Avatar
Sam Yuta
9c55b7964361a13332befba563d3904ef4f7abe4ea062d29fba78e2bff49a4db
A normal person

กทม.นี่แหละครับ

pm2.5 กลับมาแล้วนะครับ

อย่าหายใจเยอะครับ ถถถ

#siamstr

รายงานข่าว ETF Approval ผิดพลาด (ณ ตอนนี้) ทำให้ตลาดเก็งกำไรวิ่งกันขนาดนี้ ถถถ น่ากลัวจริง ๆ

#siamstr

ในส่วนความอ้างว้างของภูมิประเทศ ตอนนั่งรถไป Banff มองไปมีแค่ถนน รถพวกเราคันเดียว กับทุ่งหญ้าสีน้ำตาลราบเรียบสุดลูกหูลูกตา เจอป้าย stop เค้าก็หยุดรถตามป้าย ผมนี่ respect เลย

Replying to Avatar Jingjo

ตอนแรกที่รู้ว่าสมาชิกไรท์ชิฟต์หลายคนไม่ค่อยได้ไปท่องเที่ยวต่างประเทศกันเท่าไรก็แอบแปลกใจนิด ๆ แต่พอคิดดูอีกทีมันเป็น "งานอดิเรก" ที่ผลาญเงินใช้ได้เลยเหมือนกัน

ตัวผมเองตอนช่วงอาชีพการงานพี้ก ๆ ระหว่างปี 2015-2019 คือไปเที่ยวต่างประเทศทุกปี ปีละ 4-5 ครั้ง แล้วไปทีคือไปไกล ๆ และไปนาน ๆ ไปแบบ 2 วี้กอะไรงี้เลย เอาให้คุ้มค่าตั๋วและโอกาสลางานแบบจัดเต็มที่บริษัทไม่เคยกั๊ก

ประเทศที่ผมชอบลำดับต้น ๆ ในใจเลยก็คือสาธารณรัฐเช็ค นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้ดูบอลยุโรปในสนามจริง ๆ บรรยากาศแม่งโคตรสุดยอด ทั้งที่ผมเข้าไปดูทีมอย่างสปาร์ตาปราก (หรือสำเนียงเจ้าถิ่นคือ สะปารือต้า พราฮ่า) ลงเล่นในสนามเยเรนาลีสตาดิโอน ไม่ใช่การชมทีมรักอย่างอาร์เซนอลแห่งตำบลแอชเบอร์ตันโกรฟ ณ กรุงลอนดอนเสียด้วยซ้ำ

แล้วความที่เป็นเด็กถาปัด มันเลยฟินมากที่ได้เห็นสถาปัตยกรรมสวย ๆ อลังการยังกับหลุดออกมาจากเทพนิยาย ทั้งปราสาทปรากที่ว่ากันว่าเป็นปราสาทที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ยังสภาพสมบูรณ์เหมือนเดิมเมื่อครั้งเริ่มสร้างเมื่อหลายศตวรรษก่อน

สะพานชาร์ลส์สุดโรแมนติก จัตุรัสกลางเมืองที่มีชีวิตชีวา นาฬิกาดาราศาสตร์ที่เดินเถรตรงมาหลายร้อยปี และ "Dancing Tower" สุดพิศดาร ผลงานของสถาปนิกระดับโลกอย่างแฟรงก์ แกห์รี

แต่แน่นอนว่าสิ่งที่ทำให้ผมรักประเทศนี้มาก ๆ คือเบียร์!

ผมพูดภาษาเช็คเป็นทันที 2 คำเมื่อเท้าย่ำแผ่นดินนี้ คำแรกคือ "พีโว่" คำสองคือ "โพรช์ต" (เบียร์ และ ชนแก้ว ตามลำดับ)

ผมได้ลิ้มรสเบียร์พิลสเนอร์แท้ ๆ จากโรงงานดั้งเดิมในเมืองเปิลเซิ่น (ที่มาของชื่อชนิดเบียร์นี้นั่นเอง) และได้ดื่ม Original Budweiser (Budejovicky Budvar) อันแสนเข้มข้น ซึ่งเป็นสูตรที่ก่อนนายทุนเมกันจะเอาไปทำจนกลายเป็นเบียร์ adjunct lager แสนจืดชืด

พอคิดย้อนกลับไปก็ไม่ได้เสียดายเงินค่าท่องเที่ยวอะไรนะ มองแล้วดีเสียอีกที่ได้ไปมาหลายชาติมาก ๆ ได้กินของแปลกถิ่น ได้เจอคนแปลกหน้า ได้สัมผัสเมืองที่หลากหลาย ได้เรื่องเล่ามากมายที่พร้อมจะแบ่งปันให้คนที่สนใจฟัง แม้พอนับรวม ๆ กันแล้วถ้าไม่ไปเที่ยวเลย ป่านนี้มีเงินซื้อบิตคอยน์เป็นวาฬไทยไปละ 55555

