Avatar
₿itoshi420 ⚡🌱
6235bddb13cccc6d9391360cbea841958f04dc5206d7ce11c2dfdb40e9e47c43
“เมื่อสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี, เมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้น สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น, เมื่อสิ่งนี้ไม่มี สิ่งนี้จึงไม่มี, เมื่อสิ่งนี้ดับไป สิ่งนี้จึงดับไป”

อาจจะเพราะได้เจอสิ่งที่มันดีต่อจิตใจอย่าง nostr

เลยทำให้มุมมองของผมเปลี่ยนไปเยอะเลยแหละ

.

โลกนั่นมันดูวุ่นวายไปเลย 😊

ผมรู้สึกว่ามีความชอบหลายอย่าง.. อยากทำนั่นนี้เยอะแยะ.. ในหัวชอบคิดอะไรเพลิน ๆ ทดลองไปเรื่อย ๆ ก็สนุกดี..

.

พอทำไปหลาย ๆ อย่าง ก็ชอบและสนุกกับสิ่งที่ทำอยู่ เลยมีความคิดว่า... มันดีหรือไม่อย่างไร😂

เป็นไปได้ไหมครับ ที่เราจะมีความเชี่ยวชาญหลายอย่าง? #Siamstr

Replying to Avatar Riina

เมื่อใดที่ระบบการเงินถูกพัฒนาแล้วจริงๆ กลายเป็น Bitcoin Standard คิดว่าเมื่อนั้น สิ่งที่เรียกว่า NFT จะถูกนำมาใช้อย่างแน่นอน

ส่วนตัวมอง NFT ในแง่ของการครอบครองกรรมสิทธิ์ การแสดงความเป็นเจ้าของในกรรมสิทธิ์ ยกตัวอย่างเช่น เอกสารการเป็นเจ้าของที่ดิน(โฉนด) การเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์

สิทธิ์ในการครอบครองสิ่งต่างๆเหล่านี้ หากถูกบันทึกลงในบล็อคเชน มีโหนดที่คอยยืนยันตรงกันว่า ผู้ใดผู้หนึ่งเป็นเจ้าของมันจริงๆ มันคงง่ายกว่าการบันทึกลงในกระดาษอย่างเช่น โฉนด อย่างแน่นอน

ในปัจจุบันทุกอย่างยังต้องเชื่อมโยงกับรัฐอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะระบบของเรายังเป็นแบบนั้น

คงไม่มีใครซื้อขายที่ดินโดยไม่ต้องการโฉนด หรือใช้เอกสารการครอบครองกรรมสิทธิ์ที่ผู้ขายทึกทักเอาเองว่าเป็นเจ้าของ ผู้คนยังคงต้องการได้รับการยืนยันจากรัฐในด้านกรรมสิทธิ์อยู่

แต่ในอนาคต การเก็บบันทึกในกระดาษ และการยืนยันการทำธุรกรรมที่ต้องผ่านคนกลางอย่างเข่นการนัดไปซื้อขายที่ดินที่สำนักงานที่ดินมันคงล้าหลังมาก

ทุกวันนี้เวลาเราต้องการขายบ้านสักหลัง หรือที่ดินสักผืน เราอาจจะต้องติดประกาศขายบ้านให้ผู้คนรู้ อาจจะประกาศขายบ้านในอินเทอร์เน็ต หรือฝากขายผ่านนายหน้า

หลังจากตกลงกับผู้ซื้อได้ ต้องนัดวันว่างให้ตรงกันแล้วก็พากันเดินทาง ไปที่สำนักงานที่ดิน แบกโฉนดกับเอกสารต่างๆ ไปให้เจ้าหน้าที่ รอตรวจสอบเพื่อยืนยันการทำธุรกรรม และเสียภาษี เมื่อจบกระบวนการ ผู้ขายได้รับเงิน ผู้ซื้อได้รับโฉนดที่ดินและความเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ รัฐบาลได้รับภาษี

