Avatar
A Ant Mod
6bb0df16779fe915ce218cd65d20fc31cc6ab20af4cfbface0c20eb419640a4c
Replying to Avatar U

การทำธุรกิจด้วยเงินกู้

ถ้ามีสกิล มีทักษะ มีประสบการณ์

มันโตไวจริง โตไวมาก โตแบบโตโคตรๆ

.

แต่พอกลับมาทำธุรกิจด้วยเงินสด

แม่งเหอะ ยากจัด เงินสดหมุนไม่ทัน

พลอยทำให้เติมของไม่ทัน พอเติมไม่ทัน ก็ไม่มีของจะขาย ไม่มีเงินอีก วนลูป

.

ที่นี้พอทำธุรกิจด้วยเงินกู้ ที่มีเงื่อนเวลาเป็นทั้งข้อดีและข้อบังคับ

มันทำให้ธุรกิจรีบผลิต รีบขาย เพราะอยากได้เงินไว

เอามาคืนเงินกู้ จะได้กู้ใหม่

ยิ่งคืนไว วงเงินยิ่งโต วงเงินโต ก็ขยายต่อไปได้อีก ธุรกิจโตได้อีก

.

เราก็เลยได้เห็นสินค้าและบริการหลายอย่าง ทำออกมาขายแบบคุณภาพ 50-80% เน้นขายเอาจำนวน ราคาถูก

ไม่เน้นคุณภาพ เพราะต้องการขายได้อีก ได้เยอะๆ ได้บ่อยๆ

.

ของดี คุณภาพสูง คนซื้อครั้งเดียวแล้วใช้ได้นาน ธุรกิจมันไม่โต!

.

#siamstr

อนิจจัง คนที่กู้มาทำธุรกิจหลายๆคนแม่งดันเจ๊งซะงั้น TT

เรื่องที่ต้องอาศัย Trust เพราะว่ามีคนที่ชำนาญกว่า มีเครื่องมือเพรียบพร้อมกว่า และมีศักยภาพที่สูงกว่าในการทำ Verify ให้, มันก็ยังจะมีคนที่ต้องการจะ Verify มันด้วยตัวเอง ทั้ง ๆ ที่ยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อ Trust จากผู้ที่ขาย เพราะความไม่ต้องการในการจะมีภาระค่าใช้จ่ายในสิ่งที่ตัวเองไม่ชำนาญ จากค่าอุปกรณ์เครื่องมือต่าง ๆ ที่มีไว้เพื่อการ Verify เท่านั้น จากความต้องการลดระยะเวลาที่ต้องเสียไปกับการต้องเรียนรู้เพื่อที่จะ Verify อะไรบางอย่างที่จริง ๆ แล้วไม่จำเป็นต้องทำด้วยตัวเอง

แต่กับเรื่องที่มันเกี่ยวข้องโดยตรงกับชีวิตความเป็นอยู่ ที่จำเป็นจะต้องอาศัยการ Verify ก่อนที่จะ Trust เช่น การเงิน สุขภาพ ความเชื่อ/ศาสนา ฯลฯ ที่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยตัวเอง กลับเลือกที่จะ Trust โดยที่ไม่ต้องการจะไป Verify อะไรกับมันอีก “ผมเชื่อรัฐนะ, โอเคครับหมอ, ดีเลยครับหลวงพ่อ”

โคตรตลก ผมยกตัวอย่างให้เห็นภาพ คุณลองนึกภาพตามดู คุณซื้อเครื่องมือตรวจสอบมาตรฐานค่าสีของจอภาพ และมีการส่งไปให้หน่วยงานมาตรฐานทำการทดสอบอุปกรณ์ตัวนั้นจนได้รับการรับรอง และนำมันไปใช้ในการทดสอบค่าสีของจอภาพให้ลูกค่า เพื่อตรวจสอบความแม่นยำค่าสีของจอภาพ เพื่อที่จะทำการปรับตั้งค่ามันให้มีความถูกต้องแม่นยำมากที่สุด

แต่โลกของเรามันตั้งอยู่บนความไม่แน่นอน (Uncertainty) มันไม่มีอะไรที่จะดีเลศ 100% เป๊ะ ๆ จอภาพที่ปรับตั้งค่าตามมาตรฐาน (สมมติว่าการยอมรับอยู่ที่ 95%) แล้วค่าสีของจอภาพที่คุณปรับมันได้ 97% มันก็จะมีคนถามคุณว่าปรับแล้วทำไมมันไม่ได้ 100% ถ้าคุณบอกว่าตามมาตรฐานเกณฑ์การยอมรับมันอยู่ที่ 95% สำหรับจอภาพตัวนี้ที่ค่าสีแม่นยำถึง 97% ซึ่งสูงกว่าค่าเกณฑ์ที่ยอมรับนั้นสามารถใช้งานได้ เพียงพอ และไม่ผิดเพี้ยนอย่างแน่นอนเมื่อนำงานที่ทำผ่านจอภาพนี้ไปใช้ในการสั่งพิมพ์

เขาก็จะถามคุณต่อว่า แล้ว 95% มันคำนวณมาจากไหนทำไมถึงต้องเป็น 95% คุณมี reference ไหนบ้างที่ผมจะสามารถดูได้ว่าจริงอย่างที่คุณบอก? และถึงต่อให้คุณหา reference ตามระบบมาตรฐานจนเจอและเอาให้เขาดู เขาก็จะถามคุณต่อว่า แล้วเครื่องมือที่คุณเอามาใช้ทดสอบจอภาพของเขา ส่งไปตรวจสอบกับหน่วยงานไหน? ใครรับรอง? เชื่อถือได้มั้ย?

สุดท้ายแล้วเขาก็ไม่ได้ Verify อะไรด้วยตัวเองอยู่ดี สิ่งที่เขาทำเป็นเพียงแค่การคาดคั้นหาความจริงเอาจากคนอื่น เพราะว่าเขาไม่ใช่ผู้ผลิตที่สร้างเครื่องมืออย่างอุปกรณ์ทดสอบความแม่นยำค่าสีของจอภาพ หรือแม้แต่สร้างจอภาพขึ้นมาด้วยตัวเอง สิ่งที่เขาทำได้คือ Verify เพื่อแสวงหาสิ่งที่เข้าคิดว่าจะสามารถ Trust ได้มากว่า Trust อื่น ๆ ก่อนหน้านั้น ไปเรื่อย ๆ อย่างไร้ประโยชน์ มันเหมือนกับคนที่มานั่งตั้งคำถามว่าทำไมเวลาที่เราอยู่บนโลกเราใช้หน่วยวัดความยาวที่เรียกว่าเมตรแล้วมันเวิร์ค แต่ในเวลาที่เราอยู่นอกอวกาศมันถึงได้ไม่เวิร์คต้องไปใช้หน่วยของปีแสงแทน ทั้ง ๆ ที่ในชีวิตประจำวันของเขาเกี่ยวข้องกับหน่วยวัดความยาวเพียงแค่การขับรถไปกลับระหว่างที่ทำงานกับที่บ้านเท่านั้น

