Yes sir that one.
## **The Burgest ปรัชญาเบอร์เกอร์กับ Human Action**
เสียงหัวเราะดังขึ้นภายในร้านเบอร์เกอร์ ‘The Burgest’ สาขาใหม่ใจกลางห้าง Central World ท่ามกลางการตกแต่งสไตล์อินดี้ 4 หนุ่มกำลังสนทนากันอย่างออกรส หัวข้อที่ดูเหมือนจะหนัก แต่กลับถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างมีสีสันผ่านบทสนทนาของพวกเขา

“เออ... นี่พวกนายรู้ป่ะว่าจริงๆ แล้วมนุษย์เราต่างจากลิงยังไง?” nostr:npub1xzh2kqynr29x6j3ln6x05f26ha0c0ucfr280uzljftlgcthv9r6skqe7dt เจ้าของร้านเอ่ยขึ้นพลางนั่งหมุนเก้าอี้ไปมาอย่างอารมณ์ดี
อิสระ น้องเล็กของกลุ่มมองสมนึกแบบเอือมๆ พลางพูดว่า.. “พี่นึก.. จะเล่นมุกอะไรอีกล่ะเนี่ย?”
ซุป หนุ่มเมืองแกลง ยิ้มบางๆ ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า
“ผมว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่อง Human Action ที่เราเคยคุยกันไว้นะ”
จิงโจ้ บก. พี่ใหญ่ของกลุ่ม มองทุกคนด้วยสีหน้าจริงจัง
“Human Action มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะเว้ย มันคือรากฐานของเศรษฐศาสตร์ออสเตรียน ถ้าเข้าใจหลักการนี้แล้วชีวิตมึงจะเปลี่ยน!”
สมนึกทำท่าครุ่นคิด..
“อืม... เหมือนลิงที่มันหยิบกล้วยมากิน กับคนเราที่ปลูกกล้วยเก็บเกี่ยวผลแล้วเอาไปขายในตลาด ต่างกันตรงที่คนเรารู้จักวางแผน คิดขั้นตอนได้เยอะกว่าลิง ใช่มั้ย?”
ซุปพยักหน้า.. “ใช่ครับ.. มนุษย์เรากระทำสิ่งต่างๆ ด้วยเหตุผล มีจุดประสงค์ ไม่ใช่แค่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าเท่านั้นแบบสัตว์”
อิสระเสริม.. “พูดง่ายๆ คือ เราใช้สมองในการคิด วิเคราะห์แล้วลงมือทำ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย”
“ถูกต้อง!” จิงโจ้เน้นเสียง “และ "การกระทำ" ของแต่ละคนมันส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจทั้งหมด เหมือนผีเสื้อขยับปีกทำให้เกิดพายุ”
“โคตรคม!” อิสระเผลออุทานออกมา
จิงโจ้หันไปมองซุป.. “คิดดูนะ.. เวลาพวกมึงทำคลิปสักอัน มันต้องเริ่มจาก "การกระทำ" ตั้งแต่คิดคอนเท้นต์ ถ่ายทำ ตัดต่อ ตรวจงาน จนกระทั่งเผยแพร่”
ซุปพยักหน้า.. “แต่ละขั้นตอนมันคือ "การตัดสินใจ" ที่ใช้ "เหตุผล" เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด”
“แม้กระทั่งการเลือกมุมกล้อง ใส่ซาวด์ มันก็สะท้อนความคิดของคนทำ”
หลังจากนั้นสมนึกพูดขึ้นมาอย่างกวนๆ ว่า..
“เหมือนตอนผมเลือกเสื้อผ้ามาทำงาน ก็ต้องคิดแล้วคิดอีก ว่าชุดไหนจะเหมาะกับการอัดคลิปวันนี้”
จิงโจ้มองทุกคนด้วยแววตาจริงจัง..
