Avatar
Kong
2e337af7de78d77f60f12ab56084c60e1c504758a2397aaf057c1cadaaae725e

ถ้าเราทำ Tx ไว้แล้วหลายอัน ก่อนจะนำไป broadcast มีวิธีนำbitcoin transactionที่เซฟไว้ ไปอ่านรายละเอียดTx ให้เป็นภาษาที่เข้าใจง่าย ก่อนbroadcast ได้อย่างไรบ้างครับ เช่น feeที่กำหนดไว้คือเท่าไหร่ ,addressปลายทาง,จำนวนที่โอน

Replying to Avatar Jakk Goodday

ทำไมหนังสือ 'The Sovereign Individual' ที่เขียนขึ้นในปี 1997 ยังมีความน่าสนใจและยังมีอิทธิพลทางความคิดในปี 2024? (รีวิวแบบไม่สปอยล์⚡) หนังสือที่ อ.ต๊ำ กำลังจะแปล! 🍻

อ่านที่ Yaki เลย! 📚🔗 https://yakihonne.com/article/jakk@rightshift.to/IGwgZAwuiaJpw6MitQHux

nostr:naddr1qq25j3mhvadyzam4d9s55urhxexkjaz3fp6hsq3qmqcwu7muxz3kfvfyfdme47a579t8x0lm3jrjx5yxuf4sknnpe43qxpqqqp65wum7685

อ่านฉบับภาษาอังกฤษ : https://yakihonne.com/article/jakk@rightshift.to/f3IsIURYrCAUjoIdICG8j

nostr:naddr1qq2kvv6fwdy425jewfp5z4t2daykgj2rguux5q3qmqcwu7muxz3kfvfyfdme47a579t8x0lm3jrjx5yxuf4sknnpe43qxpqqqp65wenw69k

คลิประดับตำนานรีวิวเนื้อหาในหนังสือ The Sovereign Individual โดย อ.พิริยะ!

https://youtu.be/2lqZI0KGMFg?si=sLq3vhxzPlsx1ovY

#Siamstr #Jakkstr #TheSovereignIndividual #Book #RightShift

ซื้อเล่มภาษาอังกฤษมา ศัพท์ยากมากครับ รออ่านเล่มแปลเลยครับ

กราฟราคาเนื้อตามอัตราเงินเฟ้อ

นึกว่าอยู่เมืองไทยกันเลยทีเดียว

Replying to Avatar Panai Lawasut

เรื่องนึงที่ผมรู้สึกผิดมาตลอดคือ ผมส่งลูกสาวเข้าสู่โรงงานผลิตแรงงานเฟียตตั้งแต่นางอายุ 4 ขวบ

ผมมีลูกเร็ว ตอนนางถึงวัยเข้าโรงเรียน (วัยนี้มันมีจริงๆรึ) ผมยังเรียกว่าตั้งตัวไม่ได้เลย ทั้งผมและแฟนทำงานกันวันนึงมากกว่า 12 ชม. ไม่ต้องพูดถึงเรื่องมีเวลาเลี้ยงลูก รีบพลักดันส่งนางเข้าโรงเรียน ตั้งแต่ยังเล็ก

โรงเรียนที่นางเรียนก็เน้นวิชาการกันหนักๆเลย มีคาบแรกตั้งกะ 7:30 ก่อนเคารพธงชาติอีก กว่าจะเลิกเรียนคาบสุดท้ายก็ 5 โมงกว่า เป็นแบบนี้จบจน ป.6

เข้ามัธยมก็ดันสอบติดโรงเรียนวิทยาศาสตร์แถวเมืองชลอีก (แต่สอบติดแบบตัวสำรองอันดับไกลๆเลยนะ)

ไอ้โรงเรียนนี้ก็ดันเน้นเรียนกันจริงจังอีก แถมเป็นโรงเรียนประจำด้วย สารภาพตามตรง ตอนนั้นผมดีใจมาก เพราะโรงเรียนให้ทุนเรียนฟรีนักเรียนทุกคน และผมก็จะได้มีเวลาทำงานเยอะขึ้น อารมณ์ว่าฝากโรงเรียนเลี้ยงลูก

ในความโง่และเห็นแก่ตัวของผม ยังพอมีความโชคดีอยู่บ้าง ลูกสาวผมนางดื้อมาก นางไม่ค่อยยอมทำอะไรที่นางไม่ชอบ นางเรียนไม่เก่ง นางไม่ค่อยทำการบ้าน ถ้ามีรายชื่อนักเรียนที่ไม่ส่งงานให้ผู้ปกครองช่วยตาม จะมีชื่อ ด.ญ.เหนือน้ำ เสมอ

