Avatar
Earn
8e55d4d07ba98e252d71aa60b897a34e0d7abf1ea0f21ffc8e23e87749bd040f
Human

GM ครับ ขอบคุณมากครับ

GM ชาว nostr ทุกท่านครับ

เช้านี้มีเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างมากครับ

ผมสามารถอธิบายถึงคุณค่าของการเก็บออม

ให้กับเพื่อนที่ทำงานคนนึงได้

เพื่อนคนนี้ปกติแล้วจะมีรายรับอยู่ที่เดือนละประมาณไม่เกิน 20,000 บาท แล้วเป็นคนชอบซื้อหวยใด้ดิน โดยซื้อเฉลี่ยแล้วเดือนละประมาณ 6,000 บาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่สูงมาก ทำให้ไม่มีเงินเก็บเลย

ผมจึงพูดถึงคุณค่าของการเก็บออมเงิน และแนะนำให้เอาเงินที่ซื้อหวยแบ่งไปซื้อทองบ้าง เพื่อเป็นตัวช่วยหากวันข้างหน้าเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้นมา จนเขาตัดสินใจไปซื้อทองมา

เรื่องของการออมถ้าพูดถึง bitcoiner อาจจะเป็นเรื่องที่ปกติ สามารถทำได้ง่าย แต่สำหรับคนอื่นๆแล้ว อาจเป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก เพราะสิ่งแรกที่เขาต้องทำคือต้องต่อสู้กับจิตใจของตัวเอง ลดความอยากได้อยากมีลง ไม่ปล่อยใจไปตามกระแสสังคม ซึ่งมันทำได้ยากมากๆเลยครับ

แม้ครั้งนี้ผมจะไม่สามารถพูดถึง bitcoin ให้เขาฟังได้ แต่ผมก็ดีใจที่เขามีทองใส่ มีหลักประกันในวันที่เจ็บไข้ได้ป่วย วันที่เกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้น ก็สามารถใช้ทองที่สะสมไว้เป็นตัวช่วยได้

ขอให้ทุกท่านมีวันที่ดี

#siamstr

มีกล้องใส่หัวหมวกกันน็อค เวลาเดินใส่หมวกกันน๊อคไปด้วย น่าจะแทนกันได้

ลองหาในช๊อปปี้

มารีวิว ประโยชน์ การนั่งสมาธิ

ทดลองนั่ง ระยะเวลา ประมาณ 1 ปี วันล่ะ ประมาณ 10-15 นาที

อาทิตย์ ล่ะ 4 วันโดย เฉลี่ย

วิธี การทำคือ

อยู่กับลม หายใจเข้า

คือ เฝ้าดู ลม หายใจ เวลาเข้า ก็เฝ้าดูจนเข้า หมด

เวลาลมหายใจ ออก ก็เฝ้าดูจนลม หายใจออกหมด

ถ้า จิต คิดไปที่อื่น ดึง กลับมาเฝ้า ลมหายใจ ใหม่

ช่วงเริ่มทำแรกๆ เหมือน มันคิดไม่หยุดเลย เหมือนเราคิดจนเหนื่อย

ปัจจุบัน ใช้วิธี กลั้นหายใจ ให้จิต กับมาอยู่ กับ กาย

เป็นวิธี ที่ รวดเร็วมาก ในการฝึก เพราะฝึกได้ ทุก อากัปกิริยา ออกกำลังกาย เดิน นั่ง อ่านหนังสือ

ออกตัวก่อนว่า การนั่ง ไม่เกี่ยว กับในเชิงศาสนา อะไรแต่อย่างใด เพียงแต่นำ หลักการ ปฎิบัติ จากศาสนา มาใช้ ในการนั่งสมาธิ

