Avatar
เอดูดาว
bd4bdec9641883c492ca0062bb4d6aa8c756385980ec3e7fe2217b03184985c6
Life Buddha Truths are discovered 🪩

GM #SiamStr

#nostr

Raining this morning

is a big factor of traffic jams :)

ไม่เจอ ขอบคุณครับ :)

หรือ ต้องใช้ relay ที่เสียเงิน จะได้ไม่ลบ ...

ใครรู้ช่วยตอบที ขอบคุณครับ :)

Repost #SiamStr

วงการแพทย์ญี่ปุ่นเพิ่งค้นพบใหม่ ว่าทำไมผู้สูงวัยมักตื่นขึ้นมาปัสสาวะบ่อยในช่วงกลางคืน พร้อมแนะนำวิธีแก้

รุ่นพี่ที่เคารพท่านหนึ่ง ได้ส่ง VDO link ที่น่าสนใจมาให้ จาก NHK on demand video ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ ส.ว. ทั้งหมด (เกิน 250) แต่คนที่ยังไม่เป็น ส.ว. รู้ไว้ก็ไม่เสียหลาย เพราะอนาคตเราก็จะได้เลื่อนขั้นขึ้นไปกันทุกคนอยู่แล้ว

เรื่องที่ว่านั้นก็คือ ปัญหาของการที่ต้องตื่นขึ้นมากลางดึกบ่อยๆ (nocturia) เพื่อไปฉี่

ปัญหานี้ ได้มีการทำวิจัยเมื่อต้นปีนี้เอง (กุมภาพันธ์ -เมษายน) ควบคุมโดย Toromoto Kazumasa อาจารย์หมอทางด้านระบบทางเดินปัสสาวะ (urologist) แห่งมหาวิทยาลัยแพทย์นารา (Nara Medical University)

เนื่องจากโควิดมา ผลการวิจัยนี้จึงเพิ่งจะเผยแพร่สู่สาธารณชน เมื่อต้นเดือนธันวาคมนี้เอง

การวิจัย ดำเนินการโดยให้ หนุ่ม Terakita เดินทางไปอยู่ที่บ้านคุณลุง Hayashi ทั้งวัน และทำกิจกรรมต่างๆเหมือนกัน โดยฉี่ให้หมดกระเพาะปัสสาวะ (bladder) ในตอนเช้า จากนั้น ให้กินอาหารเหมือนกัน ดื่มน้ำเท่ากัน ออกกำลังกายเหมือนกัน แล้วฉี่ใส่ถ้วยตวง วัดปริมาณเปรียบเทียบกันดู

@07:30 เริ่มกินข้าว เป็นอาหารญี่ปุ่น มีน้ำอยู่ในอาหาร 600 mL (คำนวณโดย Yamaguchi Chikage นักโภชนาการ ของ Nara Medical University Hospital) และดื่มน้ำชา 530 mL รวม 1,130 mL

ตอนสาย เจ้าหนุ่ม ฉี่ไป 4 รอบ 300+400+300+100 mL ส่วนลุงฉี่แค่ 2 รอบ 100+110 mL

@12:30 มื้อกลางวัน เป็นแซนวิช มีน้ำแค่ 140 mL และดื่มน้ำเปล่าอีกคนละ 380 mL

ตอนบ่าย ออกกำลังกาย ไปทำสวนด้วยกัน เข้ามาในบ้าน เล่น VDO game ด้วยกัน (ลุงแกเล่นได้ด้วยแฮะ)

ตอนบ่าย เจ้าหนุ่มฉี่อีก 3 ครั้ง 350+200+150 mL คุณลุงก็ฉี่ 3 ครั้งเหมือนกัน แต่ปริมาณน้อยกว่า 40+180+70 mL

จนเย็น @18:30 ได้เวลาจากกัน หลังจากอยู่ด้วยกันมาทั้งวัน

ค่ำคืนนั้น ก่อนเข้านอน เจ้าหนุ่มฉี่อีก 4 ครั้ง 320+150+180+150 mL แต่ลุงฉี่แค่ครั้งเดียว 180 mL

หมอใช้ ultrasound ตรวจดูน้ำในกระเพาะปัสสาวะ - เกือบไม่มีทั้งคู่ ก่อนเข้านอนตอนเที่ยงคืน

ในวันนั้น น้ำ เข้าไปร่างกาย คนละ 2,730 mL เท่าๆกัน แต่ลุงมีน้ำเหลืออยู่ในร่างกายเยอะมาก

ผลก็คือ เจ้าหนุ่มหลับรวด ไม่ได้ตื่นขึ้นมาฉี่ แต่ลุงต้องตื่นไปฉี่ 3 รอบ 130+420+280 mL วันต่อมาจึงรู้สึกเพลีย

การที่กลางวันง่วง และต้องงีบบ่อยๆ เพราะกลางคืนตื่นบ่อย (nocturia) เพื่อไปฉี่ เนื่องจากน้ำที่ดื่มระหว่างวันยังค้างอยู่ในร่างกาย

แต่น้ำนั้น ... ไม่ได้อยู่ในกระเพาะปัสสาวะ !

เชื่อหรือไม่ว่า มีความลับในร่างกายของเราอย่างหนึ่ง ก็คือ คนเรามีกระเพาะปัสสาวะที่สอง (2nd bladder) !!

ในเมื่อน้ำ ไม่อยู่ในกระเพาะปัสสาวะ แล้วมันไปเก็บอยู่ที่ไหน?

ที่ตับ (liver) หรือเปล่า เพราะแอลกอฮอล์ก็ยังไปกำจัดที่ตับ น้ำก็น่าจะไปด้วย … ไม่ใช่

ที่ไต (kidney) ใช่ไหม เพราะเป็นด่านแรก ที่น้ำจะต้องผ่าน ก่อนไปที่กระเพาะปัสสาวะ … ไม่ใช่อีก

ที่เส้นเลือด (blood vessels) กระมัง เพราะในเลือดมีน้ำ อาจเก็บน้ำเพิ่มขึ้นได้ … ก็ไม่ใช่

แม้แต่ลำไส้ (intestine) ที่น่าจะมีที่เก็บน้ำไว้ได้มากทีเดียว … ไม่ใช่เหมือนกัน

เพราะคำตอบที่ถูกคือ - น่อง (calves) ครับ !

