Avatar
Somnuke
30aeab00931a8a6d4a3f9e8cfa255abf5f87f3091a8efe0bf24afe8c2eec28f5
ผมชื่อสมนึก มาจากองค์การสร้างความปวดกบาลแห่งชาติ
Replying to Avatar U

nostr:npub1xzh2kqynr29x6j3ln6x05f26ha0c0ucfr280uzljftlgcthv9r6skqe7dt แล้วเราจะยอมหรอ

ผมคนรักเมียน่ะครับ

ขอซูมรูปแปปนะ เดี๋ยวมาว่ากัน

ซึ้งแล้วน้ำใจสาวชัยภูมิ โอ้ดอกบัวตูม คนฮามเสียใจบ่ดั้ย

ตายแล้ว ผมอยู่ หาดใหญ๊. จัดส่งได้วันจันทร์นุ่นเลยครับ

จีนลงทุนเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของตัวเองแหละครับ โดยที่ลาวก็จะได้ผลประโยชน์ตามไปด้วย เพียงแต่ความเสี่ยงส่วนใหญ่มันไปตกอยู่ที่ลาว

แทนที่จีนจะลงทุนในลาวเอง เพื่อสร้างเส้นทางขนส่งโดยรถไฟให้สินค้าจีนกระจายได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ก็ให้ลาวกู้และลงทุนด้วยตัวเอง มันดีกว่าเห็นๆ จีนจะได้ทั้งเส้นทางขนส่งใหม่และดอกเบี้ยเงินกู้

ใช่ๆ ลาวนี่เงียบมาก แทบไม่เห็นข่าวเสียๆ หายๆ เหมือนประเทศเพื่อนบ้านอื่น อย่างพม่า เขมร ผู้นำลาวชื่อไรผมยังไม่รู้เลย แต่จู่ๆ ก็เจอในข่าวว่าเกิดวิกฤตใหญ่โต เงินเฟ้อสูงมาก สกุลเงินพัง

แต่คาดว่าสาเหตุมาจากผลกระทบกันเป็นลูกโซ่

ลาวกู้เงินจำนวนมากจากจีน มาทำโครงสร้างพื้นฐานเส้นทางรถไฟเพื่อเชื่อมกับจีน (One belt one road) ซึ่งจีนคือผู้ได้ประโยชน์สูงสุดจากการลงทุนนี้

เมื่อปริมาณเงินถูกอัดฉีดเข้ามาในระบบปริมาณมหาศาล ก็เริ่มส่งผลให้สกุลเงินกีบลาวอ่อนค่าลง บวกกับลาวเป็นประเทศพึ่งพาการนำเข้าเป็นหลัก พอเงินอ่อนก็ใช้เงินมากขึ้นในการซื้อ เมื่อสินค้าในประเทศขาดแคลนก็ส่งผลให้ราคามันพุ่งสูงขึ้นจากการแย่งกินแย่งใช้ มันก็เลยพัวพันจรทำให้ตอนนี้เงินเฟ้อไปไม่รู้กี่ทั่วเมื่อเทียบกับไม่กี่ปีก่อน

ปล. และจีนเองพยายามทำตัวเป็น IMF แห่งเอเชีย พยายามใช้วิธีการเดียวกันกับประเทศที่ด้อยกว่า แต่จีนมีความเสี่ยงสูงกว่าอเมริกาเยอะ เพราะจีนไม่สามารถเสกเงินได้อิสระเหมือนที่ Fed ทำ เพราะเสกมากไปจีนจะงานเข้าเอง ทำให้เมื่อลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้ เท่ากับจีนจะเสียเงินของตัวเองจริง

คำถามน่าสนใจครับ หลายทศวรรษที่ผ่านมี 0 ประเทศที่ไม่สร้างหนี้ เราวัดไม่ได้

ดังนั้น ถ้าปรับคำถามเป็น ถ้าทุกประเทศในโลกล้วนสร้างหนี้ แล้วมีกี่ประเทศหลุดกับดักกลายเป็นประเทศร่ำรวยจากกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาทั้งหมดจะเห็นชัดเจนครับ

ส่วนตัวผมคิดว่าทุกการกระทำมีราคาที่ต้องจ่าย การฉีดสารเร่งโตก็เช่นกันครับ

Replying to Avatar Somnuke

ต้องมองอีกมุมว่าหากมันล้มเหลวไม่เป็นไปอย่างที่คิดล่ะ ถ้า "เงินที่เดี๋ยวก็ได้มาจ่ายหนี้" มันหามาไม่ได้เราจะทำยังไง?

