Avatar
₿itoshi420 ⚡🌱
6235bddb13cccc6d9391360cbea841958f04dc5206d7ce11c2dfdb40e9e47c43
“เมื่อสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี, เมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้น สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น, เมื่อสิ่งนี้ไม่มี สิ่งนี้จึงไม่มี, เมื่อสิ่งนี้ดับไป สิ่งนี้จึงดับไป”

เหมือนกับว่าตอนนี้เรามีผู้ที่กุมอำนาจในการกำหนดทิศทางของโลกจะเป็นกลุ่มคนที่มี High time preference. ถ้าเราเริ่มเปลี่ยนมาใช้ #Bitcoin ผมคิดว่าน่าจะทำให้ผู้คนเกิด Low time preference. ได้อีกครั้ง.. คิดเห็นยังไงกันบ้างครับ

อ่านเพิ่มเติม: https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid0sRFS8siqqZQZhASsTWLvEm4jZpet1AQSCvw6qiYzDHsdg7PBdpgGLH4ms8kRQNFbl&id=100063619598595&mibextid=Nif5oz

อ๋อ ขอบคุณครับ.. ต้องดูว่าจะทำแบบที่หาเสียงไว้ไหม.. หรือจะเป็นแบบประเทศสารขัณฑ์ ที่มีเพื่อการโฆษณาเท่านั้น.😂🌱

ดีใจกับทีมงานและทุกคนชาว #siamstr ที่จะได้เห็นความฝันกำลังเข้าใกล้ความจริง ☺️🌱⚡

Replying to Avatar Gracialo679

Javier Milei เสนอให้แทนที่ธนาคารกลางด้วยระบบเงินเสรี โดยเชื่อว่าระบบเงินที่เสรีจะทำให้อัตราเงินเฟ้อต่ำลงและส่งเสริมเสรีภาพทางเศรษฐกิจ

ภายใต้ระบบเงินเสรี รัฐบาลจะไม่สามารถบังคับใช้การใช้สกุลเงินใดสกุลเงินหนึ่งเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนได้ (legal tender)

แทนที่จะเป็นเช่นนี้ แต่ละบุคคลจะสามารถเลือกใช้สกุลเงินใดก็ได้ที่ต้องการ ซึ่งรวมถึง ARS, USD หรือแม้แต่จะเป็น BTC

ระบบเงินเสรี(private currency)เป็นระบบที่ไม่มีการกำกับดูแลจากรัฐบาล ธนาคารกลาง หรือหน่วยงานอื่น ๆ มูลค่าของสกุลเงินจะขึ้นอยู่กับอุปสงค์และอุปทานในตลาด

Milei เชื่อว่าระบบเงินเสรีจะช่วยลดอัตราเงินเฟ้อได้ เนื่องจากธนาคารกลางจะไม่สามารถสร้างเงินเพิ่มได้โดยไม่มีข้อจำกัด

ธนาคารกลางสามารถควบคุมอัตราเงินเฟ้อได้โดยการปรับอัตราดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม การขึ้นอัตราดอกเบี้ยอาจทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวลงได้

Milei ยังเชื่อว่าระบบเงินเสรีจะส่งเสริมเสรีภาพทางเศรษฐกิจ เนื่องจากแต่ละบุคคลจะมีอิสระในการเลือกสกุลเงินที่ตนต้องการใช้

เป็นอะไรที่ฟังแล้วท้าทายสุดๆ

#siamstr

#siamesebitcoiners

ประธานาธิบดีอาร์เจนตินาหรอครับท่าน..

**เช้านี้เดินเข้ามาทำงานก็ฉุกคิดเรื่องนึงขึ้นมา**

ทุกคนต่างก็ต้องดิ้นรนออกเดินทาง แสวงหาบางสิ่งบางอย่างที่ต้องการในชีวิต ความฝันที่หลายคนอยากมีตั้งแต่ยังเด็ก..จนแก่ตัวมาก็ยังไม่เข้าใกล้ความจริง..

.

หลายคนต้องทำงานอยู่ในระบบ ตั้งแต่เรียนจบจนแก่ตัวตายไป ก็ยังไม่เห็นทางออก ใช้ชีวิตไปหวังเพียงว่าวันพรุ่งนี้คงจะดีขึ้น

.