เงินเสื่อมค่า เห็นอยู่ตำตาบอกปกติ รัฐ Verify ให้แล้วว่า 3% ต่อปีคือดีแล้วต่อส่วนร่วม เราต้อง Trust มันแล้วอย่าไปส่งสัยอะไรอีก แล้วก็มานั่งร้องห่มร้องไห้ เก็บเงินไม่ได้เลย ข้าวของแพงจัง อยากได้รัฐสวัสดิการ บลา ๆ

เอาจริง ๆ ที่ผมบ่นคนพวกนี้เนี่ย จริง ๆ แล้วพวกเขาไม่ได้อยากจะ Verify อะไรจริง ๆ หรอก มันเสียเวลาแล้วก็น่ารำคาญ แต่ที่ต้องทำก็เพราะว่าถูกสั่งมาอีกทีว่าต้องทำ เลยจำเป็นจะต้องทำ เขาแค่ต้องการหาคำตอบเพื่อที่จะเอาไปตอบคำถามของคนที่สั่งเขามาอีกที เพราะว่าถ้าเขาเป็นมนุษย์ประเภทที่มี mindset ที่สนใจและสงสัยอะไร ๆ จนต้องค่อย Verify มันอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว เขาจะไม่ถามอะไรเอาจากคนอื่นง่าย ๆ หรอกครับ เขาจะหาด้วยตัวเขาเองจนกระทั้งมันสุดแล้วจริง ๆ เขาถึงจะไปขอให้คนอื่นช่วย

คนพวกนี้มีอยู่เยอะมาก ๆ เพราะงั้นอย่าแปลกใจที่ทำไมยาส้มมันถึงไม่ค่อยจะได้ผล เขาไม่ต้องการจะ Verify อะไรถ้าเขาไม่ถูกสั่งมาให้ทำ และถึงต่อให้ถูกสั่งมาให้ทำ เขาก็จะทำเพียงแค่ไปหาสิ่งที่ Trust ได้มากว่า Trust ที่มีอยู่เดิมไปเรื่อย ๆ เพื่อเอาไปเป็น Ref. สำหรับตอบคำถามของคนที่สั่งเขามา

คงต้องรอให้ bitcoin มันได้กลายเป็นจุดสูงสุดของ Trust ไปแล้วล่ะนะ ทุก ๆ อย่างมันคงจะง่ายขึ้นที่จะสร้าง user network effect แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น bitcoin ก็ไม่ได้ช่วยแก้นิสัยเสียของมนุษย์พวกนี้ สุดท้ายแล้วมันก็ยังจะต้องมีเรื่องให้ปวดหัวเวลาที่จำเป็นจะต้องทำงานกับมนุษย์จำพวกนี้อยู่ดี

เห็นด้วยเลยครับ คนที่โยนความรับผิดชอบในชีวิตของตนเองไปไว้กับคนอื่น ไม่ว่าจะอยู่ในโลกที่มี bitcoin หรือ ไม่มี bitcoin ก็จะเป็นเช่นนั้นเสมอ

เครื่องซื้อมาติดเองได้เลยป่ะครับ แล้วตอนอาบน้ำมันจะหลุดมั้ย

Replying to Avatar Win Vee

## รีวิวเครื่อง CGM ติดมาแล้วอาทิตย์นึง

วันที่ 1 กินปิ้งย่างเกาหลีแบบจัดเต็ม ทั้งเครื่องเคียง เนื้อย่าง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำตาลพุ่งอย่างโหด แค่ประมาณ ชั่วโมงครึ่งก็เริ่มมีอาการมึนหัว และอยากจะนอน สมองตื้อคิดอะไรไม่ออก น่าจะหิวเกิน ยัดเยอะไปหน่อยแน่นท้องอีก ทำอะไรไม่ได้เลย สองสามชั่วโมง 555+ กว่าจะเริ่มรู้สึกจะดีขึ้นประมาณ สามชั่วโมงหลังกินไปแล้ว

ตอนกลางคืนมีเรื่องน้ำตาลลงต่ำด้วย แต่สอบถามคุณหมอแล้วคิดว่าไม่น่าเป็นอะไร ถ้าตัวเรายังรู้สึกดี ไม่ได้จะหน้ามืดหรีออะไร

วันที่ 2 ทำเนื้อแดดเดียวทอดกิน ประมาณ 3ขีด จิ้มซอสเปรี้ยว และไข่ไก่คน 3 ฟองใส่น้ำปลาเล็กน้อย ใช้น้ำมันหมูเจียวเอง น้ำตาลนิ่งสุดๆ ตอนเย็นรู้สึกยังหิว หาอาหารลองเทสเพิ่ม แซลมอนซาซิมิสองขีด จิ้มโชยุและวาซาบิปกติ น้ำตาลตามภาพเลย วันนี้กราฟสวย

วันที่ 3 เป็นวันที่โหดที่สุด คือทำเสต็คเนื้อกิน และได้กะหรี่พั้ฟไส้ไก่(ข้างในมีมันฝรั่ง)+น้ำจิ้มอาจาดแตงกวาหอมแดง น้ำตาลพุ่งสูงมาก คิดว่าน่าจะเป็นเพราะมื้อนี้ไม่มีไฟเบอร์มาดักด้วย เจอทั้งแป้งมันฝรั่งน้ำเชื่อมในอาจาด โรลเรอโคสเตอร์ไปเลย ยังไม่พอ สั่งไก่ย่างมาอีกสามชิ้น ตอนบ่าย กลายเป็นว่าน้ำตาล 110+ ยาวๆไปเลยทั้งวัน กว่าจะลงมาระดับ 90+ ที่เคยคงไว้ก็ผ่านไปแล้วประมาณอีก หกชั่วโมง อ้อหลังเจอน้ำตาลแบบนั้น เพลียและมึนหัวเหมือนเดิม พัง

วันที่ 4 วันนี้ไปกินชาบูเนื้อวัวและหมู กินผักบ้างเล็กน้อย ลูกชิ้นหรือของแปรรูปอย่างอื่นไมไ่ด้กิน น้ำซุปเป็นใสและดำ ส่วนน้ำจิ้ม จิ้ม แต่จิ้มเบาๆ ก็พุ่งอยู่ดี คิดว่าหลักๆคือน้ำจิ้มสำเร็จนี่แหละ น้ำตาลผสมอยู่แล้ว ไม่มีอะไรวันนี้ชิวๆ

วันที่ 5 ทำเนื้อแดดเดียวกิน และมีคอหมูย่าง หมักซีอิ้วและฝาเขียวเล็กน้อย ใช้น้ำมันหมูเหมือนเดิม วันนี้ไม่มีอะไรรักษาตัว

วันที่ 6 วันนี้เบื่อกินวัวละ ทำคอหมู+สั่งไก่ย่างร้านข้างนอกมาไม่จิ้มน้ำจิ้มของร้านน้ำตาลตามภาพ ตกเย็นชิมโยเกิตสักหน่อย ทำเองไม่ปรุงอะไรเลย น้ำตาลตามนั้นเลย เป็นวันปกติอีกวัน