เพื่อเป็นการพิสูจน์ เจ้าหน้าที่ได้ทำการวัดรอบน่องของลุง Hayashi ตอนตื่นนอนและก่อนนอน พบว่า น่องโตขึ้นจริงๆ (ขวา 40.5 => 42.7 ซ้าย 41.5 => 45.7 cm)

ทีมงาน ได้นำอุปกรณ์วัดทันสมัย ไปที่บ้านลุง Hayashi เพื่อวัดปริมาณน้ำในส่วนต่างๆของร่างกาย แล้ว plot มาเป็นกราฟ พบว่า ช่วงเช้า น้ำในลำตัวและแขน เกือบคงที่ แต่น้ำในขา จะค่อยพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ช่วงบ่าย น้ำในขาเกือบคงที่ แต่ในแขนและลำตัวค่อยๆลด ส่วนตอนค่ำ ก่อนนอน น้ำในลำตัวค่อยๆลด ในแขนคงที่ แต่ในขายังพุ่งขึ้นต่อ สุดท้ายก่อนเข้านอน น้ำในขาของลุง Hayashi มีมากกว่าตอนเช้าถึง หนึ่งลิตรครึ่ง !

ทั้งนี้เพราะ ขาทั้งสองข้าง เป็นเหมือนแท็งค์น้ำ โดยน้ำจะแทรกอยู่ระหว่างกระดูกและผิวหนัง เรียกว่า “interstitium” เมื่อไม่มีน้ำ จะแฟบ พอมีน้ำก็จะพองหนาขึ้น

น่อง จึงเหมือนถังน้ำ เก็บไว้ฉี่ทิ้งภายหลัง และนั่นเป็นสาเหตุที่ต้องตื่นขึ้นมาฉี่บ่อย

คุณหมอ Sone Atsushi Director, Miyazu Takeda Hospital ยืนยันว่า มีคนไข้เป็นอย่างนี้หลายคน

มีคำอธิบาย เขียนเป็นไดอะแกรมง่ายๆ เป็นวงจรของเส้นเลือดแดงจากหัวใจลงมาที่น่อง แล้วก็กลับขึ้นหัวใจทางเส้นเลือดดำ ส่วนกระเพาะปัสสาวะอยู่ตรงกลางระหว่างหัวใจกับน่อง การเต้นของหัวใจ กับการเคลื่อนไหวของน่อง จะเหมือนกับปั๊มสองตัวช่วยกันสูบฉีดน้ำในร่างกาย ถ้าน้ำมากไปก็จะไปปล่อยทิ้งที่กระเพาะปัสสาวะ

เมื่ออายุยังน้อย ปั๊มที่น่องก็ยังแข็งแรงดีอยู่ ยิ่งเป็นเด็ก วิ่งกระโดดโลดเต้น น่องจึงแข็งแรง (เพราะฉะนั้น ถึงจะวิ่งไม่ไหว ก็ขยันเดินกันหน่อยนะครับ) แต่เมื่ออายุมากขึ้น น่องไม่ค่อยได้ทำงาน น้ำจึงมาบวมอยู่ที่ขา ด้วยแรงโน้มถ่วงของโลก พอล้มตัวลงนอนตอนดึก น้ำส่วนเกินนี้จึงค่อยๆกลับมาที่กระเพาะปัสสาวะ จนทำให้ต้องลุกไปฉี่บ่อยๆ

ดังนั้น ในปีนี้ ทางการแพทย์ที่ญี่ปุ่น จึงมีการปรับแก้วิธีการรักษา อาการตื่นมาฉี่บ่อย (nocturia) ซึ่งไม่มีการแก้ไขมาเลยในรอบสิบปี

คุณลุง Ando เป็นคนหนึ่งที่ได้รับการรักษาวิธีหนึ่งในแผนใหม่นี้ สี่ปีมาแล้วที่เขาต้องตื่นมาฉี่ 4~5 ครั้ง ทุกคืน แถมลำบากที่ต้องปีนบันไดขึ้นลง เพราะห้องน้ำอยู่คนละชั้นกับห้องนอน พลาดพลั้งเกิดตกบันไดขึ้นมาก็ยุ่งอีก ชีวิตช่างน่าหดหู่เสียจริงๆ

การฉี่บ่อย (nocturia) นำไปสู่ ความรู้สึกหดหู่ และกระดูกหัก !?

พูดให้เว่อร์ไปหน่อย ... ความรู้สึกหดหู่ หรือ depression ก็เพราะอดนอน และกระดูกหัก ไม่ใช่เพราะฉี่บ่อยตรงๆ แต่เป็นสาเหตุเกี่ยวเนื่อง โดยเกิดจากการงัวเงียเมื่อตื่นขึ้นมา อาจจะทำให้หกล้ม หรือ ตกบันได

แต่กระดูกหักในกลุ่มผู้สูงอายุนี่เรื่องใหญ่นะ

วันหนึ่ง ลุง Ando ได้รับ “กล่อง” เพื่อการรักษา

หนึ่งเดือนผ่านไป คุณลุงนอนรวดเดียวยันเช้า ไม่ต้องลุกไปฉี่เลย คุณลุง Ando ได้พบ “ทางรอด” แล้ว ที่สามารถจะใช้ชีวิตได้ตามปกติอีกครั้ง

“ทางรอด” ในกล่องเล็กๆ ที่ทำให้ชีวิตของลุง Ando เปลี่ยนไปเลยนั้น คืออะไร ?

คุณ Toshida Masaki Assit. Director, ศูนย์ศึกษาผู้สูงอายุ (แห่ง National Center for Geriatric & Gerontology) มาเฉลยว่า ภายในกล่องนั้น คือ ...

