Avatar
Melody
a6433ab107a8dbc53d28a583009b8a1ac22ddfa5e962f54ba151bc5708173071

เกร็งว่าจะน็อคก่อนฝัน 55555

ซื้อของกินกันครับ อย่าลืมหาอะไรทานกันด้วยนะเพื่อนๆ #Siamstr #Bitcoin

อยากให้ชาวบิทคอยน์เนอร์ทุกท่านได้ฟังครับ #Siamstr

https://www.youtube.com/watch?v=kHeJFQf8Cg8

Frankfurt ครับ

Replying to Avatar Panai Lawasut

กำแพงของการสร้าง Proof of work มันช่างสูงเหลือเกิน

ผมไม่รู้ว่าราคาที่ต้องจ่ายสำหรับการสร้างPOWของคนอื่นมันแพงแค่ไหน แต่สำหรับของพ่อกับแม่ผม มันคือบ้านหลังเดียวของครอบครัวที่ต้องโดนยึดในขณะที่พ่อผมอายุ 60 พอดี

ของผมเองถ้าไม่บังเอิญเอา POW ที่พ่อกับแม่ผมทำไว้ให้มาต่อยอดได้ บ้านซักหลังคงไม่มีโอกาสได้เป็นเจ้าของ

และคิดว่าราคาที่ต้องจ่ายในการสร้าง POW ของรุ่นถัดไปมันคงแพงขึ้นเรื่อยๆ จนวันนึงมันอาจจะถึงจุดที่ไม่มีวันจ่ายไหว

หลังจากผมเข้าใจปรัชญาของบิทคอยน์ ผมรู้ได้ทันทีว่า

การที่คุณจะสร้าง values ในระดับที่คนอื่นจะยอมให้มูลค่ากับคุณ คุณจำเป็นต้องใช้พลังงานและเวลาไปกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ในระดับที่ใครก็ไม่สามารถเอาพลังงานและเวลามาของเค้าแลกได้เท่ากับคุณได้เช่นกัน

เพราะฉะนั้นแปลว่า ใครเริ่มสร้าง POW ก่อน คนนั้นมีโอกาสชนะ

และนั่นก็หมายถึง ใครเจอก่อนว่าตัวเองอยากทำอะไร คนนั้นก็มีโกาสได้เริ่มสร้าง POW ก่อน

เรื่องใหญ่ๆที่ผมให้ความใส่ใจกับลูกคือ เค้าค้นพ้บตัวเองหรือยัง เค้าชอบทำอะไร เค้าใช้เวลากับอะไรได้นานที่สุด เพราะผมอยากให้เค้าเริ่มสร้าง POW ให้เร็วที่สุด

ลูกสาวผมเกิดมาในช่วงที่ผมไม่พร้อม ตอนนั้นผมอายุ27 รายได้แค่พอเลี้ยงตัวเองคนเดียวในกรุงเทพฯเท่านั้น กลายเป็นต้องเลี้ยง 3 ชีวิต หมุนไม่เคยทันซักเดือน

กลับมาอยู่เมืองชล ต้องพลักดันนางให้เข้าเนอสเซอรี่ตั้งแต่ 2 ขวบครึ่ง เพราะเราทำงานกันตั้งแต่ตี5-6โมงเย็น มีเวลาเล่นกับนางน้อยมาก

พอนางเข้าอนุบาล ผมวิ่งเต้นทุกอย่างเพื่อให้นางเข้าโรงเรียนประจำจังหวัด เพราะมั่นใจว่าวิชาการที่นี่แข็งเป็นอันดับต้นๆของภาคตะวันออก

นางเรียนที่นี่จนจบ ป.6 นั่นเป็นช่วงเวลาที่ผมมีความสุขกับลูกสาวในวัยที่น่ารักได้น้อยสุดๆ

เข้าเรียน 7:30 เลิก 17:30 การบ้านอีกมหาศาล(แม้นางจะไม่ค่อยทำก็เถอะ) เวลาเหลือน้อยมากๆ ไม่ค่อยได้มีโอกาสคุยนู่นนี่กันบ่อยๆเหมือนกับลูกชาย

คุณเริ่มเห็นกำแพงของการสร้าง POW ที่ค่อยๆก่อขึ้นมาโดยผมเองมั้ย

ผมแม่งโง่สุดๆ ผมรู้สึกเกลียดตัวเองมาก เอาเวลาในช่วงที่สำคัญมากของชีวิตคนๆนึง(ซึ่งแม่งคือลูกเราเองด้วย) ส่งไปในพลาญในระบบผลิตมนุษย์ที่บิดเบี้ยว โดยอ้างว่าเพราะเราต้องเอาเวลามาหาเงินเลี้ยงครอบครัว

