Avatar
Earn
8e55d4d07ba98e252d71aa60b897a34e0d7abf1ea0f21ffc8e23e87749bd040f
Human

โคตรฉ่ำ มีความสุขกับการกินมากๆนะครับ

หนังท้องตึงหนังตาก็หย่อนเอง 🤣🤣🤣🤣

อ.ตั้มคืออัจฉริยะ ที่บรรยัติคำศัพท์ใหม่ได้ตลอด

ที่ผมติดตามมา ราชบัณฑิตยสถาน ควรจะเชิญอาจารย์ไป เป็นที่ปรึกษา🤣🤣🤣🤣

จงทำงานทุกชนิดด้วยจิตว่าง

ยกผลงานให้ความว่างทุกอย่างสิ้น

กินอาหารเหมือนอย่างที่พระกิน

ตายเสร็จสิ้นในตัวแต่หัวที.

ผมใช้เวลา10 กว่าปีเพื่อที่จะเข้าใจประโยคนี้

แล้วสิ่งที่ทำให้ผมเข้าใจก็คือการออมด้วย bitcoin

หากไม่เจอ bitcoin ผมคงใช้เวลาทั้งชีวิต

เพื่อที่จะหางานที่ทำแล้วจิตใจนั้นว่างไปด้วยได้

สวัสดีวันอาทิตย์ครับ วันนี้ผมก็ยังมาทำงานด้วยจิตที่ว่างที่เป็นสุข ก็ขอให้ทุกท่านมีความสุขเช่นกันครับ 🙏🙏🙏

#siamstr

Replying to Avatar Panai Lawasut

เรื่องนึงที่ผมรู้สึกผิดมาตลอดคือ ผมส่งลูกสาวเข้าสู่โรงงานผลิตแรงงานเฟียตตั้งแต่นางอายุ 4 ขวบ

ผมมีลูกเร็ว ตอนนางถึงวัยเข้าโรงเรียน (วัยนี้มันมีจริงๆรึ) ผมยังเรียกว่าตั้งตัวไม่ได้เลย ทั้งผมและแฟนทำงานกันวันนึงมากกว่า 12 ชม. ไม่ต้องพูดถึงเรื่องมีเวลาเลี้ยงลูก รีบพลักดันส่งนางเข้าโรงเรียน ตั้งแต่ยังเล็ก

โรงเรียนที่นางเรียนก็เน้นวิชาการกันหนักๆเลย มีคาบแรกตั้งกะ 7:30 ก่อนเคารพธงชาติอีก กว่าจะเลิกเรียนคาบสุดท้ายก็ 5 โมงกว่า เป็นแบบนี้จบจน ป.6

เข้ามัธยมก็ดันสอบติดโรงเรียนวิทยาศาสตร์แถวเมืองชลอีก (แต่สอบติดแบบตัวสำรองอันดับไกลๆเลยนะ)

ไอ้โรงเรียนนี้ก็ดันเน้นเรียนกันจริงจังอีก แถมเป็นโรงเรียนประจำด้วย สารภาพตามตรง ตอนนั้นผมดีใจมาก เพราะโรงเรียนให้ทุนเรียนฟรีนักเรียนทุกคน และผมก็จะได้มีเวลาทำงานเยอะขึ้น อารมณ์ว่าฝากโรงเรียนเลี้ยงลูก

ในความโง่และเห็นแก่ตัวของผม ยังพอมีความโชคดีอยู่บ้าง ลูกสาวผมนางดื้อมาก นางไม่ค่อยยอมทำอะไรที่นางไม่ชอบ นางเรียนไม่เก่ง นางไม่ค่อยทำการบ้าน ถ้ามีรายชื่อนักเรียนที่ไม่ส่งงานให้ผู้ปกครองช่วยตาม จะมีชื่อ ด.ญ.เหนือน้ำ เสมอ

และมีสิ่งหนึ่งที่ขัดเจนมากคือ นางสามารถใช้เวลาอยู่กับการวาดรูปได้เป็นชั่วโมงๆ นางชอบอะไรสวยๆงามๆ ชอบแต่งหน้า แต่งตัว

วันที่ผมรู้ตัวว่าผมส่งลูกสาวไปใช้เวลากับเรื่องไร้สาระ และไม่ใช่สิ่งที่เป็นตัวตนของนางอยู่เป็น 7-8 ปี ผมแทบเขกกะโหลกตัวเอง

