Avatar
A Ant Mod
6bb0df16779fe915ce218cd65d20fc31cc6ab20af4cfbface0c20eb419640a4c

GM ครับ นัดนี้นั่งดูสเปอร์เล่นนึกว่าจะดีบซะแล้ว 5 นาทีแรกเกือบโดนแต่ดีที่ยังรอดมาได้ โชคดีที่ได้ Son กดอัลติจ่ายให้ Johnson ยิงไป 2 ลูกทำให้เกมง่ายขึ้นเยอะ บวกกับ Spence ที่ยิงประตูแรกในสีเสื้อน้องไก่ได้ นัดต่อไปเจอแมนซิที่ฟอร์มเริ่มกลับมาแล้ว น่าจะพอได้ลุ้น🤣

#siamstr #COYS

Replying to Avatar Somnuke

วิธีแก้ปัญหาข้าวของแพง?

แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ - ❌❌❌

แก้ค่าถ่วงน้ำหนัก - ✅✅✅

นี่คือเบื้องหลังของตัวเลขเงินเฟ้อต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา

ต้นปีนี้ สินค้าในหมวดอาหาร พลังงาน ค่าเช่าและราคาบ้าน ในเมกาปรับตัวสูงขึ้นพร้อมกันพรวดๆ รวมถึงร้านอาหารก็แห่ปรับราคาตาม

พ่อพระแก้ไขปัญหาโดยการ ปรับลด "ค่าถ่วงน้ำหนัก" ลง เพื่อให้ของแพงเหล่านั้น มีผลต่อตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) น้อยๆ

ค่าถ่วงน้ำหนักที่ถูกปรับในรอบล่าสุด:

1. ปรับลด เช่น

- หมวดเนื้อสัตว์ต่างๆ และไข่ -7%

- หมวดเครื่องดื่มไม่มีแอลฯ -14%

- หมวดผักผลไม้ -4%

2. ปรับขึ้น

- หมวดอาหารเบ็ดเตล็ด เช่น เครื่องปรุงรส อาหารสำเร็จรูป ขนมขบเคี้ยว +14%

- หมวดซีเรียลและเบเกอรี่ +12%

หลอกผู้คนว่าสบายใจได้ ไม่มีอะไรแพงขึ้นทั้งนั้น แม้ว่าความเป็นจริง ผู้กำลังโอดโอยกับค่าครองชีพที่พุ่งทะยานขึ้นไม่หยุด ซึ่งสินค้าบางหมวดฝรั่งถึงกับใช้คำว่า Skyrocket

เช่น ไข่พุ่งสูง 15.2% จากเดือนที่แล้ว โหลนึงปาไป 300 กว่าบาท (พุ่งเกิน 50% เมื่อเทียบกับปีก่อน แพงขึ้นเกือบ 3 เท่าใน 3 ปี)

นอกจากการปรับค่าถ่วงน้ำหนักแต่ละหมวดที่มีปัญหาแล้ว เนื้อในยังมีการปรับเปลี่ยนสินค้ารายตัวและค่าถ่วงน้ำหนักซ้ำซ้อนเข้าไปอีก

เช่น ลดค่าถ่วงน้ำหนัก เนื้อ ที่แพง แล้วไปเพิ่ม หมู ไก่ หรือปลา ที่ถูกกว่าแทน และหากตัวไหนเหิมเกริม พุ่งไม่หยุดฉุดไม่อยู่เกินไป มันจะถูกพิจารณา "นำออก" จากตะกร้าในการคำนวณไปเลย

และตัวเลขค่าถ่วงน้ำหนักหมวดอาหาร ถูกปรับลดลงเรื่อยๆ แทบทุกปี จนข้อมูลล่าสุด ปี 2025 เหลือแค่ 13%

หมายความว่า สินค้าหมวดอาหาร กระทบกับค่าครองชีพผู้คน เพียง 13% ของรายได้เท่านั้น สมเหตุสมผลดีมั้ยครับ?

