Avatar
Note of Work
2133b83335343a049523b9b9675e61a59fe316132b837f104a03129ee76b1b3e
โน้ตไหนทรงคุณค่า เราจะนำมันมาแชร์ให้คุณ
Replying to Avatar Leave

จาก Right Shift สภายาส้ม EP ล่าสุด

เรื่องอณาทิปไตย มาเฟีย รวมถึงคำถามของ คุณเทนโด้ เรื่องที่คุณเทนโด้นึกไม่ออกว่าเมืองที่ไร้รัฐเลยมันหน้าตาเป็นยังไง ทำให้ผมนึกถึง Kawloon walled city ครับ

Kawloon (ปัจจุบันไม่อยู่แล้ว) เป็นเหมือนสลัม ที่เงื้อมมือของรัฐเข้าไปยุ่งไรไม่ได้ มันมีเหตุผลทางการเมืองอยู่ครับว่าทำไมถึงไม่รัฐเข้าไปยุ่มย่าม แทรกแทรง ทุกคนที่อยู่ที่นั่นทำทุกอย่างกันเองโดยที่รัฐไม่เข้ามาช่วย มีระบบสาธารณูปโภคภายใน มีร้านอาหาร ร้านตัดเย็บเสื้อ โรงงานอลูมิเนียม มียันหมอฟัน 5555 ทำไมมันเป็นงั้นไปได้ ? เพราะที่นี่ ไม่ต้องมี License อะไรทั้งนั้นในการจะทำอาชีพอะไรก็ตาม

ส่วนสาเหตุว่าทำไมคนถึงมาที่นี่กันเรื่อยๆ จนมันเกิดเป็นเมืองขนาดย่อม ๆ เหตุผลง่ายแสนง่าย เพราะค่าเช่าที่มันถูก มากก คนเลยแห่กันมาตั้งรกรากที่นี่ บวกกับที่นี่ ไม่มีภาษี ไม่มีเรื่องของชาติพันธ์เข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะที่นี่ใครจะมาก็ได้อยากย้ายเข้า ก็มาไม่ต้องมีวีซ่า คุณจะเป็นคนเถื่อน ผีน้อย จากที่ไหนก็สามารถมาที่นี่ได้ บวกกับการประกอบอาชีพ ที่คุณอยากทำไรก็ทำ เพราะมันไม่ต้องมีใบ License อะไรทั้งนั้น

จนในเวลาต่อมา มาเฟียก็มามีบทบาทอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะด้วยความที่รัฐเข้าไม่ถึง มาเฟียเลยเห็นโอกาสในการเข้ามาตั้งแหล่งกบดานที่นี่ เข้ามาควบคุม Kawloon อย่างเบ็ดเสร็จ จนพวกเขามีอำนาจล้นมือในที่สุด ก็ว่าง่ายๆ ก็ไม่ได้ต่างไรกับรัฐบาลในตอนนี้ สาเหตุที่มาเฟียเข้ามาเพราะพวกเขาสามารถทำธุรกิจที่พวกเขาไม่สามารถทำใน จีน แผ่นดินใหญ่ได้ เช่น ธุรกิจยาเสพติด โสเภณี บลาๆ ด้วยความที่ทุกอย่างมันกองอยู่ที่นี่กันหมด ทั้งปัญหาอาชญากรรม สุขอนามัยที่มันโสโครกมาก ๆ รวมถึงสิ่งที่ไม่พูดไม่ได้คือ ขยะ เพราะด้วยความที่ Kawloon มันเป็นตึกมา…ผมไม่รู้จะใช้คำยังไง คือมันสร้าง ทับๆๆๆ ซ้อนๆๆๆ กันจนมันขนขยะออกข้างนอกไม่ได้เลยส่งผลให้ต้องนำขยะไปซุกตามที่ต่าง ๆ ดาดฟ้าตึกบ้างไรบ้าง บวกกับที่ผมบอกข้างต้น มันมียันโรงงานในนั้น มลพิษมาแน่นอนไม่ต้องพูดถึง จนพอทุกอย่างมันเละจนถึงขีดสุด สุดท้ายรัฐบาลรื้อถอน ทำลายทุกอย่างในปี 1994

อาจเล่า เรียบเรียง ไรได้ไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ เพราะไม่เคยได้เขียนไรแบบนี้เลย แต่มาไล่อ่านของคนอื่นแล้วรู้สึกอยากมีโน๊ตยาว ๆ ของตัวเองบ้าง ข้อมูลขาดตกบกพร่องยังไง ขออภัยด้วยครับ ใครรู้ไรเกี่ยวกับ Kowloon walled city ลองมาแชร์ๆกันได้ครับ เพราะผมเองก็งงเรื่องของการนำเข้า ส่งออก ว่าเค้าทำกันยังไง สกุลเงินอะไรพวกนี้ เค้าใช้จ่ายกันยังไง ผมเองก็ยังไม่มั่นใจ ว่าเรื่องนี้จะเปรียบเทียบกับเรื่องของพี่จิงโจ้ที่เอามาเล่าในสภายาส้มได้ไหมแต่ผมว่ายังไงมันก็เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ ยังไงแลกเปลี่ยนกันมาได้ครับ 😀

#siamstr #history

Kawloon walled city "เมืองไร้รัฐ" ที่เคยมีอยู่จริง

nostr:nevent1qqs885yxhs536cdwx5ghl3ghjkek0frqmje2fwfs3gc6mle9tsxkfwqpr3mhxue69uhkummnw3ezucnfw33k76twv4ezuum0vd5kzmqzyrkcmlnlmt4k92spcvlxwhrq8h9pu3j04dmcp90cm8uzs9e7r6uksqcyqqqqqqgd3ljw3

ขอบคุณเรื่องราวน่าสนใจที่เรียบเรียงโดยคุณ nostr:npub1akxlul76ad325qwr8en4ccpaeg0yvnatw7qft7xelq5pw0s7h95qpzf8sy

(70% ของยอด Zap จะถูกแบ่งให้เจ้าของโน้ต)

#Siamstr #SiamesBicoiners

Replying to Avatar Arn Sange

ถึงแม้ว่าสมัยเด็กมากๆ จะจำไม่ได้ว่าตอนนั้นชีวิตเป็นไง แต่ที่พอนึกออกคือ พ่อแม่เอาเราไปฝากให้ยายเลี้ยง จะเจอกันอีกทีคือตอนค่ำๆ สองทุ่ม และแน่นอนว่า เลี้ยงด้วยนมผงใส่ขวดดูดล้วนๆ ไม่เคยดูดนมแม่เลย จนตัวเองติดดูดขวด แล้วก็ไปดูดนิ้วโป้งเล่นยัน 5-6 ขวบกว่าจะเลิกได้ (ใครมีลูกเล็กๆ ให้ลูกเลิกดูดขวดดูดเต้าเร็วๆ จะดีนะ น่าจะตั้งแต่ฟันน้ำนมซี่แรกขึ้นมั้งไม่แน่ใจถ้าติดมาจนโตแบบเรา ตอนกลืนลิ้นมันจะไปดันฟันหน้าจนเหยินเลยหละ)

โตมาก้สงสัยตลอดว่าทำไมแม่ไม่เลี้ยงด้วยนมแม่ ทั้งๆ ที่สื่อก้รณรงค์ให้เลี้ยงด้วยนมแม่ พอมะวานฟังสภายาส้มเท่านั้นแหละ มัน CLICK อะ รู้เลยว่า”พวกนั้น” มันทำให้ชีวิตมนุษย์โลก fuck up ไปขนาดไหน

ด้วยสภาพเศรษฐกิจแบบเฟียตๆ ช่วงหลังวิกฤตต้มยำกุ้ง เงินที่เฟ้อไม่หยุด แม้ว่าครอบครัวจะมีลูกคนเดียว แต่ก็เท่ากับต้องมีคนที่ต้องสละเวลาชีวิตที่จะต้อง make money มาเพื่อเลี้ยง แม้ว่าพ่อจะลาออกจากงานประจำมาทำธุรกิจส่วนตัว แต่ก็ยังไม่มากพอ ดังนั้นแม่จึงต้อง “take red pill” แล้วออกไปทำงานประจำที่เป็นงาน office ซึ่งการเลี้ยงด้วยนมแม่ แม่จะต้องอยู่บ้านดูและลูก อารมณ์ดีตลอดเวลา และใช้เวลาทั้งวันเพื่อให้ลูกดูดนมทุก 2 ชม ซึ่งแค่ตอนนั้นก็แทบจะทำไม่ได้อยู่แล้ว อ่าวถ้าแม่ไม่อยู่ แล้วใครจะเลี้ยงละ ก็ฝากให้ยายเลี้ยงไง เลี้ยงด้วยนมผงใส่ขวดดูดจุกนี่แหละ แม้ว่ามันจะดูเหมือนตัดปัญหา แต่นั่นทำให้ relationship ระหว่างเรากับครอบครัวในสมัยเด็กมีน้อยมาก แม้จะเป็นอย่างนั้นแต่จริงๆก็ต้องขอบคุณครอบครัวตัวเองด้วยซ้ำที่สามารถเลี้ยงไอลูกนี่มาจนโตจนมาอยู่ใน nostr นี่ได้โดยไม่ทำให้สภาพการเงินที่บ้านระเบิดไปซะก่อน

แต่นั่นมันคือเกือบ 30 ปีที่แล้ว เมื่อมาเทียบกับยุคนี้ ที่ข้าวของแพงมากๆ ครอบครัวที่มีขนาดเล็กลง ทุกคนต้องออกไป make money ไม่งั้นอดตาย การที่จะฝากลูกให้ลุงๆป้าๆ เลี้ยงนั้นแม้ว่าจะยังพอทำได้ แต่ในอนาคต แค่ครอบครัวก็เล็กอยู่แล้ว ทั้ง fiat economy เอย ทั้ง fiat food เอย เผลอๆ คนเฒ่าคนแก่นี่จะหมดแรงและลงโลงด้วยอายุที่น้อยกว่าที่ควรจะเป็นอีก แล้วใครจะมาเลี้ยงลูกเล็กเด็กน้อย ต่อให้เลี้ยงได้ แต่นั่นคือการเอาเงินเก็บที่อาจเอาไปลงทุนหรือเปิดธุรกิจเองได้ ไปทุ่มกับการเลี้ยงลูกจนต้องละทิ้ง ความฝันกับความทะเยอทะยานไปหมด แค่ในตอนนี้แค่คิดจะมีลูกซักคน ยังต้องคิดแล้วคิดอีก

