Avatar
frontPhoenix
a8fe8c8447bc02515269f464f62825fee62569766615c9dec823c28bf218532b
Just yapping yapping, don't take me serius.
Replying to Avatar frontPhoenix

ภาษีนั้นถูกบังคับเก็บ แล้วรัฐบาลจะนำไปสร้างประโยชน์ต่อพวกเรามากน้อยเพียงใดนั้นก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาล ไม่สามารถปฏิเสธไม่เห็นด้วย

แม้ว่ารัฐบาลจะให้บริการบางสิ่งแก่พวกเราแต่นั่นไม่ได้ทำให้เป็นการซื้อขาย มันเป็นการบังคับขู่เข็ญให้ซื้อ ต้องเรียก สคบ. มั้ยล่ะ

ถ้าจะมองภาพให้ชัดมันคือทาส ทาสต้องมอบแรงงานให้เจ้านายอย่างไม่บกพร่อง แม้ว่าทาสจะได้อาหารและที่อยู่ หรือแม่กระทั่งเจ้านายบางคนอาจมอบของมีค่าแก่ทาส แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ทาสเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

ตัวอย่างที่สองคือประเทศที่อยู่ใต้อาณานิคม ไม่มีสิทธิในการปฏิเสธกฎระเบียบต่าง ๆ ที่ถูกสร้างโดยเจ้าอาณานิคม แม้ว่าพวกเขาจะได้รับการถ่ายทอดความรู้ ทั้งมีการกล่าวอ้างว่าการล่าอาณานิคมเป็นไปเพื่อช่วยเหลือประเทศซึ่งด้อยพัฒนา แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้การล่าอาณานิคมเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

อาจมีผู้กล่าวว่า ไทยนั้นไม่เคยเป็นอาณานิคมของไทย แต่จงรู้ไว้ว่า ทุกครอบครัวนั้นตกเป็นอาณานิคมของรัฐ ถูกบีบดัวยกฎหมาย ถูกรีดเงิน ยิ่งหาได้มากก็ยิ่งถูกรีดมาก ภายใต้ภาพฝันแห่งการพัฒนา และคำกล่าวอ้างในการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส เช่นเดียวกับคำกล่าวอ้างของเจ้าอาณานิคมว่าจะช่วยเหลือประเทศด้อยพัฒนา

#siamstr

#tax

ไม่ปฏิเสธว่ารัฐสามารถมีสามารถเก็บภาษีได้แต่ควรเก็บให้น้อยที่สุด

ภาษีนั้นถูกบังคับเก็บ แล้วรัฐบาลจะนำไปสร้างประโยชน์ต่อพวกเรามากน้อยเพียงใดนั้นก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาล ไม่สามารถปฏิเสธไม่เห็นด้วย

แม้ว่ารัฐบาลจะให้บริการบางสิ่งแก่พวกเราแต่นั่นไม่ได้ทำให้เป็นการซื้อขาย มันเป็นการบังคับขู่เข็ญให้ซื้อ ต้องเรียก สคบ. มั้ยล่ะ

ถ้าจะมองภาพให้ชัดมันคือทาส ทาสต้องมอบแรงงานให้เจ้านายอย่างไม่บกพร่อง แม้ว่าทาสจะได้อาหารและที่อยู่ หรือแม่กระทั่งเจ้านายบางคนอาจมอบของมีค่าแก่ทาส แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ทาสเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

ตัวอย่างที่สองคือประเทศที่อยู่ใต้อาณานิคม ไม่มีสิทธิในการปฏิเสธกฎระเบียบต่าง ๆ ที่ถูกสร้างโดยเจ้าอาณานิคม แม้ว่าพวกเขาจะได้รับการถ่ายทอดความรู้ ทั้งมีการกล่าวอ้างว่าการล่าอาณานิคมเป็นไปเพื่อช่วยเหลือประเทศซึ่งด้อยพัฒนา แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้การล่าอาณานิคมเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