แล้วคุณล่ะครับ ประทับใจทริปไหนในชีวิตบ้าง

https://www.nationalgeographic.com/travel/article/everything-to-know-about-czech-beer

#siamstr

อ่านแล้วนึกถึงตอนผมเริ่มทำงานที่แรก เข้าไปวันแรกเค้าบอกว่าไปเตรียมพาสปอร์ตมานะ เดี๋ยวอีก 10 วันไปเทรนที่แคนาดา 6 อาทิตย์ ห๊ะ เดี๋ยวนะเราไม่พร้อม เงินในบัญชีเหลือ 28000 อย่าว่าแต่ลาเที่ยวต่อ จะเอาเงินที่ไหนซื้อเสื้อกันหนาวก่อน แถมต้องจ่ายค่ากินก่อนกลับมาเบิก (สุดท้ายยืมแม่ไป) ไปคนเดียวภาษาอังกฤษก็กากเหลือเกินไม่มีความมั่นใจเลย แต่พอไปเทรนพร้อมกับคนจีน เม็กซิโก คูเวต ไนจีเรีย เราก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น 555

ตอนที่ไปเป็นเดือนกุมภา ช่วงแรกเป็นจังหวะหิมะไม่มี พอวันที่หิมะตกตอนพักเที่ยง คนที่มาจากประเทศเมืองร้อนทั้งหลายรวมทั้งผมด้วย ลงไปเล่นหิมะกันหน้าออฟฟิต เพื่อนคนจีนทำหน้าแบบว่าพวกแกเป็นไรกัน ไม่เคยเห็นหิมะกันหรอ เออสิวะ

ถึงจะไม่ได้ลาเที่ยวต่อ ใช้เงินอย่างประหยัด แต่ก็อยู่นานพอจะได้ซึมซับบรรยากาศบ้านเมืองเค้าอยู่บ้าง (ยกเว้นช่วงอ่านหนังสือสอบ) ไฮไลต์อยู่ที่ช่วงเสาร์อาทิตย์เค้าพาไปเที่ยว Banff ดูสกีรีสอร์ท ดูทะเลสาบน้ำแข็ง สวยมาก หนาวมาก ไปแช่บ่อน้ำพุร้อนกลางแจ้งตอนหิมะตก ยังประทับใจถึงทุกวันนี้ ว่าจะกลับไปอีกครั้งไม่ได้ไปซักที รูปที่เคยถ่ายไว้ก็หายไปกับ harddisk ที่พัง

พอนั่งคิดย้อนไป เราไม่เคยลาเที่ยวต่อจาก Business trip เลยแฮะ น่าเสียดายไปมาตั้งหลายที่ เวลาลาไปเที่ยวเองสะดวกใจกว่า 555

Replying to Avatar Sam Yuta

ความขาดแคลนดิจิทัลเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้เพียงครั้งเดียว

.

คุณไม่สามารถ “เก็บคุณค่า” (store value) ในอินเทอร์เน็ตได้ อินเทอร์เน็ตเป็นเพียงข้อมูล - ในรูปแบบของ 0 และ 1 - โดยคอมพิวเตอร์ของคุณแปลเลข 0 และ 1 เป็นคำและรูปภาพ ปัญหาของข้อมูลคือสามารถคัดลอกไปได้ นั่นคือลักษณะสำคัญของข้อมูล — มันไร้ตัวตน ซึ่งทำให้มีคุณสมบัติที่น่าทึ่งของการถ่ายทอดด้วยความเร็วแสง และสามารถทำซ้ำได้ไม่จำกัด

.

แต่การทำซ้ำนี้ไม่สามารถใช้กับ”คุณค่า” (value) ได้

เพื่อให้”คุณค่า”มีอยู่ในอินเทอร์เน็ตอย่างแท้จริง จำเป็นต้องมีระบบที่จำกัดภายในขอบเขตที่ไม่จำกัดของอินเทอร์เน็ต ระบบที่มีโครงสร้างที่จำกัดการทำซ้ำของข้อมูล เพื่อสร้างระบบความขาดแคลนดิจิทัล

.

และนั่นคือสิ่งสะท้อนอยู่ในอุดมการณ์ของสร้างบิทคอยน์ขึ้นมา

.

เหตุผลที่คุณไม่สามารถคัดลอกและวางบิทคอยน์ได้ก็เพราะบิทคอยน์ไม่ใช่ jpeg ที่ประกอบด้วย 0 และ 1 เมื่อคุณเป็นเจ้าของบิทคอยน์ สิ่งที่คุณเป็นเจ้าของจริง ๆ คือฉันทามติของทุกคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายบิทคอยน์ว่า คุณมีสิทธิ์ใน 1 ใน 21 ล้านเหรียญของปริมาณบิทคอยน์ทั้งหมด อีกความหมายคือ คุณไม่ได้เป็นเจ้าของสิ่งที่มีตัวตน; คุณเป็นเจ้าของสิทธิทรัพย์ที่ไม่สามารถถูกถอดถอนได้ และในที่สุด นั่นคือสาระสำคัญของ”คุณค่า” — การควบคุมฝ่ายเดียวในสิ่งที่จำกัด

.