วันพรุ่งนี้นางจะไปสอบเข้าเรียน ม.4 สาขาแฟชั่นดีไซน์ น่าดีใจมากที่มีโรงเรียนในระบบที่มีแนวคิดแบบนี้ ไม่รู้ว่าเป็นแค่การตลาดหรือตั้งใจเปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้ตามความสนใจจริงๆ

และโรงเรียนก็รับน้อยซะเหลือเกิน

ถ้า POW ของนางมากพอ นางคงจะได้ใช้เวลาหลังจากนี้กับสิ่งที่นางรักจริงๆ

และผมก็อาจจะรู้สึกผิดน้อยลงและคงพอจะให้อภัยตัวเองได้บ้างซะที

“สู้เค้านะเด็ก POW ของหนูมันมากกว่าที่พ่อเคยทำตอนอายุ 14 ไปเยอะเลย พ่อว่าน่าจะสู้เค้าได้แหละ”

GN

#siamstr

ปล.เตรียม EE ไป 30 กว่าแท่ง มันเยอะไปมั้ยคะลูก..!😑

ลูกพี่โชคดีมากเลยครับ ได้ทำในสิ่งที่ชอบแล้ว

ขอบคุณครับคุณนิ่ม ตื่นเต้นมากเลยครับ🥰🥰🥰

ดึกไปหน่อยครับพี่จิงโจ้🤣🤣🤣

ขอบคุณมากนะครับ สำหรับตั๋วครับ🙏🙏🙏

ครับพี่ แล้วเจอกันครับผม🙏🙏🙏

แล้วเจอกันครับ ยินดีมากคะ🥰🥰🥰

ผิดปีครับ ดึกแล้วก็เลยงงหน่อยครับพี่ 🤣🤣🤣

ขอบคุณมากครับพี่ 🙏🙏🙏

แล้วเจอกันครับพี่เอ็ม🙏🙏🙏

นอนไม่ค่อยหลับเลยครับ

ตื่นเต้นดีใจได้ตั๋วไปงาน tbtc 2025

แต่เดิมคิดว่าจะได้ดูไลฟ์สดอยู่บ้าน เพราะค่าใช้จ่ายสูง ไม่สมดุลกับรายได้ที่มีครับ ก็ต้องกราบขอบพระคุณทีมงาน nostr:npub1ejn774qahqmgjsfajawy7634unk88y26yktvwuzp9kfgdeejx9mqdm97a5 ที่มีความอนุเคราะห์ตั๋วมาด้วยนะครับ

ก็ไม่รู้จะตอบแทนยังไง นึกไม่ออกเหมือนกันครับ รู้สึกดีใจที่จะได้ไปเปิดประสบการณ์ให้กับตัวเองครับ ขอขอบคุณครับ

#siamstr

Welcome ครับ 🙏🙏🙏

สวัสดีทุกท่านครับ โพสต์นี้เป็นโพสต์แรกของปี และเป็นโพสต์ที่สำคัญมากครับ เพราะผมอยากได้ตั๋วไปงาน thailand bitcoin conference ครับ

ผมจำได้ว่าสมัยตอนเด็กๆบ้านผมนั้นจนมาก เครื่องใช้ไฟฟ้าเพียงชิ้นเดียวภายในบ้านคือหม้อหุงข้าว

ในวันที่อากาศร้อนมากๆก็จะใช้พัดพัดจนหลับไป

อาหารการกินก็ไม่สู้ดีมีให้เลือกกินไม่กี่อย่าง พี่ชอบที่สุดก็คือข้าวต้มใส่ซอสภูเขาทอง ที่กินได้เป็นกะละมัง แม่ไม่ว่าเพราะราคาไม่แพง

ไปโรงเรียนแทบจะไม่ได้พกตังค์ไป เพราะแม่ไม่มีให้ ก็ไปหารับจ้างเล็กๆน้อยๆที่โรงเรียน

พอถึงช่วงอายุที่ทำงานได้ ก็เข็ดกับการที่อยู่ในสภาพที่ไม่มีเงิน ก็ตั้งใจทำงานเก็บเงิน เรียกได้ว่าประหยัดแบบสุดๆ วางแผนทุกอย่างที่เป็นค่าใช้จ่าย ทั้งเรื่องอาหารการกิน การเดินทาง ค่าน้ำค่าไฟ จนรู้สึกว่าชีวิตนี้ดีขึ้นและง่ายจริงๆ