ทำงานเก็บเงินไป โดยที่ไม่ได้เข้าใจจริงๆเลยว่า เวลาชีวิตที่ตัวเองเสียไป เพื่อแลกกับเงินที่เก็บมูลค่าไว้ไม่ได้นั้น มันไม่ได้ทำให้ชีวิตของตัวเองนั้นดีขึ้นได้เลย

.

หลายคนรู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่จะไม่ทำให้ชีวิตดีขึ้นได้กว่าเดิม แต่เขาไม่ได้พยายามใช้เวลาชีวิตของเขาไปกับการสร้างคุณค่าให้กับตัวเอง หรือลงทุนกับตัวเอง อย่าง อ่านหนังสือ ศึกษาข้อมูล ตั้งคำถามกับระบบที่มันดูจะผิดเพี้ยนไป

.

เขาเหล่านั้นเลือกใช้เวลาชีวิตไปกับการแสวงหาความสุขระยะสั้นๆ เลือกที่จะไปอยู่ในสังคมที่ไม่ได้มองชีวิตในระยะยาว.. เขาใช้มันไปกับการสังสรรค์ ตกเย็นมาตั้งวง..

.

ทุกวันที่เงินพวกเขาออก..พวกเขาใช้มันไปกับการเฉลิมฉลอง เพื่อเสพความสุขสำราญ ไม่ใช่ใช้มันไปกับการสร้างคุณค่าให้กับตนเองเพื่อจะได้เสพสุขสำเร็จในอนาคต

.

มีเพียงไม่กี่คนในร้อยคนที่จะตั้งคำถามกับระบบที่มันผิดเพี้ยนไป มีเพียงไม่กี่คนที่จะได้รู้คำตอบ มีเพียงไม่กี่คนที่จะเชื่อในสิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่ได้มองเห็นมัน..

.

มีเพียงตัวคุณคนเดียวเท่านั้นที่จะเชื่อได้ ฉะนั้นอย่าเชื่อผม จงพิสูจน์ด้วยสติปัญญาของตัวเอง..

.

#เวลามีค่าศึกษาบิทคอยน์ #Bitcoin

#ขอให้เป็นวันที่ดี #Siamstr 🌱 Gm ครับ ☺️

Replying to Avatar Pikanet

… เป้าหมาย ความฝัน และหนทางหลุดออกจากระบบ …

มานั่งทบทวนเวลาที่ผ่านไป ก็แอบเสียดายเวลาร่วม 20 ปี ที่เข้าใจหนทางออกจากระบบนี้ผิดมาโดยตลอด

ในอดีตผมก็พอรู้สึกได้ว่ามีระบบเน่าๆรอบตัวมานานละ แค่ไม่เคยเข้าใจเหตุผลกลไกของมัน และเสียเวลาไปกับความพยายามไล่ตามความฝันและเป้าหมายแบบผิดๆไปมากกว่า 20 ปี

เคยเข้าใจตั้งแต่เรียนจบใหม่ๆว่า การจะออกจากระบบได้ คือการหาเงินให้ได้มาก มากกว่าคนอื่นๆ เราถึงจะมีเงินมากพอจะไม่ต้องทำตามระบบ โดยตั้งเป็นตัวเลขเงินที่ชัดเจนเป็นเป้าหมาย ว่าการเก็บเงินที่อายุ 40 ,45 ,50 เราจะมีเงินกี่บาท มันถึงจะพอในภาระชีวิตช่วงนั้น ได้แต่บอกตัวเองด้วยความเข้าใจผิดว่าจะเกษียณตอน 50 และพึ่งจะมาเข้าใจว่า นั่นเพราะเราเบื่อระบบนั่นละ เราถึงอยากหยุดปั่นวงล้อที่น่ารังเกียจนี้

ในช่วง 10 ปีแรก ช่วงอายุไม่เกิน 30 ผมทำทุกวิถีทาง ทำงานตั้งแต่ตื่นยันหลับวนไปเรื่อยๆ อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย และเพราะตัวเองไม่ได้ฉลาดมากนักจึงต้องใช้วิธีทำงานให้มันมากกว่าคนอื่นๆ เคยลองนับดู นับได้ว่าตัวเองทำงานมามากกว่า 25 อาชีพ ซึ่งที่ผ่านมาก็ต้องแลกกับความสูญเสียหลายๆอย่าง ที่ตัวเองเคยคิดว่ามันจำเป็นต้องแลกมาเพื่อความสำเร็จ มันควรจะเป็นเรื่องปกติของความสำเร็จสิ แล้วระบบเน่าๆนี้ก็ค่อยๆทำให้ทุกอย่างรอบตัวแย่ลงๆ ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ในครอบครัวกับพ่อแม่ หรือแม้กระทั่งกับภรรยา ยิ่งเวลาสังสรรค์กับเพื่อนนี่ไม่ต้องพูดถึง ผมโยนมันทิ้งไปเองทั้งหมด แต่ผมยังไม่คิดจะหยุดนะ เพราะมันยังไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ทั้งนิ

