Avatar
Mr.Note
44427551db3a68b5c25c88bfa6237b742c15f3370de26a73dceeb5e46fae5e17
BTC is Digital Gold⚡️🧡 BTC is the Nuclear of Finance☢️💰 Stay Humble and Stack Sats🔑💰

GM ครับ🥩..วันนี้ขาดแก้วกาแฟนะครับ😁

Replying to Avatar Xsara8

งานสี่ด้าน

GM #siamstr

"โอ้งานงอกแล้วสิ" ผมเชื่อว่าทุกท่านก็คงจะเคยได้ยินประโยคนี้ เป็นคำอุทานที่มักใช้ตอนที่เรา ทำอะไรผิดพลาดจนเกิดปัญหา แต่ช่วงไม่กี่อาทิตย์ที่ผ่านมา ผมพึ่งได้เจอคำว่างานงอกของจริง งานที่ 1 แตกแยกย่อยเป็นงานที่ 2 ตามมาด้วยงานที่ 3 ที่จะพาไปสู่งานที่ 4, 5 และ 6 ต่อไป เรียกได้ว่างอกมาวันละไร่ ทำเท่าไหร่ก็ยิ่งเพิ่ม

ผมยังคงมีความสุขกับงานและส่วนใหญ่งานเหล่านี้คืองานที่ผมสร้างมันขึ้นมาเองด้วย (สั้นก็คือ "หาทำ" นั่นแหละฮะ 555) แต่หลายอาทิตย์เข้าก็ชักเริ่มเยอะซะแล้วสิ จะจัดการกับกองพะเนินนี้ยังไงดี?

จนผมได้ไปเจอกับ นิทานเรื่องหนึ่งซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสามก๊ก ขอเรียกชื่อว่า "ถังน้ำของขงเบ้ง" ก็แล้วกัน

นิทานถังน้ำของขงเบ้งนั้น เป็นเรื่องราวที่ขงเบ้ง ให้คำปรึกษาเรื่องการจัดการงานที่มากมายของเล่าปี่ โดยแบ่งงานออกเป็น 4 ชนิดและเปรียบเทียบเป็นแต่ละสิ่งต่างกัน

1. งานประเภทก้อนกรวด (งานที่ด่วนและสำคัญ) : เช่นงานที่มีเดดไลน์กำหนดชัดเจนและใกล้เวลาเต็มที, งานที่ส่งผลกระทบต่อด้านอื่นๆของชีวิต / Reward สูง Risk สูง แน่ๆ ถ้าไม่ทำ

2. งานประเภทก้อนหินใหญ่ (งานที่ไม่ด่วนแต่สำคัญ) : งานซึ่งไม่มีกำหนดเวลาหรือมีแต่ไกลออกไป อาจหมายถึงงานซึ่งหวังผลในระยะยาวเช่น การพัฒนาทักษะ การ คนใช้เครื่องมือทุ่นแรง การออกไอเดีย ,การวางแผนงานโปรเจคใหม่ๆ / Reward สูง Risk ต่ำ

3. งานประเภทเม็ดทราย (งานที่ด่วนแต่ไม่สำคัญ) : เช่นงานทั่วไปที่ต้องใช้เวลา หรือโฟกัสไปกับงานเช่น การจัดระเบียบเอกสาร, จัดการธุระส่วนตัวต่างๆ, งานสังคม/ Reward ปานกลาง Risk ปานกลาง

4. งานประเภทน้ำ (งานที่ไม่ด่วนและไม่สำคัญ): เป็นเรื่องที่เรามองแล้วไม่ควรเสียเวลาด้วย /Reward ต่ำ Risk ต่ำ

- มีงาน 4 ด้านแล้ว ถังน้ำเกี่ยวอะไร ?

