Avatar
₿itoshi420 ⚡🌱
6235bddb13cccc6d9391360cbea841958f04dc5206d7ce11c2dfdb40e9e47c43
“เมื่อสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี, เมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้น สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น, เมื่อสิ่งนี้ไม่มี สิ่งนี้จึงไม่มี, เมื่อสิ่งนี้ดับไป สิ่งนี้จึงดับไป”

ฝากเพื่อนพี่ ๆ ต้อนรับแฟนผมแบบอบอุ่นทีนะครับ.. ป้ายยาส้มพร้อมยาม่วงเรียบร้อยฮ่ะ

#Siamstr #ขอให้เป็นวันที่ดี 😊🌱

nostr:nevent1qqstwchpgxklnzd6gfze09u5xcsaxqdhcc7hlavh58uhhqlf9vn92hgpz3mhxue69uhhyetvv9ujuerpd46hxtnfdupzplt234v6qu4dv6wj9esh0gt50gc4je9rzuclev5jp04867z6pfuzqvzqqqqqqy95002x

แทบด้านข้าง "ตัวกรองความปลอดภัย"

ตรงนี้ปลดไม่ได้หรอครับ

เงินที่อยู่ในกระเป๋าเป็นของเราหรือของโหนดครับ

Replying to Avatar Panai Lawasut

คอขวดแรกที่เถ่าแก่ผ่านกันไม่ค่อยได้คือ การมีลูกจ้าง

สำหรับผู้ประกอบการส่วนใหญ่เป็นที่รู้กันดีว่าปัญหาหนักใจที่สุดในการดำเนินธุรกิจ ที่มีอยู่ตลอดและจะคงอยู่ต่อไปไม่ว่าขนาดไซส์ของกิจการคุณจะใหญ่แค่ไหน มันคือปัญหาเรื่อง”คน”

ในวันที่คุณสร้าง POW อะไรซักอย่างมามากพอจนกลายเป็น product และมีคนเริ่มให้ค่ากับมันแล้ว คุณรู้ดีว่าคุณสามารถสร้างรายได้ได้แต่คุณไม่สามารถทำมันคนเดียวได้ คุณก็เลยเริ่มจ้างคนมาช่วยคุณทำงาน

จากนั้นความวุ่ยวาย 108 ก็เกิดขึ้น พนักงานที่คุณเริ่มรับสมัครเข้ามา โดยส่วนใหญ่จะไม่กลับมาทำในวันที่สอง ที่กลับมาก็จะอยู่ได้ไม่เกินอาทิตย์ และที่เหลือทั้งหมดจะออกหลังจากรับเงินเดือน เดือนแรก

คุณจะไม่สามารถคาดเดากำลังผลิตของคุณได้เลย เพราะเดี๋ยวก็มีคนช่วยเดี๋ยวก็ไม่มี

หลังจากมีคนเข้าออกผ่านไปนับสิบ อาจจะมีซักคนที่พอจะทำงานกับเราได้ เราเริ่มสอนงานเค้ามากขึ้น เริ่มแบ่งเบางานได้มากขึ้น เริ่มกลายเป็นคนสำคัญขององค์กร แล้ววันนึงเค้าก็ลาออก…

ออกไปเปิดเอง ได้ผัวรวย ถูกหวย พ่อไม่สบาย ต้องดูแลแม่ ปัญหาหาของพนักงานทั้งหมดแม่งกลายเป็นปัญหาของคุณทันที คนในครอบครัวพนักงานแทบจะกลายเป็นคนในครอบครัวเดียวกับคุณ ที่คุณต้องปวดหัวไปกับเค้าด้วย

แล้วคุณก็ต้องเริ่มต้นนับ 1 กับกระบวนการหาพนักงานคนใหม่อีกครั้ง

ยังไม่รวมปัญหาจุกจิกกวนใจ ประเภทพนักงานไม่ชอบหน้ากัน แอบจีบกัน กินแรงเพื่อน แอบอู้ ลักขโมย ไปจนถึงฉ้อโกงองค์กร

ทั้งหมดมันไม่เกี่ยวกับโปรดักส์หรือบริการที่มาจาก POW ของคุณเลย แต่คุณต้องเอาเวลาและพลังงานมาจัดการกับเรื่องพวกนี้ มันชะลอ productivity ของคุณมาก