อาจมีผู้กล่าวว่า ไทยนั้นไม่เคยเป็นอาณานิคมของไทย แต่จงรู้ไว้ว่า ทุกครอบครัวนั้นตกเป็นอาณานิคมของรัฐ ถูกบีบดัวยกฎหมาย ถูกรีดเงิน ยิ่งหาได้มากก็ยิ่งถูกรีดมาก ภายใต้ภาพฝันแห่งการพัฒนา และคำกล่าวอ้างในการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส เช่นเดียวกับคำกล่าวอ้างของเจ้าอาณานิคมว่าจะช่วยเหลือประเทศด้อยพัฒนา

#siamstr

#tax

Replying to Avatar frontPhoenix

สืบเนื่องจากโพสในกลุ่มในภาพ

ที่มา: https://www.facebook.com/share/p/arCSxtwQs5LunRAx/?mibextid=xfxF2i

จริง ๆ แล้วเราเองก็เคยคิดว่ามูลค่าของสินค้าและบริการต่าง ๆ นั้นอาจเพิ่มขึ้นเพราะประชากรที่มากขึ้นจนทรัพยากรขาดแคลน แต่มนุษย์นั้นเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค และไม่สามารถบริโภคมากกว่าที่ผลิตได้ แต่ระบบเฟียตนั่นเองที่ทำให้ผู้ที่ผลิตมากกว่าบริโภคดำรงอยู่ได้

หากจะกล่าวถึงที่ดินที่มีน้อยลงจนขาดแคลนคุณลองขับรถออกไปต่างจังหวัดดูสิ หลังบ้านของเราเองก็มีแต่ทุ่งหญ้าที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ นี่ไม่ใช่การที่ที่ดินขาดแคลนตามธรรมชาติหรอก แต่มันเกิดจากการที่เงินไม่สามารถเป็นที่กักเก็บพลังงาน ผู้คนที่ไม่ต้องการ liquidity ต้องเก็บที่ดินไว้โดยมันไม่ได้ถูกใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า

ปัญหาการขาดแคลนที่ดินในบางพื้นที่นั้นยังเกิดจากการอพยพจากชนบทสู่เมือง ลองคิดดูสิว่ามันเกิดจากอะไร บางทีการที่บริษัทใหญ่สามารถเข้าถึงเงินผลิตใหม่ได้ก่อนก็คงจะเป็นหนึ่งในสาเหตุของปัญหานี้

คุณอาจบอกได้ว่าเมื่อมีเครื่องจักรมาทดแทน มนุษย์จึงมีราคาลดลงเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีใหม่ แต่คุณก็คงจะลืมไปว่ามนุษย์ไม่ใช่แรงงาน ไม่ใช่ทักษะใดทักษะหนึ่ง มนุษย์สามารถอัปเกรดแล้วส่งต่อทักษะ และความรู้ส่งผ่านจากรุ่นสู่รุ่นได้ เราสามารถยืนอยู่บนไหล่ของพ่อและแม่ได้ แต่ระบบการศึกษาที่อ้างความเท่าเทียมกลับลดทอนกระบวนการสืบทอด จนประชากรนั้นไม่ได้มีคุณภาพเท่าที่ควร

โดยสรุปแล้วความขาดแคลนในตอนนี้ส่วนหนึ่งมาจากปลิงที่สูบผลผลิตจากทุกคนผ่านรูที่เรียกว่าการพิมพ์เงิน และคนที่ถูกขัดขวางจากการพัฒนาโดยระบบการศึกษาแบบรวมศูนย์ โดยทั้งสองกรณีมาจากระบบเฟียตนั่นเอง

โพสต์นี้ไม่ได้มีเจตนาร้ายใด ๆ ต่อโพสที่นำมาอ้างอิงเพียงแต่ตอบ และแสดงความเห็นอย่างสุภาพ

โพสต์นี้เป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนตัว หากมีข้อผิดพลาดใด ๆ ก็ขออภัยด้วย