ถังน้ำก็เปรียบเสมือนเวลาในชีวิตของเรา ซึ่งมีอยู่อย่างจำกัด ถ้าใส่แต่น้ำไปเต็มถัง ถังก็เต็มไม่สามารถใส่อย่างอื่นได้อีก

ถ้าใส่ทรายลงไปเต็มถัง น้ำก็ยังพอจะแทรกในทรายได้

ถ้าใส่แต่กรวดลงไป ทรายและน้ำก็ยังพอใส่ได้ แต่จะไม่มีที่สำหรับก้อนหินใหญ่เลย สุดท้ายก้อนหินใหญ่เหล่านี้ก็จะกลายเป็นก้อนกรวดในวันข้างหน้า เป็นงานที่ใกล้วันเข้ามาแล้วนั่นเอง

เปรียบเหมือนการบริหารงานในชีวิตของเรา ถ้านำหลักการบริหารงานมาใช้ ก็อาจแบ่งเรียงลำดับได้ว่า 1.ทำทันที, 2.กำหนดจัดการ, 3.แจกให้คนอื่นทำ, และ 4. ไม่ทำ เพื่อเป็นการเร่งจัดการงานที่ค้างให้หมดไวที่สุด แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นของเราในโพสต์นี้

- งานกับถังที่มีจำกัด

แต่ถ้าเราต้องการขนสิ่งเหล่านี้ให้ได้มากที่สุดล่ะ เราควรเริ่มจาก หินก้อนใหญ่, เมื่อหินก้อนใหญ่เต็ม จึงใส่ก้อนกรวดลงไป เพราะก้อนกรวดแทรกไปตามช่องว่างของหินก้อนใหญ่ได้, ต่อมาเม็ดทราย ปิดสุดท้ายด้วยน้ำ ด้วยเหตุผลเดียวกัน.. ช่องว่างที่ใหญ่ก็เปรียบเสมือนเวลาที่ยังเหลือทิ้ง ยิ่งเติมช่องว่างให้เล็กลง เรายิ่งใช้เวลาได้มากขึ้น

เหมือนกับกองพะเนินงานของผม หลังจากที่ผมประเมินงานทั้งหมด มีงานประเภทก้อนกรวดน้อยมาก ในขณะที่ส่วนใหญ่จะเป็นงานประเภทก้อนหินใหญ่

งานกฎหมายซึ่งมีกำหนดการล่วงหน้า, รายการกฎหมายชาวบ้านทุกเสาร์-อาทิตย์ หรือ Right shift ที่มีรูทีนชัดเจนเช่นรายการ สภายาส้ม หรือ Onlynips เปรียบเสมือนงานประเภทก้อนกรวด

ส่วนที่เหลือจะเป็นโปรเจคระยะยาว หรืองานที่ไม่มีกำหนดเวลาอันใกล้ เช่น งานแปลหนังสือ, รายการอื่นๆ, งานฟ้องคดี และการพัฒนาวิธีการใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพมากกว้าเดิมในการทำงาน, การพัฒนาทักษะที่ต้องการ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ก็เปรียบเสมือนงานก้อนหินใหญ่

เมื่อเรายังไม่มีงานด่วนมากนัก..ก็สร้างมันขึ้นมาซะเลย โดยการทุบก้อนใหญ่ออกมาให้แหลก แยกงานชิ้นใหญ่ออกมาให้เล็ก ซึ่งบางส่วนก็จะกลายเป็นทราย เพื่อเติมเต็มช่องว่างของก้อนกรวดต่อไป

งานชิ้นใหญ่อย่างการวางแผนโครงสร้าง หรือโปรเจคงานต่างๆ ย่อมเต็มไปด้วยขั้นตอนและวิธีการแยกย่อยเต็มไปหมด ถ้าเราวิเคราะห์และเข้าใจถึงเนื้องานได้ แบ่งแยกได้ว่าสิ่งไหนจำเป็นหรือไม่จำเป็น เหมือนแยกทรายออกจากกรวด หรือบางที หินก้อนนั้นอาจมีโพรงข้างในก็เป็นได้หมายถึง ง่นที่ดูยิ่งใหญ่ แต่ขริงๆแล้วกระบวนการด้านในกลับไม่มีอะไรซับซ้อน สามารถทำงานได้อย่างง่าย เท่านี้ก็เป็นการกำจัดอากาศออกไปเพื่อเพิ่มพื้นที่ได้อีกขั้น

-แล้วงานประเภทน้ำล่ะ?