ประโยชน์ทางด้านร่างกาย

- ลดความเครียด ในทางร่างกาย ได้ดี

- นอนหลับดีขึ้น

- ลดอสการปวดต่างๆ

- สุขภาพมวลรวม ดีขึ้น

- ผิวพรรณ ดีขึ้น

ประโยชน์ทางด้าน จิตใจ

- ไม่คิดไปหน้าหลัง อยู่กับปัจจุบันได้ดีขึ้น

- การควบคุมอารมณ์ดีขึ้น

- รู้จักตัวตน ภายในตัวเองได้มากขึ้น

- ลดอัตตา ตัวตน (Ego) ได้มากขึ้น

- เห็น อารมณ์เป็น ไตรลักษณ์

- จิตใจสงบ มากขึ้น

- การรับรู้ ทาง ประสาทสัมผัส ดีขึ้น

- ปล่อยวาง ต่อสิ่งเร้า และสิ่งแวดล้อมเชิงลบได้ดีขึ้น

- เท่าทันอารมณ์ มากขึ้น

ใคร ทำบ้าง มีแชร์ ผลลัพธ์กันได้นะครับ

#siamstr

#nostr

#meditation

#m=image%2Fjpeg&dim=1024x1024&blurhash=UCCG0oNG01xt%7EnWC9Ht602oe%7EUj%3F4poe%5E*oe&x=7a7f962d3c01158a1d85e35ae9ea91a03de5c9da954bd89b25103b0bc6842443

ผมทำเกือบทุกวันครับ เฉลี่ยอาทิตย์ละ 6 วัน

จะทำตอนขึ้นรถไปทำงานตอนเช้า

ทำวันละ 20 นาที

ผลที่ได้ที่รู้สึกกับตัวเอง

ตอนนอนนอนหลับง่ายขึ้น

กินข้าวอร่อยขึ้น

มีสมาธิในการฟังมากขึ้น

มีสมาธิในการพูดมากขึ้น

บางครั้งมีเรื่องที่เป็นปัญหากับจิตใจก็บรรเทาได้ จากหนักให้เป็นเบาครับ

บางครั้งเราคิดฟุ้งซ่านไปในเรื่องทุกข์ๆ

เราก็สามารถดึงสติกลับมาอยู่กับสมาธิได้

บางครั้งอยากได้อยากมีอะไรที่มันสิ้นเปลืองก็สามารถระงับอารมณ์ความอยากไปได้เยอะครับ

รู้สึกว่าชีวิตดีมากเลยครับ

ช่วงเช้าพ่อขึ้นรถแล้วทำสมาธิก็จะเผลอหลับไปเลย เพราะผมต้องนั่งรถวันละ 1 ชั่วโมงไปทำงาน ก็รู้สึกดีที่ได้พักผ่อนด้วย

พอมาถึงที่ทำงานก็สดชื่นครับ

เป็นการเริ่มต้นของวันด้วยการทำสิ่งที่ดีเลยครับ

ขอยินดีกับผู้ชนะด้วยครับ ชอบภาพจารเปรี้ยวมากเลยครับ 😘😘😘

Replying to Avatar buffetbeefs

ขออณุญาติ แนะนำตัวครับ ส่วนตัวผมเกิดมาในครอบครัว ชนชั้นกลาง ในเมืองหัวหินครับ ในบ้านมีทั้งหมด 4คน พ่อ แม่ พี่สาวและผม

บ้านแม่เป็นคนหัวหินอยู่แล้ว ส่วนบ้านพ่อ อพยพมาจากนครศรีธรรมราช ปู่เป็นชาวนามาก่อน พอมาอยู่หัวหิน จึงทำไก่ทอดขาย เดินขายตามเมืองหัวหิน สนามกอล์ฟต่างๆ มีพ่อของผมเป็นลูกมือในการตื่นมาเชือดไก่ทอดไก่กับปู่ และ ป้าของผมก็ ออกไปช่วยปู่ขายบ้างในบางครั้ง พ่อของผมไม่ได้เรียนหนังสือ เพราะต้องเสียสละช่วยปู่ ส่งป้าสองคนเรียน (ปู่มีลูก7คน ลูกสาว2)

