แต่ถ้าพูดถึง concert ผมชอบ live in Texas มากที่สุดแล้ว ดูวนไปวนมาจนแผ่นดูไม่ได้ 555
## เสียงแห่งความทรงจำ
ผมหยิบหูฟังคู่ใจขึ้นมาเปิดเพลงฟังคลอๆ เป้าหมายก็แค่จะกลบเสียงพวกนั้นที่เริ่มจะทำให้ผมเซ็งแต่เช้า..
https://v.nostr.build/KG8Kk.mp4
เพลงแรกในเพลย์ลิสต์ที่ดังขึ้นมาคือเพลง “**Shadow of the day**” ของ **Linkin Park** จากอัลบั้ม Minutes to Midnight (เพลงดังสุดๆ ในอัลบั้มนี้คือเพลง “**What I’ve Done**” เพลงประกอบภาพยนตร์ Transformers อันคุ้นหูนั่นล่ะครับ) จากนั้นทำนองอันคุ้นเคยก็ค่อยๆ โผล่แบบเลือนลางเข้ามา มันปลุกความทรงจำอันหลับไหลของผมให้ตื่นขึ้น
ย้อนกลับไปในยุค 2000s ที่เต็มไปด้วยสีสัน ความเปลี่ยนแปลง และเสียงเพลงส่วนใหญ่ที่บ่งบอกความเป็นตัวตนได้อย่างชัดเจน ผมในตอนนั้นก็เป็นแค่หนุ่มน้อยวัย 20 ต้นๆ ที่ดำเนินชีวิตพลุ่งพล่านไปตามท่วงทำนองในแบบผู้แทนขาย เอื่อยเฉื่อยไปกับการขับรถตะลอนไปทั่วไทย เสียงเพลง ปาร์ตี้และเพื่อนฝูง
จำได้ว่า.. ตอนนั้นโลกออนไลน์ยังแค่เพิ่งเริ่มบูม
อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงยังเป็นเรื่องไกลตัว มือถือที่ใช้ก็ยังเป็นแค่รุ่นกดปุ่ม โทรออก รับสาย ได้เท่านั้น การจะอัปเดตเทรนด์ใหม่ๆ หรือฟังเพลงเพราะๆ ต้องพึ่งพาวิทยุ รายการเพลงทางทีวี หรือไม่ก็ต้องฝากเพื่อนซื้อเทปผีซีดีเถื่อน (ใครๆ เค้าก็ทำกันอะนะ.. ถ้าเคยได้ยินคำว่าแผ่นแม่สายคุณก็ไม่เด็กแล้วล่ะ) แต่ไม่มีอะไรจะเติมเต็มความเป็นวัยรุ่นได้ดีไปกว่าเสียงเพลงหนักแน่น ดิบ เท่ ของ Linkin Park อีกแล้ว
ในยุคที่ดนตรี Nu Metal กำลังเฟื่องฟู พวกเขาคือวงดนตรีที่ได้สร้างปรากฎการณ์ใหม่ๆ ให้กับวงการเพลง ด้วยดนตรีที่ผสมผสานระหว่าง Rock, Hip-Hop และ Electronic บวกกับเนื้อหาเพลงที่สะท้อนถึงความรู้สึกของวัยรุ่นที่กำลังสับสน โดดเดี่ยว และโหยหาบางอย่าง..
ตัวตน Linkin Park เลยกลายเป็น "**ไอคอน**" ของ “**คนบางกลุ่ม**” ในรุ่นนั้นไปโดยปริยาย
ผมยังจำได้อยู่เลย ตอนได้ฟังเพลง **In the End** เป็นครั้งแรก ผมตื่นเต้นมาก!
*/To be continued..*
- - -
ตามไปอ่านฉบับเต็มกันได้ที่
https://yakihonne.com/article/jakk@rightshift.to/L46h5wbduIF2wCTeH041S
nostr:naddr1qq25cdpkdq6hwcnyw4y5vvnhgd2x2jpsxsc4xq3qmqcwu7muxz3kfvfyfdme47a579t8x0lm3jrjx5yxuf4sknnpe43qxpqqqp65w8g3m9t
#siamstr #jakkstr
ถ้าพูดถึง Linkin park เพลงที่คุณหูที่สุดก็คงเป็น Numb เพราะตอนเห็น MV เพลงครั้งแรกแม่งโคตรเท่เลย Chester ร้องเพลงกับไมค์แขวนห้อยลงมา 555
เป็นบทเรียนที่ดีเลยครับพี่ พ่อสอนเองกับมือเลยด้วย
บอร์ดบริหารมันเรียกร้องครับ ไม่ขายไม่ได้
ไม่อยากจะคิดว่าถ้าเวนเกอร์ x เลวี่ มันจะทำกำไรจากการขายสตาร์ได้ขนาดไหน 555
คนนึงก็ปั้นเก่งเหลือเกิน อีกคนก็โขกเอากำไรจากค่าตัวได้โหดสุดๆ
ผมรอมันจบ season แล้วค่อยดูรวดเดียว
ถือว่าเป็นหนังที่แหวกแนว ดิบเถื่อน กวนตีน ใช้ได้เลยครับ
มองถั่วงอกด้วยครับ จะได้ขาวสบายตาไปอีกแบบ 555
เห็นด้วยเลยครับ ถ้าผู้ส่งสารส่งแต่ความทุกข์ เราก็จะได้รับความทุกข์นั้นไปด้วย TT
หน้าไบรอันลอยมาเลย "เราจะอยู่ห่างกันแค่ 1/4 mile"