ดูเผินๆ น้ำดูไม่มีความจำเป็นอะไร เป็นเรื่องที่ตัดทิ้งไปซะก็ดีแต่ว่า สิ่งนี้คือการปรับสมดุล ถ้าไม่มีน้ำคอยชุ่มฉโลม จะมีก้อนหินที่แห้งผาดเหล่านี้ไปทำไม เหมือนคนที่ทำแต่งาน ถ้าไม่เติมพลังให้กับชีวิต เราจะมีชีวิตไปทำไม ในอีกแง่หนึ่งเมื่อคนที่สามารถจัดการงานพร้อมให้เวลาตัวเองมีความสุขได้ เขาต่างหากคือคนที่ใช้เวลาได้คุ้มค่าอย่างแท้จริง

สุดท้ายเป้าหมายของคนที่ทำงานอย่างหนักคืออะไร? ก็คืออยากทำให้ชีวิตตัวเองดีขึ้น เพื่อให้มีความสุข หรือเพื่อฝันใดๆก็ตาม มันจะมีประโยชน์ถ้าถึงวันนั้นเราไม่ได้อยู่ดูฝันนั้นเบ่งบาน

ทรัพยากรที่จำกัดที่สุดของมนุษย์เราคือ เวลา แม้เราจะมี 24 ชั่วโมงเท่ากัน แต่การเก็บเกี่ยวเวลานี้ต่างหากที่ทำให้พวกเราต่างกัน บางคนเก็นได้ 2 ชั่วโมง บ้างก็ได้ 4 ชม. แต่บางคนสามารถเก็บเกี่ยวได้เป็น 100 ชม. ....ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับการกระทำและมุมมองของแต่ละคน สุดท้ายนี้ขอให้โชคดีครับ ทำงานให้มีความสุข

GM ครับ…เรียงลำดับความสำคัญของงานจะทำให้เราใช้เวลาที่ทุกคนมีเท่ากันให้เป็น Proof of Work ที่มีคุณค่ามากๆเลยครับ👍🏻

GM ครับ อ่านจบจะตระหนักรู้อะไรขึ้นเยอะๆมากๆเลยครับ🙂

GM ครับ🌞 วันนี้มีแดดแล้วครับดีใจ🙂

GM #siamstr วันนี้มีแดด รออะไร!! ยืนสัก 10นาที ได้ยาดีๆจากธรรมชาติล่ะครับ😁..ขอให้ทุกท่านมีความสุขในวันอังคาร ดูแลสุขภาพกันด้วยนะครับ❤️

#TBC2024 Countdown: 39 Days

“ใครที่รู้จักความพอเพียง จะมีอย่างเพียงพอเสมอ”….เล่าจื๊อ

Replying to Avatar R0PE

วันนี้ตลาดแดง

เหมืองโดนน้ำแกงราดหน้า

นึกถึงอาทิตย์ก่อน...

จริงๆก็มีหลายครั้ง

คนที่เราป้ายยา ชอบมาถาม

พี่ๆ.. ETH ดีมั้ยพี่ เนี่ยจะ มีETF

เหมือน bircoin เลย

พี่ๆพี่มี ETH มั่งเปล่า...