พอคุณป้า มีสามี ด้วยความที่สามีมีต้นทุนทางบ้าน จึงเปิดร้านไก่ทอดขึนมา (ชื่อดังแห่งหนึ่งในหัวหิน) พ่อผมก็กลายเป็นลูกจ้างป้าไปโดยปริยาย ถึงจุดๆนึง ร้านไปได้ดี พ่ออยากที่จะออกมาขายไก่บ้างเนื่องจากเป็นสูตรของปู่ แต่ก็โดนกระแสสังคมในบ้าน ไม่ให้ขาย เสียดายที่พ่อผมไม่ได้หนักแน่นพอ แต่พ่อก็ตัดสินใจออกมาจากบ้านใหญ่ ไปทำงานบริษัท Dole เป็นหัวหน้าช่าง เพราะพ่อมีทักษะการช่างติดตัวมาตั้งแต่เด็กๆ จนกระทั่งเก็บเงินได้จำนวนนึง พ่อจึงออกมาทำงานรับเหมาเอง แต่น่าเสียดายที่เจอกับยุควิกฤติเศรษฐกิจซะก่อนทำให้ต้องเลิกลาไป หลังจากนั้น คุณยายของผมทำข้าวเหนียวมูล ข้าวเหนียวมะม่วงขายอยู่ก่อนแล้ว แม่จึงได้รับช่วงต่อ พ่อกับแม่เลยช่วยกัน ทำเป็นอาชีพเลี้ยงดูลูกสองคน ให้พอที่จะเติบโตได้ พี่สาวผมเรียนเก่งครับ สอบ AFS ติดถึงสามครั้ง แต่ด้วยความที่ทางบ้านไม่ได้มีเงินมากมาย จะหยิบยืมก็ไม่ได้มีใครให้ พี่สาวของผมเลยไม่ได้มีโอกาสไปเรียนต่อ ตามที่ควรจะได้ พ่อผมป่วยเป็นโรคสะเก็ดเงิน ตั้งแต่ปีที่ผมเกิด ทำให้รายจ่ายต้องจ่ายค่ารักษาจากระบบ fiat ทุกๆปีๆ ไม่ได้ดีขึ้น แถมยังหนักขึ้นทุกวัน ด้วยความที่โรคนี้มันคัน ฉะนั้นพ่อของผมก็ไม่สามารถนอนหลับได้อย่างเต็มอิ่ม การกินก็ไม่ได้ดีนัก ทำให้มีโรคที่ตามมาอย่าง ความดัน และ หัวใจ แม่ของผมซึ่งก็ติดกับดักจากสื่อกระแสหลักที่ มอมเมาคนให้ ซื้อบ้านเป็นการลงทุน เรามีบ้านอยู่แล้วหนึ่งหลัง แม่ก็ดันไปซื้อเพิ่มอีกหนึ่งหลัง ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังผ่อนจ่ายอยู่ทุกเดือน ย้อนกลับไปเมื่อ 6ปีที่แล้ว ตอนผมกำลังสอบ Final ที่มหาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง (ลุงที่อยู่เมกา อาสาส่งผมเรียน) พี่สาวโทรมาบอกว่าพ่อเข้า ICU ผมนั่งรถตู้จากรังสิต มาหัวหินทันที ในวันนั้น ช่วงนั้นผมค้นพบว่าตัวเองชอบกาแฟ คิดว่า เออเรียนไปก็เสียเวลา เลยตัดสินใจ ลาออกจากมหาวิทยาลัยวันนั้นเลย และทำงาน

