Avatar
Panai Lawasut
977eb50e0c196776fb27a90270ec4459b780ac27e29eb0d1d3355b819cc938f3

เรื่อง Run on Fat นี่ต้องถามคนนี้เลย nostr:npub14xpj9j286lh0sm5mea98tzpxy5k69zx3mv76zl6ntm2z50kf9c5s42mrt6 วิ่ง full marathon โดยใช้ไขมันล้วนๆ ทำมา2-3 ปีแล้ว แถมเป็น bitcoiner ด้วย คุยได้ยาวๆ 🥰

สังคมวิ่งนี่ผมชอบมาก mind set นักวิ่งรวมถึงนักกีฬา endurance ทุกประเภท ไม่เหมือนกีฬาอื่นๆ เค้ามีความช่วยเหลือกัน ดึงกัน ให้ความรู้กันตลอดเวลา อย่างจริงใจด้วย

แค่เพราะสุขภาพดีหรือ

ผมเป็นคนชอบเล่นกีฬามากกก ชอบมาตั้งแต่เด็ก เพื่อนๆแถวบ้านผมเล่นกีฬากันทุกคน ถ้าจะนับสวนสาธารณะแถวบ้านนี่สามารถไปได้ทั้งอาทิตย์แบบไม่ซ้ำกันเลย

มันคงเป็น norm ของคนต่างจังหวัด ตื่นเช้าออกกำลังกาย ตกเย็นออกกำลังกาย

พอมหาลัยผมเข้าไปเรียนกรุงเทพตามกระแสนิยม เรียนจบ ฝืนทำงานต่ออีก4-5ปี สุดท้ายตัดสินใจกลับมาอยู่บ้านดีกว่า

หนึ่งสิ่งสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจกลับคืออยากได้วิถีชีวิตแบบเดิมคืนมา

พองานที่บ้านเริ่มเข้าที่เข้าทางผมเริ่มหาโอกาสออกไปเล่นกีฬาตอนเย็น

แต่ไอ้เราไปเละเทะอยู่เมืองกรุงมาเกือบ10ปี พบว่าร่างกายมันไม่ไหวแฮะ มันทำอะไรอย่างที่คิดไม่ได้เลย ทั้งๆที่คิดได้เหมือนเดิมทุกอย่าง

พูดเลยว่าตอนนั้นรู้สึกสมเพชตัวเองมาก (มันมีเรื่องของอีโก้ในสังคมกีฬาด้วย คนเล่นกีฬาน่าจะเข้าใจ)

พอมองไปรอบข้างเพื่อนๆรุ่นเดียวกันมันก็สภาพเดียวกับเราหมดเลย ตอนนั้นถอดใจไปแล้ว

คิดว่ามันเป็นปกติ มันเป็นไปตามวัย

แต่มาดูอีกที เฮ้ย..มันก็ยังมีผู้ใหญ่ที่โคตรแข็งแรงมาเล่นกับเราอยู่เลยนี่หว่า ตอนเช้าตอนเย็นก็ยังเห็นมีลุงๆป้าๆมาวิ่งกันอยู่ตลอดเลย เร็วด้วย!! แถมคุยกันตลอดทางอีก!!! ดูโคตรมีความสุขเลย

นี่มันคือชีวิตที่เราต้องการไม่ใช่รึ

ผมเริ่มศึกษาเรื่องของการดูแลสุขภาพ ยุคนั้นเมื่อ14-15ปีที่แล้ว ไม่มีข้อมูล ไม่มีคนเช็คfact ไม่มีคนตกผลึกในเรื่องต่างๆมาเล่าให้เราฟังมากขนาดนี้

ร่างกายผมเรียกว่าไปตามเทรนช่วงนั้นๆเลย

กินคลีน(555555 ตอนนี้ใครมาคุยกินคลีนนี่ผมขำก๊ากเลยนะ)

นับแคล ผมมีแอปเสียตังค์ซื้อด้วย นับจนแทบจะจำค่าGIของชนิดอาหารได้เลย

หลังๆข้อมูลในอินเตอร์เน็ตเริ่มเยอะขึ้น เริ่มลึกขึ้นเรื่อยๆ

กินตามวันเกิด กินตามกรุ๊ปเลือด มาไงไม่รู้แต่มีศาสตร์ที่น่าสนใจอยู่นะ

กินตามถิ่นกำเนิด กินตามไมโตรคอนเดรียDNA

คีโต fasting conivore

ผมบอกเลย ตลอด10กว่ามานี่ผมทำมาหมดทุกอย่าง มันได้ผลของมันทุกวิธีแหละ ถ้าเราโฟกัสเฉพาะน้ำหนักนะ