“Human Action มันบอกเราว่า เราเป็น "ผู้กำหนด" ชะตาชีวิตตัวเอง ไม่ใช่ "เหยื่อ" ของโชคชะตา”
ซุปพยักหน้าเห็นด้วย.. “ทุกการกระทำของเรามีความหมาย เราทุกคนเป็น ‘ผู้กระทำ’ ที่ใช้ ‘เหตุผล’ ในการตัดสินใจและสร้างโลกของเราเอง.. เหมือนกับที่สมนึกสร้าง The Burgest ขึ้นมาจากความฝัน ความมุ่งมั่น และการลงมือทำ”
“เราจึงต้อง "รับผิดชอบ" ต่อการกระทำของตัวเอง เพราะทุกการกระทำล้วนส่งผลกระทบ ไม่ใช่แค่กับตัวเรา แต่กับคนอื่นๆ และสังคมโดยรวม”..อิสระช่วยสรุป
“จำไว้ พวกมึงอยากได้อะไร มึงต้องลงมือทำ อย่ามัวแต่นั่งรอโชคชะตา” ..จิงโจ้กำชับขึ้นมาอย่างหนักแน่น
“ใช้เหตุผลให้มาก คิด วิเคราะห์ ก่อนลงมือทำ และที่สำคัญ รับผิดชอบต่อผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นด้วย!”
จากนั้น สมนึกก็พูดแทรกขึ้นมา..
“สรุปก็คือ มนุษย์ต่างจากลิงตรงที่ เราใส่เสื้อผ้าเป็น ใช้สมองได้ เลยต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตัวเองทำสินะ”
ทุกคนหัวเราะพร้อมกันแบบเจื่อนๆ จิงโจ้ส่ายหัวให้กับความสองสลึงของสมนึก แต่ในใจก็อดภูมิใจในความเฉลียวฉลาดของน้องๆ แต่ละคนไม่ได้

“Human Action” หรือ “การกระทำของมนุษย์” ที่พวกเขาพูดถึง เป็นทฤษฎีสำคัญของนักเศรษฐศาสตร์สำนักออสเตรียนอย่าง “ลุดวิก ฟอน มิเซส” (Ludwig von Mises) ซึ่งมองว่าการกระทำของมนุษย์เป็นรากฐานของเศรษฐกิจ ทุกการตัดสินใจ ทุกการเลือก ล้วนส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจทั้งโดยตรงและโดยอ้อม เปรียบเสมือน คลื่นเล็กๆ ที่เกิดจากการโยนหินลงน้ำ แม้จุดเริ่มต้นจะเล็ก แต่แรงกระเพื่อมสามารถแผ่ขยายเป็นวงกว้างได้
ลองจินตนาการถึงการตัดสินใจง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น การที่คุณเลือกจะทานอาหารเช้าเป็นข้าวเหนียวหมูปิ้ง การตัดสินใจนี้ส่งผลกระทบต่อร้านขายข้าวเหนียวหมูปิ้ง ร้านขายวัตถุดิบ เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ผู้เลี้ยงหมู และอื่นๆ อีกมากมาย เป็นลูกโซ่
หรือ.. หากคุณตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าสักคัน การตัดสินใจนี้ส่งผลต่อผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ผู้ผลิตแบตเตอรี่ ผู้ผลิตชิ้นส่วนต่างๆ สถานีชาร์จไฟฟ้า และอาจส่งผลต่อราคาน้ำมันในระยะยาว
การกระทำของมนุษย์แต่ละคน ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ล้วนส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ เหมือนฟันเฟืองเล็กๆ ที่ทำงานร่วมกัน ขับเคลื่อนกลไกขนาดใหญ่
Human Action จึงไม่ใช่แค่ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ แต่มันคือการมองโลก มองสังคม และมองความสัมพันธ์ของมนุษย์ในมุมมองที่ต่างออกไป
นักเศรษฐศาสตร์ออสเตรียนอย่างมิเซส มองว่า.. การทำความเข้าใจเศรษฐกิจ ไม่ใช่การศึกษาตัวเลข กราฟ หรือสูตรคำนวณ แต่มันคือการศึกษา "มนุษย์" ศึกษาแรงจูงใจ ความต้องการ และการกระทำของมนุษย์
เพราะในท้ายที่สุด **เศรษฐกิจก็คือเรื่องของ "คน"**
### **Human Action กำหนดชะตาชีวิต**
เสียงหัวเราะค่อยๆ เบาลง สมนึกยักคิ้ว ก่อนจะถามต่อด้วยท่าทีจริงจังขึ้น
“แล้วพวกเราคิดว่า Human Action มันเกี่ยวอะไรกับชีวิตพวกเรา นอกจากเรื่องทำคลิป ทำเบอร์เกอร์?”
