nostr:naddr1qvzqqqr4gupzpwm88rw9pcnzgscjmslg076leaylygkzvzltuqp49arhlj4nyazfqq24xumrx9jyk4r38yc4gmtfxde5u3eex4k95ktzuf3
#NostrThailand #Siamstr
ที่มันสวยเพราะมันแสดงผลออกมาเป็นรูปภาพใช่ไหมครับ
การใช้ชีวิตแบบ "lower your time preference" หมายถึงการให้ความสำคัญ
กับประโยชน์ระยะยาวมากกว่าประโยชน์ระยะสั้น เป็นการเลือกใช้ทรัพยากรและ
การตัดสินใจที่เน้นการพัฒนาและการเติบโตในอนาคตมากกว่าการพึงพอใจใน
ปัจจุบันและทันที
แนวคิดนี้มักนำมาใช้ในด้านต่างๆ เกี่ยวกับการดำเนินชีวิตทั่วไป
ด้านการเงิน :
(High Time Preference) : ใช้เงินไปกับสิ่งของที่ไม่จำเป็น เช่น ซื้อเสื้อผ้าแฟชั่น
ล่าสุดทุกเดือน ซื้อของฟุ่มเฟือย หรือใช้จ่ายเงินกับกิจกรรมที่ให้ความสุขทันที
เช่นการท่องเที่ยวบ่อยๆ
(Low Time Preference) : เก็บออมและลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำและ
ให้ผลตอบแทนระยะยาว เช่น การลงทุนในกองทุนรวม การซื้อบ้านหรือทรัพย์สินที่มี
มูลค่าเพิ่มขึ้นตามเวลา เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินในอนาคต
ด้านสุขภาพ :
(High Time Preference) : เลือกทานอาหารจานด่วนหรือของหวานเป็นประจำ
เนื่องจากรสชาติอร่อยและให้ความพึงพอใจทันที ไม่ออกกำลังกายเพราะรู้สึกเหนื่อย
หรือไม่มีเวลา
(Low Time Preference) : วางแผนการกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เช่น ทานผักผลไม้
ลดการบริโภคน้ำตาลฃ ออกกำลังกายเป็นประจำแม้ว่าจะต้องใช้เวลาและความพยายาม เพราะมองเห็นประโยชน์ในระยะยาว เช่น ลดความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังและเพิ่มคุณภาพชีวิต
ด้านการศึกษาและพัฒนาตนเอง :
(High Time Preference) : ใช้เวลาไปกับกิจกรรมที่ให้ความสุขทันที เช่น เล่นเกม
ดูซีรีส์ หรือละเลยการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ เพราะมองว่าเสียเวลา
(Low Time Preference) : ลงทุนเวลาในการเรียนรู้และพัฒนาทักษะที่มีประโยชน์
ในอนาคต เช่น การเรียนรู้ภาษาใหม่ๆ การอ่านหนังสือพัฒนาตนเอง การเข้าอบรมหรือ
เข้าคอร์สออนไลน์เพื่อเพิ่มความรู้และทักษะในการทำงาน
ความสัมพันธ์ส่วนตัว :
(High Time Preference) : ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการพบปะสังสรรค์หรือทำกิจกรรม
ที่ให้ความสุขทันที ไม่สนใจการสร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและยั่งยืน
(Low Time Preference): ลงทุนเวลาและความพยายามในการสร้างความสัมพันธ์
ที่มั่นคงและยั่งยืน เช่น การให้ความสำคัญกับครอบครัว การใช้เวลาคุณภาพกับคู่รัก
และเพื่อนสนิท การสร้างความเข้าใจและการสนับสนุนกันในระยะยาว
#Siamstr #GMSiamstr
Test! Test! Test!