ปรับไปปรับมาจนได้ตัวเลขที่พอใจ ส่งผลให้เงินเฟ้อเดือน ม.ค. 25 เทียบกับเดือนก่อน เท่ากับ 0.5% และเทียบปีที่แล้ว เหลือเพียง 3%

CPI ดัชนีตอแหลผู้บริโภค

#Siamstr

ถ้า KPI ไมได้เดี๋ยวขั้นปรับขึ้นน้อยครับ 5555

Replying to Avatar 70a3215b...

GA. #siamstr

หน่วยงานผมเพิ่งได้รับหนังสื่อเกี่ยวกับการสำรวจว่ามีมีนักศึกษาสนใจเข้าร่วมอบรมหลักสูตร ฉลาดเกมเงิน ที่จัดอบรมโดยสำนักงานปลัด(ขิก)กระทรวงอุดมศึกษาฯ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่พยามให้ความรู้เกี่ยวเรื่องเงินกับนักศึกษา แต่มันก็ควรจะลงไปในระดับชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษาด้วยนะ เข้ามาดูรายละเอียดหัวข้อที่จะจัดอบรมให้กับนักศึกษา 😏😏😏 มองโลกในแง่ดีไว้ก่อนและกันว่ามันคงจะดีแหละหน่าาา เลยเสนอหัวข้อไป เรื่อง What is Money ควรรู้เรื่องเงินคืออะไรก่อน น่าจะดีกว่านะ แต่ก็นั้นแหละเราทำได้แค่เสนอส่วนเขาจะสนองไม๊นั้นก็สุดแล้วแต่ 🐱☕🥩🤘🍻

เงินคืออะไร เป็นเรื่องที่ใครๆก็มองผ่านเพราะคิดว่าเข้าใจดีแล้ว🥲

เข้าครัวไปจัดเลยครับ

ทำเองพี่ ทำบ่อยๆเดี๋ยวมันจะพอกะๆได้

GM ครับ เมื่อวานเติมสารอาหารเข้าไปเพื่อผลลัพท์ในเช้านี้ กลับมายืนที่ 4k ได้อีกครั้ง🥲

#siamstr #RunningDay6

GM ครับผม🐶

พฤษภาคมนี้ 14 ปีครับ แก่แล้ว😁

GM ครับ วันนี้ขาหนักมากเลยไปไหวแค่ 3 กิโล เหนื่อยชิบหาย😅

#siamstr #RunningDay5

Replying to Avatar GaLoM ₿maxi

Monetary Premium vs. Utility Value

Market Price = Monetary Premium + Utility Value

การเข้าใจความแตกต่างระหว่าง Monetary Premium และ Utility Value เป็นกุญแจสำคัญในการเลือกสินทรัพย์เพื่อสะสมความมั่งคั่ง

1. คอนโดมิเนียม 🏢

คอนโดมิเนียมมี Utility Value ชัดเจน เพราะมันสามารถใช้เป็นที่อยู่อาศัยหรือปล่อยเช่าเพื่อสร้างกระแสเงินสด แต่ราคาขายของคอนโดในตลาดส่วนใหญ่ สูงเกินกว่ามูลค่าการอยู่อาศัยที่แท้จริง เพราะ Monetary Premium ที่เกิดจากการลงทุนเก็งกำไร

🔹 ทำเลที่ตั้ง – ใกล้ศูนย์กลางเมือง/รถไฟฟ้า

🔹 การตลาดและแบรนด์ – ใช้โฆษณาสร้างภาพของการลงทุนที่ "มั่นคง"

🔹 ความคาดหวังของนักลงทุน – คนจำนวนมากมองว่าคอนโดเป็น "Store of Value"

📌 ปัญหาที่เกิดขึ้น:

❌ คอนโดถูกมองเป็นสินทรัพย์สะสมมูลค่า ทั้งที่ไม่ควรเป็น

❌ ราคาถูกปั่นขึ้นจากการลงทุน ทำให้สูงเกินกว่ามูลค่าการอยู่อาศัยจริง

❌ ชนชั้นกลางแทบไม่สามารถซื้อคอนโดด้วยเงินสดได้ ต้องกู้เงินก้อนโตและเป็นหนี้หลายสิบปี

ในอดีต คนซื้อบ้านหรือคอนโดเพื่อ "อยู่จริง" แต่ทุกวันนี้ การซื้อคอนโดเพื่อเก็งกำไรทำให้ราคาสูงจนคนทั่วไปเอื้อมไม่ถึง

📌สรุป

ราคาคอนโด (Market Price) = มูลค่าการอยู่อาศัย (Utility Value) + ค่าแบรนด์/ทำเล/โฆษณา (Monetary Premium)

---

2. #Bitcoin

Bitcoin ไม่มี Utility Value ในเชิงการใช้งานแบบอสังหาฯ แต่ราคาตลาดของมันถูกกำหนดโดย Monetary Premium 100% ซึ่งเกิดจาก

✅ ความหายาก (Fixed Supply) – มีเพียง 21 ล้านเหรียญ

✅ ไร้พรมแดน – ส่งข้ามโลกได้ด้วยความไวแสง

✅ Store of Value – Digital scarcity และไม่มีค่าเสื่อมสภาพ

📌สรุป

ราคา #bitcoin (Market Price) = Monetary Premium 100%

🔹 คอนโดไม่ควรเป็น Store of Value แต่ถูกใช้เพื่อเก็บมูลค่าจากกลุ่มคนรวยและนักลงทุน ทำให้ราคาพุ่งขึ้น

🔹 Bitcoin เป็น Store of Value ที่แท้จริง เพราะไม่มีค่าบำรุงรักษา ไม่เสื่อมสภาพ และมีความหายากในตัวเอง

💡 หากคนหยุดใช้คอนโดเป็นที่เก็บมูลค่า และหันมาใช้ Bitcoin แทน

✅ ราคาคอนโดจะสะท้อน Utility Value จริงมากขึ้น

✅ ชนชั้นกลางสามารถซื้อที่อยู่อาศัยได้โดยไม่ต้องเป็นหนี้ก้อนโต

✅ การลงทุนเก็งกำไรในสินทรัพย์ที่ด้อยประสิทธิภาพจะลดลง

--------------------------------------------------------------------

#siamstr

ถ้ามาแนวนี้แล้วน่าจะบวกค่าปล่อยเช่าปีละ 5-7% ไปในราคาขายแล้วด้วย

ซึ่งหากใครซื้อในราคานี้จะโดนค่า Premium แบบยับๆ

อาจจะตะกุกตะกักหน่อยๆ แต่ถือว่าเก็บคะแนนได้ตามเป้าครับพี่

รุ่นนี้ใช้ง่ายดีเนอะ

หวังว่าจะไหวครับ 😁

Week แรกถือว่าน่าพอใจ จาก3k ตอนนี้ 4k แล้ว มีเวลาอีก 8 เดือน 10k น่าจะพอไหว

แต่ตอนนี้ถึงเวลาตั้งหม้อได้😋

#siamstr #RunningDay4

น่ากินมากครับ

Replying to Avatar Jakk Goodday

“ผู้นำที่แท้จริงไม่ใช่ผู้บริหาร แต่คือนักสร้าง”

การสร้าง คือ การกล้าเดินเข้าไปในที่มืดเป็นคนแรก

"Entrepreneurial Leadership" My way

โลกเต็มไปด้วย "ผู้บริหาร" คนที่เก่งในการจัดการระบบ ดูแลกระบวนการ ติดตามผลลัพธ์

แต่โลกไม่ได้ถูกเปลี่ยนแปลงด้วยพวกเขา

โลกถูกเปลี่ยนแปลงด้วย "นักสร้าง" (The Builder)