อิสระยกมือขึ้น “ขอตอบครับ!”
“จริงๆ แล้วมันคือปรัชญาที่บอกว่า มนุษย์เราเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตตัวเอง ไม่ใช่แค่ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามยถากรรม เราเลือกที่จะลงมือทำอะไรบางอย่าง เพราะเราเชื่อว่ามันจะนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่า เหมือนกับที่ ลุดวิก ฟอน มิเซส นักเศรษฐศาสตร์ออสเตรียนชื่อดังเคยกล่าวไว้ว่า ‘มนุษย์กระทำ (Man acts)’ การกระทำของเรานี่แหละ ที่สร้างโลกที่เราอยู่”
“ใช่ และ การกระทำทุกอย่างมันมีต้นทุน” ซุป เสริม
“มิเซสเรียกมันว่า ‘ต้นทุนค่าเสียโอกาส’ (opportunity cost) คือสิ่งที่เราต้อง ‘สละ’ ไป เมื่อเราเลือกทำอย่างหนึ่ง แทนที่จะทำอีกอย่าง สมมุติว่าวันนี้เราเลือกมาฉลองเปิดร้าน เราก็เสียโอกาสที่จะนอนอยู่บ้าน ดู Netflix หรือไปเที่ยวที่อื่น การตัดสินใจของเรามันสะท้อนถึงสิ่งที่เราให้คุณค่า สิ่งที่เราต้องการจริงๆ”
“แค่เริ่มจาก ‘คิด’ ก่อน ‘ทำ’ ทุกการกระทำ ทุกการตัดสินใจล้วนมี ‘ต้นทุนค่าเสียโอกาส’ เพราะฉะนั้น เราต้องใช้ ‘เหตุผล’ ในการวิเคราะห์ ว่าอะไรสำคัญที่สุด อะไรคือเป้าหมายที่เราต้องการบรรลุและเราจะลงมือทำอย่างไร เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้นโดยเสีย ‘ต้นทุน’ น้อยที่สุด”
จิงโจ้พยักหน้า.. “และ Human Action มันไม่ได้มองแค่ตัวบุคคล แต่มองไปถึงระบบเศรษฐกิจทั้งหมด การกระทำของคนคนหนึ่ง มันส่งผลกระทบต่อคนอื่นๆ เหมือนกับทฤษฎี ‘Domino Effect’ ที่ เมอร์เรย์ รอธบาร์ด อีกหนึ่งนักเศรษฐศาสตร์สำนักออสเตรียนพูดถึง ผลกระทบเล็กๆ มันสามารถขยายวงกว้างและส่งผลต่อภาพรวมได้”
สมนึกทำท่าครุ่นคิด.. “อืม... เหมือนเวลาที่ลูกค้าคนหนึ่งเข้ามาซื้อเบอร์เกอร์ มันก็ส่งผลต่อรายได้ของร้าน ส่งผลต่อเงินเดือนพนักงาน ส่งผลต่อร้านขายวัตถุดิบ และอื่นๆ อีกมากมาย”
“ใช่เลย” จิงโจ้ตอบ “เพราะฉะนั้น Human Action มันสอนให้เรามองโลกแบบ ‘เชื่อมโยง’ มองเห็นความสัมพันธ์ของทุกสิ่ง ทุกการกระทำ ทุกการตัดสินใจที่ล้วนมีความหมาย”
อิสระยิ้ม.. “และที่สำคัญ มันสอนให้เรารับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง เพราะเราเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตของเราเองครับ”
“สรุปก็คือ...” สมนึกพูดขึ้นพร้อมทำท่าทางประกอบ