ต้องหาเงินก้อนใหม่จากการกู้เพิ่มมาสร้างผลกำไรเพื่อเอาไปจ่ายหนี้เก่าพร้อมกับหนี้ใหม่ไหม? แล้วถ้าไม่เป็นไปตามที่วางแผนไว้อีกล่ะทำยังไงดี วนบูปอีกสักรอบไหมเผื่อรอบหน้าฟลุ๊ก

การเติบโตจากการสร้างหนี้มันใช้การได้ และโลกเราก็ใช้มันมานานหลายทศวรรษ เพียงแต่มันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ไม่ใช่ทุกบริบทที่จะใช้หนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บริบทการเติบโตด้วยหนี้นี้ประเทศที่ร่ำรวยจะตักตวงผลประโยชน์จากมันได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยเพราะหลักๆ มันใช้ไปกับการวางโครงสร้างการสูบทรัพยากรและความมั่งคั่งจากประเทศที่ด้อยกว่า มันแทบไม่เสี่ยง มันควบคุมได้ แทบจะเรียกได้ว่าเสือนอนกิน

แต่วิธีการนี้มันสร้างความเสี่ยงมหาศาลให้กับประเทศยากจนหรือกำลังพัฒนา ประเทศเหล่านี้มักโดนล่อให้ลงทุนเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการโดนสูบทรัพยากร ที่สุดท้ายแล้วผลประโยชน์ส่วนใหญ่จะไปตกอยู่ที่ประเทศร่ำรวย แม้จะกู้มากเท่าไรก็ไม่สามารถยกระดับประเทศตัวเองให้ร่ำรวยได้ ติดหล่มกับดักกำลังพัฒนาตลอดไป

ถึงมันทำแล้วเวิร์ก สิ่งที่ต้องเจอไม่ว่าจะเป็นประเทศกำลังพัฒนาหรือประเทศร่ำรวยก็ตาม

คือการอัดฉีดหนี้มูลค่าเท่าเดิมมันจะกระตุ้นการเติบโตได้น้อยลงเรื่อยๆ จาก 1 ดอลดันเศรษฐกิจได้ 10 ดอล จะเหลือ 5 เหลือ 1 จนท้ายที่สุดจะขาดทุน การเติบโตจะต่ำเม็ดเงินที่ลงทุน เพราะมันไม่ได้สร้าง productivity ที่แท้จริง แต่ความมั่งคั่งของประชาชนถูกทำลายไปเรียบร้อยแล้วจากการอัดเงินเข้ามาในระบบ

ถ้าได้อ่าน Structural Adjustment of IMF & World Bank ที่ไรท์ชิฟท์ได้แชร์ไปจะเห็นภาพมากขึ้นครับ

การเติบโตแบบยั่งยืนต้องใช้เวลา เพราะมันต้องค่อยๆ สะสม proof of work เมื่อโตถึงจุดหนึ่งมันจะเริ่มตื้อ ติดกับดักเพดานการเติบโต เพราะไม่ง่ายที่จะฝ่าจุดนี้ไป มนุษย์ก็จึงอยากจะโกงมัน หาทางลัดด้วยการสร้างหนี้

ถามว่าประชาชนส่วนใหญ่อยู่ดีกินดีขึ้นจริงมั้ย หรือการโตด้วยหนี้สูบความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นรวมถึงของประชาชนผองถ่ายไปให้กลุ่มผู้อยู่ใกล้แหล่งผลิตเงินเป็นหลัก และประชาชนต้องดิ้นรนต่อสู้อยู่ในโลกที่เงินเสื่อมค่าลงทุกวันๆ จากเงินเฟ้อ

ต้องมองอีกมุมว่าหากมันล้มเหลวไม่เป็นไปอย่างที่คิดล่ะ ถ้า "เงินที่เดี๋ยวก็ได้มาจ่ายหนี้" มันหามาไม่ได้เราจะทำยังไง?

ต้องหาเงินก้อนใหม่จากการกู้เพิ่มมาสร้างผลกำไรเพื่อเอาไปจ่ายหนี้เก่าพร้อมกับหนี้ใหม่ไหม? แล้วถ้าไม่เป็นไปตามที่วางแผนไว้อีกล่ะทำยังไงดี วนบูปอีกสักรอบไหมเผื่อรอบหน้าฟลุ๊ก

การเติบโตจากการสร้างหนี้มันใช้การได้ และโลกเราก็ใช้มันมานานหลายทศวรรษ เพียงแต่มันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ไม่ใช่ทุกบริบทที่จะใช้หนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บริบทการเติบโตด้วยหนี้นี้ประเทศที่ร่ำรวยจะตักตวงผลประโยชน์จากมันได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยเพราะหลักๆ มันใช้ไปกับการวางโครงสร้างการสูบทรัพยากรและความมั่งคั่งจากประเทศที่ด้อยกว่า มันแทบไม่เสี่ยง มันควบคุมได้ แทบจะเรียกได้ว่าเสือนอนกิน