คนที่เห็นโอกาสในสิ่งที่ยังไม่มีอยู่ และลงมือทำมันให้เกิดขึ้นจริง

"ผู้บริหารเก่งเก่งจัดระเบียบสิ่งที่มีอยู่ ส่วนนักสร้างเก่งที่ทำให้สิ่งที่ยังไม่มีกลายเป็นจริง"

หลายครั้งที่ผมเห็นคนตั้งคำถามว่า "ผู้นำที่ดีคืออะไร?"

คือคนที่คอยสั่งการให้ทีมทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ?

หรือคือคนที่สร้างสิ่งใหม่ที่ทำให้ทีมมีเหตุผลในการทำงาน?

สำหรับผม "ผู้นำที่แท้จริงคือผู้สร้าง"

พวกเขาไม่ได้แค่ปรับปรุงสิ่งที่มีอยู่ แต่สร้างบางสิ่งที่ยังไม่มีขึ้นมาเอง

"โอกาสไม่ได้มีไว้ให้รอ โอกาสมีไว้ให้สร้าง

- ไม่รอให้ปัญหาหมดไป >> แต่สร้างวิธีแก้ปัญหาขึ้นมาเอง

- ไม่รอให้มีโอกาส >> แต่สร้างโอกาสเอง

- ไม่แค่จัดการสิ่งที่มี >> แต่สร้างสิ่งใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน

ถ้าคุณต้องการเป็นผู้นำที่แท้จริง คุณต้องเลิกคิดแบบผู้บริหาร แล้วเริ่มคิดแบบนักสร้าง

จาก 0 >> Right Shift >> Siamstr >> Right Node

เราไม่ได้รอให้มี Community เกิดขึ้นในแบบที่เราอยากได้ เราสร้างมันขึ้นมาเอง

ก่อนปี 2021 ในไทยยังไม่มี Community Bitcoin ที่เป็นโครงสร้างชัดเจนมากนัก

แหล่งข้อมูลก็มีน้อย มีเพียงช่องทางของ อ.พิริยะ ที่ให้ความรู้แบบจริงจังแต่เพียงลำพัง

ไม่มีพื้นที่ให้คนที่สนใจมาแลกเปลี่ยนความรู้ ไม่มีคอนเทนต์ที่ลึกซึ้งเป็นระบบระเบียบในรูปแบบภาษาไทย

ในตอนนั้น.. ผมมีทางเลือกอยู่ 2 ทาง

1️⃣ รอให้มีคนอื่นมาสร้างให้ แล้วค่อยเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งขอบมัน

2️⃣ สร้างมันขึ้นมาเองเสียเลย

ผมเลือกทางที่สอง..

“ถ้าสิ่งที่เราต้องการยังไม่มีในโลก เราก็สร้างมันขึ้นมาเอง”

นี่คือวิธีคิดแบบนักสร้าง ที่ทำให้เรากลายเป็นผู้นำ

1️⃣ สร้างเลย แทนที่จะรอ (Create Instead of Wait)

❌ หยุดรอให้มีคนมาให้โอกาส

✅ เริ่มเป็นคนที่ สร้าง โอกาสเอง

- อยากเห็นอุตสาหกรรมดีขึ้น? >> สร้างพื้นที่ให้คนแลกเปลี่ยนความรู้ คอนเน็คกันเอง

- อยากมีทีมที่ดีมีศักยภาพ >> สร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการปรากฏตัวของคนที่มีศักยภาพ

- อยากเห็นทีมแข็งแกร่งขึ้น? >> สร้างวัฒนธรรมที่ดีขึ้น

- อยากให้ตัวเองมีคุณค่า? >> สร้างคุณค่าให้ตลาดก่อนที่ตลาดจะต้องการมัน

"ผู้นำที่แท้จริงไม่รอให้อนาคตเกิดขึ้น แต่สร้างอนาคตขึ้นมาเอง"