อย่าว่าแต่จะคิดมีลูกเลย จะหาแฟนยังหาได้ยากเลย ก็เล่น “take red pill” กันหมดแบบนี้ เราเคยได้ยินคนเล่นให้ฟังว่าสมัยก่อนคนที่เข้ามาเรียนมหาลัย อย่างของคณะเราจะมี ช มากกว่า ญ แต่ตอนนี้นี่คือ ช นี่จะเป็นชนกลุ่มน้อยอยู่ละ แทบจะนับหัวได้เลย แต่ด้วยการเรียนที่หนักมากทั้งกายและใจ วันๆ อยู่แต่ในคณะเจอกันแต่คนเดิมๆ สังคมเดิมๆ ที่ อจ เห็น นศ เป็นชนชั้นล่างๆเพื่อนต่างคณะคือแทบไม่รู้จัก และก้ต้องมาเครียดกับเรื่อง อจ ลำเอียงที่ take care เด็กไม่เท่ากันกับ อจ ม่อหญิงอีก แค่จะหาแฟนระหว่างเรียนก้ยากละ แต่อาจมีบ้างบางคู่ที่มีแฟนกันตอนเรียน แต่ส่วนใหญ่จะมีแฟนกันหลังเรียนจบ ซึ่งเราพูดตรงๆนะ คือเพื่อน ญ ก็จะหาแฟน ช ที่ฐานะร่ำรวยกว่าและดูมีความ perfect กว่า โดยเฉพาะทางการเงิน พอมีแฟนที่เรียนมาด้วยกัน ก็ช่วยกันเรียนได้ เรียนจบเร็ว ส่วนใครที่ฐานะบ้านๆ หน้าบ้านๆ นี่ ใครจะมาเอา และยิ่งถ้าคิดจะมีแฟนนอกคณะนี่ ยิ่งหายนะกว่าเดิมอีก

ชีวิตก้ลำบากเหมือนอยู่ใน matrix อยากโตก้ไม่ให้โต บังคับให้ make money ที่เน่าลงทีละมากกว่า 2% ตลอดเวลา ถ้าทุกๆอย่างนี่คือ hard mode แล้ว ถ้าทุกอย่างยังไม่เปลี่ยนหรือแย่ลง gen ต่อไปที่จะขึ้นมานี่คือระดับ lunatic แน่นอน

**ภาพล่างไม่เกี่ยว แค่ลองทำ cold brew ครั้งแรก

#siamstr

การขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยหนี้และการพิมพ์เงินมันดูดีในเชิงตัวเลข แต่เคยถามประชาชนส่วนใหญ่ไหมว่าพวกเขาเป็นยังไงบ้าง ไหวไหมที่ต้องต่อสู้ดิ้นรนในโลกของ Fiat Standard เราไม่ใช่พวกคุณนะ ที่ได้ประโยชน์เต็มๆ จากคัลทินลอน เอฟเฟ็กต์

nostr:nevent1qqszwkzjnxdddn9t6znrqe6hwtqjxxkela96v48lh79vldp9hrk9ssqpz3mhxue69uhhyetvv9ujuerpd46hxtnfdupzqqzjz0hsr2qcmtrrq0pmk05756xu8e4k777lfuutcd4lap3ukvdxqvzqqqqqqy9c7pmd

(70% ของยอด Zap จะถูกแบ่งให้เจ้าของโน้ต)

#Siamstr #SiamesBicoiners

Replying to Avatar Riina

#FuckIMF #Siamstr #bitcoin

- การแย่งชิงทรัพยากร -

โดยธรรมชาติแล้ว เพื่อมีชีวิตรอดบนโลกใบนี้ มนุษย์นั้นจะต้องออกล่า หาอาหาร ค้นหาสถานที่ที่เหมาะสมที่จะอยู่อาศัย และออกเดินทางเพื่อค้นหาสิ่งใหม่ๆ เพื่อที่จะไขข้อสงสัยบางสิ่งในชีวิตที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาเพราะนั่นคือ “ชีวิต” ชีวิตไม่ใช่แค่เพียง มีอยู่ กิน นอน และรอวันตาย

เพื่อความมีชีวิต เพื่อความอยู่รอด การรวมกลุ่มจึงเป็นสิ่งที่ดีกว่าการอยู่เพียงลำพัง

เมื่อโลกได้พัฒนามาถึงจุดหนึ่ง จุดด้อยต่อๆไป ก็จะเกิดการพัฒนาตามมา เป็นเรื่องธรรมดาที่จะเกิดความแตกต่างของกลุ่มมนุษย์ ด้วยสภาพแวดล้อม ด้วยความสามารถของกลุ่ม ด้วยความสามารถในการส่งต่อข้อมูลความรู้ และการค้นพบสิ่งใหม่ๆ ทำให้มนุษย์ยิ่งมีความห่าง ความแตกต่างกันออกไปอีก

แม้จะมีความแตกต่างกันในหลายๆด้าน แต่มีสิ่งหนึ่งที่มนุษย์นั้นมีแทบจะเท่าๆกันแน่นอน นั่นคือ “เวลา”

ดังนั้นถ้ามองในอีกแง่ การแย่งชิงทรัพยากร ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรในรูปแบบใดก็ตาม มันคือการ แย่งชิงเวลานั่นเอง ผู้ที่แย่งชิงทรัพยากรมาได้ ก็เหมือนการขโมยเวลาของผู้อื่นมา เพื่อนำมาใช้เป็นประโยชน์ให้กับตัวเอง เมื่อไม่ต้องเสียเวลาของตัวเองไปเพื่อความอยู่รอด ทำให้ผู้ชนะสามารถใช้เวลาที่มีอยู่จริงๆของตนเองไปเพื่อความรื่นรมย์ส่วนตัวได้อย่างสบาย แล้วใครจะไม่อยากได้เวลาเพิ่มล่ะ

ด้วยเหตุผลนี้ในหน้าประวัติศาสตร์เท่าที่เรารู้จัก จึงมีสงครามเกิดขึ้นมาโดยตลอด

การก่อสงครามแบบตรงๆนั้น ถึงแม้ผู้ที่แข็งแกร่งกว่าจะมีแนวโน้มว่าจะชนะแน่นอน แต่ก็ย่อมต้องแลกมาด้วยอะไรบางอย่างอยู่ดี ฝ่ายที่รู้อยู่แก่ใจว่าด้อยกว่า ก็อาจจะยอมจำนน หรือไม่… ก็อาจจะสู้อย่างสุดกำลังเพราะความจนตรอก ผู้ชนะแม้อาจจะชนะ แต่ก็อาจจะไม่เหลืออะไรให้ครอบครองหรือช่วงชิงได้อย่างคุ้มค่าพอกับที่ได้ก่อสงครามไป ซึ่งนั่นไม่เป็นไปตามจุดประสงค์ของผู้ชนะ เพราะเหตุผลที่ก่อสงครามนั้น ได้พังทลายลงไปพร้อมกับชัยชนะไปซะแล้ว ไม่เหลืออะไรให้แย่งมา… สงครามครั้งแล้วครั้งเล่าทำให้มนุษย์เรียนรู้และปรับเปลี่ยนวิธีการในการแย่งชิงทรัพยากรให้ต่างออกไปจากเดิม

และครั้งนี้ก็เช่นกัน จุดประสงค์ที่แท้จริงมันคือการช่วงชิงเวลา แต่วิธีการนั้นต่างออกไป…

การแย่งชิงเกิดขึ้นในรูปแบบที่ไม่ต้องก่อสงครามตรงๆ และผู้ที่ถูกขโมยนั้นไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังถูกขโมยอะไรไป

วิธีการแย่งชิงแบบใหม่นี้ มีระบบการเงินแบบเฟียตเป็นเครื่องมือ

- วิธีการแย่งชิง -

เมื่ออารยธรรมมนุษย์เริ่มพัฒนามากมายทั่วโลก ทรัพยากรถูกผลิตขึ้นมามากมายจนเหลือใช้ มนุษย์พัฒนาทักษะในหลายๆด้าน สามารถเก็บบันทึกองค์ความรู้ในศาสตร์ต่างๆ เพื่อให้มนุษย์รุ่นหลังสามารถเรียนรู้สิ่งที่มีผู้ค้นพบแล้วได้จากบันทึกต่างๆ มนุษย์เริ่มใช้เงินเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนทรัพยากร และในอดีตสิ่งที่ถูกยอมรับให้ทำหน้าที่เป็นเงินโดยเห็นพ้องต้องกันทั้งโลก นั้นคือ ทองคำ

ด้วยคุณสมบัติของความยากในการได้มาของทองคำ ความเสถียรของธาตุทางเคมีและกายภาพ ทำให้ทองคำนั้นไม่เสื่อมสลายไปตามกาลเวลา ทำให้ทองคำนั้นสามารถถูกส่งต่อผ่านกาลเวลาได้ ทองคำจึงเป็นเงินที่ยอดเยี่ยมมาโดยตลอด อย่างที่พวกเราต่างรู้กันดีว่า ทองคำมีค่าเพราะอะไร (ไม่ใช่มีค่าในตัวเองอย่างที่คนทั่วไปชอบพูดกัน)

แต่ทองคำเองก็ยังมีข้อเสียอยู่หลายประการ หนึ่งในนั้นคือ การขนย้าย เมื่อโลกเกิดการแลกเปลี่ยนทรัพยากรมากขึ้น การส่งทองคำไปมานั้นยุ่งยาก และมีค่าใช้จ่ายมากมาย ทั้งยังเสี่ยงต่อการถูกปล้น หรือการเกิดอุบัติเหตุไม่คาดคิดจากภัยธรรมชาติ