ทำงานไปสักปีสองปีก็ให้แม่ที่ถึงวัยเกษียณแล้วออกมาอยู่บ้านเฉยๆ เวลาที่การงานของแบบที่ไม่ได้ดีอะไรมากจึงไม่มีเงินบำนาญ ก็ใช้ชีวิต 2 คนด้วยเงินเดือนของผม พอมีกินมีเก็บเล็กน้อย

หลังจากทำงานมาหลายปี พบว่าชีวิตเริ่มลำบากขึ้น เงินที่เป็นเงินออมของบ้านก็หมดไปกับสิ่งที่ไม่คาดคิด เช่นค่าซ่อมบ้าน อาการเจ็บป่วยที่ต้องใช้เงิน

รวมถึงตัวผมเองที่เงินเดือนไม่มากเพราะเรียนไม่สูง แต่ก็มีค่าใช้จ่ายหลายๆอย่างที่ต้องใช้ตลอดมันแพงขึ้น โดยเฉพาะอาหารการกิน ผมเป็นคนที่ไปตลาดตลอดนั้นรู้ดีเลยว่ามันแพงมากขึ้นขนาดไหน ทำให้บางเดือนจากเดิมที่เคยมีเงินเก็บก็ไม่มีเงินเก็บ

ผมจึงต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อให้ชีวิตนั้นดีเท่าเดิม แล้วก็มาคิดด้วยว่าจะนำเงินที่เก็บนั้นไปต่อยอดยังไงดีเพื่อให้งอกเงย เพื่อให้ชีวิตนั้นดีเหมือนเดิม

ก็เหมือนคนส่วนใหญ่ที่พยายามจะหาเงินมากขึ้นด้วยวิธีที่ไม่ต้องออกแรง สุดท้ายก็กลายเป็นวิธีที่ทำให้เสียเงินเพิ่ม ล้มลุกคลุกคลานอยู่เป็น 10 ปี

จนวันนึงผมก็มาเจอคลิปอาจารย์ตั๊ม เมื่อ 3 ปีที่แล้ว สิ่งที่อาจารย์พูดมันเข้ากับสิ่งที่ผมกำลังหาอยู่ คือแหล่งเก็บเงิน ที่จะทำให้เงินที่ผมหามาด้วยความยากลำบาก แต่ก็ถูกลดมูลค่าลงตลอด งั้นไม่ถูกลดมูลค่าลงอีกต่อไป

ผมใช้เวลาครึ่งปีในการศึกษา เราก็เริ่มเก็บออมทีละเล็กทีละน้อย ด้วยความเข้าใจ จนทำให้คุณภาพชีวิตของผมนั้นดีขึ้น มาเป็นลำดับครับ

สำหรับงาน thailand bitcoin conference ในปีนี้

สำหรับเหตุผลที่ผมอยากไป

ผมอยากไปดูโลกของ bitcoin ว่าตอนนี้มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง อยากไปกินเนื้อย่าง กับเบียร์ พร้อมกับเพื่อนๆ bitcoiner ที่อยู่ในงานครับ

สำหรับคนที่ผมอยากเจอ

ผมอยากไปเจอลุงโฉลก ที่สอนวิชาธรรมะและวิชาการลงทุน ให้ผมมาปรับใช้ในชีวิตใช้ชีวิตนั้นดีขึ้น

ผมอยากไปเจอพี่ปั๊ม ท๊อฟฟี่เค้กอีกครั้ง ที่เขาได้ช่วยให้ผมมีโอกาสได้ไปงาน East101 ที่ทำให้ผมได้เปิดโลกเมื่อได้พบกับ bitcoiner หลายๆท่าน

รวมถึง support ในเรื่องค่าที่พักให้ผมด้วย เนื่องจากช่วงนั้นผมไม่มีเงินสดครับ

เนื้อหาในงานที่ผมอยากฟัง

ผมอยากฟังเรื่องราวของชาว bitcoiner ทุกเรื่องที่พูดกัน ทั้งเรื่องที่มีทั่วไปและเรื่องที่มีประโยชน์ต่างๆ ที่จะทำให้ผมนั้นนำมาปรับใช้ในชีวิตได้

สิ่งที่ผมอยากได้กลับมานั้น

คงความประทับใจ เก็บไว้ในใจเพื่อเป็นพลังในการขับเคลื่อนให้ชีวิตนั้นเดินไปได้ดีต่อไปครับ

ขอขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาถึงตอนนี้ครับ

#TBC2024

#thailandbitcoinconference

Replying to Avatar Xsara8

มา ต่อ!