“ถุงเท้ารัดน่อง” (compression stockings) ครับ

ถ้าสวมมันไว้ตอนกลางวัน จะช่วยทำให้ขาไม่บวม และไม่เก็บน้ำไว้ ทำให้ฉี่ตอนกลางวันมากขึ้น ไม่เก็บไว้ไปฉี่ตอนดึกอีก

นอกจากนั้น ยังมีคำแนะนำง่ายๆอีกอย่าง เป็นวิธีการบำบัดข้อที่สอง ที่คุณหมอได้แนะนำให้ลุง Hayashi ที่เข้าร่วมการทดลองในตอนแรก ลองกลับไปทำดู คือการนอนยกขาให้สูงขึ้นหน่อย ประมาณครึ่งฟุต สักครึ่งชั่วโมงในตอนบ่าย แต่อย่างีบหลับไปนะ เดี๋ยวกลางคืนจะนอนไม่หลับอีก

คุณลุง Hayashi ได้ลองทำดูประมาณหนึ่งเดือน โดยเริ่มทำตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ด้วยการนอนยกขาพาด อ่านหนังสือ หนึ่งเดือนผ่านไป จากการต้องลุกไปฉี่ 3 หนในตอนก่อน ก็เหลือเพียง 1.5 ครั้งโดยเฉลี่ย

การรักษานี้เป็นการบำบัดโดยเปลี่ยนอุปนิสัย (behavior therapy) ดีกว่าการใช้ยา เพราะว่าไม่มีผลข้างเคียง (side effect)

คำแนะนำเพื่อการบำบัดดังกล่าว มี 3 วิธี คือ :-

• สวมถุงน่องแบบรัด

• ยกขา

• งดกินเค็ม

การงดกินเค็มที่แถมมาด้วยนั้น เพราะ การกินเค็ม นอกจากจะทำให้ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นแล้ว ยังทำให้ร่างกายเก็บน้ำไว้ด้วย

ของแถมอีกอย่างที่บางคนอาจจะเมิน คือ หมอเขาแนะนำให้เลิกการ “กรุ๊บๆ กรั๊บๆ” ในตอนเย็น เพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แถมกับแกล้มกินเล่นซึ่งมักจะมีเกลือเยอะ จะช่วยกันเรียกความกระหายให้ร่างกายดื่มน้ำมากขึ้น สังเกตได้ว่าถ้ากินเลี้ยงตอนเย็น คืนนั้นก็จะฉี่มากขึ้น

คำถามว่า สวมถุงรัดน่องด้วย พร้อมกับนอนยกขาด้วย ได้ไหม - Dr. Yoshida บอกว่า ไม่มีปัญหา

แต่สวมถุงรัดน่องไปกินเลี้ยงตอนเย็นนี่คงไม่ช่วยเท่าไหร่นะ

งานนี้ สงสัยจะมีคนขอเลี่ยงบาลีไปดื่มตอนเที่ยงแทน

คำแนะนำแนวทางทั้งสามนั้น คงจะเป็นประโยชน์กับศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ

ส่วนเรื่องถุงรัดน่องนั้น ถ้าไปหาตามร้านขายยา ก็จะมีถึงสามชนิดให้เลือก คือ สูงแค่เข่า ซึ่งสวมง่ายหน่อย ยาวขึ้นมาหน่อยคือสวมทั้งขา และที่ยาวสุดคือ สวมขึ้นมาถึงเอว ชอบแบบไหนก็เลือกได้ตามสะดวกครับ รวมทั้ง น่าจะมีขนาดให้เลือกด้วย และสามารถสวมใส่ได้ทั้งวัน

อย่างไรก็ตาม คุณหมอมีคำเตือนสำหรับคนที่เป็นโรคหัวใจหรือเบาหวานว่า ให้ปรึกษาหมอหน่อยก็ดีนะ เรื่องที่จะหาอะไรมารัดน่องนี่น่ะ

ที่ง่ายคือการนอน (อย่าหลับ) ยกขาขึ้นมาพาดอะไรที่สูงหน่อยในตอนบ่ายนั้น ก็ต้องบริหารเรื่องเวลาเหมือนกัน ไม่เร็วไป (เพิ่งผ่านเวลาเช้ามาหยกๆ) หรือช้าไป (จะเข้านอนอยู่แล้ว) เพราะจะไม่ได้ผลดีเท่าที่ควรทั้งคู่

เวลาแดดร่มลมตก นึกถึงเปลญวนขึ้นมาทีเดียว เพราะเป็นเปลที่ขาถูกยกขึ้นมา ไม่ได้นอนราบๆ

แต่ไม่มีเปลญวนก็ไม่เป็นไร หาอะไรหนุนขาเอาก็ได้

อย่างไรก็ตาม วันนี้ ผมเลยได้ไอเดีย ที่ทำให้ชีวิตสบายขึ้นเยอะ เพราะว่า ...

แทนที่จะนั่งเขียนบทความ บ่ายวันนี้ ผมนอนยกขาเขียนครับ !!

... @_@ ...

วัชระ นูมหันต์

20 ธันวา 63

Ending Nighttime Urination | Gatten! • NHK

เพิ่งสังเกตว่า

ใน #nostr เก็บ notes

ย้อนหลัง ได้ ระดับหนึ่ง

ไม่ใช่ forever ?

Repost #SiamStr

วงการแพทย์ญี่ปุ่นเพิ่งค้นพบใหม่ ว่าทำไมผู้สูงวัยมักตื่นขึ้นมาปัสสาวะบ่อยในช่วงกลางคืน พร้อมแนะนำวิธีแก้

รุ่นพี่ที่เคารพท่านหนึ่ง ได้ส่ง VDO link ที่น่าสนใจมาให้ จาก NHK on demand video ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ ส.ว. ทั้งหมด (เกิน 250) แต่คนที่ยังไม่เป็น ส.ว. รู้ไว้ก็ไม่เสียหลาย เพราะอนาคตเราก็จะได้เลื่อนขั้นขึ้นไปกันทุกคนอยู่แล้ว

เรื่องที่ว่านั้นก็คือ ปัญหาของการที่ต้องตื่นขึ้นมากลางดึกบ่อยๆ (nocturia) เพื่อไปฉี่

ปัญหานี้ ได้มีการทำวิจัยเมื่อต้นปีนี้เอง (กุมภาพันธ์ -เมษายน) ควบคุมโดย Toromoto Kazumasa อาจารย์หมอทางด้านระบบทางเดินปัสสาวะ (urologist) แห่งมหาวิทยาลัยแพทย์นารา (Nara Medical University)

เนื่องจากโควิดมา ผลการวิจัยนี้จึงเพิ่งจะเผยแพร่สู่สาธารณชน เมื่อต้นเดือนธันวาคมนี้เอง