“...อยากได้อะไร ต้องลงมือทำ! คิดให้รอบคอบ ตัดสินใจ ลงมือทำ และรับผิดชอบ! เหมือนกับการทำเบอร์เกอร์ ต้องเลือกวัตถุดิบ ปรุงรส จัดวาง และเสิร์ฟ ทุกขั้นตอนสำคัญหมด”
จิงโจ้ยิ้มมุมปาก “ไอ้นี่... เปรียบเทียบได้ดีนี่หว่า”
บทสนทนาของทั้งสี่หนุ่มดำเนินต่อไป เสียงหัวเราะและความคิดที่แลกเปลี่ยนกัน สะท้อนถึงความเข้าใจใน Human Action ปรัชญาที่ไม่เพียงอธิบายเศรษฐกิจ แต่ยังอธิบายชีวิต และสอนให้เรามองโลกในมุมมองที่ต่างออกไป
“การกระทำ ไม่ใช่คำพูด ที่กำหนดตัวตนของเรา” – ลุดวิก ฟอน มิเซส
Human Action เส้นทางสู่ความสำเร็จ
สมนึกเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ “ถ้าอย่างนั้น Human Action มันช่วยให้เราประสบความสำเร็จได้ยังไง?”
ซุปยิ้ม.. “มันช่วยให้เรามี ‘mindset’ ที่ถูกต้อง คือเข้าใจว่าความสำเร็จมันไม่ได้มาจากโชค แต่มาจากการกระทำของเราเอง มิเซส เขาเชื่อว่ามนุษย์มีความสามารถในการเรียนรู้ ปรับตัว และสร้างสรรค์ เราสามารถใช้ ‘เหตุผล’ ในการวิเคราะห์ วางแผน และลงมือทำ เพื่อบรรลุเป้าหมายเหมือนกับที่นายสร้าง The Burgest ขึ้นมา”

“และมันยังช่วยให้เรามี ‘วินัย’ ในการลงมือทำด้วยนะ” จิงโจ้เสริม
“รอธบาร์ด เขาเคยพูดถึง ‘ระดับความเห็นแก่เวลา’ หรือ ‘Time Preference’ คือ มนุษย์เรามักจะให้คุณค่ากับสิ่งที่อยู่ ‘ตรงหน้า’ มากกว่าสิ่งที่อยู่ ‘ในอนาคต’ เพราะฉะนั้น การที่จะประสบความสำเร็จเราต้องมีวินัยในการ ‘อดเปรี้ยวไว้กินหวาน’ ยอมลำบาก ยอมเหนื่อยเพื่อผลลัพธ์ที่ดีกว่าในอนาคต”
“เหมือนกับการออกกำลังกาย หรือการเก็บออมเงินใช่ไหมครับ?” อิสระถาม
“ใช่เลย” ซุปตอบ “มันคือการลงทุนใน ‘ตัวเอง’ เพื่อผลตอบแทนที่ดีกว่าในอนาคต”
“และ Human Action ยังสอนให้เรามี ‘ความรับผิดชอบ’ ไม่โทษคนอื่น ไม่โทษโชคชะตา เมื่อเกิดความผิดพลาด” จิงโจ้กล่าว
“มิเซส เขาเชื่อว่า ‘ความผิดพลาด’ คือบทเรียนสำคัญ มันช่วยให้เราเรียนรู้ ปรับปรุง และพัฒนาตัวเอง”
สมนึกพยักหน้า.. “เหมือนตอนที่ผมลองทำเบอร์เกอร์สูตรใหม่ใช้เนื้อแมวสด บางครั้งมันก็ออกมาอร่อย บางครั้งก็... พังไม่เป็นท่า แต่เราก็ได้เรียนรู้จากความผิดพลาด และพัฒนาสูตรให้ดีขึ้น”
“นั่นแหละ Human Action” จิงโจ้สรุป “มันไม่ใช่แค่ทฤษฎี แต่มันคือ ‘แนวทางในการใช้ชีวิต’ ที่ช่วยให้เราเข้าใจตัวเอง เข้าใจโลก และก้าวไปสู่ความสำเร็จ”
อิสระมองไปรอบๆ ร้าน “เหมือนกับร้าน The Burgest ของพี่นึก ที่เกิดจาก Human Action ของคนที่เกี่ยวข้องทุกคน”