และมีสิ่งหนึ่งที่ขัดเจนมากคือ นางสามารถใช้เวลาอยู่กับการวาดรูปได้เป็นชั่วโมงๆ นางชอบอะไรสวยๆงามๆ ชอบแต่งหน้า แต่งตัว

วันที่ผมรู้ตัวว่าผมส่งลูกสาวไปใช้เวลากับเรื่องไร้สาระ และไม่ใช่สิ่งที่เป็นตัวตนของนางอยู่เป็น 7-8 ปี ผมแทบเขกกะโหลกตัวเอง

วันพรุ่งนี้นางจะไปสอบเข้าเรียน ม.4 สาขาแฟชั่นดีไซน์ น่าดีใจมากที่มีโรงเรียนในระบบที่มีแนวคิดแบบนี้ ไม่รู้ว่าเป็นแค่การตลาดหรือตั้งใจเปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้ตามความสนใจจริงๆ

และโรงเรียนก็รับน้อยซะเหลือเกิน

ถ้า POW ของนางมากพอ นางคงจะได้ใช้เวลาหลังจากนี้กับสิ่งที่นางรักจริงๆ

และผมก็อาจจะรู้สึกผิดน้อยลงและคงพอจะให้อภัยตัวเองได้บ้างซะที

“สู้เค้านะเด็ก POW ของหนูมันมากกว่าที่พ่อเคยทำตอนอายุ 14 ไปเยอะเลย พ่อว่าน่าจะสู้เค้าได้แหละ”

GN

#siamstr

ปล.เตรียม EE ไป 30 กว่าแท่ง มันเยอะไปมั้ยคะลูก..!😑

POW ของจริง น้องเก่งมากครับ

Replying to Avatar Jingjo

## นับ 1

ย้อนกลับไปวันนี้เมื่อปีที่แล้ว ถ้ามีใครมาบอกว่าผมกำลังจะมีชื่อแปะหราอยู่บนหน้าปกของหนึ่งในหนังสือที่ดีที่สุดที่มนุษย์เคยเขียนกันขึ้นมา ผมคงบอกเขาว่า "มึงจะบ้ารึเปล่า?"

กดฟาสต์ฟอร์เวิร์ดมาวันนี้ วินาทีนี้ วันที่รูปเล่มแล้วเสร็จพร้อมให้พรีออเดอร์ ผมก็ยังงง ๆ ไม่ค่อยเชื่อว่ามันเกิดขึ้นแล้วจริง ๆ ผมยังจำความรู้สึกของวันเดินออกจากคณะสถาปัตฯ มธ. หลังจากเข้าไปส่งเล่มวิทยานิพนธ์ปริญญาโทที่เพิ่งพ่นออกจากแท่นพิมพ์แบบกรุ่น ๆ ได้เป็นอย่างดี บ่ายวันนั้นผมเดินพ้นชายคาตึกคณะด้วยความรู้สึกงง ๆ โหวง ๆ มีแต่ความว่างเปล่าในใจ ได้แต่ถามกับตัวเองว่า "นี่เหรอการเรียนจบ แล้วไงต่อวะ?" แล้วผมก็ไม่เคยได้ทำงานจริง ๆ จัง ๆ เกี่ยวกับสาขาวิชาที่พ่อแม่เสียเงินมหาศาลส่งเสียตลอดช่วง 6 ปีอันผ่านไปราวพริบตานั่นเลย ราวกับว่ามันคือช่วงเวลาพักร้อนในคันทรีคลับอันแสนสวยงาม ก่อนจะต้องออกมาพบว่าโลกแห่งวัยทำงานจริง ๆ นั้นไม่ได้สนุกสวยงามอะไรเลย

แต่ทำไมครั้งนี้มันรู้สึกต่างออกไป?

อาจารย์พิริยะและทีมไรท์ชิฟต์มอบโอกาสให้ผมได้เข้ามามีส่วนร่วมในการร่วมแปล เรียบเรียง และขัดเกลาสำนวนที่ซับซ้อนชวนปวดหัวของด็อกเตอร์เซเฟดีน อัมมูส ผู้ช่วยศาสตราจารย์และนักเศรษฐศาสตร์คนสำคัญที่สุดคนหนึ่งในโลก เราลุยกันสุดตัว ชนิดที่ตื่นมาจิบกาแฟผึ่งแดดเสร็จก็ลุยเลยยาว ๆ จนหมดแรง และตอนนอนหลับก็ยังแทบจะฝันถึง (ใครได้ชมไลฟ์พิเศษไฟนอลพรูฟ 4 วันรวดเต็ม ๆ น่าจะเห็นภาพได้ดี) เพราะเรารู้ดีตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้อ่านต้นฉบับภาษาอังกฤษ ว่าหนังสือเล่มนี้จะสามารถเปลี่ยนชีวิตของคนที่ได้อ่านมันไปในทิศทางที่มีความหวัง ความสุข สุขภาพที่ดี และมีความมั่งคั่งมั่นคงได้แบบที่ไม่เคยจินตนาการได้มาก่อน มันคือภูมิปัญญาชิ้นสำคัญที่คนไทยและคนทั้งโลกควรเข้าถึงให้ได้มากที่สุด

