช่วงหลัง Nexus Event นี่แหละที่เราได้มานั่งตกผลึกและน้อมนำคำสอนของสโตอิกมาใช้จริงๆ อ่อ นอกจาก Nexus Event อีกอย่างหนึ่งที่ทำให้เราเข้าใจตัวเองและสิ่งรอบข้างมากขึ้นคือไซคีเดลิก หลายคนน่าจะเคยได้ยิน All is one, one is all. มากันหลายครั้งแล้ว ไม่ว่าจะในการ์ตูน ในซีรีส์ คำสอนอะไรต่างๆ แต่ไซคีเดลิกเป็นสิ่งที่ทำให้เราเข้าใจคำนี้จริงๆ จังๆ ทำให้เรารู้สึกถึงการเป็นส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่งของโลก ของจักรวาล ถ้าจะให้ยกตัวอย่างให้เห็นภาพแบบง่ายๆ โดยไม่ต้องไปท่องทริปไซคีเดลิกเอง (แม้จะแนะนำว่าอยากให้ทุกคนลองและพร้อมเป็นซิตเตอร์ให้ก็ตาม 😆) ให้นึกว่าโลกของเรา จักรวาลของเราประกอบด้วยอะไร สสาร (อะตอม) + พลังงาน ความแตกต่างที่แยกเราออกจากสิ่งรอบตัว ให้เรารู้สึกว่ามันไม่ใช่ส่วนเดียวกับเราคืออะไร ความแตกต่างระหว่างพันธะของอะตอมรอบๆ ตัวเรา และปฏิสัมพันธ์ของกลุ่มอะตอมเหล่านั้น แต่จริงๆ แล้ว ทุกอย่างก็แค่อะตอมกับช่องว่างระหว่างอะตอม ถ้าจักรวาลคือผืนผ้าใบ เราก็คือองค์ประกอบหนึ่งในภาพ สีเราอาจจะต่างจากสิ่งข้างๆ แต่จริงๆ แล้วเราก็แค่เม็ดสีกับผืนผ้าใบ

ถามว่าเข้าใจเรื่องนี้แล้วมันได้อะไร บอกไม่ถูก แต่มันทำให้บางอย่างในหัวมันคลิกเข้าที่เข้าทาง ถ้าอธิบายง่ายสุดก็คงทำให้เรามี Empathy ต่อคนและทุกสิ่งรอบตัวมากขึ้น เพราะทุกอย่างรอบตัวเราก็เป็นหนึ่งเดียวกับเราแค่คนละฟอร์ม

ต่อมาอีกเรื่องที่ได้จากสโตอิกและไซคีเดลิกคือความสำคัญและทรงพลังของการรู้สติ อันนี้ต้องบอกว่าจุดเริ่มต้นมันมาจากไซคีเดลิกก่อน คือหลังจากทริปมันมักมี After effect ที่ทำให้เรารู้ตัว รู้สติ รับรู้สิ่งรอบข้างได้ดีขึ้นและโฟกัสสิ่งต่างๆ มากขึ้น นานขึ้นด้วย จำได้ว่าครั้งที่อัศจรรย์ที่สุดคือวันหลังทริปที่วันนั้นทั้งวันเรามีสติรู้ตัวเกือบทั้งวันว่าทำอะไร บางคนน่าจะจำได้ที่มีช่วงนึงที่เราพูดถึงการนั่งสมาธิ ทำสมาธิบ่อยๆ ช่วงนั้นแหละคือช่วงหลังทริป และพอได้ประสบการณ์มีสติแบบตั๋วฟรี หลังจากนั้นเราถึงได้เอาสโตอิกมาจับอีกที คือรู้สติเองแบบไม่ต้องพึ่งของเมา 55555555