แต่ถ้าเราโฟกัสสุขภาพ เรื่องกินมันแค่ส่วนเล็กๆเองนะ มันยังมีเรื่องของแสงอาทิตย์ อีเล็คตรอนทรานเฟอร์ ความเครียด การเมนเทนเซโรโทนินในร่างกาย การบาลานซ์ฮอร์โมน พักผ่อน และอีกเยอะแยะซึ่งล้วนเป็นเรื่องใหญ่กว่ามาก

คุณรู้มั้ยว่าการออกกำลังกายมีส่วนน้อยที่สุด

คุณรู้มั้ยว่าถ้าคุณพักพ่อนเพียงพอ ตื่นมาเดินเท้าเปล่าไปมองแสงอาทิตย์ตอนเช้า มันมีผลมากกว่าพยายามสู้กับตัวเองเพื่อไม่กินแป้งหรือทานวันมื้อนะ(ผมไม่ได้บอกว่าควรกินแป้งหรือทานวันละ3มื้อนะ)

มันเหมือนกับตอนผมรู้จักบิทคอยเลย ผมพยายามเล่าให้คนรอบๆตัวฟัง หลายๆคนเห็นผมร่างกายดี เล่นกีฬาแข็งแรงได้เกือบๆเท่ารุ่นน้องๆเลย ก็เข้ามาถามกัน มีคนฟังบ้างๆไม่ฟังบ้าง บางคนทำตาม แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ (ใครจะไปเชื่อ วิ่งทั้งเกมโดยที่ไม่ได้กินอะไรมาเลยทั้งวัน)

ในส่วนใหญ่ของคนที่ทำสุดท้ายเลิก ไม่ใช่เพราะไม่เข้าใจ หรือไม่มีวินัย แต่เพราะมันไม่เข้ากับชีวิตประจำวันเค้า มันอยู่ยาก

สิ่งที่ผมตกผลึกได้จากการเห็นคนเข้ามาแล้วก็ออกไปอยู่ตลอดเวลาคือ

การดูแลสุขภาพ “มันไม่ใช่วิธี แต่เป็นวิถี”

พยายามหาแบบแผนที่เราคิดว่าจะทำมันได้ทั้งชีวิตโดยไม่บีบเค้นตัวเองจนเกินไป มันจะยั่งยืนกว่า (ยั่งยืนดีกว่าเข้มข้นนะ )

ที่ผมทำมาทั้งหมด มันก็แค่เพราะอยากเล่นกีฬาได้ อยากตอบสนองอีโก้ตัวเองในสนาม

แล้วผมก็ความคิดเปลี่ยน ในวันที่ผมรู้ว่าพ่อผมเป็นมะเร็ง….

คุณน่าจะรู้ว่าความเจ็บป่วยทุกชนิด ไม่ได้ทำร้ายแค่ตัวผู้ป่วยเอง มันทำร้ายทุกคนในครอบครัวในแทบทุกมิติ

ผมพยายามคุยเรื่องสุขภาพกับพ่อเท่าที่ผมเข้าใจ แต่ท่านก็ไม่buy idea แถมพี่สาวผมเองเป็นหมอด้วย ยิ่งคุยยากเข้าไปใหญ่

ช่วง2-3ปีสุดท้ายของคุณพ่อเป็นช่วงทรมานมากทั้งตัวคุณพ่อเองและคนอื่น

ท่านต้องtakeยาฮอร์โมนเพศหญิงเพราะท่านเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากทำให้อารมณ์แปลปรวนมาก บ่นน้อยใจไม่อยากอยู่