มนุษย์ที่เห็นช่องทางในการหาประโยชน์จากข้อเสียนี้ของทองคำ ระบบมาตรฐานทองคำได้ถูกยกเลิก และเป็นจุดกำเนิดของระบบเบรตตัน วูดส์ โดยการผูกค่าทองคำไว้กับ “ดอลลาร์สหรัฐ” พวกเขาสัญญาว่าคุณจะได้รับทองคำที่คุณฝากไว้คืนเสมอ เมื่อคุณยื่นตั๋วแลกทองคำนี้ ในยุคแรกที่ผู้คนได้ทดลองใช้ดอลลาร์ และพบว่าพวกเขาสามารถนำมันไปแลกทองคำคืนได้จริงๆ ดอลลาร์จึงเริ่มถูกใช้งานแทนทองคำ และยอมรับเป็นที่แพร่หลาย (ดั่งที่ชาวบิทคอยเนอร์ทราบกันดีอยู่แล้ว)

ช่วงเวลาหนึ่ง ผู้คนคิดว่า ดอลลาร์นั้นจะมีจำนวนเท่ากับทองคำที่มีอยู่จริงๆ

เมื่อทองคำส่วนมากถูกฝากไว้ในมือของมนุษย์กลุ่มหนึ่ง ความเชื่อใจก็เป็นสิ่งที่เหนือเกินกว่าที่มนุษย์จะจินตนาการได้ เมื่อมาตรฐานทองคำนั้นถูกยกเลิก และต่อมาระบบเบรตตัน วูดส์ ก็พังลง หลังจากเกิดเศรษฐกิจถดถอยเนื่องจากการพิมพ์ดอลลาร์อย่างมหาศาลเพื่อชดเชยการขาดดุลหลังจากการทำสงคราม จนเข้าสู่ยุคระบบการเงินเฟียต ในยุคของคนรุ่นหลัง มนุษย์รุ่นที่ไม่เคยสัมผัสกับการใช้ทองคำในการเป็นเงิน ไม่รู้ที่มาของการเป็นเงิน ไม่รู้ว่าเงินที่แท้จริงนั้นคืออะไร ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วทองคำนั้นมีค่าเพราะอะไร จะเห็นได้ว่าคนส่วนมากมักจะบอกว่า ทองคำนั้นมีค่าในตัวมันเอง ซึ่งนั่นไม่ใช่ความจริง

ผู้คนในรุ่นหลังนั้น ต่างใช้กระดาษที่รัฐบาลของตนพิมพ์ออกมาเป็นเงิน นั่นเพราะรัฐบาลของพวกเขากำหนดให้มันเป็นเงิน มันทำหน้าที่คล้ายๆกับคูปองในโรงอาหารของโรงเรียน ใช้ซื้อของได้แค่ในโรงอาหารเท่านั้น กระดาษของรัฐบาลก็เช่นกัน มันคือคูปองไว้แลกทรัพยากรในประเทศ หากคุณเดินทางไปประเทศอื่น คุณก็ต้องแลกคูปองของประเทศนั้นๆ ไว้เพื่อใช้แลกทรัพยากรของประเทศนั้นๆ เช่นกัน

ในขณะที่คนบางกลุ่มนั้น กลับมีทรัพยากรในด้านต่างๆนำหน้าคนส่วนใหญ่ไปมาก ร่ำรวยทรัพยากร ก็เหมือนร่ำรวยเวลา ไม่ต้องเสียเวลาไปเพื่อความอยู่รอด ในขณะที่คนส่วนใหญ่ทำงานแทบเป็นแทบตายเพื่ออาหารที่ไร้คุณภาพไม่กี่มื้อ ไม่มีกระทั่งเวลาที่จะอยู่กับครอบครัวได้อย่างมีคุณภาพ บางคนไม่เหลือแม้กระทั่งทรัพยากรที่บรรพบุรุษได้เคยสะสมไว้ให้

พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร แม้กระทั่งสิ่งที่พวกเขาได้เคยเรียนรู้และถูกสอน การศึกษาที่ได้รับจากโรงเรียน ก็เป็นเพียงสิ่งที่ถูกเขียนไว้เพื่อให้เชื่อ

มีภาพลวงตาเกิดขึ้นมากมาย จนยากเกินกว่าจะแยกออกว่าอะไรคือความจริง พวกเขาไม่เคยรู้เลยว่า ทำไมพวกเขาถึงทำงานเท่าไหร่ก็ไม่พอที่จะใช้ชีวิตได้อย่างมีอิสระ และคนบางกลุ่มก็ยังคิดว่าที่เขาเป็นอยู่นั้นดีอยู่แล้ว นั่นเพราะพวกเขาไม่เคยสัมผัสกับอิสรภาพมาก่อน พวกเขาจึงไม่เคยรู้จักมัน

ผู้คนสนใจแค่ว่า วันนี้หรือเดือนนี้จะหาเงินได้เท่าไหร่ จะเพียงพอใช้จ่ายเป็นค่าอะไรได้บ้าง รู้เพียงแค่ว่าเงินกระดาษที่ได้มานั้นมีค่า มีค่าเพราะมันใช้แลกอาหารและสิ่งต่างๆได้ พวกเขาได้ใช้เวลาอันมีค่าไปกับระบบที่ทุกคนต่างก็ทำเหมือนๆกัน ผู้คนต่างทำตามๆกัน จนกระทั่งสิ่งเหล่านั้นกลายเป็นมาตรฐานใหม่ แม้คนบางส่วนก็อาจจะสงสัยแต่ไม่มีเวลามากพอมาตั้งคำถามและค้นหาคำตอบ พวกเขาไม่ผิดที่ไม่รู้ ปลาที่โตมาในตู้ไม่รู้ว่ามหาสมุทรนั้นกว้างแค่ไหน นกที่ไม่เคยออกจากกรงไม่รู้ว่าท้องฟ้านั้นคืออะไร นกจะรู้ได้อย่างไรว่าจริงๆแล้วตัวเองก็บินได้เช่นกัน

กลุ่มคนที่แย่งชิงเวลาของผู้คนไปได้ในช่วงแรกเริ่ม ทำให้ทรัพยากรและเวลาของพวกเขานั้น นำหน้าผู้คนส่วนใหญ่ไปมหาศาล พวกเขาสามารถใช้ชีวิตได้ดั่งเสือนอนกิน ไม่ต้องสร้างประโยชน์ใดๆเหมือนคนอื่นๆ ทรัพย์สินก็เพิ่มพูนขึ้นได้เรื่อยๆ เมื่ออยู่ในระบบเฟียต

กลุ่มคนร่ำรวยอำนาจและทรัพยากรเหล่านี้ กระจายอยู่ในทั่วทุกมุมโลก มีพวกเขาอยู่ในทุกประเทศ เราเรียกว่าพวกเขาว่า อีลีท(Elite)

คนบางกลุ่มอาจจะรู้สึกชิงชังกลุ่มอีลิทเหล่านี้ แต่ถ้ามองกันในแง่ความเป็นจริง มันก็คือการคัดสรรทางธรรมชาติอย่างหนึ่ง ผู้ที่แข็งแรงกว่า รู้มากกว่า รู้เร็วกว่า ย่อมเหนือกว่า

วิธีที่ง่ายที่สุดที่จะแย่งชิงทรัพยากร คือการแย่งชิงมาโดยที่เจ้าของทรัพยากรนั้น ไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกแย่งอยู่

แม้กระทั่งคนกลุ่มที่ดูเหมือนไม่มีทรัพย์สินอะไรเลย พวกเขาก็ยังมีทรัพยากรที่มีค่าอยู่ นั่นก็คือเวลา

พวกเขายังต้องดำรงชีวิต สิ่งที่พวกเขาทำได้ คือนำเวลาของพวกเขาไปแลกเงินกระดาษเพื่อยังชีพ

เงินกระดาษของรัฐบาลต่างๆ ถูก(ทำให้จำเป็นต้อง)ยอมรับและใช้กันอย่างแพร่หลาย กลายเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องใช้ดำรงชีวิต ผู้คนต้องใช้มันเพื่อนำไปแลกปัจจัยสี่ เงินกระดาษเหล่านั้นถูกผลิตและมีที่มาโดยกลุ่มอีลีท แน่นอนว่าพวกเขาสามารถควบคุมเงิน

เงินที่กลุ่มอีลีทสามารถเสกขึ้นได้จากอากาศผ่านระบบเฟียต ถูกนำมาใช้จ่ายให้กับผู้คน เพื่อให้ผู้คนทำงาน ในขณะที่เงินกระดาษนั้นถูกสร้างขึ้นมาโดยง่าย แต่เวลายังคงมีเท่าเดิม ทรัพยากรยังคงมีอยู่อย่างจำกัด การจะได้มาซึ่งทรัพยากรนั้น ต้องใช้ทั้งพลังงานและเวลา

กลุ่มอีลีทพิมพ์เงิน ในขณะที่ผู้คนนั้นทำงาน เงินกระดาษที่มีมากมายในระบบมีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เงินที่ถูกพิมพ์เพิ่มขึ้น เมื่อเพิ่มแล้วเพิ่มเลยไม่ลดลง มันเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดที่จะกระตุ้นให้ผู้คนทำงาน ถ้าเงินหมดก็แค่พิมพ์ไปจ่าย ผู้คนก็จะลุกขึ้นมาทำงาน พวกเขาจำเป็นต้องทำงาน

- คณิตศาสตร์อย่างง่าย -

ในขณะที่ทรัพยากรและเวลานั้นมีจำกัด แต่จำนวนเงินกระดาษกลับเพิ่มขึ้นได้ตลอดเวลา นี่คือสิ่งที่ทำให้ทรัพยากรมีมูลค่าสูงขึ้นตลอดกาลเมื่อเทียบกับเงินกระดาษ (เงินเฟ้อ)