“แม่งโคตรเห็นแก่ตัวเลย”

ผมเองเริ่มรู้จักบิทคอยน์ตอนนางประมาณ ป.5

เริ่มรู้ตัวแล้วว่าผิดทาง ผมคุยกับนางว่า “พ่อไม่สนใจผลการเรียนนะ หนูอยากทำอะไร อยากลองอะไรก็ได้ ลองให้หมด”

นางเองก็ลองเยอะอยู่นะ นางจะออกไปทางศิลปินหน่อยๆ ขอไปเรียนวาดรูป เฉพาะวาดรูปลองไปประมาณ3สถาบัน เรียนบัลเล่ต์ เรียนเปียโน กีตาร์ เรียนร้องเพลง มีเรียนเดินแบบด้วย เรียนดูไพ่ก็เอา

พอนางจบ ป.6 นางบอกว่าจะไปสอบเข้า รร.วิทยาศาสตร์จุฬาภรณ (ฉันก็เรียนที่นี่)

นางไม่ใช่คนหัวดี ผมรู้ว่าไม่ใช่วิสัยนาง แต่นางไปสอบเพราะเพื่อนไปสอบกันทั้งห้อง

กำแพงของการสร้าง POW แม่งยังมีสังคมรอบตัวมาช่วยก่อ ระบบนี่แม่งวางมาดีจริง

ร.ร.รับนัดเรียน 88 คน นางสอบติดเป็นตัวสำรองอันดับที่ 80!! แต่คนดันมีคนสละสิทธิจนนางติด มันเป็น ร.ร.ประจำ คนส่วนใหญ่ๆเลย ไม่อยากให้ลูกอยู่

แต่ฉันดันเสือกดีใจรีบส่งเข้านางเข้าไปเรียน

ฉันก็รู้นะว่าฉันก็ยังช่วยก่อกำแพงนี้อยู่ แต่มุมนึงก็เริ่มเห็นตัวตนนางแล้ว ลักษณะเหยียบเรือ2แคบ ในระบบก็เรียนไป POW ก็สร้างไป

ทุกอาทิตย์ที่รับนางกลับมาบ้าน ผมจะถามว่า อาทิตย์นี้ทำ POW อะไรบ้าง คำตอบมันก็จะแบบว่า มีบ้าง ไม่มีบ้าง ผมก็ไม่ได้สนใจ แค่จะทำให้นางรับรู้ว่านี่คือเรื่องสำคัญ

ครั้งนึงนางกลับมาบ้าน มาเล่าให้ผมฟังอย่างดีใจว่า อาทิตย์ที่ผ่านมามีงานโรงเรียน เค้าอนุญาตให้นักเรียนเปิดบูทหาเงินได้ นางเปิดบูทดูหมอ!!!

“บูธดูหมอในงานโรงเรียนวิทยาศาสตร์เนี่ยนะ” 3 คำถาม 20 บาท ได้เงินมา 700.-

ผมดีใจมาก ไม่ใช่เพราะนางหาเงินได้ แต่เพราะผมเริ่มเห็นสัญญาณบางอย่าง การมี passion กับการทำอะไรสักอย่าง การไม่ตามกระแสคนรอบตัว การเริ่มขบถต่อระบบ

ตอนนี้นาง ม.3 เป็นช่วงเวลาที่มองหาที่เรียนต่อกัน โดยปกติเด็ก ร.ร.นี้ประมาณครึ่งนึง จะเข้าไปเรียนต่อในกทม. ซึ่งร.ร.เป็นเบอร์ต้นๆที่เรารู้จักกันดีทั้งนั้น และอีกครึ่งนึงก็จะเรียนต่อที่เดิม และร.ร.บังคับให้สอบแข่งขันกันเข้ามาใหม่ทุกคน

แปลว่าในช่วงเวลาปิดเทอมนี้ทุกคนจะติววิชาการกันอย่างหนักหน่วง

นางขอผมเข้าไปเรียนพิเศษในกรุงเทพฯ แต่ไม่ใช่ติววิชาการแต่อย่างใด

… นางขอเรียนแต่งหน้า !!!!!….