วันนี้หนังสือเล่มดังกล่าวเคลื่อนตัวเข้าแท่นพิมพ์แล้ว เหลือเพียงเคาะตัวเลขยอดพรีออเดอร์ให้เรียบร้อยก็พร้อมเดินหน้าต่อ และในความรู้สึกผม มันเป็นแค่ก้าวแรกจากอีกไม่รู้กี่ก้าวที่ผมได้รับโอกาสให้ได้เดินไปในเส้นทางนี้ ความรู้สึกมันช่างแตกต่างเหลือเกินกับวันเห็น "เล่มจบ" ของบทบาทการเป็นนักศึกษาเมื่อนานมาแล้ว แม้ทุกวันนี้ผมจะยังสวมบทเป็นนักเรียนอยู่ต่อไป เพราะหลุมกระต่ายของเทคโนโลยีการเก็บออมที่ดีที่สุดนี้มันลึกเกินจะจินตนาการได้ไหว แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกเหมือนวันที่หัวใจว่างเปล่าแบบวันสุดท้ายที่ย่ำเท้าพ้นจากตึกคณะอีกแล้ว

นี่แม่งแค่นับ 1 โว้ย ยังมีอะไรให้ทำ ควรทำ และอยากทำอีกเพียบ

นี่สินะความรู้สึกของชีวิตที่มีเป้าหมาย,

จิงโจ้ nostr:npub1ejn774qahqmgjsfajawy7634unk88y26yktvwuzp9kfgdeejx9mqdm97a5

"The Fiat Standard ระบบการเงินบังคับผูกขาด สู่อารยธรรมแห่งการเป็นทาสในเรือนเบี้ย"

พรีออเดอร์ได้แล้ววันนี้ครับ -> https://bit.ly/49QAeWU

ส่งต่อความรู้ คุณค่า ด้วยความสุข ขอบคุณครับ

HBD ครับอาจารย์ ขอให้สุขภาพแข็งแรงครับ

Replying to Avatar Pong 🟠

GM ครับ #nostr

ไม่กี่วันมานี้ผมมีความคิดแปลกๆ แต่ผมอยากให้มันเวิค

ผมมีกลุ่มเพื่อนหลายกลุ่ม

แต่จะมีกลุ่มนึงที่สนิทกันมาก แต่เจอกันแค่ปีละครั้งเท่านั้น คือตอนตริสมาต

เราจะนัดกันที่ร้านอาหารซักแห่ง

และหลังทานข้าวเย็นทเราจะจับฉลากแลกของขวัญกัน โดนผมตั้งใจว่าเริ่มตั้งแต่ปีนี้ ผมจะให้ sats เป็นของขวัญแทน บังคับรับเลยเป็นจำนวนนึงที่แลกเป็นเงินไทยได้ 1พันบาทในปีนั้นๆ

โดยปีนี้ ผมอาจจะให้ทุกคนคนละ 100 บาทไปด้วย ให้พวกมันเอาไปเล่นกัน ในวันหน้าถ่ารักษาดีก็มีเงินกลับมาเลี้ยงข้าวผม และจะได้บอกผมว่า ของดีสัสๆ ส่วนคนไหนทำมันหายไป ก็จะบอกว่าน่าเสียดายที่ไม่เชื่อมึง ผมแม่งโคตรกาว กาวไปสุดทางแล้วจริงๆ

แน่นอนว่า คงจะทำหายกันหมด เพราะไม่รู้วิธีโอนกลับไป on chain และ ย้ายไป HW wallet 🤣

แต่อย่างน้อย เวลาพวกมันเห็นมูลค่าที่แท้จริงของ bitcoin ในวันที่ลูกพวกมันโต มันจะได้เล่าขานกับลูกๆของเพื่อนได้ว่า

“เพื่อนพ่อเคยให้พ่อมาเยอะมาก แต่พ่อทำหายไปแล้ว”

จริงๆ ผมก็อยากให้ HW wallet นะ แต่มันยากไปหน่อย และต้นทุนสูงจัด

#siamstr

GMครับ เก็บไอเดียไปแจกยาส้ม

Replying to Avatar Jakk Goodday

# วันนี้ผมอายุ 39 ปีบริบูรณ์พอดีครับ

การเปิดเผยตัวเลขจะช่วยให้ง่ายขึ้นสำหรับทุกท่านในการเรียกขานผม

จะเรียกคุณ เรียกพี่ เรียกน้อง เรียกน้า เรียกลุง เชิญตามสะดวกเลยนะครับ อย่าเรียก “ไอ้” ก็พอ แบบนั้นมันดูจะโหดร้ายไปหน่อย