ระบบฉันทามติของคุณค่านี้มีปัญหาเล็กน้อย แม้จะเป็นไปไม่ได้ที่จะคัดลอกค่าภายในขอบเขตของระบบที่มีกำแพงคอยล้อมไว้ ก็ยังสามารถคัดลอกและวางระบบทั้งหมดได้

.

และแน่นอน ข้อมูลที่สามารถคัดลอกได้ ... สามารถทำซ้ำได้ไม่จำกัด มีต้นทุนต่ำในการสร้างสำเนาใหม่ของระบบดั้งเดิม และนั่นคือสิ่งที่เราเห็นในสินทรัพย์ดิจิทัล บิทคอยน์เป็นตัวอย่างแรกของระบบความขาดแคลนดิจิทัล สกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ ทั้งหมดเป็นสำเนาของระบบความขาดแคลนดิจิทัลนี้ ปรับปรุงด้วยสิ่งตกแต่งต่างๆ เพื่อทำให้ดูแตกต่าง ใหม่ และดีกว่า

.

เมื่อผมสร้างภาพนี้ครั้งแรกในปี 2021 เพื่อเน้นถึงลักษณะที่สามารถทำซ้ำได้ไม่จำกัดของสกุลเงินดิจิทัล มีสกุลเงินดิจิทัลรวมประมาณ 7,000 สกุล ตอนนี้มีประมาณ 30,000 สกุล มากขึ้น 4 เท่าในเพียง 2 ปี

.

ในทางนี้ หากมีใครซื้อสกุลเงินดิจิทัลใหม่ เอาเฉพาะที่ผลิตเพิ่มไม่ได้ ด้วยอัตราส่วนคงที่ในปี 2021 อย่างต่อเนื่อง ... ส่วนแบ่งการถือครองของยอดจำหน่ายรวมใน "ตลาดสำเนาของความขาดแคลนดิจิทัล" ก็ยังถูกเจือสูญ 4 เท่าอยู่ดี นั่นคือการสูญเสียค่า 75% ในเพียง 2 ปี

.

นั่นยังไม่รวมว่า มันต้องมีสมมติฐานว่าสกุลเงินดิจิทัลทั้งหมดมีค่าเท่ากันอีกต่างหาก

ตอนนี้ มาพิจารณาความเป็นจริงของ ”คุณค่า” กัน...

.

.

⬇️

** มา repost reply เพิ่มเพราะเพิ่งเห็นว่า reply มันไม่ขึ้นหลังจากผ่านไป 2 เดือน 555 ดีนะเซฟที่เขียนไว้ **

เงินเป็น Network Effect ตัวแม่ และสุดท้ายมันจะเหลือแค่แบบเดียว

.

ผลกระทบเครือข่าย (Network Effect) เกิดขึ้นเมื่อคุณค่าของระบบเพิ่มขึ้นตามจำนวนผู้ใช้ที่เพิ่มขึ้น (โทรศัพท์, อินเทอร์เน็ต, เฟซบุ๊ก, เป็นต้น) กฎของเมตคาล์ฟอธิบายถึงคุณค่าของเครือข่ายเป็นสัดส่วนกับจำนวนผู้ใช้ยกกำลังสอง

.

เงินเป็น Network Effect ตัวแม่ — เราสร้างความมั่งคั่งโดยการเลือกให้คุณค่าแบบของเงินที่คนอื่นให้คุณค่า และเราสูญเสียความมั่งคั่งถ้าเราเลือกผิด (Beanie babies, ดอกทิวลิป, NFTs) เนื่องจากความกดดันนี้ ทำให้สุดท้ายมันจะเหลือเงินแค่แบบเดียว

.

นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมทองจึงเป็นมาตรฐานการเงินทั่วโลกที่ไม่ซ้ำใครหลังจากการทดลองของตลาดเสรีกว่า 70,000 ปี ในการใช้สินค้าชนิดต่าง ๆ เป็นเงิน มันเป็นสินค้าที่ยากที่สุดที่จะทำเพิ่มขึ้นและดังนั้นเป็นที่เก็บรักษาคุณค่าที่เชื่อถือได้ที่สุดสำหรับความมั่งคั่งที่หาได้ยาก

.

ผลลัพธ์ของสิ่งนี้คือมนุษย์เก็บความมั่งคั่งมากขึ้น 40 เท่าในทอง (คุณค่ารวม ประมาณ 12 ล้านล้านดอลลาร์ ) มากกว่าสินค้าที่เก็บรักษาคุณค่าอันดับที่ 2 คือแร่เงิน (คุณค่ารวม ประมาณ 300 พันล้านดอลลาร์)

.