การวิจัย ดำเนินการโดยให้ หนุ่ม Terakita เดินทางไปอยู่ที่บ้านคุณลุง Hayashi ทั้งวัน และทำกิจกรรมต่างๆเหมือนกัน โดยฉี่ให้หมดกระเพาะปัสสาวะ (bladder) ในตอนเช้า จากนั้น ให้กินอาหารเหมือนกัน ดื่มน้ำเท่ากัน ออกกำลังกายเหมือนกัน แล้วฉี่ใส่ถ้วยตวง วัดปริมาณเปรียบเทียบกันดู

@07:30 เริ่มกินข้าว เป็นอาหารญี่ปุ่น มีน้ำอยู่ในอาหาร 600 mL (คำนวณโดย Yamaguchi Chikage นักโภชนาการ ของ Nara Medical University Hospital) และดื่มน้ำชา 530 mL รวม 1,130 mL

ตอนสาย เจ้าหนุ่ม ฉี่ไป 4 รอบ 300+400+300+100 mL ส่วนลุงฉี่แค่ 2 รอบ 100+110 mL

@12:30 มื้อกลางวัน เป็นแซนวิช มีน้ำแค่ 140 mL และดื่มน้ำเปล่าอีกคนละ 380 mL

ตอนบ่าย ออกกำลังกาย ไปทำสวนด้วยกัน เข้ามาในบ้าน เล่น VDO game ด้วยกัน (ลุงแกเล่นได้ด้วยแฮะ)

ตอนบ่าย เจ้าหนุ่มฉี่อีก 3 ครั้ง 350+200+150 mL คุณลุงก็ฉี่ 3 ครั้งเหมือนกัน แต่ปริมาณน้อยกว่า 40+180+70 mL

จนเย็น @18:30 ได้เวลาจากกัน หลังจากอยู่ด้วยกันมาทั้งวัน

ค่ำคืนนั้น ก่อนเข้านอน เจ้าหนุ่มฉี่อีก 4 ครั้ง 320+150+180+150 mL แต่ลุงฉี่แค่ครั้งเดียว 180 mL

หมอใช้ ultrasound ตรวจดูน้ำในกระเพาะปัสสาวะ - เกือบไม่มีทั้งคู่ ก่อนเข้านอนตอนเที่ยงคืน

ในวันนั้น น้ำ เข้าไปร่างกาย คนละ 2,730 mL เท่าๆกัน แต่ลุงมีน้ำเหลืออยู่ในร่างกายเยอะมาก

ผลก็คือ เจ้าหนุ่มหลับรวด ไม่ได้ตื่นขึ้นมาฉี่ แต่ลุงต้องตื่นไปฉี่ 3 รอบ 130+420+280 mL วันต่อมาจึงรู้สึกเพลีย

การที่กลางวันง่วง และต้องงีบบ่อยๆ เพราะกลางคืนตื่นบ่อย (nocturia) เพื่อไปฉี่ เนื่องจากน้ำที่ดื่มระหว่างวันยังค้างอยู่ในร่างกาย

แต่น้ำนั้น ... ไม่ได้อยู่ในกระเพาะปัสสาวะ !

เชื่อหรือไม่ว่า มีความลับในร่างกายของเราอย่างหนึ่ง ก็คือ คนเรามีกระเพาะปัสสาวะที่สอง (2nd bladder) !!

ในเมื่อน้ำ ไม่อยู่ในกระเพาะปัสสาวะ แล้วมันไปเก็บอยู่ที่ไหน?

ที่ตับ (liver) หรือเปล่า เพราะแอลกอฮอล์ก็ยังไปกำจัดที่ตับ น้ำก็น่าจะไปด้วย … ไม่ใช่

ที่ไต (kidney) ใช่ไหม เพราะเป็นด่านแรก ที่น้ำจะต้องผ่าน ก่อนไปที่กระเพาะปัสสาวะ … ไม่ใช่อีก

ที่เส้นเลือด (blood vessels) กระมัง เพราะในเลือดมีน้ำ อาจเก็บน้ำเพิ่มขึ้นได้ … ก็ไม่ใช่

แม้แต่ลำไส้ (intestine) ที่น่าจะมีที่เก็บน้ำไว้ได้มากทีเดียว … ไม่ใช่เหมือนกัน

เพราะคำตอบที่ถูกคือ - น่อง (calves) ครับ !

เพื่อเป็นการพิสูจน์ เจ้าหน้าที่ได้ทำการวัดรอบน่องของลุง Hayashi ตอนตื่นนอนและก่อนนอน พบว่า น่องโตขึ้นจริงๆ (ขวา 40.5 => 42.7 ซ้าย 41.5 => 45.7 cm)

ทีมงาน ได้นำอุปกรณ์วัดทันสมัย ไปที่บ้านลุง Hayashi เพื่อวัดปริมาณน้ำในส่วนต่างๆของร่างกาย แล้ว plot มาเป็นกราฟ พบว่า ช่วงเช้า น้ำในลำตัวและแขน เกือบคงที่ แต่น้ำในขา จะค่อยพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ช่วงบ่าย น้ำในขาเกือบคงที่ แต่ในแขนและลำตัวค่อยๆลด ส่วนตอนค่ำ ก่อนนอน น้ำในลำตัวค่อยๆลด ในแขนคงที่ แต่ในขายังพุ่งขึ้นต่อ สุดท้ายก่อนเข้านอน น้ำในขาของลุง Hayashi มีมากกว่าตอนเช้าถึง หนึ่งลิตรครึ่ง !

ทั้งนี้เพราะ ขาทั้งสองข้าง เป็นเหมือนแท็งค์น้ำ โดยน้ำจะแทรกอยู่ระหว่างกระดูกและผิวหนัง เรียกว่า “interstitium” เมื่อไม่มีน้ำ จะแฟบ พอมีน้ำก็จะพองหนาขึ้น

น่อง จึงเหมือนถังน้ำ เก็บไว้ฉี่ทิ้งภายหลัง และนั่นเป็นสาเหตุที่ต้องตื่นขึ้นมาฉี่บ่อย

คุณหมอ Sone Atsushi Director, Miyazu Takeda Hospital ยืนยันว่า มีคนไข้เป็นอย่างนี้หลายคน