แต่วิธีการนี้มันสร้างความเสี่ยงมหาศาลให้กับประเทศยากจนหรือกำลังพัฒนา ประเทศเหล่านี้มักโดนล่อให้ลงทุนเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการโดนสูบทรัพยากร ที่สุดท้ายแล้วผลประโยชน์ส่วนใหญ่จะไปตกอยู่ที่ประเทศร่ำรวย แม้จะกู้มากเท่าไรก็ไม่สามารถยกระดับประเทศตัวเองให้ร่ำรวยได้ ติดหล่มกับดักกำลังพัฒนาตลอดไป

ถึงมันทำแล้วเวิร์ก สิ่งที่ต้องเจอไม่ว่าจะเป็นประเทศกำลังพัฒนาหรือประเทศร่ำรวยก็ตาม

คือการอัดฉีดหนี้มูลค่าเท่าเดิมมันจะกระตุ้นการเติบโตได้น้อยลงเรื่อยๆ จาก 1 ดอลดันเศรษฐกิจได้ 10 ดอล จะเหลือ 5 เหลือ 1 จนท้ายที่สุดจะขาดทุน การเติบโตจะต่ำเม็ดเงินที่ลงทุน เพราะมันไม่ได้สร้าง productivity ที่แท้จริง แต่ความมั่งคั่งของประชาชนถูกทำลายไปเรียบร้อยแล้วจากการอัดเงินเข้ามาในระบบ

ถ้าได้อ่าน Structural Adjustment of IMF & World Bank ที่ไรท์ชิฟท์ได้แชร์ไปจะเห็นภาพมากขึ้นครับ

เราสมนึกเองเพื่อนนนน ถ้าอ่านจบจะรู้เลยเรื่องนี้ตลกมากขำจนน้ำตาตกใน

Maxi ท่านนึงกล่าวไว้ ไอเราก็เชื่อซะด้วยสิ ทีนี้ก็ชักวร่าวเลย

"ท่านสุลต่านสมนึกนี่ร่ำรวยสุด ๆ ไปเลยนะครับ ใช้จ่ายเดือน 2-3 แสน"

.

"อ๋อ รายได้กู 20,000 ที่เหลือกู้มาอ่ะ พอดีเอาที่ดินที่พ่อแม่หามาอย่างยากลำบากไปค้ำ แล้วแบงก์ก็ดันให้กู้เฉย โชคดีจังเล้ย 555+ คือของมันต้องมีน่ะหนุ่ม เสียเงินไม่ว่าต้องแอคหล่อซักท่าให้ได้"

.

นี่คือการวัดความมั่งคั่งสมนึกโดยตามหลัก GDP

GDP โตสูงมากไม่ได้หมายความว่าประเทศเจริญรุ่งเรืองมาก แต่มันหมายถึงการสร้างภาระค่าใช้จ่ายมาก ซึ่งต้องมานั่งดูว่า เศรษฐกิจเติบโตสอดคล้องกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นหรือไม่ หรือเป็นเพียงการใช้จ่ายเกินตัว สุรุ่ยสุร่าย ไร้ประโยชน์ เป็นแค่เบี้ยหัวแตกที่ทำให้ตัวเลขดูดีได้แค่สั้นๆ และสร้างความฉิบหายระยะยาว

สมการ GDP ของเคนเซี่ยน เท่ากับ

C+I+G+(x-m)

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ

1. C = การบริโภค - ยิ่งใช้มากยิ่งดี รัฐกระตุ้นประชาชนใช้เงินฟุ่มเฟือยเกินตัว หาเงินได้เท่าไรใช้เกินกว่านั้น

ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่หมดไปกับสิ่งที่ฉาบฉวย ตอบสนองความฟินระยะสั้นและไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใด ๆ

.

2. I = การลงทุกภาคเอกชน - รัฐอัดฉีดเม็ดเงินสร้างง่ายมห้เอาไปใล้จ่ายทิ้งๆ ขว้างๆ ธุรกิจเอกชนลงทุนผิดพลาด เม็ดเงินที่ใช้จ่ายไปไร้ผลตอบแทน เหลือทิ้งไว้แค่หนี้ก้อนโตที่ต้องที่ต้องผ่อนจ่าย

.