ผมเชื่อว่าไม่มีพ่อที่ไหนอนุญาตให้ลูกสาวอายุ14 ไปเรียนแต่งหน้า

แต่ผมกลับดีใจมากที่นางมาขอแบบนั้น

อันที่จริงนางแต่งหน้าไปโรงเรียนตั้งแต่ ม.2 (ผมแปลกใจที่แม่นางผู้ดุนางทุกเรื่องกลับไม่บ่นเรื่องนี้)

นางมีลิปสติกมากกว่าแม่นาง

นางดูยูทูปอะไรพวกนี้อยู่ตลอดเวลา

ผมเชื่อว่านางอาจจะเจอตัวตนของนางก็ได้

ผมคุยกับแม่นางว่าเอาเลย พลักดันให้สุด ไม่ต้องสนเรื่องค่าใช้จ่าย

2 คนแม่ลูกพากันไปหาข้อมูล เข้ากรุงเทพไปคุยกับครู กลับมาเล่าให้ผมฟังแบบเสียงเซ็งๆถึงค่าเรียน

การเรียนกับคนที่คนสร้าง POW เรื่องนั้นๆมาจริงๆ เป็นอะไรที่ประหยัดเวลามาก ผมเชียร์ขาดใจ แต่พอได้ฟังตัวเลขค่าเรียนแล้วถึงกับหน้าซีด…

จริงๆก็ไม่แปลกใจ นั้นมันค่า POW ของเค้า แล้วก็ไม่มีเด็กอายุ 14 ที่ไม่รู้จะเอาแน่รึเปล่า ที่ไหนไปเรียนหรอก นั่นมันที่ของมืออาชีพ

แต่ผมตั้งใจไว้แล้วว่าจะพลักดันกันไปให้สุดทาง ก็เลยกัดฟันลุยกันไป

กัดฟันจริงครับ ต้องเช่าหอที่กทม. ค่าเครื่องสำอางที่ครูพาไปซื้อ ค่านางแบบที่ต้องจ้างมาเอง และต้องใช้ประมาณ 20 คน ค่ากินอยู่ในกรุงเทพอีก

ผมดีดตัวเลขมาคร่าวๆ น่าจะต้องใช้จริงประมาณเกือบ 3 เท่าของค่าเรียน

และทั้งหมดนี่อาจหมดไปฟรีๆเพราะลูกสาวผมเจอ passion เรื่องอื่น

ผมได้แต่คิดในใจว่า ทำไมกำแพงในการสร้าง POW ของเด็กคนนึงมันถึงได้สูงขนาดนี้วะ

ขนาดว่าเจอสิ่งที่ชอบแล้ว

มีพ่อแม่ที่เข้าใจแล้ว

ยังต้องมีกำลัง effort ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องด้วย

ผมนึกเสียดายแทนเด็กที่ไม่มีโอกาสทำเรื่องพวกนี้ ซึ่งนั่นน่าจะเป็นเด็กส่วนใหญ่ในประเทศ เด็กรุ่นที่เราเชื่อกันว่าจะเป็น gen ที่ adopt บิทคอยน์

gen ที่อาจจะได้เจอกับตลาดเสรีจริงๆที่มันโหดร้ายมาก

แล้วทั้งหมดนี่ของลูกสาวผมเอง มันเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น มันยังต้องเอาเวลา พลังงาน และก็น่าจะเงินด้วย เข้าไปแลกอีกเยอะเลย

ถ้าคุณยังไม่เจอสิ่งที่คุณอยากทำคุณจะแพ้คนที่เค้าเจอก่อน

ถ้าคุณเจอตัวคุณแล้ว แต่คุณสร้าง POW ไม่มากพอ คุณจะแพ้คนที่เค้ายอมแลกมากกว่า

ถ้าคุณสร้าง POW มากแล้ว แต่ไม่สามารถเอา POW ของคนรุ่นก่อนหน้ามาใช้ หรือไม่สามารถส่งต่อ POW ให้รุ่นถัดไป คุณจะแพ้คนที่เค้าทำได้

ทั้งหมดผมแค่อยากชวนให้คิดว่า กำแพงของเรื่องนี้มันสูงมากนะ และจะสูงขึ้นเรื่อยๆ

“แล้วตอนนี้คุณอยู่ ณ จุดไหนของ process กันล่ะ”

#ทีมตรู่

#siamstr

ขอบคุณที่แบ่งบันครับ ❤️

เก็บภาพในเมืองมาฝากครับ แต่ยังไม่ได้ลองไปซื้อ #Bitcoin ที่ตู้ ATM เลย #Siamstr

ความสุข 🥰

#Siamstr

Replying to Avatar AM I

บทความที่อยากส่งต่อ

#siamstr

ข้อคิดจากหมาป่าขาว-หมาป่าดำ

.