วันหนึ่งคงมีรัฐใดสักแห่งที่มองเห็นสิ่งนี้ และเปลี่ยนรูปแบบการครอบครองกรรมสิทธิ์ต่างๆไปวางอยู่บนบล็อคเชน ผู้ขายก็แค่ตั้งขาย ผู้ซื้อก็เพียงแค่กดซื้อ บิทคอยน์ถูกโอนจากกระเป๋าของผู้ซื้อไปสู่กระเป๋าของผู้ขาย อำนาจในการครอบครองกรรมสิทธิ์ถูกส่งจากผู้ขายไปยังผู้ซื้อ รัฐจัดเก็บภาษีผ่านค่าธรรมเนียม ไม่ต้องเดินทาง ไม่ต้องการคนกลาง ไม่ต้องมีสำนักงาน มันคงจะง่ายมากทีเดียวในการแลกเปลี่ยนอำนาจการครอบครองกรรมสิทธิ์

พอมีระบบการเงินที่ดี อะไรๆในลำดับถัดไปก็คงจะพัฒนาตามมาอีกเยอะเลยทีเดียว แม้เราจะไม่ชอบระบบรัฐมากแค่ไหน ในตอนนี้เราก็ยังปฏิเสธมันไม่ได้อยู่ดี ผู้คนยังต้องการส่วนกลาง ต้องการผู้นำ ต้องการผู้ควบคุมกฎกติกาในการที่จะอยู่ร่วมกัน แต่รัฐที่ไม่สามารถผลิตเงินเองได้ ในโลกของบิทคอยน์ น่าจะเป็นรัฐที่ดีและมีคุณภาพมากกว่าในปัจจุบัน

รัฐใดก็ตามที่คิดจะต่อต้านเงินที่ดีอย่างบิทคอยน์เพียงเพราะกลัวจะถูกลดทอนอำนาจ เป็นเรื่องโง่เขลา รัฐใดก็ตามที่เข้าร่วมก่อนย่อมได้เปรียบมากกว่า

เป็นแค่การมองภาพการนำ NFT มาใช้ประโยชน์ในแง่ของการครอบครองกรรมสิทธิ์ (ซึ่งเราอาจจะคิดผิดก็ได้นะ) แต่นี่คือภาพนึงที่เรามองเห็นการนำไปใช้ประโยชน์ เมื่อถึงวันที่เรามีระบบการเงินที่ดี มันจะมีเลเยอร์อื่นๆที่ถูกพัฒนาอีกมากมายต่อมา บนระบบมาตรฐานของบิทคอยน์

คิดไปเรื่อยเปื่อย 😄

ใครที่มีมุมมองอื่นๆอีกมาแชร์กันได้นะคะ

ผมก็มีแนวคิดแบบนี้ และก็อยากให้มันเป็นแบบนี้..

ชีวิตเราก็จะง่ายขึ้นเยอะเลยครับ.. ✨⚡ ตอนนี้ก็สะสม sat สร้างชีวิตไปเรื่อย ๆ 😊

Replying to Avatar Jingjo

กำลังอยากหาเรื่องเศรษฐศาสตร์เข้ม ๆ อ่านพอดี ได้อ่านโน้ตนี้แต่เช้าก่อนจิบกาแฟนี่โคตรถึงใจ

ผมเชื่อว่า longform re-adoption นี่มันแค่จุดเริ่มต้นของ Nostr ที่จะแผ่ขยายกิ่งก้านออกไปอีกแบบคาดเดารูปทรงไม่ได้เลย (ส่วนตัวผมรอผู้ผลิตหนังมาฉายบนนี้แบบสตรีมแซตดู กับ decentralized online server ไว้เล่นเกมกับเพื่อน)

ผมมองย้อนกลับไปถึงตอนที่เริ่มเขียนบล็อกแรก ๆ ตอนนั้น FB ยังเป็นวุ้นอยู่เลย แล้วเขียนเพราะอยากเขียนด้วย ไม่ได้อยากเรียกร้องหรืออวดโอ้อะไร แต่จู่ ๆ บล็อกก็เริ่มมีคนมาอ่าน แล้วคนอ่านก็มีบล็อกของเขาเอง และมีคนอ่านบล็อกเขาด้วย เผลอแปบเดียวมัยกลายเป็นชุมชนบล็อกเกอร์ย่อม ๆ ขึ้นมาอย่างค่อนข้างธรรมชาติ และแน่นอนว่าทุกคนเขียนแบบ longform แทบ 100%