เป็นบาริสต้าที่คาเฟ่เล็กๆที่หัวหิน หลังจากพ่อเข้า ICU และออกมาได้ ประกันของพ่อหมดพอดี เราต้องขายรถยนต์ เพื่อจ่ายค่ารักษาพยาบาล พ่อกับแม่ไม่ค่อยคุยกัน ผมตัดสินใจ ลาออกจากคาเฟ่ที่หัวหิน ขึ้นไปกรุงเทพ เพราะตลาดงานที่นั่นดีกว่า จึงทำให้ผมไม่เจอพ่อเลยเป็นเวลา2-3ปี พ่อกับแม่แยกกันอยู่คนละบ้าน มีพี่สาวคอยดูแลพ่ออยู่ ผมก็ไปตามความฝันของผม กลับบ้านแค่ปีละครั้งเท่านั้น จนเมื่อ 3ปีที่แล้ว พ่อผมก็ได้จากโลกนี้ไปอย่างสงบ ผมที่ผจลโลกอยู่ ก็ได้ตระหนักอะไรหลายๆอย่าง ผมได้เป็น Head barista ในวัย 25ปี ขณะที่คนรุ่นเดียวกันพึ่งจะจบไม่นานและมาสมัครเป็นลูกน้องผม เลยได้เข้าใจว่า ระบบการศึกษาก็ไม่ได้สำคัญขนาดนั้น ในบางอาชีพ มันขึ้นอยู่กับ ทักษะ และประสบการณ์มากกว่า เคยนึกเสียดายที่ไม่ได้เรียน แต่ตอนนี้ไม่เสียใจแล้ว ระหว่างที่ทำงาน ผมก็ค้นพบ ว่าผมไม่ได้หลงใหลในกาแฟขนาดนั้น เริ่มไม่ได้เห็นภาพตัวเองในอนาคตกับกาแฟแล้ว ก่อนหน้านี้ผมเป็นคนที่ออกกำลังกายมาตลอดช่วง 20ต้นๆเพราะเป็นคนอ้วนมาก่อน อยากจะดูดี ระหว่างทางจึงค้นพบว่าตัวเองมีความสนใจใน Health and Wellness มากกว่า เป็นเรื่องที่ให้อ่าน ให้ดู เป็นวันละ 10ชั่วโมงก็ทำได้สบายมาก จึงตัดสินใจลาออก กลับหัวหินด้วยเงินจำนวนนึง ไม่ได้เยอะ แต่ก็พอมาเริ่มอะไรเล็กๆได้ แต่ด้วยความใช้ชีวิตในความประมาทไปหน่อย ผมประสบอุบัติเหตุขณะออกกำลังกาย เส้นเอ็นอักเสบ ทำให้เดินไม่ได้ถึงสองเดือน เงินที่ไม่ได้มีมากนัก จึงกลายไปเป็นค่ารักษาจนหมด ตอนนี้หายดีแล้ว กลายเป็นคนว่างงาน แต่ก็ยังไม่ล้มเลิกความฝัน กลับมาทำการบ้านถึงสิ่งที่อยากทำ รายได้จะมีจากการช่วยแม่ผลิตขนมไปขาย กับมีรับจ้างเป็นมือปืนบาริสต้าตามร้านต่างๆในหัวหิน และ เป็นคนเฝ้ายิมทุกวันเสาร์ ระหว่างนั้นก็ทำงานบ้านเกี่ยวกับธุรกิจมาตลอดครับ ใกล้ที่จะคลอด Product ละ เดือนมกรา เป็นเดือนเกิดของผม และเป็น World Carnivore month ถ้าโปรดักษ์ออกมาแล้ว ฝากเพื่อนๆ พี่ๆ ติดตามกันด้วยนะครับ ขอบคุณที่อ่านจนจบ #Siamstr #Nostr

ยินดีต้อนรับครับ ขอให้วันต่อจากนี้ไปเป็นวันที่ดีนะครับ จะรอติดตามผลงานนะครับ

Replying to Avatar Richter

เห้ยๆๆๆ ถูกต้องครับ คุณ nostr:npub13e2af5rm4x8z2tt34fst39arfcxh40c75repllywy058wjdaqs8sewxgfy #siamstr

#m=image%2Fjpeg&dim=1080x1737&blurhash=%5EHFYcCI.IBM%23bI%25M02s%3DoybYoyR*00spxt%25LRjRQ%7Eo%25LRQICogkC_3D*RQbboext4oR%2Bx%5B%25LRjRQ4n%251s%3BIVWCRj%5E*aeV%5BWBxZt6%25MS4R%25xuM%7CWX&x=5c563c06f0d6d4351b4fc977c3828ec126d1de701514da5d6c3aee276dfd8d50

ขอบคุณครับพี่

พอดีห้องสมุดแถวบ้านผมเป็นราชการกันนะครับ

แล้วเขาก็ปิดทุกวันจันทร์ ตัววันหยุดผมคิดว่าเราปรับกันได้น่าจะดีนะครับ เหมือนทำงานอาทิตย์ละห้าวัน แล้วสลับกันหยุดครับ อันนี้ก็จะดีกับประชาชนส่วนใหญ่มากๆครับ สำหรับการทำธุรกรรม แต่ก็ได้แค่คิดละครับ ภาพจริงคงเกิดขึ้นยาก

Replying to Avatar Seph

วันก่อนเห็น nostr:npub1prya33fnqerq0fljwjtp77ehtu7jlsjt5ydhwveuwmqdsdm6k8esk42xcv บ่นเรื่องระบบราชการไทยเลยนึกถึงปัญหาของระบบราชการไทยขึ้นมาได้เรื่องนึง มันคือหนึ่งใน "ต้นน้ำ" ของความห่วยเลยนั่นก็คือ ทำไมคนถึงอยากรับราชการ?