มูลค่าทรัพยากร = จำนวนเงิน/จำนวนทรัพยากร

ของ10ชิ้น มีเงินในระบบ10฿ , ของ1ชิ้น = 1฿

ของ10ชิ้น มีเงินในระบบ100฿ , ของ1ชิ้น = 10฿

- เมื่อจำนวนเงินในระบบเพิ่มขึ้น ⬆️

- มูลค่าของทรัพยากรจึงสูงขึ้น ⬆️

มูลค่าของเงิน = จำนวนทรัพยากร/จำนวนเงิน

ของ10ชิ้น มีเงินในระบบ10฿, เงิน1฿ = ของ1ชิ้น

ของ10ชิ้น มีเงินในระบบ100฿, เงิน1฿= ของ0.1ชิ้น

- เมื่อจำนวนเงินในระบบเพิ่มขึ้น ⬆️

- มูลค่าของเงินจึงลดลง ⬇️

จำนวนเงินกระดาษที่ถูกพิมพ์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆนั้น ทำให้ทรัพยากรที่มีจำกัด มีราคาที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับเงินกระดาษ (ของแพงขึ้น) ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมูลค่าของเงินกระดาษต่างหากที่มีค่าลดลง

นี่แหละ คือการปล้นทรัพยากร ผ่านระบบเฟียต เพราะความสามารถในการเพิ่มเงินในระบบได้เรื่อยๆ ทำให้ทรัพยากรต่างๆแพงขึ้นเมื่อเทียบกับเงิน ซึ่งจริงๆแล้วมันคือการหลอกใช้ผู้คนให้ทำงานเท่าเดิม แต่กลับได้รับค่าจ้างที่ลดลงเรื่อยๆโดยไม่รู้ตัว หรือทำงานหนักขึ้นแต่ได้รับค่าจ้างเท่าเดิม หรืออาจจะน้อยลงด้วยซ้ำ

มันไม่ได้สำคัญที่ตัวเลขบนเงินกระดาษ แต่มันคือมูลค่าของเงินในการนำไปแลกทรัพยากร มูลค่าที่ลดลงเรื่อยๆตลอดกาล ทำให้เงินจำนวนเท่าเดิมกลับสามารถแลกทรัพยากรได้น้อยลง ซึ่งสิ่งที่มีค่าจริงๆนั้นไม่ใช่เงินแต่มันคือทรัพยากร

นี่ไม่ใช่วิธีการที่แปลกใหม่ หรือพึ่งมีใครคิดค้นวิธีการปล้นอย่างแนบเนียนแบบนี้ขึ้นมา แต่มันคือเรื่องที่เกิดขึ้นมานานแล้วและกำลังเกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบัน

การปล้นอย่างแนบเนียนนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับคนไทย หรือคนกลุ่มใด แต่เกิดขึ้นกับผู้คนทั้งโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้คนที่ยังไม่เข้าใจว่า เงินคืออะไร

การแย่งชิงทรัพยากรอย่างแนบเนียน ไม่ใช่แค่การขโมยเอาทรัพย์สินต่างๆของผู้คน แต่ยังหมายถึงการขโมยทรัพยากรเวลา การที่ผู้คนต้องทำงานอย่างยาวนาน ผู้คนที่ได้สร้างประโยชน์และคุณค่าให้กับระบบ มีผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากการทำงานนั้น กลุ่มอีลีทได้รับส่วนต่างที่มีมูลค่าสูงกว่าผู้ที่สร้างประโยชน์เสียอีก พวกเขาได้รับประโยชน์ผ่านเงินเฟ้อ ในขณะที่ค่าจ้างที่ผู้คนได้รับนั้นกลับเป็นเงินกระดาษที่ถูกผลิตโดยเหล่าอีลีทผ่านระบบเฟียต เงินเหล่านั้นไม่สามารถรักษามูลค่าเอาไว้ได้ เมื่อเวลาผ่านไปเงินกระดาษเหล่านั้นจะแลกทรัพยากรได้น้อยลงหากผู้คนเลือกที่จะเก็บออมเงินไว้เป็นเงิน

สิ่งนี้คือข้อเท็จจริง เหล่าอีลีทอาจดูน่าชิงชังในความสบายที่เหนือคนทั่วไป แต่นั่นเป็นความจริงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ธรรมชาติได้คัดสรรผู้ที่จะอยู่รอด ผู้คนจะได้อยู่ในจุดที่เหมาะสมกับความสามารถของพวกเขา ลูกหลานของพวกเขาจะมีต้นทุนตามความสามารถของบรรพบุรุษที่ได้สร้างเอาไว้

ผู้เขียนเองก็ไม่ได้รู้สึกชิงชังเหล่าอีลีทกลุ่มไหน เพราะเข้าใจในระบบของธรรมชาติ แต่เมื่อรู้ความจริงเช่นนี้แล้ว และกำลังอยู่ในยุคที่กำลังเกิดการเปลี่ยนผ่านของระบบการเงินเช่นตอนนี้ ไม่มีอะไรที่จะสำคัญไปกว่าการเข้าใจว่า “เงินคืออะไร” อีกแล้ว

1 ในทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของมนุษย์คือ "เวลา" มันมีจำกัด โกงไม่ได้ เมื่อคุณเสียไปแล้วมันเอากลับคืนมาไม่ได้ แต่มันโดน "ปล้น" ได้ ผู้มีอำนาจกำลังช่วงชิงความมั่งคั่งจากการขโมยเวลาไปจากเรา เราจึงถูกบังคับให้แลกเวลาอันมีค่าทั้งชีวิตเพื่อสร้างความมั่งคั่งให้กับผู้ควบคุมเงิน

nostr:nevent1qqsytsuavfuxpuhx25ke27g792h9k0ceuq5gt4zgjqwskyc4ydn44aqpz3mhxue69uhhyetvv9ujuerpd46hxtnfdupzqrsxamqtxtcakyp3qpwlmlpnlmee7v7ev6u98pryeguasuep97chqvzqqqqqqy9au889

บทความทรงคุณค่าจากคุณ nostr:npub1pcrwas9n9uwmzqcsqh0alselauulx0vkdwzns3jv5wwcwvsjlvts5sqlaq สตาร์สาวแห่งทุ่งม่วงที่คุณห้ามพลาด!

(70% ของยอด Zap จะถูกแบ่งให้เจ้าของโน้ต)

#Siamstr #SiamesBicoiners

Ugly cycle / วงจรอุบาต

When we grow ,We receive information on health care from the mainstream media. Which really doesn't improve your health at all. From the statistics, we have been getting sicker every year for the past 50 years, even though they told us that doing this would make us healthy.

When our health deteriorates ,We wonder why our health is still bad if we follow this. And then we go back and find information from the mainstream media in an endless loop.

When our health deteriorates to the point of being sick. In spite of doing as the main media recommends We have to enter the medical health system to receive treatment. But when treatment is business When we were cured that they lost customers. Making you better but not cured happens. So we hear the words "When u have ........ disease , You have to take medicine forever and you'll never get better." Even though it can be healed without using medicine or the words "u are cured. But I have to take birth control pills forever." That is, it's gone, but why do I have to take pills? Keep going around.

And when you feel better but may not recover with some belief You can go back and follow the advice of the mainstream media. Then it circled back to the beginning again.

What is happening here? Do you live in this cycle?

----------------------

เมื่อเราเติบโต เราได้รับข้อมูลในการดูแลสุขภาพจากสื่อหลัก ซึ่งจริงๆมันไม่ได้ช่วยให้สุขภาพดีขึ้นเลย จากสถิติที่เราป่วยมากขึ้นทุกปี มาตลอด 50 ปี ทั้งๆที่เขาบอกเราว่าทำแบบนี้แล้วจะสุขภาพดี

เมื่อเราสุขภาพแย่ลง เราก็สงสัยว่าในเมื่อเราทำตามแล้วทำไมสุขภาพเรายังแย่อยู่หรือแย่ลง แล้วเราก็กลับไปหาข้อมูลจากสื่อหลักวนไปอย่างนั้นไม่มีที่สิ้นสุด

เมื่อสุขภาพเราแย่ถึงจุดที่ป่วย ทั้งๆที่ทำตามที่สื่อหลักแนะนำ เราก็ต้องเข้ามาในระบบสุขภาพทางการแพทย์ เพื่อรับการรักษา แต่เมื่อการรักษาคือธุรกิจ การที่เราหายคือเขาเสียลูกค้า การทำให้คุณดีขึ้นแต่ไม่หายจึงเกิดขึ้น เราจึงได้ยินคำว่า " เมื่อเป็นแล้ว จะต้องทานยาตลอดไป ไม่มีวันหาย" ทั้งๆที่มันสามารถหายได้โดยไม่ต้องใช้ยา หรือ คำว่า " หายแล้วนะครับ แต่ต้องทานยาคุมตลอดไป" คือหายแล้วแต่ทำไมต้องทานยาล่ะ วนเวียนไปเรื่อยๆ

และเมื่อคุณรู้สึกดีขึ้นแล้วแต่อาจจะไม่ได้หาย ด้วยความเชื่อบางอย่าง คุณก็กลับไปทำตามคำแนะนำของสื่อหลักต่อ แล้วมันก็วนกลับไปที่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง

สิ่งที่เกิดขึ้นอยู่นี้ คุณอยู่ในนั้นด้วยหรือเปล่า

WTF..............

#fastingfatdentist

#หมอบ่นfiat

#health

#nutrition

#fiat

#siamstr

#bitcoin

มันน่าตลกที่ปัจจุบันวิทยาการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเจริญก้าวหน้ามากๆ แต่สุขภาพของผู้คนแย่ลงทุกวัน เต็มไปด้วยโรคภัยที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาด มันเกิดบ้าอะไรขึ้น

nostr:nevent1qqs2349gzv0y6r6sqyy6t76g93ncqxjwq0pc7rm6zdaet0uxrth7whcppamhxue69uhkummnw3ezumt0d5pzpv6tgsyzf4gha3x6dtr87vvhm0ylq0vz6u8aadl5kausnwk0h9n8qvzqqqqqqy4cv7cm

(70% ของยอด Zap จะถูกแบ่งให้เจ้าของโน้ต)

#Siamstr #SiamesBicoiners

Replying to Avatar Jingjo

#สาส์นสำคัญจากนายGuySwann

ลองพิจารณาสิ่งนี้นะครับ,

ทวิตเตอร์ควรมีระบบไลท์นิ่งในการให้ทิปหรือจริง ๆ คือควรมีสำหรับการชำระเงินทุกรูปแบบบนแพลตฟอร์มมาตั้งหลายปีแล้ว แต่พวกเขาก็ไม่ทำ เหตุผลเพราะอะไร?