สิ่งนี้เรียกว่า Schelling point (เป็นความเข้าใจร่วมกันในการเลือกตัวเลือกที่เหมาะสมหรือเป็นที่ยอมรับในสถานการณ์ที่ไม่สามารถสื่อสารได้ มันเป็นความเข้าใจหรือความตกลงที่เป็นธรรมชาติที่คนส่วนใหญ่จะเลือก), จุดโฟกัสในทฤษฎีเกม เมื่อมนุษย์เก็บความมั่งคั่ง พวกเขาเลือกที่จะเก็บรักษาคุณค่าโดยมุ่งหมายว่า ผู้อื่นจะให้คุณค่ากับสิ่งนั้นในอนาคต

.

เมื่อคิดถึงเหตุผลนี้ ลองมาอัปเดตภาพข้างต้นเพื่อแสดงคุณค่าสัมพันธ์ของสกุลเงินดิจิทัลที่มีอยู่ โดยแทนที่ด้วยขนาดของวงกลมแต่ละวง

.

ลองคิดดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณแสดงภาพข้างต้นให้ 100 คน แล้วถามพวกเขาว่าวงกลมไหนมีมูลค่ามากที่สุด หรือดีกว่า วงกลมไหนที่พวกเขาคิดว่า 99 คนอื่นจะเลือก นั่นคือ Schelling point โดยที่เค้าไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

.

.

ปริศนาดิจิทัลที่ซับซ้อน ทำให้ไม่มีการแข่งขันจริงจังต่อบิทคอยน์ได้

.

นอกจากความแข็งแกร่งของบิทคอยน์ในฐานะที่เป็นความขาดแคลนดิจิทัลที่ไม่ซ้ำใครและผลกระทบของ network effect เราจะลองมาพูดถึงจุดอ่อนของคู่แข่งของบิทคอยน์กันดู

.

ในขณะที่การตลาดสำหรับสกุลเงินดิจิทัลเฉพาะจะเน้นไปที่ชุดคุณสมบัติและสเปคที่โดดเด่น สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดก็เป็นเพียงประดับประดา สิ่งที่สำคัญคือคำถามง่ายๆ: สินทรัพย์ไหนที่คนเลือกถือครองเป็นที่เก็บรักษามูลค่า? บิทคอยน์นำอยู่เยอะ

.

ดังนั้น สกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ ทุกสกุลที่ถูกสร้างขึ้นหลังจากบิทคอยน์ยังต้องคอยวิ่งไล่ตาม แต่ยังไงก็ตาม สิ่งที่จำเป็นในการตามแซงเองนั้น ทำให้สกุลเงินดิจิทัลใด ๆ ไม่สามารถเป็นคู่แข่งจริง ๆ ของบิทคอยน์

.

ในนวนิยายสงครามแซตีร์ที่โด่งดัง Catch-22 นักบทสร้างภาพขัดแย้งที่แน่นหนาของนโยบายทางทหาร: ถ้าทหารได้เป็นบ้า เขาไม่ต้องไปในภารกิจ; แต่ทหารบ้าต้องขอถูกยกเว้น และคำขอนี้แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้บ้า

.

เปรียบเทียบกันคือ โครงการสตาร์ทอัพสกุลเงินดิจิทัลทุกโครงการ ต้องเผชิญกับปริศนาที่เป็นไปไม่ได้ (paradox) ขณะที่พยายามตามแซงบิทคอยน์ นั่นคือ:

- คุณไม่สามารถตามแซงบิทคอยน์ได้โดยไม่มีทีมผู้นำและงบประมาณการตลาด

- ด้วยทีมผู้นำและงบประมาณการตลาด คุณเป็นบริษัทที่ปลอมตัวเป็นโปรโตคอลที่กระจายอำนาจ

.

ผลลัพธ์สุดท้ายของสิ่งนี้ชัดเจนมาก: สกุลเงินดิจิทัล 30,000 สกุลที่พยายามจะยึดตำแหน่งในตลาด เป็นโครงการ “กระจายอำนาจในนามเท่านั้น” (DINO, decentralized in name only”) ตามคำศัพท์ของประธาน SEC Gary Gensler พวกเขามีทีมผู้นำที่ทำงานเพื่อแนะนำโครงการด้วยวัตถุประสงค์ในการส่งผลตอบแทนการลงทุนสำหรับผู้ถือโทเค็นดิจิทัลของพวกเขา ตามคำจำกัดความชัดเจนของ Howey Test นี้หมายความว่าพวกเขาเป็นบริษัทที่นำเสนอหุ้นที่ไม่ได้รับใบอนุญาต

.

และแน่นอน เราได้เข้าสู่ยุคของการบังคับใช้กฎหมาย ในสัปดาห์นี้เพียงอย่างเดียว หน่วยงาน SEC ได้ฟ้องผู้ก่อตั้ง HEX ที่โคตรน่ารำคาญใน 3 ข้อหาของการฉ้อโกงหุ้น และได้บอก CEO ของ Coinbase ว่า "ทรัพย์สิน [สกุลเงินดิจิทัล] ทุกชิ้นนอกจากบิทคอยน์เป็นหุ้น"

.