"The White Wolf vs Black Wolf" คือนิทานปรัมปราของชาวอเมริกันอินเดียนเชอโรกี เป็นเรื่องราวอธิบายความขัดแย้งภายในตัวเราอย่างสวยงามที่สร้างแรงบันดาลใจอย่างมาก

.

มีชายชราคนหนึ่งได้บอกเล่ากับหลานของเขาว่า ตัวเขากำลังประสบพบเจอการต่อสู้ที่ยาวนานและแย่มาก เพราะมันเป็นดั่งสงครามที่ไม่อาจมีวันจบสิ้นได้ ซึ่งเป็นศึกระหว่างความชั่วร้าย (หมาป่าดำ) และอีกฝ่ายเป็นเหมือนแสงสว่าง (หมาป่าขาว)

.

ในเรื่องเล่าระหว่างหมาป่าดําที่เต็มไปด้วยความกลัว,ความอิจฉาริษยา, หึงหวง, โลภ, โกรธ, หลง, และความเย่อหยิ่ง กับหมาป่าขาวผู้ที่เต็มไปด้วยความสงบ, ความรัก, ความหวัง, จิตใจกล้าหาญ, อ่อนน้อมถ่อมตน, ความเห็นอกเห็นใจ และศรัทธา พวกมันต่อสู้กันอย่างต่อเนื่อง

.

เพื่อคอยแย่งชิงอาหารกันเป็นประจำ ถ้าหากถามว่าใครคือผู้ชนะตัวจริง ก็คงเป็น ‘ผู้ให้อาหาร’ ที่เปรียบเสมือนคนเรา ได้เลี้ยงหมาป่าทั้งสองอยู่ภายในใจของเราอยู่แล้วในเดิมที ขึ้นอยู่ที่ความปรารถนาให้ฝ่ายไหนเติบโต

.

หมายถึงว่าอารมณ์ที่เราดูแลอย่างดี คือทัศนคติที่จะชนะ เพราะหมาป่าที่อดอาหารไม่สามารถอยู่รอดได้ และอาหารของมันคือ ‘ความสนใจ‘ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงทางอารมณ์ได้อย่างดี คนส่วนใหญ่มักเลี้ยงหมาป่าดำ เนื่องจากอาหารของมันป้อนได้ง่าย ทั้งการรักสนุกและชอบความสบาย

.

หากต้องการหลีกเลี่ยงให้อาหารหมาป่าดำ มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องขจัดจอมวายร้ายนิสัยไม่ดีของเรา ไม่ว่าจะเป็นกรอบความคิดแย่ ๆ และภาพความทรงจำจากประสบการณ์ด้านลบ หรือที่เรียกว่า “ปม”

.

หลายครั้งที่เรามักลุ่มหลงอยู่กับความล้มเหลว และแทบจะทุกครั้งของคนที่จมปลักอยู่กับความเจ็บปวดในอดีต มักจะใช้เวลานานเพื่อเอาชนะความพ่ายแพ้ จากการวิจัยข้อมูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ชี้ให้เห็นว่าคนเราใช้ความคิดประมาณ 70,000 เรื่องต่อวัน โดยเฉลี่ย 80% เป็นความคิดในเชิงลบ

.

เมื่อความคิดในด้านลบที่มีมากเกินไปจะส่งผลโดยตรงต่อความเชื่อ และคำพูดเปลี่ยนแปลงตาม ซึ่งในบางพฤติกรรมของเราอาจเป็นการให้อาหารหมาป่าดำโดยไม่รู้ตัว เมื่อหมาป่าดำแข็งแกร่ง ในขณะเดียวกันหมาป่าขาวก็อ่อนแอลงเช่นกัน

.

เพื่อเป็นการปลุกหมาป่าขาวที่ซ่อนอยู่ให้ตื่น เริ่มต้นโดยการฟัง,การอ่าน,และวงสนทนา เปลี่ยนจากคำติฉินนินทาว่าร้ายเป็นบทสนทนาสร้างขวัญกำลังใจ และเริ่มปลูกฝังจิตใต้สำนึกใหม่เปลี่ยนจากผัดวันประกันพรุ่งเป็นลงมือทำทันที

.

สิ่งสำคัญของการให้อาหารหมาป่าขาวคือ เมื่อเราควบคุมสิ่งภายนอกไม่ได้ ก็ควรรู้จักการหลีกเลี่ยงเพื่อห่างไกลจากสถานการณ์ในเชิงลบมากที่สุด โดยเฉพาะข้อมูลข่าวสารที่ไม่ได้คัดกรอง อาจส่งผลเสียต่อจิตใต้สำนึกของเราได้

.