เราน่าจะเคยได้ยินผู้ใหญ่พูดกันว่ารับราชการ "งานมั่นคง" และ "สวัสดิการเยี่ยม" (รวมถึงสวัสดิการเลี้ยงดูพ่อแม่ด้วยเนี่ยแหละ)

แปลว่าอะไร แปลว่าคนที่มารับราชการ "มักจะ" มี objective ตามนี้ คือไม่ได้ตั้งใจจะเข้ามาพัฒนาหน่วยงานหรือพัฒนาประเทศอะไรหรอก มันเลยทำให้คนที่อยู่มักจะเฉื่อยๆ ทำงานแบบเช้าชามเย็นชามเพราะ objective เค้าสำเร็จแล้วตั้งแต่วันแรกที่ได้บรรจุแล้ว

หน่วยงานส่วนใหญ่ก็ไม่ได้มี KPI อะไรในการวัดผลงานคนด้วย ก็เรืยกว่าถ้าไม่ได้ทำผิดร้ายแรงอะไรก็สามารถอยู่นานอยู่ทนไปเรื่อยๆสบายๆชิวๆเลย ใครจะอยากไปเปลี่ยนไปพัฒนาระบบระเบียบให้มันดีขึ้นเพราะถ้าเค้าทำแล้วจะได้อะไรนอกจากเปลืองแรง? แถมเกิดไปแก้ให้คนตัวเองเสียผลประโยชน์จะพาลทำให้ตัวเองเดือดร้อนเสีย "สวัสดิการอันดีเยี่ยม" ไปเสียอีก

ปล.ก็เห็นมีนะคนที่เค้ามารับราชการด้วยใจรักอยากจะพัฒนาประเทศจริงๆ แต่ก็ต้องยอมรับด้วยว่ามันเป็นส่วนน้อยหรือหน่วยงานส่วนน้อยแหละที่เป็นแบบนั้น

ส่วนตัวก็คิดไม่ออกเหมือนกันว่าจะแก้อะไรกับระบบนี้ได้นอกจากล้างบางซึ่งมันก็ทำจริงไม่ได้อีก

#siamstr #ราชการไทย

ถ้าวันนึงมีอะไรมาเปลี่ยนระบบนี้ได้ก็คงจะดีนะครับ

สิ่งแรกที่ขอคืออยากให้ราชการเปิดเสาร์อาทิตย์ 5555

อยากจะไปทำอะไรสักทีต้องใช้พักร้อนตลอด

Replying to Avatar Panai Lawasut

หลายๆครั้งพี่ฟังพี่ชิต ผมมักจะได้คำตอบในสิ่งที่ผมไม่รู้ตัวว่ากำลังหาอยู่

อย่างในตอนที่สมาทานแนวคิดบิทคอยใหม่ๆ เรารู้สึกสบายใจแปลกๆ เรารู้สึกมีความหวังแบบบอกไม่ถูก เรารู้สึกกล้าลงมือทำในเรื่องที่หลายๆคนมองว่าเสี่ยง

ทุกๆครั้งที่มีคนถาม เราบอกออกมาไม่ได้ว่าไอ้ความรู้สึกรวมๆนี่มันคืออะไร อะไรทำให้เรามีความรู้สึกแบบนั้น อะไรทำให้เรา take action แบบนั้น ผมทำได้แต่อธิบายปรัชญาของบิทคอยที่พูดยังไงก็ไม่หมด และสุดท้ายก็ไม่มีคนฟัง

มันเป็นแบบนั้นมาตลอด จนได้ฟังรายการ alt tab ep.ของพี่ชิต เมื่อปีที่แล้ว

พี่ชิตบอกว่า “บิทคอยทำให้พี่ชิตรู้สึก secure”