ถามว่าการรู้สติมันดียังไง การรู้สติดีเพราะว่ามันทำให้เราตระหนักว่า เราจะเป็นอะไรก็ได้ I mean literally anything that humanly possible with enough time. ทำไมการรู้สติทำให้เราเข้าใจเรื่องนี้ เพราะเมื่อเรารู้สติ เราจะตระหนักว่า จริงๆ แล้วเราไม่ต้องเป็นอะไรเลย ไม่ว่าก่อนหน้านี้จะเกิดอะไรขึ้นกับเราก็ตาม เมื่อ 5 นาทีที่แล้วเราจะทำอะไร เมื่อ 10 ปีที่แล้วเราจะทำอะไรล้วนไม่เกี่ยวข้องกับตัวเรา ณ ปัจจุบัน สิ่งเดียวที่มีและดำรงอยู่ในตอนนี้ คือตัวเราในปัจจุบัน เมื่อเราตระหนักว่าเราไม่ต้องเป็นอะไรเลย เราจึงเป็นอะไรก็ได้

เอวัง จบแบบนี้ได้มั้ย? 55555

ปล. อาจจะมีภาคต่อ แต่วันนี้รู้สึกว่าจบประมาณนี้กำลังสวย

#Siamstr

ก่อนจะสรุปบทเรียนของปีที่ผ่านมา ขออวดผลงานตาม KPI เดียวที่เลามีก่อน นั่นก็คือ ชั่วโมงการทำงาน

ปีที่แล้วทำงานไปทั้งหมด 546 ชั่วโมง ถ้าคิดเป็น office hours ปกติ เท่ากับเราทำงานไป 68.25 ~ 69 วัน Nice!! 🤣

#Siamstr

#m=image%2Fjpeg&dim=603x857&blurhash=%5EES%24P_XSOUXlS%7EWBtlkCjFWVaeaeuhozRPaKVtoLQTkWkCWBkVbHVsfkV%40kCkCj%5Bo%7Dayf6kCjaayV%40WBWoj%5Bj%5Bj%5BtlWBafaeaeayV%5BRjj%5Bf6j%5Bj%5B&x=7c833897f8766a504fae9d16e938cfcc79b2d19286b9db99299bee2e10b1128a

สิ่งสำคัญที่สุดของคนที่สมาทานแนวคิดเริ่มต้นด้วยตนเอง คือ คุณควรเริ่มต้นที่ตัวเองจริงๆ ไม่ใช่ไปสั่งสอนคนอื่นให้เริ่มต้นด้วยตัวเอง ถ้าเขาขอคำแนะนำเราว่าทำยังไงดีก็อีกเรื่อง เราอาจจะแนะนำเขาได้ว่าควรทำยังงั้น ยังงี้ แต่ถ้าเขาไม่ได้ขอคำแนะนำ การไปเที่ยวบอกคนอื่นว่าเริ่มต้นที่ตัวเองสิ คือ การไร้ความรับผิดชอบ

ทำไมการบอกคนอื่นว่าให้เริ่มที่ตัวเองจึงถือว่าไร้ความรับผิดชอบ เพราะแต่ละคนมีเงื่อนไขในชีวิตไม่เหมือนกัน การเริ่มต้นด้วยตัวเองของแต่ละคนต้นทุนไม่เท่ากัน

จุดอ่อนที่ร้ายแรงที่สุดของคนที่สมาทานแนวคิดเริ่มต้นด้วยตนเองไม่ว่าจะจากแนวคิดแบบพุทธหรือสโตอิกคือ พอจัดการตนเองได้ดี รับมือกับอารมณ์ตัวเองได้ ก็จะเริ่มคิดว่า มันก็ไม่ยากนี่หว่า ทำไมคนอื่นไม่รู้จักทำบ้างวะ แล้วก็เริ่มดูแคลนคนอื่นว่าไม่รู้จักเริ่มที่ตัวเอง ทั้งที่จริงๆ ตัวคุณเองก่อนจะมาถึงจุดที่ลงตัว รับมือสรรพสิ่งรอบตัวได้ คุณก็หัวหมุน ทำอะไรไม่ถูกมาก่อน แต่เมื่อเรารับมือกับปัญหาของตัวเองได้ ปัญหาของคนอื่นจะดูกระจอกเสมอ