หลังจากโน้ตก่อนหน้านี้ ที่ได้พูดถึงการจ้างงานในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งการมาถึงของเงินเดือนซึ่งอยู่ในช่วงปีค.ศ. 1870 - 1930 เราลองมาดูพัฒนาการของการจ้างงานแต่ละประเทศกันครับ

ประเทศไทย

สำหรับประเทศไทยแล้ว ระบบเงินเดือนนั้นเริ่มมีปรากฎครั้งแรกในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปีค.ศ. 1875 หรือ พ.ศ.2418 ซึ่งแต่เดิมที่ข้าราชการจะได้รับค่าตอบแทนจากค่าธรรมเนียมต่างๆ และค่าจ้างงานจากเมืองหลวง โดยอาจมีโบนัสจากกษัตริย์เป็นครั้งคราวขึ้นอยู่กับความพึงพอใจในผลงานและสถานการณ์บ้างเมืองในช่วงเวลานั้น

นอกจากนี้ยังมีข้าราชการที่ถูกส่งไปดูแลหัวเมืองต่างๆ หรือเรียกว่า “ข้าราชการกินเมือง” ซึ่งได้รับอิสระในการบริหารจัดการหัวเมืองนั้นๆ ในระดับนึง ค่าตอบแทนที่ได้รับจึงมาจากค่าธรรมเนียมในการอำนวยความสะดวกเช่นเดียวกับข้าราชการในเมืองหลวง แต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาคือ “ทุนจากชาวบ้าน” ทุนเหล่านี้หมายความทั้ง ข้าวปลาอาหาร, ทรัพยากรต่างๆที่ชาวบ้านหามาได้ในรูปแบบของภาษี และทรัพยากรเวลา แรงงานที่ได้จากชาวบ้านในหัวเมืองนั้นๆ ให้ข้าราชการเหล่านั้นใช้งาน ว่ากันง่ายๆก็คือ “กำลังพล”นั่นแหละครับ

ซึ่งการมีอิสระในลักษณะนี้ย่อมส่งผลถึงความมั่นคงของเมืองหลวง เมื่อหัวเมืองสามารถสะสมทรัพยากร สะสมกำลังได้ ส่งผลให้หัวเมืองมีความแข็งแรงและอาจกระด้างกระเดื่องต่อเมืองหลวง ฉะนั้นรัชกาลที่ 5 จึงเลือกใช้นโยบายรวมศูนย์อำนาจไม่ว่าจะเป็นการยกเลิกระบบ “จตุสดมภ์”แล้วเปลี่ยนเป็นกระทรวง ทบวง กรม, ยกเลิกระบบไพร่ทาส เพื่อสลายกำลังไพร่พลของขุนนาง, ตั้งหอรัษฎากรพิพัฒน์ (หรือให้เข้าใจง่ายๆ นี่ก็คือ สรรพากร เพื่อนรักนั่นเอง 555) เพื่อเก็บเงินภาษีเข้าคลังแทนที่จะฝากให้ข้าราชการกินเมืองได้สะสมเงิน สะสมทรัพยากรได้ รวมถึงการปฏิรูปค่าตอบแทนข้าราชการโดยใช้ระบบเงินเดือนมาแทนที่ ช่องทางทำกินที่เสียไปจากนโยบายข้างต้น

สหรัฐอเมริกา

ในอดีตระบบการจ้างงานนั้นมีหลากหลายแปรผันไปตามอาชีพ พื้นที่ ช่วงเวลา ไม่ได้จ่ายเงินเป็นเดือนๆ แบบในปัจจุบัน ตัวอย่างก็เช่น จ่ายเงินเป็นรายปี, จ่ายค่าจ้างตามงาน, จ่ายรายวัน หรือจ่ายค่าจ้างตามฤดูกาล