ทำเคโมมาก็คลื่นไส้ตลอดเวลา

พอเริ่มติดเตียง ช่วยตัวเองไม่ได้ ทุกคนต้องวนมาดูแลซึ่งไม่มีใครงานน้อย

บรรยากาศในบ้านมีแต่ความเศร้าหมอง น้อยครั้งมากที่จะได้คุยกันสนุกเฮฮาในบ้าน

มันพาลไปถึงทะเลาะกันเองในบ้าน ผมเอาบรรยากาศเสียๆกลับไปถึงลูกกับแฟนผมเองอีก

พี่สาวผมต้องเร่งจัดงานแต่ง ก่อนที่พ่อจะเดินไม่ไหว

น้องชายผมนี่ต้องพาแฟนไปยกน้ำชากันที่ห้อง ICU และงานจริงก็ช้าไปอาทิตย์นึง คุณลองนึกบรรยากาศงานแต่งสิ ความทรงจำน้องชายผมน้องสะใภ้ผมจะเป็นยังไง

เรื่องค่าใช้จ่ายนี่ไม่ต้องพูดถึง ที่หามาทั้งชีวิตแทบจะหมดได้ ผมมีเพื่อนที่ใช้แทบทั้งหมดนั่นเพื่อให้อาม่าอยู่ต่อได้อีก10วัน

เชื่อมั้ยผมแทบนึกไม่ออกถึงภาพคุณลุงใจดียืนขายขนมอยู่หน้าบ้าน ความทรงจำของผมมีแต่ภาพช่วงท้ายๆของพ่อบนเตียง ทำไมมันเป็นแบบนั้นไปได้ มันไม่ถูกต้องเลย

เป็นช่วงชีวิตที่สอนให้ผมได้รู้ว่า

เราจำเป็นต้องดูแลสุขภาพ มันไม่ใช่แค่เพราะเราอยากสวยอยากหล่อ อยากหุ่นดี อยากได้รับการยอมรับจากคนรอบข้าง แต่เพราะ

“การดูแลสุขภาพ มันเป็นความรับผิดชอบต่อครอบครัว มันเป็นหน้าที่ที่ต้องทำ”

แม้ว่าบางทีมันจะยากหน่อย ต้องใช้วินัยบ้าง แต่ก็พยายามนึกไว้เสมอเถอะ ว่าเราไม่ได้ทำเพื่อตัวเราเอง

เวลาที่ผมเห็นคนอายุเยอะๆที่สุขภาพดีๆ ผมจะรู้สึกนับถือมาก เค้าสร้างPOWไว้เยอะแน่นอน

วันนึงผมก็อยากให้ลูกหลานนับถือผมในแบบนี้เช่นกัน

#Siamstr

MK ของฉันประมาณนี้

อายน้องพนักงานเหมือนกันไม่สั่งผักเลย

55555

น้ำจิ้มและหมี่หยกยังกินอยู่นะ

ไม่ถึง canivore แค่ OMAD

#siamstr

ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าspoilจนกระมีคนมาบอกว่าspoil 5555555

งานBTC2024 สนุกแน่นอล🥳🥳🥳

GM Nostr, ☀️ and for newcomer⚡️

สำหรับใครที่มาใหม่ และใช้งานใน ios ที่พบกับปัญหาไม่สามารถส่ง sats (⚡️Zap) ให้กับ Notes ที่เราชอบได้ เนื่องจาก Apple ต้องการจะหักหัวคิวเวลามีการรับส่งเงินบนแพลตฟอร์มของเขา ให้ลองศึกษาวิธีการได้จากลิงค์แนบด้านล่าง

แล้วก็สำหรับใครที่อ่านแล้วแต่ยัง งง ๆ หรือ อ่านข้ามขั้นตอนบางอย่างไป เมื่อทำตามวิธีในลิงค์แนบแล้ว บน Damus ทำไมถึงยังไม่มีรูปสายฟ้า ⚡️ใต้ Note ขึ้นให้เรา Zap ต้องไป Zap ที่โปรไฟล์ที่ติดตามเอา (Damus ios เขาเอาไอคอน Zap ออก)

เราเลยต้องไปผูกการ Zap ของเราไว้กับการ กด Like 🤙ด้วย emoji รูปนี้ ซึ่งต้องไปตั้งค่าไว้ใน Zapple Pay และ วิธีนี้ทุกครั้งที่คุณกด Like 🤙จะเท่ากับการ Zap ไปโดยปริยาย