“ใช่” สมนึกรับ “และมันจะเติบโตต่อไป ด้วย Human Action ของพวกเราและของทุกคนที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ The Burgest นายที่กำลังแดกอยู่ก็มีส่วนด้วยเหมือนกัน.. อิสระ”
“ทุกคนที่นี่กำลัง ‘กระทำ’ บางอย่าง เพื่อบรรลุเป้าหมายของตัวเอง ลูกค้าต้องการอิ่มท้อง พนักงานต้องการเงินเดือน เจ้าของร้านต้องการกำไร และทุกการกระทำมันส่งผลกระทบต่อกันและกัน สร้างระบบเศรษฐกิจที่เราเห็นอยู่”
จิงโจ้โพล่งขึ้นมาเพื่อกล่าวทิ้งท้าย..
“โลกนี้มันก็เปรียบเสมือนผืนผ้าใบ ที่รอให้เราสร้างสรรค์งานศิลปะลงไป”
“และ Human Action คือพู่กัน ที่ช่วยให้เราแต่งแต้มสีสันและสร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอก ที่เรียกว่า ‘ชีวิต’”
“The world is but the canvas to our imagination” – Henry David Thoreau
บทสนทนาของพวกเขาดำเนินต่อไป เต็มไปด้วยความหวังและความมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์ และกำหนดชะตาชีวิตของตัวเองด้วยพลังของ Human Action
> “มนุษย์มีแต่ ‘การกระทำ’ เท่านั้นที่เป็นของพวกเขา ไม่ใช่ ‘ผลลัพธ์’” – ลุดวิก ฟอน มิเซส
> “การกระทำ คือกระจกสะท้อนตัวตน” – เมอร์เรย์ รอธบาร์ด
- - -
ประโยคนี้ของ เฮนรี เดวิด ธอโร นักเขียนและนักปรัชญาชาวอเมริกัน สื่อถึงพลังอันไร้ขีดจำกัดของจินตนาการมนุษย์ และความสามารถในการสร้างสรรค์โลกของเราเอง
ธอโร เชื่อว่า.. โลกภายนอกเป็นเพียงวัตถุดิบ และจินตนาการของเรานี่เองที่เป็นเครื่องมือในการเปลี่ยนแปลงและสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ
จินตนาการเป็นสิ่งที่ทรงพลัง มันสามารถพาเราไปยังที่ที่ไม่เคยไป สร้างสิ่งที่ไม่เคยมี และเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ได้ โลกนี้มันเต็มไปด้วยความเป็นไปได้ เราสามารถสร้างสรรค์และกำหนดชีวิตของเราเองด้วยจินตนาการและการลงมือทำ
และเนื่องจากเราเป็นผู้สร้างสรรค์โลกของเราเอง เราจึงต้องรับผิดชอบต่อการกระทำและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
ประโยคนี้จึงเป็นการย้ำเตือนให้เราตระหนักถึงพลังของจินตนาการ และความสามารถในการสร้างสรรค์โลกของเราเอง เราไม่ใช่เพียงแค่ “ผู้ชม” แต่เป็น “ผู้สร้าง” ที่สามารถเปลี่ยนแปลง และกำหนดชะตาชีวิตของตัวเอง ด้วยจินตนาการและการลงมือทำ
#jakkstr #siamstr #AustrianEconomic #HumanAction
สมนึก มึงนี่ทำรู้มากจังนะ!