เถ่าแก่ส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนี้ อาจจะเพราะเคยผ่านกระบวนการนี้มาหรือเคยได้ยินคนอื่นๆเล่าให้ฟังจนขยาดกับการมีพนักงาน บางคนไม่แม้กระทั่งเริ่มมีลูกจ้างคนแรกด้วยซ้ำ

แม่ผมเริ่มทำขนมที่บ้านตั้งแต่ปี 40 โดยมีคุณพ่อเป็นลูกมือ ทำกันอยู่ 2 คนเป็นเวลาหลายปีมาก งานขนมเป็นงานที่หนัก ยิ่งช่วงปีใหม่นี่หนักมาก พ่อผมจำเป็นต้องนอนตี 2 ตื่นตี 4 แล้วทำขนมต่อไปจนถึงตี 2 อีกวันนึ ทำแบบนี้วนๆไปหลายวันในช่วงนั้น แล้วที่โหดร้ายก็คือ กำลังผลิตของ 2 คนที่ทำทั้งวันทั้งคืน ไม่สามารถสร้างรายได้พอเลี้ยงครอบครัวได้

ผมเคยถามอยู่บ่อยๆว่าทำไมไม่หาลูกจ้าง คำตอบก็จะวนๆไปแบบที่เราเคยได้ยินกัน “วุ่นวาย ไว้ใจไม่ได้ เดี๋ยวเข้าเดี๋ยวออก เราจ้างไม่ไหวหรอก ของเรามันก็แค่ขนม มันไม่ใหญ่โตอะไรขนาดนั้นได้หรอก”

สุดท้ายพ่อก็ยอมหาคนมาช่วยนะ แต่ตลอด 10 กว่าปีที่ทำกันมา ไม่เคยมีพนักงานเกิน 1 คน

และไม่เคยมีคนไหนอยู่ 3 เดือน

ทางออกส่วนใหญ่ของเถ่าแก่คือ เอาคนในครอบครัวมาทำ เพราะคิดว่าควบคุมได้ ไว้ใจได้

หารู้ไม่ ปัญหาหนักกว่าเดิมอีก พนักงานยังไล่ออกได้ แต่พ่อลูกเลิกเป็นไม่ได้

ยิ่งถ้าใช้ระบบกงสีแล้ว สุดท้ายพังในไม่เกินรุ่นที่ 3 ยิ่งคนในกงสีเริ่มเยอะ แทนที่จะมีคนช่วยกันสร้าง productivity กลับกลายมีแต่คนช่วยกันใช้เงิน ไม่นานรายได้ของกงสีก็เลี้ยงคนทั้งหมดไม่ไหว

อย่าเพิ่งเข้าใจผมผิด จริงๆแล้วธุรกิจครอบครัวรวมถึงระบบกงสีเป็นระบบที่ผมซื้อไอเดียนี้มาก ความผิดพลาดไม่ได้อยู่ที่ตัวระบบ แต่อยู่ที่ผู้นำที่บริหารจัดการ

ระบบนี้ควรจะดี เพราะมันเป็นไปได้มากกว่าที่คนในตระกูลจะมีความเชื่อร่วมกัน ช่วยกันพัฒนากิจการ มากกว่าที่จะต้องพึ่งพาคนนอก

แต่ไม่ต่างจากการบริหารประเทศเลย ผู้นำส่วนใหญ่เลือกที่จะรวบรวมอำนาจเบ็ดเสร็จและผลประโยชน์ไว้กับตนเองแต่ฝ่ายเดียว มันมีทางเลือกไม่มากนักสำหรับคนที่เหลือในองค์กร จะเลือกเดินตามผู้นำแบบจำยอม ทั้งในมิติเรื่องรายได้ แนวความคิด การเติบโต หรือจะเลือกแยกตัวออกไปรับความเสี่ยงเองทั้งหมด

ที่บ้านผมเองก็ไม่ต่างกันนัก หลังจากช่วยกันทำงานมา 4-5 ปี ครอบครัวผมเองเริ่มขยาย ลูกสาวผมเริ่มโตขึ้น ผมกำลังจะมีลูกคนที่สอง ต้องการค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น และกังวลเรื่องความมั่นคงของครอบครัวในอนาคต

ผมพยามคุยไอเดียการเติบโตของร้านและการแบ่งสรรค่าใช้จ่ายให้กับคนในครอบครัวกับพ่อ และมันทำให้เราทะเลาะกันบ่อยมากกกก สุดท้ายก็คงเหมือนๆกับบ้านอื่น ผมต้องออกมาทำร้านของผมเองแบบและก็ออกมาไม่สวยเท่าไหร่นัก