2️⃣ มองหา “ปัญหาที่คนอื่นมองข้าม” (Opportunity in Problems)

❌ อย่ามองปัญหาเป็นแค่ปัญหา

✅ มองว่าปัญหาคือ โอกาสที่ยังไม่มีใครแก้

- ไม่มีผู้คนออกมาให้ความรู้เรื่อง Bitcoin แบบจริงจัง? (ไม่นับ อ.พิริยะ ที่ทำอยู่ก่อนแล้ว) >> ทำให้มันเกิดขึ้นเอง

- ตลาดไทยไม่มีมาตรฐานสำหรับ Bitcoin Education? >> เราสร้างมาตรฐานเอง

- ไม่มีพื้นที่ให้คนเก่ง ๆ รวมตัวกัน? >> ผมสร้างทีมขึ้นมาเอง สร้างพื้นที่ให้พวกเขารวมตัวกัน

"ทุกครั้งที่มีคนบ่น นั่นแปลว่าโอกาสของเรากำลังรอให้เราไปสร้างมันขึ้นมา"

3️⃣ ลงมือทำ แม้ไม่มีใครรับประกันความสำเร็จ (Take Risks & Build Anyway)

❌ หยุดคิดว่า "จะเวิร์คไหม?"

✅ เริ่มคิดว่า "เราจะทำให้มันเวิร์คได้ยังไง?"

- เราเริ่มสร้าง Right Shift ทั้งที่ยังไม่มีเงินทุนมากนัก

- ผมเริ่มทำคอนเทนต์เอง ทั้งที่ตอนแรกยังไม่มีใครเสพ

- เราเริ่มจัด Meetup Bitcoin ไทย ทั้งที่ไม่ค่อยมีใครเคยจัดมาก่อน

"โอกาสที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือโอกาสที่คนอื่นยังไม่เห็น"

//////////

"การสร้าง" คือ การกล้าเดินเข้าไปในที่มืดเป็นคนแรก

การเป็น "นักสร้าง" ไม่ใช่แค่การทำสิ่งใหม่ แต่มันคือการก้าวเข้าไปในที่ที่ยังไม่มีใครเคยไป

"ที่ที่มืดสนิท" ที่ที่ไม่มีใครรู้ว่าข้างในมีอะไร ไม่มีเส้นทาง ไม่มีระบบ ไม่มีหลักประกันว่ามันจะสำเร็จ

"พื้นที่ที่ไม่มีใครเข้าไป ไม่ใช่เพราะมันเป็นไปไม่ได้ แต่มันเป็นเพราะยังไม่มีใครกล้าพอ"

ความมืด… มันคือสิ่งที่น่ากลัวโดยธรรมชาติ

เพราะมนุษย์กลัวสิ่งที่ตัวเองมองไม่เห็น

แต่ในขณะเดียวกัน ความมืดนั้นก็เป็นที่ที่ยังไม่มีใครครอบครอง

มันคือ Blue Ocean

มันคือโอกาสอันบริสุทธิ์ที่รอให้ใครสักคนกลายเป็นคนแรกที่เปิดไฟ

+ เราไม่ได้แค่สร้าง Right Shift ขึ้นมา

+ เราเดินเข้าไปในที่มืด และทำให้มันกลายเป็นพื้นที่ของเรา

ความกล้าที่จะเข้าไปในความมืด คือ ต้นทุนของนักสร้าง

ทุกตลาดที่ยังไม่มีใครอยู่ มันน่ากลัว

ทุกไอเดียที่ยังไม่มีใครทำ มันเสี่ยง

ทุกการเริ่มต้นที่ไม่มีใครการันตี มันเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

แต่… นักสร้างตัวจริงไม่ใช่คนที่หลีกเลี่ยงความมืด เขาคือคนที่เดินเข้าไปเพื่อเปลี่ยนมันให้เป็นของตัวเอง

"ถ้าเรากลัวความมืด เราก็จะไม่มีวันได้เป็นเจ้าของแสงสว่าง"

เราไม่ได้รอให้มีแสง… เราเป็นคนเปิดไฟเอง

การเป็นนักสร้างไม่ได้แปลว่าเราต้อง “หาทางที่ปลอดภัย”

แต่มันหมายถึง..

