Avatar
Panai Lawasut
977eb50e0c196776fb27a90270ec4459b780ac27e29eb0d1d3355b819cc938f3

สบายใจละ

ผมส่งsatที่ทุกท่านฝากทำบุญมาไปให้เดฟ5ท่านที่จิงโจ้และพี่ตั้มแนะนำมานะครับ

@verbiricha @vitorpamplona

@roland @fiatjaf @semisol

ยอดรวมทำบุญประมาณ 23K sat

ผมเติมอีกนิดหน่อย เวลาหารออกมาแล้วเลขจะได้สวยๆ

ขออนุโมทนาทุกท่านอีกที

#siamstr #ThailandZapathon

55555 คนนี้ผมแซบอยู่สม่ำเสมอครับ

Replying to Avatar Jingjo

nostr:nprofile1qqsdsv8w0d7rpgmykyjykau6lw60z4nn8laceper2zrwy6ctfesu6cspz3mhxue69uhhyetvv9ujuerpd46hxtnfduqs6amnwvaz7tmwdaejumr0dsq36amnwvaz7tmwdaehgu3dwp6kytnhv4kxcmmjv3jhytnwv46q9naq80 เดฟฯ ในใจพี่ตั้มมีใครมั่ง ผมนึกออกแต่โรแลนด์ วิโต้ กับพี่กบ 5555

ขอlink วิโต้กับพี่กบให้หน่อยครับจิงโจ้

ขออนุโมทนาทุกsatที่มาร่วมบุญกัน

ผมว่าเป็น use case ของnostr ที่น่าสนใจอันนึงเลยนะ

แล้วผมก็ปลื้มใจมาก แม้จะแค่คนกลางที่ส่งต่อsatก็เถอะ

คุณลองคิดดูว่าถ้าคุณจัดงานบุญหรืองานมงคลอะไรซักอย่าง และคุณโพสมันลงบนโซเชียลทั่วไป

ก็คงมีเพื่อนคุณที่อยากร่วมทำบุญกับคุณ หรืออาจจะอยากบอกว่าเค้ายินดีกับคุณด้วยจริงๆนะ

แต่เพื่อนคุณคงทำได้แค่กดไลค์ หรือคอมเมนท์ “ยินดีด้วยนะ”อะไรแบบนี้

ซึ่งถ้าพูดกันตรงๆ แบบไม่โลกสวย คือมันไม่ได้รู้สึกพิเศษอะไรเท่าไหร่หรอก มันดูทำไปตามธรรมเนียมปฏิบัติ

หรือว่าเพื่อนคุณจะinboxมาขอเลขบัญชีเพื่อร่วมทำบุญ มันก็ดูจะเป็นสถานการณ์ที่แปลกๆ ดูทำเกินจริงไปซะหน่อย

หรือคุณจะโพสเลขบัญชีไปแต่แรกเลยเลยก็ดูสแก๊มมม..สแกม

แต่nostrทำได้ มันรู้สึกได้ถึงความจริงใจที่อยากร่วมยินดีกับคุณ รู้สึกได้ถึงการอยากมีส่วนร่วมกับคุณจริงๆ

Zap มันมากกว่าไลค์ มากกว่าคอมเมนท์อธิบายความรู้สึกยืดยาว

ประเด็นก็คือ !!!!!

ผมจะส่งต่อsatต่อไปยังไงดีค้าบบ

คงไม่มีวัดไหนรับLN จะทำบุญต่อเป็นเงินบาทก็ลดคุณค่าของของผู้ฝากมาซะเหลือเกิน

จะzapให้RS มันก็satของคนในคอมมูนี้ทั้งนั้นที่ฝากมา

ที่พอจะคิดออกคือ zapต่อไปให้Devที่ช่วยพัฒนาการใช้งานต่างๆของบิทคอยโดยไม่แสวงหาผลกำไร แต่ผมก็ไม่รู้จักใครเลย

ใครพอจะมีไอเดียไหมว่าทำไงดี หรือทีมDevไหนที่ควรช่วยกันสนับสนุน

ก็รบกวนช่วยชี้เป้าให้ผมที

ขออนุโมทนากับผู้ร่วมทำบุญทุกท่าน (ขออนุญาตถือว่าทุกzapในโน้ตต้นทางคือฝากทำบุญนะครับ)

มันมีความหมายกับผมมาก

That made my day

#ThaiNostrich #Siamstr nostr:note1dyj6r63jvxnn06ckrz9m5kc4u90y5e26p6700k6c8tumjsq9naqqcpgd6w

อรุณสวัสดิ์

วันนี้ทำบุญสาขาระยอง

#ทีมตรู่

#coffeechain

#ThaiNostrich #Siamstr

私もあなたと同じです

apologize if I write incorrectly.