ในขณะที่ #Nostr ทำเรื่องนี้สำเร็จอย่างรวดเร็ว และทุกคนที่ได้ลองใช้งานก็สัมผัสได้เลยว่านี่มันของจริงนี่หว่า

..แต่ทำไมถึงเป็นงั้น?

หลายฟีเจอร์บน Nostr ควรจะมีบนทวิตเตอร์ตั้งนานแล้วนะ

คุณคิดว่ามันเป็นเพราะทวิตเตอร์ไม่อยากทำงั้นเหรอ?

หรือมันยากเกินในเชิงเทคนิค? แล้วทำไมเหล่า Nostrich ถึงทำได้ในเวลาไม่กี่วันหรือไม่กี่สัปดาห์?

ไม่ใช่เลยน่ะสิ เพราะความจริงคือพวกเขาโดนการเมืองเบรกหัวทิ่ม! คุณยังจำได้มั้ยตอนที่เฟซบุ๊กใช้เวลาและทุนมหาศาลในการพัฒนา "สกุลเงินใหม่" เป็นระบบชำระเงินในแพลตฟอร์มตัวเอง เพราะมันทำกับสกุลดอลลาร์ไม่ได้ พวกเขาถึงกับโดนลากไปโดนสอบสวนต่อหน้าสภาคองเกรสว่าทำระบบชำระเงินแบบนั้นบนโซเชียลมีเดียทำไม! เอ็งกล้าดียังไง! โปรเจ็กต์นั้นโดนบดขยี้ทิ้งอย่างง่ายดายทั้งที่มีแต่ระดับบิ๊ก ๆ ในซิลิคอนแวลลีย์แบ็กหลังเพียบ

แบบนี้กรณี Twitter Files กำลังสอนอะไรเรากันแน่?

มันสอนว่าสภาพแวดล้อมทางกฎหมายตอนนี้จะบีบคอให้คุณห้ามทำระบบชำระเงินบนโซเชียลมีเดีย แถมกลุ่มอำนาจทางการเมืองยังไม่ยอมแม้กระทั่งให้เราทวีตแสดงออกอะไรก็ได้อย่างอิสระ! หน่วยข่าวกรองของพวกนี้ "ให้ทุน" ในการเซ็นเซอร์เนื้อหา และมีคอนแท็กต์ตรงในการสั่งปิดบัญชีผู้ใช้งาน สั่งทำ shadow ban และตรวจสอบให้แน่ใจว่าความคิดเห็นที่ "พวกเขาไม่รับรอง" นั้นห้ามมีที่ยืนในเครือข่ายของแพลตฟอร์ม

เหมือนที่ @#[0] พูดไว้ว่า "นี่มันคืออำนาจในการเปลี่ยนความเห็นต่างให้มีมูลค่าเลยนะ" เพราะลองพิจารณาดูว่ามันจะทรงพลังสุดขั้วแค่ไหนถ้าเราสามารถแชร์ความคิดเห็นที่ "พวกเขาไม่รับรอง" ให้กับผู้คนหลายล้านคนทั่วโลก แถมยังสามารถได้รับผลตอบแทนมากกว่าเดิมเป็นพันเป็นหมื่นเท่า ผ่านระบบชำระเงินข้ามโลกที่มีความเป็นส่วนตัวและส่งเงินให้กันได้ในพริบตา โดยที่โพสต์นั้นไม่ถูกคัดกรองหรือปิดกั้นอีกด้วย เนื้อหามันจะพุ่งไปหายูสเซอร์ทุกคนในเครือข่ายได้อย่างอิสระเลยล่ะ

พอกันทีกับ "ระบบโดเนต" หรือ "patreon" ที่หักหัวคิว 10% และพร้อมจะระงับทุกการเคลื่อนไหวหรือความเห็นที่กระด้างกระเดื่องกับระบบแม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม พอกันทีกับพวกเชี่ย "Go Fund Me" ที่ขโมยเงินระดมทุนช่วยผู้ประท้วงรัฐหลายล้านดอลลาร์เอาไปบริจาคให้ "องค์กรการกุศลที่พวกแม่งคัดไว้แล้ว" ระบบพวกนี้จะเทอะทะไร้ประโยชน์และไร้สาระทันที

เพราะพวกเราจะก้าวเข้าสู่โลกยุคใหม่ที่ข้อมูลและเงินไหลผ่านไปได้ทุกซอกทุกมุมของโลก ไม่มีใครหน้าไหนมาระงับหรือแทรกแซงได้

มันคือความจริงสุด simple ว่าไม่มีวันที่แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่รายไหนทำสิ่งที่ Nostr ทำได้อย่างแน่นอน เพราะพวกมันสำเหนียกว่ากำลังมีปืนจ่อหัวอยู่

นี่คือโลกที่เพิ่มคุณค่าให้มากกว่าเดิม 10 เท่า โลกที่จะปลุกให้ผู้คนตื่นขึ้นเสียที โลกที่จะเริ่มต้นด้วย "เหล่านักเห็นต่างทุกคน" เราต้องหาตัวพวกเขาให้พบและพาพวกเขามาที่นี่ให้ได้

ความสามารถแสนเรียบง่ายแต่ทรงพลังในการสื่อสารกับ follower นับล้านคนได้โดยตรง และสามารถรับทิปหรือรับเงินจากพวกเขาได้โดยตรง ไม่ถูกระงับสอดส่อง ไม่ต้องโดนปล้นภาษี ไม่มีตัวกลางแทรกแซง และไม่มีผู้มีอำนาจที่ไหนมาจุ้นจ้านได้ทั้งนั้น…

ผมบอกเลยว่าพวกมันกลัวพลังอำนาจนี้แบบขี้ขึ้นสมองเลยล่ะ นึกถึงปัญหาน่าปวดหัวที่คนอย่าง Joe Rogan สร้างให้พวกมันตลอดหลายปีที่ผ่านมาดูสิ ทีนี้ลองนึกภาพพวกมันพยายามเล่นงาน Joe ผ่านคนรู้จักของเขา ผู้ลงโฆษณาสนับสนุนเขา ระบบชำระเงินที่เขาใช้ ไหนจะทำแคมเปญมาโจมตีเขาเสียยกใหญ่ (ซึ่งล้มเหลวไม่เป็นท่า สมน้ำหน้าฉิบเป๋ง 🤣) ทีนี้ก็ลองนึกว่ามีอีกกี่พันคนที่เราเห็นพวกเขาโดนกระทำ โดนเล่นงาน โดนเตะออกจากแพลตฟอร์ม หรือโดนผลักออกไปอยู่ชายขอบ ฯลฯ

–––––––––––––

ผมขอให้คุณนึกถึงและจดจำให้ดีว่า 3 ปีที่ผ่านมามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพราะมันจะไม่มีทางเกิดซ้ำอีกแล้ว…

ที่ผมอยากสื่อคือ.. ทุกคนครับ ตอนนี้เราแม่งอยู่ใจกลางของการปฏิวัติครั้งใหญ่เชี่ย ๆ และมันกำลังเกิดขึ้นแล้วตอนนี้เลย!

⚡⚡🔥🔥

ลงชื่อ,

Guy Swann

nostr:nevent1qqsvgjunm9v87f00l0q8sldk6wj37m7dkrk360vpkc36nq09u5vufjcpzamhxue69uhhyetvv9ujucm4wfex2mn59en8j6gzyzu7we2xhgry2mknq8v7227yn7jguu9xhu3g90n6rtnjj3mpyq3acqcyqqqqqqg5ml7c7

เหตุผลที่ว่าทำไมพวกเรา #siamstr ทุกคนใน Nostr กำลังอยู่ ณ ใจกลางของการปฏิวัติครั้งใหญ่ และมันกำลังเกิดขึ้นแล้วตอนนี้เลย!

nostr:nevent1qqsf6p83tnm0l5vkt46rvl4jznc4pmwye799x0ren5slaurxtppvvegpz3mhxue69uhhyetvv9ujuerpd46hxtnfdupzpflfkdhlyjh8xpcxwsj48d9y5fenkqg4de7fufs5t7dudg20qcdfqvzqqqqqqy6xjl59

โน้ตของ Guy Swann ที่แปลโดยคุณ nostr:npub15l5mxmljftnnqur8gf2nkjj2yuemqy2kuly7yc29lx7x598svx5s447rgk

(50% ของยอด Zap จะถูกแบ่งให้เจ้าของโน้ต)

#Siamstr #SiamesBicoiners

Replying to Avatar Piriya ⚡🟧

*แก้ไข เมื่อกี๊ก๊อปหลุดไปสองย่อหน้า**

*Nostr edit post ไม่ได้สินะ***

เมื่อปริมาณอุปทานเงินเพิ่มสูงขึ้นด้วยเงินเฟ้อ ผู้ว่าจ้างจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์หากอัดตราคาจ้างไม่เปลี่ยนแปลง ในขณะที่ภาระหน้าที่ในการต่อรองขอขึ้นค่าจ้างเพียงเพื่อจะไล่ให้ทันอัตราเงินเฟ้อกลับตกเป็นของผู้รับจ้าง

ผลของมันอาจไม่ได้เห็นได้ชัดนักในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (ลินเขียนผิดมั๊ง) ที่เงินเฟ้อขึ้นเพียงปีละไม่กี่ % แต่มันก็เป็นปัจจัยที่เกิดขึ้นอยู่เบื้องหลังอยู่ตลอดเวลา ผู้คนมักจำเป็นต้องย้ายงานเพื่อที่จะได้รับค่าจ้างที่สูงขึ้น และเพื่อหลีกเลี่ยงการยึดติดระดับราคาค่าจ้างจากผู้ว่าจ้างเดิม ทั้งหมดนี้ก็เนื่องมาจากเงินเฟียตที่ค่อย ๆ เสื่อมค่าลงเรื่อย ๆ