วันที่ 7 วันนี้ไม่ได้ทำของกินเอง มื้อแรกเป็นร้านเสต็คทั่วไป ที่เนื้อบางๆหน่อยและราดซอสมาเลย แนบข้างมาพร้อมกับเฟรนฟรายและขนมปังทาเนย(ไม่รู้มาการีนไหม) แต่เราสคิปข้ามเลยเพราะไม่ได้กินคาร์ปสองอันนี้ บนจานมาพร้อมผักสลัดแบบเคียงจาน ที่ราดน้ำสลัดมาพร้อม อันนี้ตัวดีเลย ทำน้ำตาลพุ่งได้อยู่ ตอนเย็นมีไปกินชาบูหม่าล่า ซึ่งร้านทำน้ำจิ้มเองได้ เราก็ไม่ได้ใส่น้ำตาล พยายามปรุงออกรส เค็มเผ็ด เปรี้ยวนิดๆ ผลน้ำตาลตามภาพ ค่อนข้างพอใจนะ

เรื่องของ Dawn Phenomenal พอมีบ้างบางวัน บางวันเหมือนตื่นก่อนน้ำตาลจะขึ้นเอง แต่ที่ชัดๆ ตอนอาบน้ำ น้ำตาลขึ้นทุกทีประมาณ 10 แต่ขึ้นแค่ชั่วคราวไม่ถึงชั่วโมงก็กลับมาปกติ จบการรีวิวสั้นสุดๆ มีอะไรสอบถามได้ครับ

#siamstr

รีวิวละเอียดมากครับ น่าเอามาลองติดตอนกินเป๊ปซี่ซัก 1 ลิตร น้ำตาลจะพุ่งทะลุกราฟขนาดไหน 5555

Replying to Avatar Siamstr Update

📚 สรุปหนังสือ Broken Money โดย Lyn Alden

(ยาวมาก แนะนำให้แชร์ไว้ก่อน อ่านไปเพลินๆ จะได้ไม่หาย)

หนังสือที่จะพาคุณไปสำรวจประวัติศาสตร์ของเงิน

ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของเงินผ่านระบบแลกเปลี่ยนแบบดั้งเดิม

การเกิดขึ้นของธนาคาร ระบบการเงินสมัยใหม่

และการเกิดขึ้นของเงินดิจิทัล โดยเฉพาะ Bitcoin

.

✍️*เนื้อหาของหนังสือยังมีรายละเอียดอีกมากมายที่น่าสนใจ

บทความนี้เป็นเพียงการรีวิวสรุปหนังสือในประเด็นแอดมินสนใจเท่านั้น

-----------------------------------------

💸 ส่วนที่ 1 - WHAT IS MONEY? เงินคืออะไร?

หนังสือเริ่มต้นด้วยการย้อนกลับไปสู่รากฐานของเงิน

โดยอธิบายถึงการใช้ระบบบัญชีตั้งแต่สมัยโบราณ (Ledgers)

ไปจนถึงการเกิดขึ้นของสินค้าที่มีคุณสมบัติเป็นเงิน เช่น เปลือกหอย และโลหะมีค่า

.

📋 บัญชี (Ledgers) คือรากฐานของเงิน

ก่อนการประดิษฐ์ตัวอักษร มนุษย์ก็ใช้ระบบบัญชีแบบปากเปล่า

เพื่อติดตามหนี้สินและเครดิตระหว่างกันในกลุ่มสังคมเล็กๆ

เครดิตทางสังคมนี้ ทำหน้าที่เป็นเสมือนสกุลเงิน

ที่อาศัยความไว้วางใจระหว่างกันเป็นหลักประกัน

ช่วยให้การค้าขายระหว่างคนรู้จักเป็นไปอย่างราบรื่น

.

🐚 เมื่อสังคมขยายตัว ความต้องการเงินก็เพิ่มขึ้น

เมื่อกลุ่มของสังคมขยายใหญ่ขึ้น การค้าขายกับคนแปลกหน้าก็เริ่มเกิดขึ้น

สินค้าที่มีคุณสมบัติเป็นเงินได้ (Commodity Money)

เช่น เปลือกหอย ได้เข้ามามีบทบาทแทนที่เครดิตทางสังคม

เปลือกหอยที่แกะสลักและขัดเงา เป็นตัวอย่างของ "สินค้าที่ซื้อขายคล่องที่สุด" ในยุคนั้น

เนื่องจากมีขนาดเล็กพกพาง่าย หายาก ทนทาน และเป็นที่ต้องการของผู้คน

.

🧂 วิวัฒนาการของสินค้าที่ทำหน้าที่เป็นเงิน

ผู้เขียนสำรวจสินค้าต่างๆ ที่เคยทำหน้าที่เป็นเงิน

เช่น เปลือกหอย เกลือ ขนสัตว์ ผ้า น้ำตาล มะพร้าว

ปศุสัตว์ ทองแดง เงิน และทองคำ

สินค้าเหล่านี้ ต่างก็มีข้อดีข้อเสีย และมักถูกใช้ควบคู่กันไป

เพื่อตอบสนองความต้องการ ในการค้าขายที่หลากหลาย

.

🪙 ทองคำคือผู้ชนะ

ด้วยความสามารถที่เหนือกว่าบรรดาสินค้าอื่นใดทั้งหมด

ทองคำได้กลายเป็นสินค้าที่ทำหน้าที่เป็นเงินที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

เนื่องจากมีคุณสมบัติครบถ้วน เช่น

- แบ่งแยกเป็นหน่วยย่อยได้ (Divisible)

- มีความสามารถในการพกพา (Portable)

- มีความทนทาน (Durable)

- หายาก (Scarce)

ทองคำเก็บรักษารักษามูลค่าได้ดี แม้ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้า

เพราะมนุษย์ไม่สามารถผลิตทองคำเพิ่มขึ้นได้มากมาย อย่างรวดเร็ว

แม้ว่าราคาทองคำจะเพิ่มขึ้นก็ตาม

.

📈 อัตราส่วน Stock-to-Flow เป็นตัวชี้วัดความหายาก

หนังสืออธิบายแนวคิดเรื่อง "อัตราส่วน Stock-to-Flow"

ซึ่งใช้วัดอัตราส่วนระหว่าง

"ปริมาณสินค้าที่มีอยู่ในระบบ เทียบกับ ปริมาณที่ผลิตเพิ่มได้ในแต่ละปี"

ทองคำมีอัตราส่วน Stock-to-Flow สูงที่สุดในบรรดาสินค้าทั้งหมด

หมายความว่าปริมาณทองคำที่มีอยู่นั้นมีมากเมื่อเทียบกับปริมาณที่ผลิตได้ในแต่ละปี

.