.

สรุปสุดท้าย:

- บิทคอยน์คือการประดิษฐ์ของความขาดแคลนดิจิทัล และสกุลเงินดิจิทัลทุกสกุลตั้งแต่นั้นเป็นแค่ของเลียนแบบ

- เงินเป็น Network Effect ตัวแม่ และบิทคอยน์ได้ชนะแล้ว

- ผู้ท้าทายทั้งหมดต่อบิทคอยน์ในที่สุดก็เป็นบริษัทที่ส่งเสริมการนำเสนอหุ้นที่ไม่ได้รับใบอนุญาต และ SEC กำลังจะดำเนินการต่อพวกเขา

.

เอาล่ะ ด้วยเงินที่หาได้ยากของคุณที่ตกอยู่ในสถานการณ์นี้ เลือกวงกลมที่คนอื่นจะให้มูลค่ามากที่สุด แต่อย่าใช้เวลานานเกินไป เพราะ 99% ที่เหลือของโลกก็กำลังตัดสินใจเช่นกัน...

error พวกนี้คือเกิดจากเราส่ง note ไปยัง relay เหล่านี้แล้วมีปัญหาครับ เช่น pubkey not allow อาจจะมาจาก relay นั้นเป็นแบบเสียเงิน พอเราไม่เสียมันก็จะบอกว่า pubkey เรามันไม่รับ ส่วน Timeout อาจจะช้าหรือ relay ปิดไปแล้วครับ

วิธีแก้คือไปหน้า setup Relay ในแอพที่ใช้ แล้วเอา relay พวกนี้ออกครับ น่าจะดีขึ้นครับ

function auto delete ของเค้าไม่ค่อยเวิร์คครับ ถ้าตั้ง auto download ต้องตามลบเองครับ ผมก็เคยถึง 40GB 555

Replying to Avatar Jingjo

เข้าใจแหละว่ากลไกตลาดมันตอบชัดละว่าลงถี่ไปก็เริ่มลดคุณค่าลง ตอนนี้เราเลยปรับมาลงวี้กละ 1-2 ตอนแทน แล้วโปรโมตน้อยที่สุด ทดลองดูว่าคนยังตามอ่านจริงมั้ย (สังเกตว่าทีมไรท์ชิฟต์ไม่แชร์โน้ต #FuckIMF ตอนล่าสุดเลย จนกระทั่งผ่านมาหนึ่งวันเต็ม ๆ)

ไม่แน่ใจว่าชาว #Siamstr ยังติดตามอ่านกันมากน้อยแค่ไหน และสำหรับคนที่ยังติดตามอย่างเหนียวแน่น อยากสอบถามกันแมน ๆ เลยว่าอยากให้เราลงวันไหนดีครับ ตอนนี้เลี่ยงจันทร์แน่ ๆ ละ เพราะหลายคนน่าจะหัวหมุนกับงานวันแรกของวี้ก และก็เลี่ยงวันหยุดวี้กเอนด์ เพราะหลายคนน่าจะพักผ่อนและห่างโซเชียลมีเดีย

เอนี่เวย์ นี่อาจเป็นการเดาแบบไร้ผลวิจัยรองรับ ฉะนั้นอยากซาวด์เสียงชาวทุ่งม่วงกันดูครับว่าอยากอ่านความถี่ประมาณไหน และชอบให้ลงบทความวันไหน

ป.ล. เดี๋ยวเข้าโค้งสุดท้ายก่อนครบ 18 ตอน จะเอาของรางวัลใหญ่มายั่วแล้วนะ! ใครยังไม่ร่วมกิจกรรม จัดเลยครับ

nostr:nevent1qqst8ep7jfh95epvgfemwykfwtrhv5p9wgp46d8087fcaxv0dqxm92gpramhxue69uhhget9d45k2vfdwfjkccte9ej82cmtv3h8xtn0wfnsyg86kqv2mazhu4cy66kwuq9qfytcqqgv5gfzcgcgw9fzys5amxhcn5psgqqqqqqs8xdanw

ผมทีมอ่านย้อนหลังครับ ชอบอ่านรวดเดียวประมาณ 1-2 อาทิตย์ครั้ง

the world stuck in loop.