หลังจากตกผลึกจากหมีรอบก่อน

ความรู้ความเข้าใจ บวกศรัทธานี่สำคัญ

จะทำให้เรากินอิ่ม นอนหลับ

ไปต่อกับหุ้น กับสินทรัพย์ที่เราถือได้นาน

ผมก็ตอบไปว่า ETH ก็คงดีมั้ง อันนี้ไม่รู้จริงๆ แต่พี่ไม่ได้ถือ

เขาก็จะถามอีกว่า ถ้าคิดว่าดีไม่ซื้อล่ะ

เราก็ตอบไป เพราะตอนมันลง

พี่ไม่มีเหตุผลรองรับในการถือมันต่อ

เหตุผลตอนขาขึ้นมันไม่เพียงพอ

พี่ก็ไม่ได้มีความรู้ด้านนี้ด้วย

ก็มีแค่ BTC รุ้แค่ไหน ก็ถือแค่นั้น

ก็จะมีคำถาม เอ้า

ถือตอนนี้ก็ได้นี่พี่ พอมันจะขาลงขายทำกำไรก่อน

เราก็ตอบ เอ้อไม่รู้เรื่องเทรดเท่าไหร่

น้องมันคงงงๆ ว่ามรึงรู้ไรมั่งนิ หลอกเขาเปล่า 555

เราอาจจะพลาดโอกาสทำกำไรมากมายก็ได้แต่ชั่งมันเถอะ โอกาสจาก btc

สำหรับผมเพียงพอแล้ว วันนี้ตลาดขาลง

เออ ก็ยังสบายใจได้อยู่ ไม่ต้องลก

ว่าแล้วก็ stack stas ต่อไป

จริงๆไปตั้งแต่ ต้นเดือนละ เงินเดือนออก

ก็จัดไปก่อน1 ที เหลืออีก 1 ที ไว้ปลายเดือน รู้ตัวเองชอบเสียนิสัย ถ้าซื้อหมด

ชอบแต่ต้นเดือน จะมาคันไม้คันมือเสียใจทีหลัง (อนาคตว่าแบ่งไม้สักไม้ ซื้อทุกวันมันก็แก้เสี้ยนดีเหมือนกัน)

บันทึกประจำวัน

GN

อธิบายคนอื่นเข้าใจยาก เราก็ Stack Sats ต่อไปอย่างมีความสุขแทนครับ🙂

ยังครับ รอทีมงาน Rightshift จัดมา ผมจะ Pre-Order ครับ😁

Replying to Avatar Somnuke

"เงิน" คือ ไหสำหรับกักเก็บ พลังงาน ใช้สะสมหยาดเหงื่อแรงกายที่เราใช้เวลาทำงานแลกมา เพื่อเก็บไว้ใช้ในอนาคต

ตลอดประวัติศาสตร์ของอารยธรรมมนุษย์ สิ่งของที่ผู้คนยอมรับให้มันเป็นเงิน ล้วนมีคุณสมบัติในการเก็บรักษามูลค่าข้ามผ่านกาลเวลาได้ดีที่สุด ณ เวลานั้น สังคมไหนมีเงินที่ดีจะพบกับความเจริญรุ่งเรือง สังคมไหนใช้เงินสร้างง่ายจะลงเอยด้วยความล่มสลายทุกครั้ง มนุษย์ใช้เวลานับพันปีค้นพบว่าเงินที่ดีที่สุด คือ ทองคำ แต่สุดท้ายทองคำก็ล้มเหลว เพราะไม่สามารถรองรับความโลภของมนุษย์ได้ทัน

50 กว่าปีที่ผ่านมา เราอยู่ในระบบการเงินมาตรฐานเฟียต ที่การผลิตเงินขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคนบางกลุ่มที่ควบคุมระบบการเงิน ไม่จำเป็นต้องใช้ทองคำค้ำประกันกระดาษที่ตัวมันเองไร้ค่าอีกต่อไป และเมื่อไม่มีทองคำเป็นก้างขวางคอ ความสามารถในการพิมพ์เงิน "ไม่จำกัด" ก็ถูกปลดล็อก นับแต่นั้นเงินกลายเป็นสิ่งที่ค่อย ๆ เสื่อมค่าตามกาลเวลาอย่างถาวร และบังคับด้วยกฎหมายให้ทุกคนใช้งานมัน

แต่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่หมื่นปี หนึ่งในสันชาตญาณตามของมนุษย์ไม่เคยเปลี่ยนแปลง นั่นคือ มนุษย์จะวิ่งเข้าหาแหล่งกักเก็บมูลค่าที่ดีและมั่นคงกว่าเสมอ พลังงานที่ถูกเก็บในไหที่อ่อนแอกว่าจะค่อยๆ ถูกย้ายไปยังไหที่แข็งแกร่งกว่าเสมอ เหมือนตอนที่ผู้คนในอดีตที่เปลี่ยนจากการใช้ วัว เกลือ เปลือกหอยเป็นเงิน ไปเป็นทองคำโดยไม่ได้นัดหมาย กระบวนการเหล่านี้เกิดขึ้นตามธรรมชาติโดยไม่ต้องให้ใครมาสั่ง