3. G = การลงทุนภาครัฐ - ภาครัฐใช้จ่ายเลอะเทอะ (อย่างที่เป็นอยู่) เงินไม่พอใช้ก็ไปกู้มาโดยเอาประเทศและเงินประชาชนค้ำประกัน

อะไรควรใช้ไม่ใช้ อะไรไม่ควรก็ใช้จัง โยนทิ้งเม็ดเงินภาษีที่ขูดรีดมาจากประชาชนในแบบที่ประชาชนแทยไม่ได้รับประโยชน์กลับมา กว่าครึ่งใช้ไปกับค่าจ้างให้กับระบบการทำงานที่ล้มเหลว รวมถึงเงินก้อนมโหฬารอีกส่วนก็ทำสูญหายจากการทุจริตทุกหย่อมหญ้า เอาไปเพิ่มอัตราการจ้างงานปลอมๆ เพื่อกดตัวเลขการว่างให้ต่ำแบบปลอม ๆ ไร้ประโยชน์ต่อประเทศชาติสิ้นดี หวังผลระยะสั้นเพราะระยะยาวเดี๋ยวคนจะไม่เห็น เดี๋ยวเลือกตั้งครั้งหน้าคนไม่เลือก

.

4. x = การส่งออก - โดนล่อผลประโยชน์จากชาติยักษ์ใหญ่จนโงหัวไม่ขึ้น โดนล่อให้มุ่งเน้นการผลิตสินค้าที่มหาอำนาจต้องการในราคาแสนเหี้ย ปล่อยให้เขาเข้ามาสูบทรัพยากรอันล้ำค่าของประเทศแบบหน้าตาเฉย ลดการผลิตเพื่อการบริโภคภายในประเทศเพื่อการส่งออกให้มากที่สุด เกษตรกรและแรงงานจนเหมือนเดิม มีแต่มึงและพวกพ้องนั่นแหละที่ได้ประโยชน์ คนทั้งชาติเสียหาย แต่รัฐกลับประกาศอย่างภาคภูมิใจว่าเราประสบผลสำเร็จ เศรษฐกิจเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้

.

5. m = การนำเข้า - เมื่อถูกชักจูงให้สินค้าส่วนใหญ่ที่ผลิตในประเทศคือการผลิตเพื่อส่งออก สินค้าที่ผู้คนต้องกินต้องใช้ก็ขาดแคลน จำต้องซื้อสินค้าจากประเทศอื่นเข้ามาเพื่อให้เพียงพอต่อการบริโภค (โดยที่ประเทศร่ำรวยซื้อปัจจัยการผลิตจากเราถูก ๆ เอาไปผลิตและส่งกลับมาขายเราแพง ๆ นี่แหละ) และรัฐก็ประกาศอย่างมั่นหน้ามั่นโหนกว่าตัวเลขการนำเข้าพุ่งสูงขึ้นทำให้ GDP เติบโต สะท้อนว่าประชาชนอยู่ดีกินดี แฮปปี้ซู๊ด ๆ

.

ลูปสันดานนรกชาติชั่วนี้ส่งผลให้เมื่อเวลาผ่านไปประเทศด้อยพัฒนาก็เข้าสู่สถานะไม่สามารถพึ่งพาตัวเองได้โดยสมบูรณ์ ไม่อนุญาตให้เกิดอุบัติเหตุหรือภาวะฉุกเฉินใด ๆ เพราะเมื่อชักหน้าไม่ถึงหลัง ประเทศขาดสภาพคล่อง ก็จะไม่มีเงินไปนำเข้าสินค้าและจ่ายต้นจ่ายดอกจากหนี้ที่ก่อไว้

.

ประชาชนจึงตกอยู่ในสถานะอดอยากปากแห้งไม่มีจะแดก และขาดสิ่งอำนวยความสะดวกในชีวิต

แบบ " ฉับพลัน" สินค้าส่วนนึงที่ไหลเข้ามาในประเทศก็จะถูกแย่งกินแย่งใช้จนราคาพุ่งสูงไปไกล สถานะของสกุลเงินชาติก็อ่อนแอลงเรื่อยๆ

.

สมการเหล่านี้ ไม่มีการให้ความสำคัญกับ "รายได้" เลยแม้แต่นิด การวัดความร่ำรวยมั่งคั่งด้วยการดูว่าใช้จ่ายเงินไปเท่าไร สร้างประโยชน์มั้ยหรือใช้ฟุ่มเฟือยทิ้งขว้างไปวัน ๆ โดยที่รายได้ "ติดลบ" มโหฬาร และดูเหมือนจะติดลบมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด ถ้าประเทศเปรียบเป็นสถานะคนๆ นึง คิดว่ามันจะรอดมั้ยล่ะครับ?

นี่ละครับเรื่องตลกของวันนี้ ขำน้ำตาไหล

#Siamstr #SiamesBicoiners

นั่นน่าจะนกเอี้ยงมากกว่าครับ

GGWP=จู้จี้ไม่เว้นแม้วันพระ ครับ

GluaMeer เหรอ ของมันแน่อยู่แล้วครับ

นกที่ตื่นเช้า คือนกที่ถูกเมียใช้ซักผ้า Gวรครับเพื่อนๆ

#Siamstr