#siamstr

โพสใน fb ไม่มีใครเก็ท ถถถ

ปี 2140 จะเป็นเท่าไหร่

#thailandzapathon #siamstr

นี่เรากำลังจะมีเรื่องที่ต้องตอบคำถามคนรอบตัวกันอีกแล้วรึป่าว

https://x.com/DylanLeClair_/status/1709712204675555651?s=20

ผมเคยนั่งวิเคราะห์กับเพื่อนว่า หลาย ๆ คนน่าจะยังคิดไม่ถึงว่า Generative AI มันจะเปลี่ยนโลกการทำงาน (และอื่น ๆ) ไปแค่ไหน งานที่ใช้ความคิดของ white collar อาจจะกำลังโดนปฏิวัติ เหมือนยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม แล้วงาน hand-made กลายเป็นสินค้าอีกระดับนึง ต่อไปในอนาคตงาน human-thought อาจจะเป็นของหายาก ไม่มีใครทำ เหมือนงาน hand-made ก็ได้

เดือนที่แล้วมีงานชิ้นนึงที่ผมต้องทำ ผมประเมินด้วยความรู้ผมว่าน่าจะทำถึงสิ้นปี ไม่รู้เสร็จรึป่าว พอทำจริงใช้ Generative AI เข้ามาช่วย ผมทำเสร็จไปแล้วภายใน 1 เดือน จนรู้สึกว่าถ้าคน assign งานผมรู้วิธีใช้ เค้าไม่ต้องมีผมก็ได้ 555

ปล. ผมปิดท้ายการคุยกับเพื่อนไปว่า Generative AI จะมาเป็น technology เพื่อควบคุมเรา ทั้งควบคุมความคิด เพราะถูก censor ได้ง่ายกว่าเดิมอีก ทั้งเป็นเครื่องมือในการควบคุมเราให้อยู่ในระเบียบที่เค้าต้องการ (แบบในจีน) และ bitcoin จะมาเป็นหนทางรอดให้เรายังมีอิสระเหลืออยู่ อีก 1 อาทิตย์เพื่อนกดสั่ง HW Wallet 555 job done.

ทำเองไม่ได้ก็ต้องเอาเงินไปแลกคุณค่าที่คนอื่นสร้างมา 555

#siamstr

Replying to Avatar Pikanet

🟠Bitcoin Village🟣

ระหว่างรอลูกเรียนดนตรี มีโอกาสไถ damus สนุกกับ nostr community พร้อมฟังสภายาส้ม ep.18 เพลินๆไปด้วย ผมสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของ Thai Bitcoiners Community และมันชัดเจนมากหลังงาน BTC 2023 ที่ผ่านมา

ระหว่างไถเพลินๆ คุณกาย @satuser ได้จุดประกายไอเดียให้ผม ผ่านทางการ Reply Note เมื่อเช้า

“Bitcoin Village ,Energy Space”

ผมสนใจไอเดียนี้จริงๆ ซึ่งผมคิดว่ามันต่อยอดทำได้จริงนะ หมู่บ้าน Bitcoin Community เนี่ย

อยากขอไอเดียเพื่อนๆทุกคนใน siamstr ช่วยผมคิด ว่าหากเรามีหมู่บ้านของชาว Bitcoiners ในเมืองไทย เราจะต้องการอะไรกันบ้าง เช่น

- Solar Cell System ที่ทุกคนใช้ไฟฟ้าร่วมกันได้เอง โดยนำไฟฟ้าส่วนที่เหลือจากการใช้งาน แปลงเป็น Sat ด้วยการ Pool Mining แบ่งกันใน Community

- Green Area สนามหญ้าโล่งกว้างสีเขียว ให้เราสูดอากาศดีๆ สัมผัสผืนหญ้า และใกล้ชิดธรรมชาติ

- Craft Beer Garden สวนลานเบียร์คราฟ ที่เราได้ดื่มเบียร์สังสรรค์เฮฮา ตามประสาคนชอบอะไรคล้ายกัน

- ร้านอาหาร และคาเฟ่ เล็กๆ มีเสต็กเนื้อฉ่ำๆ อุดมด้วยโปรตีน และไขมัน จิบกาแฟดำ หอมๆเข้มๆ ปราศจากน้ำตาล

- Co-Working Space ที่พร้อมสำหรับกลุ่มคน Work Everywhere ผมเชื่อว่า Bitcoiners ไม่น้อยที่ทำงานแบบอิสระ สามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ เป็นหมู่บ้านชานเมืองที่ไม่ได้อยู่ใจกลางเมือง

- Organic Farm ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ และพืชสวนครัว ที่เราสามารถเลี้ยง และบริโภค ได้ในหมู่บ้านของเราได้เองบ้างบางส่วน

- บ้าน ที่ถูกออกแบบในแนวคิดของ Bitcoin Node ทุกหลังเป็นหน่วยๆเล็กๆ ที่อิสระ เป็นส่วนตัว แต่เชื่อมต่อถึงกัน จินตนาการไว้ก่อนว่า เป็นบ้านที่เรียบง่าย ขนาดกระทัดรัด พื้นที่ใช้สอยเท่าที่จำเป็น แต่มีพื้นที่เอนกประสงค์มาก มีความเป็นส่วนตัวสูง เหมาะกับการใช้ชีวิตที่อิสระ สงบ พอเพียง มีแนวคิดให้ทุกคนในหมู่บ้าน มีกิจกรรมร่วมกันในส่วน Common Area ส่วนกลางของหมู่บ้านที่มีคุณภาพดี

เพื่อนๆคิดว่า …. อยากให้มีอะไรใน 🟠Bitcoin Village🟣 อีกบ้าง รอฟังทุกไอเดียเลยนะครับ ผมคิดว่าผมอาจจะได้เจอธุรกิจในฝันที่ผมอยากทำแล้วครับ

#siamstr #nostr #ThailandZapathon

#thematrix #escapethematrix

ถ้าเอาแบบในฝันเลยต้องมี bitcoin atm ด้วยครับ 555 ในชีวิตจริงคงมีแค่ p2p กันเองไป

ผมเคยคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้รวมถึงตอบคำถามเรื่องนี้หลายครั้ง กับหลายๆคน

.