ปัญหาดังกล่าวจะปรากฎชัดเจนยิ่งขึ้นในประเทศกำลังพัฒนา

ยกตัวอย่างกรณีที่ IMF บอกอียิปต์ให้ลดค่าเงินลงครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับดอลลาร์เพื่อแลกกับความช่วยเหลือทางสินเชื่อ ซึ่งรัฐบาลอียิปต์ก็ได้ทำเช่นนั้น ในตอนนี้ผู้รับจ้างชาวอียิปต์จำเป็นต้องพยายามต่อรองขอขึ้นค่าจ้าง เพื่อที่จะพยายามทวงคืนอำนาจในการจับจ่ายใช้สอยสากลของรายได้ที่หายไป โดยพวกเขาแทบไม่มีทางประสบความสำเร็จเลยแม้แต่คนเดียว และเจ็ดปีหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว พวกเขาก็ทำแบบเดิมซ้ำอีกครั้ง

แต่เมื่ออุปทานของเงินหดตัวลง ส่งผลให้หน่วยวัดมูลค่าของเงินมีมูลค่าเพิ่มขึ้น ผู้รับค่าจ้างจะกลับกลายเป็นฝ่ายได้เปรียบในการต่อรอง หากเงินเดือนของพวกเขาคงที่อยู่ที่ระดับเดิมในขณะที่ราคาเฉลี่ยของสินค้าและบริการต่าง ๆ ลดลง มันก็จะเหมือนกับว่าพวกเขาได้รับการขึ้นเงินเดือน (ซึ่งมันก็สมเหตุสมผล เพราะพวกเขามีประสบการณ์การทำงานมากขึ้น)

ภาระในการต่อรองค่าจ้างก็จะตกเป็นของผู้ว่าจ้าง ที่จะต้องหาเหตุผลมาโต้แย้งว่าค่าแรงควรจะลดลงตามราคาสินค้าและบริการอื่น ๆ

ฉันคิดว่ายังมีน้อยคนที่จะเข้าใจถึงความสำคัญของสิ่งนี้ ถ้าหากผู้คนเข้าใจมันมากขึ้น ฉันคิดว่ากลุ่มผู้สนับสนุนแนวคิดทางการเมืองที่ให้ความสำคัญกับแรงงาน จะเริ่มหันมาให้ความสนใจเงินสร้างยากอันแข็งแกร่งมากขึ้นไม่มากก็น้อย

nostr:nevent1qqs9mu4c5ywq3fj3alln672c9pwfm7mj7a04wvftxpj6r0uqhmca9sqpzfmhxue69uhk7enxvd5xz6tw9ec82cszyr4tpe6k6v4cp0x5vneas39cqspsxp66z04tcdve5a3vntr6hy057qcyqqqqqqga92ww2

การกดขี่แรงงานที่เลวร้ายที่สุดไม่ใช่การกำหนดค่าแรงขึ้นต่ำน้อยเกินไป แต่คือการเสกเงินเพิ่มเข้ามาในระบบต่างหาก การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำให้สูงที่สุดคือสิ่งไร้ประโยชน์หากราคาข้าวของเพิ่มสูงขึ้นตาม

nostr:nevent1qqsvd624k82akct392nlynjfx8075mhl6jzptm8aqqvsmg90gk0fxxspzpmhxue69uhkummnw3ezuamfdejsygqge8vv2vcxgcr60un5jc0hkd6l85huyjaprdmnx0rkcrvrw7437vpsgqqqqqqsjdqz6q

โน้ตคุณลิน อัลเดน ที่แปลโดย nostr:npub1prya33fnqerq0fljwjtp77ehtu7jlsjt5ydhwveuwmqdsdm6k8esk42xcv

(50% ของยอด Zap จะถูกแบ่งให้เจ้าของโน้ตโดยอัตโนมัติ)

#Siamstr #SiamesBicoiners

Replying to Avatar Jakk Goodday

### Badge "Local Bitcoin Thailand Discord"

ในฐานะหนึ่งในแอดมินและผู้ร่วมก่อตั้ง ผมขอมอบ #badge เพื่อเป็นเกียรติและแทนคำขอบคุณสำหรับสมาชิก 'Local Bitcoin Thailand Discord' ที่ร่วมกัน Contribute ผลักดันคอมมูนิตี้บนดิสคอร์ดมาด้วยกันครับ 💜

#### วิธีรับ Badge:

- สมาชิก Discord ไปที่แชนแนล | FORUM-PANTIP > techs > Nostr

- กดเข้าไปที่ประกาศกิจกรรมทราผมแจ้งไว้ เพื่อกรอก 'npub' ของท่านใน Google Form

- รอรับ Badge ซึ่งทีมงานจะทะยอยแจกให้เป็นล็อตๆ จนกว่าจะครบ

🙏 ขอบพระคุณที่ร่วมผลักดันมาด้วยกันครับ ฝากช่วยกันดูแลคอมมูนิตี้ของเรา ทั้ง #SiameseBitcoiners #LocalBitcoinThailandDiscord และ #Siamstr ให้เข้มแข็ง น่าอยู่ และยั่งยืน เหมือนบ้านของพวกเราตลอดไป

Discord Message Link:

https://discord.com/channels/979452283999887412/1112257366730219652/1165583227155648584

Replying to Avatar Piriya ⚡🟧

ตอบเรื่อง Lightning Network Vulnerability

ตอนนี้ยังไม่มีเวลาอธิบาย

แต่จะสรุปแค่ว่า

ในส่วนของ Replacement Cycling

การโจมตีนี้ จำเป็นต้องมี Node สมรู้ร่วมคิดกัน (หรืออาจเป็นของคน ๆ เดียวกัน)

และโหนดของคุณจะต้องมี Channel กับทั้งสองโหนดนี้

ผู้โจมตีจะต้องทำธุรกรรมผ่านโหนดของคุณ แล้วให้ปลายทางเบี้ยวเงิน

จนคุณจะเคลมเงินคืน แล้วผู้โจมตีจะใช้ RBF หรือ CPFP ในการเตะถ่วงธุรกรรมเคลม HTLC ดังกล่าวจนกว่า Timelock จะหมดอายุ แล้วจึงยิงธุรกรรมโขมยเงินคุณไปได้

สำหรับ user ทั่วไปที่ไม่ได้รันโหนดเอง ไม่ได้มีความเสี่ยงเท่าไหร่

แต่สำหรับคนรันโหนด อาจโดนโจมตีได้ แต่ในกรณีแบบนี้ก็จะรู้ได้อย่างชัดเจนว่าโหนดไหนเป็นผู้โจมตี และก็ไม่สามารถโจมตีซ้ำได้อีก ก็ระวัง ๆ เวลาไปเปิด channel สามเหลี่ยมใน LN+ นิดนึงละกัน เห็นโหนดใหม่ ๆ ไม่มีประวัติมาขอเชื่อมก็ดูดี ๆ หน่อย โหนดส่วนใหญ่ที่ทำงานกันมานานไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว เพราะชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของโหนดคือทุกสิ่งทุกอย่างของการรันโหนดเลยนะ

ทางแก้มีหลายวิธี หลายอย่างแก้ได้โดยไม่ต้อง Soft fork

หรือ Pinning ก็เป็นการเตะถ่วงธุรกรรมเคลม HTLC ในช่วงค่าฟีสูง แต่ผู้โจมตีจำเป็นต้องมีโหนดสมรู้ร่วมคิดจำนวนมากพอสมควร ไม่ได้เสี่ยงอะไร ยิ่งสมัยนี้ mempoolfullrbf เยอะขึ้นแล้วด้วย

ยังไม่แน่ใจมันมีอะไรอันตรายมากมั๊ย แต่เท่าที่อ่านดู มันเป็นช่องโหว่ทางเทคนิค ที่ดูเหมือนจะอันตรายแต่จริง ๆ ก็ไม่มีอะไรมากถ้าเข้าใจว่าระบบมันรันกันยังไง

ส่วนเจ้า WhaleWatcher อะไรนั่นมันเพ้อเจ้อ ชอบเขียนข่าวใส่ร้ายด้วยการโกหกหน้าด้าน ๆ อยู่เป็นประจำอยู่แล้ว ทั้ง account ก็สร้างมาเพื่อใส่ร้ายหรือจับผิด Blockstream / Tether โดยไม่มีหลักฐานอะไรซักทีมาหลายปีละ (ซึ่งในกรณีนี้ยิ่งต้องอาศัยความพยายามในการโยงมากกว่าปกติด้วยซ้ำ) ไม่มี backdoor ไม่มีดราม่าอะไรแบบที่มันเขียนเกิดขึ้นเลย

ข่าวใหญ่โตเรื่องช่องโหว่ของ Lightning วันนี้ ที่พวกชิทคอยน์ได้ทีถ่มถุยกันใหญ่ มันคืออะไรกันแน่

มาฟังคำอธิบายจาก อ. ตั๊ม กันครับ

nostr:nevent1qqs074ywjs59m5swray5h5m3uz2xfmq9yulqhhduw9humnhxcx0kujcpz3mhxue69uhhyetvv9ujuerpd46hxtnfdupzqzxfmrznxpjxq7nlyaykraanwhea9lpyhggmwuencakqmqmh4v0nqvzqqqqqqy9d6yyx

#Siamstr #SiamesBicoiners

Replying to Avatar Jingjo

" 'ทองคำ' ซึ่งเป็นเงินที่มีศักยภาพในการแลกเปลี่ยนเชิงกาลเวลาและระยะทางที่เหนือกว่า ได้รับการยอมรับไปทั่วทั้งโลก และสามารถรักษามูลค่าของมันได้นานข้ามสหัสวรรษ ไม่ว่าใครก็ตามก็สามารถใช้เหรียญทองคำเพื่อการเก็บออมได้ และสามารถคาดหวังได้ว่ามันจะรักษามูลค่าของมันเอาไว้ได้เป็นอย่างดีในระยะยาว"