ประโยคสั้นๆแค่นี้แหละ มันเหมือนพาผมไปพบกับโมเมนต์บรรลุธรรม มันอธิบายที่มาที่ไปของความรู้สึกในใจได้ อธิบายเหตุผลของหลายๆสิ่งที่เรา take action ได้

และมันยังเป็นหลักยึดของสิ่งที่เราจะทำต่อไปในอนาคตได้อีกด้วย

ไลฟ์ยาม่วงวันก่อนก็เช่นกัน มันพาผมไปโมเมนต์แบบนั้นอีกแล้ว…

ผมคงมิอาจจะไปขยายความสิ่งชิตพูดในไลฟ์ แต่หลายๆ quote ของพี่ชิตวันนั้นมันพาความคิดผมดำดิ่งไปในหลายมิติมากๆ ผมอยากจะขอเล่าความคิดที่มันฟุ้งอยู่ในหัว ที่ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าจะเรียบเรียงมันออกมาได้หรือไม่ และผมก็ไม่แน่ใจด้วยว่ามันตรงกับสิ่งที่พี่ชิตพยามอธิบายพวกเรามั้ย

“คนส่วนใหญ่มักแยกไม่ออกว่าสิ่งที่เรากำลังพูดถึงมันอยู่ในเลเยอร์ไหน”

แค่วลีนี้จากโพสใน FB ของพี่ชิตก็พาสติผมหลุดออกจากไลฟ์ไปแล้ว มันได้คำตอบทันทีว่าทุกๆเรื่องที่เราถกเถียงกัน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการเมือง เศรษฐกิจ สังคม สุขภาพ ความสัมพันธ์ ทำไมมันถึงไม่มีวันแก้จบ

ก็เพราะทุกๆเรื่องมันไม่ได้อยู่บนเลเยอร์ foundation งั้นสินะ และเราก็รู้กันดีอยู่แล้วถ้าค่อยๆแกะไอ้ปัญหาต่างๆที่อยู่บนเลเยอร์ที่ซ้อนทับกันลงไปเลยเรื่อยๆ จนเจอ foundation ของ โดเมนนี้ เราจะเจอว่าเงินคือพื้นฐานของปัญหาทั้งหมด

เรื่องนี้ช่วยอธิบายความของคำว่า “fix the money fix the world” ได้เลย

จริงๆ bitcoiner เราเข้าใจเรื่องนี่กันดีอยู่แล้ว แต่ความเข้าใจเรื่อง foundation และเลเยอร์ต่างๆที่ built on ที่พี่ชิตเล่าให้ฟังนี้ มันช่วยจัดเรียง mind map ให้เรา มันทำให้เราต้องคอยมองย้อนกลับไปในทุกๆ action ของเรา ว่ามันอยู่บนเลเยอร์ foundation มั้ย

แต่ผมเองยังคิดต่อไปอีกว่า จริงๆถ้าแกะเลเยอร์ของเงินลงไปอีก ก็คงจะพบว่า”เงิน”ก็เป็นเลเยอร์ที่ build on “foundation ความเป็นมนุษย์”

วินาทีนั้นโมเมนต์บรรลุธรรมผมมาอีกแล้ว

มนุษย์ขับเคลื่อนด้วยกิเลสเป็นหลัก ทุกๆการกระทำ และทุกๆความต้องการของเรา มีแต่ทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองทั้งสิ้น

ถ้าจะ build เลเยอร์อะไรขึ้นมาต่อจาก foundation ความเป็นมนุษย์อันนี้

“เราเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้อง rely on กิเลสของมนุษย์”

สิ่งนี้ตอบคำถามว่า

ทำไมเศรษฐศาสตร์แบบออสเตรียนถึงเป็นคำตอบของระบบเศรษฐกิจ ทำไมถึงมีมือที่มองไม่เห็น ทำไม game theory ถึงได้ผลอยู่วันยันค่ำ

และ”ทำไมซาโตชิถึงคิดบิทคอยน์ขึ้นมาจากอัลกอริทึมที่เรียกว่ามนุษย์”