🔴 สรุปส่วนที่ 1 หนังสือได้วางรากฐานความเข้าใจเกี่ยวกับ "เงิน"

โดยชี้ให้เห็นว่าเงินเกิดขึ้นจากความต้องการในการแก้ไขปัญหาที่เกิดจาก

การแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างกันโดยตรงหรือ Barter

และสินค้าที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดให้ทำหน้าที่เป็นเงินมาอย่างยาวนาน

คือ "ทองคำ" เนื่องจากมีคุณสมบัติที่เหนือกว่าสินค้าอื่นๆ

-----------------------------------------

💸 ส่วนที่ 2 - การกำเนิดขึ้นของธนาคาร

ในส่วนนี้หนังสือได้พาเราเดินทางสำรวจวิวัฒนาการของธนาคาร

ตั้งแต่รูปแบบบริการธนาคารของยุคแรกเริ่มไปจนถึงธนาคารที่ให้บริการครบวงจรอย่างที่เราคุ้นเคยในปัจจุบัน

ผู้เขียนได้อธิบายถึงนวัตกรรมทางการเงิน

ที่เกิดขึ้นจากความพยายามในการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการเงิน

และก็ได้ก่อให้เกิดความเสี่ยงใหม่ๆ ขึ้นมาเช่นกัน

.

💰 บริการธนาคารแบบดั้งเดิม และ ระบบ Hawala

ธนาคารในความหมายอย่างกว้าง คือ การสร้างระบบทางกฎหมายและเทคโนโลยีบนรากฐานของเงิน

ตัวอย่างของบริการธนาคารแบบดั้งเดิม เช่น ระบบ Hawala

ที่ใช้เครือข่ายนายหน้าแลกเปลี่ยนเงิน หรือ Hawaladars

ที่กระจายอยู่ทั่วภูมิภาค เพื่อช่วยให้การโอนเงินระหว่างประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ลดความเสี่ยงจากการโจรกรรม และลดความจำเป็นในการขนส่งเงิน

.

📋 นวัตกรรมของระบบบัญชีคู่ (Double-Entry Bookkeeping)

การพัฒนาระบบบัญชีคู่ เกิดขึ้นในช่วงยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาของอิตาลี และได้ปฏิวัติวงการธนาคาร

โดยระบบนี้แบ่งบัญชีออกเป็นสองส่วน คือ

- ส่วนของสินทรัพย์ (Assets) หรือ เดบิต

- ส่วนของหนี้สิน (Liabilities) หรือ เครดิต

สองส่วนนี้สามารถนำมากระทบยอดหักลบกันได้ ช่วยให้ธนาคารสามารถจัดการ

สินทรัพย์และหนี้สิน ที่มีซับซ้อนได้ง่ายขึ้น และทำให้เกิดบริการทางการเงินที่หลากหลายมากขึ้น

.

🍃 ธนาคารเสรี (Free Banking) กับ ธนาคารกลาง (Central Banking)

หนังสือได้ทำการเปรียบเทียบระหว่างระบบธนาคารเสรี

ที่ธนาคารพาณิชย์สามารถออกธนบัตรที่ผูกติดเอาไว้กับทองคำได้อย่างอิสระ

กับระบบธนาคารกลาง ที่ธนาคารกลางมีอำนาจควบคุมการออกธนบัตร

ระบบธนาคารเสรี มีข้อดีในแง่ของการแข่งขันและนวัตกรรม

แต่ก็มีความเสี่ยงจากการล้มละลายของธนาคาร

ในขณะที่ธนาคารกลาง มีความมั่นคงสูงกว่า

แต่อาจนำไปสู่การใช้อำนาจในทางที่ผิด

.

⏳ ความรวดเร็วในการทำธุรกรรม กับ ความรวดเร็วในการชำระบัญชี

นวัตกรรมทางการเงิน อย่างเช่น ตั๋วแลกเงิน (Bill of Exchange)

หรือธนบัตร (Banknotes) ช่วยให้การทำธุรกรรมมีความรวดเร็ว และปลอดภัย มากขึ้น

การปฏิวัติการสื่อสารและการเพิ่มขึ้นของอำนาจธนาคาร

การประดิษฐ์โทรเลขและโทรศัพท์ ทำให้ความเร็วในการทำธุรกรรมเพิ่มขึ้น อย่างก้าวกระโดด

ในขณะที่ทองคำสามารถทำธุรกรรมระหว่างกันได้ช้ากว่ามาก

ความเหลื่อมล้ำนี้ทำให้อำนาจของธนาคารและธนาคารกลางเพิ่มขึ้น

เนื่องจากพวกเขากลายเป็นผู้ให้บริการการชำระเงินทางไกลที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากกว่า

.

🔴สรุปส่วนที่ 2 ผู้เขียนได้ชี้ให้เห็นถึงวิวัฒนาการของธนาคาร

ที่เกิดจากความพยายามในการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการเงิน

แต่นวัตกรรมเหล่านี้นำไปสู่การมีอำนาจที่เพิ่มขึ้นของของธนาคารพาณิชย์และธนาคารกลาง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่มีการสื่อสารแบบทันทีซึ่งส่งผลต่อการควบคุม ระบบการเงินในระยะยาว

-----------------------------------------

💸 ส่วนที่ 3 - การเจริญเติบโตและเสื่อมถอยของระบบการเงินโลก

หนังสือพาเราเดินทางผ่านประวัติศาสตร์ของระบบการเงินโลก นับตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 20

ผู้เขียนได้แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงและความล้มเหลวของระบบการเงิน

ที่เกิดจากสงคราม การเมือง และ เทคโนโลยี ที่มีผลกระทบเกิดขึ้นกับประเทศต่างๆทั่วทั้งโลก

.

🖨 การพิมพ์เงินเพื่อทำสงคราม (Printing Money for War)

สงครามโลกครั้งที่ 1 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้รัฐบาลทั่วโลก

หันมาพิมพ์เงินเพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการทำสงคราม

ส่งผลให้เกิดเงินเฟ้อรุนแรง เกิดการลดค่าเงินในหลายประเทศ

ตัวอย่างที่โดดเด่น คือ การที่รัฐบาลสหราชอาณาจักร ต้องพิมพ์เงินเพื่อซื้อพันธบัตรสงคราม (War Bonds)

เนื่องจากไม่สามารถระดมทุนจากประชาชนได้เพียงพอ

.

⚖️ ระบบ Bretton Woods

ความพยายามในการสร้างเสถียรภาพหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

ทำให้ระบบ Bretton Woods ถือกำเนิดขึ้น

โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับระบบการเงินโลก

ระบบนี้มีการผูกค่าสกุลเงินต่างๆเข้ากับดอลลาร์สหรัฐ

ซึ่งประเทศต่างๆสามารถนำดอลลาร์มาแลกเปลี่ยนเป็นทองคำได้ในอัตราคงที่

ระบบนี้ประสบความสำเร็จอย่างมากในช่วงแรก แต่ก็ล้มเหลวไปในที่สุด

เนื่องจากการขาดดุลการค้าและการลดลงของทุนสำรองทองคำในคลังของสหรัฐ

.