"เด็ก ๆ สามารถเริ่มเก็บออมได้ตั้งแต่วันแรกที่เขาเกิดขึ้นมา โดยญาติสนิทมิตรสหายต่าง ๆ มักจะมอบเงินจำนวนหนึ่งให้กับเด็ก ๆ ผ่านผู้ปกครองของเด็กตามประเพณี เด็ก ๆ ถูกสอนให้เก็บออมตั้งแต่ยังอายุไม่มาก พวกเขาเรียนรู้ที่จะทำงานและเก็บเงิน และเมื่อเด็ก ๆ โตขึ้น พวกเขาก็จะมีแรงจูงใจที่จะทำตัวให้มีประโยชน์ยิ่งขึ้นเพื่อที่จะได้เงินมากขึ้นและเก็บออมได้มากขึ้น จนเมื่อเก็บออมเงินได้ถึงระดับหนึ่งพวกเขาก็จะสามารถลงทุนในสินค้าประเภททุนได้ ทำให้สามารถผลิตสินค้าหรือบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงขึ้น หรือสามารถลงทุนไปกับกิจการของผู้อื่นซึ่งก่อรายได้ให้กับเขาได้"

"เมื่อผู้คนมีเงินออมในระดับที่มากพอที่จะทำให้เขาสามารถใช้ชีวิตได้โดยไม่ต้องพึ่งพาอาศัยใครแล้ว พวกเขาก็จะแต่งงาน ซื้อบ้าน และสร้างครอบครัว การเก็บออมเกิดขึ้นในตลอดทุกช่วงเวลาของชีวิต และเงินที่เก็บออมก็จะถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น พัฒนาการของมนุษย์เกิดขึ้นจากการสร้างชีวิตที่ดีกว่าให้แก่คนรุ่นหลัง และการเก็บออมก็มีบทบาทสำคัญในกระบวนการดังกล่าว"

"มีเพียงการเก็บออมเท่านั้นที่สามารถลดความเห็นแก่เวลาของมนุษย์ลงได้และทำให้พวกเขาหันมาให้ความสำคัญกับอนาคตมากขึ้น ยิ่งสังคมมีการเก็บออมมากเท่าใด ชีวิตของคนในรุ่นต่อ ๆ ไปก็จะยิ่งดีมากขึ้นเท่านั้น การพัฒนาแนวคิดของการเก็บออมเป็นองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาอารยธรรมมนุษยชาติ และเมื่อเงินมีความแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ ผู้คนก็เริ่มเก็บออมมากขึ้นและมากขึ้น และมันก็กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม ศาสนา และขนบธรรมเนียมประเพณี"

-เซฟดีน อัมมูส, The Fiat Standard (2021)

เร่งพรูฟกันอยู่ครับ ถึงมือซีเอ็ดไปแล้ว 4 บทร้อนร้อนนนนน อดใจรอไม่นาน ได้อ่านกันแน่ ๆ

#Siamstr

ก่อนที่ผู้คนจะถูกทำลายความมั่งคั่งอย่างย่อยยับจากเงินเฟียต โลกเคยมีระบบการเงินที่แข็งแกร่งซึ่งมี "ทองคำ" เป็นสื่อกลาง สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้มนุษยชาตินับพันๆ ปี

nostr:nevent1qqsza4p3h26kkz56ue7vj9vupl5yv9kvsjgl2e2tdz09uxpjpc5k0ggppamhxue69uhkummnw3ezumt0d5pzpflfkdhlyjh8xpcxwsj48d9y5fenkqg4de7fufs5t7dudg20qcdfqvzqqqqqqygv0v6a

เนื้อหาบางช่วงบางตอนจากหนังสือ The Fiat Standard ที่แปลโดยคุณ nostr:npub15l5mxmljftnnqur8gf2nkjj2yuemqy2kuly7yc29lx7x598svx5s447rgk Right Shift

#Siamstr #SiamesBicoiners

กลไกตลาดเสรีที่ขับเคลื่อนด้วยแนวคิดเศรษฐศาสตร์ออสเตรียน สิ่งนี้ฟังดูดี แต่มันเป็นไปได้ยากนะ จะเกิดขึ้นจริงได้เหรอบนโลกใบนี้? ถ้าคุณอ่านบทความนี้จบคุณจะเห็นภาพชัดเจนว่ามันเกิดขึ้นแล้วที่นี่ บนนอสเตอร์

ใครยังไม่ได้อ่านบอกเลยว่าพลาดไม่ได้!!

nostr:naddr1qq25wcnwxfryx3z3xajnqnrsfpxrga6xvakhqq3qmqcwu7muxz3kfvfyfdme47a579t8x0lm3jrjx5yxuf4sknnpe43qxpqqqp65wmd6sm9

วันหยุดแบบนี้จะมีอะไรเพลิดเพลินไปกว่าการนั่งอ่านบทความดีๆ สักอัน งานเขียนของคนๆ นี้ต้องบอกเลยว่าหาตัวจับยาก ไม่มีผิดหวัง

ขอบคุณบทความทรงคุณค่าจากคุณ nostr:npub1mqcwu7muxz3kfvfyfdme47a579t8x0lm3jrjx5yxuf4sknnpe43q7rnz85 พ่อใหญ่แห่งทุ่งม่วง

#Siamstr #SiamesBicoiners

Replying to Avatar Panai Lawasut

“จงเรียนรู้จากประสบการณ์ของคนอื่น”

พ่อผมสอนประโยคนี้อยู่ตลอดเวลาเรียกว่าเป็นคำพูดติดปากของแกเลยก็ว่าได้ มันเข้าหัวผมอย่างแน่นอน และทำให้ผมปฏิบัติตามอยู่ตลอดโดยอัตโนมัติแม้ว่าจะไม่ตั้งใจก็ตาม

วันนี้ผมมีประสบการณ์ของตัวเองมา 40 กว่าปี ผมอยากจะเล่าในมุมของผมเองแบบไม่โลกสวยว่า

“ผมไม่แน่ใจว่ามันทำได้จริง…”

ประสบการณ์ ความรู้ ความผิดพลาด บทเรียน เรื่องนี้ส่งต่อกันได้ เป็นสิ่งที่โคตรน่าอัศจรรย์ มันทำให้มนุษยชาติมีวิทยากรมาได้อย่างที่เราเห็นๆกันอยู่

มันเป็นการส่งต่อ POW ของคนรุ่นก่อนหน้า ผ่าน protocol อะไรซักอย่างก็ตาม มาถึงคนรุ่นถัดไป

ถ้า POW มันคือการใช้ ”พลังงานและเวลา” ไปกับเรื่องบางอย่าง

เช่นนั้น การถ่ายทอดประสบการณ์กันจากรุ่นสู่รุ่น จากหนังสือ จากเรื่องเล่า จากครูอาจารย์มันก็คือการส่งต่อ “พลังงานและเวลา” ของคนเหล่านั้นไปสู่ผู้รับฟัง

และนี่คงจะเป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่า เรามีพลังงานและเวลามากกว่าคนรุ่นก่อนอยู่เสมอ คงจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราคิดว่า เราฉลาดกว่าคนรุ่นก่อน

แต่มันเป็นเหมือนกฎอะไรซักอย่างของธรรมชาติ เราไม่สามารถส่งต่อพลังงาน โดยไม่มีการสูญหายไประหว่างทาง

เหมือนกับเครื่องยนต์สันดานภายกำลัง 300 แรงม้า ต้องสูญเสียพลังงานไปกับการสั่นสะเทือน เสียง ความร้อน แรงเสียดทานของเพลาขับ ฯลฯ กว่าจะไปถึงล้ออาจเหลือกำลังเพียง 250 แรงม้าเท่านั้น

ไม่ต่างอะไรกับการส่งต่อประสบการณ์ของใครซักคน เราไม่สามารถจะเรียนรู้ทำความเข้าใจมันได้อย่างท่องแท้ 100% จนกว่าเราจะเจอกับตัวเอง

สมัยวัยรุ่นคิดว่าหลายคนคงเป็นเหมือนผม ชอบออกไปขี่รถกับเพื่อน กลับบ้านดึก พ่อกับแม่เตือนหลายครั้งเพราะเค้าเป็นห่วง บ่อยเข้า จนวันนึงพ่อพูดกับผมว่า

“แกไม่รู้หรอกว่าพ่อกับแม่เป็นห่วงแกแค่ไหน วันที่แกมีลูกของแกเองจะเข้าใจ”

ตอนนั้นผมคิดว่าผมเข้าใจที่พ่อพูดนะ ผมออกเที่ยวน้อยลงจริง เพราะไม่อยากให้เค้าห่วง คิดว่าเราเข้าใจเค้า

แต่พอมีลูกเองจริงๆ ถึงได้รู้ว่าความเป็นห่วงของพ่อกับแม่จริงๆมันขนาดไหน เทียบไม่ได้กับที่เราเคยเข้าใจเลย

คำว่า “เข้าใจ” คือมันต้องเข้าไปอยู่ในใจจริงๆ รู้สึกถึงมันจริงๆ แค่คิด นึกเอา หรือแม้กระทั่งผ่านการวิเคราะห์มายัง เราอาจจะยังเรียกว่า “เข้าใจ” ไม่ได้

หลายคนกว่าจะเป็นบิทคอยเนอร์คงจะผ่านการซื้อขายชิตคอยน์หรืออยู่ในตลาดหุ้นมาก่อนมากก่อน

ผมก็เหมือนกับหลายๆคน พองานเริ่มเข้าที่ เริ่มมีเงินเก็บ ก็ต้องหาทางจัดสรรเงิน

และก็เป็นเหมือนกับคนทั่วไปนั้นแหละ ศึกษาหาข้อมูล อ่านหนังสือเท่าที่จะหาได้ ก็คือพยายามเรียนรู้จากประสบการณ์ของคนอื่นให้ได้มากที่สุด

เมื่อซัก10กว่าปีที่แล้ว หลังแฮมเบอร์เกอร์ไครซิสใหม่ๆ set น่าจะราวๆ 4-500 จุด ผมเริ่มลงทุนแบบVI จัดสรรเงินอย่างดีตามตำราแปะ สำรองจ่ายฉุกเฉิน cashflow fix-cost ประกัน ลงทุน

Portก็โตแบบ 6-7% ต่อปีอยู่4-5ปี

อยู่มาวันนึงเพื่อนผมคนนึงซึ่งเป็น developer ขายโครงการคอนโดที่ยังพัฒนาไม่เสร็จให้กับบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ เพราะตัวเพื่อนผมเค้าไปต่อไม่ไหวแล้ว และตัวบริษัทในตลาดก็มาซื้อเพื่อสร้าง story โดยจ่ายค่าโครงการทั้งหมดเป็นหุ้นวอแรนท์แทน และมีการคุยเป้าหมายของราคาหุ้นกันชัดเจน

ผมที่รับรู้เรื่องราวโดยตลอดเห็นบริษัทออกข่าว ลากราคาหุ้นวิ่งขึ้น ออกข่าวร้ายทุบลง วิ่งขึ้นทุบลงๆๆ เป็นไปตามแผนงานที่เค้าวางไว้กันแบบวันต่อวัน

ผมเพิ่งเข้าใจหุ้นปั่น หุ้นมีเจ้าจริงๆก็วันนั้น

ผมเพิ่งรู้ว่าข่าวที่เราได้รับรู้กัน ถ้าไม่ช้าเกินไป ก็จะเป็นข่าวที่เค้าอยากให้เรารู้ ก็วันนั้น

ผมเพิ่งรู้ว่า balance sheet ของบริษัทนั้นเชื่อถือไม่ได้ก็วันนั้น

เรื่องนี้มีคนบอกเราอยู่ตลอด เราเชื่อ เราคิดว่าเข้าใจ แต่เราไม่คิดว่ามันจะขนาดนี้

ผมคิดว่าทางรอดในตลาดคือต้องอยู่ฝั่งเจ้าเท่านั้น..