nostr:naddr1qvzqqqr4gupzpwm88rw9pcnzgscjmslg076leaylygkzvzltuqp49arhlj4nyazfqq2hzm2jgf4yw7peddy8smnwd948game8pkxzqpegra
#Siamstr
ภูเขาที่ชื่อ #fiat ปีน...ง่าย...แต่...ถึงเป้าหมาย...ยาก
ภูเขาที่ชื่อ #Bitcoin ปีน...ยาก...แต่...ถึงเป้าหมาย...ง่าย #Siamstr

Note สวยดีครับ เราต้องไปเขียนใน yakihonne หรอครับ
ลองเป็นภาษาไทย ฟังไม่ค่อยลื่นหูสักเท่าไหร่ #Siamstr
https://video.nostr.build/25490fb8463701d4a3624f9b7900f7eac19e5eed6132730ceff4afeb8c62bd5b.mp4
วันนี้ผมจะมาแชร์ไอเดียการเก็บออมอัตราส่วนระหว่าง #Bitcoin กับ #Fiat
โดยผมจะใช้อายุเป็นเกณฑ์ในการแบ่งอัตราส่วนของทั้งสองอย่าง ตัวอย่าง
ช่วง อายุ 20 – 29 ปี ผมจะเก็บเป็น บิตคอยน์ 80% และเงินสดปกติ 20 %
ช่วง อายุ 30 – 39 ปี ผมจะเก็บเป็น บิตคอยน์ 70% และเงินสดปกติ 30 %
ช่วง อายุ 40 – 49 ปี ผมจะเก็บเป็น บิตคอยน์ 60% และเงินสดปกติ 40 %
ช่วง อายุ 50 – 59 ปี ผมจะเก็บเป็น บิตคอยน์ 50% และเงินสดปกติ 50 %
ช่วง อายุ 60 – 69 ปี ผมจะเก็บเป็น บิตคอยน์ 40% และเงินสดปกติ 60 %
ช่วง อายุ 70 – 79 ปี ผมจะเก็บเป็น บิตคอยน์ 30% และเงินสดปกติ 70 %
ผมว่ายิ่งเราอายุมากขึ้น อะไรในร่างกายเราก็เสื่อมตามอายุของเรา
พวกค่าใช้จ่าย เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าอุปกรณ์ที่ใช้อำนวยความสะดวก
ของพวกนี้มีแต่จะเพิ่มสูงขึ้น อีกอย่างพอเราอายุมากขึ้นการจะทำอะไรก็ถูก
จำกัดไปหมด ไม่ได้เหมือนกับวัยหนุ่มสาว ที่กระฉับกระเฉง การที่เราใช้เงิน
ในการแก้ไขปัญหา ผมว่าน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดี สำหรับช่วงเวลานั้นเลยทีเดียว
ผมเลยคิดว่า ไอเดีย นี้น่าจะดีก็เลยอยากจะลองมาแชร์ดูครับผม แล้วที่ผม
พยายามสำรองเงินจำนวนนี้ไว้เพิ่มขึ้นในตอนที่เราอายุมากขึ้นอีกเหตุก็คือ
เวลาเราจำเป็นจะต้องใช้เงินจริงๆ เราก็พอมีเงินส่วนนี้สำรองไว้ในยามฉุกเฉิน
เราก็ไม่ต้องจำเป็นต้องขาย บิตคอยน์ออกมาเพื่อ cover ค่าใช้จ่ายส่วนเกิน
แต่ถ้าคุณมีเงินสำรองไม่พอ คุณอาจจะต้องขาย บิตคอยน์เพื่อมาจ่ายค่าต่างๆ
เหล่านี้ในวันข้างหน้า ทั้งๆที่คุณไม่อยากที่จะขายมันด้วยซ้ำ แล้วทำไมผมถึง
เลือกจะเก็บไว้แค่ บิตคอยน์ กับ เงินสด เพราะในสินทรัยพ์อื่นนั้น ผมก็เคยลอง
ศึกษา เคยลงทุนมาบ้าง แต่มันไม่ค่อยเหมาะกับผมเท่าไหร่ ผมก็เลยเลิกลงทุน
#Siamstr #GMSiamstr