"มีแค่ประเทศไทยครับ ที่แนะนำว่า เป็นเกาต์ ห้ามทานไก่ ทานสัตว์ปีก "

.

แต่ปฏิกิริยาตอบกลับคือ

"หมอมั่วแล้ว"

"เป็นไปได้หรือครับ หมอ ที่จะมีแค่ประเทศไทย ที่แนะนำแบบนี้ "

"ทำไมหมอบูลลี่แบบนี้ล่ะ "

"........."

.

ซึ่งอันนี้ก็ขึ้นอยู่กับความเชื่อความรู้ของแต่ละคน

.

แต่ของกรมควบคุมโรคสหรัฐอเมริกา CDC ระบุว่า เนื้อสัตว์ที่ไม่ควรจะกินได้แก่ ‘เนื้อแดง เครื่องในสัตว์ และอาหารทะเล’ (ดูได้ที่ https://www.cdc.gov/arthritis/basics/gout.html)

.

ส่วนของสำนักงานสุขภาพแห่งชาติอังกฤษ NHS ระบุว่า เนื้อสัตว์ที่ไม่ควรกินคือ ‘เครื่องในสัตว์ เช่น ตับ ไต และอาหารทะเล’ (ดูได้ที่ https://www.nhs.uk/conditions/gout/)

.

เพราะไม่ว่าจะเป็น เนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อเป็ด เนื้อกุ้ง ฯลฯ ไม่ว่าจะมาในรูปแบบไหน เมื่อร่างกายรับเข้าไป 1 ขีด จะเกิดกรดยูริคในกระแสเลือดประมาณ 100-150 มิลลิกรัม

.

และที่สำคัญ ตัวร้ายที่สำคัญซึ่งแอบแฝงอยู่ที่ทำให้เกิดเกาต์ แต่เราไม่พูดถึงกันคือ

.

" น้ำตาล ฟรุสโตส "

.

บทความจาก Brandthink

https://www.facebook.com/.../pfbid0TUUoZ9LiJ8W4fXAmkWV1F3...

.

Live เรื่อง Gout & Rheumatiod ที่ผมเคยคุยไว้ https://youtu.be/VAYBa0P_SuE

Live เรื่อง น้ำตาลฟรุสโตส ที่ผมเคยคุยไว้ https://youtu.be/sRHw9-nOki0

.

#ความน่ากลัวในการดูแลสุขภาพคือการที่เชื่อโดยไม่มีความรู้

.

ช่องทางต่างๆในการติดตามและติดต่อหมออ้วน

https://linktr.ee/fastingfatdentist

#fastingfatdentist

#หมอบ่นfiat

#health

#nutrition

#fiat

#siamstr

#bitcoin

มาแชร์ประสบการณ์ผู้ประสบภัยโรคเกาท์ ทั้งที่อายุไม่เยอะ (หมอท่านนั้นบอก) ช่วงนั้นก่อนโควิด เป็น ๆ หาย ๆ อยู่ 2 ปี ไม่รู้สาเหตุคืออะไร ทั้งผมและหมอก็คิดว่าคงกินเนื้อสัตว์เยอะเกินไปแหละ เพราะแอลกอฮอล์ก็ไม่ดื่มเลย และกรดยูริคก็สูงมาตลอดในการตรวจร่างกายทุกครั้ง

ก็กินยาลดกรดยูริคมาตลอด จนต่ำกว่าเกณฑ์ก็แล้วแต่ทำไมยังเป็นอยู่ ทั้งที่พยายามลองลดเนื้อสัตว์ลงแล้ว

จนกระทั่งมี lock down อ้าวหายเฉย ตอนหลังเลยมานั่งทบทวนว่าเกิดอะไรขึ้น ก็พบว่าชีวิตก่อน lock down คือเช้าวันเสาร์ไปวิ่งสวนลุม วิ่งเสร็จซดน้ำส้ม กินข้าวเสร็จไม่ต่อด้วยเต้าฮวย ก็กล้วยทอด น้ำตาลทั้งนั้น แล้ววันจันทร์อังคารก็ออกอาการทุกที พอ lock down ไม่ได้ไปหายเลย 555