⛽️ การเจริญเติบโตของ Petrodollar

หลังจากสหรัฐยกเลิกการแลกเปลี่ยนดอลลาร์เป็นทองคำในปี 1971

ระบบ Petrodollar ก็ถือกำเนิดขึ้น จากการทำข้อตกลงร่วมกันระหว่างสหรัฐอเมริกากับซาอุดีอาระเบีย

ที่กำหนดให้การขายน้ำมันจะต้องชำระเงินเป็นดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น

และต้องนำเงินส่วนเกินจากการขายน้ำมัน (Petrodollars) ไปลงทุนในพันธบัตรของสหรัฐ

ระบบนี้ช่วยให้สหรัฐรักษาสถานะผู้นำด้านการเงินของโลกเอาไว้ได้

แต่ก็สร้างความไม่สมดุลทางการค้าและความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศ

.

❗️ผลักดันความโกลาหล

ระบบ Petrodollar ส่งผลกระทบต่อประเทศกำลังพัฒนาอย่างรุนแรง

เนื่องจากความต้องการดอลลาร์สหรัฐ ในการนำเข้าสินค้าที่จำเป็น เช่น น้ำมัน

และต้องเผชิญกับความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนที่ควบคุมโดยสหรัฐอยู่ตลอดเวลา

นอกจากนี้ระบบการเงินโลกที่มีดอลลาร์สหรัฐเป็นศูนย์กลาง

ได้สร้างความเหลื่อมล้ำและผลักดันความเสี่ยงไปยังประเทศอื่นๆ

โดยเฉพาะผลกระทบที่มีต่อประเทศกำลังพัฒนา เช่น

- ปัญหาเงินเฟ้อ จากความสามารถในการพิมพ์เงิน และกำหนดนโยบายการเงินได้ตามความต้องการของตนเอง

- วงจรหนี้สินที่ไม่สิ้นสุด จากการกู้ยืมเงินผ่านสถาบันการเงินระดับโลก

- ผลประโยชน์ที่ตกอยู่แค่กับประเทศร่ำรวย ระบบนี้เอื้อประโยชน์ต่อประเทศร่ำรวย

ที่สามารถส่งออกสินค้าและบริการไปยังประเทศกำลังพัฒนา

ในขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาต้องส่งออกทรัพยากรธรรมชาติ หรือ วัตถุดิบในการผลิต

เพื่อหาเงินมาชำระหนี้และนำเข้าสินค้าที่จำเป็น

.

😣 ภาระแห่งการเป็นผู้นำ

การเป็นผู้ออกสกุลเงินสำรองของโลกนั้น มาพร้อมกับต้นทุนและความเสี่ยงสูง

ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน การขาดดุลการค้า และหนี้สินที่เพิ่มขึ้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่โลกกำลังเปลี่ยนแปลงสู่เข้าสู่การมีหลายขั้วอำนาจ

ที่แต่ละประเทศต่างแสวงหา อำนาจ และ ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ

โดยมองข้ามผลกระทบเชิงลบที่เกิดขึ้นกับประชาชนของตนเองและเสถียรภาพของระบบการเงินโลกในระยะยาว

.

🔴สรุปส่วนที่ 3 หนังสือได้แสดงให้เห็นถึง ความล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ของระบบการเงินโลก

ที่เกิดจากสงคราม การเมือง และ การแสวงหาผลประโยชน์ของประเทศมหาอำนาจ

ระบบ Petrodollar ในปัจจุบันกำลังเผชิญกับความท้าทายมากมาย

ทั้งจากการเพิ่มขึ้นของหนี้สาธารณะของสหรัฐ ความไม่สมดุลทางการค้า

และการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์จากประเทศมหาอำนาจอื่นๆ เช่น จีน

-----------------------------------------

💸 ส่วนที่ 4 - ความไม่เป็นระเบียบของระบบเงิน Fiat

หนังสือได้พาเราเจาะลึกเข้าไปในกลไกของระบบการเงินสมัยใหม่

โดยเน้นไปที่เงินเฟ้อ (Inflation) ที่เกิดจากการใช้เงิน Fiat

.

♻️ ระบบการเงินสมัยใหม่ - วงจรหนี้สินที่ไม่มีวันสิ้นสุด

ระบบการเงินในปัจจุบันนั้น ถูกสร้างขึ้นจากวงจรหนี้สินที่แสนซับซ้อน

สินทรัพย์ทางการเงินส่วนใหญ่ เป็นเพียง "พันธสัญญา" ว่าจะชำระเงินคืนใน อนาคต (IOUs)

ระบบนี้มีความเปราะบาง เนื่องจากต้องอาศัยการเติบโตของหนี้สินอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบล่มสลาย

.

💵 วิธีการสร้างเงิน Fiat และ การทำลาย

เงิน Fiat ถูกสร้างขึ้นเมื่อมีการก่อหนี้ใหม่ และ ถูกทำลายเมื่อหนี้นั้นถูกชำระคืน หรือ มีการผิดนัดชำระ

ธนาคารพาณิชย์ มีบทบาทสำคัญ ในการสร้างเงิน Fiat ผ่านการปล่อยกู้

บนรากฐานของเงินทุนสำรองที่ธนาคารกลางเป็นผู้ควบคุม

.

🏷 การกำหนดราคา กลไกการจัดระเบียบที่ทรงพลัง

การกำหนดราคาเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยจัดสรรทรัพยากรในระบบเศรษฐกิจ

การพิมพ์เงินโดยรัฐบาลและธนาคารกลาง สามารถบิดเบือนกลไกการ กำหนดราคา

และ นำไปสู่การจัดสรรทรัพยากรที่ไม่มีประสิทธิภาพ

เนื้อหาในบทนี้ยังกล่าวถึง ความเชื่อที่ผิดพลาดของนักเศรษฐศาสตร์กระแสหลัก

ที่มองว่า "เงินเฟ้อ" เป็นสิ่งจำเป็นต่อเศรษฐกิจ

.

🏠 การเงินในทุกสิ่ง

การที่มูลค่าของเงิน Fiat นั้นลดลงได้เองตลอดเวลา

ทำให้นักลงทุน หันมาลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ เช่น อสังหาริมทรัพย์ หุ้น และ ของสะสม เพื่อรักษามูลค่าของเงินเอาไว้

ส่งผลให้สินทรัพย์เหล่านี้มีราคาแพงขึ้น และ เกิดภาวะฟองสบู่อยู่บ่อยครั้ง

.

💧 ผู้ได้รับประโยชน์จาก Cantillon Effect

Cantillon Effect อธิบายถึง ผลกระทบที่ไม่เท่าเทียมกันที่เกิดขึ้นจากการพิมพ์เงิน

โดย "ผู้ที่อยู่ใกล้" แหล่งกำเนิดของเงินใหม่ เช่น ธนาคาร และ บริษัทขนาดใหญ่

จะได้รับประโยชน์มากกว่า "ผู้ที่อยู่ห่างไกล" เช่น ผู้บริโภค และ ผู้ประกอบการรายย่อย

.