ได้แล้วๆๆๆๆ

ฉันก็คูลๆเหมือนกัน

ขอบคุณทุกท่าน

Replying to Avatar Jakk Goodday

คุณ nostr:npub1wh69w45awqnlsxw7jt5tkymets87h6t4phplkx6ug2ht2qkssswswntjk0 เป็นชาวญี่ปุ่นที่ปัจจุบันอาศัยอยู่ในไทย ผมสังเกตนับจากช่วงแรกๆ แล้วที่เจ้าตัวก็พยายามเข้ามาทำความรู้จักกับพวกเรา วันนี้เจ้าตัวได้ประกาศหัวใจแห่งความเป็นไทยออกมาแล้ว 🇹🇭

nostr:nevent1qqs0q9dxv7zhch77x8y3u5lnn09a2d07xls5jnaclutzfs05d2m6p7qpypmhxue69uhhget9d45k2vfdwfjkccte9ej82cmtv3h8xtn0wfnj7q3qwh69w45awqnlsxw7jt5tkymets87h6t4phplkx6ug2ht2qkssswsxpqqqqqqzhhk58v

เริ่มจากการติดตาม nostr:npub1ejn774qahqmgjsfajawy7634unk88y26yktvwuzp9kfgdeejx9mqdm97a5 ตั้งแต่ต้น และที่เจ้าตัวแสดงความทึ่งออกมาเมื่อครั้งที่คอมมูนิตี้ของเรามีกิจกรรมร่วมกันอย่างแข็งแกร่ง ทั้ง #ThailandZapathon หรือการที่พวกเรามีแฮชแท็กของตัวเองอย่าง #Siamstr รวมไปถึงความครื้นเครงในการ LIVE วันนี้เจ้าตัวได้แสดงความจริงใจโดยการเลือกใช้ NIP-05 สัญชาติไทยอย่าง siamstr.com โดยเจ้า nostr:npub1tr66yvqghfdgwv9yxhmg7xx6pvgvu5uvdc42tgdhsys8vvzdt8msev06fl ของเรานั่นเอง

ผมนับถือในการแสดงออกครั้งนี้ อยากจะเชิญชวนพวกเราให้ร่วมอ้าแขนต้อนรับคุณ nostr:npub1wh69w45awqnlsxw7jt5tkymets87h6t4phplkx6ug2ht2qkssswswntjk0 เข้ามาเป็นหนึ่งในสมาชิกคอมมูนิตี้ไทยของเราบน #Nostr ด้วยอีกคนครับ 🤗

นอกจากนี้ ผมยังเคยเห็นเจ้าตัวเองก็พยายามจะผลักดันการยอมรับทั้ง #Bitcoin และ #Nostr โดยการทำแหล่งความรู้สำหรับชาวญี่ปุ่นด้วย โปรเจคของเขาอยู่บน Geyser ซึ่งพวกเราสามารถไป #zap สนับสนุนให้กับคุณ nostr:npub1wh69w45awqnlsxw7jt5tkymets87h6t4phplkx6ug2ht2qkssswswntjk0 ได้

nostr:nevent1qqs8j0zjcl608qtmt0zga20u86frr9c9z2y5zwh6nkpkuxwgmpagy5gpz9mhxue69uhkummnw3ezuamfdejj7q3q0hqkwugj7p027j250qr9gwcuqpkwxftj0rjjk8y6hlmryu8dwp8sxpqqqqqqzax7tjl

ยินดีต้อนรับสู่คอมมูนิตี้ของพวกเรา #siamstr 🇹🇭

🖐️ มีคำถามค้าบบบ

NIP-05 siamstr.com คืออะไรค้าบบบ

เห็นโน้ตคุณ @vaz แต่เช้าแล้ว ไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่น่าจะคูลล 5555