หลังจากวิกฤต The Great Depression 1929 ไม่นาน สหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของประธาธิบดีแฟรงคลิน ดี. รูสเวลต์ ซึ่งได้ออกนโยบายแทรกแซงตลาดอย่างหนักอย่างในนิทานอิสซุป Ep.1 ยกตัวอย่างไปเช่น นโยบายประกันเงินฝาก (FDIC), ห้ามชาวอเมริกันถือทองคำ (Executive Order 6102), ควบคุมราคาผลผลิตทางการเกษตร, การใช้งบประมาณรัฐบาลสร้างเขื่อน สร้างถนน, กฎหมายแรงงานเท่าเทียม Fair Labor Standards Act (FLSA) ซึ่งมีข้อกำหนดควบคุมการจ้างงานของแรงงานตั้งแต่จำนวนชั่วโมง, ค่าแรงขั้นต่ำ, ค่าจ้าง OT, การห้ามใช้แรงงานเด็ก

กฎหมายแรงงานของรัฐต่างๆ เช่น กฎหมายแรงงานของรัฐออริกอน(1973) กำหนดให้จ่ายค่าจ้างแรงงานอย่างน้อย 1 ครั้งต่อเดือน, การกำหนดวิธีจ่ายค่าจ้าง รวมถึงบทลงโทษของการจ่ายค่าจ้างไม่ตรงเวลา; กฎหมายแรงงานของรัฐแคลิฟอร์เนีย(1872) กำหนดให้จ่ายค่าจ้างอย่างน้อย 1 ครั้งต่อเดือน และแก้ไขในปี 1911 ให้จ่ายค่าจ้างอย่างน้อย 2 ครั้งต่อเดือน; กฎหมายแรงงานของนิวยอร์ก(1909) ที่กำหนดการจ่ายค่าจ้างอย่างน้อย 1 ครั้งต่อเดือนเช่นกัน และถูกแก้ไขในปี 1919 ให้จ่ายอย่างน้อย 2 ครั้งต่อเดือนเช่นเดียวกัน

.

จากการข้อมูลที่ผมได้หามา ผมพบว่า

ปัญหาของสิ่งที่เรียกว่า “เงินเดือน” จากที่ผมตั้งข้อสังเกต ไม่ใช่เพียงแค่ค่าจ้างต่อรอบ 1 เดือนเท่านั้น จะรายสัปดาห์ 2สัปดาห์ หรืออะไรก็ตาม

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความถี่ว่าเงินเหล่านั้นจะจ่ายอย่างไรแต่มันคือข้อกำหนดที่ถูกแทรกแซงจากข้อกำหนดของรัฐ การแทรกแซงกลไกตลาดเสรี กฎระเบียบเหล่านี้สิ่งที่อันตรายไม่ใช่การกดขี่ผู้ประกอบการ แต่มันคือการอู้มชูและให้ค่าแรงงานเกินความเป็นจริงต่างหาก การวางมาตรฐาน วางพันธสัญญาเพื่อให้แรงงานรู้สึกมั่นคงเกินกว่าความเป็นจริง พวกเขาสามารถทำงานแบบขอไปทีได้โดยไม่ได้รับผลกระทบจากการกระทำดังกล่าว การมีปฏิสัมพันธ์ต่อตลาดนั้นหายไป “กรรม” ที่ทำไว้ไม่ได้รับการชดใช้ ทั้งหมดที่กล่าวมาได้ให้กำเนิดทาสรูปแบบใหม่ ผลผลิตชั้นสุดท้ายของระบบเฟียต การทดลองในมนุษย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ “มนุษย์เงินเดือน” นั่นเอง

สายตาอันหิวกระหายของเหล่าปลิงดูดเลือดในระบบเฟียต เหล่า Rent Seeker ผู้ทำนาบนหลังคน

ในโน้ตหน้า เราจะมาพูดถึง “มนุษย์เงินเดือน : ทาสในเรือนเบี้ย กับโซ่ตรวนแห่งหนี้และเครดิต”

TBC. To Be Continue ครับ #siamstr

ขอบคุณมากครับ🙏🙏🙏

งั้น BTC ก็เป็นสูตรโกงมั้ยครับ เอาไว้ปาใส่บอส ให้บอสตายไปเลย 🤣🤣🤣