💳 วัฏจักรหนี้ระยะยาว

การสะสมหนี้สินในระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องนั้น นำไปสู่วิกฤตทางการเงินเป็นระยะๆ

และรัฐบาลมักแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยการพิมพ์เงินเพื่อชดเชยหนี้สิน

ส่งผลให้เกิดเงินเฟ้อ และเป็นการลดค่าเงินลงในระยะยาว

.

🔴สรุปส่วนที่ 4 ความล้มเหลวของระบบการเงินในปัจจุบัน ที่เกิดจากการใช้เงินตราที่ออกโดยรัฐบาล

และ ธนาคารกลางนั้น สามารถบิดเบือน กลไกการกำหนดราคา สร้างความไม่สมดุลทางเศรษฐกิจ

และ ลดทอนมูลค่าของเงินออมในอนาคต

-----------------------------------------

💸 ส่วนที่ 5 - เงินที่เกิดขึ้นบนอินเทอร์เน็ต

หนังสือได้พาเราเดินทางเข้าสู่โลกของ "เงินดิจิทัล" โดยเฉพาะ Bitcoin

ซึ่งเกิดขึ้นบนอินเทอร์เน็ต ผู้เขียนนำเสนอ Bitcoin ในฐานะทางเลือกใหม่ที่

ท้าทายระบบการเงินแบบเดิม และอธิบายถึงศักยภาพและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีนี้

.

🟠 เงินที่ไร้รัฐ

Bitcoinเป็นนวัตกรรมที่ปฏิวัติวงการการเงิน โดยเป็นสกุลเงินดิจิทัลแบบกระจายศูนย์ (Decentralized)

ที่ไม่มีรัฐบาล หรือ หน่วยงานกลางใดควบคุม

ผู้เขียนได้ย้อนความพยายามในอดีต ของการสร้างเงินดิจิทัล เช่น DigiCash และ e-gold

ที่ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่ก็ล้มเหลวไปในสุดท้าย เนื่องจากข้อจำกัดด้านการรวมศูนย์ (Centralization)

.

👦 เส้นทางการเติบโตของ Bitcoin

Bitcoin เริ่มต้นจากกลุ่มนักพัฒนา และ ผู้ที่ชื่นชอบเทคโนโลยี

ก่อนที่จะเป็นที่รู้จักในวงกว้าง และมีมูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นอย่างมาก

หนังสือได้อธิบายถึง ปัจจัยที่ขับเคลื่อนการเติบโตของ Bitcoin

เช่น การนำไปใช้ในตลาดมืด (Dark Web) การยอมรับจากสถาบันการเงิน

และความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ

.

💫 สกุลเงินดิจิทัล และ ข้อดี-ข้อเสีย

ผู้เขียนได้ทำการวิเคราะห์ ข้อดี และ ข้อเสีย ของ Bitcoin เทียบกับ สกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ

โดยเน้นถึงความสำคัญของการกระจายศูนย์ (Decentralization)

ความปลอดภัย (Security) และ ความไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ (Immutability)

นอกจากนี้ยังอธิบายถึง ระบบ Proof-of-Work ที่ใช้พลังงานในการตรวจสอบธุรกรรม

และรักษาความปลอดภัยของเครือข่าย Bitcoin

ซึ่งแตกต่างจาก ระบบ Proof-of-Stake ที่ใช้การถือครองเหรียญเป็นหลักประกัน

.

⚡️ Lightning Network

เครือข่าย Lightning Network เป็นเทคโนโลยีเลเยอร์ 2 ที่สร้างขึ้นบน เครือข่ายของ Bitcoin

เพื่อเพิ่มความเร็วในการทำธุรกรรม ลดค่าธรรมเนียม และ เพิ่มความเป็นส่วนตัว

หนังสืออธิบายถึงกลไกการทำงานของ Lightning และ ศักยภาพในการปรับปรุงการใช้งาน Bitcoin ในชีวิตประจำวัน

.

🔋การใช้พลังงานของ Bitcoin

ส่วนนี้ได้อธิบายถึงการใช้พลังงานของเครือข่าย Bitcoin

และหักล้างข้อกล่าวหาที่ว่า Bitcoin นั้นสิ้นเปลืองพลังงาน

โดยชี้ให้เห็นว่านักขุด Bitcoin มักใช้แหล่งพลังงานราคาถูกที่เหลือใช้ หรือ ไม่สามารถเข้าถึงได้

เช่น ก๊าซธรรมชาติที่ถูกเผาทิ้ง พลังงานน้ำส่วนเกิน และ พลังงานจากหลุมฝังกลบ

.

⚠️การวิเคราะห์ความเสี่ยงของสกุลเงินดิจิทัล

ผู้เขียนได้วิเคราะห์ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับ Bitcoin และ สกุลเงินดิจิทัล อื่นๆ เช่น

ความเสี่ยงจากการลดค่าเงิน (Market Dilution)

ข้อผิดพลาดของซอฟต์แวร์ (Software Bugs)

การห้ามใช้โดยรัฐบาล (Government Bans)

และภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Computational Threats)

.

🔴สรุปส่วนที่ 5 ผู้เขียนได้นำเสนอ Bitcoin ในฐานะทางเลือกใหม่

สำหรับระบบการเงินแบบเดิมโดยเน้นย้ำถึงศักยภาพในการเพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัย

และความเป็นส่วนตัวของธุรกรรมทางการเงิน

อย่างไรก็ตามผู้เขียนได้เตือนให้ผู้อ่าน ตระหนักถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับเทคโนโลยีนี้เช่นกัน

-----------------------------------------

💸 ส่วนที่ 6 - เทคโนโลยีทางการเงินและสิทธิมนุษยชน

ส่วนนี้หนังสือได้เจาะลึกถึงประเด็น ความเป็นส่วนตัวและเสรีภาพทางการเงินในยุคดิจิทัล

โดยผู้เขียนชี้ให้เห็นถึงภัยคุกคาม จากการสอดแนมที่เพิ่มขึ้น

และการใช้อำนาจโดยมิชอบของรัฐบาลและองค์กรขนาดใหญ่

และนำเสนอแนวทางในการต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิเหล่านี้

ผ่านการใช้เทคโนโลยี การเข้ารหัส (Encryption) และ เงินดิจิทัลแบบกระจายศูนย์ (Decentralized Digital Currencies)

*เนื้อหาส่วนนี้กล่าวไปถึงรายละเอียดเรื่องราวที่อัลกอของแอปฟ้าไม่ถูกใจ

.

👁️‍🗨️ การเสื่อมถอยของความเป็นส่วนตัว

ผู้เขียนอธิบายถึงวิวัฒนาการ การละเมิดความเป็นส่วนตัว

ตั้งแต่ยุคก่อนอินเทอร์เน็ตที่การสอดแนมต้องใช้ความพยายามและมีค่าใช้จ่ายสูง

จนถึงยุคดิจิทัลที่ข้อมูลส่วนตัวถูกรวบรวม วิเคราะห์อัตโนมัติโดยรัฐบาลและองค์กรต่างๆ

.