ด้วยเหตุนี้ พวกนักคิดสโตอิกถึงมีโคว้ททำนองว่า ให้เคร่งครัดกับตนเองและผ่อนปรนกับคนอื่นเยอะแยะไปหมด เพราะคนเรามักเผลอมองปัญหาของคนอื่นด้วยมุมของตัวเองเสมอโดยลืมไปว่านั่นคือปัญหาของคนอื่น เราควรมองในมุมของคนอื่นด้วย ไม่ใช่มองจากมุมคนนอกอย่างเดียว

การที่คุณหาทางออกปัญหาในชีวิตคุณได้เป็นเรื่องน่ายินดี แต่คุณก็ไม่ควรใช้ไม้บรรทัดของตัวเองมาใช้เป็นเกณฑ์ตัดสินปัญหาของผู้อื่น ถ้าอยากช่วยเขาก็ช่วย ถ้าไม่ช่วยก็ไม่ต้องไปชี้หน้าด่าเขาว่าโง่จริงๆ ทำไมไม่ทำแบบกู

ถ้าจะเริ่มต้นด้วยตัวเองจริงๆ ก็ควรเริ่มด้วยการไม่ไปเสือกปัญหาของคนอื่น

เอวัง

#Siamstr

No man ever steps in the same river twice, for it's not the same river and he's not the same man.

- Heraclitus

สวัสดีปีใหม่ครับทุกคน 😍

#Siamstr

ถ้าง่ายสุดก็ติดต่อนายหน้าในพื้นที่ครับ ดูเรตค่านายหน้าของหลายที่เปรียบเทียบกัน แล้วก็ในแต่ละจังหวัดมักจะมีกลุ่มเฟซบุ๊กหรือบอร์ดซื้อขายที่ดิน ไปฝากขายในกลุ่มพวกนี้ก็ได้ครับ

อาทิตย์ก่อนค่า liquidity แพง แสน sat ตั้ง 200 เลยกะว่ารอก่อนแล้วกัน อาทิตย์นี้ขึ้นเป็น 700 😵😵😵

#Siamstr

#m=image%2Fjpeg&dim=956x1920&blurhash=%5B24C9oWA8wj%5DO%5Bj%40rAWCtURjZ%7DogRja%7Dt6WBMvWVx_jZVVRjt.s%3AVBj%5Bu6WAvxRjcaofn2aypKae&x=630288443c343999bde54b1ee22fd95472190bed2616eff7b16791aa8a371d2a

#m=image%2Fjpeg&dim=720x690&blurhash=%7CQJb548%7BV%40MyjsRjayt6xu%7EqR*RjRjRjWBWBoffj-%3At7oft7jujsj%5BWBWB9Ft6t7t7t7ofofWBof-%3At7ofj%5BWCofayoeRkt7fRj%5Bj%5Bj%5Bj%5BoLoeayV%5BofWVayofj%5Bofayj%5Boft6ofayofkBfQayf6MyofofofofWBj%5BWVj%5B&x=42c66370d5eb703284d2978c98efbc7bbb57ed7f4a48c2c6b7abed60d8b349d4

เหมือนกันครับ ตั้งแต่ที่ตลาดกาแฟ/โกโก้ single origin ในไทยเริ่มโตขึ้น ผมก็แทบไม่เคยซื้อกาแฟ/โกโก้นอกอีกเลย ของไทยอร่อยๆ ราคาไม่หักคอให้ซื้อเต็มไปหมด

จริงเลยครับ กาแฟกับโกโก้นี่เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนมาก แหล่งปลูกของไทยเราเล็กกว่าแท้ๆ แต่เรากลับเห็นผลิตภัณฑ์แปรรูปของไทยเยอะกว่าซะงั้น

ถ้าศึกษาความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่างประเทศใน EU กับแอฟริกาและอเมริกาใต้ไปถึงระดับหนึ่ง เราจะเริ่มเห็นภาพว่า ความเจริญรุ่งเรืองทั้งหลายของ EU และประเทศโลกที่หนึ่งล้วนมาจากการขูดรีดเอาจากประเทศอื่นๆ รอบข้างทั้งนั้น ไอ้ที่ว่าเจริญกว่าเพราะเทคโนโลยีดีกว่าก็เป็นเพียงเสี้ยวเล็กๆ แต่ส่วนสำคัญสุดจริงๆ คือการเหยียบหัวประเทศคู่ค้าไม่ให้มีวันได้โงหัวต่างหาก