จริง ๆ โบรชัวร์เกาท์ในรพ. ก็มีบอกเรื่องน้ำผลไม้นะครับ (แต่ถ้าทำตามนั้นคือ ไม่เหลืออะไรให้กินละครับ) แต่คนโฟกัสที่เนื้อสัตว์ที่พูดสืบต่อกันมามากกว่า ตอนนี้ผมกินเนื้อมากกว่าเมื่อก่อนแต่ไม่เคยกลับมาเป็นอีกเลย เลิกกินน้ำผลไม้ น้ำตาลชีวิตดีขึ้นเยอะครับ

ใช่ครับ แล้วแต่ว่า transaction ของเรายาวแค่ไหนด้วยครับ

ผมเข้าใจว่าถ้ามันมาจากหลาย utxo จะยิ่งยาว คือถ้าฝากเข้ามาด้วยธุรกรรมเล็กๆเยอะๆ เวลาถอนออกรวมจะแพงขึ้นนิดนึงเพราะ transaction จะยาว ถ้า fee ถูกไม่เท่าไหร่ ถ้าแพงก็โดนเยอะอยู่ครับ

เราไม่รีบ เรารอได้

ผมเคยวางแผนไว้ว่าซักวันจะโอน bitcoin จากกระเป๋าที่ใช้สะสมสมัยแรก ๆ ที่ตอนนั้นก็คิดว่าโอเคละนะ แต่พอมีควารู้เพิ่มขึ้นก็คิดว่าเซ็ทอัพมันไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เลยจะย้ายบางส่วนมาที่อีกกระเป๋าที่สบายใจกว่า

เมื่อสองเดือนก่อนว่าง ๆ เลยกดโอน on-chain ไป แต่ไม่ได้เข้าไปดู mempool แค่คุ้น ๆ ว่าเรื่อง ordinal เพลา ๆ ไปแล้วค่า fee ก็ไม่แรงแล้วมั้ง ตอนกดโอนก็ไม่คิดอะไรมาก มัน recommend high priority fee มาว่า 7 sat/vB, low -> 4 sat/vB เราไม่รีบนี่ เรารอได้ จัดไป 4 sat/vB มันก็ถามย้ำแล้วนะว่ามันอาจจะ > 70 นาทีนะ หรืออะไรซักอย่างไม่แน่ใจ เฮ้ย เมื่อก่อนโอนใส่ low fee 2-3 block ก็ได้ตลอดนี่ ก็ confirm ไป

2 ชั่วโมงผ่านไปยังไม่มา เข้าไปดู mempool (ทำไมมึงไม่ดูก่อน ไม่เข้าใจตัวเอง) อยู่ block เกือบหลังสุด ก่อนที่มันจะรวมเป็นก้อนใหญ่สุดท้าย บันเทิงละสิ แต่เรารอได้นี่ท่องไว้ ๆ

หลายวันผ่านไป ทำไมค่า fee กลับมาขาขึ้นล่ะ ทำไม transaction มาเติมเรื่อยไม่มีหยุด แต่เราก็ไม่รีบนะ (แต่เช็ค mempool ทุกวันเลยนะ 555) ยังไงก็กระเป๋าเรา ต่อให้มันเยอะจนหลุดจาก mempool ก็กลับมากระเป๋าเดิมอยู่ดีไม่เป็นไรหรอก แต่ยังไงเริ่มดู ๆ replace by fee ไว้ดีกว่า

พอเข้ากันยา โอ้โห ค่า fee พุ่งแรงเข้าไปอีก กลับมาถามตัวเองเอาไง รอได้จริงป่าว สมมติ 1-2 ปีรอได้จริงมั้ย ก็โอเคแหละยังไงวางแผนไว้ว่าใน 10 ปีนี้ไม่ได้ใช้หรอก รอก็รอ แล้วเมื่อ 2 อาทิตย์ก่อนค่า fee ก็ไปกระฉูดที่ > 20 sat/vB อีกครั้ง 555 เริ่มย้อนกลับไปดู เอ mempool ไม่เคลียร์นานสุดแค่ไหนนะ เลยนั่งนับดู (นับช่วงที่ fee 1 sat/vB ถือว่าเคลียร์นะครับ เอาเท่าที่ mempool.space มี)

Oct 2017 - Feb 2018 —> 4 เดือน

Jan 2021 - June 2021 —> 5 เดือน

Apr 2023 - Now —> 5 เดือน (นี่มันระดับต้น ๆ เลย)

จนมาถึงอาทิตย์นี้ ค่า fee ลดวูบเลยครับ จาก 50 sat/vB เหลือ 4 sat/vB ภายในอาทิตย์เดียว (ใครรู้เหตุผลเล่าให้ฟังด้วยครับ)

เมื่อคืน transaction ผมก็ได้ปิดลงใน block เรียบร้อยครับ จะได้เลิกเช็ค mempool รายวันซะที 555

คราวหน้าจะโอน on-chain อย่าลืมถามตัวเองว่ารอได้จริงมั้ยนะครับ 555

#siamstr