🛡️ การป้องกันแบบอสมมาตร

ผู้เขียนนำเสนอการเข้ารหัส (Encryption) ในฐานะเครื่องมือสำคัญในการต่อสู้เพื่อความเป็นส่วนตัวในยุคดิจิทัล

การเข้ารหัสทำให้ข้อมูลเป็นความลับและไม่สามารถเข้าถึงได้โดยไม่ได้รับอนุญาต

แม้แต่รัฐบาลหรือองค์กรที่มีอำนาจมากก็ไม่สามารถถอดรหัสข้อมูลที่เข้ารหัสได้

.

🌐 โลกที่เปิดกว้าง หรือ โลกที่ถูกควบคุม

ผู้เขียนได้ตั้งคำถามที่สำคัญเกี่ยวกับอนาคตของระบบการเงินและสังคม

ว่าเรากำลังมุ่งหน้าไปสู่โลกที่เปิดกว้าง ที่บุคคลแต่ละบุคคลมีอำนาจควบคุมข้อมูลและการเงินของตนเอง

หรือโลกที่ถูกควบคุม โดยรัฐบาลและองค์กรต่างๆ

ที่มีอำนาจสอดแนม ควบคุมประชาชนได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

Bitcoin และ เทคโนโลยี blockchain อื่นๆ

นำเสนอโอกาสในการสร้างระบบที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และปราศจากการควบคุมจากส่วนกลาง

แต่ในขณะเดียวกัน รัฐบาลหลายประเทศกำลังพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง หรือ CBDC

ซึ่งอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือในการเพิ่มการควบคุมและลดเสรีภาพของประชาชน

.

🔴 สรุปส่วนที่ 6 ส่วนสุดท้าย

ผู้เขียนได้กระตุ้นให้ผู้อ่านตื่นตัวต่อภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้น

ที่มีผลต่อความเป็นส่วนตัว และ เสรีภาพทางการเงิน

โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปกป้องสิทธิเหล่านี้ผ่านการใช้งานเทคโนโลยี

ที่กระจายศูนย์ (Decentralization) โปร่งใส (Transparency) มีการเข้ารหัส (Encryption)

เพื่อสร้างระบบการเงินและสังคม ที่มีเสรีภาพมากขึ้น

-----------------------------------------

#siamstrupdate #บิตคอยน์ #Bitcoin #การเงิน #หนังสือน่าอ่าน #สรุปหนังสือ #Brokenmoney #เศรษฐกิจ #siamstr

ยาวจริง 5555 ขอบคุณมากครับ👍

Replying to Avatar Panai Lawasut

#Toffeecakechonburi LN Monthly Report

ผลประกอบการการรับไลท์นิ่งประจำเดือน พฤษภาคม

มีค 24

มี transaction ทั้งหมด 20 ครั้ง รวม 337,885 sat

เมษา 24

มี transaction ทั้งหมด 19 ครั้ง รวม 219,508 sat

พค 24

มี transaction ทั้งหมด 28 ครั้ง รวม 425,595 sat

ATH อีกแล้ว เดือนนี้ผมตื่นเต้นมาก มีการใช้งาน LN ที่ร้าน 28 ครั้ง แปลว่ามีการใช้งานเกือบทุกวันเลยทีเดียว

ที่สำคัญ เฉลี่ยปริมาณการใข้งาน อยู่ที่ 15,200 sat/Tx คิดเป็นเงินบาทได้ประมาณ 380 บาท/ใบเสร็จ ซึ่งนั่นเท่ากับ ยอดขาย/ใบเสร็จ ของที่ร้านพอดี

มันแปลว่า ผู้ที่ใช้งาน LN ไม่ได้มองว่าเป็นการลองใช้งานสนุก ซื้อขนมทานเล็กๆน้อยๆแบบนั้น แต่เป็นการใช้เป็นเงินกันจริงจังเทียบเท่ากับที่ใช้เงินบาทเลย..!!!

การใช้งาน 28 ครั้งในเดือนที่ผ่านมา อาจไม่ได้ดูเยอะมากมายอะไร แต่ถ้ามองการเติบโต จากเดือนๆแรกที่ผมเริ่มเก็บข้อมูล นี่คือ 200-300% เลยนะ ยิ่งถ้ามองไปถึงตอนที่ผมเริ่มรับ LN ใหม่ๆ เมื่อเกือบ 3 ปีที่แล้ว ตอนนั้นมีการใข้งานตกเดือนละ 2-3 ครั้งเท่านั้นเอง

การ adopt กำลังค่อยๆเกิดจริงๆไหม ผมคงยังไม่กล้าฟันธง แต่สิ่งที่ได้กระตุ้นการใช้งานที่ร้านเราแน่ๆ คงหนีไม่พ้น การที่ร้านเราได้รับเกียรติไปอยู่บน content ของ nostr:npub1ejn774qahqmgjsfajawy7634unk88y26yktvwuzp9kfgdeejx9mqdm97a5 แทบทุกคอนเทนต์ ยอดการใช้งาน LN ที่เติบโตน่าจะเป็นตัวชี้วัดได้พอสมควร

กราบเท้าทีมงาน RS ทุกท่าน โดยเฉพาะประธาน nostr:npub16hpaqcm8zhc6n4d79tu2mtsf9464093r4v3r7l5hq5tpsng3txesw3tu5f ไม่หลับไม่นอน ขยันตัดเหลือเกิน😘😘😘

และกราบลูกค้าผู้มีพระคุณทุกท่าน ทุกๆซาโตชิของท่าน มีความหมายกับเรามากกก🥰🥰🥰

#siamstr

ยินดีกับการเติบโตด้วยครับพี่ ผมโดนสาขาอมตะดูด sat ไปแทบทุกเดือนเลย

Replying to Avatar Wichit Saiklao

Open Class Series:

หลักการทางเศรษฐศาสตร์เพื่อสร้างความมั่งคั่งและการกระจายความเจริญของคนในชาติ

พี่ชิตเชื่อว่าความมั่งคั่งและความมีศิวิไลซ์ของชาติ ควรเริ่มต้นจากความเข้าใจในปรัชญาและหลักการทางเศรษฐศาสตร์ที่ถูกต้อง ไม่เช่นนั้นเราอาจจะได้ความมั่งคั่งของชาติที่จอมปลอมอย่างที่เป็นอยู่ คือ รวยกันไม่กี่คนแต่คนส่วนใหญ่ของประเทศยังยากจนอยู่ ประชาชนถูกหลอกให้เชื่อว่าระบบเศรษฐกิจของประเทศเข้มแข็งในขณะที่ยังมีชาวบ้านอดอยากปากแห้งเต็มแผ่นดิน พี่เชื่อว่าความมั่งคั่งสร้างได้ไม่ยากแต่การกระจายความเจริญเป็นโจทย์ที่ท้าทายยิ่งกว่า ความมั่งคั่งของชาติควรเริ่มต้นจากหน่วยเล็กๆคือ ความมั่งคั่งของส่วนบุคคล พลเมืองเป็นผู้สร้าง productivity และสะสมความมั่งคั่ง ส่วนรัฐมีหน้าที่ในการกำหนดและกำกับดูแลนโยบายให้ทุกคนสามารถแข่งขันกันอย่างเสรีและเป็นธรรม จนนำไปสู่ระบบเศรษฐกิจแบบตลาดเสรี (Free market economy)