ในหลายครั้งที่หมาป่าขาวไม่ได้รับการพัฒนา เป็นเพราะว่าเราสร้างเงื่อนไขให้ตนเองมากเกินกว่าจะมีเวลาได้ลงมือทำ ฉะนั้น การปรับเปลี่ยนทัศนคติไปในทิศทางเชิงบวก พร้อมกับการเรียนรู้ฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง และการควบคุมอารมณ์เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อกำจัดหมาป่าดำ และสนับสนุนหมาป่าขาวให้ได้เติบโต

.

ความสำคัญของการมีทัศนคติเชิงบวกสามารถช่วยให้เรามีสุขภาพจิตที่แข็งแรง และเป็นประโยชน์ต่อการทำงานของสมอง ช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเจ็บป่วยจากความเครียด

.

ทั้งนี้การมองโลกในแง่ที่ดีไม่ได้หมายความว่าเราจะมองข้ามสถานการณ์หรือปิดกั้นความเป็นจริง แต่มันเป็นการมองปัญหาในแง่ที่สามารถแก้ไขได้ โดยค้นหาวิธีในการแก้ไขปัญหานั้นที่เป็นไปได้อย่างสร้างสรรค์และมีประสิทธิภาพ

.

อีกประการหนึ่งคือ พยายามมองหาวิธีพัฒนาทักษะให้เก่งจนกลายเป็นจุดเด่น ไม่ใช่ฝืนทำในสิ่งที่ไม่ถนัดเพื่อกลบจุดด้อย สิ่งที่ควรกำจัดไม่ใช่ความรู้สึกด้านลบ แต่เป็นพฤติกรรมที่กระตุ้นให้เรากระทำลักษณะเชิงลบ

.

จากนิทานเรื่องหมาป่าดำหมาป่าขาว ได้ให้แง่คิดว่าเราทุกคนสามารถอยู่เหนือสถานการณ์ได้ หากรู้จักตั้งสติควบคุมทัศนคติและพฤติกรรมไปในทิศทางเชิงบวก จะทำให้เราสามารถมองเห็นหนทางการแก้ไขปัญหาได้มากกว่าความสนใจในทางลบ ที่ก่อให้เกิดความหดหู่ใจโดยเปล่าประโยชน์

.

Author: Erael

.

Refer:

-https://www.drnicolepoell.com/blog/2018/7/10/blog-headline-376gb-tm28t

-https://www.intepeople.co.nz/internal-conflict-white-vs-black-wolf/

-https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC2899011/

-https://www.usnews.com/news/health-news/articles/2023-09-21/suppressing-negative-thoughts-can-sometimes-be-healthy-study-contends

.

#นักคิดคำ #NAKKHIDKHOM #นิทาน #หมาป่าดำ #หมาป่าขาว #ข้อคิด

ขอบคุณครับ

อยากมี @rightshift.to หลังชื่อต้องไปตรงไหนครับ #Siamstr

”แสงพระอาทิตย์ตกยามเย็น“

ที่ยุโรปมีตู้ ATM ไว้ซื้อ Bitcoin เยอะมาก

แล้วค่าทำเนียมก็แพงมากเช่นกัน

ยังไงก็ทะยอยสะสม Bitcoin เพื่ออนาคตของความมั่งคั่งชายโสดแบบเรา 🧡

แดดอุ่นๆแบบนี้ต้องออกมาตีแบต ✌️

#Siamstr #bitcoin

ชีวิตของการทำงาน ภายใต้บล็อกคอนกรีตสี่เหลี่ยม ลม ที่ถูกเป่าพัดมากระทบแผ่นหลังจากเครื่องปรับอากาศบนเพดาน กำลังหลอกล่อร่างกายให้ทำงานได้อย่างไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย

จากความรู้สึกจองหองที่นั่งอัดงาน ได้อยู่เป็นหลายต่อหลาย ชม. แล้วยังทำสิ่งที่นอกเหนือจากหน้าที่ของตัวเองภายใต้ ชม. ของการทำงาน ราวกับคนเป็นบ้า กว่าจะรู้ตัวอีกที่ว่าร่างกายในตอนนี้แย่ลงไปแค่ไหน ก็เป็นตอนที่ต้องออกมาอยู่ภายใต้แสงแดดแรง ๆ กับอากาศที่ร้อนรน