(ใน Zapple Pay ที่ช่อง trigger emoji สามารถเปลี่ยน รูปเป็น emoji อันอื่นได้นะ แต่ Damus เวลากด Like ยังเป็นแค่ ไอคอน 🤙อันนี้อันเดียว / ลูกเมียน้อยก็เงี้ย)

ปล. ระวังด้วยละ วิธีนี้อาจจะต้องไปตั้ง limit ของการใช้ sats ต่อวันใน Zapple Pay ไว้ด้วย ป้องกันการกด Like เพลินจน sats หมด (ถ้าเห็น transactions ในกระเป๋าผมแล้วจะหนาว 🤣)

Tip : นิดนึง พอดีอันนี้เจอมากับตัว ไม่รู้ใครสังเกตรึเปล่า พอเราผูกกระเป๋าไว้กับ Zapple Pay แล้ว ตั้งค่าการ Zap เป็น emoji 🤙อันนี้

ทุกครั้งที่เรากด Like ด้วย emoji 🤙บน client อื่น ๆ นอกจาก Damus มันก็ Zap ให้นะเออ (ลองกับ plebstr ได้ ไอคอนกด Like ของ plebstr มันคือ emoji 🤙อันนี้)

Tip : เรื่องการใส่ hashtag # อันนี้สังเกตหลายทีแล้ว สำหรับ plepstr การใส่ตัวพิมพ์เล็ก/พิมพ์ใหญ่ ใน hashtag เหมือนจะแสดงผลไม่เหมือนกัน เช่น #Siamstr กับ #siamstr (น่าจะเป็นเฉพาะแต่ละ client - Damus ไม่เป็น)

Tip : คอยเช็คจำนวน relay ที่ใช้งานบ่อย ๆ เด้อ จะมีบางครั้งที่ relay ดับพร้อม ๆ กันแล้ว ยอด follower / following หาย

Tip : สุดท้าย Nostr ไม่มี algorithm ค่อยจัดการเบื้องหลังให้ เหมือนกับแพลตฟอร์มอื่น ๆ ดังนั้น ถ้าอยากมีคนเห็น notes ของเราอย่าลืมติด hashtag #Siamstr หรือ อื่น ๆ ที่เราคิดว่าเกี่ยวข้องกับ notes ของเรา

เราต้องไป comment ใน notes ของคนอื่น เพื่อให้เขารู้จักเรา หรือตอบกลับเวลาที่คนอื่นมา comment ใน notes ของเราเหมือนกัน มันเป็นการพูดคุยกันจริง ๆ ถ้าคุณมาจากแพลตฟอร์มที่ใช้ระบบค่อยจับคู่หรือแนะนำเพื่อนใหม่ให้คุณ ที่นี่คุณต้องหาเพื่อนด้วยตัวคุณเอง

Nostr เป็นแพลตฟอร์ม Social Media อันหนึ่ง ไม่ได้พิสดารอย่างที่คิด ที่จะต้องมานั่ง notes ปรัชญา การเงิน สังคม บิตคอยน์ เนิร์ด ๆ อะไรที่จริงจัง ๆ มีสาระเพียงแต่อย่างเดียว จะ notes อะไรก็ได้ มันเป็นเสรีแพลตฟอร์มที่ไม่มีการปิดกัน ไม่ต้องเคอะเขิน จัดเลย notes โลด

สุดท้ายจริง ๆ ละ "ป่ะ ไปซื้อแอนดรอยด์มาใช้เถอะ!!!"

https://rightshift.to/2023/kp/13895/

เพิ่มเติมนิดนึงครับ ตั้งbudget ต้องตั้งใน nwc.getalby ครับ ในzapple pay จะเป็นการตั้งว่ากด🤙🏻หนึ่งครั้ง zapเท่าไหร่

ขอบคุณข้อมูลมากครับ

Replying to Avatar Leave

จาก Right Shift สภายาส้ม EP ล่าสุด

เรื่องอณาทิปไตย มาเฟีย รวมถึงคำถามของ คุณเทนโด้ เรื่องที่คุณเทนโด้นึกไม่ออกว่าเมืองที่ไร้รัฐเลยมันหน้าตาเป็นยังไง ทำให้ผมนึกถึง Kawloon walled city ครับ