ผมไม่เคยซีเรียสกับตัวเลข ลาภ ยศ อะไรพวกนี้ มันเป็น “คุณค่า” มากกว่าที่ผมมักจะให้ความสำคัญเสมอ

วันนี้ผมเจอข้อคิดดีๆ โดย “นุสนธิ์บุคส์” ซึ่งค่อนข้างตรงกับสิ่งที่อยู่ภายในใจ

เพราะผมเป็นคนที่มักจะโดนกระแหนะหกะแหนหรือถูกมองว่า “โง่” ไม่ก็ “เปลืองตัว” เสียเวลาทำความดีกับคนนั้นคนนี้แต่ไม่เคยได้ดี.. อยู่เป็นประจำ

“อย่าเสียใจที่เคยทำดีกับใคร

ไม่ว่าจะรู้สึกว่า ดูคนผิด

ไม่ว่าจะ ถูกทรยศ

ไม่ว่าจะถูก แทงข้างหลัง

เพราะการทำดีที่คุณมีต่อเขา

ไม่ได้หมายความว่าเขาคนนั้น

ดีมากเพียงใด แต่เป็นเพราะคุณมีดี

แคร์มากก็เหนื่อยมาก

ไม่แคร์ก็ไม่เหนื่อย

บางครั้ง.. คนที่ทำให้เราเหนื่อย

ก็ไม่ใช่คนอื่น เราเองนั่นแหละ

ที่ไม่เคยวางความรู้สึก.. ของตัวเองลง”

คนใกล้ตัวมักจะถามผมเสมอ “ผมทำแบบนี้ไปทำไม?” ทุกคนมักจะสงสัยว่าผมทำตัวเป็นพ่อพระเพื่อต้องการให้คนมาขอบคุณหรือชื่นชมผมน่ะเหรอ?

เปล่าเลย.. มันเป็น Self interest เป็นความมุ่งหมายส่วนตัวที่จะลบล้างความผิดในอดีต ความผิดที่กระทั่งวันนี้ผมก็ยังลืมมันไม่ลง..

## รุ่นที่ 3

คุณ “ยายทวด” ของผม มีลูกเกือบ 10 คน ด้วยกัน.. เค้าสร้างครอบครัวใหญ่ได้ขนาดนั้น ในขณะที่ทุกวันนี้ การมีลูกสักคนกลายเป็นปัญหาระดับโลกไปแล้ว

คุณยายของผมเป็นลูกคนกลางๆ ท่านมีลูกอีก 6 คน เสียชีวิตไปตั้งแต่เยาว์วัย 2 คน หนึ่งในนั้นคือลูกชายเพียงคนเดียว คือคนที่เป็นแบบอย่างให้กับวัยรุ่นทั้งหมู่บ้าน คนแรกที่สำนึกรักบ้านเกิดและทำผ้าป่ากลับมาพัฒนาชุมชน

น้าของผมจากไปด้วยอุบัติเหตุในวัยเพียง 28 ปี ณ ขณะที่ผมพึ่งจะพ้นอนุบาลไปหมาดๆ เท่านั้น..

ลูกหลานทั้งขโยงของยายทวดจะมีกันหลาย Generation ซึ่งผมคือรุ่นที่ 3 ของตระกูลชาวนาเต็มขั้น แต่ผมผ่าเหล่านิดหน่อยตรงที่เกิดมาพร้อมกับความเฉลียวฉลาดมากกว่าใครๆ ในยุคนั้น

ด้วยความหัวไว ผมจึงถูกญาติๆ เรียกว่า “ศรีธนญชัย” และได้รับการคาดหมายว่าจะโตขึ้นมาแทนที่น้าผู้ชายที่จากไปก่อนวัยอันควร.. ซึ่งถึงแม้ผมจะไม่ใช่คนโตที่สุดในรุ่น 3 (ที่มีราวๆ 20 คน) แต่บริบทต่าง ๆ ก็เหมือนจะส่งเสริมให้ผมต้องเป็น “หัวโจก” ของรุ่นมาตั้งแต่เริ่มจำความได้

ถ้าถามว่า Leadership Skill ของผมมันเริ่มมาจากตรงไหน แน่นอนว่าผมเกิดมาเพื่อรับหน้าที่นี้ตั้งแต่ต้นแล้ว..