เมื่อเงินเฟียตที่เราถูกบังคับให้ใช้มันเก็บรักษามูลค่าไม่ได้ ผู้คนจึงเริ่มย้ายความมั่งคั่งมาเก็บไว้ในภาชนะอื่น เช่นกลับไปถือเป็นทองคำ ถือเป็นหุ้น หรือของสะสมหายาก และสินทรัพย์เก็บรักษามูลค่าแทนเงิน ยอดนิยมอันดับ 1 หนีไม่พ้น ที่ดิน แม้ว่ามันจะเปลี่ยนเป็นเงินยากกว่า แต่มันมั่นคงและรักษามูลค่าได้ดีกว่าสินทรัพย์อื่นๆ

เมื่อเงินเก็บรักษามูลค่าไม่ได้ ผลกระทบที่เราต้องเผชิญคือ

1). รายได้วิ่งตามไม่ทันราคาข้าวของที่แพงขึ้น

2). ประหยัดอดออมยังไงก็มองไม่เห็นทางที่จะมีคุณภาพชีวิตที่ดี เพราะเงินออมสูญเสียมูลค่าอยู่ตลอดเวลา และ 50 กว่าปีที่ผ่านมา เงินเสื่อมค่าลงเฉลี่ย "ครึ่งนึง" ทุกๆ 10 ปี ในอีก 30 ปีข้างหน้า เงิน 100,000 บาทในวันนี้จะซื้อข้าวของได้เท่ากับ 12,500 บาทเมื่อเทียบกับวันนี้ และมั่นใจได้เลยว่าในอนาคตอัตราการเสื่อมค่าของเงินจะไม่มีวันต่ำลง ตัวเลขมีแต่จะสูงขึ้นเพราะการกระทำมักง่ายสุรุ่ยสุร่ายไร้ความรับผิดชอบของคนบางกลุ่ม

3). สินทรัพย์ทุกอย่างแพงขึ้นเรื่อยๆ เพราะทุกคนต้องแย่งซื้อเพื่อใช้มันเก็บรักษามูลค่าแทนเงินที่เสื่อมค่าลงทุกวัน โดยเฉพาะบ้านและที่ดินราคามันอยู่ในจุดที่สูงเกินเอื้อมไปเรียบร้อยแล้ว คนส่วนใหญ่ไม่มีปัญญาครอบครองบ้านแม้สักผืน คนพอมีก็ต้องกัดฟันทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงกายทั้งชีวิตเพื่อที่จะผ่อนบ้านเล็กๆ ได้หลังเดียวถ้วน ถ้าใครคิดว่าตอนนี้หนักแล้ว คุณมั่นใจได้เลยว่าในอนาคตมันยิ่งกว่านรก

สำหรับคนทั่วไปที่พยายามเต็มที่แล้ว แต่รายได้มันก็ยังไม่มากพอที่จะสร้างเนื้อสร้างตัวได้ ความหวังเดียวที่จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีในอนาคต คือการเก็บน้ำพักน้ำแรงไว้ในภาชนะที่ไม่รั่ว! แต่ด้วยรายได้ที่ไม่ได้มากมายนัก เก็บหอมรอมริบได้ทีละน้อย มันก็เจอหลายปัญหา ที่ดินก็แพงเกินเอื้อม จะเก็บทองให้ปลอดภัยมันก็ยากเพราะยังไม่มีที่อยู่เป็นหลักเป็นแหล่งเลย เพราะฉะนั้นมันยากจริงๆ ที่จะเก็บเงินออมไม่ให้มันเสื่อมค่า ต้องจำใจเก็บเป็นกระดาษหรือตัวเลขในบัญชีให้มูลค่ามันถูกปล้นออกไปทุกวัน

จะหาว่าบ้าว่าเพ้อ จะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่ ในวันนี้มันมีเทคโนโลยีเก็บออมที่ดีที่สุดที่มนุษย์เคยมีมาถือกำเนิดขึ้นแล้ว มันมอบความหวังและแสงสว่างให้คนธรรมดาอย่างเรา ทวงสิทธิ์ที่จะมีชีวิตที่ดีกลับมาได้อีกครั้ง ซึ่งนั่นคือ บิตคอยน์