ความมั่นคงทางเศรษฐกิจของชาติเกิดจากฐานรากทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็งของพลเมืองทุกคน ไม่ใช่เฉพาะคนบางกลุ่ม

เราจะไปถึงจุดนั้นได้ เราต้องเรียนรู้ปรัชญาและหลักการทางเศรษฐศาสตร์ให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ เพื่อหลุดพ้นจากกับดักที่เราเป็นอยู่ในปัจจุบัน จากปัญหาและความท้าทายที่เรากำลังเผชิญอยู่ จึงเป็นที่มาของการเปิดคลาสออนไลน์ในครั้งนี้

ในคลาสนี้พี่ชิตอยากชวนพวกเราลงเรือลำเล็กๆออกจากฝั่งไปตามหาหลักการความจริงด้านเศรษฐศาสตร์ ซึ่งเป็นหลักเศรษฐศาสตร์ที่เกิดจากนักคิดนักปรัชญาในอดีต เป็นหลักการที่ดำรงอยู่อย่างสอดคล้องตามกฎของธรรมชาติของมนุษย์ นับเป็นการย้อนเวลาหาอดีตเพื่อเตรียมตัวสำหรับอนาคต พี่ยอมรับตามตรงว่ายังไม่ได้รู้ทั้งหมด ไม่ได้รู้ทุกเรื่อง แต่เป็นความตั้งใจและมีความมุ่งมั่นส่วนตัวที่อยากเรียนรู้ไปพร้อมๆกันกับทุกคน พี่เชื่อว่าเส้นชัยไม่สำคัญเท่าประสบการณ์ที่ได้รับในระหว่างเดินทาง และเชื่อว่าการออกเดินครั้งนี้เหมาะสมกับกาลเวลา ก่อนที่สถานการณ์เศรษฐกิจบ้านเรามันจะแย่ไปกว่านี้

คลาสนี้เหมาะสมสำหรับบุคคลธรรมดาทั่วไปที่ต้องการปรับปรุงสถานะทางการเงินของตัวเองและครอบครัว กลุ่มผู้ประกอบการที่ต้องการสร้างองค์กรตัวเองให้เจริญเติบโตมั่งคั่งและยั่งยืน และบุคคลากรในหน่วยงานภาครัฐที่ดูแลรับผิดชอบนโยบายด้านเศรษฐกิจ การเงินและการคลังของประเทศ

เป็น Free Open Class ออนไลน์เหมือนเดิม ทั้งหมดประกอบด้วย 8 ตอน เราจะเจอกันทุกคืนพฤหัส เวลา 20.30-22.00 (คลาสมีทุก 2 สัปดาห์)

ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเรียนฟรีเพื่อรับลิงค์ Zoom

https://forms.gle/aVpUrLovkPcQ4RD1A

#siamstr

ขอบคุณพี่ชิตที่สละเวลามาสอนน้องๆครับ

Replying to Avatar pango

หมอบ่น Fiat ep 30:

Balloon หัวใจ / ครีมกันแดด / น้ำยาบ้วนปาก / การดื่มน้ำ

1. Balloon หัวใจ:

สาเหตุ - การอักเสบของหลอดเลือดจนเป็นระยะ chronic

ผล คือ หลอดเลือดตีบ

วิธีแก้ by หมอ - balloon angioplasty

(ถ่างหลอดเลือดด้วย stent / มีวิธี bypass ด้วย)

วิธีแก้ by ร่างกาย

1) cholesterol circulation สร้างทางลำเลียงเลือดทางใหม่

2) ขยายเส้นผ่านศูนย์กลางหลอดเลือด

การป้องกัน

กิน Natural / raw food งด processed

# การทำ Balloon มีโอกาสต้องทำซ้ำ

# ยิ่งความดันสูง พบหลอดเลือดสร้างเร็วและมากขึ้น

# เราต้องกิน nutrients เพียงพอ ร่างกายจึงแก้ไขตัวเองได้

# stroke มีโอกาสเกิดจากหลอดเลือดตีบเพียง 10%

2. ครีมกันแดด:

no needed, อย่ากลัวแดด

ตากแดด > เกิด NO > หลอดเลือดขยายตัว

Skin cancer

Thai พบในพนักงานออฟฟิศ ซึ่งพบน้อย มักพบในคนตปท. มากกว่า

# แดดที่ดีที่สุด พบที่เส้นศูนย์สูตร

# สีผิวไม่ได้บอกความแข็งแรงของผิว

3. น้ำยาบ้วนปาก:

เกือบ 90% มี Antiseptic เช่น Alc.

> เชื้อดี/เลว ตายหมด > Dysbiosis

> มีกลิ่นปาก และเหงือกอักเสบ

# ทดแทนการแปรงฟันไม่ได้

# ระวัง gingivitis > heart failure

# ยิ่งกิน processed food ยิ่งต้องแปรงฟัน

4. การกินน้ำ:

daily water intake = at least 3 Liters

ดื่มทุก 30 นาที ถึง 1 ชม. ขึ้นกับ loss vol.

loss via

ปัสสาวะ หายใจ เหงื่อ

color ปัสสาวะ

กินน้ำมากพอ = จาง ใส

กินน้ำน้อย = เข้ม กลิ่นแรง

# ปัสสาวะ = น้ำ + ของเสีย + ของส่วนเกิน

# ระวังอย่าดื่มน้ำแบบ bulk ตุยนะ

don’t trust, verify

#siamstr

สรุปดีทุกโพสเลย ขอบคุณนะครับ

ใช่ครับ นี่ผมเคยเจอคุณนัทกรด้วยหรอครับนี่

ค่อยเบาใจลงหน่อยครับ เงินเฟ้อ 8.79%

เงินเดือนที่โรงงานเพิ่มประมาณ 5% 🥲

เมื่อวานเจอพี่ชิต แกก็บอกว่าพี่ก็งง เจอจารย์ตั้มยิงคำถามรัวๆ555

มาลองพุงกางชาบูที่ชลบุรีดูครับ พนักงานพร้อมเสริฟบริการดีเยี่ยม สั่งแต่เนื้อก็ไม่มีบ่น🤣

แต่ผมกินได้แค่15 จานนะ 30จานนี่โคตรโหดจริงๆ🙏

เป็นเกียรติมากครับที่ได้ถ่ายรูปกับเจ้าของรู nostr:npub1d3p50qlhd5q45f43kpafc3w9y5rzn8td3jnjwzktl2kuxl799ghspyc79h เสียดายต้องรีบกลับเพราะหลานมาด้วย

#siamstr

แวะมาลงรูเต่าที่พัทยาครับ

#siamstr