ปัญหาหลักของผู้นำครอบครัวรวมถึงองค์กรต่างๆก็คือไม่เข้าใจ game theory ไม่สร้าง skin in game ให้กับคนที่เข้ามาช่วยกันทำงาน

จริงอยู่ว่า POW ที่พวกท่านสร้างมามันสร้าง value ให้กลับตลาดได้แล้ว แต่โดยวิธีคิดของเถ่าแก่ส่วนใหญ่ ไม่เปิดโอกาสให้คนรุ่นต่อไปเอา POW ของพวกเค้ามาต่อหาง มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีสายของ POW ที่ยาวขึ้น และสุดท้ายมันจะแพ้ให้องค์กรที่มีสาย POW ที่ยาวกว่า

ผมโชคดีผ่านเรื่องนี้ไปได้เพราะได้พิสูจน์อะไรหลายๆอย่างให้ที่บ้านเห็น พร้อมๆกับพยามขายไอเดียเรื่องความเป็น unity อยู่ตลอดเวลา

สิ่งที่แก้ไขปัญหาเรื่องนี้ของผมได้คือบริหารธุรกิจครอบครัวแบบบริษัท คือจดบริษัทกันจริงๆเลย ทุกคนมีสัดส่วนหุ้นที่ชัดเจน จัดส่งรายได้และเสียภาษีถูกต้องทั้งหมด ตัดเรื่องที่พี่น้องต้องมาทำงานกันด้วยความเชื่อใจออกไปได้เกือบหมด

ผมสร้างระบบการจ่ายรายได้แก่พนักงานเป็นแบบปันผล ทำให้ทุกๆตำแหน่งต้องมี skin in the game กับงานที่ตัวเองรับผิดชอบ มีส่วนได้ส่วนเสียร่วมกัน ปัญหาเรื่องคนที่ผมเล่ามาข้างต้นหายไปเกือบหมด(ไม่หมดหรอก แต่ดีขึ้นเยอะมาก) turn over ของพนักงานน้อยลงไปมาก ผมเหลือเวลาไปสร้าง POW ของผมได้อีกมากมาย

ทำแบบนี้มันกำไรน้อยมาก แต่ยั่งยืนกว่า สบายใจกว่า

“time preferences ของคุณต่ำแค่ไหนล่ะ”

หวังว่าใครที่อยู่ใน position เดียวกับผม หรือกำลังเจอปัญหาคล้ายๆกับที่ผมเจอคงจะได้ไอเดียบ้าง

อยากได้ละเอียดๆเจอกัน #east101 ผมเล่าได้ทุกเรื่อง ถามได้แบบไม่ต้องเกรงใจ

GN

Countdown

432 blocks left until #east101

#Siamstr

---

Wherostr | https://wherostr.social/g/w4r9xvxjv

Duck Duck Go Maps | https://w3.do/Yia0wmO5

Google Maps | https://w3.do/ddcAvJxk

เป็นไอเดียที่แจ่มมากครับ.. ให้ทุกคนที่ร่วมกันทำงานมีส่วนได้ส่วนเสียร่วมกัน 🌱😊

50,000 sat นี่จะเสียไปเลย หรือจะเข้าไปเป็น liquidity ของ Chanel ครับ #Siamstr

Replying to Avatar XXIII

เอาละหลังจากเล่นมานานขอมาอวยแอพ social ใหม่ก่อนละกัน กับแอพ Amethyst(nostr)

ก่อนอื่นผมต้องขอบคุณ nostr:npub18k02r2kxsmlwn7l50ak9gran3klc2zzt3uv5k8yv56ncxrxeqqjq2vf7ur ที่มาป้ายยาให้ผมได้รู้จักแอพนี้