จะยกตัวอย่างที่เห็นภาพชัดๆ ให้ นั่นคือ ช็อกโกแลต ไทยเรากระแสช็อกโกแลต single origin/craft เพิ่งเกิดขึ้นแค่ไม่นานเอง แต่สังเกตอะไรมั้ย ไทยเรามีผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผลโกโก้เป็นของตัวเองเยอะพอสมควรแล้ว เราแทบจะแปรรูปโกโก้ในประเทศเองเกือบทั้งหมดเลยแล้วขายแค่สินค้าแปรรูปไม่ค่อยมีการขายผลโกโก้เฉยๆ กลับกัน แอฟริกา/อเมริกาใต้ที่ปลูกโกโก้มาก่อนไทยตั้งนาน เรากลับแทบไม่เคยเห็นผลิตภัณฑ์แปรรูปจากโกโก้ที่ออกมาจากแอฟริกาเลย แต่เราได้ช็อกโกแลตเบลเยียมแทน แล้วถามว่าเบลเยียม/สวิสเนี้ย มันปลูกโกโก้ได้เองที่ไหน แล้วทำไมประเทศในแอฟริกาไม่แปรรูปเอง ทำไมต้องส่งออกไปให้ EU ก่อน?

รู้ไหมว่าหลายประเทศในแอฟริกาไม่สามารถแลกเปลี่ยนเงินตราของตัวเองเป็นเงินตราต่างประเทศได้โดยตรง หากไม่ผ่านทางอดีตเจ้าอาณานิคมของตัวเองในยุโรปก่อน หลายประเทศในแอฟริกาต้องแลกเงินตัวเองผ่านฝรั่งเศสเท่านั้น แลกกับประเทศอื่นโดยตรงไม่ได้ ลองคิดว่าทำไมหลายประเทศในแอฟริกาถึงยอมไปกู้เงินจีนทั้งๆ ที่รู้ว่าตอนจบมันจะไม่สวย ส่วนหนึ่งมาจากรัฐบาลคอรัปชั่นก็จริง แต่อีกส่วนหนึ่งก็เพราะว่า อดีตเจ้าอาณานิคมอย่าง EU ก็ไม่ใช่พันธมิตรที่ดีเท่าไร

ลิงก์ในด้านล่าง คือ ตัวอย่างความสัมพัทธ์ระหว่างฝรั่งเศสและประเทศอดีตอาณานิคม จาก NY Times ไม่ต้องผ่าน Pay Wall เลาจ่ายให้แล้ว อ่านได้เลย

#Siamstr

‘Down With France’: Former Colonies in Africa Demand a Reset https://www.nytimes.com/2022/04/14/world/africa/france-macron-africa-colonies.html?unlocked_article_code=1.Ik0.aNap.cBlBBaI8MKYS&smid=nytcore-android-share

ช่วงนี้ลัทธินู่นนี่กำลังรุ่งเรืองครับ

ทุกอย่างในโลกนี้ มันดูเป็นเหตุเป็นผล น่าเชื่อถือ น่ารับฟังได้ทั้งนั้นแหละถ้าเราอยากจะเชื่อ คนที่เจาะถุงแก๊ซซารินบนรถไฟฟ้าก็คิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำมันเมคเซ้น

#Siamstr

ค้นพบว่าแท้จริงแล้ว การผัดวันประกันพรุ่งไม่ได้มาจากความขี้เกียจ ขาดความรับผิดชอบหรือการเป็นคนไม่เอาอ่าวใดๆ อะไรเลย แต่การผัดวันประกันพรุ่งมาจากการยึดติด ยึดมั่นถือมั่นต่างหาก

หลายคนอาจจะงง ผัดวันประกันพรุ่งมันไปเกี่ยวกับการยึดติดได้ยังไง??