เราต้องเป็นคนออกแบบอนาคตที่เราต้องการจะอยู่เอง

ถ้ายังไม่มีระบบ >> ออกแบบให้มันเกิดขึ้นเอง

ถ้ายังไม่มีคนเชื่อ >> ทำให้เขาเห็นเอง

"คนที่กล้าก้าวเข้าไปในที่มืดก่อน คือคนที่ได้ออกแบบโลกใหม่ที่คนอื่นจะเข้ามาอยู่"

วันนี้เรากำลังแก้ปัญหา หรือกำลังสร้างโอกาส?

เรากำลังรอให้โอกาสมา หรือเรากำลังสร้างมันขึ้นมา?

เราเห็นปัญหาแล้วบ่น หรือเราเห็นปัญหาแล้วลงมือแก้มัน?

เรากำลังแค่ "บริหาร" สิ่งที่มี หรือกำลัง "สร้าง" สิ่งใหม่?

"โลกนี้ไม่ได้ขาดแคลนผู้บริหาร แต่มันขาดแคลนนักสร้าง"

#EntrepreneurialLeadership #CreateNotWait #BeTheCause #LifeShift #Siamstr

ขอบคุณพี่มากๆเลยครับ

Replying to Avatar HGGlobal

ช่วง 10-15 ปีที่ผ่านมา มีความพยายามจะชวนคนไทยให้มาลงทุนในเวียดนาม โดยอ้างว่าให้ผลตอบแทนดี

นี่คือ Chart อัตราแลกเปลี่ยนของ THB/VND ถ้านับตั้งแต่ปี 2005 ณ ปัจจุบันค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น 100% เมื่อเทียบกับ VND แปลว่าถ้าเอาเงินมาลงทุนตั้งแต่ตอนนั้น ไม่ว่ากำไรในเวียดนามจะได้กี่เปอร์เซ็นต์ก็ตาม ผลกำไรนั้นจะถูกหารครึ่งจากอัตราแลกเปลี่ยน

ถ้าวัดปี 2015-2025 เงินบาทแข็งค่าขึ้น 24% แปลว่ากำไรทุกอย่างหักอัตราแลกเปลี่ยนจะลดลงประมาณ 19-20%

และผมคิดว่านโยบายของรัฐบาลเวียดนามจะยังคงทำให้ค่าเงินตัวเองอ่อนลงเพราะพึ่งพาการส่งออก สรุปคือเลิกหวังที่จะกวาดกำไรจากตลาดหุ้นเวียดนามได้แล้ว คุณเจออัตราแลกเปลี่ยนแบบนี้มีจุกแน่นอน

ยังไงผมก็คิดว่าการเก็บ #Bitcoin เอาไว้เฉยๆ ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าถือเงินทั้งสองสกุลนี้ ที่น่าสงสารคือคนเวียดนามที่กำลังเจอนโยบายทางการเงินแบบนี้

แต่สำหรับชาวต่างชาติที่อาศัยในเวียดนามเขามีโอกาสซื้อของได้ถูกลงเรื่อยๆ

#siamstr

ปีที่แล้วผมไปเที่ยวซาปา ของแม่งถูกจริงๆครับ ขนาดเป็นเมืองท่องเที่ยวนะนั่น

ช่วง 4-5 ปีที่ผ่าน เห็นมีชวนกันไปลงทุนที่เวียดนามกันเยอะเลย ไม่รู้ตอนนี้เป็นไงกันบ้าง