ขอเกริ่นก่อนละกันว่าเราเป็นคนที่ไม่ค่อยเล่นsocialมากเพราะsocialทุกวันนี้ไม่มีอะไรสนุกเลยเล่นได้5-6นาทีก็ออกละแถมมีอะไรน่ารำคารเยอะแยะ จนเราเข้ามาเล่นtiktokและเจอวิดีโอของคุณ nostr:npub18k02r2kxsmlwn7l50ak9gran3klc2zzt3uv5k8yv56ncxrxeqqjq2vf7ur ที่เนื้อหาเกียวกับ nosrt เราที่ได้ดูก็รู้สึกสนใจเลยโหลดมาทดลองดู พอเล่นไปเล่นมาสนุกอะโลกของAmethystนี้เป็นโลกที่เปิดกว้างมากผู้คนมีสิทธิ์ที่จะโพสอะไรก็ได้และยังมีคนมาสนใจโพสของเราด้วยและสังคมในแอพนี้ก็มีแต่คนเป็นกันเองน่ารักเยอะแยะ ส่วยฝั่งชั้นที่น่าสนใจมากด้วยอย่างการหารายได้โดยไม่หักค่าอะไรเลย การไม่ปิดกั้นโพสหรืออะไรต่างๆ เรียกว่าแอพนี้ให้อิสระกับผู้ใช่มากจริงๆ ตอนนี้ผมชอบเจ้าตัวnostrละมันคือแอพsocialที่ให้อิสระแกผู้ใช่อย่างมาก

ตอนนี้ไม่รู้จะพิมอะไรต่อละงั้นต่อจากนี้ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ #siamstr #tiktokstr

Gm ครับ #ขอให้เป็นวันที่ดี 🌱😊

รู้สึกว่าความฝันในแต่ละช่วงวัย ของเรานั้นก็แตกต่างกันจริงๆนะครับ..

ยิ่งอายุมากขึ้นกว่าตอนวัยเยาว์ ชีวิตเราก็มีความทะเยอทะยานน้อยลง กลับชอบความสุขที่เป็นแบบสงบสุข 😊🌱

Replying to Avatar Jakk Goodday

## ใจแพ้ตัว ตัวแพ้ใจ

เมื่อ 'ตัว' กับ 'ใจ' หากันจนเจอ เราจะพบกับ "ความสุข"

'ความสุขที่พอดี' มันก็เหมือนกับคลื่นเพลงวิทยุที่เราชอบและอยากฟัง คุณต้องหมุนคลื่นให้พอดีกับความถี่ที่ชัดที่สุด เพลงที่คุณอยากฟัง รายการโปรดที่คุณชื่นชอบ จะคมชัดและไพเราะที่สุด ณ คลื่นความถี่หนึ่งเท่านั้น..

หมุนเลยไปทางซ้าย หมุนเตลิดไปทางขวา มากหรือน้อยเกินไปมันก็เกินจุดพอดี.. ความสุขที่พอดีจึงมีคลื่นความถี่ที่ชัดเจนและแตกต่างกันไปสำหรับแต่ละคน

หลายคนเกิดไม่ทันวิทยุทรานซิสเตอร์อาจไม่ค่อยเข้าใจความหมายดังกล่าว..

ผมนั่งทำงานหลังขดหลังแข็งนับตั้งแต่เช้า เพื่อพบว่า.. ทำเท่าไหร่งานก็ไม่ยอมหมดเสียที ชีวิต 'หนูถีบจักร' ที่วนลูปซ้ำไปซ้ำมา

หากความสุขของผมคือ ว่าว ด้ายในมือก็กำลังถูกปล่อยให้ยืดยาวออกไปเรื่อย ๆ

อย่าว่าแต่ GM Notes เลย..

แค่เวลาจะเปิดเข้ามาเดินเล่นในทุ่งม่วงผมก็แทบจะไม่มี..

แต่ผมคิดว่า.. ผมไม่ใช่คนเดียวที่ยังไม่ยอมเกษียณตัวเองออกจากระบบเฟียต การออกมาบ่นในเรื่องที่ใครๆ ต่างก็กำลังเจ็บปวด อาจเป็นการแผ่พลังลบส่งผลทำให้ทุ่งม่วงนี้มัวหมอง

อย่ากระนั้นเลย.. ทุก ๆ ครั้งเมื่อผมรู้สึกพ่ายแพ้ เหนื่อยหน่าย หรือท้อแท้กับการใช้ชีวิต ผมจะนึกถึงเนื้อร้องที่ว่า..