สำหรับบิตคอยน์หากวันนึงในอนาคตทุกคนยอมรับทั่วกันว่ามันมี คุณสมบัติที่มั่นคงกว่า รักษามูลค่าได้ดีกว่า เปลี่ยนเป็นเงินได้ง่ายกว่า นำไปใช้จ่ายได้ทันที ส่งผ่านข้ามซีกโลกได้ในเวลาไม่นาน เป็นเงินที่มอบ Finality ให้กับเราได้แทบจะทันทีเมื่อทำการแลกเปลี่ยน เงินมันถูกส่งมาถึงมือเราจริงๆ ไม่ใช่มาแค่ตัวเลขในบัญชี แล้วอีก 3-6 เดือนตัวเงินถึงจะถูกส่งจากธนาคารนึงมาสู่อีกธนาคารนึงที่เรามีตัวเลขเงินในบัญชี

และมันมอบความเป็น "เจ้าของเงิน" ให้เราได้อย่างแท้จริง ไม่มีใครหน้าไหนสามารถยึดมันไปจากคุณ ไม่มีใครหน้าไหนสามารถควบคุมเปลี่ยนแปลง แทรกแซงแก้ไขนโยบายทางการเงินของมัน ไม่มีใครหน้าไหนสามารถเสกมันเพิ่มได้ตามอำเภอใจ และทำให้เงินที่เราพยายามทุ่มเทหามาอย่างยากลำบากเสื่อมค่าลง

ถ้าชีวิตเราจะพัง ก็ขอให้มันพินาศด้วยน้ำมือของเราเอง อย่ายอมให้อนาคตของเราถูกทำลายด้วยน้ำมือของคนอื่น

จาก Nothing สู่กองทุน ETF ที่ประสบความสำเร็จที่สุด และวันนี้มันถูกใช้เป็นนโยบายหลักในการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีของประเทศที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และกำลังคลืบคลานไปสู่การเป็นสินทรัพย์สำรองระหว่างประเทศ ยิ่งผู้คนเข้าใจคุณสมบัติเหล่านี้ของบิตคอยน์มากเท่าไร เขาก็จะเลือกย้ายพลังงานส่วนเกินจากไหที่อ่อนแอกว่า มาเก็บความมั่งคั่งไว้ในมันมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ตราบใดที่เรายังอยู่ในมาตรฐานเฟียต ที่ดิน ทองคำ มันก็ไม่ได้หายไปไหน ยังไงก็ต้องถูกใช้เป็นที่เก็บรักษามูลค่าแทนเงินอยู่วันยังค่ำ เพราะมันทำหน้าที่นี้ได้ดี เพียงแต่อัตราการเติบโตมันจะลดลง เพราะโลกมีทางเลือกอื่นที่ดีกว่า ซึ่งคือ บิตคอยน์

โปรดใช้วิจาณญาณในการอ่าน และตัดสินใจด้วยตัวคุณเอง แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม พลังงาน จะค่อยๆ ถูกย้ายไปในภาชนะที่เก็บรักษามูลค่าได้ดีกว่าเสมอ

- เงินบาทสูญเสียมูลค่าต่อดอลลาร์ซึ่งอยู่ในลำดับชั้นที่สูงกว่าไปแล้ว 40% เมื่อเทียบกับสมัยยุคตรึงค่าเงิน

- ดอลลาร์สูญเสียมูลค่าไปแล้ว 99% เมื่อเทียบกับทองคำและที่ดิน

แล้วในอนาคตทองคำและที่ดินจะสูญเสียมูลค่าให้กับสินทรัพย์ Store of Value ที่ดีกว่าอย่างบิตคอยน์เท่าไร?

"คุณ" ผู้ซึ่งเป็นคนธรรมดาที่อยากมีชีวิตที่ดีเหมือนผม คุณจะเลือกเก็บ "พลังงาน" ของตัวเองไว้ในอะไร? จะเก็บเป็นกระดาษหรือตัวเลขในบัญชีก็ไม่ใช่เรื่องผิดนะครับ แต่เข้าใจดีแล้วใช่มั้ยว่ามันรั่ว

#Siamstr

ถูกต้องทุกประการเลยครับ👍🏻.. ภาพนี้ผมก็เอาไปสอนทีมงานมันเข้าใจได้ง่ายๆเลยครับ🙂

GM ครับ🙂

GM ครับ ..ผมเก็บเพิ่มไปอีก 1 ไม้ล่ะ อุตส่าห์ sell ขนาดนี้😁