สืบเนื่องจากโพสในกลุ่มในภาพ

ที่มา: https://www.facebook.com/share/p/arCSxtwQs5LunRAx/?mibextid=xfxF2i

จริง ๆ แล้วเราเองก็เคยคิดว่ามูลค่าของสินค้าและบริการต่าง ๆ นั้นอาจเพิ่มขึ้นเพราะประชากรที่มากขึ้นจนทรัพยากรขาดแคลน แต่มนุษย์นั้นเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค และไม่สามารถบริโภคมากกว่าที่ผลิตได้ แต่ระบบเฟียตนั่นเองที่ทำให้ผู้ที่ผลิตมากกว่าบริโภคดำรงอยู่ได้

หากจะกล่าวถึงที่ดินที่มีน้อยลงจนขาดแคลนคุณลองขับรถออกไปต่างจังหวัดดูสิ หลังบ้านของเราเองก็มีแต่ทุ่งหญ้าที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ นี่ไม่ใช่การที่ที่ดินขาดแคลนตามธรรมชาติหรอก แต่มันเกิดจากการที่เงินไม่สามารถเป็นที่กักเก็บพลังงาน ผู้คนที่ไม่ต้องการ liquidity ต้องเก็บที่ดินไว้โดยมันไม่ได้ถูกใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า

ปัญหาการขาดแคลนที่ดินในบางพื้นที่นั้นยังเกิดจากการอพยพจากชนบทสู่เมือง ลองคิดดูสิว่ามันเกิดจากอะไร บางทีการที่บริษัทใหญ่สามารถเข้าถึงเงินผลิตใหม่ได้ก่อนก็คงจะเป็นหนึ่งในสาเหตุของปัญหานี้

คุณอาจบอกได้ว่าเมื่อมีเครื่องจักรมาทดแทน มนุษย์จึงมีราคาลดลงเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีใหม่ แต่คุณก็คงจะลืมไปว่ามนุษย์ไม่ใช่แรงงาน ไม่ใช่ทักษะใดทักษะหนึ่ง มนุษย์สามารถอัปเกรดแล้วส่งต่อทักษะ และความรู้ส่งผ่านจากรุ่นสู่รุ่นได้ เราสามารถยืนอยู่บนไหล่ของพ่อและแม่ได้ แต่ระบบการศึกษาที่อ้างความเท่าเทียมกลับลดทอนกระบวนการสืบทอด จนประชากรนั้นไม่ได้มีคุณภาพเท่าที่ควร

โดยสรุปแล้วความขาดแคลนในตอนนี้ส่วนหนึ่งมาจากปลิงที่สูบผลผลิตจากทุกคนผ่านรูที่เรียกว่าการพิมพ์เงิน และคนที่ถูกขัดขวางจากการพัฒนาโดยระบบการศึกษาแบบรวมศูนย์ โดยทั้งสองกรณีมาจากระบบเฟียตนั่นเอง

โพสต์นี้ไม่ได้มีเจตนาร้ายใด ๆ ต่อโพสที่นำมาอ้างอิงเพียงแต่ตอบ และแสดงความเห็นอย่างสุภาพ

โพสต์นี้เป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนตัว หากมีข้อผิดพลาดใด ๆ ก็ขออภัยด้วย

ประชาชนจะระดมเงินมาช่วยถ้าเขาเห็นด้วย

เพราะรัฐใน btc standard นั้นไม่ใช่ประชาชนและเป็นเพียง พ่อบ้าน แม่บ้าน แม่บ้าน หรือยามที่ถูกจ้างมาเท่านั้น เมื่อรัฐจะใช้เงินไปทำสิ่งต่าง ๆ ที่สำคัญย่อมต้องขอเงินจากเจ้าของบ้านเสียก่อน

อนึ่งการเสกเงินมิได้ทำให้กำลังซื้อทั้งหมดในประเทศเพิ่มขึ้น หากแต่เป็นการถ่ายโอนกำลังซื้ออันเกิดจาก productivity ของผู้ถือเงิน fiat ดังนั้นการเสกเงินมาใช้ในสงครามก็เป็นเสมือนการที่ลูกจ้างหยิบเงินนายจ้างไปโดยไม่บอกกล่าวนั่นเอง

#siamstr

Since many of relays are free, how do people running them make profit? Or they run them willingly without profit.