โลกร้อนขึ้นจริง ๆ หรือเพราะเราแค่เคยตัว

โลกภายนอกที่ไม่ได้สุขสบายเท่ากับภายใต้บล็อกคอนกรีตสี่เหลี่ยม กับอากาศเย็น ๆ จากเครื่องปรับอากาศ หากเมื่อเรามองย้อนกลับไปยังอดีต สิ่งที่เราเคยเป็นเมื่อครั้งยังเด็ก นี่ใช่สิ่งที่เราเป็น และเป็นสิ่งที่เราต้องการจริง ๆ หรือ

เด็ก ๆ ก่อนที่เราจะโตยังคงวิ่งเล่นในทุ่งหญ้า อยู่กับดิน เล่นกับเม็ดฝน แสงแดดในยามเช้า และสายลมในฤดูหนาว เราแข็งแรงเมื่อสิ่งที่อยู่รอบ ๆ ตัวนั้นแวดล้อมไปด้วยธรรมชาติ

สองเท้าเปล่าย่ำอยู่บนพื้นดินที่แซมด้วยต้นหญ้าใบเขียว มือที่คุ้ยเล่นก่อกองทรายและก้อนหิน ต้นไม้ยอดสูงที่เราปีนขึ้นไป พร้อมเสียงตะโกนของแม่ "อย่าซน" ไม่อาจขัดขวาง ความอยากรู้อยากลองของเด็กตัวเล็ก ๆ กับจินตนาการของเขา

อณูละอองของแสงแดดที่ปะทะเข้ากับใบหน้า ปลุกเราให้ตื่นขึ้นจากความฝัน และเป็นแสงสลัวยามพบค่ำ ที่ทำเรานั้นให้หลับไป

ชีวิตที่ดำเนินไปพร้อมกับธรรมชาติ ด้วยระบบของธรรมชาติ เป็นความเรียบง่ายในชีวิตของเด็กคนหนึ่ง

อะไรกันนะที่พัดพาเรามาไกลจากสิ่งที่เราเป็น

เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นเพื่อย้ำเตือนเราให้ลุกออกจากที่นอน ความอ่อนล้ายังไม่ทันได้จางไป ร่างกายที่ไร้ซึ่งเสียง กำลังกระซิบบอกกับเราว่านี่ไม่ใช่เวลาที่ควรจะตื่น

เราต้องฝืนลุกขึ้นแต่งตัว เพื่อไปให้ทันเข้าแถวหน้าเสาธง เพียงเพื่อเคารพธงชาติและเพลงชาติ ระเบียบที่ใครบางคนกำหนดเอาไว้ เนื้อเพลงที่ปลูกฝังค่านิยมของการรักชาตินั้น ให้คุณค่าใดกับเด็กคนหนึ่ง?

เสียงขูดกระดานจากแท่งชอล์กสีขาว เขียนสั่งการบ้านประจำวิชาที่ต้องส่งในวันรุ่งขึ้น ฝุ่นจากแปรงลบกระดานเมื่อเปลี่ยนคาบเรียนลอยฟุ้งไปทั่วทั้งห้อง ลมที่พัดมากระทบแผ่นหลัง จากพัดลมเพดานพร้อมกับเสียงการหมุนของมันที่ขาดการยอดน้ำมันหล่อลื่น กำลังกล่อมเราให้ง่วงหาวในยามบ่าย

เมื่อกลับถึงบ้าน กระเป๋าที่ถูกวางลงบนโต๊ะ ถูกเปิดออกโดยแม่เพื่อตรวจดูกองหนังสือที่ลูกแบกไปโรงเรียน และแบกกลับมาที่บ้าน สมุดเรียนที่ถูกกลางออก พร้อมกับการบ้านรายวิชาที่ต้องทำให้เสร็จก่อนนอนในคืนนี้

ภายนอกบ้าน เสียงของเด็กในละแวกลอยผ่านบานหน้าต่าง บอกให้รู้ว่าพวกเขากำลังเล่นสนุกกันอยู่ จิตใจที่ไม่ได้อยู่กับสมุดและดินสอที่ถืออยู่ในมือ ทำเราให้เหม่อลอยออกจากพันธนาการของตัวอักษร การบ้านที่ต้องส่งพวกนี้ให้อะไรกับเด็กคนหนึ่ง?