555 ผมแจ๋วแค่ปากเป็นหลักครับ แต่ไม่ต้องกลัวไปครับ ผมจะรอพาไปอนามัยใกล้บ้าน
เงินบาท เสื่อมในเสื่อมครับผม เพราะเราสำรองเป็นเงินเขา 
เป็นทหารที่ผมรักและเคารพที่สุด และทำให้ผมหลงใหลในบิทคอยน์ nostr:npub1d3p50qlhd5q45f43kpafc3w9y5rzn8td3jnjwzktl2kuxl799ghspyc79h
#Siamstr
https://video.nostr.build/cc5cd53218eda92267b8364aeeb9966c5d40348445eb27756dd09a3a2fe16e51.mp4
วันนี้เข้าเรียน ชิตคลาสมั้ยครับ
ระดับพี่เบิ้มแบบ CP ปตท. บลาๆ เขาได้เรตดอกเบี้ย 2-3% เท่านั้นครับ ยิ่งนานหนี้ยิ่งลดของจริง ส่วนประชาชนตาดำๆ ถ้าไม่ใช่กู้บ้าน ยิ่งนานหนี้เรายิ่งเพิ่ม เพราะอัตราดอกเบี้ยที่เราต้องจ่ายมันสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อเยอะ
ถ้าเราเข้าใจตรงกันแล้วว่าต้นตอของเงินเฟ้อที่ทำให้ชีวิตเรายากขึ้นทุกวันๆ คือการเพิ่มปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจของผู้คุมแท่นผลิตเงิน
แล้วคุณดูสิพวกเขาทำเหี้ยอะไรลงไป....

ปี 2020 จนถึงตอนนี้ เพียงแค่ 4 ปี เฟดมีการพิมพ์เงิน (QE) เพิ่มขึ้นระดับ "เท่าตัว" สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่เงินดอลลาร์ถือกำเนิดมาร้อยกว่าปี แถมดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายให้หนี้จากการพิมพ์เงินนี้ก็พุ่งขึ้นเกิน 100% ทะลุ 1 TrillionUSD เข้าไปแล้วณ ขณะนี้มีอัตราการผลิตอยู่ที่ 2ล้านดอลลาร์ต่อนาที!
เฮ้ย...แล้วทำไมเมกาไม่พัง??? พูดจาอะไรเลอะเทอะรึเปล่า ก็เห็นประเทศเขายังอยู่สุขสบายดี...ไม่มีปัญหาอะไร
หึหึ เพราะทุกประเทศในโลกต้องเก็บเงินสำรองเป็นดอลลาร์ยังไงล่ะครับ หรือพูดภาษาบ้านๆ ว่า
"เขาจะพังได้ไง เพราะเขาคือผู้ส่งออกเงินเฟ้อที่ยิ่งใหญ่ที่สุดโดยมีทั้งโลกเป็นผู้รองรับการเสื่อมค่านี้"
ไทยรวมถึงทุกประเทศทั่วโลกนอกจากต้องรองรับการเสื่อมค่าของเงินที่พิมพ์เพิ่มได้ไม่อั้นยังไม่พอ สกุลเงินท้องถิ่นอย่างเงินบาทของเราในฐานะที่เป็นเงินเลเยอร์ที่ 3 ในพีระมิดระบบการเงิน
ยังเสื่อมค่าลงไปอีกขั้นเมื่อเทียบอัตราแลกเปลี่ยนกับดอลลาร์ที่เป็นเงินในลำดับชั้นที่สูงกว่า พูดง่ายๆ ว่า "เสื่อมในเสื่อม" 
ดอลลาร์เมื่อเทียบกับเงินของมนุษยชาติอย่างทองคำ มันสูญสิ้นมูลค่าจนแทบไม่เหลือแล้ว และเงินบาทของเราเมื่อเทีบกับดอลลาร์ แค่ 3 ปี ก็เสื่อมค่าลงไปอีก 20%
เงินเดือนของเราไม่มีทางโตทันราคาข้าวของที่แพงขึ้น เพราะทางเดียวที่จะรักษา Purchasing Power ของเงินเดือนเอาไว้ได้ คือรายได้เราจะต้องโตขึ้นอย่างน้อย "100%" ทุกๆ 10ปี แบบทบต้นทบดอกไปจนตาย
คำถามคือ...ไหวเหรอครับ?