I'm just curious. 🤔🤔🤔

#siamstr

#nostr

น่าจะคิดเยอะจนเหนื่อย สมองตัน เหมือนเกลียว(น็อต)ใช้งานเยอะจนสึก

Replying to Avatar Tungkukk🇹🇭

ศาสนาพุทธไม่ใช่ ”faith“ นั่นจึงทำให้หลายๆคนทั่วโลกหลงไหลในมัน แต่เมื่อใดที่ผู้ศรัทธานำมันไปเป็นศีลธรรม มันก็ไม่ต่างอะไรกับศาสนาที่บูชาเทพองค์เดียว

ผมค้นหาอยู่นานว่าชายที่ไม่เชื่อเรื่องพระเจ้าอย่าง Nietzsche ทำไมมองศาสนาพุทธนั้นมองโลกตามความเป็นจริงมากกว่าศาสนาอื่นๆ

เพราะว่าชาวพุทธในอดีตจนถึงปัจจุบันนั้นแทบจะไม่มีการรบกัน หรือ แม้จะมีก็เป็นสงครามขนาดพื้นที่ย่อมๆ และคนก็กลับมาคืนดีกัน

การที่ศาสนาพุทธนั้นกระจายตัวออกจากอินเดียและเนปาลช่วงแรกๆ และสามารถไปควบคู่กับชาแมน ตามภูมิภาคเอเชียตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ นั้นถือเป็นสิ่งหนึ่งที่เรียกว่าการกระจายชุดความคิด ทางศีลธรรมที่แพร่หลาย และสามารถอยู่ร่วมกันได้กับหลายๆประเทศ ดังนั้นเราจะเห็นว่า หลายๆคน หรือ หลายๆครอบครัวจึงวิ่งเข้าหาศาสนาพุทธด้วยตัวของพวกเค้าเอง

กลับมาถึงเรื่องศาสนาและศรัทธาในยุคมืดศีลธรรมที่จะไม่ฆ่าล้างเพ่าพันธุ์กัน เริ่มแพร่หลายกับศาสนาคริสตร์โดยเหล่าศาสนจักรนิกายคาทอลิก ซึ่งมีชุดความคิดและน้อมนำคำสอนของเหล่าสาวกเยซู มาปฏิบัติ น้อมนำคำสอนของพระเจ้าองค์เดียว เฉกเช่นเดียวกับศาสนาอิสลาม พวกเค้าเหมือนเป็นเส้นขนาน และยึดถือสิ่งที่ดีงามตามพระผู้เป็นเจ้า

การโบยแซ่ของ Nietzsche ลงไปในหนังสือของเค้าเหมือนการเฆี่ยนตีความเชื่อเชิงเผด็จการของพระเจ้าองค์นั้น เทพเจ้าหลายองค์คือคำตอบของเรื่องเล่าของเค้า การนับถือความดีความชั่วของคนนั้นจะขึ้นอยู่การกำหนดศีลธรรม

กรอบของศีลธรรมของแต่ละคนมาพร้อมกับความรับผิดชอบ ในกรอบความดีความชั่วนั้นผู้ที่ประเสริฐต้องเรียนรู้เรื่องที่จะสามารถครอบครองเจตจำนงค์แห่งอำนาจแลเป็นผู้ก้าวพ้น ดังนั้นมุมมองทางศาสนาพุทธตามการตีความแบบนี้ และการแบ่งเหตุและปัจจัยยิบย่อยนั้นจึงเป็นเหตุผลว่า ศาสนาพุทธ ที่ตั้งอยู่ระหว่างอดีตและอนาคต ทำให้เรามองเห็นภาพได้ชัดเจนในปัจจุบันมากยิ่งขึ้น

กรอบของสติไม่ได้อยู่ที่อนาคต แต่อยู่ที่ลมหายใจในปัจจุบัน ดังนั้นการเจริญสติจึงถือได้ว่าเป็นศาสตร์ชั้นสูงมากกว่าการนั่งเทียนเขียนศีลธรรมให้ผู้อื่น