ในวันที่ผู้ใหญ่กำลังทำไร่ไถนากันแข็งขัน ผมคือหัวโจกพาทั้งรุ่นเล่นสนุกสารพัดอย่างตามท้องทุ่ง ทั้งมีสาระและสุ่มเสี่ยง คนที่โดนไม้เรียวมากที่สุดก็ผมนี่เอง

ผมไม่เคยให้ใครต้องถูกต่อว่า.. ทุกครั้งผมจะเดินออกมาข้างหน้าแล้วรับผิดด้วยตัวคนเดียวเสมอ แม้นผู้ใหญ่จะรู้ว่ามันไม่ได้เริ่มมาจากผม แต่บทเรียนที่พวกท่านมอบให้ก็ทรงคุณค่ามากพอที่จะทำให้ผมรับรู้ได้ว่า..

ผู้นำต้องรับผิดชอบกับผลลัพธ์ทั้งหมดของคนในทีม ตราบใดที่คุณยังโดนลงโทษ คุณยังไม่ใช่ผู้นำที่ลีดทีมได้ดีพอ และคุณต้องกล้าที่จะรับโทษ ไม่งั้นก็จงกลับไปยืนหลบอยู่ท้ายแถว..

อย่าพาใครเดินไปข้างหน้าถ้ายังปล่อยให้คนข้างหลังต้องหล่นลงเหว

ผมไม่รู้ว่านี่เป็นหลักการแนวคิดที่ถูกหรือผิด แต่ผมก็ถูกหล่อหลอมขึ้นมาแบบนั้น…

ด้วยภาวะแวดล้อมแบบนี้ ทำให้ผมจำเป็นต้องขวนขวายความรู้ คิดวิเคราะห์ วางแผนและรับมือกับปัญหาต่าง ๆ มาตั้งแต่ยังเด็ก สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มนุษย์ต่อสู้เพื่อความอยู่รอด ผมเองก็เช่นเดียวกัน ไขว่คว้าความอยู่รอดของตัวเองในฐานะ หัวหน้าแก๊งค์

สิ่งต่าง ๆ ดำเนินไปทรงเดิม ไม่ว่าจะอนุบาล ประถม หรือมัธยม ผมไม่ใช่คนที่มีร่างกายกำยำ แต่ก็มีเพื่อน ๆ คอยรายล้อมและปกป้องอยู่ตลอดเวลา ทุกเผชิญกับปัญหา ทุกคนจะชี้นิ้วมาที่ผม มันเลี่ยงไม่ได้ที่เราจะต้องอ้าแขนผายมือเปิดรับความท้าทายต่าง ๆ มันผ่านมานานเกินไปจนผมก็จำไม่ได้แล้วว่า ปรารถนาของผมคือสิ่งใดเกี่ยวกับเรื่องนี้.. ถึงจะพอจำมันได้ เด็กคนนั้นก็เป็นเพียงร่างต้นของผมในวันนี้เท่านั้น ไม่สามารถนำมาอธิบายตัวตนของผมได้ทั้งหมด

- - -

## ความโหยหาในสิ่งที่ขาด

ชีวิตวัยเด็กที่โดนแสงสปอร์ตไลท์กลางท้องทุ่งส่องกระทบตัวอยู่ตลอดเวลาเริ่มทำให้ผมเบื่อหน่าย

ผมหาคำตอบไม่เคยได้เลยว่าทำไมผมจึงเป็นคนที่ถูกความคาดหวังพุ่งเข้าถาโถมจากผู้คนรอบกาย

ผมรู้สึกเหนื่อยล้ากับความรับผิดชอบเหล่านั้น ที่เราเองก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันจะให้ประโยชน์อะไรกับเรา..

มันเป็นพวกเขา..

พวกเขาต่างหากที่จะได้นำเรื่องราวของผมไปบอกต่อได้อย่างภาคภูมิใจ นี่คือความหวังของฉัน ผลผลิตของฉัน เด็กน้อยคนนี้เอาชนะเด็กของพวกคุณได้ทั้งหมด

พวกเขาจะรู้สึกหน้าใหญ่ใจโต ท่ามกลางเสียงปรบมือที่เคลือบแฝงไปด้วยความอิจฉาริษยาในสังคมของพวกเขา

ในขณะที่ผมเป็นเพียงตัวละครหนึ่งในเรื่องราวเหล่านั้น พวกผู้ใหญ่ไม่เคยเข้าใจความต้องการที่แท้จริงของเรา..