มีคำอธิบาย เขียนเป็นไดอะแกรมง่ายๆ เป็นวงจรของเส้นเลือดแดงจากหัวใจลงมาที่น่อง แล้วก็กลับขึ้นหัวใจทางเส้นเลือดดำ ส่วนกระเพาะปัสสาวะอยู่ตรงกลางระหว่างหัวใจกับน่อง การเต้นของหัวใจ กับการเคลื่อนไหวของน่อง จะเหมือนกับปั๊มสองตัวช่วยกันสูบฉีดน้ำในร่างกาย ถ้าน้ำมากไปก็จะไปปล่อยทิ้งที่กระเพาะปัสสาวะ

เมื่ออายุยังน้อย ปั๊มที่น่องก็ยังแข็งแรงดีอยู่ ยิ่งเป็นเด็ก วิ่งกระโดดโลดเต้น น่องจึงแข็งแรง (เพราะฉะนั้น ถึงจะวิ่งไม่ไหว ก็ขยันเดินกันหน่อยนะครับ) แต่เมื่ออายุมากขึ้น น่องไม่ค่อยได้ทำงาน น้ำจึงมาบวมอยู่ที่ขา ด้วยแรงโน้มถ่วงของโลก พอล้มตัวลงนอนตอนดึก น้ำส่วนเกินนี้จึงค่อยๆกลับมาที่กระเพาะปัสสาวะ จนทำให้ต้องลุกไปฉี่บ่อยๆ

ดังนั้น ในปีนี้ ทางการแพทย์ที่ญี่ปุ่น จึงมีการปรับแก้วิธีการรักษา อาการตื่นมาฉี่บ่อย (nocturia) ซึ่งไม่มีการแก้ไขมาเลยในรอบสิบปี

คุณลุง Ando เป็นคนหนึ่งที่ได้รับการรักษาวิธีหนึ่งในแผนใหม่นี้ สี่ปีมาแล้วที่เขาต้องตื่นมาฉี่ 4~5 ครั้ง ทุกคืน แถมลำบากที่ต้องปีนบันไดขึ้นลง เพราะห้องน้ำอยู่คนละชั้นกับห้องนอน พลาดพลั้งเกิดตกบันไดขึ้นมาก็ยุ่งอีก ชีวิตช่างน่าหดหู่เสียจริงๆ

การฉี่บ่อย (nocturia) นำไปสู่ ความรู้สึกหดหู่ และกระดูกหัก !?

พูดให้เว่อร์ไปหน่อย ... ความรู้สึกหดหู่ หรือ depression ก็เพราะอดนอน และกระดูกหัก ไม่ใช่เพราะฉี่บ่อยตรงๆ แต่เป็นสาเหตุเกี่ยวเนื่อง โดยเกิดจากการงัวเงียเมื่อตื่นขึ้นมา อาจจะทำให้หกล้ม หรือ ตกบันได

แต่กระดูกหักในกลุ่มผู้สูงอายุนี่เรื่องใหญ่นะ

วันหนึ่ง ลุง Ando ได้รับ “กล่อง” เพื่อการรักษา

หนึ่งเดือนผ่านไป คุณลุงนอนรวดเดียวยันเช้า ไม่ต้องลุกไปฉี่เลย คุณลุง Ando ได้พบ “ทางรอด” แล้ว ที่สามารถจะใช้ชีวิตได้ตามปกติอีกครั้ง

“ทางรอด” ในกล่องเล็กๆ ที่ทำให้ชีวิตของลุง Ando เปลี่ยนไปเลยนั้น คืออะไร ?

คุณ Toshida Masaki Assit. Director, ศูนย์ศึกษาผู้สูงอายุ (แห่ง National Center for Geriatric & Gerontology) มาเฉลยว่า ภายในกล่องนั้น คือ ...

“ถุงเท้ารัดน่อง” (compression stockings) ครับ

ถ้าสวมมันไว้ตอนกลางวัน จะช่วยทำให้ขาไม่บวม และไม่เก็บน้ำไว้ ทำให้ฉี่ตอนกลางวันมากขึ้น ไม่เก็บไว้ไปฉี่ตอนดึกอีก

นอกจากนั้น ยังมีคำแนะนำง่ายๆอีกอย่าง เป็นวิธีการบำบัดข้อที่สอง ที่คุณหมอได้แนะนำให้ลุง Hayashi ที่เข้าร่วมการทดลองในตอนแรก ลองกลับไปทำดู คือการนอนยกขาให้สูงขึ้นหน่อย ประมาณครึ่งฟุต สักครึ่งชั่วโมงในตอนบ่าย แต่อย่างีบหลับไปนะ เดี๋ยวกลางคืนจะนอนไม่หลับอีก

คุณลุง Hayashi ได้ลองทำดูประมาณหนึ่งเดือน โดยเริ่มทำตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ด้วยการนอนยกขาพาด อ่านหนังสือ หนึ่งเดือนผ่านไป จากการต้องลุกไปฉี่ 3 หนในตอนก่อน ก็เหลือเพียง 1.5 ครั้งโดยเฉลี่ย

การรักษานี้เป็นการบำบัดโดยเปลี่ยนอุปนิสัย (behavior therapy) ดีกว่าการใช้ยา เพราะว่าไม่มีผลข้างเคียง (side effect)

คำแนะนำเพื่อการบำบัดดังกล่าว มี 3 วิธี คือ :-

• สวมถุงน่องแบบรัด

• ยกขา

• งดกินเค็ม

การงดกินเค็มที่แถมมาด้วยนั้น เพราะ การกินเค็ม นอกจากจะทำให้ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นแล้ว ยังทำให้ร่างกายเก็บน้ำไว้ด้วย

ของแถมอีกอย่างที่บางคนอาจจะเมิน คือ หมอเขาแนะนำให้เลิกการ “กรุ๊บๆ กรั๊บๆ” ในตอนเย็น เพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แถมกับแกล้มกินเล่นซึ่งมักจะมีเกลือเยอะ จะช่วยกันเรียกความกระหายให้ร่างกายดื่มน้ำมากขึ้น สังเกตได้ว่าถ้ากินเลี้ยงตอนเย็น คืนนั้นก็จะฉี่มากขึ้น

คำถามว่า สวมถุงรัดน่องด้วย พร้อมกับนอนยกขาด้วย ได้ไหม - Dr. Yoshida บอกว่า ไม่มีปัญหา

แต่สวมถุงรัดน่องไปกินเลี้ยงตอนเย็นนี่คงไม่ช่วยเท่าไหร่นะ

งานนี้ สงสัยจะมีคนขอเลี่ยงบาลีไปดื่มตอนเที่ยงแทน

คำแนะนำแนวทางทั้งสามนั้น คงจะเป็นประโยชน์กับศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ

ส่วนเรื่องถุงรัดน่องนั้น ถ้าไปหาตามร้านขายยา ก็จะมีถึงสามชนิดให้เลือก คือ สูงแค่เข่า ซึ่งสวมง่ายหน่อย ยาวขึ้นมาหน่อยคือสวมทั้งขา และที่ยาวสุดคือ สวมขึ้นมาถึงเอว ชอบแบบไหนก็เลือกได้ตามสะดวกครับ รวมทั้ง น่าจะมีขนาดให้เลือกด้วย และสามารถสวมใส่ได้ทั้งวัน

อย่างไรก็ตาม คุณหมอมีคำเตือนสำหรับคนที่เป็นโรคหัวใจหรือเบาหวานว่า ให้ปรึกษาหมอหน่อยก็ดีนะ เรื่องที่จะหาอะไรมารัดน่องนี่น่ะ

ที่ง่ายคือการนอน (อย่าหลับ) ยกขาขึ้นมาพาดอะไรที่สูงหน่อยในตอนบ่ายนั้น ก็ต้องบริหารเรื่องเวลาเหมือนกัน ไม่เร็วไป (เพิ่งผ่านเวลาเช้ามาหยกๆ) หรือช้าไป (จะเข้านอนอยู่แล้ว) เพราะจะไม่ได้ผลดีเท่าที่ควรทั้งคู่

เวลาแดดร่มลมตก นึกถึงเปลญวนขึ้นมาทีเดียว เพราะเป็นเปลที่ขาถูกยกขึ้นมา ไม่ได้นอนราบๆ

แต่ไม่มีเปลญวนก็ไม่เป็นไร หาอะไรหนุนขาเอาก็ได้

อย่างไรก็ตาม วันนี้ ผมเลยได้ไอเดีย ที่ทำให้ชีวิตสบายขึ้นเยอะ เพราะว่า ...

แทนที่จะนั่งเขียนบทความ บ่ายวันนี้ ผมนอนยกขาเขียนครับ !!

... @_@ ...

วัชระ นูมหันต์

20 ธันวา 63

Ending Nighttime Urination | Gatten! • NHK

เลือด กลายเป็น เชือด เลย คุณหมอ :))

นี่คือ ข้อเสีย ที่ตอน ม.ปลาย ผมเลือกสายที่ ไม่เรียนวิชา ชีววิทยา 555

มาฟังเรื่อง

ลิ่มเลือดอุดตันปอด

https://video.nostr.build/4408d1fab8a81f6ad2df8fd118db0d1709d43698185b008a77190dd341c0b104.mp4

เพิ่งรู้ ว่า มี valve ภายในหลอดเลือดที่ขา ด้วย :)

#nostr #SiamStr

#health

เผื่อ ใครมี ลูก ที่เป็น

แฟน Olaf และ Frozen :))

#SiamStr

ขอบคุณ ครับ ...

ชื่อเพลง ก็ถูกใจด้วย อิ_อิ

ช่วงแปะเมะ : #siamanimestr

https://nostrcheck.me/media/public/nostrcheck.me_1953493190727911481696909592.webp

Samurai Champloo : จากผู้กำกับเดียวกันกับเรื่อง Cowboy Bebop หนึ่งในตำนานอนิเมะขึ้นหิ้งแนวไซ-ไฟ อวกาศ ของ Shinichirō Watanabe

Samurai Champloo เรื่องราวในยุคสมัยของ "เอโดะ" ที่เพิ่งจบจากสงครามเซ็งโงกุ ที่เริ่มมีการเปิดประเทศติดต่อค้าขายกับชาติตะวันตก ผสมผสานการเล่าเรื่องอิงประวัติศาสตร์ในยุคสมัยนั้น

"ฟู" ตัวเอกสาว เด็กเสิร์ฟโรงน้ำชาที่มีความฝันที่จะออกตามหา คุณซามูไรกลิ่นดอกทานตะวัน ได้บังเอิญมาพบกับ "มุเก็น" คนเถื่อนชาวหมู่เกาะรีวกีว ที่มีสไตล์ของการต่อสู้เฉพาะตัวด้วยการใช้ดาบ ผสมผสานเข้ากับการเต้นเบรคแดนซ์ (ใช้ครับอ่านไม่ผิด ซามูไรเบรคแดนซ์) ที่ห้าวเป้งชอบการตีรันฟันแทงกับคนที่เขาคิดว่าเก่งกว่าตัวเอง ที่เข้ามาขอน้ำเปล่าดื่มในโรงน้ำชา ท่ามกลางเหล่าซามูไรเจ้าถิ่น "จิน" โรนินหนุ่มซามูไรไร้นายที่บังเอิญเข้ามาในโรงน้ำชา พอดีกับที่มุเก็นกำลังมีเรื่องตีรันฟันแทงกับซามูไรเจ้าถิ่น ความวุ่นวายของการต่อสู้ห้ำหั่นกันก็บรรเลงเอาโรงน้ำชาเละเทะในบัดดล

ติดตามเรื่องราวของการผจญภัยของสามสหายที่ต้องร่วมเดินทางเพื่อออกตามหา คุณซามูไรกลิ่นดอกทานตะวัน เรื่องราวย้อนยุคของเอโดะกับดนตรีประกอบแนวฮิปฮอป ที่ถูกผสานเอาไว้ได้อย่างลงตัวของโปรดิวเซอร์ชื่อดังแนวฮิปฮอป โซล แจ๊ส "Nujabes" เป็นอะไรที่แปลกใหม่มากสำหรับอนิเมะในช่วงปี 2004 (ใครที่ชอบแนวซามูไร และ ดนตรีแนวฮิปฮอปคงจะถูกใจกันไม่น้อย แม่งโคตรแนว) ทั้งหมดมี 26 ตอนจุก ๆ กันไป

ปล. (ไม่เหมาะให้เด็กดู) เลือดสาด แขนขาหลุด โหด บ้าพลัง ติ๊องต๊อง ฮาแบบเผาไร่กัญชาทั้งไร่ และน้ำตาร่วง.. อีกหนึ่งอนิเมะเกี่ยวกับซามูไรที่ผมยกให้เป็นที่หนึ่งในดวงใจตลอดกาล