และที่สำคัญ ios ทำได้มั้ยค้าบบ 🙏🏻🙏🏻

อย่างเพิ่งเข้าใจผมผิดนะครับ ที่ผมบ่นๆไปแค่อัดอั้น

แต่จริงๆแล้วผมเชียร์ให้ทำในสิ่งที่ต้องทำแม้ว่ามันจะวุ่นวายยุ่งยากแค่ไหนก็ตามครับ

ถ้ามันควรทำก็ทำไปเลยครับ

เราอยู่ในเกมส์ของเค้าไปแล้ว ก็เล่นให้มันอยู่ได้ครับ ไม่ชนะหรอก แต่ห้ามแพ้

Replying to Avatar Panai Lawasut

Enter The Matrix

ก่อนจะออก ฉันเข้ามายังไงก่อน..?

ผมพยายามคิดเรื่อง exit the matrix ของ @tendou อยู่พักใหญ่แล้ว ก็ยังนึกไม่ออกว่าเรามีประสบการณ์อะไรที่มันชัดเจนจริงๆ

แต่กลายเป็นไปตกผลึกเรื่องอื่นๆอีกเยอะแยะเต็มไปหมด ขอบคุณ @tendou การชวนคนคิดมันได้อะไรมากกว้างกว่าเรื่องที่เราพยามหาคำตอบอยู่เสมอ

ก่อนนี้ที่บ้านผมขายขนมกันหน้าบ้าน เป็นร้านเล็กๆที่ยอดขายพอประมาณแต่ไม่เคยเสียภาษี

ทั้งภาษีบุคคล ภาษีร้านค้า ภาษีป้าย ไม่ต้องพูดถึงว่าจะจด vat

สิ่งที่ผมเจอคือ ผมไม่สามารถซื้อสินทรัพย์อะไรได้เลย กู้แบงค์ไม่ได้ ทำบัตรเครดิตไม่ได้ มันเหมือนเราไม่มีตัวตน

เพิ่งเข้าใจว่าทำไมเลขบัตรประชาชน เค้าถึงเรียกว่า เลขประจำตัวผู้เสียภาษี ถ้าคุณไม่เสียภาษี คุณจะไม่มีตัวตน

ผมได้แต่คิดว่า ช่างมันวะ ซื้อสดมันให้หมด บ้านก็เช่าเอาแบบนี้แหละ แล้วเงินก้อนที่เราเก็บได้ก็ไว้ให้ลูกซื้อบ้านของเค้าเอง แล้วเค้าเองก็มีหน้าเก็บเงินเพื่อเป็นค่าบ้านของรุ่นหลานต่อไป

เงินเรา-ลูกใช้,เงินลูก-หลานใช้,เงินหลาน……ใช้ถ้าลูปเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ก็ไม่จำเป็นต้องใช้เงินแบงค์ ขอแค่รุ่นแรกเสียสละ

(เรื่องนี้ใครก็คิดได้ แล้วคุณก็เริ่มเก็บเงิน เริ่มลงทุน เริ่มรู้จักเงินเฟ้อ…. แล้วก็พบความจริง บันเทิง!!! )

ตอนนั้นทุกคนยังซื้อขายของด้วยเงินสดเป็นหลัก ยังไม่มีการโอนเงินเยอะแยะแบบทุกวันนี้ ผมก็ยังคิดว่าเราอยู่แบบนี้ต่อไปก็ยังได้

เราขยายสาขาโดยที่ไม่ใช้เงินแบงค์แม้แต่บาทเดียว เราไม่เคยขอเครดิตซัพพลายเออร์ ซักพักสรรพากรเริ่มเพ่งเล็ง คุณพ่อผมเริ่มจ่ายภาษี เป็นแบบร้านค้า เหมาจ่าย ปีนึงหลักพัน และแน่นอนเราก็คาดหวังการเติบโตอยู่ตลอด

ถ้าคุณเป็นผู้ประกอบการ สุดท้ายไม่ว่ายังไง คุณจะมาชนกับกำแพงที่ระบบได้วางไว้ ถ้าคุณจะข้ามมัน คุณต้องเข้ามาในระบบ

-ลูกน้องเริ่มถามหาสวัสดีการ ประกันสังคม วันลาหยุด ลาป่วย เค้าควรได้หยุดโดยที่ร้านยังจ่ายเงินให้เค้า