สิ่งที่ตอนนี้เรามาผิดทางเกี่ยวกับเรื่องศาสนาในประเทศไทยคือเรายังมีคนนับถือศาสนาผี ที่มาประสบปนเปในตำราและคาถาที่มาแต่โบราณ ศาสตร์เหล่านั้นเป็นศาสตร์พื้นถิ่น และ สิ่งที่อยู่เหนือขึ้นไปคือการครอบมันไว้

ดังนั้นศาสนาที่ถูกแทรกแซงโดยรัฐทุกวันนี้หรือระบบกลไกของรัฐบาล มันคือ ศาสนาผีที่เอาศาสนาพุทธและบรรดาพระสงค์หิวแสงทั้งหลายรวมตัวกัน เพื่อลบล้างศาสนาผี ซึ่งไม่เคยหายไปไหน และ เป็นเผด็จการต่อศาสนาของตน ซึ่งเอาตามตรงนั้นขัดกับหลักศาสนาพุทธที่อิงแอบไปในสิ่งที่มันเป็นไป

พอมาพูดถึงตรงหลายคนอาจจะบอกว่าตัวของนักปรัชญาอย่าง Nietzsche นั้นหลงรักศาสนาพุทธ ไม่ครับ ไม่เลย คำตอบของเค้านั้นมองศาสนาก็คือศาสนา เพราะขั้นตอนการปฏิบัติให้ผู้คนเคลิ้มนั้นนำไปสู่ศีลธรรมจำพวกนายซึ่งทำให้เกิดสภาวะสูญนิยม ศาสนาพุธนั้นใกล้เคียงกับปรัชญาสโตอิกซึ่งมีความเป็น Positive ใน Negative ของห้วงภวังค์ของความคิด หรือบางครั้งสลับกันไปมา ขึ้นอยู่กับสภาวะของปัจเจก

แต่ฐานรากที่แท้จริงของปรัชญาสโตอิกและความเป็นจริงนิยมคล้ายคลึงกันคือเรื่องของความทุกข์ ซึ่งเป้าหมายในชีวิตมนุษย์ผู้ประเสริฐนั้นจะพบเจอกับความทุกข์ตรมและการก้าวพ้นของเค้า เรียกได้ว่าสุนทรีย์ของมนุษย์อยู่ในเกณฑ์ที่หาได้ยาก

การหลีกหนีจากความทุกข์ของพุทธศาสนาจึงเป็นไปได้เพียงการกลับมาอยู่กับปัจจุบัน ซึ่งบางครั้งไม่สามารถแก้ไขความผิดพลาดได้

นี่เป็นแค่ความคิดเห็นหนึ่งที่กระจัดกระจายตัว ไม่สามารถแบ่งหัวข้อย่อยๆ ได้

หากอ่านแล้วชอบก็ลองไปตีความกันดู

#siamstr

ในพุทธศาสนาการอยู่กับปัจจุบันก็เพียงเพื่อให้เห็นความทุกข์ที่เกิดขึ้นได้ตามความเป็นจริงอย่างไม่ปรุงแต่ง อันนำไปสู่การหลุดพ้น

เราคิดว่างั้นนะ

ค่ำคืนขมัวขมุก(ะ)หม่น

วยุฝนกระหน่ำดัง

ฝนตกกระทบ ณ พสุธัง

ดุจ(ะ)ฟ้าถล่มลง

ฟ้าร้องสะท้านประดุจ(ะ)ให้

หฤทัยจะดับปลง

เสือสิงห์ประกาศกิตติคง

พยุนี้กระหึ่มเท่า

ผู้ใดจะยิ่งรึจะเสมอ

บ่มิเจอมิแปลกเปล่า

ดูธรรมชาตินิมิต(ะ)ดาว

นรชาติธุลีดั่ง

#siamstr

#poem

#ร้อยกรอง

เราไปฟังสภายาส้มมาสัก ep ไม่แน่ใจ ที่พูดว่า AI อาจทำให้ความสามารถในการสื่อสารของคนลดลงแต่ว่าเราอยากเสนอข้อโต้แย้งต่อไปนี้