Kawloon (ปัจจุบันไม่อยู่แล้ว) เป็นเหมือนสลัม ที่เงื้อมมือของรัฐเข้าไปยุ่งไรไม่ได้ มันมีเหตุผลทางการเมืองอยู่ครับว่าทำไมถึงไม่รัฐเข้าไปยุ่มย่าม แทรกแทรง ทุกคนที่อยู่ที่นั่นทำทุกอย่างกันเองโดยที่รัฐไม่เข้ามาช่วย มีระบบสาธารณูปโภคภายใน มีร้านอาหาร ร้านตัดเย็บเสื้อ โรงงานอลูมิเนียม มียันหมอฟัน 5555 ทำไมมันเป็นงั้นไปได้ ? เพราะที่นี่ ไม่ต้องมี License อะไรทั้งนั้นในการจะทำอาชีพอะไรก็ตาม

ส่วนสาเหตุว่าทำไมคนถึงมาที่นี่กันเรื่อยๆ จนมันเกิดเป็นเมืองขนาดย่อม ๆ เหตุผลง่ายแสนง่าย เพราะค่าเช่าที่มันถูก มากก คนเลยแห่กันมาตั้งรกรากที่นี่ บวกกับที่นี่ ไม่มีภาษี ไม่มีเรื่องของชาติพันธ์เข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะที่นี่ใครจะมาก็ได้อยากย้ายเข้า ก็มาไม่ต้องมีวีซ่า คุณจะเป็นคนเถื่อน ผีน้อย จากที่ไหนก็สามารถมาที่นี่ได้ บวกกับการประกอบอาชีพ ที่คุณอยากทำไรก็ทำ เพราะมันไม่ต้องมีใบ License อะไรทั้งนั้น

จนในเวลาต่อมา มาเฟียก็มามีบทบาทอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะด้วยความที่รัฐเข้าไม่ถึง มาเฟียเลยเห็นโอกาสในการเข้ามาตั้งแหล่งกบดานที่นี่ เข้ามาควบคุม Kawloon อย่างเบ็ดเสร็จ จนพวกเขามีอำนาจล้นมือในที่สุด ก็ว่าง่ายๆ ก็ไม่ได้ต่างไรกับรัฐบาลในตอนนี้ สาเหตุที่มาเฟียเข้ามาเพราะพวกเขาสามารถทำธุรกิจที่พวกเขาไม่สามารถทำใน จีน แผ่นดินใหญ่ได้ เช่น ธุรกิจยาเสพติด โสเภณี บลาๆ ด้วยความที่ทุกอย่างมันกองอยู่ที่นี่กันหมด ทั้งปัญหาอาชญากรรม สุขอนามัยที่มันโสโครกมาก ๆ รวมถึงสิ่งที่ไม่พูดไม่ได้คือ ขยะ เพราะด้วยความที่ Kawloon มันเป็นตึกมา…ผมไม่รู้จะใช้คำยังไง คือมันสร้าง ทับๆๆๆ ซ้อนๆๆๆ กันจนมันขนขยะออกข้างนอกไม่ได้เลยส่งผลให้ต้องนำขยะไปซุกตามที่ต่าง ๆ ดาดฟ้าตึกบ้างไรบ้าง บวกกับที่ผมบอกข้างต้น มันมียันโรงงานในนั้น มลพิษมาแน่นอนไม่ต้องพูดถึง จนพอทุกอย่างมันเละจนถึงขีดสุด สุดท้ายรัฐบาลรื้อถอน ทำลายทุกอย่างในปี 1994

อาจเล่า เรียบเรียง ไรได้ไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ เพราะไม่เคยได้เขียนไรแบบนี้เลย แต่มาไล่อ่านของคนอื่นแล้วรู้สึกอยากมีโน๊ตยาว ๆ ของตัวเองบ้าง ข้อมูลขาดตกบกพร่องยังไง ขออภัยด้วยครับ ใครรู้ไรเกี่ยวกับ Kowloon walled city ลองมาแชร์ๆกันได้ครับ เพราะผมเองก็งงเรื่องของการนำเข้า ส่งออก ว่าเค้าทำกันยังไง สกุลเงินอะไรพวกนี้ เค้าใช้จ่ายกันยังไง ผมเองก็ยังไม่มั่นใจ ว่าเรื่องนี้จะเปรียบเทียบกับเรื่องของพี่จิงโจ้ที่เอามาเล่าในสภายาส้มได้ไหมแต่ผมว่ายังไงมันก็เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ ยังไงแลกเปลี่ยนกันมาได้ครับ 😀