ให้ลองนึกยังงี้ เวลาที่เราผัดวันประกันพรุ่งหรือเลื่อนเวลาทำอะไรสักอย่างไป ในหัวเราคิดอะไรอยู่?

กำลังเล่นเกมสนุกๆ อยู่เลย ทำไมต้องทำงานด้วย ค่อยทำไม่ได้เหรอ

เนี่ย ทำไปตั้งเยอะแล้ว ขอเล่นเกมหน่อยแล้วค่อยทำได้มั้ย

งานนี้ทำแป๊บเดียวเอง ค่อยทำแล้วกัน

เรามันยอดนักไฟลนก้นอยู่แล้ว ทำตอนใกล้จะส่งก็ได้

เห็นจุดร่วมมั้ยว่ามันคืออะไร?

ทุกอย่างคือเรายึดติดกับสิ่งที่เราทำไปในอดีต สิ่งที่ทำไปแล้ว หรือตัวตนที่เคยเป็น เคยทำ

เพราะเรายึดติดว่าก่อนหน้านี้เราทำอะไร เราจึงบอกตัวเองว่าขอเลื่อนไปก่อนละกัน ทั้งที่จริงๆ แล้วเราลงมือทำได้เลย ไม่เกี่ยวกับว่าก่อนหน้านี้เราทำอะไรอยู่

ถ้าเราวางอดีตที่เกิดขึ้นไปแล้ว และสนใจกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า สิ่งที่ต้องทำ เราก็จะทำมันได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องไปคิดถึงสิ่งที่เราทำก่อนหน้านี้ เราจะตระหนักว่าสิ่งที่ต้องทำคืออะไร และเราไม่จำเป็นต้องเลื่อนมันออกไปเรื่อยๆ ตามที่ตัวเราในอดีตเป่าหู

ปล. อันนี้ใช้สำหรับแก้นิสัยผัดวันประกันพรุ่งของตัวเองนะครับ ไม่ใช่เอาไปขูดรีดแรงงานจากคนอื่น ถ้าเจ้านายมาบอกว่า เนี่ย ก็คุณยึดติดกับอดีตไง ทำงานไปแล้ว 9 ชม. แล้วยังไง ต้องอยู่กับปัจจุบันแล้วทำงานต่อไปดิ ก็ต่อยแม่มนะครับ 🤣🤣🤣🤣

#Siamstr

สปาเกตตี้หมึกดำ&สเต็ก 🤤🤤🤤

#Siamstr

สิ่งหนึ่งในชีวิตที่ไม่มีวันเข้าใจคือ การอยากแตกต่างเพื่อให้ได้แตกต่าง ทำไมเราต้องอยากแตกต่าง แตกต่างไปเพื่ออะไร ถ้าเราชอบกินมะระแล้วเพื่อนไม่ชอบ เราชอบหมอลำ เพื่อนชอบลูกทุ่งอะไรงี้ก็ว่าไป นั่นมันความชอบส่วนบุคคล แต่แตกต่างแค่เพื่อให้ขอได้ต่างนี่ทำไปทำไม ได้อะไรขึ้นมา ทั้งกลัวเสื้อเหมือนเพื่อน กลัวรถเหมือนคนอื่น กลัวไม่ยังงั้น ไม่ยังงี้ทั้งหลาย

การพยายามหาทางให้ตัวเองแตกต่างจากคนอื่นทั้งที่ไม่เห็นจะต้องต่าง มันก็เหมือนการพยายามยกว่ามนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐทั้งที่จริงๆ ก็แค่ลิงไร้หางขี้เหม็นหลงตัวเองธรรมดาๆ นี่แหละ แล้วพอแตกต่างมากๆ ก็กลัวตกเทรนด์อีก เหนื่อยเนอะ วางบ้างก็ได้ ไอ้ความอยากเป็นอะไรสักอย่างอะ อยากทำไรก็ทำ ไม่กี่ปีก็ตายแล้ว

#Siamstr