ถ้าไม่ไหว ได้เวลาตื่นกันแล้วรึยัง
ทวงคืนสิทธิ์ที่จะมีชีวิตที่ดีกลับคืนมา
ปล. ใครบอกเงินเฟ้อมาจาก Cost push, Demand pull ตีปากแม่ม อัปแพทช์ใหม่ได้แล้ว
#Siamstr
วันนี้ลองหวาน 30% ดู
จืดไปหน่อย แต่คราวก่อนหวาน 70% คือหวานเวอร์เกิน
ค่อย ๆ ลด
ใกล้จบบท 9 แล้วค่ะ #siamstr

---
Wherostr | https://wherostr.social/g/w4rqps8bd
Duck Duck Go Maps | https://w3.do/ORM4PbOn
Google Maps | https://w3.do/D0heGOtc
อ่านถึงไหนแล้ว
ปัจจุบันการใช้เงินแบบคิดหน้าคิดหลังคือเรื่องเห็นแก่ตัวและทำลายเศรษฐกิจ ทุกคนต้องรีบซื้อรีบใช้ สินค้าต้องรีบพังเพื่อให้เราซื้อถี่ๆ
ถ้าคนไม่ใช้เงินเศรษฐกิจจะไม่ดี นวัตกรรมจะพัฒนาช้า ทุกอย่างต้องเร็ว
คำถามคือมึงรีบไปไหน? ช้านิดนึงมันจะตายรึไง?
กูเร่งรีบจนซิ่งหลุดโค้งหักศอกของชีวิตไปแล้ว ตอนนี้นอนพะงาบๆ พอใจมึงรึยัง?
มึงให้กูเร่งรีบเอาอนาคตที่ดีมาใช้วันนี้จนหมด แต่เศรษฐกิจก็ยังไม่ดี แต่กูสาหัสยิ่งกว่าเศรษฐกิจ ร้านสังขยาที่กูซื้อกินแม่มทุกวันก็ไม่เห็นมันจะรวย
การเก็บออมแล้วซื้อ ออมแล้วสร้างมันช้าไม่ทันใจ อะไรๆ ของมันต้องมี อยากได้บ้านก็กู้ อยากได้รถก็กู้ อยากได้มือถือใหม่ก็กู้ อยากกินข้าวก็รูดบัตรจ่าย อยากได้อะไรก็คว้ามาได้ทันทีรวดเร็วดั่งใจ
ฟินและเท่อยู่แปปเดียว สุดท้ายเป็นไง โดนยึดหมดไอสัส! ใช้ชีวิตที่เหลือผ่อนลมแบบทบต้นทบดอกไปจนตาย ตายแล้วก็ฝากลูกหลานผ่อนต่อ แบบที่ไม่มีทรัพย์สินตกทอดให้เขาซักแดงเดียว
เศรษฐกิจดีๆ ที่ประชาชนอัปปรีย์กันถ้วนหน้า ตายไปก็เอาอะไรไปไม่ได้ ฉะนั้นมาตายทั้งเป็นแบบไม่มีตังค์กันเถอะ
#Siamstr
ฟัง #CDCTalk ตะกี้ ช่วงท้ายๆ อ. ตั๊ม nostr:npub1prya33fnqerq0fljwjtp77ehtu7jlsjt5ydhwveuwmqdsdm6k8esk42xcvพูดมาตอนเพลงปิด "แบงก์ชาติสู้ๆ" (ถ้าหูผมไม่ฝาดนะ)
เลยอยากรู้ขึ้นมาเลยว่า อ. มีมุมมองอย่างไรกับการที่รัฐบาลตอนนี้เปิดศึกกับ ธปท. ครับ มีอะไรที่ต้องกังวลไหม
#SiamStr
น่ากังวลที่สุดท้ายแบงก์ชาติคงต้องยอม และรัฐก็เอาไปใช้สุรุ่ยสุร่ายไร้ความรับผิดชอบเหมือนเดิม