ก่อนสิ้นสุดเทอม เด็กหลาย ๆ คนต่างขมักเขม้นอ่านหนังสือเพื่อเตรียมตัวก่อนการเข้าห้องสอบ บ้างก็ยังคงเล่นสนุกกัน เวลาแห่งความเงียบงันได้มาถึง มีเพียงเสียงขูดของดินสอที่ถูกลากทำเครื่องหมายลงบนกระดาษ บ้างครั้งเป็นเสียงของกระดาษที่กำลังยับยู่ยี่จากการถูของยางลบ เสียงของพัดลมเพดานตัวเก่ายังคงดัง พร้อมกับพัดเอาลมมากระทบลงบนแผ่นหลัง

เวลาของเทอมใหม่ได้มาถึง สมุดพกที่ลงบันทึกผลของการเรียนและความประพฤติ เล่มสีเหลืองหุ้มปกด้วยพลาสติกใส ถูกเรียกขานชื่อและแจกให้กับเด็ก ๆ ภายในห้องเรียน

ดูเหมือนความพยายามของการตั้งใจเรียน ไปจนถึงการตั้งใจอ่านหนังสือก่อนการสอบ จะส่งผลให้คะแนนของแต่ละรายวิชาที่ถูกบันทึกลงในสมุดปกเหลืองนั้นเป็นไปได้สวย ที่บ้านจะต้องดีใจแน่ ๆ เด็กคนอื่น ๆ บ้างก็แลกกันดูสมุดพก บ้างก็รีบเก็บมันลงในกระเป๋า เพียงเพราะไม่อยากให้ใครได้เห็น

"ทำไมถึงไม่ได้ที่หนึ่ง? ที่หนึ่งของห้องได้คะแนนเท่าไหร่? นี่ตั้งใจเรียนแล้วใช่มั้ย? สอบได้ที่เท่านี้โตไปจะเอาอะไรกิน? เล่นให้มันน้อย ๆ ลงหน่อย"

ความผิดหวังแรกเริ่ม ได้กัดกินเข้าไปภายในจิตใจ คำถามที่ถามหาความหมายของสิ่งที่เด็กคนหนึ่งได้กระทำ เมื่อเขาทำเท่าที่เขาจะสามารถพยายามแล้ว ถูกเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางเสียงของการบ่นด่า

"พ่อครับ แม่ครับ ลูกยังเป็นลูกที่ดีไม่พอสำหรับพ่อกับแม่หรอครับ? ในสายตาของพ่อ ลูกไม่ดีเท่ากับลูกของคนอื่นใช่มั้ยครับ? คะแนนสอบในสมุดนั้น ทำลูกให้รักแม่น้อยลงหรอครับ?"

คำพูดที่จุกอยู่ในลำคอของเด็ก เสียงที่พ่อและแม่ไม่วันได้ยิน การแตกหักครั้งแรกที่เริ่มบั่นทอนสถาบันครอบครัวจากสมุดปกเหลืองเล่มหนึ่ง ระบบที่ใครบางคนเป็นผู้วางรากฐานเอาไว้ ให้อะไรกับครอบครัว ๆ หนึ่ง?

พ่อและแม่ที่หมดเวลาในหนึ่งวันไปกับทำงาน ไม่รับรู้เรื่องราวต่าง ๆ ของลูกที่อยู่ในรั้วโรงเรียน มีเพียงภาพจำที่ได้เห็นจากในตอนที่ตื่นขึ้นในยามเช้า และอีกครั้งที่ลูกนั้นกำลังนั่งทำการบ้านก่อนการเข้านอน

อีกมุมหนึ่ง มุมมองของลูกที่ไม่อาจเข้าใจถึงความเป็นพ่อและแม่ ความลำบากจากการต้องหาเงินให้เพียงพอสำหรับการเลี้ยงดูครอบครัว และเพื่อให้ลูกได้ร่ำเรียน พ่อกับแม่รักเงินมากกว่าเขาอย่างนั้นหรือ?

จากกฏระเบียบที่บีบบังคับให้ครอบครัวต้องแยกออกห่างกัน ทำวันและเวลาของครอบครัวให้เหลือสั้นลง พ่อและแม่ที่ต้องออกไปหาเงิน และลูกที่ต้องถูกส่งเข้ารับการศึกษาจากระบบ

ความหวังดีของพ่อและแม่ที่มีต่อลูก มองข้ามความเป็นธรรมชาติของเด็กคนหนึ่ง สิ่งใดกันที่ปลูกฝังชุดความคิดของพ่อและแม่ ว่าลูกที่ถูกส่งเข้าไปในระบบการศึกษานั้นจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุด มากกว่าการได้อยู่และรับการสั่งสอนเลี้ยงดูจากพ่อและแม่