นั่นคือสิ่งที่ผมเริ่มคิดในวัยแตะ ๆ 18 ฝน

ทำความเข้าใจกันก่อนว่า.. บุพการีของเราถูกปลูกฝังค่านิยมกันมาแบบไหน โดยเฉพาะในพื้นที่ไกลปืนเที่ยงอย่างบ้านเกิดเมืองนอนของผมนั้น การเป็นผู้พิชิต การได้เป็นเจ้าคนนายคน คือปรารถนาระดับเดียวกับการบรรลุนิพพาน

เมื่อมองย้อนกลับไป ผมไม่เคยโทษวิธีการของพวกเขาเลย แต่ผมกลับสงสารและตระหนักได้ถึงสิ่งที่กำลังกัดกินความเป็นมนุษย์และสภาพสังคมของพวกเรา

ช่วงท้ายของวัยมัธยมปลาย คือช่วงที่ผมทำให้ตัวเองที่เคยเป็นดาวโรจน์กลายเป็นดาวร่วง

ความคิดและแรงปรารถนาของเรามักจะมีสองด้านขนานกัน หนึ่งคือสว่าง และอีกหนึ่งคือด้านมืด ช่วงเวลาตุ้มไม่เข้าใจพ่อนั่นเอง ที่ค่อย ๆ ลักพาเหรียญด้านสว่างไปจากผม เหรียญด้านมืดจึงค่อย ๆ เริ่มถูกเปิดเผยออกมา

ผมเริ่มต้องการจะใช้ชีวิตในแบบที่ไม่เคยสัมผัส ผมอยากรู้ว่าเด็กเกเรมีแรงจูงใจอะไร ทำไมพวกเขาเลือกจะเกเร และทำไมผมจึงโดนห้ามว่าไม่ควรจะทำแบบนั้นแบบนี้?

วีรกรรมทั้งหมดที่เคยทำนั้นมากมายเหลือเกิน หากต้องสรุปให้สั้นที่สุดผมคงบอกได้แค่ว่า สิ่งเดียวที่ผมยังไม่เคยทำคือปลิดชีพใครสักคน ซึ่งก็เฉียดมาแล้วหลายรอบ

ผมยังจำวันสุดท้ายของผมในโรงเรียนที่ต้องใส่ขาสั้นได้อยู่เลย พวกเราเขียนเฟรนด์ชิพให้กันและกัน เราสละเสื้อตัวหนึ่งให้เพื่อนคนไหนก็ได้หยิบปากกามาละเลงเล่น หนึ่งในนั้นเขียนเอาไว้ว่า..

“กูดีใจที่มึงยังมาให้พวกกูเห็นหน้าในวันสุดท้าย..”

ทั้งหมดนั้นแลกมากับความเจ็บปวดของคนเป็นพ่อเป็นแม่..

ผมในวัยเด็กถูกเลี้ยงเยี่ยงไข่ในหิน เป็นเหมือนดั่งพิราบที่มีเพียงแค่กิ่งไม้เล็กๆ ให้ยึดเกาะภายในกรงทองอันหรูหรา เมื่อถึงวันที่พิราบน้อยได้ออกโบยบินด้วยตัวมันเอง คุณคงไม่อาจจินตนาการได้เลยว่ามันจะใช้ปีกคู่นั้นของมันอย่างไร

เจ้าพิราบน้อยทำทุกอย่างที่คนจะมีอนาคตที่ดีไม่ควรทำ มันโหยหาสถานที่ ๆ มันไม่เคยไป สัมผัสทุกเรื่องราวเพื่อตอบสนองต่อความสงสัยใคร่รู้ของตน มันได้เจอกับสิงห์สาราสัตว์สารพัดสายพันธุ์

โลกภายนอกกรงทองนั้นเกินวิสัยที่เครือญาติของมันจะให้ข้อมูลหรือคำแนะนำอะไรได้ มันบินไปไกลกว่าที่ทุกคนในกรงขิงมันจะเคยได้ไป มันต้องหาคำตอบให้กับสิ่งใหม่ ๆ ที่เจอนั้นด้วยตัวมันเอง

คำตอบที่ส่งผลต่อตัวมันเองมากที่สุดนั่นคือ..

บนฟากฟ้าไม่ได้มีเพียงแค่นกพิราบ.. มันยังมีเหยี่ยวเจ้าเวหา กระทั่งพญาอินทรีย์จอมราชันย์ เจ้าเป็นเพียงแค่ฝุ่นผงเท่านั้นเจ้านกน้อยพึ่งหัดบิน..

- - -

## ผิดให้มากพอจนกว่าจะรู้ว่าอะไรถูก

ผมมีเกือบ 10 ปีแห่งความเสื่อมทรามในช่วงวัยหนึ่งของชีวิต ผมทำบาปเอาไว้เยอะมากจนไม่รู้สึกว่าผมจะมีวันที่สามารถลบล้างมันได้

โดยเฉพาะกับคนที่รักผม ผมทำร้ายจิตใจพวกเขาอย่างไม่ควรได้รับการอภัยโทษ จากตัวความหวัง ผมกลายเป็นดั่งลูกไฟที่ขยายใหญ่ยิ่งกว่า Snow ball กลิ้งเผาผลาญความรู้สึกของใครต่อใครไปทั่ว

ผมมือไม้สั่น ณ ขณะที่กำลังรำลึกเหตุการณ์เพื่อถ่ายทอดมันออกมา..