เพลงประกอบ : OST full

https://youtu.be/UyPnhOpngRA?si=PUJpVTn3YbbmJPOO

ชอบเพลง ช่วงนี้ ครับ :))

ช่วงแปะเมะ : #siamanimestr

https://nostrcheck.me/media/public/nostrcheck.me_1953493190727911481696909592.webp

Samurai Champloo : จากผู้กำกับเดียวกันกับเรื่อง Cowboy Bebop หนึ่งในตำนานอนิเมะขึ้นหิ้งแนวไซ-ไฟ อวกาศ ของ Shinichirō Watanabe

Samurai Champloo เรื่องราวในยุคสมัยของ "เอโดะ" ที่เพิ่งจบจากสงครามเซ็งโงกุ ที่เริ่มมีการเปิดประเทศติดต่อค้าขายกับชาติตะวันตก ผสมผสานการเล่าเรื่องอิงประวัติศาสตร์ในยุคสมัยนั้น

"ฟู" ตัวเอกสาว เด็กเสิร์ฟโรงน้ำชาที่มีความฝันที่จะออกตามหา คุณซามูไรกลิ่นดอกทานตะวัน ได้บังเอิญมาพบกับ "มุเก็น" คนเถื่อนชาวหมู่เกาะรีวกีว ที่มีสไตล์ของการต่อสู้เฉพาะตัวด้วยการใช้ดาบ ผสมผสานเข้ากับการเต้นเบรคแดนซ์ (ใช้ครับอ่านไม่ผิด ซามูไรเบรคแดนซ์) ที่ห้าวเป้งชอบการตีรันฟันแทงกับคนที่เขาคิดว่าเก่งกว่าตัวเอง ที่เข้ามาขอน้ำเปล่าดื่มในโรงน้ำชา ท่ามกลางเหล่าซามูไรเจ้าถิ่น "จิน" โรนินหนุ่มซามูไรไร้นายที่บังเอิญเข้ามาในโรงน้ำชา พอดีกับที่มุเก็นกำลังมีเรื่องตีรันฟันแทงกับซามูไรเจ้าถิ่น ความวุ่นวายของการต่อสู้ห้ำหั่นกันก็บรรเลงเอาโรงน้ำชาเละเทะในบัดดล

ติดตามเรื่องราวของการผจญภัยของสามสหายที่ต้องร่วมเดินทางเพื่อออกตามหา คุณซามูไรกลิ่นดอกทานตะวัน เรื่องราวย้อนยุคของเอโดะกับดนตรีประกอบแนวฮิปฮอป ที่ถูกผสานเอาไว้ได้อย่างลงตัวของโปรดิวเซอร์ชื่อดังแนวฮิปฮอป โซล แจ๊ส "Nujabes" เป็นอะไรที่แปลกใหม่มากสำหรับอนิเมะในช่วงปี 2004 (ใครที่ชอบแนวซามูไร และ ดนตรีแนวฮิปฮอปคงจะถูกใจกันไม่น้อย แม่งโคตรแนว) ทั้งหมดมี 26 ตอนจุก ๆ กันไป

ปล. (ไม่เหมาะให้เด็กดู) เลือดสาด แขนขาหลุด โหด บ้าพลัง ติ๊องต๊อง ฮาแบบเผาไร่กัญชาทั้งไร่ และน้ำตาร่วง.. อีกหนึ่งอนิเมะเกี่ยวกับซามูไรที่ผมยกให้เป็นที่หนึ่งในดวงใจตลอดกาล

เพลงประกอบ : OST full

https://youtu.be/UyPnhOpngRA?si=PUJpVTn3YbbmJPOO

เพลงแนว hip hop ?

Replying to Avatar Stellar ✨🪐

ก่อนนอนวันนี้นึกอยากจะแชร์มุมมองหนึ่งซึ่งว่ากันด้วยเรื่อง "โชคชะตา" ✨

ไม่แน่ใจว่าหลายคนในที่นี้มีความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ยังไงแต่ผมอยากจะลองแชร์ของผมให้ฟังกันนะครับ 🤩

โชคชะตาแรกที่เกิดขึ้นในชีวิต และ ทำให้มันหล่อหลอมความเชื่อในส่วนนี้ขึ้นมา คือ การที่ผมเกิดในยุคหลังความเจริญรุ่งเรืองของครอบครัว หรือ เรียกได้ว่าช่วงยุคมือที่ทุกอย่างลงเหว จากบ้านที่เคยมี sound money อย่างทองคำกับกลายเป็นมีหนี้ท่วมหัวเพราะการพนัน ผมไม่เคยเอ่ยปากขออะไรแล้วก็ได้ทันทีเหมือนตอนรุ่นพี่ๆ แต่ผมก็ไม่ใช่ว่าผมไม่ได้อะไรเลยจากพ่อกับแม่ พวกเขาก็ยังดูแลผมอย่างดี และเอาจริงๆ ผมไม่ได้รู้สึกน้อยใจอะไรส่วนนี้ เพราะผมมีชีวิตวัยเด็กที่มีความสุขมากเพราะครอบครัวของผม ซึ่งการที่โชคชะตาเล่นตลกเกิดมาผิด timing นี่แหละเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมคิดว่าแล้วผมจะทำยังไงให้ครอบครัวกลับไปมั่งมี หรือ สุขสบายเหมือนแต่ก่อน

โชคชะตาที่สอง ก็คือ การที่ผมได้มาเจอเพื่อนๆในปัจจุบันของผม ทั้งเพื่อนเก่าเพื่อนใหม่ ซึ่งทุกอย่างมันเริ่มมาจากการที่ผมเคยให้สัญญากับแม่ว่าผมจะตั้งใจเรียนตอนเด็กๆ เพราะอย่างที่รู้ว่าเราก็อยากช่วยครอบครัวให้มาสบายเหมือนเดิมอะเนาะ เราก็เลยถูกปลูกฝังว่าต้องเรียนให้เก่งนะ แล้วจะได้มีงานดีๆทำและมีเงินมาเลี้ยงดูคนในครอบครัว ซึ่งตามประสาเด็กเราก็ให้สัญญาไปงั้นแหละ แต่มีช่วง ป.4 ที่ไม่รู้อะไรเข้าสิง ผมกลับมาตั้งใจเรียนและได้เขยิบขึ้นมาห้องต้นๆ (แต่เอาจริงก็เหมือนแค่พยายามรักษาสัญญาที่ให้กับแม่แค่ช่วงนั้น ไม่ได้คิดจะตั้งใจเรียนให้เก่งจริงๆ) และ ได้เจอกับเพื่อนๆในปัจจุบันของผม ซึ่งก็เหมือนเพื่อนแท้เลยทีเดียว การตัดสินใจในวันนั้นก็ส่งผมให้ได้มาอยู่ในสภาพแวดล้อมสังคมดีที่ดี ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆเรื่อย ได้เห็นมุมมองที่กว้างขึ้น คิดไม่ออกเหมือนกันว่าถ้าไม่มีแรงฮึดตอน ป.4 ตัวเองจะไปอยู่จุดไหน 🤓