บวกด้วยความโลภ ผมขายหุ้นทั้งหมด พร้อมกับเงินเก็บทั้งหมด! มาลงในหุ้นเพื่อน พร้อมกับได้รับราคาเป้าหมายที่จะต้องขายตั้งแต่วันแรกที่ซื้อ…

เราว่าเราวงใน วงในแบบชิดกับคนทำหุ้นเลย ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่คุยกันไว้ port ผมบวกมากกว่าตลอด 4-5 ปีที่เริ่มลงทุนมาแบบไม่เห็นฝุ่น

จนกระทั่ง….

เพื่อนผมกับบริษัทมหาชนนั้นทะเลาะกัน เหมือนเค้าอยากจะทำให้รู้ว่าเกมส์นี้ใครคุม เค้าเริ่มค่อยๆกดราคาลงมา จนผมเริ่มขาดทุน จาก -5% ,-10%,-20% แล้วมาค้างอยู่ -30% กันพักใหญ่ หลายเดือนเลย

สุดท้ายทะเลาะแตกหัก เค้าทุบหุ้นแม่ลงมา หุ้นพวกผมซึ่งเป็นวอแรนท์ที่ไม่มี floor ราคาล่วงแบบแทบจะหมดค่า

ผมจำวันที่ผมตกใจขายได้ดี มูลค่าเหลือไม่ถึง10% ของport ไม่ใช่ของportด้วย ของทั้งหมดในชีวิต

วันนั้นแม่งคือหนึ่งในวันที่เลวร้ายที่สุดในชีวิต มือไม้มันสั่นไปหมด สติมันไม่อยู่กับตัวเลย มันทำอะไรถูก

นั้นคือเงินเก็บทั้งหมดของครอบครัวที่ผมกับเมียช่วยกันทำมา

ภาพของสิ่งที่เราพยายามทำในช่วง 3-4 ปี มันลอยเข้ามา มันเป็นช่วง 3-4 ปีของการที่ต้องตื่นตี 3 กว่า ขี่รถเครื่องไปอีก 7-8 กิโล ไปที่ร้านเพื่อเริ่มทำขนม และทำมันทั้งวัน ปิดร้านทุ่มนึง ขี่รถกลับบ้าน พาลูกกินข้าวอาบน้าทำการบ้าน ได้นอนจริง 4-5 ทุ่ม ตี 3 ต้องตื่นอีกแล้ว…

เป็นช่วง 3-4 ปีที่ผมกับเมียไม่สามารถใช้เงินกับเรื่องสนุกของชีวิตได้เลย เก็บอย่างเดียว เพราะหวังว่าสักวันชีวิตมันจะดีขึ้น (เหมือนจะถูกทางแต่เสือกเก็บผิดที่)

ไม่ต้องพูดถึงไปเที่ยวต่างจังหวัด ปาร์ตี้กับเพื่อน ผมทำงาน 365 วัน เอาแค่หาเวลาไปต่อภาษีรถยังลำบากเลย

ทั้งหมดที่ทำมามันหายไปหมดเลย….

บทเรียนที่ผมได้รับ ไม่ใช่ไม่รู้ ไม่ใช่ไม่เชื่อหนังสือหรือผู้มีประสบการณ์ ตำราทุกเล่ม อาจารย์ทุกสำนัก พูดเหมือนกันหมด “Money Management สำคัญที่สุด”

ผมคิดว่ารู้แหละ ผมอ่านก็มาเยอะพอสมควร แต่เราเองนั้นแหละที่ไม่เข้าใจว่าไอ้ที่บอกว่าสำคัญที่สุด มันที่สุดขนาดไหนวะ

ไม่ใช่ไม่เคยได้ยินว่าหุ้นวงในเนี่ยเชื่อไม่ได้ แต่เราเองที่ไม่เข้าใจว่า เชื่อไม่ได้มันคือเชื่อไม่ได้จริงๆ!!!

แล้วผมก็เชื่อว่าผมจะไม่มีทางเข้าใจจนกว่าจะได้เจอเอง

“บทเรียน ถ้ามันยังไม่ใหญ่พอ มันจะยังไม่ใช่บทเรียน”

ไม่มีหรอก บทเรียนราคาถูก ถ้ามันไม่ใหญ่พอมันจะไม่เข้าไปในใจคุณหรอก

ผมเชื่อว่าถ้าผมยังไม่เจอบทเรียนใหญ่ขนาดนี้ ในวันที่ตลาดชิตคอยน์บูม ผมก็ต้องมาหมดตัวในชิตคอยน์อยู่ดี ด้วยปริมาณเงินที่มากกว่าด้วย

กว่าผมจะกล้าเล่าให้แฟนผมฟังว่าที่เราทำมาทั้งหมดไม่เหลือแล้วก็ผ่านไปร่วมสองเดือน เค้าพูดคำเดียวว่า “เป็นไงล่ะ เข็ดหรือยัง” ด้วยน้ำเสียงสบายๆ แอบติดแขวะนิดๆ ไม่มีต่อว่า ไม่มีอาการสลด หรือหมดความมั่นใจในตัวเราให้เห็น มันเหมือนยกภูเขาออกจากอก มันสบายใจ มันมีกำลังใจ มันเหมือนกับมีคนบอกว่า ไม่เป็นไร เรามาช่วยกันใหม่

หลังจากวันนั้นผมรู้แล้วว่าในตลาดหุ้นไม่ใช่ที่ของเรา จะเป็นVI ก็เชื่อถือ balance sheet เชื่อข่าวไม่ได้ จะเป็นเทรดเดอร์นั่นก็เป็นการทำงานอีกอาชีพนึงเลย ต้องใช้เวลาไปกับมัน งั้นเราไปใช้เวลากับสิ่งที่เราเก่งดีกว่ามั้ย

ตั้งแต่นั้นผมก็เริ่มต้นเก็บเงินใหม่ฝากแบงค์ เดิน stement อย่างเป็นระบบ เพราะคิดว่า leverage ตัวเงินด้วยตลาดหุ้นไม่ได้ คงต้อง leverage กิจการด้วยแบงค์แทนแล้วกันวะ

….FUCK!!!! .... ระบบเหี้ยนี้แม่งวางแนวรุกแนวรับไว้หมดทุกทาง

โชคดีฉิบหาย 2 ปี ต่อมา รู้จักบิทคอยน์

ทุกวันนี้เงินที่หายไปวันนั้นอาจจะดูไม่เยอะเท่าเดิม แต่บทเรียนและความรู้สึกในวันนั้น มันเข้าไปอยู่ในใจ ยังใหญ่และเจ็บปวดเสมอที่นึกถึงมัน

ในทางกลับกัน ถ้าเราเป็นผู้ถ่ายทอดประสบการณ์แล้วคงจะหวังให้ผู้รับฟังเข้าใจเราอย่างลึกซึ้งคงเป็นไปไม่ได้

คงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากที่จะอธิบายให้ลูกเข้าใจว่าการอกหักครั้งแรกมันหนักขนาดไหน จนกว่าเค้าจะเจอเอง

คงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากที่จะอธิบายให้คนอื่นเข้าใจความสุขและความทุกข์ของการมีลูก มันเยอะพอๆกัน จนกว่าเค้าจะมีลูกเอง

คงเป็นเรื่องที่เป็นไม่ฉลาดเลยที่คุณหวังว่าจะทำให้ใครเข้าใจบิทคอย จนกว่าเค้าจะเข้าใจบิทคอย

ประสบการณ์ชีวิตแต่ละคนไม่เหมือนกัน และต่อให้เป็นประสบการณ์เดียวกัน ก็ตกผลึกไม่เหมือนกันอีก

เราคงทำได้แต่เล่าว่าเราผ่านอะไรมาบ้างแค่นั้น

“จงเรียนรู้จากประสบการณ์ของคนอื่น แล้วคุณจะเข้าใจมันตอนคุณมีประสบการณ์ของคุณเอง”

#Siamstr

เหล่าชาวนอสเตอร์หน้าใหม่เอ๋ย

วันนี้พวกท่านรู้จัก 1 ในแลนด์มาร์คสำคัญแห่งทุ่งม่วง

ที่มีชื่อว่า nostr:npub1jalt2rsvr9nhd7e84yp8pmzytxmcptp8u20tp5wnx4dcr8xf8resze0yfp แล้วหรือยัง?

nostr:nevent1qqsfn5fezs8gv724dy3h0u0kfehzjq6f0m6x796y6sdrefvkhvnwttqpz3mhxue69uhhyetvv9ujumn0wd68ytnzvupzp9m7k58qcxt8wmaj02gzwrkygkdhszkz0c57krgaxd2msxwvjw8nqvzqqqqqqynmuexk

#Siamstr