แต่อย่ากระนั้นเลย.. ในอีกด้านหนึ่งของเหรียญที่มืดสนิทมันก็มีด้านสว่างที่ควรจดจำ..

ทุก ๆ เหตุการณ์ที่เต็มไปด้วยสาเหตุและผลลัพธ์ ได้ให้อะไรกับผมเอาไว้เยอะ ทุก ๆ คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตได้ทำให้ผมนั้น “เข้าใจคนแต่ละประเภท” มากยิ่งขึ้น

บ่อยครั้งที่ผมมักจะกลับมานั่งวิเคราะห์ถึงแรงจูงใจและการตัดสินใจของผู้คน รวมถึงพฤติกรรมของตัวผมเอง มันถึงจุดที่ผมสามารถยับยั้งตัวเองก่อนจะทำบางสิ่งบางอย่างได้ไปโดยปริยาย

ทุกครั้งที่ปฏิทินวนมาถึงครบรอบวันเกิด ผมมักจะหาที่เงียบ ๆ เพื่อระลึกถึงความผิดที่ตนเคยกระทำ ความเจ็บปวดที่เคยฝากไว้กับบุพการี โอกาสตอบแทนคุณที่ไม่เคยมี..

ผมเคยตั้งคำถามกับตัวเองอยู่เหมือนกัน.. ถึงแม้พ่อแม่จะไม่มีต้นทุนที่ดีพอส่งต่อมาให้เรา มันก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะปล่อยปละละเลยพวกเขาได้ไม่ใช่หรือ?

เราจะตอบแทนพวกท่านยังไง ในเมื่อวันนี้เราทำงานเกือบตายยังแทบเอาตัวไม่รอด.. นั่นเองคือบาปที่อยู่ในใจ

“พ่อแค่หวังว่าลูกจะกลับตัวกลับใจมาเป็นคนดี เป็นเด็กที่พ่อเคยภาคภูมิใจ.. ลูกทำได้ไหม?”

ผมน้ำตานองหน้าทุกครั้ง เมื่อนึกถึงคำที่พ่อเอ่ยกับผมไว้ เมื่อครั้งต้องรดน้ำสังข์ให้กับลูกชายที่กำลังจะกลายไปเป็นหัวหน้าครอบครัว

- - -

บทความนี้คงมีพื้นที่ไม่พอให้ผมได้ถ่ายทอดแรงจูงใจทั้งหมด ที่ส่งผมมาให้กลายเป็นพ่อพระในสายตาของคนทั่วไป

ผมเลือกจะ “ทำดี” ถึงแม้บ่อยครั้งมันจะเป็นตัวเลือกที่อยู่ในด้านตรงข้ามกับ “สันดานดิบ” ของตัวผมเอง..

ผมเข้าใจว่าคนสำนึกผิดนั้นปวดร้าวมากแค่ไหน.. ผมไม่อยากให้ความรู้สึกเหล่านี้เกิดขึ้นกับใคร..

วันนี้ผมมีโอกาสที่จะยับยั้งมันได้ ผมมีทางเลือกที่จะสร้างสรรค์ความดีงาม ผมแค่ต้องการจะไขว่คว้ามันเอาไว้

ผมใช้เวลาเกือบ 7 ปี กว่าคนใกล้ตัวจะเข้าได้ใจว่า.. ผมเลือกเปลืองตัวไปทำไม

ผมไม่เคยบอกกับใครในเรื่องนี้.. ผมแค่อยากให้พ่อกลับมาภาคภูมิใจในตัวผม

เท่านั้นเอง…

ไม่รู้ว่าพ่อจะอยู่กับผมได้อีกนานแค่ไหน..

วันนี้ผมจะไปที่ทุ่งนา

ไปทานข้าวกับพ่อของผมครับ

สุขสันต์วันเกิดครับพี่ 😄

ท่านไหนยังไม่เคยอ่านเล่มนี้ผมแนะนำเลยครับ เป็นหนังสือที่ช่วยให้เราสร้างความสุขได้อย่างยั่งยืน เข้าใจความสุขได้ดียิ่งขึ้น และทำให้เรามีความสุขได้ทุกช่วงเวลา 🌱☺️