“ฉันเรียนรู้เพื่ออยู่.. เพียงตัวและจิตใจ

เป็นมิตรแท้ที่ดีตลอดกาล”

มันเป็นคาถาชั้นดีที่ทำให้เรารู้สึกปล่อยวางและมีความสุขกับชีวิตอย่างเรียบง่ายโดยไม่ต้องพยายามไปคิดอะไรมาก ถ้อยคำเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการค้นหาตัวตนตลอดจนเป้าหมายบางอย่างของมนุษย์ตัวเล็กๆ อย่างเราๆ

ชีวิตเล็กๆ ของมนุษย์ แต่มักคิดเรื่องราวใหญ่โตอยู่เสมอ และแทบจะเป็นสูตรสำเร็จเลยก็ว่าได้ที่เรามักผิดหวังหรือพ่ายแพ้ทางความรู้สึก

เนื้อหาใน “ทะเลใจ” ชี้ทางให้ผมระลึกถึง "การปรับสมดุลในการใช้ชีวิต" ด้วยการประนีประนอมอารมณ์ของโลกแห่งความฝัน (ใจ) ให้เข้ากับสภาพของความเป็นจริงที่กำลังเผชิญอยู่ (ตัว)

เมื่อครั้งวัยหนุ่มสาว.. ความตั้งใจของมนุษย์มักต้องการเปลี่ยนแปลงสังคมที่เป็นอยู่ให้เข้าสู่สังคมอุดมคติ

แต่เมื่อเติบใหญ่ขึ้น.. ความตั้งใจเหล่านั้นกลับค่อยๆ หดหายลดทอนไปพร้อมๆ กับกำลังวังชาตามวัย

หากแต่สิ่งที่ได้มาจากบาดแผลที่เจ็บปวด คือ การเรียนรู้ที่จะเข้าใจในสิ่งที่ตัวเองเป็นอยู่ โดยเฉพาะ "เป็นมิตรกับตัวเอง" เลิกทะเลาะกับตนเองให้ได้เสียที รวมไปถึงรื่นรมย์ไปกับโลกความเป็นจริง

ผมเดินทางมาถึง "วัยกลางคน" ที่ผ่านชีวิตมาอย่างโชกโชน เมื่อมองย้อนกลับไปยังอดีต เราผ่าน "วัยแห่งความฝัน" มาแล้ว ซึ่งไม่เคยไปถึงจุดหมายอะไรเลย

วันนี้เราต้องอยู่กับ "ตัว" อยู่กับความต้องการทางด้านวัตถุ ความต้องการทางด้านสังคม ความคาดหวังของครอบครัว ที่ทำงาน ฯลฯ ซึ่งอาจแตกต่างกับความต้องการทางด้านจิตใจที่แท้จริง หรือก็คือ "ใจ"

เราทำตามความต้องการภายนอก (ตัว) จนบางครั้งเราอาจลืมไปแล้วว่าแท้จริงแล้ว เรานั้นต้องการสิ่งใด (ใจ) ดังท่อนที่ว่า..

"ตัวเป็นของเรา ใจของใคร"

หลายคนยังฝืนทำ ฝืนดำเนินชีวิตในหลายๆ อย่าง เพียงเพราะแคร์ปัจจัยภายนอกมากกว่าใจตัวเอง เปรียบได้กับวรรค "ใจแพ้ตัว"

ท่ามกลางกิเลสจากภายนอก สิ่งเย้ายวนต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามา เราอาจจะหลงไหลไปติดกับมัน ซึ่งเป็นความต้องการทางกายและทำให้เราเกิดทุกข์มากยิ่งขึ้น เราจะเพ้อฝันถึงความต้องการภายนอกจนแทบไม่มีจุดสิ้นสุด

แต่ไม่ว่าเราจะเก่งขนาดไหน มีทรัพย์มากเท่าไหร่ ก็ไม่อาจทำให้สำเร็จได้ไปทุกเรื่อง สักวันเราจะพบกับความผิดพลาด ทั้งเล็ก ทั้งใหญ่ เหมือนนกที่ล่องลอยไปตามนภา ไล่ตามความต้องการที่ไม่เคยมีวันสิ้นสุด ในวันที่เราอับโชค หมดเรี่ยวแรง นกน้อยจะร่วงลงสู่ "ทะเลของใจ" ใจที่ไม่ใช่ของเรา ใจ ที่มาจากภายนอกซึ่งกว้างใหญ่ดุจดั่งทะเล..

เราวิ่งหาแต่จุดหมายภายนอก แต่ความต้องการภายในใจจริง ๆ เรากลับไม่เจอ เฝ้าพร่ำเพ้อถึง "ความต้องการภายนอก" ของตัวเอง สุดท้ายเราก็พบตัวเองที่ตั้งคำถามว่า.. "เราเกิดมาทำไม?"

"หาหัวใจให้เจอก็เป็นสุข.."