เข้าใจว่าส่วนหนึ่งมาเจอบล็อกเพราะอัลกอฯ ในการเสิร์ชกูเกิล และระบบของบล็อกที่จะมีการอัปเดต What's New? ประจำวันขึ้นมา แต่ก็อาจจะเรียกได้ว่ามันแทบไม่ชี้นำหรือปั่นหัวรุนแรงแบบทุกวันนี้ ตอนนั้นชุมชนเว็บบล็อกที่ผมอยู่ เรียกว่ามิตรภาพมันอบอุ่นไม่ต่างจากชาวยาส้มและยาม่วงตอนนี้เลย

หลายคนกลายเป็นเพื่อนซี้กันในชีวิตจริง หลายคนแต่งงานกันด้วยซ้ำทั้งที่ต่างวัยกันร่วม 20 ปี เป็นการเติบโตอย่างธรรมชาติที่สุดในสังคมออนไลน์นึงที่ผมเคยเห็น

แต่สุดท้ายพอคนเริ่มทยอยย้ายไปโซเชียลมีเดียอย่างเฟซบุ๊กกันหมด สังคมนั้นก็ร้าง และหลายคนก็ค่อย ๆ นิสัยเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ บ้างโพสต์บ่นชีวิตบัดซบทุกวัน ทั้งที่แต่ก่อนเขาคือคนที่เขียนบล็อกบอกเล่าเรื่องราวเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุข บ้างก็คลั่งไคล้การเมืองและตำหนิผมที่ไม่คลั่งไคล้ตามเขา บ้างกลายเป็นคนเสพติดยอดไลก์ โพสต์ไหนยอดไม่ดี ลบทิ้ง จนล่าสุดที่ทราบข่าวคือเข้ารับรักษาอาการโรคซึมเศร้าแล้ว

สังคมที่ผมเคยเห็นมันเติบโตมาด้วยตาตัวเองตอนนั้น ทุกวันนี้พังไม่เหลือซาก ด้วยสิ่งที่เรียกว่าอัลกอริ "ทึ่ม"

ตอนนี้ผมรู้สึกขยาดมากเลยที่เข้าไป FB มันเป็นเหมือนโฆษณาบนทีวี

.

เนื้อหาสาระไม่ค่อยมี มีแต่คำที่กระตุ้นเราข้อความคลิกเบท เรียกร้องความสนใจ..

.

เข้าไปแล้วสูบพลังชีวิตมาก น่าจะด้วยความที่สังคมในนั้นผู้คนต่างก็เร่งรีบ ต้องการการตอบสนองของความสุขแบบรวดเร็ว...

.

ข้อสังเกตุอีกอย่างเลยคือ เพลงในยุคนี้กับยุคก่อน

ระดับความเร็วของทำนองมันต่างกันมาก..

.

น่าจะเพราะคนต้องการเสพความสุขแบบเร็ว ๆ 😇🌱

ผมชอบประโยคนี้มาก ✨🌱

.

"เราจะพบว่าในบางครั้ง การปฏิวัติที่ลึกซึ้งที่สุด ก็คือ การปฏิวัติที่เกิดขึ้นกันอย่างเงียบๆ ในสถานที่ที่ไม่มีใครเคยคาดคิด"

nostr:naddr1qq2kz72c2ddrg7ps29zk57rjt9hkwwthvfyyvq3qmqcwu7muxz3kfvfyfdme47a579t8x0lm3jrjx5yxuf4sknnpe43qxpqqqp65w8450sq

ขอบคุณครับ.. ผมชอบประโยคนี้มาก ✨🌱

"เราจะพบว่าในบางครั้ง การปฏิวัติที่ลึกซึ้งที่สุด ก็คือ การปฏิวัติที่เกิดขึ้นกันอย่างเงียบๆ ในสถานที่ที่ไม่มีใครเคยคาดคิด"

ยาวจัด.... พับหน้าไว้แปป... 😂☺️⚡

ช่วงนี้ทำอะไรอยู่นะหรอ... ☺️✅⚡

Replying to Avatar Jakk Goodday

nostr:npub1gcxzte5zlkncx26j68ez60fzkvtkm9e0vrwdcvsjakxf9mu9qewqlfnj5z FYI:

It's probably a filter. Only the ones that we have never seen or never liked, zap, or never ment, will be seen everywhere. Because sometimes you come to look at the tag and you have to start all over again every time.--- He said

เข้าไปแป๊ปๆ แล้วรู้สึกเบื่อ.. ต้องเข้ามาที่ #nostr 😍✨

Replying to Avatar Panai Lawasut

ฉันล่ะชื่นชม nostr:npub1ejn774qahqmgjsfajawy7634unk88y26yktvwuzp9kfgdeejx9mqdm97a5 เหลือเกิน

นี่คือตัวอย่างขององค์กร ที่ทำให้ผมมั่นใจว่า เมืองที่ไร้รัฐ เกิดขึ้นได้จริง

ทุกคนมี skill in the game เก่งในเรื่องที่ตัวเองทำ

ทุกคนทำงานแบบไม่มีใคร depends on ใคร ทุกคนทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำ

องค์กรก็ยังขับเคลื่อนไปได้เพราะทุกคนมีความเชื่อร่วมกัน

และดูเหมือน founder แทบจะไม่มี authority ในองค์กรนี้เลย โดนแกงตลอดเวลา

Key สำคัญน่าจะเป็นเพราะว่าเป็นองค์กรที่ทำเพื่อคอมมูนิตี้โดยไม่แสวงหาผลกำไร

แน่นอนว่าคนในองค์กรคงจะมี benefit ในมิติอื่นบ้าง อาจจะเพื่อความรู้สึกดี self esteem หรืออะไรก็แล้วแต่

แต่มันต้องใช้ความบ้าและเสียสละขนาดไหนที่ยอมเอาเวลา(ซึ่งมีค่ามากที่สุด)มาให้กับคอมมูนิตี้ ก็คนมี skill in the game ก็ล้วนแต่มีทางเลือกเยอะใน game ของตัวเองทั้งนั้น

และที่สำคัญที่สุด องค์กรสามารถสร้าง value ขึ้นมาได้จริง ทำให้คนในคอมมูที่ได้รับ value อยากที่จะส่งต่อ value กลับ

ไม่ว่าด้วยผลประโยชน์ส่วนตัวอะไรก็แล้วแต่ อยากมีส่วนร่วม อยากให้องค์กรอยู่ต่อไป

แล้วก็ไม่ว่าด้วยรูปแบบใดก็แล้วแต่ sat เงิน ความช่วยเหลือ แรงงาน ความรู้

นี่มันเป็นไปตามกลไกตลาดเสรี

ผมเถียงขาดใจถ้าจะมีใครบอกว่า ในรูปแบบเมืองที่ไร้รัฐ ใครมันจะไปยอมจ่ายภาษี

ก็ถ้าถนนที่มันจะตัดผ่านหน้าบ้านคุณมันต้องใช้เงิน เท่าไหร่ผมก็จ่าย ขอแค่คนมี skill in the game มาทำ

ไม่ได้จะมาอวยRS หรือมาเชียร์ให้supportกัน

ต่อให้ไม่มี อ.ต๊ำ หรือ พี่ตั้ม มันก็จะมีคนอื่นทำ แค่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ในช่วงชีวิตของคุณมั้ย แต่ยังไงตลาดมันก็จะทำงานของมัน

ที่อยากจะบอกก็คือ ทั้งหมดนี้มันเกิดขึ้นมาแล้ว โมเดลตัวอย่างของเมืองที่ไร้รัฐ องค์กรที่ทำเพื่อคอมมูนิตี้

รู้ตัวไว้เถิดว่าเราโชคดี ถ้าปล่อยผ่านไป ผมเทียบให้ว่า คุณถูกรางวัลที่1 แล้วไม่ไปขึ้นเงินแบบนั้นเลย

“Take advantage ของคุณซะ”

// ไม่รู้จะมาเขียนเรื่องนี้ใน nostr ทำไม ช่วยถือซะว่าเป็นเรื่องเอาไว้เล่าเวลาป้ายยาส้มละกัน

// ช่วยกันซัพพอร์ตก็ดีนะ องค์กรแบบนี้มันต้องอยู่ไปยันลูกหลานของเรา

#Siamstr

รอ zap ⚡ ครับ.. โดนใจใช่เลย...