## สรุปเนื้อหา

เส้นทางหลักที่จะสร้างความสุขในชีวิต อันดับแรกต้องตระหนักเรื่องสุขภาพ ความผูกพันไว้ และสร้างรากฐานแห่งความสุขให้มั่นคงด้วย ความสุขแบบเซโลโทนินและออกซิโตซิน ปรับสมดุลทางร่างกายและจิตใจ รวมทั้งปรับสมดุลความสัมพันธ์กับผู้อื่น ด้วยถ้ารากฐานมั่นคงแล้ว ค่อยตั้งเป้าไปที่ความสุขแบบโดพามีน มานะพยายามกับการทำงาน เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาตนเอง หรือออกจากคอมฟอร์ตโซนของตัวเอง ณ จุดนี้จะเกิดพีระมิดเล็ก ๆ 3 ขั้นของความสุขแบบเซโลโทนิน ออกซิโตซิน และโดพามีน ขึ้น

สภาวะมีความสุขเพิ่มระดับความสามารถกับสมอง การนอนหลับ การออกกำลังกาย และการเดินตอนเช้า จะเป็นปัจจัยช่วยเปิดพลังสมอง พลังความสามารถทั้งหมด และจะได้ผลจากแรงสนับสนุนจากสารแห่งความสุขทั้ง 3 ชนิด ถ้าสมาธิสูงขึ้น ประสิทธิผลของการทำงานจะเพิ่มขึ้นด้วย อารมณ์จะคงที่ และความสัมพันธ์กับผู้อื่นจะปรับดีขึ้น

ถ้าตั้งใจมีน้ำใจและความซาบซึ้งใจ จะได้รับความไว้วางใจจากผู้อื่น ความสามารถจะเพิ่มขึ้นอีกไม่รู้กี่เท่า ความสุขไม่ใช่ผลลัพธ์ แต่เป็นการเป็นกระบวนการ คนที่มีความสุขจะได้รับสารแห่งความสุขทั้ง 3 ชนิด ซึ่งทำให้พลังสมองเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เมื่อเป็นเช่นนั้น ไม่ว่าจะทำอะไรก็ราบรื่นไปหมด แต่คนส่วนมากจะเป็นในทางตรงกันข้าม ทำงานด้วยความรู้สึกทุกข์ใจ หรือทรมานจนฮอร์โมนความเครียดหลั่งออกมา แรงกำลังใจถดถอยและเกิดความผิดพลาดจำนวนมาก นอนพักผ่อนและออกกำลังกายไม่เพียงพอ มีความรู้สึกโดดเดี่ยว ผลที่ตามมาคือ จะไม่สามารถดึงศักยภาพที่มีอยู่ในตัวออกมาได้เลย

การทำงานในสภาพที่หมดแรงกายแรงใจ นอกจากไม่มีทางที่งานจะก้าวหน้าแล้ว การทำงานยังผิดพลาดจนโดนตำหนิอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทำงานอะไรก็ไม่สำเร็จ แถมยังถูกเพื่อนร่วมงานปฏิบัติแย่ ๆ ใส่ จนความสัมพันธ์กับผู้คนในที่ทำงานย่ำแย่ตามไปด้วย ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คุณสมบัติหรือทักษะความสามารถ ปัญหาอยู่ที่การตั้งเป้าอยู่กับความสุขแบบโดพามีนตั้งแต่แรก หรือเพราะตั้งเป้าไว้ที่ความสุขขนาดใหญ่ตั้งแต่แรก จนสมดุลของความสุขทั้ง 3 แบบพังครืนลงมา

ทำให้ร่างกาย จิตใจ ความสัมพันธ์กับผู้อื่น การใช้ชีวิต และการทำงานมีสภาพแตกไปคนละทิศละทาง ดังนั้นในตอนแรก ขอให้ตั้งเป้าหมายการสร้างพีระมิดความสุขขนาดเล็กให้ดีเสียก่อน ถ้าย้อนดูไปแล้วรู้สึกว่า วันนี้มีเรื่องสนุกด้วย แสดงว่ามีความสุขเล็ก ๆ เกิดขึ้นแล้ว ความสุขไม่ใช่สิ่งที่ได้มายาก ความสุขเล็ก ๆ แบบนี้ ไม่ว่าใครก็มีได้ในระยะเวลาอันสั้น

การเขียน #บันทึกเชิงบวก หรือ #บันทึกความซาบซึ้งใจ ทุกวัน จะได้สิ่งนั้นมาภายในเวลา 1 สัปดาห์ ที่สำคัญในชีวิตมนุษย์คือสุขภาพ ความผูกพัน และความสำเร็จ มาเชื่อมโยงกันเป็นคีย์เวิร์ดของความสุข

**************************

#หนังสือน่าอ่าน #พัฒนาชีวิต #ความสุข

#รีวิวหนังสือ #Siamstr #หนังสือเปลี่ยนชีวิต

**************************

กำลังอ่านเล่มนี้อยู่พอดีเลยครับ