- เราไม่ได้ใช้ AI มาตั้งแต่เกิดการเรียนรู้ภาษาของเด็กก็เกิดจากการคุยจริงๆ อยู่ดี

- มันจะเหมือนกับการแต่งหน้าไม่มีใครแต่งหน้าวันที่อยู่บ้านหรอก(มั้ง) คนที่ใช้ AI ก็อาจใช้ในโอกาสทางการ หรือพบปะกับคนจำนวนมาก

- เราว่าในบางครั้งคนเราก็ต้องการปลดปล่อยอารมณ์ความรู้สึกของเราออกมาไม่ว่าจะผ่านภาษาหรือไม่ก็ตาม

- การสื่อสารแบบทางการควรจะเป็นการสื่อสารที่เข้าใจง่ายและตรงกันมากที่สุดรึเปล่าไม่ใช่ต้องมีเอกลักษณ์ เหมือนพวกของ email ที่ควรจะมีแกน protocal เดียวกัน

- ถ้ามนุษย์ใช้ภาษาแบบเดียวกันหมดอิทธิพลของการใช้ภาษาในการโน้มน้าว ขอร้อง สั่ง ฯลฯ จะหมดไป และก็จะมีคนที่สร้างคำหรือการใช่ภาษาใหม่ๆ ที่ใช้โน้มน้าว ขอร้อง สร้างความขบขัน สั่ง ฯลฯ ออกมาเพิ่มเป็นการพัฒนานวัตกรรมภาษาและจะมีคนอื่นใช้ตาม เหมือน gmail ที่มีบริการอื่นมาพ่วงเลยได้รับความนิยมทั้งที่ email อื่นก็ส่งเมล (สื่อสาร) ได้เหมือนกัน

อีกเรื่องว่า AI จะพัฒนาจนมันต้องการอะไร ตอนนี้ LLM ยังอีกห่างไกล แถมก่อนที่ AI มันจะเก่งขนาดนั้นมันก็น่าจะใช้ครองโลกได้แล้ว

ความคิดเห็นล้วยๆ โปรดใช้วิญญาณในการรับชม

#bitcoin

#siamstr

ฟังเฟื่องมาวาจาว่าวาดสวย

ประกอบด้วยดวงตาหน้ารูปไข่

ปากอมยิ้มหยาดน่าชมผมปลิวไกว

จึงเข้าใจจริงแผกแปลกจากจริง

ฝึกวาดตานาสาหน้าพิจิตร

แต่ประสิทธิ์สานกันหวั่นผีสิง

พิการขาหน้าบูดปูดเปรียบลิง

มองสียิ่งดั่งเลือดไหลจากนัยน์ตา

มิเคยคิดพินิจวิจิตรกรรม

ประดิษฐ์ทำสวาสดิ์เท่เสน่หา

ประกอบด้วยพยายามและเวลา

ศิลปาพื้นฐานมั่นเนิ่นนานไกล

ดุจมนุษย์ในกาลนี้ริโหยหา

สุขแต่เยาว์นี่หนาเป็นไฉน

ฤาต้องโทษโกรธผู้เฒ่าที่เอาใจ

ลืมว่าตนสุขได้เพราะมั่นคง

ปล. บท 3 วรรค 1-3 เขียนมาให้อ่านแบบเร็ว ๆ มัน ๆ ได้

#bitcoin

#siamstr

#poem

#ร้อยกรอง

คิดไปว่ารักนั้น ผูกพัน ตามกาล

แต่ลูกพบครึ่งวัน รักได้

พ่อแม่น่างงงัน ยิ่งนัก

รักลูกพิเศษไซร้ เช่นนั้น กระมัง

อ่านหนังสือเรื่องแล้ว เรื่องเล่า

รักมิเคยใจเข้า ถ่องแท้

อารมณ์หนึ่งเช่นเศร้า ฤาโกรธ

เพียงคิดเช่นนั้นแม้ ไม่เข้า ใจมัน

เล่มนี้ฉันเริ่มรู้ และได้ รู้สึก

กลับนึกหวั่นสงสัย ว่าข้า

รับบรรทัดฐานไว้ ปรุงแต่ง ไปเอง

ฤารักมีมาช้า ไม่รู้ แน่เลย

#siamstr

Replying to Avatar frontPhoenix

เพิ่งฟัง The Sovereign Individual ที่อาจารย์พิริยะพูดใน wealth me up เมื่อ 2 ปีที่แล้วมาเลยแต่งฉันท์อันนี้