แค่หมุนหาคลื่นที่ "ภายนอก" กับ "ภายใน" จะเจอจุดนัดพบที่ลงตัว

แต่นั่นก็หมายความว่า.. เราได้ "หาหัวใจของตัวเอง" จนเจอแล้ว เรารู้ว่า "ความสุขที่พอดี" ของเราแห่งหนไหน ปรับชีวิตของเราให้เข้าสู่จุดสมดุลย์

ผมอาจเบื่อหน่ายกับหน้าที่การงานที่ซ้ำวนไปในแต่ละวัน แต่ผมก็รู้ว่าปรารถนาของตัวเองคืออะไร

ผมปรับจูนทั้งสองสิ่งเพื่อหาจุดเชื่อมที่จะให้พลังบวกในแต่ละวัน แม้จะยากในช่วงต้น แต่เพียงแค่ลดอัตตาของตัวเองลง ปล่อยวางบางอย่างและผ่อนคลายตัวเอง คลื่นความถี่ที่พอดีนั้นก็หาได้ไม่ยาก..

---

มันก็แค่ผมได้พักเที่ยง เหน็บหูฟังเพื่อตัดเสียงจอแจจากภายนอก พลางละเมียดเนื้อไก่ของตัวเองลงท้อง บทเพลง "ทะเลใจ" ที่อยู่ในลิสต์มันดังขึ้นมาผ่านโสตประสาทของผมพอดี

จุดที่ผมมีสมาธิในการทานมื้อเที่ยงที่สุดนั้น.. คือจุดที่ผมรับสาส์นและความหมายจากเนื้อเพลง ทำความเข้าใจกับมันได้อย่างลึกซึ้ง

สิ่งต่าง ๆ สะท้อนขึ้นมาจนผมรู้สึกคันมือกับเวลา 30 นาทีที่ผมเหลืออยู่ ก่อนต้องรีบกลับไปทำงาน

ผมเข้าใจได้ทันทีว่าทำไมผมจึงไม่ค่อยชอบตัดผม ทำไมผมไม่ยอมโกนหนวด ไม่ล้างหน้าด้วยโฟมแพง ๆ ไม่ประแป้งแต่งผม และอีกหลายเรื่องที่ดูขัดตาคนทั่วไป

แม้นคนรอบกายจะพยายามบอกกับผมว่า.. ผมควรจะดูแลภาพพจน์ให้สมกับบทบาทที่กำลังรับผิดชอบ ผมควรจะให้เกียรติเพื่อนสมาชิกคนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง..

กฟ้เพราะผมให้เกียรติคน..

ผมจึงไม่โผล่หน้าออกสื่อที่ไหนเลยตลอด 1-2 ปีที่ผ่านมา จนกระทั่งมาถึงทุ่งม่วง ผมไม่อยากให้ อ.พิริยะ ต้องมาคอยนั่งอธิบายกับใครว่าทำไมถึงเลือก "กุ๊ย" มาเป็นผู้ก่อตั้งร่วม..

ผมไม่อยากให้เมียอายเพื่อนที่มีสามีไม่ชอบอาบน้ำ..

ผมแค่รู้ว่า "ตัว" กับ "ใจ" ของผมอยู่ที่คลื่นความถี่ไหน

ผมเจอ "หัวใจ" ของตัวเองมาตั้งนานแล้ว...

หัวใจของพวกคุณอยู่ที่ไหน..

ลองมาเล่าสู่กันฟังหน่อยครับ

#Siamstr #SiamstrOG

ทราบซึ้งกินใจทุกตัวอักษรครับ.. ความอยากเราไม่มีที่สิ้นสุด แค่หยุดความอยาก ความสุขก็เกิด 🌱😊

หลายคนก็ไม่ค่อยชอบตั้งคำถาม.. แค่ทำตามๆกันมา

การเรียนรู้ #Bitcoin ทำให้ผมได้รู้ว่าเราไม่ควรเชื่อใจใครนอกตนเอง.

.

จงมีตนเป็นที่พึ่ง มีตนเป็นสรณะ 🌱☺️

สวัสดีครับ.. เจอกัลยาณมิตรเข้ามาแล้ว ยินดีต้อนรับนะครับ #ขอให้เป็นวันที่ดี 🌱

#พุทธวจน คำของพระพุทธเจ้า.. ซึ่งเป็นสัจจะความจริง มีประโยชน์ ประกอบไปเพื่อความหลุดพ้น