ผมทำงานเพื่อเป้าหมายการเงินในวัย 40 สำเร็จได้แบบทันเวลาพอดี แลกมากับที่ร่างกายมันบอกกับผมว่า พอเถอะ มันไม่ไหวละ แต่ทำยังไงได้ ผมยังมีเป้าที่ต้องทำให้สำเร็จในเป้าอายุ 45 ซึ่งมันยากกว่าเดิม และภาระต่างๆรอบตัวเหมือนจะเพิ่มขึ้นๆตามวัย โชคยังดีที่ผมไม่ได้ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยนัก และผมชอบการออมเพราะชอบที่จะเห็นตัวเลขในบัญชีมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

พึ่งจะ 4 ปีนี้เองสินะ ที่ได้รู้จักและพอเริ่มเข้าใจ Bitcoin จึงเริ่มมองเห็นทางออก ก่อนหน้านั้นแม้งานจะราบรื่นดีแต่ผมเริ่มหมดหวังในเป้าหมายของผม เพราะเป้าหมายที่เริ่มยากเกินไป และภาระที่มากขึ้นมันก็เพิ่มขึ้นสวนทางกับเวลาที่เหลือน้อยลงๆทุกวัน

ผมใช้เวลาตลอด 4 ปี ศึกษาอย่างจริงจังโดยแบ่งเวลาทำงานทุกวัน วันละ 2 ชม. มาเรียนรู้ในทุกๆด้านที่เกี่ยวข้องกับ Bitcoin ผมจำเป็นต้องเริ่มปรับเวลาทำงานให้ลดลง ประชุมน้อยลง ใช้เวลาในการทำงานอย่างจำกัดขึ้น หลังจากศึกษาต่อเนื่องจนเข้าใจว่า Bitcoin คืออะไรแล้ว จึงไม่หวั่นไหวกับราคาอีกต่อไป แค่ตั้งใจทำงาน ออมเงินที่เรามั่นใจว่าดี และถือมันแน่นๆต่อไปเรื่อยๆ ด้วยความมั่นใจ ผ่านมาจนถึงตอนนี้ ผมกลับเลิกตั้งเป้าหมายเป็นตัวเลขเงินออมเป็นเงินบาทไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

ที่เลิกตั้งเป้าหมายเป็นตัวเลขเงินบาทที่จะเกษียณในอนาคตไปแล้วนั้น ก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรกันแน่ อาจเป็นเพราะผมไม่เห็นคุณค่าของเงิน Fiat แล้ว หรืออาจเพราะ ผมพอใจกับความรู้สึกมั่นคงที่ได้รับจากเงินที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ อย่าง Bitcoin กันแน่

ท้ายสุด…Bitcoin กลับทำให้ผมมหัศจรรย์ใจที่สุดตรง พอมาคิดๆดูแล้ว มูลค่าของ Bitcoin ที่ย้อนกลับมาเขียวขจี คล้ายๆจะเป็น Bullrun ในตอนนี้ กลับทำให้มูลค่าที่ผมออมเป็น Generation Wealth นี้ สูงขึ้นได้ตามเป้าหมายที่ผมเคยวางไว้เป็น Fiat เพื่อเกษียณได้ทันตามแผนเดิม เพราะมูลค่าที่ยิ่งถือนานยิ่งทวีคูณ เพียงแค่เราถือมันไว้ให้นานมากพอ

แต่มาถึงตอนนี้ผมก็ไม่เคยคิดที่จะขายมันอีกต่อไป เพราะ Bitcoin ทำให้ผมได้ทำงานอย่างมีความสุขเพราะรู้สึกถึงความมั่นคง และได้คืนเวลาให้ผมได้ทำงานตามความฝันของผมต่อไปด้วย และหากเรามีความสุขที่จะทำงานในฝันของเราแล้ว ใครจะคิดเกษียณล่ะ ??? ผมก็พร้อมจะทำงานอย่างสนุกในทุกๆวัน โดยที่ไม่ต้องนึกถึงระบบเน่าๆรอบๆตัวเราอีกต่อไป