ในระดับบุคคลตัวเล็กๆอย่างเราปรัชญาเรื่องนี้ก็มีประโยชน์มากเช่นกัน มันทำให้ถามตัวเองว่างานที่เราทำอยู่ ธุรกิจของเรามัน rely on อะไร ใช่กิเลสของมนุษย์มั้ย ถ้าจะพูดให้มันสวยๆหน่อยคงต้องพูดว่า สิ่งที่เราทำอยู่มันสร้างคุณค่าให้กับคนอื่นมั้ย

ในไลฟ์พี่ชิตพูดถึง “พวกเราต้องเตรียมตัวสำหรับการ change” เพราะหลายๆสิ่งตอนนี้ ถูกสร้างขึ้นบนเลเยอร์ของเงินที่ไม่มั่นคง

วันที่มันเปลี่ยน เราต้องเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง

การมีบิทคอยน์ก็เรื่องนึง แต่การที่เราจะใช้ชีวิตต่อไปได้ การที่กิจการของเราจะดำรงอยู่ได้ หรือแม้แต่ POW ของเราที่ส่งต่อไปให้ลูกหลานจะถูกสานต่อไปได้ มันจำเป็นต้องกลับมาพิจารณา ว่าสิ่งที่เราทำไปนั้นมันอยู่บนเลเยอร์รากฐานของความเป็นมนุษย์มั้ย สิ่งที่เราทำมันจะมีคุณค่าจนคนยังจะต้องการอยู่มั้ยในวันที่โลกเปลี่ยน

ถ้าสิ่งที่คุณทำอยู่มันยังแค่ rely on เลเยอร์ของเงินเท่านั้น คุณจำเป็นต้องพิจารณาอย่างหนักแล้ว ถ้าสิ่งที่คุณทำยังเป็นการเล่นแร่แปลธาตุบนสินค้าการเงินทุกรูปแบบ หรือพวกงานฉาบฉวยทุกประเภท ผมเชียร์ให้คุณคิดให้หนักในเรื่องนี้ว่ามันจะมีคุณค่าสำหรับคนอื่นจริงๆมั้ยในวันที่โลกเปลี่ยน

ในขณะที่ความคิดในหัวผมกำลังฟุ้งกระจาย พี่ชิตพูดในไลฟ์ว่า

“เราไม่สามารถ build on บนสิ่งที่ entropy ไม่ต่ำได้”

พระเจ้า..!! เหมือนมีใครจับก้อนความคิดที่กระจัดกระเจิงของผมมามัดรวมเป็นก้อนเดียว ความรู้ความเข้าใจผมถูกจับมาเรียงร้อยให้สอดคล้องกันไปหมดด้วยประโยคนี้

ผมถึงกับต้องหยุดคลิปไว้ก่อนแล้วมานั่งคิดทบทวนกับตัวเอง

- Entropy ของระบบปิดมีแนวโน้มที่จะคงที่ หรือเพิ่มขึ้นเท่านั้น..

- เราไม่สามารถลด entropy ลงได้ ถ้าไม่มีการใส่พลังงานลงไป จะทำให้ entropy ลดลงตัองใส่ work ลงไปเท่านั้น

- เราจะทำให้สิ่งที่เราสร้างยั่งยืนได้ ต้องเริ่มสร้างบน entropy ที่ต่ำที่สุด

- ต้องหาทางลด entropy ให้มากที่สุด ก่อนจะ build สิ่งใดๆ

- คำจำกัดความของ entropy คือ “มาตรวัดความไม่รู้ของผู้สังเกตการณ”

- POW ทำให้เกิดงานและความรู้

- POW ทำให้ความรู้ตกผลึก มันจะมีอะไร entropy ต่ำเท่าสะสารที่ตกผลึกแล้ว

- ความรู้คือพลังงาน

(ขออภัย ผมเรียบเรียงสิ่งที่อยู่ในหัวออกมาเป็นประโยคสวยๆไม่ได้จริงๆ)

สิ่งนี้ตอบคำถามว่าทำไมเราจำเป็นต้องสร้าง POW ให้ถึงขั้นต่ำก่อนถึงจะเริ่ม build สิ่งใดๆขึ้นต่อไปได้