-ลูกน้องเริ่มsufferเรื่องเดียวกับเรา ไม่มีตัวตน ทำบัตรเครดิตไม่ได้ จะซื้อรถเครื่องคันเล็กๆยังลำบากเลย ไม่ต้องพูดถึงมีบ้าน

-เงินโอนเยอะขึ้นทุกวัน (ประมาณ5ปีมานี้ สัดส่วนเงินโอนเพิ่มจาก5%เป็น70% และไม่มีทีท่าว่าจะหยุด)

-ที่สำคัญมันกวนใจ ทุกครั้งที่มีรถตู้จอดหน้าร้าน ถือเอกสารนู่นนี่ลงมา มันใจคอไม่ดี ร้านเราอยู่ใกล้สรรพากรชลบุรีด้วย

ผมเริ่มมองเห็นแล้วว่าอยู่แบบนี้ต่อไปไม่ยั่งยืนแน่นอน เราทำทุกอย่างให้มันถูกต้องดีกว่า(ถูกต้องตามระบบเค้าอะเนอะ) อะไรต้องจ่ายก็จ่ายไป แล้วจะได้ตัดเรื่องกวนใจออกไปอีกเรื่อง มีสมาธิโฟกัสกับงานที่มันสำคัญดีกว่า

ผมจดบริษัท จดvat แล้วความบันเทิงก็บังเกิด!!!

แบบที่ @jingjo พูดในสมายาส้ม ep15 เลย

นี่มันระบบปัญญาอ่อนอะไรวะเนี๊ย ..!!!

- คุณมีหน้าที่รวบรวมรายรับและรายจ่ายเพื่อนำมาคำนวณภาษี และหลักฐานทุกอย่างต้องถูกต้องตามฟอร์มที่สรรพากรยอมรับ อันไหนผิดหรือไม่มี สรรพากรไม่คิดให้ WTF!!!! ผมเพิ่งเข้าใจว่าใบเสร็จคือเงินก็ตอนนั้นแหละ แล้วกระบวนการนี้ก็มีค่าใช้จ่าย!!แล้วก็ไม่น้อยด้วย (เหมือนเราบริการสรรพากรเพื่อที่จะได้จ่ายเงินให้สรรพากร ปัญญาอ่อนมั้ยล่ะ)

- ทันทีที่สินค้าคุณมีvat คุณจะเสียอำนาจการแข่งขันในตลาดทันที

- จะมีซัพพลายเออร์จำนวนนึงเลยที่ไม่อยากทำธุรกิจกับคุณ เค้ายังไม่อยากเค้าระบบ บางเจ้าจำกัดยอดการสั่ง บางเจ้าขอไม่ออกใบเสร็จให้ส่วนใหญ่ขอบวกvatเพิ่ม เราก็ต้องเลือกเจ้ามีvat เพียงเพราะได้ใบกำกับภาษี

ก็เพิ่งเค้าใจคำว่า”มีภาษีกว่า”

- ถ้าคุณจะทำโปรดักส์ที่มีคุณภาพ คุณจำเป็นต้องใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ ทำให้คุณเลือกซัพพลายเออร์ได้ไม่มาก ไม่ว่าเค้าจะขายราคาเท่าไหร่ ไม่มีvat ไม่ให้ใบเสร็จ คุณก็จำเป็นต้องซื้อเค้า แล้วก็รับภาระทางภาษีไปแทน (สินค้าเกษตรไม่มีvatนะ แล้วผมก็ใช้เป็นวัตถุดิบหลักซะด้วย)

- เช่นเดียวกับผู้ให้เช่าที่ดินและอาคารทั้งหลายแหล่ ทำเลสำคัญมาก ถ้าต้องตรงนี้คือต้องตรงนี้ ไม่ว่าเค้าจะไม่ยอมให้เราส่งเป็นรายจ่าย ให้เราเสียภาษีโรงเรือนให้ หรือให้เราเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้ เราก็ต้องเช่า (80%ของตลาดให้เช่าเป็นแบบนี้ ไม่แปลกใจที่ธุรกิจใหญ่หนีเข้าห้างหมด ความเลื่อมล้ำจะไม่เกิดได้ไง)