พ่อที่แม้จะไม่ได้รับการศึกษาที่สูง เมื่ออยู่นอกเวลาของงานประจำนั้นยังเก่งกาจในการหาปลา ทั้งการถักแห ทั้งการผูกเบ็ด กรรมาชีพเหล่านี้เป็นความรู้ที่สามารถส่งต่อให้กับลูก ๆ เพื่อใช้ในการเอาชีวิตรอด พวกเราแทบไม่เคยอดอยากจากการหาอาหารเลย ถึงแม้ว่าพวกเรานั้นจะไม่ได้ร่ำรวยเหมือน ๆ กับครอบครัว ๆ อื่น

ทำไม? เราถึงจำเป็นจะต้องมี "เงิน" ก่อนการมีอาหารสำหรับการมีชีวิตรอด มี "เงิน" ก่อนที่จะมีบ้าน มี "เงิน" ก่อนที่ชีวิตจะมีความมั่นคง

ทำไมเงิน? ถึงไม่เป็นสิ่งสุดท้ายที่เราควรจะมี เพื่อให้มันทำหน้าที่เก็บรักษาไว้ ซึ่งสิ่งที่เราหามาได้ ใครกันที่เป็นคนออกแบบระบบที่ผิดธรรมชาติแบบนี้ขึ้นมา

พ่อ ที่มองว่าการหาปลานั้นเป็นสิ่งที่เหน็ดเหนื่อยเกินไป จับเด็กคนหนึ่ง ลูกของเขาโยนเข้าสู่ระบบที่คนอื่นเป็นคนสร้าง พ่อ ที่ไม่รับรู้ถึงเล่ห์กลของผู้ออกแบบ คาดหวังให้ลูกของเขาเติบโตและยิ่งใหญ่ในเกมของคนอื่น ในโลกของเกมการเงิน โลกที่ทุก ๆ สิ่งหมุนวนอยู่รอบ ๆ เงิน

จากมุมมองภายใต้บล็อกคอนกรีตสี่เหลี่ยม พร้อมด้วยลมเย็น ๆ จากเครื่องปรับอากาศบนเพดาน ชีวิตที่กระเด็นออกมาไกลถึงตรงนี้ ไม่ได้เหน็ดเหนื่อยน้อยลง จากวันที่ออกไปหาปลาพร้อมกับพ่อของเขาในวันหยุดแม้แต่น้อย

และในเวลานี้ สิ่งที่เราโหยหาอาจจะเป็นแค่การได้กลับไปเป็นเหมือนกับตอนที่ยังเป็นเด็กอีกครั้ง

การได้แก่เฒ่าอย่างแข็งแรง และแวดล้อมอยู่ท่ามกลางธรรมชาติพร้อมกับลูกหลาน เด็กตัวเล็ก ๆ ที่กำลังซุกซนจะช่วยเยียวยาวันเวลาที่หายไปของเราได้มากมายแค่ไหนกัน? เราต้องพยายามอีกสักแค่ไหน เพื่อที่จะหนีให้หลุดพ้นออกไปจากระบบบ้า ๆ นี่ ระบบที่เราไม่ได้ตั้งใจที่จะเข้ามาตั้งแต่แรก

ระบบ ที่ทำกับคนด้วยกันให้เป็นเหมือนกับเครื่องมือผลิตความมั่งคั่งให้กับผู้สร้าง

ระบบ ที่ถูกสร้างมาเพื่อสูบกินวันเวลาในชีวิตของผู้ที่ติดกับ

หรือบางที

คงเป็นวันที่ดินนั้นกลบลงบนใบหน้า หรือเราได้กลายเป็นเพียงเถ้าอัฐิ ที่ถูกลูกหลานของเราหยิบโปรยให้ลอยไปตามสายลม วันนั้น เราคงได้กลับไปอยู่กับธรรมชาติ เหมือนกับวันที่ยังเป็นเด็กเล็ก ๆ อีกครั้ง

"อย่าเพิ่งยอมแพ้ ทุกสิ่งทุกอย่างมันเพิ่งจะเริ่ม :)"

Have a hope, We're all early in the bitcoin age.

#Siamstr

#Haveahope

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ ❤️

อยากทำแบบนั้นเหมือนกันพี่ ติดที่เขาไม่อนุญาตให้ไฟแช็กขึ้นเครื่อง ทำได้แค่ฉีกเศษกระดาษที่เขาสมมุติว่าเงิน !!