#siamstr #history

โห..สุดยอด เคนเห็นแต่ในหนังจีน ไม่เคยรู้ที่มาที่ไปเลยว่ามันเป็นแบบนี้ นี่กลับไปดูหนังน่าจะสนุกขึ้นอีกเยอะ

เขียนดีมากเลยครับ ขอบคุณนะครับ

5555 ตอนนี้แซบสนุกมาก

ผมเชียร์ กันยา หรือ พฤศจิกาครับ

เป็นเดือนที่ไม่มีวันหยุดราชการ

คนส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีโปรแกรมเที่ยวและมีเงินเหลือครับ

สองเดือนนี้เป็นเดือนเงียบของที่ร้านเลย

เพิ่มเติมครับ

Know how by nostr:npub1vm0kq43djwdd4psjgdjgn9z6fm836c35dv7eg7x74z3n3ueq83jqhkxp8e

ขออภัยไม่ลงเครดิตน้องหลามไว้แต่แรก

น้องหลามเตือนไว้ด้วยว่า NWC สำคัญมากนะครับ อย่าไปเผลอโพสเผลอแชร์ที่ไหน มันเป็นสะพานเชื่อมไป

wallet เราครับ

ใครมีปัญหาสะดุดอะไรถามน้องหลามเลย เป็นหนึ่งในเทพม่วงของคอมมูเราครับ nostr:note1rgynxs9gvnl7cx5ug9dehztatc96q38mj95y5ksww02pezucte3q0sqc3k

ถ้าไม่อยากdonate ไปตั้งค่าใน zapple pay แล้วconnect ใหม่ครับ

ไม่ต้องไปติ๊ก2ช่องนั้น

ปกติครับ wallet มันจะgen address ใหม่ให้เราทุกครั้งที่กด received (ไม่ว่าจะเอาไปใช้หรือไม่ก็ตาม)

เป็นการช่วยเพิ่ม privacy ให้เราครับ

ถ้าเราใช้ address เดิมบ่อยๆ มันจะเพิ่มโอกาสในการเดาตัวตนของเราได้ครับ

แถมคนโอนมาจะเห็น sat ทั้งหมดในaddress เราด้วย มันไม่ค่อยปลอดภัยครับ

5555 น้องผมนี่อย่างแรงฮะ

ไปเจ็บแค้นมาไหนอะนาย nostr:note1t73jew09u59jle2mypl895hd70n95qwf20rfyfnvezkqjlt07gpqpfxm32

Replying to Avatar Nataphol

ผมเคยทดลองหยุดเล่น social media ทั้ง fb, ig เป็นเวลา 1 เดือน

ผลลัพธ์ คือ

มีเวลาทำอย่างอื่นเยอะมาก อ่านหนังสือจบไปหลายเล่ม นอนไวขึ้น

แต่ที่เซอร์ไพรส์สุดคือ

ไม่มีใครรู้เลยว่าผมไม่แอคทีฟในโซเชียลมีเดียแล้ว 5555

บทเรียนที่ได้คือ วัฒนธรรมของการโชว์สิ่งที่มี เป็น อยู่ รู้สึก ของเว็บพวกนี้ ทำให้ไม่มีใครสนใจเราเท่าเราสนใจคนอื่น

มันเป็นเชื้อไวรัสที่ทำให้วิธีคิดในการใช้ชีวิตเปลี่ยนไป จะทำอะไรก็จะนึกตลอดว่า จะทำคอนเทนต์ยังไงดี

ทุกวันนี้ผมก็ไม่ได้ใช้เว็บพวกนั้นแล้ว จะใช้ก็เพื่อติดต่อคนในกลุ่มเฉพาะ หรือขายของ

พูดง่ายๆคือ มีสติมากขึ้น ใช้มันเป็นเครื่องมือมากกว่าปล่อยให้มันใช้เราเป็นเครื่องมือ

#siamstr

เหมือนผมเลย เก็บไว้ซื้อของ 5555

ดีด้วย พอเข้าน้อยลงก็เสียตังค์น้อยลง