💜🧡 ขอบคุณ Bitcoin ที่คืนเวลา คืนความสุข คืนความฝัน คืนความรัก คืนอนาคต ให้ผม 🧡💜

#siamstr

#escapethematrix

#siamesebitcoiners

Bitcoin ทำให้เรารู้สึกมั่นคง ☺️🌱

Replying to Avatar Pikanet

… เป้าหมาย ความฝัน และหนทางหลุดออกจากระบบ …

มานั่งทบทวนเวลาที่ผ่านไป ก็แอบเสียดายเวลาร่วม 20 ปี ที่เข้าใจหนทางออกจากระบบนี้ผิดมาโดยตลอด

ในอดีตผมก็พอรู้สึกได้ว่ามีระบบเน่าๆรอบตัวมานานละ แค่ไม่เคยเข้าใจเหตุผลกลไกของมัน และเสียเวลาไปกับความพยายามไล่ตามความฝันและเป้าหมายแบบผิดๆไปมากกว่า 20 ปี

เคยเข้าใจตั้งแต่เรียนจบใหม่ๆว่า การจะออกจากระบบได้ คือการหาเงินให้ได้มาก มากกว่าคนอื่นๆ เราถึงจะมีเงินมากพอจะไม่ต้องทำตามระบบ โดยตั้งเป็นตัวเลขเงินที่ชัดเจนเป็นเป้าหมาย ว่าการเก็บเงินที่อายุ 40 ,45 ,50 เราจะมีเงินกี่บาท มันถึงจะพอในภาระชีวิตช่วงนั้น ได้แต่บอกตัวเองด้วยความเข้าใจผิดว่าจะเกษียณตอน 50 และพึ่งจะมาเข้าใจว่า นั่นเพราะเราเบื่อระบบนั่นละ เราถึงอยากหยุดปั่นวงล้อที่น่ารังเกียจนี้

ในช่วง 10 ปีแรก ช่วงอายุไม่เกิน 30 ผมทำทุกวิถีทาง ทำงานตั้งแต่ตื่นยันหลับวนไปเรื่อยๆ อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย และเพราะตัวเองไม่ได้ฉลาดมากนักจึงต้องใช้วิธีทำงานให้มันมากกว่าคนอื่นๆ เคยลองนับดู นับได้ว่าตัวเองทำงานมามากกว่า 25 อาชีพ ซึ่งที่ผ่านมาก็ต้องแลกกับความสูญเสียหลายๆอย่าง ที่ตัวเองเคยคิดว่ามันจำเป็นต้องแลกมาเพื่อความสำเร็จ มันควรจะเป็นเรื่องปกติของความสำเร็จสิ แล้วระบบเน่าๆนี้ก็ค่อยๆทำให้ทุกอย่างรอบตัวแย่ลงๆ ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ในครอบครัวกับพ่อแม่ หรือแม้กระทั่งกับภรรยา ยิ่งเวลาสังสรรค์กับเพื่อนนี่ไม่ต้องพูดถึง ผมโยนมันทิ้งไปเองทั้งหมด แต่ผมยังไม่คิดจะหยุดนะ เพราะมันยังไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ทั้งนิ

ผมทำงานเพื่อเป้าหมายการเงินในวัย 40 สำเร็จได้แบบทันเวลาพอดี แลกมากับที่ร่างกายมันบอกกับผมว่า พอเถอะ มันไม่ไหวละ แต่ทำยังไงได้ ผมยังมีเป้าที่ต้องทำให้สำเร็จในเป้าอายุ 45 ซึ่งมันยากกว่าเดิม และภาระต่างๆรอบตัวเหมือนจะเพิ่มขึ้นๆตามวัย โชคยังดีที่ผมไม่ได้ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยนัก และผมชอบการออมเพราะชอบที่จะเห็นตัวเลขในบัญชีมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