โชคชะตาที่สาม ก็คือ การที่ผมสอบติด มหาลัยที่ผมอยากเข้าได้โดยโอกาสที่จะได้แทบจะไม่มีเลยตอนนั้น และ ช่วง ม.6 เป็นช่วงที่ผมเหลวแหลกมากที่สุดแล้ว 555555 คะแนน admission ใน เว็บเด็กดี บอกว่าผมไม่มีทางติดแน่ๆ แต่ผมก็ยังดึงดันเลือกไป เพราะความชอบส่วนตัว ซึ่งตอนที่รอผลประกาศ admission ตอนนั้น ช่วง 3 วิ ก่อนที่เว็บ True จะประกาศ ผมคิดในใจว่า "คนเราจะได้อยู่ที่ไหนก็คงได้อยู่ที่นั่น" ปรากฏว่ามันติดเฉยเลย ผมอึ้งจริงๆ แบบแทบน้ำตาไหล เพราะอย่างน้อยก็เอาไปอวดแม่ได้ ทำให้แม่ภูมิใจได้ ซึ่งที่ผมคิดว่าเป็นโชคชะตาเพราะภายหลังผมมารู้ว่าคะแนนผมผ่านมาแค่นิดเดียวแบบรองสุดท้าย แต่สุดท้ายตอนจบก็ถือว่าเกียรตินิยมนะเคิ้บ (ไม่รู้ได้ไง) ซึ่งการได้ไปเรียนที่มหาลัยนี้ก็ส่งผลให้ผมไปเจอเพื่อนมหาลัยที่ดีมากๆเลย ซึ่งทุกวันนี้เราก็ยังสนิทและนี่มีแอบป้ายยาเรื่อง Bitcoin บ้าง 55555 😆

โชคชะตาสุดท้าย คงเป็นเรื่องการมา Canada ซึ่งเรารู้กันดีว่าในช่วงปีหรือสองปีที่ผ่านมา กระแสการย้ายประเทศหนักมาก ฝ่ายซ้ายต่างๆ บลาๆ เราคงไม่ต้องพูดเรื่องนี้เยอะ แต่เอาจริงๆ ส่วนตัวผมอยากลองมาใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศอยู่แล้วแค่กระแสก็เป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันขึ้นมาอีก ที่มันเป็นโชคชะตาเพราะผมไม่คิดหรอกว่าจะได้มา เพราะ ตอนทำวีซ่าก็เรียกได้ว่ามีปัญหาเยอะแยะไปหมด เพราะครอบครับผมไม่ได้มี statement ที่จะยื่นรองรับค่าเรียนได้ เลยต้องไปยืมของน้าสาวมา และ ระหว่างนั้นก็มีปัญหาเรื่องเอกสารที่เรียกได้ว่า มีโอกาสที่จะไม่ผ่านแบบ 50/50 แต่สุดท้ายวีซ่าก็ได้ approve แบบ งงๆ และได้มาอยู่ที่นี่กว่า 10 เดือนแล้ว 💪🏻

และต่อจากนี้ก็น่าสนใจว่าโชคชะตาจะพาผมไปไหน เพราะ ที่มา Canada ก็เรียกได้ว่าผิดช่วงมากๆ Inflation เอย regulation ต่างๆ ที่อาจจะไม่เอื้อตอนการขออยู่ยาว (Permanent Resident) งานที่หายากมาก เพราะ immigrants มาเยอะกันมากๆ และ เห็นว่าเรื่องการเมืองที่นี่ก็หวั่นๆว่าจะมีเรื่องอยู่ระหว่างฝ่ายซ้ายและขวา (ยังไม่ได้ไปตามข่าว เดะตามแล้วมาเล่าให้ฟังนะครับ)

ที่เล่ามาทั้งหมดก็ต้องยกเครดิตให้ตัวเองด้วยแหละที่พยายามมาได้ขนาดนี้ อาจจะไม่สุดความสามารถแต่อย่างน้อยเราก็พยายามทำอะไรสักอย่างเพื่อให้มันเป็นชิ้นเป็นอัน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าบางช่วงเวลาของชีวิต มันมีเรื่องโชคเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างอธิบายไม่ได้ บางครั้งอาจจะทำให้ชีวิตง่าย บางครั้งอาจจะยาก ก็แล้วแต่เส้นชะตาของชีวิต

แล้วเพื่อนๆใน #Siamstr ละครับ มีเรื่องโชคชะตาอะไรมาแชร์กันบ้าง💖

สำหรับคืนนี้ต้องนอนแล้ว GN ครับ ทุกท่าน 🌙✨

หลายครั้ง ที่ โชคชะตา มักเล่นตลก กับเรา :)

BTW ...

Is there any harm that

I presented that screenshot to public ?

ผมเข้าใจถูก มั้ยครับ ว่า

SHA256-hash แล้ว ไม่สามารถ

Decrypt ได้ ยิ่ง ถ้าเป็น รูปภาพ ?

...

SHA256 is a hashing algorithm. There is no direct method for SHA256 decryption. SHA256 is decrypted by using Trial & Error methodology. It may take some time if either the text that will be decrypted or the character set that will be used for decryption is long.

ท้องฟ้า วันนี้

ไม่มีสีฟ้า

เลย !!!

ชุ่มฉ่ำ ไปด้วย น้ำฝน ที่ พร้อม ตกลงมา ได้ ทุกเมื่อ ... เดินทางไปไหน อย่าลืมพกร่มด้วยครับ

ชาว #SiamStr :))