แล้วเราจำเป็นต้อง คิดให้หนักด้วยว่า POW ของเรา buil on foundation ไหน

ความคิดผมยังพาไปอีกว่า มนุษย์นั้นใช่เลเยอร์ foundation หรือยัง

ซึ่งจริงๆมนความคิดผม มนุษย์และสิ่งมีชีวิตทั้งหลายก็เป็นเพียงเครื่องมือในการดำรงอยู่ของบรรดาเครือข่ายไมซีเลียมเท่านั้นนี่นา

พอความคิดผมมาถึงจุดนี้ ก็เริ่มรู้สึกตัวได้ว่า เรานี่ชักจะฟุ้งซ่านไปกันใหญ่แล้วนะ

ว่าแล้วผมก็เปิดฟังไลฟ์ยาม่วงพี่ชิตต่อไป

#siamstr

////////////////

ปล. เฉพาะ topic แรกในไลฟ์ ผมเองก็ไม่สามารถ เล่าสิ่งที่เกิดในหัวได้ทั้งหมดแล้ว นี่ยังไม่ได้รวมถึงเรื่องธรรมมะที่หัวข้อนี้ก็พาผมไปตกผลึกด้วย

ปล.2 ใครมาอ่านทีหลังหลายๆเดือน อาจไม่รู้ว่าเรากำลังคุยเรื่องไลฟ์อะไรกัน ขอฝากลิ้งค์ไว้ ขอบคุณ เซิร์ฟเวอร์จารย์อาร์ม

Nostrudel: https://w3.do/h2LirWPe

Wherostr: https://w3.do/giOJjuOb

ปล.3 ลิ้งค์ Witcast เรื่อง Entropy อันนี้เปิดโลกและสนุกมาก

https://www.youtube.com/live/CleSpBe5jqk?si=F6bF8yVIx3vEH90t

ขอบคุณครับพี่ปั๊ม ได้ฟังความคิดของหลายๆคนที่ได้ฟัง แล้วมาวิเคราะห์ ก็พบว่าเป็นอะไรที่สุดยอดมากเลยครับ

Replying to Avatar Tendou

อ้าย nostr:npub15l5mxmljftnnqur8gf2nkjj2yuemqy2kuly7yc29lx7x598svx5s447rgk เปิดมาขนาดนี้ เทนโด้จะรอช้าอยู่ใยเล่า

หลายคนคงจะรู้สึกตะขิดตะขวงใจมาตลอด เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของคนรุ่น GenZ ที่ “ดูเหมือน” จะทรงพลัง ทรงอิทธิพลกับสังคม ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดเรื่องการเมือง ไลฟ์สไตน์ มุมมองของชีวิต

แต่ทำไม GenZ กลับดูเป็นรุ่นที่ “อ่อนแอ” ไม่สมกับฐานะของคนรุ่นต่อไปเอาซะเลย

มันเกิดความผิดเพี้ยนอะไร?

แล้วเราจะหาทางออกได้ยังไง?

ติดตามได้ใน #สภายาแดง วันที่ 21 ธันวาคมนี้ แล้วเจอกันครับ ชาว #Siamstr

https://youtu.be/n6qOcAWyWAI?si=6ABC-j82jHRm_uLP

ปูเสื่อรอเลยครับ อยากฟังเรื่อง Barbie ด้วยครับ

สวัสดีชาว nostr ทุกท่านครับ

ขอให้วีคนี้เป็นวีคที่ดีของทุกท่านนะครับ

ตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้พิมพ์อะไรลงไปครับ

ปกติไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับคนที่ไม่รู้จักเยอะขนาดนี้มาก่อนครับ ขอขอบคุณทุกท่านที่มาให้กำลังใจมากๆเลยนะครับ

#siamstr

อยากไปเจอที่เชียงใหม่จังเลยครับ แต่ช่วงต้นปีงานเยอะครับ คงไปไม่ได้ครับ

Gm ครับ ค่าโอนออกจากกระดานยังแพงอยู่เลยครับ อดคิดไม่ได้เลยว่า อีกสามปีห้าปี คนที่มีเงินน้อยๆ จะเก็บ Btc เป็นของตัวเองได้ยังไงครับ