ผมว่าสิ่งหนึ่งที่สรรพากรเก่ง นอกจากการเรียกเก็บภาษีแล้ว คือการรวบรวมคนเข้าระบบ นอกจากคุณจะถูกบีบให้เค้าระบบแล้ว เค้าจะใช้คุณเป็นเครื่องมือในการบีบให้คนอื่นเข้าระบบด้วย

มีซัพพลายเออร์ผม2-3เจ้า ที่ยอมเข้าระบบ บางคนยอมจดบริษัทเลย เพื่อจะเป็นคู่ค้ากับเรา ยังไม่นับ เป๋าตัง พร้อมเพย์ โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ นับถือยุทธศาสตร์เลย

- ลูกน้องคุณเริ่มใช้สิทธิเต็มที่ มองว่าลาป่วย ลากิจ วันหยุดราชการ เป็นสิทธิที่ต้องใช้ให้เต็มที่เริ่มพยายามหาช่องโหว่ที่จะให้ได้รับสิทธิ์สูงสุดจริงๆ ผมไม่ได้มีปัญหานะ แค่จะชี้ให้เห็นว่าก่อนหน้านั้น ไม่เคยมีใครมีความคิดแบบนี้

- ยังไม่นับงานเอกสารที่มากมายมหาศาล ยิ่งเป็นบริษัทยิ่งมากกว่าบุคคลธรรมดาอีกหลายเท่า แต่ละเทศบาล แต่ละองค์กร เรียกเอกสารไม่เหมือนกัน บางทีทำเรื่องเดียวกันแต่ไปคนละโต๊ะ ขอเอกสารไม่เหมือนกันอีก ใบอนุญาตต่างๆที่บังคับให้มี ก็เปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่มีการเรียกเก็บค่าอำนวยความสะดวกได้อีก มันจะกินเวลาและกวนใจคุณมาก สุดท้ายคุณต้องหาคนมาทำเรื่องนี้แทน ก็เป็นค่าใช้จ่ายอีก

แต่ก็ตามระบบครับ ทุกวันนี้พนักงานผมเกือบทุกคน มีมอเตอร์ไซค์ บัตรเครดิต บางคนมีบ้านเลย

ไม่รู้ที่ผมทำมาทั้งหมดถูกต้องไหม แต่บอกได้เลยว่า ตามเกมส์เค้าหมด

- กระตุ้นให้คนเป็นพวกบริโภคนิยม

- บีบให้คนต้องใช้เงินแบงค์

- บีบให้คนต้องทำงานในองค์กรที่อยู่ในระบบ

- บีบให้ผู้ประกอบการที่อยากโตต่อ ต้องเข้าระบบ เพื่อadvantageด้านความมั่นคงของลูกน้อง และต้นทุนทางการเงินที่ถูกลง

- ให้ผู้ประกอบการบีบคู่ค้ากันเองให้เข้ามาในระบบ

ถ้าจะไม่อยู่ในระบบ ใช้เก็บเงินเอาก็ต้องสู้กับเงินเฟ้อ หรือจะเอาไปลงทุน ก็เท่ากับทำงานสองรอบ แถมต้องไปสร้างPOWด้านการลงทุนอีก จะต้องเจอบทเรียนราคาถูกแพงอีกเท่าไหร่ไม่รู้

มันเหมือนกับเราอยู่ในกระแสน้ำเชี่ยว ที่กำลังจะพาเรายังน้ำตกสูง เผอิญมีเรือลอยผ่านมา เราตัดสินใจขึ้นเรือแล้วพบว่า เรือแม่งเสือกมีรูรั่วอยู่ อย่างใหญ่ เราคงไม่มีทางเลือกมากนัก ต้องทั้งรีบพายหนีกระแสน้ำ แล้วอีกมือก็ต้องรีบวิดน้ำออก อย่างเก่งคือเรืออยู่กับที่แล้วก็ไม่จม จนกว่าเราจะหมดแรง

คือรู้แหละว่าถูกหลอกอยู่ แต่มันหนีไม่ได้

จนกระทั่งวันนึงมีผู้ชายใส่แว่นเสียงหน้าฟัง บอกเราว่ามันมีกล่องเครื่องมืออยู่ในเรือนะมันเรียกว่าบิทคอย เอาไปซ่อมเรือได้ แต่แม้คุณจะซ่อมเรือได้แล้วคุณยังต้องพยามพายต่อไปนะ