#siamstr

#bitcoin

อินทรวิเชียรฉันท์ 11

อ่านให้ถูกนะ

ครุ ครุ ลหุ ครุ ครุ ลหุ ลหุ ครุ ลหุ ครุ ครุ

ยามก่อนอดีตกาล สรรพบ้านจะก้าวหน้า

ล้วนต้องมิขาดนา พสุธาเกษตรกรรม

จึงเกิดพระราชา พลกล้าคณานำ

ป้องดินและคุณธรรม ก็เพราะเพื่อฤชาษี

ยามสองก็แปรไป ธิปไตยประชาชี

ด้วยเทคริเริ่มมี พัฒนาริเริ่มใช้

แล้วทรัพยากร ฤจะร่อนจะที่ไหน

ย่อมคือสมองใจ ชนใหญ่ก็ย่อมมา

ยามนี้วิชาการ พบพาน ณ เว็บนา

สื่อสารมิได้ช้า คนต่างเพราะเวลา

ความเก่งพิสูจน์กาล จิตมาลย์มุฝึกมา

เราควรมิด้อยค่า พลพรูฟมนุษย์ใด

อ้ากมีคนให้พัน sat เลย กราบงามๆ

ลองกดไปดูโปรไฟล์คนอื่นแล้วแอดรีเลย์ตามคนอื่นดูครับ

เพิ่งฟัง The Sovereign Individual ที่อาจารย์พิริยะพูดใน wealth me up เมื่อ 2 ปีที่แล้วมาเลยแต่งฉันท์อันนี้

#siamstr

#bitcoin

อินทรวิเชียรฉันท์ 11

อ่านให้ถูกนะ

ครุ ครุ ลหุ ครุ ครุ ลหุ ลหุ ครุ ลหุ ครุ ครุ

ยามก่อนอดีตกาล สรรพบ้านจะก้าวหน้า

ล้วนต้องมิขาดนา พสุธาเกษตรกรรม

จึงเกิดพระราชา พลกล้าคณานำ

ป้องดินและคุณธรรม ก็เพราะเพื่อฤชาษี

ยามสองก็แปรไป ธิปไตยประชาชี

ด้วยเทคริเริ่มมี พัฒนาริเริ่มใช้

แล้วทรัพยากร ฤจะร่อนจะที่ไหน

ย่อมคือสมองใจ ชนใหญ่ก็ย่อมมา

ยามนี้วิชาการ พบพาน ณ เว็บนา

สื่อสารมิได้ช้า คนต่างเพราะเวลา

ความเก่งพิสูจน์กาล จิตมาลย์มุฝึกมา

เราควรมิด้อยค่า พลพรูฟมนุษย์ใด

#GE

เรามีคำถามมาฝากคิด

<⁠(⁠ ̄⁠︶⁠ ̄⁠)⁠><⁠(⁠ ̄⁠︶⁠ ̄⁠)⁠><⁠(⁠ ̄⁠︶⁠ ̄⁠)⁠>

เกี่ยวกับเรื่องลิขสิทธิ์

เราเข้าใจว่าจะช่วยให้นักที่ทุ่มเทให้กับการพัฒนาวิธีการใหม่ ๆ มีแรงจูงใจในการทำงาน

ในทางตรงกันข้ามถ้าลิขสิทธิ์คลอบคลุมมากเกินไปจะลดการแข่งขันอย่างเสรี

ปัญหาคือ ในสมัยก่อนวิธีการต่าง ๆ ที่ถูกคิดค้นขึ้นยังสามารถเก็บเป็นความลับได้ง่ายกว่า (ตามความเข้าใจของเรา) ในปัจจุบันซึ่งมีเทคโนโลยีที่มากขึ้น

เราเลยสงสัยว่าปัญหานี้ควรแก้ยังไง