พึ่งจะ 4 ปีนี้เองสินะ ที่ได้รู้จักและพอเริ่มเข้าใจ Bitcoin จึงเริ่มมองเห็นทางออก ก่อนหน้านั้นแม้งานจะราบรื่นดีแต่ผมเริ่มหมดหวังในเป้าหมายของผม เพราะเป้าหมายที่เริ่มยากเกินไป และภาระที่มากขึ้นมันก็เพิ่มขึ้นสวนทางกับเวลาที่เหลือน้อยลงๆทุกวัน

ผมใช้เวลาตลอด 4 ปี ศึกษาอย่างจริงจังโดยแบ่งเวลาทำงานทุกวัน วันละ 2 ชม. มาเรียนรู้ในทุกๆด้านที่เกี่ยวข้องกับ Bitcoin ผมจำเป็นต้องเริ่มปรับเวลาทำงานให้ลดลง ประชุมน้อยลง ใช้เวลาในการทำงานอย่างจำกัดขึ้น หลังจากศึกษาต่อเนื่องจนเข้าใจว่า Bitcoin คืออะไรแล้ว จึงไม่หวั่นไหวกับราคาอีกต่อไป แค่ตั้งใจทำงาน ออมเงินที่เรามั่นใจว่าดี และถือมันแน่นๆต่อไปเรื่อยๆ ด้วยความมั่นใจ ผ่านมาจนถึงตอนนี้ ผมกลับเลิกตั้งเป้าหมายเป็นตัวเลขเงินออมเป็นเงินบาทไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

ที่เลิกตั้งเป้าหมายเป็นตัวเลขเงินบาทที่จะเกษียณในอนาคตไปแล้วนั้น ก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรกันแน่ อาจเป็นเพราะผมไม่เห็นคุณค่าของเงิน Fiat แล้ว หรืออาจเพราะ ผมพอใจกับความรู้สึกมั่นคงที่ได้รับจากเงินที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ อย่าง Bitcoin กันแน่

ท้ายสุด…Bitcoin กลับทำให้ผมมหัศจรรย์ใจที่สุดตรง พอมาคิดๆดูแล้ว มูลค่าของ Bitcoin ที่ย้อนกลับมาเขียวขจี คล้ายๆจะเป็น Bullrun ในตอนนี้ กลับทำให้มูลค่าที่ผมออมเป็น Generation Wealth นี้ สูงขึ้นได้ตามเป้าหมายที่ผมเคยวางไว้เป็น Fiat เพื่อเกษียณได้ทันตามแผนเดิม เพราะมูลค่าที่ยิ่งถือนานยิ่งทวีคูณ เพียงแค่เราถือมันไว้ให้นานมากพอ

แต่มาถึงตอนนี้ผมก็ไม่เคยคิดที่จะขายมันอีกต่อไป เพราะ Bitcoin ทำให้ผมได้ทำงานอย่างมีความสุขเพราะรู้สึกถึงความมั่นคง และได้คืนเวลาให้ผมได้ทำงานตามความฝันของผมต่อไปด้วย และหากเรามีความสุขที่จะทำงานในฝันของเราแล้ว ใครจะคิดเกษียณล่ะ ??? ผมก็พร้อมจะทำงานอย่างสนุกในทุกๆวัน โดยที่ไม่ต้องนึกถึงระบบเน่าๆรอบๆตัวเราอีกต่อไป

💜🧡 ขอบคุณ Bitcoin ที่คืนเวลา คืนความสุข คืนความฝัน คืนความรัก คืนอนาคต ให้ผม 🧡💜

#siamstr

#escapethematrix

#siamesebitcoiners

# ข้อมูลเชิงลึกทางเศรษฐกิจของประเทศอาร์เจนตินา ข้อมูลล่าสุด - Bard Google

อาร์เจนตินาเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ในทวีปอเมริกาใต้ รองจากบราซิล อันดับที่ 4 ในทวีปอเมริกา และอันดับที่ 8 ของโลก ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของอาร์เจนตินาในปี 2565 มีมูลค่า 487.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีอัตราการเติบโต 10.4% จากปีก่อนหน้า

เศรษฐกิจอาร์เจนตินาอยู่ในภาวะวิกฤต โดยอัตราเงินเฟ้อพุ่งทะลุ 100% ในเดือนเมษายน 2566 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 30 ปี ส่งผลให้ประชาชนต้องเผชิญกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว รัฐบาลอาร์เจนตินาได้พยายามแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อด้วยการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ควบคุมราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และลดการขาดดุลงบประมาณ แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร

นอกจากปัญหาเงินเฟ้อแล้ว เศรษฐกิจอาร์เจนตินายังเผชิญกับปัญหาอื่นๆ เช่น หนี้สาธารณะสูง อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และความไม่แน่นอนทางการเมือง ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติชะลอการลงทุนในอาร์เจนตินา

ข้อมูลเชิงลึกทางเศรษฐกิจของอาร์เจนตินา ณ วันที่ 20 พฤศจิกายน 2566 มีดังนี้

* อัตราเงินเฟ้อ: 109% (เมษายน 2566)

* หนี้สาธารณะต่อ GDP: 132% (ไตรมาสที่ 3 ปี 2566)

* อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ: 3.5% (ปี 2565)

* อัตราว่างงาน: 7.6% (ไตรมาสที่ 3 ปี 2566)

ปัจจัยที่อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจอาร์เจนตินาในระยะต่อไป ได้แก่

* นโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศในเดือนธันวาคม 2566

* สถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน

* แนวโน้มเศรษฐกิจโลก

หากรัฐบาลชุดใหม่สามารถแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อและหนี้สาธารณะได้สำเร็จ เศรษฐกิจอาร์เจนตินาก็มีโอกาสที่จะฟื้นตัวได้ อย่างไรก็ตาม หากปัญหาเหล่านี้ยังคงยืดเยื้อต่อไป เศรษฐกิจอาร์เจนตินาก็อาจเผชิญกับวิกฤตที่รุนแรงยิ่งขึ้น

***************

#Siamstr #ข่าวเศรษฐกิจ #อาร์เจนตินา

ถ้าทำให้ #Bitcoin เป็น legal tender ได้ ก็จะส่งผลดีต่อประเทศและบิทคอยน์ 🌱☺️

# ข้อมูลเชิงลึกทางเศรษฐกิจของประเทศอาร์เจนตินา ข้อมูลล่าสุด - Bard Google

อาร์เจนตินาเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ในทวีปอเมริกาใต้ รองจากบราซิล อันดับที่ 4 ในทวีปอเมริกา และอันดับที่ 8 ของโลก ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของอาร์เจนตินาในปี 2565 มีมูลค่า 487.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีอัตราการเติบโต 10.4% จากปีก่อนหน้า

เศรษฐกิจอาร์เจนตินาอยู่ในภาวะวิกฤต โดยอัตราเงินเฟ้อพุ่งทะลุ 100% ในเดือนเมษายน 2566 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 30 ปี ส่งผลให้ประชาชนต้องเผชิญกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว รัฐบาลอาร์เจนตินาได้พยายามแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อด้วยการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ควบคุมราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และลดการขาดดุลงบประมาณ แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร

นอกจากปัญหาเงินเฟ้อแล้ว เศรษฐกิจอาร์เจนตินายังเผชิญกับปัญหาอื่นๆ เช่น หนี้สาธารณะสูง อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และความไม่แน่นอนทางการเมือง ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติชะลอการลงทุนในอาร์เจนตินา

ข้อมูลเชิงลึกทางเศรษฐกิจของอาร์เจนตินา ณ วันที่ 20 พฤศจิกายน 2566 มีดังนี้

* อัตราเงินเฟ้อ: 109% (เมษายน 2566)

* หนี้สาธารณะต่อ GDP: 132% (ไตรมาสที่ 3 ปี 2566)

* อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ: 3.5% (ปี 2565)

* อัตราว่างงาน: 7.6% (ไตรมาสที่ 3 ปี 2566)

ปัจจัยที่อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจอาร์เจนตินาในระยะต่อไป ได้แก่

* นโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศในเดือนธันวาคม 2566

* สถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน

* แนวโน้มเศรษฐกิจโลก

หากรัฐบาลชุดใหม่สามารถแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อและหนี้สาธารณะได้สำเร็จ เศรษฐกิจอาร์เจนตินาก็มีโอกาสที่จะฟื้นตัวได้ อย่างไรก็ตาม หากปัญหาเหล่านี้ยังคงยืดเยื้อต่อไป เศรษฐกิจอาร์เจนตินาก็อาจเผชิญกับวิกฤตที่รุนแรงยิ่งขึ้น

***************

#Siamstr #ข่าวเศรษฐกิจ #อาร์เจนตินา