เราเองก็ไม่รู้หรอกว่าจะเร็วพอไปถึงฝั่งมั้ย ก็ได้แต่หวังว่า จะมีแรงพอที่จะพายไปเรื่อยๆจนความแรงน้ำมันจะหมดไปหรือไม่ก็จนกว่าน้ำจะแห้งไปเอง

ขอบคุณที่บนเรือมีyoutube 55555

#Matrix #EscapeTheMatrix #ExitTheMatrix

#ThaiNostrich #Siamstr

ใช่เลยครับ ผมมองว่ากระบวนการปัญญาอ่อนพวกเนี่ยเป็นตัวการในการชะลอเศรษฐกิจเลย แทนที่เราจะได้ไปทำเรื่องที่ควรทำกลับต้องมาเสียเวลากับอะไรแบบนี้ หรือถ้าไม่อยากเสียเวลาของเรา ก็ต้องใช้เงินซื้อเวลาของคนอื่นมาทำให้

Replying to Avatar Tungkukk🇹🇭

ว่าด้วยเรื่อง วิถีชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง

คือผมคนนึงที่ไม่เข้าใจ และ จงเกลียดจงชัง ร.9 เมื่อในอดีต

“ไอ้ควายตระกูลมึงหาแดกกับคนทั้งประเทศ ยังเสือกมาสอนให้พอเพียง ไอ้บอด”

-นี่คือความคิดสมัยอินกับม๊อบคอมมิวนิสใหม่ๆ-

คือเรื่องมันเป็นแบบนี้ เศรษฐกิจแบบพอเพียง

ถ้าเรามาดูรูปธรรมจริงๆ คือ คนมันปฏิบัติกันไม่ได้ เพราะ แต่ละคนจะมีวิถีชีวิต ที่แตกต่าง บางครั้งตัวประสบการณ์จะพาเราเข้าสู่ลัทธิต่างๆในสังคม

ส่วนตัวผมนั้นติดหรูก็จะอยู่แนวๆ ไอ้ลัทธิบริโภคนิยม ใช้น้อยแดกเยอะ

แต่เรามาค้นพบอย่างหนึ่งในคำว่าเศรษฐกิจพอเพียง นั้นมีวิถีชีวิต อยู่ในรากเง่านั้น

วิถีชีวิต ที่ทำให้เราไม่อดตาย คือการที่มีทรัพยากรณ์เป็นของตัวเอง นั่นแหละคือรากเง่าแห่งทุนนิยม เราสะสมความมั่งคั่งได้ เราได้มาเราสามารถพอใจ และเมื่อถึงจุดๆหนึ่งเราสามารถข้ามผ่านและมอบสิ่งๆนั้น ให้กับคนที่ยังไม่ได้มีแบบเราได้

เราสามารถสร้างประโยชน์จากทรัพยากรณ์ที่เราครอบครองได้จากการแลกเปลี่ยน

เราสามารถมีอิสรภาพจากวิถีชีวิต ตรงจุดนั้นได้

นี่เป็นอีกจุดนึง ที่ผมค่อนข้างเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับตัวสถาบันหลัก

มันมีอะไรที่มากกว่าการปกครองของนักการเมือง ที่ออกนโยบายที่เอาแกนหลักมากำหนดที่ตัวของรัฐ นั่นคือสิ่งที่ผู้ปกครองพึงมี ยกตัวอย่างการคลัง และพานิชย์

Anyway it doesn’t mean I’ll be Monarchist

มีอีกหลายเรื่องเมื่อได้ศึกษาเรื่องการปกครอง มันทำให้เรารู้สึกดีที่ได้รู้ว่า “มึงโชคดีที่เกิดที่นี่” มันคือธรรมชาติ ที่ยอดเยี่ยม และโชคของเรา

แน่นอน ว่า หลังจากการเอาตัวรอดหรือเรื่องปัจจัยสี่ มันมีอีกหลายเรื่องที่เราถวิลหา

มันไม่ใช่การสร้างคุณธรรม หรือ ศีลธรรม ต่อเพื่อนมนุษย์ มันคือการสร้างคุณค่าของเวลาที่เราได้ใช้ในโอกาสของหนึ่งชีวิต

#siamstr

เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงนี่ผมยกให้เป็น the way to exit the matrix เลย ทั้งทางโลกและทางธรรม